Krungsri US Select Equity Plus Fund
KRUNGSRI ASSET MANAGEMENT COMPANY LIMITED · Equity · settlement T+4
↳ Invests in JPMorgan Funds - US Select Equity Plus Fund · ลักเซมเบิร์ก
✨Invests primarily in the JPMorgan Funds - US Select Equity Plus Fund, focusing on U.S. equities for long-term capital appreciation.
1. กองทุนจะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศที่มีเป้าหมายให้ผลตอบแทนในการถือครองหน่วยลงทุนในระยะยาว โดยจะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว ชื่อ JPMorgan Funds - US Select Equity Plus Fund (“กองทุนหลัก”) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ซึ่งกองทุนหลักมีนโยบายลงทุนโดยตรงหรือโดยผ่านตราสารอนุพันธ์ ในหุ้นของบริษัทที่ตั้งอยู่หรือมีการดำเนินธุรกิจหลักในประเทศสหรัฐอเมริกา ทั้งนี้ กองทุนหลักดังกล่าวบริหารจัดการโดยบริษัท JPMorgan Asset Management (Europe) S.à r.l และเป็นกองทุนรวมที่จัดตั้งและจดทะเบียนในประเทศลักเซมเบิร์ก (Luxembourg) ตามระเบียบของ UCITS (Undertakings for Collective Investment in Transferable Securities) ภายใต้การกำกับดูแลของ Commission de Surveillance du Secteur Financier (CSSF) ซึ่งเป็นสมาชิกสามัญของ International Organizations of Securities Commission (IOSCO) และมิได้เป็นกองทุนรวมประเภทเฮ็ดจ์ฟันด์ (hedge fund) บริษัทจัดการจะลงทุนในสกุลเงินเหรียญสหรัฐเป็นสกุลเงินหลัก และกองทุนหลักจะลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินในหลายสกุลเงิน เช่น สกุลเงินเหรียญสหรัฐ เงินปอนด์อังกฤษ ยูโร เยนญี่ปุ่น เป็นต้น ทั้งนี้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงสกุลเงินหลักเป็นสกุลเงินอื่นใดนอกเหนือจากสกุลเงินเหรียญสหรัฐในภายหลังก็ได้ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ซึ่งบริษัทจัดการจะคำนึงถึงประโยชน์ของกองทุนเป็นสำคัญ ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะแจ้งผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องให้ผู้ลงทุนทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน อนึ่ง กองทุนหลักข้างต้นมีการเสนอขายในหลาย Class ซึ่งสามารถลงทุนได้ทั้งผู้ลงทุนทั่วไป และ/หรือผู้ลงทุนสถาบัน โดยแต่ละ Class ของหน่วยลงทุนอาจมีความแตกต่างกันในเรื่องของนโยบายการจัดสรรกำไร/ผลตอบแทน ค่าธรรมเนียม หรือคุณสมบัติของผู้ลงทุน เป็นต้น ซึ่งบริษัทจัดการจะพิจารณาเลือกลงทุนใน Class I (acc) - USD (เป็น Class ที่เสนอขายให้กับนักลงทุนสถาบัน ซื้อขายหน่วยลงทุนในสกุลเงินเหรียญสหรัฐ และไม่มีการจ่ายเงินปันผล) อย่างไรก็ดี บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการพิจารณาเปลี่ยนแปลงประเภทของหน่วยลงทุนตามความเหมาะสมในภายหลังก็ได้ ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ซึ่งบริษัทจัดการจะแจ้งผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการหรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องให้ผู้ลงทุนทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน (รายละเอียดของประเภทของ Share classes สามารถดูเพิ่มเติมได้จากหนังสือชี้ชวนของกองทุนหลักจากเว็บไซต์ของกองทุนหลัก) 2. สำหรับเงินลงทุนส่วนที่เหลือ กองทุนจะลงทุนในตราสารหนี้ ตราสารทุน ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตราสารทางการเงินอื่นๆ และ/หรือเงินฝากธนาคาร ที่เสนอขายทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศ และอาจลงทุนในตราสารทุนของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) และ/หรือตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured note) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non - investment grade) หรือตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) โดยมีสัดส่วนการลงทุนในตราสารดังกล่าวเมื่อรวมกับสัดส่วนการลงทุนของกองทุนหลักจะไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน 3. กองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่นซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ (กองทุนปลายทาง) ในสัดส่วนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยการลงทุนในหน่วยลงทุนดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนของกองทุนซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข ที่สำนักงาน ก.ล.ต. กำหนด หรือกฎหมายอื่นใดที่เกี่ยวข้อง หรือประกาศอื่นใดที่เกี่ยวข้อง และ/หรือที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมในอนาคต ทั้งนี้ กองทุนปลายทางสามารถลงทุนต่อในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่นที่อยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการต่อไปได้อีกไม่เกิน 1 ทอด และไม่อนุญาตให้กองทุนปลายทางและกองทุนรวมอื่น ลงทุนย้อนกลับในกองทุนต้นทาง (circle investment) ได้ 4. กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงิน (Fx hedging) หรือไม่ก็ได้ โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน (Dynamic hedging) ซึ่งจะพิจารณาจากสภาวการณ์ของตลาดและปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น ทิศทางของอัตราแลกเปลี่ยน หรือค่าใช้จ่าย เป็นต้น ตามความเหมาะสมในแต่ละขณะ นอกจากนี้ กองทุนอาจเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (efficient portfolio management) โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัทจัดการ ได้แก่ การทำสัญญาสวอปและ/หรือสัญญาฟอร์เวิร์ดที่อ้างอิงกับทรัพย์สินที่กองทุนสามารถลงทุนได้ / อัตราแลกเปลี่ยน /อัตราดอกเบี้ย / เครดิต เช่น credit rating หรือ credit event ซึ่งพิจารณาจากสภาวะการณ์ของตลาด กฎระเบียบ หรือข้อบังคับ และปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น แนวโน้มและทิศทางราคาของหลักทรัพย์ที่ลงทุน การคาดการณ์เหตุการณ์ที่อาจจะส่งผลกระทบเชิงลบอย่างมีนัยสำคัญของกองทุน และค่าใช้จ่ายในการเข้าทำธุรกรรมสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป็นต้น ทั้งนี้ หากสินทรัพย์อ้างอิงมีความผันผวน หรือทิศทางการลงทุนไม่เป็นไปตามคาด หรือคู่สัญญาที่ทำธุรกรรมไม่สามารถชำระภาระผูกพันได้ตามกำหนดเวลา อาจทำให้กองทุนไม่ได้รับผลตอบแทนตามที่คาดหวัง หรือขาดทุนจากการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าได้ อย่างไรก็ตามบริษัทจัดการจะพิจารณาปรับเปลี่ยนการลงทุนหรือการเข้าทำธุรกรรมให้เหมาะสมกับสถานการณ์ มีการวิเคราะห์และติดตามปัจจัยที่มีผลกระทบต่อราคาสินทรัพย์อ้างอิง รวมถึงพิจารณาความน่าเชื่อถือของคู่สัญญาก่อนทำธุรกรรม โดยจะเน้นทำธุรกรรมกับคู่สัญญาที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ 5. ในกรณีที่บริษัทจัดการเห็นว่าการลงทุนในกองทุน JPMorgan Funds - US Select Equity Plus Fund (“กองทุนหลัก”) ไม่เหมาะสมอีกต่อไป เช่น มีการลงทุนไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์หลักของกองทุน หรือผลตอบแทนของกองทุนดังกล่าวไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ หรือไม่สามารถลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนดังกล่าวได้อีกต่อไป หรือกองทุนต่างประเทศดังกล่าวมีการกระทำผิดตามความเห็นของหน่วยงานกำกับดูแลของกองทุนต่างประเทศ และ/หรือเมื่อเกิดเหตุการณ์หรือคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบต่างๆ จนอาจส่งผลให้การลงทุนในกองทุนหลักเป็นภาระต่อผู้ลงทุนโดยเกินจำเป็น เป็นต้น และ/หรือในกรณีที่กองทุนหลักได้เลิกโครงการในขณะที่บริษัทจัดการยังดำเนินการบริหารและจัดการลงทุนกองทุนเปิดกรุงศรียูเอสซีเล็คอิควิตี้พลัส เมื่อปรากฏกรณีตามข้อ 5. ข้างต้น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะดำเนินการพิจารณาคัดเลือกกองทุนต่างประเทศกองทุนใหม่แทนกองทุนเดิม โดยกองทุนต่างประเทศดังกล่าวจะต้องมีนโยบายการลงทุนที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ และ/หรือนโยบายการลงทุนของกองทุนเปิดกรุงศรียูเอสซีเล็คอิควิตี้พลัส และมีคุณสมบัติตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด โดยอาจเป็นกองทุนที่บริหารและจัดการลงทุนโดยบริษัท JPMorgan Asset Management (Europe) S.à r.l หรือไม่ก็ได้ และในการโอนย้ายกองทุนดังกล่าว บริษัทจัดการอาจพิจารณาดำเนินการในครั้งเดียว หรือทยอยโอนย้ายเงินทุน ซึ่งอาจส่งผลให้ในช่วงเวลาดังกล่าวกองทุนอาจมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนต่างประเทศมากกว่า 1 กองทุนก็ได้ หากเกิดกรณีใด ๆ ที่ทำให้บริษัทจัดการไม่สามารถดำเนินการคัดเลือกกองทุนต่างประเทศกองทุนใหม่แทนกองทุนเดิมได้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเลิกโครงการจัดการกองทุนรวมของกองทุนเปิดกรุงศรียูเอสซีเล็คอิควิตี้พลัส โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว โดยจะดำเนินการจำหน่ายหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่เหลืออยู่ของกองทุน เพื่อคืนเงินตามจำนวนที่รวบรวมได้หลังหักค่าใช้จ่ายและสำรองค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องของกองทุน (ถ้ามี) ให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน ตามสัดส่วนจำนวนหน่วยลงทุนที่ถือครองต่อจำนวนหน่วยลงทุนที่จำหน่ายแล้วทั้งหมดของกองทุน ทั้งนี้ หากมีการดำเนินการดังกล่าว บริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ลงทุนทุกรายทราบโดยพลัน และประกาศไว้ที่สำนักงานของบริษัทจัดการและผู้สนับสนุน และ/หรือเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ 6. ในกรณีที่กองทุนมีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนหลัก) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีมากกว่าหรือเท่ากับร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยกองทุนหลักไม่มีวัตถุประสงค์การลงทุนในทำนองเดียวกับกองทุนดัชนีหรือ ETF และมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลักมีการลดลงในลักษณะดังนี้ (6.1) มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ วันใดวันหนึ่งลดลงมากกว่า 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก หรือ (6.2) ยอดรวมของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกัน คิดเป็นจำนวนมากกว่า 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก ทั้งนี้ ในกรณีที่กองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะดังกล่าว บริษัทจัดการจะดำเนินการดังต่อไปนี้ การดำเนินการ ระยะเวลาดำเนินการ (1) แจ้งเหตุที่กองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการของบริษัทจัดการให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และผู้ถือหน่วยลงทุน (แนวทางการดังกล่าวต้องคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม) ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มีการเปิดเผย ข้อมูลของกองทุนหลักที่ปรากฏเหตุ (2) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการตาม (1) ต่อผู้ลงทุนทั่วไป (ดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวด้วย) พร้อม (1) (3) ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินการตาม (1) ภายใน 60 วันนับแต่วันที่มีการเปิดเผย ข้อมูลของกองทุนหลักที่ปรากฏเหตุ (4) รายงานผลการดำเนินการตาม (3) ให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ทราบ ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการตาม (3) แล้วเสร็จ 7. กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่น ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนดให้ลงทุนได้ 8. บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตให้เป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds) หรือกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในตราสาร และ/หรือหลักทรัพย์ต่างประเทศ หรือสามารถกลับมาเป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund) ได้ โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (risk profile) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตลาด โดยเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงประเภทกองทุนรวมดังกล่าว โดยประกาศผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ และเว็บไซต์ของผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (ถ้ามี) 9. ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วย ทั้งนี้ โดยจะคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ (1) ช่วงระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม (2) ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนเลิกกองทุนรวม (3) ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืน หรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ สรุปข้อมูลสำคัญที่ผู้ลงทุนควรทราบเกี่ยวกับกองทุน JPMorgan Funds - US Select Equity Plus Fund (กองทุนหลัก) : ชื่อกองทุน: JPMorgan Funds - US Select Equity Plus Fund ลักษณะเฉพาะของ Class I (acc) - USD: (1) เป็น Class ที่ทำการซื้อขายหน่วยลงทุนในสกุลเงินเหรียญสหรัฐ (2) ขายให้กับนักลงทุนสถาบัน และไม่มีการจ่ายเงินปันผล วันที่จดทะเบียนกองทุน: 5 กรกฎาคม 2550 วันที่จัดตั้ง Share Class: 6 ตุลาคม 2553 วัตถุประสงค์การลงทุน: กองทุนมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดการเติบโตของเงินลงทุนในระยะยาว โดยผ่านการลงทุนในหลักทรัพย์ และตราสารอนุพันธ์ ของบริษัทต่างๆ ในประเทศสหรัฐอเมริกา นโยบายการลงทุน: การลงทุนหลัก: กองทุนหลักจะลงทุนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 67 ของทรัพย์สินกองทุน ทั้งโดยตรงหรือโดยผ่านตราสารอนุพันธ์ ในหุ้นของบริษัทที่ตั้งอยู่หรือมีการดำเนินธุรกิจหลักในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยทั่วไป กองทุนหลักจะถือ Long Position ประมาณร้อยละ 130 ของทรัพย์สินสุทธิ และถือ Short Position (โดยผ่านการลงทุนในตราสารอนุพันธ์) ประมาณร้อยละ 30 ของทรัพย์สินสุทธิ แต่ก็อาจมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเป้าหมายเหล่านี้โดยขึ้นอยู่กับสภาวะตลาด กองทุนหลักจะลงทุนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 51 ของ Long Position ในบริษัทที่ส่งเสริมคุณลักษณะด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมที่ปฏิบัติตามแนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดี ซึ่งวัดได้จากวิธีการ ESG Scoring ที่พัฒนาขึ้นเองโดย Investment Manager และ/หรือจากข้อมูลของบุคคลภายนอก กองทุนหลักจะลงทุนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 20 ของ Long Position ในทรัพย์สินเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Investments) ตามคำนิยามภายใต้หลักเกณฑ์การเปิดเผยข้อมูลการลงทุนอย่างยั่งยืน (Sustainable Finance Disclosure Regulation: SFDR) ที่มีส่วนช่วยในการบรรลุวัตถุประสงค์ด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม ทั้งนี้ ไม่รวมสินทรัพย์สภาพคล่องที่เป็น Ancillary Liquid Assets เงินฝากกับสถาบันการเงิน (Credit Institutions) ตราสารตลาดเงิน กองทุนรวมตลาดเงิน และตราสารอนุพันธ์ที่ลงทุนเพื่อประสิทธิภาพในการบริหารพอร์ตการลงทุน กองทุนหลักจะไม่รวมอุตสาหกรรม บริษัท/ผู้ออกหลักทรัพย์ หรือแนวทางปฏิบัติบางรายการไว้ในขอบเขตของการลงทุน (Investment Universe) โดยขึ้นอยู่กับมูลค่าของแต่ละรายการ หรือนโยบายการคัดกรองการลงทุนตามปกติวิสัย นโยบายเหล่านี้มีการกำหนดขอบเขต หรือหลักเกณฑ์การคัดออกอย่างเต็มรูปแบบสำหรับอุตสาหกรรมบางประเภทหรือบริษัทบางแห่ง ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขบางประการด้าน ESG และ/หรือ มาตรฐานขั้นต่ำสุดของแนวทางปฏิบัติทางธุรกิจตามปกติวิสัยในระดับนานาชาติ ในการซื้อหลักทรัพย์ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 90 ของหลักทรัพย์ทั้งหมด กองทุนหลักจะใช้หลักเกณฑ์การวิเคราะห์ด้าน ESG ในการตัดสินใจเพื่อการลงทุนอย่างเป็นระบบ การลงทุนในสินทรัพย์อื่นๆ: ลงทุนในบริษัทในแคนาดา กองทุนหลักลงทุนไม่เกินร้อยละ 20 ของทรัพย์สินสุทธิ ในหลักทรัพย์ประเภท Ancillary Liquid Assets และไม่เกินร้อยละ 20 ของทรัพย์สินที่เป็นเงินฝากใน Credit Institutions ตราสารตลาดเงิน และกองทุนรวมตลาดเงิน ที่ใช้สำหรับการบริหารเงินสดเพื่อการซื้อและขายคืนหน่วยลงทุนรวมถึงการชำระเงินในกรณีทั่วไปและรายจ่ายพิเศษต่างๆ นอกจากนี้ กองทุนหลักจะลงทุนไม่เกินร้อยละ 100 ของทรัพย์สินสุทธิใน Ancillary Liquid Assets เพื่อป้องกันเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ (Defensive Purposes) เป็นการชั่วคราว ในกรณีที่ตลาดมีภาวะผันผวนมากเป็นพิเศษ ตราสารอนุพันธ์: กองทุนหลักมีวัตถุประสงค์ในการใช้ตราสารอนุพันธ์เพื่อการลงทุน การบริหารประสิทธิภาพของพอร์ตการลงทุน และการบริหารความเสี่ยง โดยจะลงทุนใน Total Return Swap (TRS) ซึ่งรวมถึง Contract for Difference (CFD) ประมาณร้อยละ 60 ของทรัพย์สินสุทธิทั้งหมดของกองทุน แต่ไม่เกินร้อยละ 200 ของทรัพย์สินสุทธิทั้งหมดของกองทุน ทั้งนี้ กองทุนหลักจะใช้วิธีการคำนวณฐานะการลงทุนทั่วโลก (Global Exposure Calculation Method) แบบ Relative VaR และมีระดับของการ Leverage จากการลงทุนในตราสารอนุพันธ์ที่คาดว่าจะได้รับ ประมาณร้อยละ 60 ของทรัพย์สินสุทธิทั้งหมดของกองทุน ซึ่งเป็นเพียงตัวเลขบ่งชี้เท่านั้น ระดับของการ Leverage ในบางช่วงเวลาอาจสูงกว่านี้อย่างมีนัยสำคัญก็ได้ เทคนิคและตราสารที่ลงทุน: กองทุนหลักคาดว่าจะมีการให้ยืมหลักทรัพย์ (Securities lending) ประมาณร้อยละ 0-20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ โดยสูงสุดจะไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ สกุลเงิน: กองทุนหลักจะลงทุนเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอเมริกาเป็นส่วนใหญ่ และจะไม่ป้องกันความเสี่ยง Ancillary Liquid Assets; คือ สินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูงและสามารถแปลงเป็นเงินสดได้เร็วและง่ายในกรณีที่ต้องการใช้เงินสดในระยะสั้น โดยสินทรัพย์เหล่านี้มักจะมีความเสี่ยงต่ำและสามารถขายในตลาดได้ในเวลาอันสั้น ตัวอย่างเช่น เงินสด, บัญชีเงินฝากที่สามารถถอนเงินได้ทันที หรือหลักทรัพย์ที่มีความสามารถในการแปลงเป็นเงินสดในระยะสั้น เช่น พันธบัตรรัฐบาลที่มีอายุสั้น (สามารถดูรายละเอียดของนโยบายการลงทุนเพิ่มเติมได้จากหนังสือชี้ชวนของ JPMorgan Funds - US Select Equity Plus Fund) กลยุทธ์การลงทุน: กองทุนหลักมีแนวทางการลงทุนโดยใช้การการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานและผลกำไร รวมถึงกระแสเงินสดในอนาคตของบริษัทที่จะลงทุน และใช้กลยุทธ์แบบ active extension approach เพื่อซื้อหลักทรัพย์ที่น่าสนใจ และขายหลักทรัพย์ที่น่าสนใจน้อยกว่า เพื่อเพิ่มผลตอบแทนที่มีศักยภาพโดยไม่เพิ่มความเสี่ยงสุทธิโดยรวมต่อการลงทุน อายุโครงการ: ไม่กำหนด วันทำการขายและรับซื้อคืน: ทุกวันทำการซื้อขายของกองทุน การจ่ายเงินปันผล: ไม่มี บริษัทจัดการ (Management Company): JPMorgan Asset Management (Europe) S.à r.l ผู้เก็บรักษาทรัพย์สินของกองทุน (Depositary): J.P. Morgan SE - Luxembourg Branch ผู้สอบบัญชี (Auditor): PricewaterhouseCoopers, société cooperative เว็บไซต์: สามารถดูข้อมูลหนังสือชี้ชวนฯ ของกองทุนหลัก และรายละเอียดอื่นเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์: https://am.jpmorgan.com/lu/en/asset-management/per/products/jpm-us-select-equity-plus-i-acc-usd-lu0281485341#/documents ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายของกองทุนหลัก JPMorgan Funds - US Select Equity Plus Fund, Class I (acc) - USD (กองทุนหลัก) * 1. ค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บจากผู้ซื้อหรือผู้ถือหน่วยลงทุน (ร้อยละของมูลค่าหน่วยลงทุน) (1) ค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน ไม่มี (2) ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน ไม่มี 2. ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บจากกองทุนรวม (ร้อยละต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม) (1) ค่าธรรมเนียมการจัดการและที่ปรึกษาการลงทุน (Annual Management and Advisory Fee) 0.60% (2) ค่าธรรมเนียมในการจัดจำหน่าย (Distribution Fee) ไม่มี (3) ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการปฎิบัติการและจัดการกองทุน (Operating and Administrative Expenses) ไม่เกิน 0.16% ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายทั้งหมด (Ongoing charge) 0.75% * เป็นข้อมูล ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2567 ทั้งนี้ กองทุนหลักอาจเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ ของกองทุนได้ หมายเหตุ: (1) ข้อความในส่วนของกองทุน JPMorgan Funds - US Select Equity Plus Fund ได้ถูกคัดเลือกมาเฉพาะส่วนที่สำคัญและจัดแปลมาจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ ดังนั้น ในกรณีที่มีความแตกต่างหรือไม่สอดคล้องกับต้นฉบับภาษาอังกฤษ ให้ถือตามต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นเกณฑ์ (2) ในกรณีที่กองทุนหลักมีการแก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการซึ่งบริษัทจัดการเห็นว่าไม่มีนัยสำคัญ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะแก้ไขเพิ่มเติมโครงการให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของกองทุนหลัก โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว
Investment policy as filed with SEC Thailand.
actual = what the AMC currently charges · max = prospectus ceiling (no actual reported). Annual fees aren’t additive with one-time fees.