MFC US Equity Premium Income Fund Unhedged
MFC ASSET MANAGEMENT PUBLIC COMPANY LIMITED · Equity · settlement T+5
↳ Invests in JPMorgan ETFs (Ireland) ICAV - US Equity Premium Income Active UCITS ETF · ไอร์แลนด์
✨Invests primarily in the JPMorgan US Equity Premium Income Active UCITS ETF, with additional allocations to various financial instruments domestically and internationally.
กองทุนมีนโยบายลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว (Feeder Fund) คือ JPMorgan ETFs (Ireland) ICAV - US Equity Premium Income Active UCITS ETF โดยจะลงทุนใน Class: JPM US Equity Premium Income Active UCITS ETF - USD (dist) (กองทุนหลัก) ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม ซึ่งกองทุนหลักจดทะเบียนจัดตั้งที่ประเทศไอร์แลนด์ และอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ของ UCITS ทั้งนี้ กองทุนหลักเป็นกองทุนอีทีเอฟที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน (London Stock Exchange) โดยอยู่ภายใต้ JPMorgan ETFs (Ireland) ICAV ซึ่งมี J.P. Morgan Investment Management Inc., เป็นผู้จัดการการลงทุน (Investment Manager) และ JPMorgan Asset Management (Europe) S.à r.l. เป็นบริษัทจัดการลงทุน (Management Company) สำหรับเงินส่วนที่เหลือ กองทุนอาจลงทุนในหลักทรัพย์ตราสารทางการเงินอื่นๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น ตราสารทุน ตราสารหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน เงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก ตลอดจนหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี ยูเอส อิควิตี้ พรีเมี่ยม อินคัม Unhedged อาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) โดยอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่มีสินทรัพย์อ้างอิง ได้แก่ ทรัพย์สินต่างๆ ที่กองทุนสามารถลงทุนได้ อัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยน เป็นต้น ตามดุลยพินิจของบริษัทจัดการ รวมถึงสินทรัพย์อ้างอิงอื่นๆ ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสํานักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกําหนดหรือเห็นชอบให้กองทุนลงทุนได้ โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. คณะกรรมการกำกับตลาดทุน หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด ทั้งนี้ กองทุนจะไม่ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนด้านเงินตราต่างประเทศ (Unhedged) ดังนั้น กองทุนจึงมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งอาจทำให้ผู้ลงทุนได้รับผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ อนึ่ง การลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) อาจมีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงราคาของหลักทรัพย์อ้างอิงที่เคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้ามกับที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ และ/หรือกองทุนรวมอาจมีความเสี่ยงจากการที่คู่สัญญาไม่สามารถปฏิบัติตามข้อตกลงที่ระบุไว้ในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เนื่องจากมีภาระความเสี่ยงจากการเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมาก จนไม่สามารถปฏิบัติตามภาระผูกพันที่ตกลงไว้ได้ อย่างไรก็ดี ในส่วนของแนวทางการบริหารเพื่อลดความเสี่ยงดังกล่าว บริษัทจัดการจะคาดการณ์และศึกษาวิเคราะห์ตัวแปรอ้างอิงของตราสารอย่างรอบคอบ รวมทั้งติดตามสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงที่อาจมีผลกระทบต่อราคา และปรับเปลี่ยนสถานการณ์ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าให้เหมาะสมกับสภาวะตลาดในขณะนั้น รวมถึงบริษัทจัดการจะพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้ากับคู่สัญญาที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในระดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) ทั้งนี้ การลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า บริษัทจัดการจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของกองทุนรวมและผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ นอกจากนี้ กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี ยูเอส อิควิตี้ พรีเมี่ยม อินคัม Unhedged จะไม่ลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือผู้ออก (issue/issuer) ต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (non-investment grade) ตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (unrated securities) ตราสารทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (unlisted securities) หรือตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) ทั้งนี้ กองทุนอาจทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ (Securities lending) และ/หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) ได้ ตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด ในกรณีที่การลงทุนของกองทุนรวมไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน ให้บริษัทจัดการดำเนินการแก้ไขสัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวม ให้เป็นไปตามนโยบายการลงทุนภายใน 90 วันนับแต่วันที่สัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวมไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุน เว้นแต่บริษัทจัดการจะได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนให้เปลี่ยนแปลงประเภทของกองทุนรวมภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวมตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุนตามประกาศ บลจ. อาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วยก็ได้ ทั้งนี้ โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ 1. ช่วงระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม 2. ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนครบอายุโครงการหรือก่อนเลิกกองทุนรวม 3. ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ กรณีการลงทุนของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์มีลักษณะครบถ้วนตามข้อ 1. และ 2. บริษัทจัดการจะดำเนินการตามข้อ 3. 1. ฐานะการลงทุนสุทธิของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ (1) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี < 80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ หรือ (2) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ≥ 80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์โดยกองทุนต่างประเทศไม่มีวัตถุประสงค์การลงทุนในทำนองเดียวกับกองทุนดัชนีหรือ ETF 2. NAV ของกองทุนปลายทาง มีการลดลงในลักษณะดังนี้ (1) NAV ณ วันใดวันหนึ่งลดลง > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง หรือ (2) ยอดรวมของ NAV ลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกันคิดเป็นจำนวน > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง 3. บริษัทจัดการจะดำเนินการดังต่อไปนี้ การดำเนินการ ระยะเวลาดำเนินการ 3.1 แจ้งเหตุที่กองทุนปลายทางมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการของ บลจ. ให้สำนักงานและผู้ถือหน่วย (แนวทางการดังกล่าวต้องคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยโดยรวม) ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มี การเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทาง ที่ปรากฏเหตุ 3.2 เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการตาม 3.1 ต่อผู้ลงทุนทั่วไป (ดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวด้วย) พร้อม 3.1 3.3 ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินการตาม 3.1 ภายใน 60 วันนับแต่วันที่มี การเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทาง ที่ปรากฏเหตุ 3.4 รายงานผลการดำเนินการตาม 3.3 ให้สำนักงานทราบ ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการตาม 3.3 แล้วเสร็จ ข้อมูลสำคัญของกองทุน JPMorgan ETFs (Ireland) ICAV - US Equity Premium Income Active UCITS ETF ชื่อกองทุนรวมต่างประเทศ JPMorgan ETFs (Ireland) ICAV - US Equity Premium Income Active UCITS ETF ลงทุนใน Class: JPM US Equity Premium Income Active UCITS ETF - USD (dist) ลักษณะเฉพาะของ Class: JPM US Equity Premium Income Active UCITS ETF - USD (dist) 1. เป็น Class ที่เสนอขายให้กับนักลงทุนทั่วไป 2. ซื้อขายหน่วยลงทุนในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ และมีการจ่ายเงินปันผล ประเภทกองทุน กองทุนอีทีเอฟ (Exchange Trade Fund: ETF) ผู้จัดการลงทุน J.P. Morgan Investment Management Inc., บริษัทจัดการลงทุน JPMorgan Asset Management (Europe) S.à r.l. วัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุน กองทุนหลักมีวัตถุประสงค์ที่จะสร้างผลตอบแทนและเพิ่มมูลค่าเงินลงทุนในระยะยาว กองทุนหลักมุ่งที่จะ 1) ลงทุนในหุ้นของบริษัทที่มีถิ่นที่ตั้ง หรือดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจในสหรัฐอเมริกาเป็นหลัก และ 2) ขายสิทธิในการซื้อตราสารทุน (Equity Call Options) และสิทธิในการซื้อดัชนีที่อ้างอิงกับตราสารทุน (Equity Index Call Options) เพื่อสร้างผลตอบแทนจากเงินปันผลและค่าพรีเมียม (Premium) จากสัญญาออปชั่น กองทุนหลักจะลงทุนอย่างน้อยร้อยละ 67 ของสินทรัพย์ (ไม่รวมสินทรัพย์เพื่อสภาพคล่อง) ในตราสารทุนของบริษัทที่มีถิ่นที่ตั้ง หรือดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจในสหรัฐอเมริกาเป็นหลัก โดยกองทุนหลักอาจลงทุนในหุ้นของบริษัทในประเทศอื่นด้วย กองทุนหลักไม่ได้มีเป้าหมายในการสร้างผลตอบแทนเพื่อให้สอดคล้องหรือเลียนแบบดัชนีชี้วัด โดยกองทุนหลักจะลงทุนในตราสารทุน (อาจรวมถึงแต่ไม่จํากัดเพียงหลักทรัพย์ที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีชี้วัด) ซึ่งจะมีการคัดเลือกตราสารและบริหารการลงทุนเชิงรุกเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกองทุนหลักที่ต้องการสร้างผลตอบแทน ทั้งนี้ กองทุนหลักมุ่งให้ความผันผวนของกองทุนต่ำกว่าดัชนีชี้วัด ผู้จัดการลงทุนอาจพิจารณาลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง และอาจจะไม่ลงทุนในหลักทรัพย์ที่ผู้จัดการลงทุนพิจารณาว่ามีมูลค่าสูงกว่ามูลค่าที่แท้จริง โดยผู้จัดการลงทุนจะใช้การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานในการพิจารณาว่าหลักทรัพย์ใดมีมูลค่าสูงหรือต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง ผู้จัดการลงทุนมุ่งที่จะสร้างผลตอบแทนเพิ่มเติมผ่านการลงทุนในตราสารสัญญาซื้อขายล่วงหน้าทางการเงิน (Financial Derivative Instrument) โดยการขายสิทธิในการซื้อตราสารทุน (Equity Call Options) และ/หรือสิทธิในการซื้อดัชนีที่อ้างอิงกับตราสารทุน (Equity Index Call Options) อย่างเป็นระบบ ซึ่งโดยทั่วไปจะต้องมีฐานะการลงทุนในดัชนีที่ประกอบไปด้วยหลักทรัพย์ของดัชนีชี้วัด โดยกองทุนจะได้รับค่าพรีเมียม (Premium) จากสัญญาออปชั่น ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของผลตอบแทนที่กองทุนได้รับและอาจช่วยลดความผันผวนของกองทุนได้ ทั้งนี้ รายได้จากค่าพรีเมียมอาจช่วยชดเชยการขาดทุนจากการลงทุนในตราสารทุนด้วย อย่างไรก็ตาม ผลขาดทุนจากการขายสิทธิในการซื้อตราสารทุนและ/หรือสิทธิในการซื้อดัชนีที่อ้างอิงกับตราสารทุน อาจทําให้กําไรที่ได้รับจากการเพิ่มขึ้นของมูลค่าพอร์ตการลงทุนในตราสารทุนลดลง กองทุนหลักอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อการลงทุนและเพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) นอกจากนี้ กองทุนหลักจะไม่ลงทุนเกินดังนี้ ร้อยละ 10 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ในสินทรัพย์สภาพคล่อง อาทิ เงินฝาก บัตรเงินฝาก ตราสารหนี้เอกชนระยะสั้น หุ้นกู้ที่ออกโดยรัฐบาลที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ และกองทุนรวมตลาดเงิน ร้อยละ 10 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ในกองทุนที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งมีลักษณะเป็นโครงการจัดการลงทุนแบบกลุ่ม (collective investment schemes) รวมถึงกองทุน ETFs Benchmark S&P 500 (Total Return Net) นโยบายจ่ายเงินปันผล ทุกเดือน วันที่จัดตั้งกองทุนหลัก 29 ตุลาคม 2567 อายุกองทุน ไม่กำหนด ผู้รับฝากทรัพย์สิน Brown Brothers Harriman Trustee Services (Ireland) Limited ตลาดหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนซื้อขาย ตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน (London Stock Exchange) Bloomberg Ticker JEPI LN ISIN Code IE000U5MJOZ6 วันทำการซื้อขาย ทุกวันทำการ แหล่งข้อมูล https://am.jpmorgan.com/gb/en/asset-management/adv/products/ ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากกองทุนรวม (ร้อยละต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน) ค่าใช้จ่ายการดำเนินการ (Ongoing Charges Fee) ไม่เกิน 0.35% * ข้อความในส่วนกองทุนหลักได้ถูกเลือกมาเฉพาะส่วนที่สําคัญซึ่งแปลมาจากฉบับภาษาอังกฤษ ดังนั้น กรณีที่มีความไม่สอดคล้องหรือแตกต่างกับทางต้นฉบับภาษาอังกฤษ ให้ถือตามต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นเกณฑ์
Investment policy as filed with SEC Thailand.
actual = what the AMC currently charges · max = prospectus ceiling (no actual reported). Annual fees aren’t additive with one-time fees.