SCB US Sustainable Core Focus Equity USD
SCB ASSET MANAGEMENT COMPANY LIMITED · Equity
↳ Invests in BlackRock Advantage US Equity Fund · ไอร์แลนด์
✨Invests primarily in the BlackRock Advantage US Equity Fund, focusing on U.S. equities and equity-related instruments with a sustainable investment approach.
กองทุนมีนโยบายเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว (Feeder Fund) ได้แก่ BlackRock Advantage US Equity Fund (กองทุนหลัก) ชนิดหน่วยลงทุน (share class) D USD Acc ซึ่งเป็น Sub Fund ของกองทุน BlackRock Funds I ICAV บริหารจัดการโดย BlackRock Asset Management Ireland Limited ทั้งนี้ กองทุนหลักมีคุณสมบัติเป็นไปตาม The Irish Collective Asset-management Vehicles (ICAV) ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของ Undertaking for Collective Investment in Transferable Securities (UCITS) ภายใต้กฎหมายของประเทศไอร์แลนด์ กองทุนหลักมีวัตถุประสงค์การลงทุนเพื่อเพิ่มมูลค่าของเงินลงทุนในระยะยาว โดยมุ่งเน้นการลงทุนที่สอดคล้องกับหลักการลงทุนอย่างยั่งยืน โดยจะลงทุนไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิในตราสารทุนและตราสารที่เกี่ยวข้องกับตราสารทุน (equity related instruments) (ซึ่งได้แก่ total return swaps และฟิวเจอร์ส (futures)) ของบริษัทที่จัดตั้ง จดทะเบียน หรือดำเนินธุรกิจหลักในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยตราสารดังกล่าวจะจดทะเบียนหรือซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ที่ได้รับการกำกับดูแล ทั้งนี้ กองทุนหลักไม่ได้เน้นลงทุนในหมวดอุตสาหกรรมใดเป็นการเฉพาะ อนึ่ง กองทุนหลักมีวัตถุประสงค์การลงทุนอย่างยั่งยืนเป็นไปตาม Article 8 ภายใต้ EU Sustainable Finance Disclosure Regulation (SFDR) กองทุนมี net exposure ในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศดังกล่าวโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และมีการลงทุนที่ส่งผลให้มี net exposure ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ส่วนที่เหลือ บริษัทจัดการอาจลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารทุน ตราสารหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน และ/หรือเงินฝาก และ/หรือบัตรเงินฝากทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศ รวมถึงอาจมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์อื่นหรือทรัพย์สินอื่น และ/หรือหาดอกผลโดยวิธีการอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด หรือเห็นชอบให้กองทุนลงทุนได้ กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) ที่มี underlying เป็นหุ้น และ/หรืออัตราแลกเปลี่ยน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient portfolio management) และ/หรือการบริหารความเสี่ยง เพื่อให้สามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนได้เพิ่มขึ้น และ/หรือลดค่าใช้จ่ายของกองทุน รวมทั้งอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการลงทุน เช่น การทำสัญญาสวอปและ/หรือสัญญาฟอร์เวิร์ดที่อ้างอิงกับอัตราแลกเปลี่ยน ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนดหรือให้ความเห็นชอบ ในกรณีที่กองทุนลงทุนในตราสารที่เป็นสกุลเงินอื่นนอกเหนือจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอเมริกา กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging) ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน (dynamic hedging) ซึ่งสามารถมีอัตราส่วนการป้องกันความเสี่ยงได้ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนแต่ไม่เกินร้อยละ 105 ของมูลค่าความเสี่ยงที่มีอยู่ โดยผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาจากปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เช่น ปัจจัยทางเศรษฐกิจ การเงิน การคลัง เป็นต้น เพื่อคาดการณ์ทิศทางอัตราแลกเปลี่ยน การลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) อาจมีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงราคาของหลักทรัพย์อ้างอิงที่เคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้ามกับที่คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้ราคาของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสําคัญ และ/หรือกองทุนอาจมีความเสี่ยงจากการที่คู่สัญญาไม่สามารถปฏิบัติตามข้อตกลงที่ระบุไว้ในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เนื่องจากมีภาระความเสี่ยงจากการเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมาก จนไม่สามารถปฏิบัติตามภาระผูกพันที่ตกลงไว้ได้ อย่างไรก็ดี ในส่วนของแนวทางการบริหารเพื่อลดความเสี่ยงดังกล่าว บริษัทจัดการจะคาดการณ์และศึกษาวิเคราะห์ตัวแปรอ้างอิงของตราสารอย่างรอบคอบ รวมทั้งติดตามสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงที่อาจมีผลกระทบต่อราคา และปรับเปลี่ยนสถานการณ์ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าให้เหมาะสมกับสภาวะตลาดในขณะนั้น รวมถึงบริษัทจัดการจะพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้ากับคู่สัญญาที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในระดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) ทั้งนี้ การลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า บริษัทจัดการจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของกองทุนและผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) และตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) ตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) ตราสารทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted) รวมถึงอาจทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด ทั้งนี้ ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วยก็ได้ โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ 1. 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียน 2. 30 วันก่อนครบอายุโครงการหรือก่อนเลิกกองทุนรวม 3. ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ กองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวม หรือกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (กอง1) หรือทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) หรือกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (infra) ซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการในสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยการลงทุนในหน่วยลงทุนดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนของกองทุนซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด ทั้งนี้ กองทุนปลายทางไม่สามารถลงทุนย้อนกลับในกองทุนต้นทาง (circle investment) และกองทุนปลายทางจะไม่ลงทุนต่อในกองทุนอื่นภายใต้บริษัทจัดการเดียวกัน (cascade investment) เกินกว่า 1 ทอด อนึ่ง ในกรณีที่กองทุนปลายทางมีการขอมติ ห้ามมิให้กองทุนต้นทางลงมติให้กองทุนปลายทาง อนึ่ง หากในกรณีที่การลงทุนในกองทุนหลักนี้ไม่เหมาะสมอีกต่อไป โดยอาจสืบเนื่องจากการได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ต่าง ๆ หรือมีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขอื่นๆ ของกองทุนหลักนี้ เช่น การเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุน ลักษณะกองทุน อัตราค่าธรรมเนียม การลงทุนหรือมีไว้ซึ่งทรัพย์สินอื่นใดที่ขัดต่อหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด หรือผลตอบแทน/ผลการดำเนินงานของกองทุนต่างประเทศต่ำกว่าผลตอบแทน/ผลการดำเนินงานของกองทุนอื่น ๆ ที่มีนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกัน หรือติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน หรือขนาดของกองทุนต่างประเทศลดลง จนอาจมีผลกระทบต่อกองทุน หรือการลงทุนของกองทุนต่างประเทศไม่เป็นไปตามหนังสือชี้ชวนหรือโครงการ หรือเมื่อกองทุนต่างประเทศกระทำความผิดตามความเห็นของหน่วยงานที่กำกับดูแลกองทุนต่างประเทศ หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบหรือสิ่งอื่นใดที่ส่งผลต่อการดำเนินงานของกองทุนในฐานะผู้ลงทุน หรือการเปลี่ยนแปลงอื่นใดที่อาจส่งผลกระทบหรืออาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อกองทุน กล่าวคือ ในกรณีที่เกิดการเปลี่ยนแปลงซึ่งอาจมีผลต่อกองทุนหลัก และ/หรือบริษัทจัดการ หรือในกรณีที่มีกองทุนอื่นที่มีนโยบายใกล้เคียงกัน และบริษัทเห็นว่าการย้ายไปลงทุนในกองทุนดังกล่าวเป็นผลดีต่อผลการดำเนินงานโดยรวมของกองทุนหรือเอื้อประโยชน์ต่อการลงทุนในต่างประเทศของกองทุน และเป็นผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุน บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะพิจารณาเปลี่ยนแปลงกองทุนรวมต่างประเทศหรือกองทุนหลักเป็นกองทุนต่างประเทศอื่นได้ตามดุลยพินิจของบริษัทจัดการ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะไม่ขัดกับวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุนของกองทุน หรือขอสงวนสิทธิที่จะยกเลิกกองทุน ทั้งนี้ กรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงกองทุนหลักดังกล่าว หรือกรณีที่กองทุนหลักมีการเปลี่ยนชื่อ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิขอความเห็นชอบแก้ไขโครงการต่อสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. เพื่อเปลี่ยนชื่อกองทุนให้สอดคล้องกับกองทุนหลัก อีกทั้ง บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการพิจารณาเปลี่ยนแปลงชนิดของหน่วยลงทุน (class) รวมถึงเปลี่ยนแปลงสกุลเงินลงทุนเป็นสกุลเงินอื่นใดนอกเหนือจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) หรือเปลี่ยนแปลงการซื้อขายในประเทศอื่นใดนอกเหนือจากประเทศไอร์แลนด์ ตามดุลยพินิจของบริษัทจัดการในภายหลังได้ โดยถือว่าได้รับมติจากผู้ถือหน่วยแล้ว ซึ่งบริษัทจัดการจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะแจ้งการเปลี่ยนแปลงและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้า โดยจะดำเนินการด้วยวิธีการใด ๆ เพื่อให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบข้อมูลดังกล่าวในช่องทางที่เข้าถึงได้ง่ายและทั่วถึง และภายในเวลาที่ผู้ถือหน่วยลงทุนสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลในการตัดสินใจลงทุนได้ ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงหรือก่อนทำการลงทุนดังกล่าว กรณีการลงทุนของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์มีลักษณะครบถ้วนตาม 1 และ 2 ให้ บลจ. ดำเนินการตาม 3 1. ฐานะการลงทุนสุทธิของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ (1) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี < 80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ หรือ (2) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ≥ 80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์โดยกองทุนต่างประเทศไม่มีวัตถุประสงค์การลงทุนในทำนองเดียวกับกองทุนดัชนีหรือ ETF 2. NAV ของกองทุนปลายทาง มีการลดลงในลักษณะดังนี้ (1) NAV ณ วันใดวันหนึ่งลดลง > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง หรือ (2) ยอดรวมของ NAV ลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกันคิดเป็นจำนวน > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง 3. รายละเอียดการดำเนินการ การดำเนินการ ระยะเวลาดำเนินการ 1. แจ้งเหตุที่กองทุนปลายทางมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการของบริษัทจัดการให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และผู้ถือหน่วยลงทุนทราบ (แนวทางการดำเนินการดังกล่าวจะคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยโดยรวม) ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ 2. เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการตามข้อ 1. ต่อผู้ลงทุนทั่วไป (ดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวด้วย) พร้อมข้อ 1. 3. ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินการตามข้อ 1. ภายใน 60 วันนับแต่วันที่มี การเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ 4. รายงานผลการดำเนินการตามข้อ 3. ให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ทราบ ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการตามข้อ 3. แล้วเสร็จ ในการโอนย้ายหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนไปยังกองทุนต่างประเทศอื่นข้างต้น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการพิจารณาดำเนินการครั้งเดียวหรือหลายครั้งก็ได้ โดยการทยอยโอนย้ายเงินลงทุนอาจส่งผลให้ช่วงระยะเวลาดังกล่าว กองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศมากกว่า 1 กองทุน ตามที่ระบุไว้ในโครงการข้างต้น อย่างไรก็ตาม หากบริษัทจัดการไม่สามารถลงทุนในกองทุนอื่นใดที่มีนโยบายสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ บริษัทจัดการอาจพิจารณาดำเนินการขอมติผู้ถือหน่วยลงทุนเพื่อเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุน หรือดำเนินการยกเลิกโครงการจัดการกองทุนรวมได้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตเป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds) หรือกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในตราสาร และ/หรือหลักทรัพย์ต่างประเทศ หรือสามารถกลับมาเป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund) ได้ โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (risk profile) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตลาด โดยเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงประเภทกองทุนดังกล่าว โดยประกาศผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ และเว็บไซต์ของผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (ถ้ามี) ในกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ให้ความเห็นชอบหรือมีประกาศแก้ไขหรือเพิ่มเติมประเภทหรือลักษณะหรืออัตราส่วนการลงทุนของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะพิจารณาเปลี่ยนแปลงประเภทหรือลักษณะหรืออัตราส่วนการลงทุนให้เป็นไปตามประกาศฯ ฉบับใหม่ โดยถือว่าได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ข้อมูลทั่วไปของ BlackRock Advantage US Equity Fund (กองทุนหลัก) (แหล่งที่มาของข้อมูล : หนังสือชี้ชวนกองทุนหลัก ข้อมูล ณ วันที่ 13 ตุลาคม 2568) ลักษณะทั่วไปของกองทุนหลัก ชื่อกองทุนหลัก BlackRock Advantage US Equity Fund ชนิดหน่วยลงทุนที่ลงทุน D USD Acc วัตถุประสงค์การลงทุน กองทุนหลักมีวัตถุประสงค์การลงทุนเพื่อเพิ่มมูลค่าของเงินลงทุนในระยะยาว โดยมุ่งเน้นการลงทุนที่สอดคล้องกับหลักการลงทุนอย่างยั่งยืน นโยบายการลงทุน กองทุนหลักจะลงทุนไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิในตราสารทุนและตราสารที่เกี่ยวข้องกับตราสารทุน (equity related instruments) (ซึ่งได้แก่ total return swaps และฟิวเจอร์ส (futures)) ของบริษัทที่จัดตั้ง จดทะเบียน หรือดำเนินธุรกิจหลักในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยตราสารดังกล่าวจะจดทะเบียนหรือซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ที่ได้รับการกำกับดูแล ทั้งนี้ กองทุนหลักไม่ได้เน้นลงทุนในหมวดอุตสาหกรรมใดเป็นการเฉพาะ กองทุนหลักจะใช้แบบจำลองเชิงปริมาณ (quantitative models) (เช่น แบบจำลองทางคณิตศาสตร์ หรือแบบจำลองทางสถิติ) ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้จัดการลงทุน เพื่อประกอบการคัดเลือกหุ้นอย่างเป็นระบบ (systematic approach) ทั้งนี้ แบบจำลองดังกล่าวจะคัดเลือกหุ้นจากกรอบการลงทุน (ซึ่งผ่านการคัดกรองด้าน ESG แล้ว) และนำมาจัดอันดับผ่านการพิจารณาลักษณะต่างๆ ซึ่งประกอบด้วย - หมวดหมู่ปัจจัยพื้นฐานของบริษัท (Company Fundamentals) - หมวดหมู่ความเชื่อมั่นของตลาด (Market Sentiment) - หมวดหมู่ธีมเศรษฐกิจระดับมหภาค (Macro-economic Themes) และ - หมวดหมู่ปัจจัยด้าน ESG (ESG Characteristics) โดยผู้จัดการลงทุนจะกำหนดน้ำหนักแต่ละหมวดหมู่ภายในแบบจำลองดังกล่าว ซึ่งพิจารณาจากผลการดำเนินงาน ความผันผวน correlation และ turnover ภายในแต่ละแบบจำลอง ดังนี้ 1. Company Fundamentals: กองทุนหลักจะใช้วิธีการประเมินคุณลักษณะของหุ้น เช่น การประเมินมูลค่า (relative valuation) ความแข็งแกร่งของรายได้ (strength of earnings) คุณภาพของงบดุล (quality of balance sheet) และแนวโน้มของกระแสเงินสด (cashflow trends) 2. Market Sentiment: กองทุนหลักจะใช้วิธีการประเมินปัจจัยต่างๆ เช่น มุมมองของผู้ที่เกี่ยวข้องในตลาด (เช่น นักวิเคราะห์ฝ่ายขาย นักลงทุนรายอื่น และทีมผู้บริหารของบริษัท) ตลอดจนแนวโน้มของบริษัทที่เกี่ยวข้อง 3. Macro-economic Themes: กองทุนหลักจะใช้วิธีการจัดพอร์ตการลงทุนโดยคำนึงถึงอุตสาหกรรมและสไตล์ (เช่น หุ้นคุณค่า โมเมนตัม และคุณภาพ) ที่เหมาะสมที่สุดกับภาวะเศรษฐกิจมหภาค 4. ESG Characteristics: แบ่งออกเป็นหมวดหมู่ย่อย เช่น การลดความเสี่ยง (โดยระบุบริษัทที่มีข้อโต้แย้ง คดีความ การฟ้องร้อง หรือข้อกังวลเกี่ยวกับจำนวนเงินภาษีที่จ่าย เป็นจำนวนมาก) ทรัพยากรมนุษย์ (โดยระบุบริษัทที่มีฐานพนักงานที่หลากหลายและมีการจ้างงานที่เป็นธรรม) การเปลี่ยนผ่านด้านสิ่งแวดล้อม (โดยวัดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของบริษัท ความเข้มปริมาณน้ำใช้ (Water Intensity) และนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม) และผลกระทบทางสังคม (โดยระบุบริษัทที่ต้องการแก้ไขปัญหาสังคมและภาระของโรค) ทั้งนี้ ข้อมูลด้าน ESG ยังรวมอยู่ในแบบจำลองเชิงปริมาณทั้งหมดข้างต้นด้วย แบบจำลองเชิงปริมาณข้างต้น ผสานกับเครื่องมือการสร้างพอร์ตการลงทุนแบบอัตโนมัติซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้จัดการลงทุนจะสามารถคัดเลือกหุ้นเข้ามาเป็นส่วน ประกอบของพอร์ตการลงทุนของกองทุนหลัก โดยจะคัดหุ้นที่ขัดแย้งกับนโยบายด้าน ESG ของกองทุนหลักออก และแทนที่ด้วยหุ้นที่อยู่ในกรอบการลงทุนเดียวกันที่มีผลตอบแทนที่คาดหวัง (expected return) ใกล้เคียงกัน ทั้งนี้ ผู้จัดการลงทุนจะตรวจสอบสัดส่วนการลงทุนที่สร้างโดยเครื่องมือการสร้างพอร์ตการลงทุนก่อนที่จะทำการซื้อขายหุ้น เพื่อเปรียบเทียบกับหมวดหมู่ดังกล่าวข้างต้น รวมทั้งพิจารณาผลกระทบจากข้อมูลที่มีการเปิดเผยต่อสาธารณะที่มีผลต่อสถานะของหุ้น เช่น การประกาศการควบรวมและซื้อกิจการ การฟ้องร้อง หรือการเปลี่ยนแปลงฝ่ายบริหารระดับสูงของบริษัท ทั้งนี้ กองทุนหลักอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนอื่น (CIS) และกองทุนอีทีเอฟได้ไม่เกินร้อยละ 10 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก กองทุนหลักอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการลงทุนโดยตรงหรือเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน นอกจากนี้ กองทุนหลักอาจเข้าทำธุรกรรมสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เช่น total return swaps ฟิวเจอร์ส และออปชั่นในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าและสัญญาแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์การลงทุนของกองทุนหลักและเพื่อการลงทุนในตราสารทุนตามที่ระบุไว้ข้างต้น ทั้งนี้ สินทรัพย์อ้างอิงของ total return swaps ที่กองทุนหลักลงทุน (ถ้ามี) จะเป็นหลักทรัพย์ ตะกร้าของหลักทรัพย์ หรือดัชนีใดๆ ที่สอดคล้องกับนโยบายการลงทุนของกองทุนหลัก ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงดัชนีหุ้นที่มีส่วนประกอบเป็นหลักทรัพย์ของบริษัทที่จัดตั้ง จดทะเบียน หรือดำเนินธุรกิจหลักในประเทศสหรัฐอเมริกา กองทุนหลักไม่มีวัตถุประสงค์ในการทำ leverage อย่างไรก็ดี กองทุนหลักอาจมี leverage ได้หากมีการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยสัดส่วนของ leverage ดังกล่าวจะไม่เกินร้อยละ 30 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก กองทุนหลักอาจลงทุนไม่เกินร้อยละ 10 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลักในตราสารหนี้ที่ซื้อขายนอกตลาด (OTC) หรือ ตราสารหนี้ที่จดทะเบียนหรือซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ที่ได้รับการกำกับดูแล โดยต้องมีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในระดับที่สามารถลงทุนได้ (investment grade) หรือระดับอื่นใดที่ผู้จัดการลงทุนพิจารณาว่าเทียบเท่าระดับดังกล่าว ซึ่งออกโดยบริษัทเอกชนหรือรัฐบาล และมีอัตราดอกเบี้ยคงที่หรือลอยตัว นอกจากนี้ กองทุนหลักอาจลงทุนไม่เกินร้อยละ 10 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลักในเงินสดและเงินฝาก หน่วยงานและประเทศที่กำกับดูแล Central Bank of Ireland ประเทศไอร์แลนด์ วันจัดตั้งกองทุนและวันเริ่มต้น class 4 มิถุนายน 2561 อายุโครงการ ไม่กำหนด สกุลเงิน (Base Currency) สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) นโยบายการจ่ายเงินปันผล ไม่จ่าย วันทำการซื้อขายหน่วยลงทุน ทุกวันทำการ ISIN IE00BFZP7V49 Bloomberg Ticker BRAUDUA ดัชนีชี้วัด/อ้างอิง MSCI USA Index Management Company BlackRock Asset Management Ireland Limited Investment Manager BlackRock Investment Management (UK) Limited เว็บไซต์ข้อมูลกองทุนหลัก https://www.blackrock.com/uk/individual/products/297203/blackrock-advantage-us-equity-fund ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ ของกองทุนหลัก Ongoing Charge เรียกเก็บจริงในอัตราร้อยละ 0.30 (ข้อมูล ณ เดือนพฤศจิกายน 2568) Performance Fee ไม่มี การเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนของกองทุนเพิ่มเติม กองทุนรวมนี้เป็นกองทุนรวมเพื่อความยั่งยืน (SRI Fund) ประเภท SRI Promote ซึ่งส่งเสริมลักษณะด้านสิ่งแวดล้อมหรือสังคมผ่านการนำปัจจัย ESG มาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการลงทุน ทั้งนี้ กองทุนรวมนี้ไม่มีวัตถุประสงค์การลงทุนอย่างยั่งยืนโดยตรง หลักเกณฑ์การพิจารณาหลักทรัพย์ กองทุนหลักอยู่ภายใต้ Article 8 ของ EU Sustainable Finance Disclosure Regulation (SFDR) โดยกองทุนหลักจะใช้เครื่องมือการสร้างพอร์ตการลงทุนแบบอัตโนมัติ ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของกองทุนหลักในการพิจารณาปัจจัยทั้ง 4 ด้าน ดังต่อไปนี้ เพื่อคัดเลือกหุ้นเข้าพอร์ตการลงทุน 1. ปัจจัยพื้นฐานของบริษัท (Company Fundamentals): กองทุนหลักจะประเมินคุณลักษณะของหุ้น โดยพิจารณาจากการประเมินมูลค่า (relative valuation) ความแข็งแกร่งของรายได้ (strength of earnings) คุณภาพของงบดุล (quality of balance sheet) และแนวโน้มของกระแสเงินสด (cashflow trends) 2. ความเชื่อมั่นของตลาด (Market Sentiment): กองทุนหลักจะประเมินมุมมองของผู้ที่เกี่ยวข้องในตลาด (เช่น นักวิเคราะห์ฝ่ายขาย และทีมผู้บริหารของบริษัท) ตลอดจนแนวโน้มของบริษัทที่เกี่ยวข้อง 3. ธีมเศรษฐกิจระดับมหภาค (Macro-economic Themes): กองทุนหลักจะจัดพอร์ตการลงทุนโดยคำนึงถึงอุตสาหกรรมและรูปแบบการลงทุน (เช่น หุ้นคุณค่า หุ้นเติบโต โมเมนตัม และหุ้นคุณภาพ) ที่เหมาะสมที่สุดกับสภาวะเศรษฐกิจระดับมหภาค 4. คุณลักษณะด้าน ESG (ESG Characteristics): กองทุนหลักใช้ข้อมูลเชิงคุณภาพเพื่อพิจารณาในด้านการลดความเสี่ยง ทรัพยากรมนุษย์ ผลกระทบทางสังคม และการเปลี่ยนผ่านด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ พอร์ตการลงทุนของกองทุนหลักจะประกอบด้วยหุ้นจำนวน 100 - 350 หลักทรัพย์ เพื่อกระจายการลงทุนและบริหารความเสี่ยง โดยมุ่งหวังสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่าดัชนีชี้วัด และยังคงสอดคล้องกับวัตถุประสงค์การลงทุนด้าน ESG โดยผู้จัดการกองทุนหลักจะทบทวนและปรับพอร์ตอย่างสม่ำเสมอเมื่อมีข้อมูลเชิงลึกใหม่ ๆ ที่ได้จากโมเดลการลงทุน โดยพอร์ตการลงทุนของกองทุนหลักต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขการลงทุนตามนโยบายด้าน ESG ประกอบด้วย: 1. กองทุนหลักจะลงทุนไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ในการลงทุนยั่งยืน 2. พอร์ตการลงทุนของกองทุนหลักมีคะแนน ESG เฉลี่ยถ่วงน้ำหนักสูงกว่าดัชนีชี้วัด ภายหลังจากคัดหลักทรัพย์อย่างน้อยร้อยละ 20 ที่มีอันดับต่ำที่สุดของดัชนีชี้วัดออกก่อนนำมาเปรียบเทียบ 3. กองทุนหลักมีเป้าหมายลดความเข้มข้นของการปล่อยก๊าซคาร์บอนลงประมาณร้อยละ 30 - 50 เมื่อเทียบกับดัชนีชี้วัด 4. กองทุนหลักคัดเลือกหลักทรัพย์ด้วยวิธี BlackRock EMEA Baseline Screens 5. ผู้ออกหลักทรัพย์ในพอร์ตที่กองทุนหลักลงทุนไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ต้องได้รับการจัดอันดับด้าน ESG หรือได้รับการวิเคราะห์เพื่อวัตถุประสงค์ด้าน ESG (ยกเว้นกองทุนรวมตลาดเงิน) เป้าหมายด้านความยั่งยืน เป้าหมายด้านความยั่งยืนของกองทุนหลักมีดังนี้ • พอร์ตการลงทุนของกองทุนหลักมีคะแนน ESG เฉลี่ยถ่วงน้ำหนักสูงกว่าดัชนีชี้วัด ภายหลังจากคัดหลักทรัพย์อย่างน้อยร้อยละ 20 ที่มีอันดับต่ำที่สุดของดัชนีชี้วัดออกก่อนนำมาเปรียบเทียบ • กองทุนหลักมีเป้าหมายลดความเข้มข้นของการปล่อยก๊าซคาร์บอนลงประมาณร้อยละ 30 - 50 เมื่อเทียบกับดัชนีชี้วัด โดยวัดจากการปล่อยก๊าซคาร์บอนต่อยอดขายทุก ๆ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ • กองทุนหลักส่งเสริมลักษณะด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม โดยแม้กองทุนหลักจะไม่มีวัตถุประสงค์การลงทุนอย่างยั่งยืน แต่กองทุนหลักจะมีสัดส่วนการลงทุนอย่างยั่งยืนอย่างน้อยร้อยละ 20 ทั้งนี้ การลงทุนอย่างยั่งยืนต้องไม่ก่อให้เกิดผลกระทบที่รุนแรง (Do No Significant Harm: DNSH) ตามที่กฎหมายกำหนดและเป็นไปตามกระบวนการภายในของบริษัทจัดการกองทุนหลัก • กองทุนหลักคัดเลือกหลักทรัพย์ด้วยวิธี BlackRock EMEA Baseline Screens เพื่อหลีกเลี่ยงการลงทุนที่มีผลกระทบทางลบต่อสิ่งแวดล้อม • กองทุนหลักใช้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยมีการประเมินผู้ออกหลักทรัพย์ครอบคลุม 4 ด้าน ได้แก่ โครงสร้างการบริหารจัดการที่ดี ความสัมพันธ์กับพนักงาน การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน และการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านภาษี • กองทุนหลักมีการพิจารณาผลกระทบทางลบ (Principal Adverse Impacts: PAIs) ต่อปัจจัยความยั่งยืนผ่านการคัดเลือกหลักทรัพย์ด้วยวิธี BlackRock EMEA Baseline Screens และการตั้งเป้าหมายลดคาร์บอน กรอบการลงทุน (Investment Universe) กรอบการลงทุนของกองทุน คือ หน่วยลงทุนของกองทุนหลัก BlackRock Advantage US Equity Fund ส่วนกรอบการลงทุนของกองทุนหลักจะคัดเลือกหุ้นของบริษัทที่จัดตั้ง จดทะเบียน หรือดำเนินธุรกิจหลักในประเทศสหรัฐอเมริกาด้วยวิธี quantitative approach โดยไม่ได้เน้นลงทุนในหมวดอุตสาหกรรมใดเป็นการเฉพาะ และนำมาจัดอันดับผ่านการพิจารณาใน 4 ด้าน ได้แก่ ปัจจัยพื้นฐานของบริษัท (Company Fundamentals) ความเชื่อมั่นของตลาด (Market Sentiment) ธีมเศรษฐกิจระดับมหภาค (Macro-economic Themes) และคุณลักษณะด้าน ESG (ESG Characteristics) โดยจะกำหนดน้ำหนักในแต่ละด้านจากการประเมินผลตอบแทน ความเสี่ยง ความสัมพันธ์ (Correlation) และอัตราการเปลี่ยนแปลง (Turnover) ภายในแบบจำลองการลงทุน ทั้งนี้ กองทุนหลักกำหนดให้ผู้ออกหลักทรัพย์ในพอร์ตที่กองทุนหลักลงทุนไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ต้องได้รับการจัดอันดับด้าน ESG หรือได้รับการวิเคราะห์เพื่อวัตถุประสงค์ด้าน ESG ซึ่งสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนของ SRI Promote ที่เน้นลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่ส่งเสริมลักษณะด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือสังคม (Social) หรือความยั่งยืน (“ESG”) โดยมีการนำปัจจัยด้าน ESG มาเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การลงทุน กลยุทธ์การลงทุน กองทุนหลักมีการใช้กระบวนการลงทุนอย่างเป็นระบบ (systematic investment process) ในการผสานเป้าหมายด้านความยั่งยืน (integration of sustainability considerations) เพื่อปรับใช้วัตถุประสงค์ด้าน ESG ที่หลากหลายตามความต้องการของลูกค้า โดยไม่กระทบต่อความเสี่ยงและผลตอบแทนของพอร์ตการลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ โดยการใช้กลยุทธ์ ESG integration มีขั้นตอนดังนี้ 1. Align กองทุนหลักคัดเลือกหลักทรัพย์ด้วยวิธี BlackRock EMEA Baseline Screens โดยจะไม่ลงทุนในบริษัทที่ไม่ยั่งยืนหรือมีความเสี่ยงด้านชื่อเสียง 2. Uplift กองทุนหลักพิจารณายกระดับด้าน ESG โดยไม่ส่งผลกระทบต่อความเสี่ยงและผลตอบแทนของกองทุนหลักอย่างมีนัยสำคัญ ดังนี้ • พอร์ตการลงทุนของกองทุนหลักมีคะแนน ESG เฉลี่ยถ่วงน้ำหนักสูงกว่าดัชนีชี้วัด ภายหลังจากคัดหลักทรัพย์อย่างน้อยร้อยละ 20 ที่มีอันดับต่ำที่สุดของดัชนีชี้วัดออกก่อนนำมาเปรียบเทียบ • กองทุนหลักมีเป้าหมายลดความเข้มข้นของการปล่อยก๊าซคาร์บอนลงเมื่อเทียบกับดัชนีชี้วัด โดยวัดจากการปล่อยก๊าซคาร์บอนต่อยอดขายทุก ๆ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ • กองทุนหลักส่งเสริมลักษณะด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม โดยแม้กองทุนหลักจะไม่มีวัตถุประสงค์การลงทุนอย่างยั่งยืน แต่กองทุนหลักจะมีสัดส่วนการลงทุนอย่างยั่งยืนอย่างน้อยร้อยละ 20 ทั้งนี้ การลงทุนอย่างยั่งยืนต้องไม่ก่อให้เกิดผลกระทบที่รุนแรง (Do No Significant Harm: DNSH) ตามที่กฎหมายกำหนดและเป็นไปตามกระบวนการภายในของบริษัทจัดการกองทุนหลัก • กองทุนหลักคัดเลือกหลักทรัพย์ด้วยวิธี BlackRock EMEA Baseline Screens เพื่อหลีกเลี่ยงการลงทุนที่มีผลกระทบทางลบต่อสิ่งแวดล้อม • กองทุนหลักใช้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยมีการประเมินผู้ออกหลักทรัพย์ครอบคลุม 4 ด้าน ได้แก่ โครงสร้างการบริหารจัดการที่ดี ความสัมพันธ์กับพนักงาน การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน และการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านภาษี • กองทุนหลักมีการพิจารณาผลกระทบทางลบ (Principal Adverse Impacts: PAIs) ต่อปัจจัยความยั่งยืนผ่านการคัดเลือกหลักทรัพย์ด้วยวิธี BlackRock EMEA Baseline Screens และการตั้งเป้าหมายลดคาร์บอน 3. Enhance กองทุนหลักใช้โมเดลด้าน ESG เชิงลึก ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของกองทุนหลัก เพื่อมุ่งสร้างผลตอบแทนจากหลายแหล่ง โดยอาศัยความได้เปรียบด้านข้อมูล และการยกระดับทั้งในด้านผลตอบแทนและผลลัพธ์ด้านความยั่งยืน ทั้งนี้ กองทุนหลักมีกระบวนการปรับใช้ข้อมูลปัจจัยด้าน ESG เป็นส่วนหนึ่งในการจัดการลงทุน โดยมีการพิจารณาปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม หรือธรรมาภิบาลของบริษัทประกอบการลงทุน ซึ่งสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนของ SRI Promote ดัชนีชี้วัด - ดัชนีชี้วัดผลการดำเนินงาน (performance benchmark) คือ ผลการดำเนินงานของกองทุนรวมหลัก สัดส่วน 100% - ดัชนีชี้วัดด้านความยั่งยืน (reference ESG benchmark) คือ ไม่มี เนื่องจากกองทุนหลักไม่มีดัชนีชี้วัดด้านความยั่งยืน อย่างไรก็ดี กองทุนหลักใช้ MSCI USA Index ในการเปรียบเทียบคุณลักษณะด้าน ESG ที่กองทุนหลักมุ่งเน้นลงทุน อนึ่ง บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงดัชนีชี้วัดในการเปรียบเทียบตามที่บริษัทจัดการเห็นควรและเหมาะสม ซึ่งอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนที่กำหนด โดยบริษัทจัดการจะเปิดเผยข้อมูลและแจ้งให้ผู้ลงทุนทราบผ่านประกาศในเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ ความเสี่ยง การลงทุนอย่างยั่งยืนของกองทุนหลัก ซึ่งมีการบูรณาการข้อมูลด้าน ESG เข้าประกอบในกระบวนการลงทุนอย่างเป็นระบบ โดยมีเป้าหมายสร้างผลตอบแทนที่ดีเมื่อเทียบกับความเสี่ยง อย่างไรก็ตาม การเน้นลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีลักษณะด้านความยั่งยืนอาจมีความเสี่ยง ดังนี้ ความเสี่ยงจากปัจจัยด้านความยั่งยืนต่อการลงทุนของกองทุนหลัก 1. ข้อจำกัดด้านข้อมูล ESG ข้อมูล ESG ที่ใช้ในการตัดสินใจลงทุนอาจไม่ครบถ้วน ไม่สม่ำเสมอ หรือมีความแตกต่างกันระหว่างผู้ให้บริการข้อมูล ซึ่งอาจส่งผลต่อความแม่นยำในการประเมินความเสี่ยงและโอกาสของการลงทุน 2. ความเสี่ยงด้านข้อจำกัดของหลักทรัพย์ที่สามารถลงทุนได้ภายในกรอบการลงทุน การคัดกรองบริษัทที่ไม่ผ่านคุณสมบัติด้าน ESG อาจส่งผลให้กรอบการลงทุนของกองทุนหลักแคบลง ทำให้พลาดโอกาสในการลงทุนในบางบริษัทที่อาจมีผลตอบแทนดีแต่ไม่ผ่านเกณฑ์การลงทุนด้านความยั่งยืน 3. ความเสี่ยงด้านการตีความข้อมูล ESG การประเมินความเสี่ยงด้าน ESG อาจขึ้นอยู่กับการตีความของผู้จัดการกองทุน ซึ่งแตกต่างกันไปตามกลยุทธ์และมุมมองของแต่ละทีม 4. ความไม่แน่นอนของกฎระเบียบและนโยบายด้าน ESG การเปลี่ยนแปลงของกฎหมายหรือมาตรฐานด้าน ESG ในแต่ละประเทศอาจส่งผลต่อการจัดอันดับ ESG ของบริษัท และส่งผลต่อการจัดพอร์ตการลงทุนของกองทุนหลัก ความเสี่ยงจากการลงทุนของกองทุนหลักต่อปัจจัยด้านความยั่งยืน ความเสี่ยงจากการลงทุนที่กองทุนหลักอาจขาดทุนอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับผลตอบแทนที่คาดหวังอันเนื่องมาจากความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม หรือธรรมาภิบาล (ESG) เช่น ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อาจส่งผลให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงที่กระทบต่อสินค้า บริการ และห่วงโซ่อุปทาน ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับสิทธิแรงงาน และความสัมพันธ์กับชุมชน เป็นต้น ทั้งนี้ ความเสี่ยงดังกล่าวอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการดำเนินงาน ความยืดหยุ่น ภาพลักษณ์ และชื่อเสียงของผู้ออกหลักทรัพย์ ซึ่งส่งผลต่อความสามารถในการทำกำไร การเติบโตของเงินทุน และท้ายที่สุดอาจกระทบต่อมูลค่าการลงทุนของกองทุนหลัก เนื่องจากกองทุนหลักอาจลงทุนในหุ้นของผู้ออกหลักทรัพย์ที่มีรายได้ลดลงจากความต้องการสินค้าที่ใช้คาร์บอนสูงลดลง หรือมีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเนื่องจากมีค่าใช้จ่ายการผลิตเพิ่มขึ้นในกระบวนการปรับตัวไปสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ซึ่งผลกระทบจากความเสี่ยงเหล่านี้อาจมีนัยสำคัญต่อการลงทุน เพิ่มความผันผวน กระทบสภาพคล่อง และอาจทำให้มูลค่าของหุ้นที่กองทุนหลักลงทุนลดลง นอกจากนี้ กองทุนอาจมีความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของหลักทรัพย์ เนื่องจากกองทุนหลักมีข้อจำกัดด้านปัจจัย ESG ที่ใช้ประกอบการพิจารณา ทำให้กองทุนหลักไม่สามารถลงทุนในหลักทรัพย์บางตัวได้ ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถศึกษาข้อมูลความเสี่ยงฉบับเต็มของกองทุนหลักได้ที่ https://www.blackrock.com/uk/individual/products/297203/blackrock-advantage-us-equity-fund แนวปฏิบัติกรณีการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายด้านความยั่งยืน แนวปฏิบัติกรณีการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายด้านความยั่งยืนของกองทุนหลัก กองทุนหลักได้พัฒนากระบวนการควบคุมและตรวจสอบ (compliance process) แบบอัตโนมัติขั้นสูง เพื่อช่วยให้มั่นใจว่ากองทุนหลักได้รับการจัดการตามแนวทางการลงทุนที่ระบุไว้และข้อกำหนดทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรวมถึงการตรวจสอบคุณลักษณะด้านสิ่งแวดล้อมหรือด้านสังคมของกองทุนหลักตามวิธีการที่กำหนด หน่วยงานภายในของกองทุนหลักจะกำหนดข้อจำกัดการลงทุนของกองทุนหลักในระบบตรวจสอบการลงทุนก่อนและหลังการลงทุนของกองทุนหลัก โดยกรณีข้อจำกัดการลงทุนที่ไม่สามารถระบุในระบบได้ กองทุนหลักจะมีกระบวนการควบคุมการลงทุนด้วยตนเอง (manual process) โดยเมื่อมีการสร้างคำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์ ระบบ front-end compliance system จะตรวจสอบธุรกรรมกับข้อกำหนดการลงทุนของกองทุนหลักแบบเรียลไทม์ก่อนทำรายการ หากระบบตรวจพบเงื่อนไขที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด รายการซื้อขายดังกล่าวจะไม่สามารถทำรายการต่อได้ นอกจากนี้ ภายหลังการซื้อขายหลักทรัพย์ ระบบจะดำเนินการตรวจสอบข้อกำหนดการลงทุน ณ สิ้นวันทำการซื้อขายในช่วงกลางคืน และออกรายงานในวันทำการถัดไป เพื่อจัดส่งบันทึกรายการที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดและคำเตือนการปฏิบัติตามข้อกำหนด (Compliance exceptions and warnings) ให้ผู้เชี่ยวชาญการลงทุนและผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไข ทั้งนี้ การตรวจสอบและสืบสวนรายการหรือธุรกรรมที่เข้าข่ายไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นจะถูกบันทึกในระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่มีขั้นตอนที่ครอบคลุมและสามารถตรวจสอบได้ รวมถึงหากมีความจำเป็น กองทุนหลักจะมีการจัดทำแผนการแก้ไขที่เหมาะสมเพื่อแก้ไขเหตุการณ์ดังกล่าว แนวปฏิบัติกรณีการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายด้านความยั่งยืนของกองทุน กระบวนการติดตามและตรวจสอบ บริษัทจัดการมีการติดตามตรวจสอบกองทุนหลักเป็นประจำทุก 6 เดือน โดยรวบรวมข้อมูลพอร์ตการลงทุน การปรับสัดส่วนการลงทุน ผลการดำเนินงาน และปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้องจากบริษัทจัดการกองทุนหลัก และแหล่งข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือ รวมถึงพิจารณาเกี่ยวกับสถานะของบริษัทจัดการกองทุนหลัก ทีมผู้จัดการกองทุนหลัก และมีการติดตามสถานการณ์โดยตรงกับทีมผู้บริหารจัดการกองทุนหลัก เพื่อให้มั่นใจได้ว่ากองทุนหลักมีการบริหารจัดการกองทุนอย่างเหมาะสมเป็นไปตามวัตถุประสงค์ เป้าหมาย ซึ่งรวมถึงนโยบายด้านความยั่งยืนของกองทุนหลัก การกำหนดกรอบระยะเวลาในการแก้ไข กรณีบริษัทจัดการตรวจพบว่ากองทุนหลักมีการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายด้านความยั่งยืนที่กำหนดไว้ บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งกองทุนหลักโดยไม่ชักช้า เพื่อหาสาเหตุ แนวทาง และติดตามการแก้ไขในการลงทุนเป็นไปตามนโยบายด้านความยั่งยืนของกองทุนภายในระยะเวลา 6 เดือน หรือภายในรอบการติดตามตรวจสอบกองทุนหลักถัดไป หรือเมื่อมีเหตุการณ์สำคัญ แนวทางการดำเนินการเพื่อแก้ไข ภายหลังครบกำหนดตามกรอบระยะเวลาที่บริษัทจัดการกำหนด หากบริษัทจัดการพบว่าการลงทุนของกองทุนหลักยังคงไม่เป็นไปตามหนังสือชี้ชวนของกองทุนหลัก หรือกองทุนหลักมีการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์การลงทุน และ/หรือนโยบายการลงทุน และ/หรือกลยุทธ์การลงทุนที่ไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุนที่มุ่งเน้นความยั่งยืนตามหลักสากลที่กองทุนกำหนด บริษัทจัดการจะดำเนินการยกระดับติดตามกองทุนหลักที่มีประเด็นด้าน ESG โดยคำนึงถึงความเหมาะสม และการรักษาผลประโยชน์ของกองทุนและผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง: - การสอบถามและติดตามสถานการณ์โดยตรงกับทีมผู้บริหารจัดการกองทุนหลัก - การเพิ่มรายชื่อกองทุนหลักในรายชื่อยกระดับติดตาม (ESG Escalation List) - การลดสถานะ หรือจำหน่ายการลงทุน (Divestment) โดยบริษัทจัดการอาจพิจารณาเปลี่ยนกองทุนหลักใหม่ โดยจะลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศอื่นที่มีนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกัน อย่างไรก็ตาม หากเกิดกรณีใด ๆ ที่ทำให้บริษัทจัดการไม่สามารถดำเนินการคัดเลือกกองทุนหลักใหม่แทนกองทุนหลักเดิมได้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะดำเนินการเลิกโครงการจัดการกองทุนรวม โดยต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวมเป็นสำคัญ อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการปรับปรุงแนวทางการดำเนินการ และมาตรการควบคุมผลกระทบ ในกรณีการลงทุนของ SRI Fund ไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืนที่ได้กำหนดไว้ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายการลงทุนด้วยความรับผิดชอบที่บริษัทจัดการกำหนด หลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่จะไม่ลงทุน กองทุนหลักจะไม่ลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีผลกระทบทางลบต่อสิ่งแวดล้อม โดยจะไม่ลงทุนโดยตรงในผู้ออกหลักทรัพย์ที่มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างมีนัยสำคัญในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการสกัดถ่านหินประเภทเชื้อเพลิงให้ความร้อน (Thermal coal) และทรายน้ำมัน (Tar sand) รวมถึงธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากถ่านหิน ส่วนหลักทรัพย์ที่มีผลกระทบทางลบต่อสังคม กองทุนหลักจะไม่ลงทุนโดยตรงในผู้ออกหลักทรัพย์ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจอาวุธสงคราม และอาวุธนิวเคลียร์ รวมถึงธุรกิจที่มีส่วนร่วมอย่างมีนัยสำคัญในการผลิตและจัดจำหน่ายอาวุธปืนและยาสูบ นอกจากนี้ กองทุนจะไม่ลงทุนในผู้ออกหลักทรัพย์ที่ไม่ถือปฏิบัติตามหลัก 10 ประการของ UN Global Compact ซึ่งครอบคลุมถึงเรื่องสิทธิมนุษยชน มาตรฐานแรงงาน สิ่งแวดล้อม และการต่อต้านการทุจริต การสรุปสาระสำคัญของกองทุนหลักได้ถูกคัดเลือกมาเฉพาะส่วนที่สำคัญและจัดแปลมาจากหนังสือชี้ชวนต้นฉบับของกองทุนหลัก ดังนั้น ในกรณีที่มีความแตกต่างหรือไม่สอดคล้องกับหนังสือชี้ชวนต้นฉบับให้ถือตามต้นฉบับเป็นเกณฑ์ ทั้งนี้ หากกองทุนหลักมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลข้างต้นใดๆ ซึ่งบริษัทจัดการเห็นว่าไม่มีนัยสําคัญ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงข้อมูลดังกล่าวเพื่อให้สอดคล้องกับกองทุนหลัก ซึ่งถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว โดยจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ
Actual charged, per year
Investment policy as filed with SEC Thailand.
actual = what the AMC currently charges · max = prospectus ceiling (no actual reported). Annual fees aren’t additive with one-time fees.