ONE RARE EARTH FUND
ONE ASSET MANAGEMENT LIMITED · Equity · settlement T+2
↳ Invests in VanEck Rare Earth and Strategic Metals ETF · สหรัฐอเมริกา
✨Invests primarily in foreign mutual fund units focused on rare earth and strategic metals production, refining, and recycling, with at least 80% of net assets.
กองทุนจะเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ (หรือ “กองทุนหลัก (Master fund)) ที่มีนโยบายลงทุนในบริษัทที่ดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการผลิต (Producing) และ/หรือ การกลั่น (Refining) และ/หรือ การรีไซเคิล (Recycling) ของแร่หายาก (Rare Earth) และ/หรือ โลหะเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Metals) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ซึ่งกองทุนจะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนต่างประเทศ คือ กองทุน VanEck Rare Earth and Strategic Metals ETF (กองทุนหลัก) ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) โดยกองทุนหลักเป็นกองทุนอีทีเอฟ ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ NEW YORK STOCK EXCHANGE ARCA (“NYSE Arca”) และบริหารจัดการลงทุนโดย Van Eck Associates Corporation โดยกองทุนหลักอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ SECURITIES AND EXCHANGE COMMISSION (SEC) ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นสมาชิกของ INTERNATIONAL ORGANIZATIONS OF SECURITIES COMMISSION (IOSCO) กองทุนหลักมีวัตถุประสงค์การลงทุนในหุ้นที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี MVIS Global Rare Earth/Strategic Metals Index (ดัชนีอ้างอิง) ซึ่งเป็นดัชนีที่สะท้อนผลการดำเนินงานของบริษัที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวข้องกับการผลิต (Producing) การกลั่น (Refining) การรีไซเคิล (Recycling) ของแร่หายาก (Rare Earth) และ/หรือ โลหะเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Metals) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างผลตอบแทนก่อนหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายให้ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนีอ้างอิง ส่วนที่เหลือจากการลงทุนในกองทุนหลัก กองทุนอาจพิจารณาลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ ในตราสารทุน ตราสารหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน และ/หรือเงินฝากในสถาบันการเงิน รวมทั้งอาจลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นใดตามที่สำนักงาน ก.ล.ต. และ/หรือ คณะกรรมการกำกับตลาดทุน ประกาศกำหนดให้ลงทุนได้ กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging) โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ซึ่งจะพิจารณาจากสภาวะของตลาดการเงินในขณะนั้น และปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง (ปัจจัยทางเศรษฐกิจ การเมือง การเงินและการคลัง เป็นต้น) เพื่อคาดการณ์ทิศทางแนวโน้มของค่าเงิน เช่น ในกรณีที่คาดการณ์ว่าค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) มีแนวโน้มอ่อนค่าลง ผู้จัดการกองทุนอาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนในสัดส่วนที่ค่อนข้างมาก หรือในกรณีที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น ผู้จัดการกองทุนอาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนในสัดส่วนที่น้อยหรืออาจพิจารณาไม่ลงทุน อย่างไรก็ตาม หากผู้จัดการกองทุนพิจารณาแล้วว่าการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนอาจไม่เป็นประโยชน์ต่อผู้ถือหน่วยลงทุน หรือทำให้ผู้ถือหน่วยลงทุนเสียประโยชน์ที่อาจได้รับ ผู้จัดการกองทุนอาจพิจารณาไม่ทำการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนก็ได้ อนึ่ง การทำธุรกรรมป้องกันความเสี่ยงอาจมีต้นทุนที่ทำให้ผลตอบแทนของกองทุนโดยรวมลดลง ดังนั้น ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน และ/หรือได้รับเงินลงทุนคืนต่ำกว่าที่ลงทุนเริ่มแรกได้ อนึ่ง การลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) อาจมีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงราคาของหลักทรัพย์อ้างอิงที่เคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้ามกับที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ และ/หรือกองทุนรวมอาจมีความเสี่ยงจากการที่คู่สัญญาไม่สามารถปฎิบัติตามข้อตกลงที่ระบุไว้ในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เนื่องจากมีภาระความเสี่ยงจากการเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมาก จนไม่สามารถปฎิบัติตามภาระผูกพันที่ตกลงไว้ได้ อย่างไรก็ดี ในส่วนของแนวทางการบริหารเพื่อลดความเสี่ยงดังกล่าว บริษัทจัดการจะคาดการณ์และศึกษาวิเคราะห์ตัวแปรอ้างอิงของตราสารอย่างรอบคอบรวมทั้งติดตามสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงที่อาจมีผลกระทบต่อราคา และปรับเปลี่ยนสถานการณ์ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าให้เหมาะสมกับสภาวะตลาดในขณะนั้น รวมถึงบริษัทจัดการจะพิจารณาในสัญญาซื้อขายล่วงหน้ากับคู่สัญญาที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในระดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) ทั้งนี้ การลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า บริษัทจัดการจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของกองทุนรวมและผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ กองทุนจะไม่ลงทุนในตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) กองทุนอาจลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Securities) ตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือผู้ออก (Issue/Issuer) ต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) และตราสารทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) ได้ กองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวม หรือกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (กอง 1) หรือทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) หรือกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารของบริษัทจัดการได้ไม่เกินร้อยละ 100 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และกองทุนปลายทางนั้นมีการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมใด ๆ ที่บริษัทจัดการเดียวกันเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินการต่อไปได้อีกไม่เกิน 1 ทอด ในกรณีที่กองทุนปลายทางเป็นกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (กอง 1) หรือกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน กองทุนจะลงทุนสูงสุดได้ไม่เกิน 1 ใน 3 ของจำนวนหน่วยลงทุนทั้งหมดของกองทุนปลายทาง โดยการลงทุนในหน่วยลงทุนดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนของกองทุน ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่สํานักงาน ก.ล.ต. กําหนด ทั้งนี้ กองทุนปลายทางไม่สามารถลงทุนย้อนกลับในกองทุนต้นทางได้ (circle investment) กองทุนอาจเข้าทำธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (reverse repo) หรือธุรกรรมประเภทการให้ยืมหลักทรัพย์ (securities lending) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรอสำนักงาน ก.ล.ต. ประกาศกำหนด การคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน รวมถึงการดำรงอัตราส่วนการลงทุนในต่างประเทศ จะไม่บังคับใช้ในช่วงระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม หรือช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนเลิกกองทุนรวม หรือช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกิน 10 วันทำการ อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการจะคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ ในกรณีที่กองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะ ดังนี้ (1) มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ วันใดวันหนึ่งลดลงมากกว่า 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทาง หรือ (2) ยอดรวมของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกันคิดเป็นจำนวนมากกว่า 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทาง บริษัทจัดการจะดำเนินการดังต่อไปนี้ การดำเนินการ ระยะเวลาดำเนินการ 1. แจ้งเหตุที่กองทุนปลายทางมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการของบริษัทจัดการให้สำนักงาน ก.ล.ต. และผู้ถือหน่วยลงทุน (แนวทางการดำเนินการดังกล่าวต้องคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม) ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ 2. เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการตาม ข้อ 1. ต่อผู้ลงทุนทั่วไป (ดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวด้วย) พร้อมข้อ 1. 3. ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินการตาม ข้อ 1. ภายใน 60 วันนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ 4. รายงานผลการดำเนินการตามข้อ 3. ให้สำนักงาน ก.ล.ต. ทราบ ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการตามข้อ 3. แล้วเสร็จ รายละเอียดของกองทุน VanEck Rare Earth and Strategic Metals ETF (กองทุนหลัก) ชื่อกองทุนหลัก VanEck Rare Earth and Strategic Metals ETF วันที่จัดตั้งกองทุน 27 ตุลาคม 2553 อายุโครงการ ไม่กำหนด สกุลเงิน ดอลลาร์สหรัฐฯ (USD) วัตถุประสงค์การลงทุน กองทุนมีวัตถุประสงค์ในการลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนของกองทุน (ก่อนหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายทั้งหมด) ให้ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนี MVIS Global Rare Earth/Strategic Metals Index (ดัชนีอ้างอิง) นโยบายการลงทุน กองทุนหลักจะลงทุนในหลักทรัพย์ที่เป็นส่วนประกอบของดัชนีอ้างอิง ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ดัชนี Rare Earth/ Strategic Metals Index ประกอบด้วยบริษัทที่ดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมต่างๆ การผลิต (Producing) การกลั่น (Refining) การรีไซเคิล (Recycling) ของแร่หายาก (Rare Earth) และ/หรือ โลหะเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Metals) หรือแร่ธาตุ (Minerals) บริษัทที่ดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องดังกล่าวอาจรวมถึงบริษัทขนาดเล็กและขนาดกลาง ตลอดจนผู้ออกหลักทรัพย์จากต่างประเทศและตลาดเกิดใหม่ (emerging markets) แร่หายาก (Rare Earth) และ/หรือ โลหะเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Metals) เป็นโลหะที่ใช้ในอุตสาหกรรมเฉพาะทาง มักไม่ได้ถูกขุดขึ้นมาโดยตรง แต่ได้มาเป็นผลพลอยได้จากการทำเหมืองโลหะมีค่า (precious metals) หรือโลหะพื้นฐาน (base metals) การสกัดโลหะเหล่านี้มักทำได้ยากกว่า และมีขั้นตอนซับซ้อนกว่าโลหะทั่วไป ปัจจุบันมีธาตุประมาณ 44 ชนิดในตารางธาตุที่ถูกจัดว่าเป็น แร่หายาก (Rare Earth) และ/หรือ โลหะเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Metals) แร่หายาก (Rare Earth) ถือเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มของแร่ธาติที่มีความสำคัญต่อเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น โทรศัพท์มือถือ แบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูง โทรทัศน์จอแบน และเทคโนโลยีพลังงานสะอาด รถยนต์ไฮบริดและรถยนต์ไฟฟ้า การใช้งานทางการทหารที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ระบบตัวนายวดยิ่ง (superconductors) และระบบสื่อสารใยแก้วนำแสง ดัชนี Rare Earth/ Strategic Metals Index อาจรวมถึงหุ้น A-shares ที่ซื้อขายผ่านโครงการ Stock Connect ได้แก่ Shanghai-Hong Kong Stock Connect และ Shenzhen-Hong Kong Stock Connect กองทุนอาจลงทุนในอุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่ง หรือกลุ่มอุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่ง หากดัชนี Rare Earth/Strategic Metals Index (ดัชนีอ้างอิง) มีการกระจุกตัวในอุตสาหกรรมหรือกลุ่มอุตสาหกรรมนั้นๆ กลยุทธ์การลงทุน กองทุน VanEck Rare Earth and Strategic Metals ETF บริหารแบบ Passive หรือการลงทุนตามดัชนี เพื่อสร้างผลตอบแทนให้สอดคล้องกับดัชนีอ้างอิง โดยกองทุนหลักเน้นลงทุนในหลักทรัพย์ที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีอ้างอิง (full replication) บริษัทจัดการ Van Eck Associates Corporation ผู้จัดการกองทุน Van Eck Associates Corporation Administrator, Custodian and Transfer Agent Van Eck Associates Corporation การขายและรับซื้อคืนหน่วยลงทุน ทุกวันทำการ ตลาดซื้อขายหลักทรัพย์ New York Stock Exchange (NYSE Arca) รอบการทบทวนองค์ประกอบของ ดัชนี (Rebalance) ทุกไตรมาส (เดือนมีนาคม มิถุนายน กันยายน และธันวาคม) การจ่ายปันผล ไม่มีนโยบายการจ่ายปันผล ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายที่สำคัญของกองทุน ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากกองทุนหลัก - Management Fee : ร้อยละ 0.50 ต่อปี ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม - Other Expenses : ร้อยละ 0.08 - Gross Expense Ratio : ร้อยละ 0.58 - Net Expense Ratio : ร้อยละ 0.58 ISIN code US92189H8051 Bloomberg code REMX เว็บไซต์ https://www.vaneck.com/us/en/investments/rare-earth-strategic-metals-etf-remx/overview/ หมายเหตุ : 1. ในกรณีที่กองทุนหลักมีการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูล บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการแก้ไขเพิ่มเติมโครงการให้สอดคล้องกับการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงนั้น โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว 2. ข้อมูลในส่วนของกองทุนหลัก ได้ถูกคัดเลือกมาเฉพาะส่วนที่สำคัญและจัดแปลมาจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ ดังนั้น ในกรณีที่มีความแตกต่างหรือไม่สอดคล้องกับต้นฉบับภาษาอังกฤษ ให้ถือตามต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นเกณฑ์ ผู้ลงทุนควรศึกษารายละเอียดกองทุนหลักก่อนการตัดสินใจลงทุน ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับดัชนีอ้างอิง MVIS Global Rare Earth/Strategic Metals Index (MVREMX) ลักษณะดัชนี ดัชนี MVIS Global Rare Earth/Strategic Metals คือ ดัชนีที่ใช้วัดผลการดำเนินงานของบริษัทที่มีขนาดใหญ่และมีสภาพคล่องสูงในอุตสาหกรรม แร่หายาก (Rare Earth) และ/หรือ โลหะเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Metals) ทั่วโลก ดัชนีนี้คำนวณโดยใช้การถ่วงน้ำหนักแบบมูลค่าตลาดที่ปรับปรุง (modified capitalization weighted) ด้วยวิธี float adjusted วิธีการคัดเลือก เกณฑ์การคัดเลือกหลักทรัพย์ที่เป็นส่วนประกอบของดัชนีอ้างอิง ดังนี้ บริษัทสามารถสร้างรายได้จากแร่หายาก (Rare Earth) และ/หรือ โลหะเชิงกลยุทธ์ (Strategic Metals) อย่างน้อยร้อยละ 50 หรือ บริษัทมีทรัพยากรแร่ที่เกี่ยวข้องกับแร่หายาก (Rare Earth) และ/หรือ โลหะเชิงกลยุทธ์ (Strategic Metals) อย่างน้อยร้อยละ 50 ดัชนีนี้รวมถึงบริษัทในกลุ่ม โรงกลั่น (Refiners) รีไซเคิล (Recyclers) ผู้ผลิต (Producers) ของ แร่หายาก (Rare Earth) และ โลหะเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Metals) และแร่ธาตุต่างๆ โดยดัชนี MVREMX ครอบคลุมบริษัทที่นักลงทุนสามารถลงทุนได้ (investable universe) อย่างน้อย ร้อยละ 90 ข้อกำหนดด้านขนาดและสภาพคล่อง (Size and Liquidity Requirements) ของหลักทรัพย์ที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีอ้างอิง 1. มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม (Full Market Capitalization) ต้องมีมูลค่าอย่างน้อย 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 2. ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยรายวันในช่วง 3 เดือน (Three-month Average Daily Trading Volume) ต้องมีมูลค่าอย่างน้อย 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งในไตรมาสปัจจุบันและสองไตรมาสก่อนหน้า 3. จำนวนหุ้นที่ซื้อขายต่อเดือน (Monthly Shares Traded) ต้องมีปริมาณการซื้อขายอย่างน้อย 250,000 หุ้นต่อเดือน ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ทั้งในไตรมาสปัจจุบันและสองไตรมาสก่อนหน้า การกระจายน้ำหนักดัชนี 1.หลักทรัพย์ทั้งหมด ที่อยู่ในดัชนีจะถูกจัดอันดับตาม มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (free-float market capitalization) โดยจะกำหนด น้ำหนักสูงสุดของหลักทรัพย์แต่ละตัวไว้ที่ร้อยละ 8 หากหลักทรัพย์ใดมีน้ำหนักเกินกว่าที่กำหนดของน้ำหนักหลักทรัพย์นั้นจะถูก ปรับลดลงมาอยู่ที่ร้อยละ 8 และ น้ำหนักส่วนเกินจะถูกจัดสรรไปยังหลักทรัพย์อื่นในดัชนีตามสัดส่วนที่กำหนด 2.ดัชนีกำหนดน้ำหนักสูงสุดร้อยละ 8 สำหรับหลักทรัพย์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด 2 อันดับแรก โดยน้ำหนักส่วนเกินในแต่ละขั้นตอนจะถูกกระจายกลับไปยังหลักทรัพย์อื่นในอันดับถัดไปตามสัดส่วน ดังนี้: ถ้าหลักทรัพย์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดสองอันดับแรกจะถูกจำกัดไว้ที่ร้อยละ 8 ถ้าหลักทรัพย์มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 จะถูกจำกัดไว้ที่ร้อยละ 7 ถ้าหลักทรัพย์มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 4 จะถูกจำกัดไว้ที่ร้อยละ 6.5 ถ้าหลักทรัพย์มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 5 จะถูกจำกัดไว้ที่ร้อยละ 6 ถ้าหลักทรัพย์มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 6 จะถูกจำกัดไว้ที่ร้อยละ 5.5 ถ้าหลักทรัพย์มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 7 จะถูกจำกัดไว้ที่ร้อยละ 5 หลักทรัพย์อื่นใดที่นอกเหนือจากอันดับ 7 จะถูกจำกัดไว้ที่ร้อยละ 4.5 การปรับสัดส่วนการลงทุน (Rebalance) ดัชนีจะถูกปรับโครงสร้างและปรับพอร์ตการลงทุน (rebalance) รายไตรมาส ในเดือน มีนาคม มิถุนายน กันยายน และธันวาคม ทั้งนี้ สามาถดูข้อมูลเพิ่มเติม เกี่ยวกับดัชนี Rare Earth/Strategic Metals Index ดัชนีได้ที่เว็บไซต์ของผู้จัดทาดัชนี ที่ https://www.marketvector.com/indexes/hard-asset/mvis-global-rare-earth-strategic-metals
Actual charged, per year
Investment policy as filed with SEC Thailand.
actual = what the AMC currently charges · max = prospectus ceiling (no actual reported). Annual fees aren’t additive with one-time fees.