SCB US Equity USD
SCB ASSET MANAGEMENT COMPANY LIMITED · Equity · settlement T+3
↳ Invests in iShares Core S&P 500 ETF · สหรัฐอเมริกา
✨Invests primarily in the iShares Core S&P 500 ETF, which tracks the performance of 500 large-cap U.S. companies.
กองทุนมีนโยบายเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว (Feeder Fund) ได้แก่ iShares Core S&P 500 ETF (กองทุนหลัก) ซึ่งเป็นกองทุนประเภท Exchange Traded Fund (ETF) และเป็น Sub Fund ของ iShares Trust บริหารจัดการลงทุนโดย BlackRock Fund Advisors และจดทะเบียนภายใต้ The Investment Company Act of 1940 โดยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ The Securities and Exchange Commission ประเทศสหรัฐอเมริกา ทั้งนี้ กองทุนหลักจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE Arca) ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยกองทุนจะลงทุนในกองทุนหลักในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) กองทุนหลักมีวัตถุประสงค์การลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนี S&P 500 ซึ่งเป็นดัชนีที่ประกอบด้วยหุ้นขนาดใหญ่ของประเทศสหรัฐอเมริกา โดยกองทุนหลักจะใช้กลยุทธ์การลงทุนแบบ Representative Sampling Indexing Strategy ซึ่งจะลงทุนในหลักทรัพย์บางส่วนที่เป็นตัวแทนและมีลักษณะ เช่น มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) สัดส่วนในแต่ละอุตสาหกรรม (Industry Weightings) ความผันผวนของผลตอบแทน (Return Variability) อัตราผลตอบแทน (Yield) และสภาพคล่อง (Liquidity) ที่ใกล้เคียงกับดัชนีอ้างอิง อย่างไรก็ดี กองทุนหลักอาจลงทุนหรือไม่ลงทุนในหลักทรัพย์ทั้งหมดที่อยู่ในดัชนีอ้างอิงได้ ดัชนี S&P 500 จัดทำโดย S&P Dow Jones Indices LLC เป็นดัชนีที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นตัวชี้วัดหุ้นขนาดใหญ่ของประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งประกอบด้วยหุ้นของบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมสำคัญของเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาจำนวน 500 บริษัท และครอบคลุมประมาณร้อยละ 80 ของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดทั้งหมด ทั้งนี้ ดัชนีดังกล่าวถูกสร้างขึ้นในปี 2500 และเป็นดัชนีแรกของสหรัฐอเมริกาที่ใช้วิธีการถ่วงน้ำหนักตามมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market-Cap-Weighted) และมีการใช้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดที่ปรับด้วยสัดส่วนผู้ถือหุ้นรายย่อยหรือหุ้นที่สามารถซื้อขายได้จริงในตลาด (Float-adjusted market cap weighted) เพื่อคำนวณน้ำหนักของหุ้นแต่ละตัวในดัชนี โดยมีการคำนวณดัชนีตลอดเวลาทำการ (Real-time) และทบทวนดัชนีทุกไตรมาสเพื่อปรับองค์ประกอบและสัดส่วนของหุ้นในดัชนี (Rebalance) (ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2568) ทั้งนี้ รายละเอียดต่าง ๆ ของดัชนีอาจเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคตซึ่งขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการดัชนี (Index Provider) ผู้ลงทุนสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.spglobal.com/spdji/en/indices/equity/sp-500/#overview กองทุนมี net exposure ในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศดังกล่าวโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และมีการลงทุนที่ส่งผลให้มี net exposure ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ส่วนที่เหลือ บริษัทจัดการอาจลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารทุน ตราสารหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน หน่วย CIS เงินฝากและ/หรือบัตรเงินฝากทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศ รวมถึงอาจมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์อื่นหรือทรัพย์สินอื่น และ/หรือหาดอกผลโดยวิธีการอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด หรือเห็นชอบให้กองทุนลงทุนได้ กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) ที่มี underlying เป็นหุ้น และ/หรืออัตราแลกเปลี่ยน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient portfolio management) และ/หรือการบริหารความเสี่ยง เพื่อให้สามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนได้เพิ่มขึ้น และ/หรือลดค่าใช้จ่ายของกองทุน รวมทั้งอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการลงทุน เช่น การทำสัญญาสวอปและ/หรือสัญญาฟอร์เวิร์ดที่อ้างอิงกับอัตราแลกเปลี่ยน ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนดหรือให้ความเห็นชอบ ในกรณีที่กองทุนลงทุนในตราสารที่เป็นสกุลเงินอื่นนอกเหนือจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอเมริกา กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging) ตามความเหมาะสมสำหรับสภาวการณ์ในแต่ละขณะ ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน โดยผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาจากปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เช่น ปัจจัยทางเศรษฐกิจ การเงิน การคลัง เป็นต้น เพื่อคาดการณ์ทิศทางอัตราแลกเปลี่ยน การลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) อาจมีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงราคาของหลักทรัพย์อ้างอิงที่เคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้ามกับที่คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้ราคาของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ และ/หรือกองทุนอาจมีความเสี่ยงจากการที่คู่สัญญาไม่สามารถปฏิบัติตามข้อตกลงที่ระบุไว้ในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เนื่องจากมีภาระความเสี่ยงจากการเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมาก จนไม่สามารถปฏิบัติตามภาระผูกพันที่ตกลงไว้ได้ อย่างไรก็ดี ในส่วนของแนวทางการบริหารเพื่อลดความเสี่ยงดังกล่าว บริษัทจัดการจะคาดการณ์และศึกษาวิเคราะห์ตัวแปรอ้างอิงของตราสารอย่างรอบคอบ รวมทั้งติดตามสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงที่อาจมีผลกระทบต่อราคา และปรับเปลี่ยนสถานการณ์ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าให้เหมาะสมกับสภาวะตลาดในขณะนั้น รวมถึงบริษัทจัดการจะพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้ากับคู่สัญญาที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในระดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) ทั้งนี้ การลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า บริษัทจัดการจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของกองทุนและผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ กองทุนอาจลงทุนในตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) ตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) ตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) ตราสารทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted) รวมถึงอาจทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด ทั้งนี้ ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วยก็ได้ โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ 1. 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียน 2. 30 วันก่อนครบอายุโครงการหรือก่อนเลิกกองทุนรวม 3. ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ กองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวม หรือกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (กอง1) หรือทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) หรือกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (infra) ซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการในสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยการลงทุนในหน่วยลงทุนดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนของกองทุนซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด ทั้งนี้ กองทุนปลายทางไม่สามารถลงทุนย้อนกลับในกองทุนต้นทาง (circle investment) และกองทุนปลายทางจะไม่ลงทุนต่อในกองทุนอื่นภายใต้บริษัทจัดการเดียวกัน (cascade investment) เกินกว่า 1 ทอด การใช้สิทธิออกเสียงกรณีกองทุนลงทุนในกองทุนรวมภายใต้การจัดการเดียวกัน: ห้ามมิให้กองทุนต้นทางลงมติให้กองทุนปลายทาง อนึ่ง หากในกรณีที่การลงทุนในกองทุนหลักนี้ไม่เหมาะสมอีกต่อไป โดยอาจสืบเนื่องจากการได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ต่าง ๆ หรือมีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขอื่น ๆ ของกองทุนหลักนี้ เช่น การเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุน ลักษณะกองทุน อัตราค่าธรรมเนียม การลงทุนหรือมีไว้ซึ่งทรัพย์สินอื่นใดที่ขัดต่อหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด หรือผลตอบแทน/ผลการดำเนินงานของกองทุนต่างประเทศต่ำกว่าผลตอบแทน/ผลการดำเนินงานของกองทุนอื่น ๆ ที่มีนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกัน หรือติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน หรือขนาดของกองทุนต่างประเทศลดลง จนอาจมีผลกระทบต่อกองทุน หรือการลงทุนของกองทุนต่างประเทศไม่เป็นไปตามหนังสือชี้ชวนหรือโครงการ หรือเมื่อกองทุนต่างประเทศกระทำความผิดตามความเห็นของหน่วยงานที่กำกับดูแลกองทุนต่างประเทศ หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบหรือสิ่งอื่นใดที่ส่งผลต่อการดำเนินงานของกองทุนในฐานะผู้ลงทุน หรือการเปลี่ยนแปลงอื่นใดที่อาจส่งผลกระทบหรืออาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อกองทุน กล่าวคือ ในกรณีที่เกิดการเปลี่ยนแปลงซึ่งอาจมีผลต่อกองทุนหลัก และ/หรือบริษัทจัดการ หรือในกรณีที่มีกองทุนอื่นที่มีนโยบายใกล้เคียงกัน และบริษัทเห็นว่าการย้ายไปลงทุนในกองทุนดังกล่าวเป็นผลดีต่อผลการดำเนินงานโดยรวมของกองทุนหรือเอื้อประโยชน์ต่อการลงทุนในต่างประเทศของกองทุน และเป็นผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุน บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะพิจารณาเปลี่ยนแปลงกองทุนรวมต่างประเทศหรือกองทุนหลักเป็นกองทุนต่างประเทศอื่นได้ตามดุลยพินิจของบริษัทจัดการ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะไม่ขัดกับวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุนของกองทุน หรือขอสงวนสิทธิที่จะยกเลิกกองทุน ทั้งนี้ กรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงกองทุนหลักดังกล่าว หรือกรณีที่กองทุนหลักมีการเปลี่ยนชื่อ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิขอความเห็นชอบแก้ไขโครงการต่อสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. เพื่อเปลี่ยนชื่อกองทุนให้สอดคล้องกับกองทุนหลัก อีกทั้ง บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการพิจารณาเปลี่ยนแปลงสกุลเงินลงทุนเป็นสกุลเงินอื่นใดนอกเหนือจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) หรือเปลี่ยนแปลงการซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนหลักในตลาดหลักทรัพย์ของประเทศอื่นใดนอกเหนือจากประเทศสหรัฐอเมริกา รวมถึงเปลี่ยนแปลงชนิดของหน่วยลงทุน (class) (ถ้ามี) ตามดุลยพินิจของบริษัทจัดการในภายหลังได้ โดยถือว่าได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ซึ่งบริษัทจัดการจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะแจ้งการเปลี่ยนแปลงและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้า โดยจะดำเนินการด้วยวิธีการใด ๆ เพื่อให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบข้อมูลดังกล่าวในช่องทางที่เข้าถึงได้ง่ายและทั่วถึงและภายในเวลาที่ผู้ถือหน่วยลงทุนสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลในการตัดสินใจลงทุนได้ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงหรือก่อนทำการลงทุนดังกล่าว กรณีการลงทุนของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์มีลักษณะครบถ้วนตาม 1 และ 2 ให้บริษัทจัดการดำเนินการตาม 3 1. ฐานะการลงทุนสุทธิของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ (1) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี < 80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ หรือ (2) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ≥ 80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์โดยกองทุนต่างประเทศไม่มีวัตถุประสงค์การลงทุนในทำนองเดียวกับกองทุนดัชนีหรือ ETF 2. NAV ของกองทุนปลายทาง มีการลดลงในลักษณะดังนี้ (1) NAV ณ วันใดวันหนึ่งลดลง > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง หรือ (2) ยอดรวมของ NAV ลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกันคิดเป็นจำนวน > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง 3. รายละเอียดการดำเนินการ การดำเนินการ ระยะเวลาดำเนินการ 1. แจ้งเหตุที่กองทุนปลายทางมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการของบริษัทจัดการให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และผู้ถือหน่วยลงทุนทราบ (แนวทางการดำเนินการดังกล่าวจะคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยโดยรวม) ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ 2. เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการตามข้อ 1. ต่อผู้ลงทุนทั่วไป (ดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวด้วย) พร้อมข้อ 1. 3. ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินการตามข้อ 1. ภายใน 60 วันนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ 4. รายงานผลการดำเนินการตามข้อ 3. ให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ทราบ ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการตามข้อ 3. แล้วเสร็จ ในการโอนย้ายหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนไปยังกองทุนต่างประเทศอื่นข้างต้น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการพิจารณาดำเนินการครั้งเดียวหรือหลายครั้งก็ได้ โดยการทยอยโอนย้ายเงินลงทุนอาจส่งผลให้ช่วงระยะเวลาดังกล่าว กองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศมากกว่า 1 กองทุน ตามที่ระบุไว้ในโครงการข้างต้น อย่างไรก็ตาม หากบริษัทจัดการไม่สามารถลงทุนในกองทุนอื่นใดที่มีนโยบายสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ บริษัทจัดการอาจพิจารณาดำเนินการขอมติผู้ถือหน่วยลงทุนเพื่อเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุน หรือดำเนินการยกเลิกโครงการจัดการกองทุนรวมได้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตเป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds) หรือกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในตราสาร และ/หรือหลักทรัพย์ต่างประเทศ หรือสามารถกลับมาเป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund) ได้ โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (risk profile) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตลาด โดยเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงประเภทกองทุนดังกล่าว โดยประกาศผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ และเว็บไซต์ของผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (ถ้ามี) ในกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ให้ความเห็นชอบหรือมีประกาศแก้ไขหรือเพิ่มเติมประเภทหรือลักษณะหรืออัตราส่วนการลงทุนของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะพิจารณาเปลี่ยนแปลงประเภทหรือลักษณะหรืออัตราส่วนการลงทุนให้เป็นไปตามประกาศฯ ฉบับใหม่ โดยถือว่าได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ข้อมูลทั่วไปของ iShares Core S&P 500 ETF (กองทุนหลัก) (แหล่งที่มาของข้อมูล: หนังสือชี้ชวนกองทุนหลัก ข้อมูล ณ วันที่ 1 สิงหาคม 2568) ลักษณะทั่วไปของกองทุน ชื่อกองทุนหลัก iShares Core S&P 500 ETF วัตถุประสงค์การลงทุนของกองทุนหลัก กองทุนหลักมีวัตถุประสงค์การลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนี S&P 500 ซึ่งเป็นดัชนีที่ประกอบด้วยหุ้นขนาดใหญ่ของประเทศสหรัฐอเมริกา นโยบายการลงทุนของกองทุนหลัก กองทุนหลักมุ่งสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนี S&P 500 (ดัชนีอ้างอิง) ซึ่งเป็นดัชนีที่วัดผลการดำเนินงานของหุ้นขนาดใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ของประเทศสหรัฐอเมริกา จัดทำโดย S&P Dow Jones Indices LLC (ผู้จัดทำดัชนี) โดยดัชนีอ้างอิงมีการใช้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดที่ปรับด้วยสัดส่วนผู้ถือหุ้นรายย่อยหรือหุ้นที่สามารถซื้อขายได้จริงในตลาด (Float-adjusted market capitalization) ในการคำนวณสัดส่วนของหุ้นในดัชนี ณ วันที่ 31 มีนาคม 2568 หุ้นในดัชนีอ้างอิงคิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 87.86 ของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดของหุ้นที่มีการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ของประเทศสหรัฐอเมริกาทั้งหมด และมีสัดส่วนหลักเป็นหุ้นของบริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ทั้งนี้ ดัชนีอ้างอิงประกอบด้วยหุ้นจากหลากหลายอุตสาหกรรม และหุ้นที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีอ้างอิงอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ กองทุนหลักใช้กลยุทธ์การลงทุนแบบเชิงรับ (Indexing Approach) เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์การลงทุนของกองทุน โดยกองทุนไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่าดัชนีอ้างอิง และจะไม่ทำการป้องกันความเสี่ยงเป็นการชั่วคราวในช่วงที่ตลาดปรับตัวลงหรือขึ้นก็ตาม กลยุทธ์การลงทุนแบบเชิงรับอาจทำให้กองทุนไม่มีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่าดัชนีอ้างอิงอย่างมีนัยสำคัญ แต่อาจช่วยลดบางความเสี่ยงที่เกิดจากการบริหารจัดการแบบเชิงรุกได้ เช่น ความเสี่ยงจากการคัดเลือกหลักทรัพย์ที่ไม่เหมาะสม ทั้งนี้ กลยุทธ์การลงทุนแบบเชิงรับมีเป้าหมายเพื่อลดต้นทุนในการบริหารจัดการลงทุนและเพิ่มผลตอบแทนหลังหักภาษี ด้วยการรักษาระดับอัตราส่วนหมุนเวียนการลงทุน (Portfolio Turnover) ให้อยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับกองทุนที่บริหารแบบเชิงรุก กองทุนหลักจะใช้กลยุทธ์การลงทุนแบบ Representative Sampling Indexing Strategy ซึ่งจะลงทุนในหลักทรัพย์บางส่วนที่เป็นตัวแทนและมีลักษณะ เช่น มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) สัดส่วนในแต่ละอุตสาหกรรม (Industry Weightings) ความผันผวนของผลตอบแทน (Return Variability) อัตราผลตอบแทน (Yield) และสภาพคล่อง (Liquidity) ที่ใกล้เคียงกับดัชนีอ้างอิง อย่างไรก็ดี กองทุนหลักอาจลงทุนหรือไม่ลงทุนในหลักทรัพย์ทั้งหมดที่อยู่ในดัชนีอ้างอิงได้ กองทุนหลักจะลงทุนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินของกองทุนหลักในหุ้นที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีอ้างอิง และอาจลงทุนได้ไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินของกองทุนหลักในสัญญาฟิวเจอร์ส สัญญาออปชัน และสัญญาสวอป เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด รวมถึงหน่วยลงทุนของกองทุนตลาดเงินที่บริหารโดย BlackRock Fund Advisors หรือบริษัทที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนหลักทรัพย์ที่ไม่ได้อยู่ในดัชนีอ้างอิง แต่เป็นหลักทรัพย์ที่ช่วยให้กองทุนหลักสามารถสร้างผลตอบแทนได้ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนีอ้างอิง โดยกองทุนหลักมีวัตถุประสงค์ที่จะสร้างผลตอบแทนก่อนหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายของกองทุนหลักให้ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนีอ้างอิง ทั้งนี้ การลงทุนในเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดที่เกี่ยวข้องกับสถานะการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าจะถูกนับรวมเป็นส่วนหนึ่งของสถานะการลงทุนในดัชนีอ้างอิง เพื่อใช้คำนวณสัดส่วนการลงทุนในหลักทรัพย์ที่อยู่ในดัชนีอ้างอิง นอกจากนี้ กองทุนหลักอาจทำธุรกรรมให้ยืมหลักทรัพย์ได้ไม่เกิน 1 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สินของกองทุนหลัก (รวมมูลค่าหลักประกันที่ได้รับ) ดัชนีอ้างอิงจัดทำโดย S&P Dow Jones Indices LLC (ผู้จัดทำดัชนี) ซึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกองทุนหลักและ BlackRock Fund Advisors โดยผู้จัดทำดัชนีเป็นผู้กำหนดองค์ประกอบและสัดส่วนของหลักทรัพย์ในดัชนีอ้างอิง รวมถึงเป็นผู้เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าตลาดของดัชนีอ้างอิง หน่วยงานต่างประเทศที่กำกับดูแล The Securities and Exchange Commission ประเทศสหรัฐอเมริกา วันจัดตั้งกองทุน 15 พฤษภาคม 2543 ตลาดหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนซื้อขาย ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE Arca) ประเทศสหรัฐอเมริกา สกุลเงิน (Base Currency) ดอลลาร์สหรัฐ (USD) อายุโครงการ ไม่กำหนด นโยบายการจ่ายเงินปันผล กองทุนหลักมีนโยบายจ่ายเงินปันผลจากรายได้สุทธิจากการลงทุนอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยปัจจุบันกองทุนหลักพิจารณาจ่ายเงินปันผลเป็นรายไตรมาส วันทำการซื้อขายหน่วยลงทุน ทุกวันทำการของตลาดหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนซื้อขาย CUSIP 464287200 Bloomberg Ticker IVV ดัชนีชี้วัด/อ้างอิง S&P 500 Index (USD) Bloomberg Index Ticker SPTR ผู้จัดการการลงทุน (Manager) BlackRock Fund Advisors ที่ปรึกษาการลงทุน (Investment Advisor) BlackRock Fund Advisors ผู้ปฏิบัติการกองทุน (Administrator) JPMorgan Chase Bank, N.A ผู้ดูแลและเก็บรักษาทรัพย์สิน (Custodian) JPMorgan Chase Bank, N.A ผู้สอบบัญชี (Auditor) PricewaterhouseCoopers LLP เว็บไซต์ข้อมูลกองทุนหลัก https://www.ishares.com/us/products/239726/ishares-core-sp-500-etf ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ ของกองทุนหลัก ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) ร้อยละ 0.03 ต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก (ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2568) การสรุปสาระสำคัญของกองทุนหลักได้ถูกคัดเลือกมาเฉพาะส่วนที่สำคัญและจัดแปลมาจากหนังสือชี้ชวนต้นฉบับของกองทุนหลัก ดังนั้น ในกรณีที่มีความแตกต่างหรือไม่สอดคล้องกับหนังสือชี้ชวนต้นฉบับ ให้ถือตามต้นฉบับเป็นเกณฑ์ ทั้งนี้ หากกองทุนหลักมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลข้างต้นใด ๆ ซึ่งบริษัทจัดการเห็นว่าไม่มีนัยสำคัญ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงข้อมูลดังกล่าวเพื่อให้สอดคล้องกับกองทุนหลัก ซึ่งถือว่าได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว โดยจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ
Actual charged, per year
Investment policy as filed with SEC Thailand.
actual = what the AMC currently charges · max = prospectus ceiling (no actual reported). Annual fees aren’t additive with one-time fees.