First Plus China Global Vision Fund
FIRST PLUS ASSET MANAGEMENT (THAILAND) COMPANY LIMITED · Equity · settlement T+5
✨Invests primarily in equities and securities linked to Chinese companies listed on various stock exchanges, maintaining at least 80% net exposure to these assets.
(1) กองทุนมีนโยบายลงทุนในตราสารทุนและหลักทรัพย์ที่อ้างอิงกับตราสารทุนของบริษัทจีนซึ่งจัดตั้งในประเทศจีนหรือมีการดำเนินธุรกิจ และ/หรือมีผลประโยชน์ทางธุรกิจที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับประเทศจีน รวมถึงหน่วยลงทุน CIS และ/หรือ ETF ที่มีนโยบายการลงทุนในลักษณะดังกล่าวข้างต้น ซึ่งจะส่งผลให้กองทุนมี net exposure ในตราสารทุนดังกล่าว โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยกองทุนจะลงทุนในตราสารทุนและหลักทรัพย์ที่อ้างอิงกับตราสารทุนของบริษัทจีนตามที่กล่าวมาข้างต้น ซึ่งจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ ได้แก่ ตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ (Shanghai Stock Exchange: SSE) หรือ ตลาดหลักทรัพย์เซินเจิ้น (Shenzhen Stock Exchange: SZSE) หรือ ตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (Hong Kong Exchanges and Clearing: HKEX) หรือ ตลาดหลักทรัพย์ไต้หวัน (Taiwan Stock Exchange Corporation: TWSE) หรือ ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (New York Stock Exchange: NYSE) หรือ ตลาดหลักทรัพย์แนสแด็ก (Nasdaq Stock Market: NASDAQ) นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนตรงในหุ้นจีน A-shares ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ (SSE) หรือเซินเจิ้นผ่านโครงการเชื่อมโยงตลาดเซี่ยงไฮ้-ฮ่องกง (Shanghai-Hong Kong Stock Connect) หรือเซินเจิ้น-ฮ่องกง (Shenzhen-Hong Kong Stock Connect) (โดยรวมเรียกว่า “Stock Connect”) หรือ ผ่านโครงการ QFII (Qualified Foreign Institutional Investor) ก็ได้ ทั้งนี้ กองทุนอาจมีการลงทุนได้หลากหลายสกุลเงิน เช่น สกุลเงินหยวน (RMB) ฮ่องกงดอลลาร์ (HKD) ดอลลาร์ไต้หวันใหม่ (NTD) ดอลลาร์สหรัฐฯ (USD) เป็นต้น การพิจารณาคัดเลือกหลักทรัพย์ของบริษัทจีนที่เข้าลงทุน โครงสร้างธุรกิจและแหล่งรายได้: บริษัทที่มีการทำธุรกิจ การลงทุน หรือการค้าระหว่างประเทศ โดยมีรายได้จากตลาดต่างประเทศ (overseas markets) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ของรายได้ทั้งหมด หรือคาดว่าจะมีรายได้เป็นไปตามเกณฑ์ดังกล่าวภายใน 3 ปีข้างหน้า การวิเคราะห์รายได้ : บริษัทที่มีประวัติการสร้างรายได้จากตลาดต่างประเทศอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินธุรกิจของบริษัทเกี่ยวข้องกับแนวโน้มของเศรษฐกิจโลก ความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม : บริษัทที่มีความแข็งแกร่งด้านตราสินค้า (strong brand recognition) ผลิตภัณฑ์หรือการให้บริการที่เป็นนวัตกรรมใหม่ ตลอดจนความได้เปรียบทางการแข่งขันที่ทำให้บริษัทสามารถครองส่วนแบ่งการตลาดในตลาดต่างประเทศได้ ความมั่นคงด้านสถานะการเงิน : บริษัทที่มีงบดุลที่แข็งแกร่ง การเติบโตของรายได้ที่ยั่งยืน อัตรากำไรที่ดี และมีนโยบายการจัดสรรเงินทุนอย่างระมัดระวัง การกำกับดูแลและความโปร่งใส : บริษัทที่มีการกำกับดูแลกิจการที่แข็งแกร่ง การรายงานทางการเงินที่โปร่งใส และความมุ่งมั่นในการสร้างมูลค่าให้กับผู้ถือหุ้น มูลค่าหุ้นในระดับที่เหมาะสม : ราคาหุ้นของบริษัทที่ซื้อขายในระดับที่สมเหตุสมผลและมีศักยภาพในการเติบโตสูง โดยพิจารณาจากโอกาสในการเติบโตของธุรกิจและการวางตำแหน่งทางการตลาด การกระจายการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ : การลงทุนในหลายภาคอุตสาหกรรมเพื่อกระจายความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นเฉพาะของแต่ละอุตสาหกรรม และมีโอกาสได้รับประโยชน์ตามการเติบโตของอุตสาหกรรมต่างๆ ศักยภาพการเติบโต : การมุ่งเน้นการลงทุนในบริษัทที่มีโอกาสการเติบโตที่แข็งแกร่ง มีความได้เปรียบทางการแข่งขัน และสถานะการเงินที่ดี การบริหารความเสี่ยง : การดำเนินการตามแนวทางการจัดการความเสี่ยงอย่างเข้มงวดเพื่อจัดการกับความผันผวนของตลาดและปกป้องทุนของนักลงทุน ความยั่งยืน: การพิจารณาปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแล (ESG) ในกระบวนการตัดสินใจลงทุนเพื่อส่งเสริมการเติบโตที่ยั่งยืน การปรับสมดุลของสัดส่วนน้ำหนักการลงทุน (Rebalance) และการปรับรายชื่อหลักทรัพย์ บริษัทจัดการจะทําการปรับสมดุลของสัดส่วนน้ำหนักการลงทุน (Rebalance) รวมถึงปรับรายชื่อหลักทรัพย์การลงทุนในตราสารทุนเป็นรายไตรมาส เพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกและสัดส่วนการลงทุนในหลักทรัพย์ตามที่กําหนดไว้ข้างต้น อนึ่ง บริษัทจัดการสงวนสิทธิที่จะปรับรายชื่อหลักทรัพย์ของบริษัทใดบริษัทหนึ่งหรือหลายบริษัทออกจากรายชื่อหลักทรัพย์ที่กองทุนลงทุน ณ ขณะนั้น เมื่อพิจารณาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หรือมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดขึ้น ที่บริษัทจัดการคาดการณ์ว่าอาจส่งผลกระทบทางลบต่อราคาในทิศทางที่จะทําให้ราคาตราสารทุนของบริษัทนั้นลดลงอย่างมาก ซึ่งการดําเนินการข้างต้นอาจส่งผลให้การลงทุนของกองทุนไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกของกองทุน ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะดําเนินการเพื่อประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสําคัญ ในกรณีที่บริษัทจัดการพิจารณาแล้วเห็นว่า หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกหลักทรัพย์ การคํานวณสัดส่วนการลงทุนในหลักทรัพย์ หรือการปรับสมดุลของสัดส่วนน้ำหนักการลงทุน (Rebalance) และการปรับรายชื่อหลักทรัพย์ที่กําหนดไว้ข้างต้นไม่เพียงพอ และ/หรือไม่เหมาะสมกับสถานการณ์การลงทุน ณ ขณะใดแล้ว บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะปรับปรุงหลักเกณฑ์ฯ ดังกล่าวนั้นโดยเป็นไปในลักษณะที่ไม่ด้อยกว่าหลักเกณฑ์เดิมที่กําหนด เช่น การใช้วิธีการวิเคราะห์มูลค่า (Valuation) เป็นเกณฑ์เพิ่มเติม เป็นต้น ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะแจ้งรายละเอียดของการปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์ฯ ให้ผู้ถือหน่วยลงทุน และ/หรือผู้ลงทุนทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 วันทําการผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ (2) บริษัทจัดการได้แต่งตั้งให้ China Asset Management Co., Ltd. (ChinaAMC) เป็นผู้รับมอบหมายงานด้านการจัดการลงทุนในต่างประเทศ (Outsource) ของกองทุน โดยไม่รวมส่วนของการลงทุนในประเทศ อย่างไรก็ดี บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะดำเนินการบริหารจัดการลงทุนทรัพย์สินในส่วนของการลงทุนในต่างประเทศของกองทุนเองในบางขณะโดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนตามความเหมาะสมกับสถานการณ์ในแต่ละขณะ ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกองทุน โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดที่จะเกิดขึ้นกับกองทุนและผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นหลัก โดยบริษัทจัดการมีสิทธิ หน้าที่ และความรับผิดชอบ รวมถึงเงื่อนไขการเปลี่ยนผู้รับมอบหมายงานด้านการจัดการลงทุนในต่างประเทศเป็นไปตามที่ระบุในโครงการกองทุนและสัญญาแต่งตั้งผู้รับมอบหมายงานด้านการจัดการลงทุนในต่างประเทศ China Asset Management Co., Ltd. (ChinaAMC) เป็นบริษัทที่จัดตั้งในประเทศจีน และได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจจัดการลงทุนภายใต้การกำกับดูแลของ China Securities Regulatory Commission (CSRC) ซึ่งเป็นสมาชิกสามัญของ International Organization of Securities Commission (IOSCO) ทั้งนี้ ผู้รับมอบหมายงานด้านการจัดการลงทุนในต่างประเทศอาจนำทรัพย์สินบางส่วนหรือทั้งหมดของกองทุนไปลงทุนในทรัพย์สิน และ/หรือหลักทรัพย์ที่บริหารจัดการโดยผู้รับมอบหมายงานด้านการจัดการลงทุน (Outsource) และ/หรือบริษัทที่เกี่ยวข้องตามดุลยพินิจของผู้รับมอบหมายงานด้านการจัดการลงทุนในต่างประเทศ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการแต่งตั้ง เปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกผู้รับมอบหมายงานด้านการจัดการลงทุนในต่างประเทศ (Outsource) ของกองทุน และปรับปรุงข้อมูลดังกล่าวในรายละเอียดโครงการโดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนทุกรายแล้ว โดยบริษัทจัดการจะแจ้งให้ทราบผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ (3) กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) ทั้งเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (FX Hedging) และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารกองทุน (Efficient Portfolio Management) โดยมีสัดส่วนการลงทุนสูงสุดไม่เกินร้อยละ 100 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน การลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (FX Hedging) จะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน (dynamic hedging) โดยจะพิจารณาจากสภาวการณ์ของตลาดและปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น ทิศทางของอัตราแลกเปลี่ยน หรือค่าใช้จ่าย เป็นต้น ตามความเหมาะสมกับสภาวการณ์ในแต่ละขณะ ซึ่งอาจมีต้นทุนสำหรับการทำธุรกรรมป้องกันความเสี่ยง โดยทำให้ผลตอบแทนของกองทุนโดยรวมลดลงจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ (4) สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่กองทุนจะเข้าเป็นคู่สัญญาจะมีสินทรัพย์อ้างอิงอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ได้แก่ ทรัพย์สินที่กองทุนสามารถลงทุนได้ เช่น หุ้น ดัชนีราคาหุ้น หรืออีทีเอฟ (ETF) อัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยนเงิน เครดิต ทองคํา น้ำมันดิบ เป็นต้น หากราคาสินทรัพย์อ้างอิงมีความผันผวนมากหรือทิศทางการลงทุนไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ หรือคู่สัญญาที่ทําธุรกรรมไม่สามารถชําระภาระผูกพันได้ตามกําหนดเวลา อาจทําให้กองทุนขาดทุนจากการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหรือตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝงได้ ดังนั้น บริษัทจัดการอาจพิจารณาปรับเปลี่ยนการลงทุนหรือการเข้าทําธุรกรรมให้เหมาะสมกับสถานการณ์เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการจะวิเคราะห์และติดตามปัจจัยที่มีผลกระทบต่อราคาสินทรัพย์อ้างอิงรวมถึงพิจารณาความน่าเชื่อถือของคู่สัญญาก่อนทําธุรกรรมและติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยกองทุนจะเน้นทําธุรกรรมกับคู่สัญญาที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) (5) กองทุนจะไม่ลงทุนในตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) และ/หรือจะไม่ทำธุรกรรมการกู้ยืมเงิน และ/หรือธุรกรรมการขายโดยมีสัญญาซื้อคืน (Repurchase Agreement: Repo) เพื่อการลงทุน รวมทั้งจะไม่ทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ (Securities lending) และ/หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse repo) การขายหลักทรัพย์ที่ต้องยืมมาเพื่อการส่งมอบ (Short Sale) (6) กองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่นซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ (กองทุนปลายทาง) โดยมีสัดส่วนการลงทุนสูงสุดไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ซึ่งการลงทุนในหน่วยลงทุนดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนของกองทุนโดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด หรือกฎหมายอื่นใดที่เกี่ยวข้อง หรือประกาศอื่นใดที่เกี่ยวข้อง และ/หรือที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมในอนาคต ทั้งนี้ กองทุนปลายทางสามารถลงทุนต่อในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่นที่อยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการต่อไปได้อีกไม่เกิน 1 ทอด โดยกองทุนปลายทางและกองทุนรวมอื่นไม่สามารถลงทุนย้อนกลับในกองทุนต้นทาง (circle investment) ได้ (7) สำหรับเงินลงทุนส่วนที่เหลือ กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในตราสารทุน ตราสารแห่งหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน หน่วยลงทุน CIS กองทุน ETF หน่วย infra หน่วย private equity หน่วย property และ/หรือเงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝากในสถาบันการเงินทั้งในและต่างประเทศ ทั้งที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) และ/หรือต่ำกว่าอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Non-Investment Grade) และ/หรือที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) โดยมีสัดส่วนการลงทุนสูงสุดไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน รวมทั้งอาจลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นใดตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดหรือเห็นชอบให้กองทุนลงทุนได้ (8) ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วย ทั้งนี้ โดยจะคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ (8.1) ช่วงระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม (8.2) ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนเลิกกองทุนรวม (8.3) ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืน หรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการสิ้นสุดสมาชิกภาพ หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ (9) บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตให้เป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund) หรือกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds) หรือสามารถกลับมาเป็นกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในตราสาร และ/หรือหลักทรัพย์ทั้งในและต่างประเทศได้ โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (Risk Spectrum) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ เป็นไปตามดุลยพินิจของบริษัทจัดการซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตลาดและปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงประเภทกองทุนรวมดังกล่าว โดยประกาศทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการหรือผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (ถ้ามี) หรือช่องทางอื่นตามความเหมาะสม (10) ในกรณีกองทุนลงทุนในต่างประเทศ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะนำเงินลงทุนบางส่วนหรือทั้งหมดกลับเข้ามาลงทุนในประเทศ หรือสงวนสิทธิที่จะเลิกกองทุน โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนทุกรายแล้ว และไม่ถือว่าปฏิบัติผิดไปจากรายละเอียดโครงการกองทุน โดยจะคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ หากเกิดเหตุการณ์ดังต่อไปนี้ (10.1) บริษัทจัดการพิจารณาแล้วเห็นว่าสถานการณ์การลงทุนในต่างประเทศไม่เหมาะสม เช่น ภัยพิบัติ สภาวะการลงทุนผันผวนอย่างมาก ทำให้ผลตอบแทนที่อาจได้รับจากการลงทุนในอนาคตไม่คุ้มค่ากับความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น และ/หรือมีเหตุให้เชื่อได้ว่าเป็นการปกป้องรักษาผลประโยชน์ของกองทุนและผู้ถือหน่วยลงทุน (10.2) กรณีที่เกิดสภาวการณ์ที่ไม่ปกติ หรือกรณีอื่นใดที่เกิดจากปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ เช่น การเปลี่ยนแปลงของกฎหมาย หรือประกาศที่เกี่ยวข้อง หรือเกิดภาวะสงคราม เป็นต้น โดยจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ
Investment policy as filed with SEC Thailand.
actual = what the AMC currently charges · max = prospectus ceiling (no actual reported). Annual fees aren’t additive with one-time fees.