Principal Private Credit Fund Not for Retail Investors
PRINCIPAL ASSET MANAGEMENT COMPANY LIMITED · Other · settlement T+25
↳ Invests in Principal Private Credit Fund iCapital Offshore Access Fund SPC · หมู่เกาะเคย์แมน
✨Invests primarily in a single foreign mutual fund focused on private credit assets, including loans, bonds, and related securities from private companies.
1.กองทุนมีนโยบายการลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศที่มีนโยบายลงทุนในสินทรัพย์ประเภท Private Credit โดยปัจจุบันกองทุนลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียวคือ Principal Private Credit Fund iCapital Offshore Access Fund SPC (กองทุนหลัก) ชนิดหน่วยลงทุน I-Dis โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน (Feeder Fund) ซึ่งกองทุนหลักจดทะเบียนจัดตั้งภายใต้กฎหมายของหมู่เกาะเคย์แมน (Cayman Islands) และมี iCapital Advisors, LLC เป็นผู้บริหารการลงทุน โดยกองทุนหลักจะนำทรัพย์สินเกือบทั้งหมดไปลงทุนในกองทุน Principal Private Credit Fund (กองทุนอ้างอิง) ชนิดหน่วยลงทุน Institutional Class โดยกองทุนอ้างอิงจะลงทุนอย่างน้อยร้อยละ 80ของสินทรัพย์สุทธิของกองทุน รวมถึงเงินที่กู้ยืมเพื่อวัตถุประสงค์ในการลงทุน ในสินทรัพย์ประเภท private credit เช่น เงินกู้ (loans), ตราสารหนี้ (bonds) หรือตราสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเครดิต (other credit instruments) ซึ่งเสนอขายแบบเฉพาะเจาะจงในวงจำกัด (private offering) หรือออกโดยบริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์ (private companies) รวมถึงหลักทรัพย์ประเภททุนที่เกี่ยวข้อง เช่น ใบสำคัญแสดงสิทธิ หรือหุ้นบุริมสิทธิ์ ที่แนบมากับตราสารหนี้เพื่อเพิ่มความน่าสนใจในการลงทุน ทั้งนี้ การลงทุนในสินทรัพย์ประเภท private credit อาจได้มาโดยตรงจากผู้ออกหลักทรัพย์ หรือผ่านการซื้อขายในตลาดรอง (secondary market) บริษัทจัดการจะส่งคำสั่งซื้อขายหน่วยลงทุน ด้วยสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) เป็นสกุลเงินหลัก โดยบริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงสกุลเงินในภายหลัง โดยคำนึงถึงและรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนและความเหมาะสมในทางปฏิบัติเป็นสำคัญ โดยถือว่าผู้ถือหน่วยลงทุนรับทราบและยินยอมให้ดำเนินการแล้ว 2. ส่วนที่เหลือกองทุนอาจพิจารณาลงทุนในตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน หน่วยลงทุนของกองทุน Exchange Traded Fund หน่วย CIS และ/หรือตราสารหนี้ที่มีลักษณะคล้ายเงินฝาก เงินฝาก ตราสารหนี้ทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศ ตราสารทางการเงิน และ/หรือหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น ทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศ ที่ออกโดยภาครัฐบาล รัฐวิสาหกิจ สถาบันการเงิน และ/หรือ ภาคเอกชนที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือของผู้ออกตราสารอยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment grade) รวมถึงตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Securities) และตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือผู้ออก (Issue/Issuer) ต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) และ/หรือหลักทรัพย์ที่มิได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามที่ระบุไว้ในโครงการหรือตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด กองทุนและกองทุนหลักอาจมีการลงทุนหรือการทำธุรกรรมดังต่อไปนี้ โดยมีฐานะการลงทุนสูงสุดของกองทุน (Maximum Limit) ในการลงทุนหรือการทำธุรกรรมดังกล่าว ดังนี้ 1. กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) โดยอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่มีสินทรัพย์อ้างอิง ได้แก่ ทรัพย์สินต่าง ๆ ที่กองทุนสามารถลงทุนได้ อัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยน เครดิต สินค้าโภคภัณฑ์ เป็นต้น ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน รวมถึงสินทรัพย์อ้างอิงอื่น ๆ ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสํานักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกําหนดหรือเห็นชอบให้กองทุนลงทุนได้ ตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) โดยมีสัดส่วนการลงทุนไม่เกินร้อยละ 100 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน กองทุนอ้างอิงอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) ได้โดยไม่กำหนดอัตราส่วน 2.กองทุนอาจกู้ยืมเงินหรือทำธุรกรรมขายโดยมีสัญญาซื้อคืนเพื่อประโยชน์ในการจัดการลงทุนของกองทุนได้ไม่เกิน ร้อยละ 50 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน กองทุนอ้างอิง อาจกู้ยืมเงินหรือทำธุรกรรมขายโดยมีสัญญาซื้อคืนเพื่อประโยชน์ในการจัดการลงทุนของกองทุนได้โดยสามารถทำการกู้ยืมเงิน (Leverage) ได้ โดยมีเงื่อนไขว่าหลังจากการกู้ยืม กองทุนจะต้องมีอัตราความคุ้มครองสินทรัพย์ (asset coverage) อย่างน้อย 300% ตามที่กำหนดในกฎหมาย Investment Company Act of 1940 3. กองทุนอาจลงทุนในหน่วย Private Equity โดยมีสัดส่วนการลงทุนไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน แต่กองทุนอ้างอิงจะไม่ลงทุนในหน่วย Private Equity 4. อย่างไรก็ตาม กองทุนและกองทุนอ้างอิงจะไม่ทำธุรกรรมการขายหลักทรัพย์ที่ต้องยืมมาเพื่อการส่งมอบ (Short Sale) กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยง (Hedging) จากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศโดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ซึ่งพิจารณาจากสภาวะของตลาดการเงินในขณะนั้น และปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น ทิศทางราคาหลักทรัพย์ ทิศทางอัตราดอกเบี้ย และทิศทางของค่าเงินหรืออัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงค่าใช้จ่ายในการป้องกันความเสี่ยง เป็นต้น อย่างไรก็ตามหากผู้จัดการกองทุนพิจารณาว่าการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนอาจไม่เป็นไปเพื่อประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุน หรือทำให้ผู้ถือหน่วยลงทุนเสียประโยชน์ที่อาจได้รับ ผู้จัดการกองทุนอาจไม่ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนก็ได้ การลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) อาจมีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงราคาของหลักทรัพย์อ้างอิงที่เคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้ามกับที่คาดการณ์ไว้ หรือคู่สัญญาที่ทำธุรกรรมไม่สามารถชำระภาระผูกพันได้ตามกำหนดเวลา อาจทำให้กองทุนขาดทุนจากการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหรือตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝงได้ อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการจะวิเคราะห์และติดตามปัจจัยที่มีผลกระทบต่อราคาสินทรัพย์อ้างอิง รวมถึงพิจารณาความน่าเชื่อถือของคู่สัญญาก่อนทำธุรกรรมและติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยจะเน้นทำธุรกรรมกับคู่สัญญาที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) ทั้งนี้ การลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า บริษัทจัดการจะคำนึงถึงประโยชน์ของกองทุนและผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ ในกรณีที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือคณะกรรมการตลาดทุนมีการแก้ไขเพิ่มเติมประกาศที่เกี่ยวข้องกับกฎเกณฑ์การลงทุนซึ่งกระทบกับนโยบายการลงทุนของกองทุนนี้ในภายหลัง บริษัทจัดการจะดำเนินการปรับนโยบายการลงทุนดังกล่าวเพื่อให้เป็นไปตามประกาศที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.กำหนด และให้ถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว เงื่อนไขอื่นๆ 1. กรณีการลงทุนของกองทุนหน่วยลงทุน หรือกองทุนฟีดเดอร์มีลักษณะครบถ้วนตาม 1.1 และ 1.2 ให้บลจ.ดำเนินการตาม 1.3 1.1 ฐานะการลงทุนสุทธิของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ (1) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี <80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ หรือ (2) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี >80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ โดยกองทุนต่างประเทศไม่มีวัตถุประสงค์การลงทุนในทำนองเดียวกับกองทุนดัชนีหรือ ETF 1.2 NAV ของกองทุนปลายทาง มีการลดลงในลักษณะใดดังนี้ (1) NAV ณ วันใดวันหนึ่งลดลง > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง หรือ (2) ยอดรวมของ NAV ลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกันคิดเป็นจำนวน > 2/3 ของ NAV ของกองทุนปลายทาง 1.3 รายละเอียดการดำเนินการ แจ้งเหตุที่กองทุนปลายทางมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการของ บลจ. โดยคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวมให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และผู้ถือหน่วยลงทุนทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฎเหตุ เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการของกองทุนรวมตาม (1) ต่อผู้ที่สนใจจะลงทุนเพื่อให้ผู้ที่สนใจจะลงทุนรับรู้และเข้าใจเกี่ยวกับสถานะของกองทุนรวม ทั้งนี้ บริษัทจัดการกองทุนรวมต้องดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการดังกล่าวด้วย (3) ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินการตาม (1) ให้แล้วเสร็จภายใน 60 วันนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ (4) รายงานผลการดำเนินการให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการแล้วเสร็จ ทั้งนี้ ระยะเวลาในการดำเนินการตามข้อ (3) บริษัทจัดการสามารถขอผ่อนผันต่อสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. *กองทุนปลายทาง หมายถึง กองทุนที่กองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ไปลงทุน ซึ่งมีลักษณะเป็นไปตามหลักเกณฑ์โดยครบถ้วนดังนี้ (1) เป็นกองทุนรวมตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และให้หมายความรวมถึงกองทุนที่มีลักษณะเป็นการลงทุนร่วมกันของผู้ลงทุน ไม่ว่าจะจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือกฎหมายต่างประเทศและไม่ว่ากองทุนดังกล่าวจะจัดตั้งในรูปบริษัท ทรัสต์ หรือรูปแบบอื่นใด เช่น กองทุนอสังหาริมทรัพย์ต่างประเทศ (REIT) หรือโครงการจัดการลงทุน (collective investment scheme) เป็นต้น (2) เป็นกองทุนที่กองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ มีการลงทุนในกองทุนตาม (1) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของ NAVของกองทุนตาม (1) นั้น 2. บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะพิจารณาเปลี่ยนแปลงชนิดของหน่วยลงทุนของกองทุนหลัก (classes หรือ sub-classes) หรือขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงกองทุนรวมต่างประเทศที่ลงทุนที่แตกต่างไปจากที่ระบุในรายละเอียดโครงการกองทุนนี้โดยขึ้นอยู่กับดุลพินิจของบริษัทจัดการ ซึ่งกองทุนรวมต่างประเทศที่พิจารณาเลือกทดแทนกองทุนเดิม จะต้องมีนโยบายการลงทุนที่สอดคล้องหรือใกล้เคียงกับนโยบายการลงทุนของกองทุนนี้ ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงและรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ 3. บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตเป็นกองทุนรวม Fund of Funds หรือ กองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในหลักทรัพย์และทรัพย์สินที่กองทุนลงทุนได้ หรือกลับมาเป็นกองทุนรวม Feeder Fund ได้โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (risk profile) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน โดยขึ้นกับสถานการณ์ตลาด และต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งผู้ถือหน่วยลงทุนล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน โดยผ่านเว็บไซต์ของบริษัทจัดการที่ www.principal.th หรือช่องทางอื่นใดที่บริษัทจัดการกำหนดก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงการลงทุนดังกล่าว 4. บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะนำเงินลงทุนบางส่วนหรือทั้งหมดมาลงทุนในประเทศไทย ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของกองทุนโดยรวม เช่น ในกรณีที่มีความผิดปกติของตลาด หรือในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงของภาวะตลาดหรือการคาดการณ์ภาวะตลาดทำให้การลงทุนในต่างประเทศขาดความเหมาะสมในทางปฏิบัติ หรือกรณีอื่นใดที่เกิดจากสาเหตุที่ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น การเปลี่ยนแปลงของกฎหมาย หรือประกาศที่เกี่ยวข้อง หรือเกิดภาวะสงคราม เป็นต้น จึงอาจมีบางขณะที่กองทุนไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามอัตราส่วนการลงทุนที่กำหนดได้ และบริษัทจัดการจะรายงานการไม่สามารถลงทุนตามสัดส่วนการลงทุนต่อสำนักงาน ก.ล.ต. 5. อนึ่ง ในกรณีที่บริษัทจัดการไม่สามารถเข้าลงทุนในกองทุน Principal Private Credit Fund I iCapital Offshore Access Fund SPC (“กองทุนหลัก”) ในรูปสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) หรือกรณีที่บริษัทจัดการพิจารณาเห็นว่าการลงทุนในกองทุนดังกล่าวซึ่งเป็นกองทุนหลักไม่เหมาะสมอีกต่อไป เช่น เกิดความผันผวนอันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ การเมือง การเงินตลาดทุน หรือเกิดภัยพิบัติ หรือภาวะสงคราม และ/หรือกรณีที่กองทุนหลักดังกล่าวมีการเปลี่ยนแปลงบริษัทจัดการลงทุน หรือผู้จัดการกองทุน หรือเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุน การบริหารจัดการ และ/หรือผลตอบแทนของกองทุนหลักไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ และ/หรือผู้จัดการกองทุนเห็นว่าการลงทุนในกองทุนอื่นมีความเหมาะสมกว่า และ/หรือมีโอกาสให้ผลตอบแทนดีกว่า หรือความผันผวนต่ำกว่า และ/หรือเมื่อพบว่าการบริหารจัดการของกองทุนหลักขัดกับหลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และ/หรือมีการกระทำความผิดร้ายแรง โดยหน่วยงานกำกับดูแลในประเทศนั้น ๆ เป็นผู้ให้ความเห็น และ/หรือการลงทุนในกองทุนหลักจะทำให้บริษัทจัดการปฎิบัติไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์การลงทุนในหน่วย CIS บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะนำเงินไปลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศอื่นที่มีนโยบายการลงทุนสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของกองทุน โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะปิดประกาศให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะคำนึงถึงและรักษาประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ โครงสร้างการลงทุนของกองทุน กองทุน PRINCIPAL PCREDITUI จะลงทุนในกองทุน Principal Private Credit Fund iCapital Offshore Access Fund SPC (กองทุนหลัก) Class I-Dis ซึ่งกองทุนหลักจะนำทรัพย์สินเกือบทั้งหมดไปลงทุนต่อในกองทุน Principal Private Credit Fund I (กองทุนอ้างอิง) Institutional Class สรุปสาระสำคัญของกองทุน Principal Private Credit Fund iCapital Offshore Access Fund SPC (กองทุนหลัก) ชื่อกองทุน Principal Private Credit Fund iCapital Offshore Access Fund SPC Class I-Dis อายุโครงการ ไม่กำหนด วันจัดตั้งกองทุน 29 กันยายน 2568 ประเทศที่จดทะเบียนจัดตั้ง หมู่เกาะเคย์แมน (Cayman Islands) สกุลเงินของกองทุน USD บริษัทจัดการลงทุน iCapital Advisors, LLC Investment Manager iCapital Advisors, LLC ผู้รับฝากทรัพย์สิน (Custodian) The Bank of New York Mellon วัตถุประสงค์ในการลงทุน กองทุนจะนำทรัพย์สินเกือบทั้งหมดไปลงทุนในกองทุน Principal Private Credit Fund (กองทุนอ้างอิง) ซึ่งกองทุนอ้างอิงมีสถานะเป็นกองทรัสต์ตามกฎหมายของรัฐ Delaware ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยกองทุนอ้างอิงมุ่งเน้นในการสร้างรายได้และเพิ่มมูลค่าของเงินทุน เพื่อแสวงหาผลตอบแทนรวมสูงสุด กลยุทธ์การลงทุน กองทุนจะนำทรัพย์สินเกือบทั้งหมดไปลงทุนในกองทุน Principal Private Credit Fund (กองทุนอ้างอิง) ชนิดหน่วยลงทุน Institutional Class โดยกองทุนจะลงทุนอย่างน้อยร้อยละ 80 ของสินทรัพย์สุทธิของกองทุน รวมถึงเงินที่กู้ยืมเพื่อวัตถุประสงค์ในการลงทุน ในสินทรัพย์ประเภท private credit เช่น เงินกู้ (loans), ตราสารหนี้ (bonds) หรือตราสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเครดิต (other credit instruments) ซึ่งเสนอขายแบบเฉพาะเจาะจงในวงจำกัด (private offering) หรือออกโดยบริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์ (private companies) รวมถึงหลักทรัพย์ประเภททุนที่เกี่ยวข้อง เช่น ใบสำคัญแสดงสิทธิ หรือหุ้นบุริมสิทธิ์ ที่แนบมากับตราสารหนี้เพื่อเพิ่มความน่าสนใจในการลงทุน ทั้งนี้ การลงทุนในสินทรัพย์ประเภท private credit อาจได้มาโดยตรงจากผู้ออกหลักทรัพย์ หรือผ่านการซื้อขายในตลาดรอง (secondary market) (สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในข้อมูลของกองทุนอ้างอิง) การจ่ายปันผล กองทุนจะจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนตามรอบระยะเวลาการจ่ายเงินปันผลของกองทุนอ้างอิง (Underlying Fund) โดยเงินปันผลที่ได้รับจากกองทุนอ้างอิงอาจถูกหักค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องของกองทุน รวมถึงภาษีที่เกี่ยวข้อง ก่อนจะถูกจัดสรรให้แก่ผู้ถือหน่วย ตามสัดส่วนของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิต่อหน่วย (NAV) ของแต่ละราย โดยกองทุนจะดำเนินการจ่ายเงินปันผลภายในประมาณ 7 วันทำการนับจากวันที่ได้รับเงินจากกองทุนอ้างอิง หรือหลังจากการสรุปมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนแล้ว แล้วแต่อย่างใดจะเกิดขึ้นหลังสุด การสั่งซื้อหน่วยลงทุน ทุกวันทำการแรกของเดือน โดย สำหรับการสั่งซื้อครั้งแรก: ต้องแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 8 วันทำการก่อนวันทําการซื้อหน่วยลงทุน (Subscription Date) สำหรับการสั่งซื้อครั้งถัดไป: ต้องแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 5 วันทำการก่อนวันทําการซื้อหน่วยลงทุน (Subscription Date) ทั้งนี้ ระยะเวลาการแจ้งล่วงหน้าอาจลดลงได้ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน หรืออาจขยายหากกองทุนอ้างอิงกำหนดให้ต้องแจ้งล่วงหน้านานขึ้น โดยต้องชำระค่าสั่งซื้อหน่วยลงทุนล่วงหน้าอย่างน้อย 4 วันทำการก่อนวันซื้อหน่วยลงทุน หากไม่ได้ชำระค่าสั่งซื้อหน่วยลงทุนตามกำหนด คำสั่งซื้อหน่วยลงทุนนั้นอาจถูกปฏิเสธ ผู้ลงทุนจะได้รับมูลค่าหน่วยลงทุน ณ วันทำการสุดท้ายของเดือนก่อนหน้า (เช่น สั่งซื้อหน่วยลงทุนรอบวันที่ 1 พฤศจิกายน จะได้มูลค่าหน่วยลงทุน ณ วันที่ 31 ตุลาคม เป็นต้น) ขั้นต่ำในการสั่งซื้อหน่วยลงทุน (Minimum Subscription): • ครั้งแรก : 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ • ครั้งถัดไป : 25,000 ดอลลาร์สหรัฐ การขายคืนหน่วยลงทุน สามารถทำได้เป็นรายไตรมาส ณ วันทำการสุดท้ายของเดือนถัดจากแต่ละไตรมาส (Repurchase Date) โดยผู้ลงทุนต้องแจ้งความประสงค์ล่วงหน้า (Repurchase Notice) อย่างน้อย 25 วันก่อนวันขายคืนหน่วยลงทุน (Repurchase Date) (เช่น หากวันซื้อคืนหน่วยลงทุนคือวันที่ 30 เมษายน ผู้ลงทุนต้องแจ้งขอซื้อคืนหน่วยลงทุนก่อนวันทำการของวันที่ 5 เมษายน) ทั้งนี้ ระยะเวลาการแจ้งล่วงหน้าอาจลดลงได้ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน หรืออาจขยายหากกองทุนอ้างอิงกำหนดให้ต้องแจ้งล่วงหน้านานขึ้น ผู้ลงทุนจะไม่สามารถยกเลิกคำสั่งขายคืนหน่วยลงทุนได้ เว้นแต่ได้รับความยินยอมเป็นรายลักษณ์อักษรจากคณะกรรมการกองทุนหรือผู้จัดการกองทุน (แล้วแต่กรณี) ซึ่งอาจอนุมัติหรือปฏิเสธได้ตามดุลยพินิจ นอกจากนี้คณะกรรมการกองทุนหรือผู้จัดการกองทุนอาจปฏิเสธคำสั่งขายคืนหน่วยลงทุนที่ได้ยื่นไว้แล้วได้ หากไม่ได้รับการอนุมัติในรอบนั้น โดยคำสั่งขายคืนดังกล่าวจะไม่ถูกยกไปดำเนินการในรอบถัดไป ราคารับซื้อคืนหน่วยลงทุนจะคำนวณจากชนิดหน่วยลงทุนที่ถูกไถ่ถอน โดยราคารับซื้อคืนจะอ้างอิง NAV ต่อหน่วยจากกองทุนอ้างอิง ณ วันทำการสุดท้ายของเดือนถัดจากเดือนสิ้นสุดแต่ละไตรมาส (หลังหักค่าใช้จ่ายหรือภาษีที่เกี่ยวข้อง) โดยคาดว่าจะดำเนินการชำระเงินหลังจาก NAV ของกองทุนหลักได้รับการสรุปซึ่งโดยทั่วไปจะสรุปภายใน 1 วันทำการหลังจาก Repurchase Date ทั้งนี้ กองทุนอาจรับซื้อคืนหน่วยลงทุนน้อยกว่าคำสั่งขายคืนที่ได้ยื่นไว้ หากมีคำสั่งขายคืนเกินกว่าที่กำหนดในแต่ละไตรมาส และคณะกรรมการกองทุนอ้างอิงอาจแก้ไขหรือระงับการซื้อคืนได้ ดังนั้นการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอาจไม่ได้มีในทุก ไตรมาส โดยทั่วไป กองทุนอ้างอิงจำกัดการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนในแต่ละไตรมาส ไม่เกิน 5% ของจำนวนหน่วยลงทุนทั้งหมดของกองทุนอ้างอิง ณ วันทำการสุดท้ายของเดือนถัดจากเดือนสิ้นสุดแต่ละไตรมาส (เช่น การรับซื้อคืนหน่วยลงทุน รวม ณ วันที่ 30 เมษายน จะถูกจำกัดไม่เกิน 5% ของจำนวนหน่วยลงทุนของกองทุนอ้างอิง ณ วันที่ 30 เมษายน เป็นต้น) หากการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนจะทำให้จำนวนหน่วยลงทุนที่เหลือต่ำกว่า 50,000 ดอลล่าร์สหรัฐ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิ์รับซื้อคืนหน่วยลงทุนทั้งหมด เว้นแต่กองทุนอ้างอิงอนุมัติจำนวนขายคืนไม่เต็มจำนวน กองทุนจะชำระค่าขายคืนหน่วยลงทุนให้แก้ผู้ถือหน่วยลงทุนภายในประมาณ 7 วันทำการหลังจากที่ได้รับเงินจากกองทุนอ้างอิง หรือภายหลังจากได้มีการสรุปมูลค่าทรัพย์สินสุทธิแล้ว แล้วแต่ว่าเหตุการณ์ใดจะเกิดขึ้นหลังสุด หากมีการขายคืนหน่วยลงทุนเกินกว่าสิทธิรับซื้อคืนหน่วยลงทุนของกองทุนอ้างอิง กองทุนจะชำระค่าขายคืนหน่วยลงทุนแบบเฉลี่ยตามสัดส่วน (pro rata) โดยเงินส่วนที่เหลือจะถูกยกเลิก โดยผู้ลงทุนจะต้องส่งคำสั่งขายคืนในรอบถัดไป ทั้งนี้ ไม่มีการรับประกันว่าจะสามารถขายคืนหน่วยลงทุนได้ตามจำนวนหรือเวลาที่ต้องการ ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายของกองทุนรวม ค่าธรรมเนียมของกองทุนหลัก (Administrative Fee) 0.20% ต่อปี (ปัจจุบันเก็บจริง 0.15%) ขั้นต่ำ USD 100,000 ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายรวม 0.20% ต่อปี (ปัจจุบันเก็บจริง 0.15%) ขั้นต่ำ USD 100,000 หมายเหตุ: กองทุนหลักอาจมีการเปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ ของกองทุนได้ ตัวชี้วัด (benchmark) : ไม่มี Bloomberg ticker : N/A ISIN : KYG7256F1138 สรุปสาระสำคัญของกองทุน Principal Private Credit Fund I (กองทุนอ้างอิง) กองทุนอ้างอิง (Master Fund Underlying) Principal Private Credit Fund ประเภทกองทุน Private Credit (กองทุนปิดประเภท Interval Fund) กองทุนนี้เป็นกองทุนปิดประเภท Interval Fund ที่มีการเสนอขายหน่วยลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยเปิดรับซื้อคืนหน่วยลงทุนเป็นช่วงเวลา เพื่อให้กองทุนมีสภาพคล่องและเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนสามารถขายคืนหน่วยลงทุนได้บางส่วน กองทุนอยู่ภายใต้กฏหมาย Investment Company Act of 1940 ในรูปแบบบริษัทจำกัดความรับผิด ตามกฏหมายรัฐเดลาแวร์ (Delaware) ประเทศสหรัฐอเมริกา ชนิดหน่วยลงทุน (Share Class) Institutional Class I อายุโครงการ ไม่กำหนด วันจัดตั้งกองทุน 3 มิถุนายน 2567 ประเทศที่จดทะเบียนจัดตั้ง สหรัฐอเมริกา สกุลเงินของกองทุน USD บริษัทจัดการ (Management Company) Principal Global Investor, LLC (PGI) ผู้รับฝากทรัพย์สิน (Custodian) The Bank of New York Mellon and Computershare Trust Company, N.A. วัตถุประสงค์การลงทุน กองทุนมีวัตถุประสงค์ในการสร้างรายได้และเพิ่มมูลค่าของเงินทุน เพื่อแสวงหาผลตอบแทนรวมสูงสุด แต่อย่างไรก็ตามไม่มีการรับประกันว่ากองทุนจะสามารถบรรลุวัตถุประสงค์การลงทุนดังกล่าว หรือสามารถจัดโครงการการลงทุนได้ตามที่คาดหวังไว้ รวมถึงไม่สามารถรับประกันได้ว่าสามารถสร้างผลตอบแทนเป็นบวกได้ในช่วงเวลาใดๆ กลยุทธ์การลงทุน ในสภาวะปกติ กองทุนจะลงทุนอย่างน้อยร้อยละ 80 ของสินทรัพย์สุทธิของกองทุน รวมถึงเงินที่กู้ยืมเพื่อวัตถุประสงค์ในการลงทุนในสินทรัพย์ประเภท private credit เช่น เงินกู้ (loans), ตราสารหนี้ (bonds) หรือตราสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเครดิต (other credit instruments) ซึ่งเสนอขายแบบเฉพาะเจาะจงในวงจำกัด (private offering) หรือออกโดยบริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์ (private companies) รวมถึงหลักทรัพย์ประเภททุนที่เกี่ยวข้อง เช่น ใบสำคัญแสดงสิทธิ หรือหุ้นบุริมสิทธิ์ที่แนบมากับตราสารหนี้เพื่อเพิ่มความน่าสนใจในการลงทุน ทั้งนี้ การลงทุนในสินทรัพย์ประเภท private credit อาจได้มาโดยตรงจากผู้ออกหลักทรัพย์ หรือผ่านการซื้อขายในตลาดรอง (secondary market) ในสภาวะปกติ กองทุนจะลงทุนโดยเน้นการปล่อยกู้โดยตรง (privately originated) และเจรจาแบบเฉพาะราย (privately negotiated) กับ บริษัทหรือผู้ออกตราสารขนาดกลางในสหรัฐอเมริกา (lower and core middle market) ผ่านสินเชื่อที่มีหลักประกันไม่ด้อยสิทธิลำดับที่หนึ่งและสอง (first and second lien senior secured loans) สินเชื่อแบบรวมหนี้ไม่ด้อยสิทธิและหนี้ด้อยสิทธิไว้ด้วยกัน (unitranche loans) รวมถึงสินเชื่อที่มีโอกาสแปลงสภาพเป็นทุนในภายหลังตามเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้ (mezzanine debt) โดย บริษัทหรือผู้ออกตราสารขนาดกลาง (lower and core middle market) ตามที่บริษัทจัดการกำหนด หมายถึงบริษัทหรือผู้ออกตราสารที่มีรายได้ก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ระหว่าง 5 ล้านถึง 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม กองทุนอาจลงทุนในบริษัทหรือผู้ออกตราสารที่อยู่นอกเกณฑ์ EBITDA ดังกล่าว และ/หรืออยู่นอกประเทศสหรัฐอเมริกาได้เช่นกัน ทั้งนี้ กองทุนจะเน้นลงทุนในตราสารที่มีอัตราดอกเบี้ยลอยตัว (variable-rate investments) การลงทุนส่วนใหญ่ของกองทุนจะอยู่ในสินทรัพย์ที่ไม่มีสภาพคล่อง (illiquid assets) กองทุนอาจลงทุนในตราสารของผู้ออกจำนวนน้อยราย ซึ่งอาจทำให้การกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนอยู่ในระดับจำกัด และอาจมีสัดส่วนการลงทุนในตราสารของผู้ออกรายเดียวในระดับสูง นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนในเงินกู้ร่วมที่มีผู้ให้กู้หลายราย (broadly syndicated loans) รวมถึงตราสารหนี้ที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าระดับลงทุนได้ (below investment grade) อีกทั้ง กองทุนอาจเข้าลงทุนร่วม (co-investments) กับบริษัทในเครือ ภายใต้ข้อยกเว้นที่ได้รับอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ กองทุนได้จัดตั้งวงเงินสินเชื่อกับผู้ให้กู้ เพื่อใช้เป็นแหล่งเงินทุนสำรองสำหรับค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ของกองทุน รวมถึงเพื่อเสริมสภาพคล่อง (เช่น กรณีที่เกี่ยวข้องกับการเสนอรับซื้อคืนหน่วยลงทุน) ตลอดจนอาจนำไปใช้ในการเข้าลงทุนหรือ รีไฟแนนซ์การลงทุนหนึ่งรายการหรือหลายรายการ รวมถึงวัตถุประสงค์อื่น ๆ ตามที่เห็นสมควร ซึ่งกองทุนสามารถทำการกู้ยืมเงิน (Leverage) ได้ โดยมีเงื่อนไขว่าหลังจากการกู้ยืม กองทุนจะต้องมีอัตราความคุ้มครองสินทรัพย์ (asset coverage) อย่างน้อยร้อยละ 300 ตามที่กำหนดในกฎหมาย Investment Company Act of 1940 ตัวอย่างเช่น หากกองทุนมีสินทรัพย์สุทธิ 100 ดอลลาร์สหรัฐ กองทุนสามารถกู้ยืมเพิ่มเติมได้สูงสุด 50 ดอลลาร์สหรัฐ ทำให้มูลค่าสินทรัพย์รวมเท่ากับ 150 ดอลลาร์ หรือเท่ากับมีอัตราความคุ้มครองสินทรัพย์ที่ร้อยละ 300 ทั้งนี้ กองทุนอาจพิจารณาปรับระดับการกู้ยืม (leverage) เพิ่มขึ้นหรือลดลงได้โดยขึ้นอยู่กับการประเมินสภาวะตลาดการลงทุนในแต่ละช่วงเวลา การจ่ายปันผล กองทุนมีนโยบายประกาศและจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนอย่างน้อย ไตรมาสละ 1 ครั้ง ทั้งนี้ หากกองทุนมีกำไรจากการขายสินทรัพย์ที่ลงทุนหลังหักค่าใช้จ่ายและภาษี (net realized capital gains) ในรอบปีบัญชี (สิ้นสุดวันที่ 31 ตุลาคม) กองทุนอาจพิจารณาจ่ายเงินปันผลเพิ่มเติมในเดือนธันวาคม อย่างไรก็ตาม กองทุนไม่มีอัตราการจ่ายเงินปันผลที่แน่นอน และไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะมีการจ่ายเงินปันผลในช่วงเวลาใดช่วงเวลาหนึ่ง การสั่งซื้อหน่วยลงทุน ทุกวันทำการในสหรัฐอเมริกา ขั้นต่ำในการสั่งซื้อหน่วยลงทุน (Minimum Subscription): • ครั้งแรก : 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ • ครั้งถัดไป : ไม่กำหนด การขายคืนหน่วยลงทุน รายไตรมาส กองทุนนี้เป็นกองทุนปิดประเภท Interval Fund เปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนสามารถขายคืนหน่วยลงทุนได้บางส่วนเป็นรายไตรมาส โดยกองทุนมีนโยบายที่จะซื้อคืนหน่วยลงทุนอย่างน้อยร้อยละ 5 และไม่เกินร้อยละ 25 ของหน่วยลงทุนทั้งหมด ทั้งนี้ การซื้อคืนหน่วยลงทุนเกินกว่าร้อยละ 5 จะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของคณะกรรมการกองทุน (Board of Trustees) เท่านั้น กองทุนจะเปิดรับซื้อคืนหน่วยลงทุนเป็นรายไตรมาส ในเดือนมีนาคม มิถุนายน กันยายน และธันวาคม โดยจะแจ้งส่งหนังสือแจ้งวันที่เริ่มเสนอซื้อคืน (Repurchase Offer) ไปยังผู้ถือหน่วยลงทุนอย่างน้อย 21 วันก่อนวันสุดท้ายที่สามารถยื่นคำขอขายคืนหน่วยลงทุนได้ (Repurchase Request Deadline) หากมีการขายคืนหน่วยลงทุนเกินกว่าสิทธิรับซื้อคืนหน่วยลงทุนของกองทุน กองทุนจะชำระค่าขายคืนหน่วยลงทุนแบบเฉลี่ยตามสัดส่วน (pro rata) ทั้งนี้ ไม่มีการรับประกันว่าจะสามารถขายคืนหน่วยลงทุนได้ตามจำนวนหรือเวลาที่ต้องการ หนังสือแจ้งผู้ถือหน่วย จะมีรายละเอียดดังนี้ • เปอร์เซ็นต์ (%) ของหน่วยลงทุนที่เปิดรับซื้อคืน และวิธีการซื้อคืนแบบเฉลี่ย (pro rata) หากมีคำขอเกินกว่าจำนวนที่เปิดรับซื้อคืน • วันสุดท้ายที่ผู้ถือหน่วยลงทุนสามารถส่งคำสั่งขายคืนหน่วยลงทุน (Repurchase Request Deadline) • วันที่ใช้ในการกำหนดราคาต่อหน่วย (NAV) สำหรับการขายคืน • วันที่กองทุนจะชำระเงินให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน (สำหรับหน่วยที่ได้รับการซื้อคืน) • ราคาต่อหน่วย (NAV) ณ วันที่ไม่เกิน 7 วัน ก่อนวันที่ออกหนังสือแจ้ง รวมถึงช่องทางที่ผู้ถือหน่วยสามารถตรวจสอบ NAV ได้ • ขั้นตอนในการส่งคำขอขายคืนหน่วยลงทุน และสิทธิในการยกเลิกหรือแก้ไขคำสั่งก่อนถึงกำหนด • กรณีที่กองทุนสามารถระงับหรือเลื่อนการรับซื้อคืน โดยหนังสือดังกล่าวจะเผยแพร่ผ่านเว็ปไซต์ของกองทุนที่ principalam.com/interval หากผู้ถือหน่วยลงทุนส่งคำสั่งไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องภายในเวลาที่กำหนดจะไม่สามารถขายคืนหน่วยลงทุนได้จนกว่าจะถึงรอบการรับซื้อคืนในครั้งถัดไปและต้องส่ง คำสั่งใหม่ ราคารับซื้อคืนและการชำระค่ารับซื้อคืน ราคารับซื้อคืนหน่วยลงทุนจะเกิดขึ้นไม่เกิน 14 วันหลังจากวันสุดท้ายที่ผู้ถือหน่วยลงทุนสามารถส่งคำสั่งขายคืนหน่วยลงทุน (Repurchase Request Deadline) (หากตรงกับวันหยุดให้เลื่อนเป็นวันทำการถัดไป) โดยกองทุนคาดว่าจะดำเนินการชำระค่าขายคืนหน่วยลงทุนให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน (Repurchase Payment Deadline) ภายใน 1-3 วันทำการหลังจากวันที่กำหนดราคารับซื้อคืน โดยไม่เกิน 7 วัน มูลค่าทรัพย์สินสุทธิต่อหน่วยของกองทุนอาจมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญระหว่างวันที่ส่งคำสั่งรับซื้อคืนและวันครบกำหนดส่งคำสั่งขายคืน การระงับหรือการเลื่อนการรับซื้อคืน ภายใต้กฏหมาย Investment Company Act of 1940 โดยต้องได้รับอนุมัติเสียงข้างมากจากผู้ดูแลผลประโยชน์ (Trustee) กองทุนสามารถระงับหรือเลื่อนการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนได้ในกรณีดังนี้ 1. หากการรับซื้อคืนจะทำให้กองทุนสูญเสียสถานะการเป็น Regulated Investment Company (RIC) 2. ช่วงทีตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) หรือตลาดหลักอื่นที่กองทุนถือหลักทรัพย์อยู่เป็นหลักปิดทำการ หรือมีการจำกัดการซื้อขายในตลาดนั้น 3. ช่วงที่เกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน หรือเหตุการณ์ไม่ปกติทำให้กองทุนไม่สามารถขายหลักทรัพย์ที่ถืออยู่ได้อย่างเหมาะสมหรือไม่สามารถประเมินมูลค่าสินทรัพย์สุทธิของกองทุนได้อย่างเป็นธรรม 4. กรณีอื่นใดที่สำนักงาน ก.ล.ต.สหรัฐฯ อนุญาตโดยมีคำสั่งเพื่อป้องกันผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุน โดยกองทุนจะมีการแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบหากมีการระงับหรือเลื่อนการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายของกองทุนรวม Sales Charge ไม่มี Management Fee 1.25% ต่อปี ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายรวม 3.96% ต่อปี Incentive Fee 15% จากรายได้สุทธิก่อนหักค่าธรรมเนียมจูงใจ (Pre-Incentive Fee Net Investment Income) โดยมีหลักเกณฑ์การคำนวณดังนี้ (ก) ค่าธรรมเนียมจูงใจ (Incentive Fee) จะถูกคำนวณและเรียกเก็บเป็น รายไตรมาสย้อนหลัง โดยอ้างอิงจากรายได้สุทธิก่อนหักค่าธรรมเนียมจูงใจ ในไตรมาสที่ผ่านมา (ข) การจัดเก็บค่าธรรมเนียมจูงใจจะกระทำได้ต่อเมื่อกองทุนอ้างอิงสามารถสร้างผลตอบแทนสุทธิจากการลงทุนก่อนหักค่าธรรมเนียมจูงใจได้ เกินกว่า อัตราผลตอบแทน ขั้นต่ำ (Hurdle Rate) ซึ่งกำหนดเป็นอัตราที่สูงกว่า ระหว่าง: 1.) 1.50% ต่อไตรมาส (เทียบเท่า 6.00% ต่อปี) หรือ 2.) อัตราดอกเบี้ย SOFR แบบคาดการณ์ล่วงหน้า 3 เดือน (3-month forward-looking term SOFR) ซึ่งเผยแพร่ก่อนต้นไตรมาสนั้น 2 วันทำการ หารด้วย 4 แล้วบวกด้วย 0.75% ต่อไตรมาส (ค) หากกองทุนสามารถสร้างผลตอบแทนสุทธิที่เกินกว่า Hurdle Rate ได้ จะมีการใช้กลไก “Catch-Up” โดยอัตราผลตอบแทนส่วนที่เกินจาก Hurdle Rate จะถูกจัดสรรให้แก่ผู้จัดการกองทุนในอัตรา 100% จนกระทั่งค่าธรรมเนียมจูงใจสะสมมีมูลค่าเท่ากับ 15% ของรายได้สุทธิจากการลงทุนทั้งหมดในไตรมาสนั้น (ง) หลังจากผ่านช่วง “Catch-Up” แล้ว ค่าธรรมเนียมจูงใจจะถูกคำนวณ ในอัตรา 15% ของรายได้สุทธิจากการลงทุนที่เกินจากระดับ Catch-Up ดังกล่าว หมายเหตุ: กองทุนอ้างอิงอาจมีการเปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ ของกองทุนได้ ตัวชี้วัด (benchmark) : ไม่มี Bloomberg ticker : PPAIX ISIN : US74255R3057 ข้อความในส่วนกองทุนหลักและกองทุนอ้างอิงได้ถูกเลือกมาเฉพาะส่วนที่สำคัญซึ่งแปลมาจากฉบับภาษาอังกฤษ ดังนั้นกรณีที่มีความไม่สอดคล้องหรือแตกต่างกับทางต้นฉบับภาษาอังกฤษ ให้ถือตามต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นเกณฑ์ อนึ่ง กองทุนหลักหรือกองทุนอ้างอิงอาจมีการแก้ไขเพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ ของกองทุนหลักหรือกองทุนอ้างอิงได้ หรือในกรณีที่กองทุนหลักหรือกองทุนอ้างอิงมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลต่างๆ หรือมีการแก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการ ซึ่งบริษัทจัดการเห็นว่าไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะแก้ไข/เพิ่มเติม/เปลี่ยนแปลงให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของกองทุนหลักหรือกองทุนอ้างอิงโดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว โดยจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบตามที่ประกาศสำนักงาน ก.ล.ต. กำหนด ทั้งนี้ หากข้อมูลที่มีการแก้ไขไม่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ บริษัทจัดการจะทำการแก้ไขข้อมูลและแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบทางหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ และเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ
Investment policy as filed with SEC Thailand.
actual = what the AMC currently charges · max = prospectus ceiling (no actual reported). Annual fees aren’t additive with one-time fees.