TOP 11 VIETNAM FUND
DAOL INVESTMENT MANAGEMENT COMPANY LIMITED · Equity
✨Invests primarily in large-cap equities listed on Vietnam's stock exchanges, focusing on 11 liquid securities with at least 80% net exposure annually.
1. กองทุนมีนโยบายลงทุนในตราสารทุนและ/หรือหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับตราสารทุนของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ประเทศเวียดนาม ได้แก่ ตลาดหลักทรัพย์โฮจิมินห์ (Ho Chi Minh Stock Exchange : HOSE) หรือตลาดหลักทรัพย์อื่นในประเทศเวียดนาม โดยมุ่งเน้นลงทุนในหลักทรัพย์ของบริษัทที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) ขนาดใหญ่ และมีสภาพคล่อง 11 หลักทรัพย์ กองทุนจะมีการลงทุนที่ส่งผลให้มี Net Exposure ในตราสารทุนดังกล่าวโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนในสกุลเงินเวียดนามดอง (Vietnamese Dong) กระบวนการคัดเลือกหุ้น ผู้จัดการกองทุนจะดำเนินการคัดเลือกหุ้นตามขั้นตอน ดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 : คัดเลือกหุ้นของบริษัทที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์โฮจิมินห์ (Ho Chi Minh Stock Exchange: HOSE) หรือตลาดหลักทรัพย์อื่นในประเทศเวียดนาม ขั้นตอนที่ 2 : จากรายชื่อในขั้นตอนที่ 1 จะพิจารณาเลือกหุ้นของบริษัทที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) ขนาดใหญ่ โดยมีเงื่อนไข คือ ต้องไม่เป็นหลักทรัพย์ที่เป็นรัฐวิสาหกิจ (State-Owned Enterprise: SOE) โดยนิยาม SOE หมายถึง บริษัทที่รัฐบาลเวียดนามถือหุ้น หรือรัฐบาลมีอำนาจควบคุมกิจการอย่างมีนัยสำคัญซึ่งพิจารณาจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ และดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ขั้นตอนที่ 3 : หุ้นที่ผ่านการคัดเลือกในขั้นตอนที่ 2 จะถูกคัดต่อโดยพิจารณาสภาพคล่อง จากมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน (Average Daily Turnover) เทียบกับขนาดของกองทุน ขั้นตอนที่ 4 : เมื่อผ่านเกณฑ์ข้างต้นแล้ว ผู้จัดการกองทุนจะคัดเลือกหุ้นเพื่อการลงทุนจำนวน 11 หลักทรัพย์ โดย • เลือกจากหุ้นของบริษัทที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) สูงสุดตามลำดับ • คัดเลือกหุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกันไม่เกิน 5 หลักทรัพย์ • จัดสรรสัดส่วนการลงทุนให้ใกล้เคียงกันในแต่ละหลักทรัพย์ • อาจกำหนดหลักทรัพย์สำรองประมาณ 5 หลักทรัพย์ เพื่อรองรับกรณีที่บางหลักทรัพย์ไม่สามารถลงทุนได้หรือไม่เหมาะสม เช่น สภาพคล่องของหลักทรัพย์ลดลงเมื่อเทียบกับขนาดกองทุน จนอาจทำให้การซื้อขายกระทบราคาอย่างมีนัยสำคัญ หรือ เกิดเหตุการณ์ที่มีผลต่อการซื้อขายของหลักทรัพย์ เช่น ถูกจำกัดหรือพักการซื้อขาย หรือมีความผันผวนผิดปกติจากเหตุการณ์สำคัญของบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ เป็นต้น การปรับสมดุลของสัดส่วนน้ำหนักการลงทุน (Rebalance) และการปรับรายชื่อหลักทรัพย์ บริษัทจัดการจะปรับสมดุลของสัดส่วนน้ำหนักการลงทุนและปรับรายชื่อหลักทรัพย์ อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง ทั้งนี้ ในบางช่วงเวลา กองทุนอาจถือครองหลักทรัพย์มากกว่าหรือน้อยกว่า 11 หลักทรัพย์ได้ เช่น อยู่ระหว่างการปรับรายชื่อหลักทรัพย์ หรือมีเหตุจำเป็นเพื่อให้สอดคล้องกับการบริหารจัดการกองทุนอย่างเหมาะสม บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะปรับรายชื่อหลักทรัพย์ของบริษัทใดบริษัทหนึ่งหรือหลายบริษัทออกจากรายชื่อหลักทรัพย์ที่กองทุนลงทุนอยู่ได้ หากมีเหตุการณ์หรือข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้ (ทั้งที่เกิดขึ้นแล้วหรือคาดว่าจะเกิดขึ้น) ซึ่งบริษัทจัดการประเมินว่าอาจส่งผลกระทบทางลบต่อราคาอย่างมีนัยสำคัญ ที่จะทำให้ราคาหลักทรัพย์นั้นมีแนวโน้มปรับลดลงมาก ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวอาจทำให้การลงทุนของกองทุนไม่เป็นไปตามเกณฑ์การคัดเลือกข้างต้น ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะดำเนินการโดยถือประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ ในกรณีที่บริษัทจัดการพิจารณาแล้วเห็นว่าหลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกหลักทรัพย์ ความถี่ในการปรับสมดุลของสัดส่วนน้ำหนักการลงทุน (Rebalance) และการปรับรายชื่อหลักทรัพย์ที่กำหนดไว้ข้างต้นไม่เพียงพอ และ/หรือไม่เหมาะสมกับสถานการณ์การลงทุน ณ ขณะใดแล้ว บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะปรับปรุงหลักเกณฑ์ดังกล่าว โดยเป็นไปในลักษณะที่ไม่ด้อยกว่าหลักเกณฑ์เดิมที่กำหนด เช่น เพิ่มความถี่ในการปรับสมดุลในสัดส่วนน้ำหนักการลงทุน (Rebalance) และ/หรือปรับรายชื่อหลักทรัพย์เพื่อลงทุน และ/หรือเพิ่มเกณฑ์ วิเคราะห์มูลค่า (Valuation) และ/หรือทิศทางการเคลื่อนไหวของราคาเป็นเงื่อนไข โดยถือประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะแจ้งรายละเอียด หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกหลักทรัพย์ ให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 วันทำการ ผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ 2. ในส่วนที่เหลือ กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในตราสารทุน และ/หรือตราสารหนี้ และ/หรือตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน และ/หรือตราสารทางการเงิน และ/หรือเงินฝาก และ/หรือหน่วย CIS และ/หรือหน่วยลงทุนกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์/REITs และ/หรือหน่วยลงทุนกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน และ/หรือหน่วยลงทุนกองทุนสินค้าโภคภัณฑ์ และ/หรือกองทุนอีทีเอฟ ( ETF) และ/หรือหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นใดตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. และ/หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนดหรือให้ความเห็นชอบให้ลงทุนเพิ่มเติมได้ในอนาคต โดยจะลงทุนทั้งในประเทศ และ/หรือต่างประเทศ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือคณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนดให้ลงทุนได้ 3. กองทุนจะไม่ลงทุนในตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) และตราสารทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) รวมถึงตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) ตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือผู้ออก (Issue/Issuer) ต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-Investment Grade) 4. กองทุนจะไม่ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) และเพื่อป้องกันความเสี่ยง (Hedging) และกองทุนจะไม่ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ดังนั้น กองทุนจึงอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนจากการที่กองทุนนำเงินบาทไปลงทุน ซึ่งทำให้ผู้ลงทุนอาจจะขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ 5. กองทุนอาจเข้าทำธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (reverse repo) หรือ ธุรกรรมประเภทการให้ยืมหลักทรัพย์ (securities lending) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด 6. บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตเป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุนประเภท Fund of Funds หรือ กองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund) หรือเปลี่ยนกลับมาเป็นลงทุนโดยตรงในตราสาร และ/หรือหลักทรัพย์ต่างประเทศ โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (Risk Spectrum) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวให้เป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน โดยขึ้นกับสถานการณ์ตลาด และเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน โดยผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ หรือช่องทางอื่นใดที่บริษัทจัดการกำหนด ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงประเภทกองทุนดังกล่าว 7. ในกรณีที่การลงทุนของกองทุนรวมไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน ให้บริษัทจัดการดำเนินการแก้ไขสัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวมให้เป็นไปตามนโยบายการลงทุนภายใน 90 วันนับแต่วันที่สัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวมไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุน เว้นแต่บริษัทจัดการจะได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนให้เปลี่ยนแปลงประเภทของกองทุนรวมภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ทั้งนี้ ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวมตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้ รวมด้วยก็ได้ ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ 7.1 ช่วงระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม 7.2 ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนครบอายุโครงการหรือก่อนเลิกกองทุนรวม 7.3 ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกิน 10 วันทำการ อนึ่ง บริษัทอาจมีการลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมภายใต้การจัดการของบริษัทเพื่อเป็นทรัพย์สินของบริษัท ทั้งนี้ ในการลงทุนดังกล่าวบริษัทจะดำเนินการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงาน ก.ล.ต. กำหนด
Investment policy as filed with SEC Thailand.
Actual charged, per year
actual = what the AMC currently charges · max = prospectus ceiling (no actual reported). Annual fees aren’t additive with one-time fees.