Krungsri US Select Equity Plus RMF
KRUNGSRI ASSET MANAGEMENT COMPANY LIMITED · Equity · settlement T+4
↳ Invests in JPMorgan Funds - US Select Equity Plus Fund · ลักเซมเบิร์ก
✨Invests primarily in JPMorgan's US Select Equity Plus Fund, focusing on US equities, with additional investments in various securities and bank deposits.
1. กองทุนจะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศที่มีเป้าหมายให้ผลตอบแทนในการถือครองหน่วยลงทุนในระยะยาว โดยจะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว ชื่อ JPMorgan Funds - US Select Equity Plus Fund, Class I (acc) - USD (“กองทุนหลัก”) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และจะลงทุนในรูปสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอเมริกาเป็นสกุลเงินหลัก ทั้งนี้ กองทุนหลักมีนโยบายลงทุนโดยตรงหรือโดยผ่านตราสารอนุพันธ์ ในหุ้นของบริษัทที่ตั้งอยู่หรือมีการดำเนินธุรกิจหลักในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยกองทุนหลักดังกล่าวบริหารจัดการโดยบริษัท JPMorgan Asset Management (Europe) S.à r.l และเป็นกองทุนรวมที่จัดตั้งและจดทะเบียนในประเทศลักเซมเบิร์ก (Luxembourg) ตามระเบียบของ UCITS (Undertakings for Collective Investment in Transferable Securities) ภายใต้การกำกับดูแลของ Commission de Surveillance du Secteur Financier (CSSF) ซึ่งเป็นสมาชิกสามัญของ International Organizations of Securities Commission (IOSCO) และมิได้เป็นกองทุนรวมประเภทเฮ็ดจ์ฟันด์ (hedge fund) 2. สำหรับเงินลงทุนส่วนที่เหลือ กองทุนจะลงทุนในตราสารหนี้ ตราสารทุน ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตราสารทางการเงินอื่นๆ และ/หรือเงินฝากธนาคาร ที่เสนอขายทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศ และอาจลงทุนในตราสารทุนของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non - investment grade) หรือตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) โดยมีสัดส่วนการลงทุนในตราสารดังกล่าวเมื่อรวมกับสัดส่วนการลงทุนของกองทุนหลักจะไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน 3. กองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่นซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ (กองทุนปลายทาง) ในสัดส่วนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยการลงทุนในหน่วยลงทุนดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนของกองทุนซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข ที่สำนักงาน ก.ล.ต. กำหนด หรือกฎหมายอื่นใดที่เกี่ยวข้อง หรือประกาศอื่นใดที่เกี่ยวข้อง และ/หรือที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมในอนาคต ทั้งนี้ กองทุนปลายทางสามารถลงทุนต่อในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่นที่อยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการต่อไปได้อีกไม่เกิน 1 ทอด และไม่อนุญาตให้กองทุนปลายทางและกองทุนรวมอื่น ลงทุนย้อนกลับในกองทุนต้นทาง (circle investment) ได้ 4. กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงิน (Fx hedging) หรือไม่ก็ได้ โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน (Dynamic hedging) ซึ่งจะพิจารณาจากสภาวการณ์ของตลาดและปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น ทิศทางของอัตราแลกเปลี่ยน หรือค่าใช้จ่าย เป็นต้น ตามความเหมาะสมในแต่ละขณะ นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อลดความเสี่ยง (hedging) จากการลงทุน โดยมี underlying ได้แก่ อัตราแลกเปลี่ยน อัตราดอกเบี้ย เครดิต เช่น credit rating หรือ credit event และทรัพย์สินที่กองทุนสามารถลงทุนได้ โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ซึ่งจะพิจารณาจากสภาวการณ์ของตลาดและปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น ทิศทางของอัตราแลกเปลี่ยน หรือค่าใช้จ่าย เป็นต้น ตามความเหมาะสมกับสภาวการณ์ในแต่ละขณะ ทั้งนี้ หากสินทรัพย์อ้างอิงมีความผันผวน หรือทิศทางการลงทุนไม่เป็นไปตามคาด หรือคู่สัญญาที่ทำธุรกรรมไม่สามารถชำระภาระผูกพันได้ตามกำหนดเวลา อาจทำให้กองทุนขาดทุนจากการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าได้ อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการจะพิจารณาปรับเปลี่ยนการลงทุนหรือการเข้าทำธุรกรรมให้เหมาะสมกับสถานการณ์ มีการวิเคราะห์และติดตามปัจจัยที่มีผลกระทบต่อราคาสินทรัพย์อ้างอิง รวมถึงพิจารณาความน่าเชื่อถือของคู่สัญญาก่อนทำธุรกรรม โดยจะเน้นทำธุรกรรมกับคู่สัญญาที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ 5. กองทุนนี้จะไม่ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) และจะไม่ลงทุนในตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured note) 6. ในกรณีที่กองทุนมีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนหลัก) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีมากกว่าหรือเท่ากับร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยกองทุนหลักไม่มีวัตถุประสงค์การลงทุนในทำนองเดียวกับกองทุนดัชนีหรือ ETF และมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลักมีการลดลงในลักษณะดังนี้ (6.1) มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ วันใดวันหนึ่งลดลงมากกว่า 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก หรือ (6.2) ยอดรวมของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกัน คิดเป็นจำนวนมากกว่า 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก ทั้งนี้ ในกรณีที่กองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะดังกล่าว บริษัทจัดการจะดำเนินการดังต่อไปนี้ การดำเนินการ ระยะเวลาดำเนินการ (1) แจ้งเหตุที่กองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการของบริษัทจัดการให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และผู้ถือหน่วยลงทุน (แนวทางการดังกล่าวต้องคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม) ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนหลักที่ปรากฏเหตุ (2) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการตาม (1) ต่อผู้ลงทุนทั่วไป (ดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวด้วย) พร้อม (1) (3) ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินการตาม (1) ภายใน 60 วันนับแต่วันที่มีการเปิดเผย ข้อมูลของกองทุนหลักที่ปรากฏเหตุ (4) รายงานผลการดำเนินการตาม (3) ให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ทราบ ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการตาม (3) แล้วเสร็จ 7. กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่น ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนดให้ลงทุนได้ 8. ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วย ทั้งนี้ โดยจะคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ (1) ช่วงระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม (2) ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนเลิกกองทุนรวม (3) ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืน หรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ สรุปข้อมูลสำคัญที่ผู้ลงทุนควรทราบเกี่ยวกับกองทุน JPMorgan Funds - US Select Equity Plus Fund (กองทุนหลัก) : ชื่อกองทุน: JPMorgan Funds - US Select Equity Plus Fund ลักษณะเฉพาะของ Class I (acc) - USD: (1) เป็น Class ที่ทำการซื้อขายหน่วยลงทุนในสกุลเงินเหรียญสหรัฐ (2) ขายให้กับนักลงทุนสถาบัน และไม่มีการจ่ายเงินปันผล วันที่จดทะเบียนกองทุน: 5 กรกฎาคม 2550 วันที่จัดตั้ง Share Class: 6 ตุลาคม 2553 วัตถุประสงค์การลงทุน: กองทุนมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เงินลงทุนเติบโตในระยะยาว โดยผ่านการลงทุนโดยตรงในหลักทรัพย์ที่ออกโดยบริษัทต่างๆ ในประเทศสหรัฐอเมริกา และผ่านการลงทุนในตราสารอนุพันธ์ นโยบายการลงทุน: การลงทุนหลัก: กองทุนหลักจะลงทุนในหุ้นของบริษัทที่ตั้งอยู่หรือมีการดำเนินธุรกิจหลักในประเทศสหรัฐอเมริกา ทั้งโดยตรงหรือผ่านตราสารอนุพันธ์ ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 67 ของทรัพย์สินของกองทุน โดยทั่วไปกองทุนหลักจะถือสถานะซื้อ (Long Position) ประมาณร้อยละ 130 ของทรัพย์สินสุทธิ และถือสถานะขาย (Short Position) (โดยผ่านการลงทุนในตราสารอนุพันธ์) ประมาณร้อยละ 30 ของทรัพย์สินสุทธิ แต่ก็อาจมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเป้าหมายเหล่านี้โดยขึ้นอยู่กับสภาวะตลาด กองทุนหลักจะลงทุนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 51 ของ Long Position ในบริษัทที่ส่งเสริมคุณลักษณะด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมที่มีการปฏิบัติตามแนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดี ซึ่งวัดได้จากวิธีการ ESG Scoring ที่พัฒนาขึ้นเองโดย Investment Manager และ/หรือจากข้อมูลของบุคคลภายนอก กองทุนหลักจะลงทุนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 20 ของ Long Position ในทรัพย์สินเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Investments) ตามคำนิยามภายใต้หลักเกณฑ์การเปิดเผยข้อมูลการลงทุนอย่างยั่งยืน (Sustainable Finance Disclosure Regulation: SFDR) ที่มีส่วนช่วยในการบรรลุวัตถุประสงค์ด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม ทั้งนี้ ไม่รวมสินทรัพย์สภาพคล่องที่เป็น Ancillary Liquid Assets เงินฝากกับสถาบันการเงิน (Credit Institutions) ตราสารตลาดเงิน กองทุนรวมตลาดเงิน และตราสารอนุพันธ์ที่ลงทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารพอร์ตการลงทุน กองทุนหลักจะไม่รวมบางหมวดอุตสาหกรรม บริษัท/ผู้ออกหลักทรัพย์ หรือแนวทางปฏิบัติบางประเภทไว้ในขอบเขตของการลงทุน (Investment Universe) โดยพิจารณาตามค่านิยมเฉพาะ หรือบนหลักการของนโยบายการคัดกรองการลงทุนตามบรรทัดฐานที่กำหนด โดยนโยบายเหล่านี้มีการกำหนดขอบเขต หรือหลักเกณฑ์การคัดออกอย่างเต็มรูปแบบสำหรับอุตสาหกรรมบางประเภทหรือบริษัทบางแห่ง ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขบางประการด้าน ESG และ/หรือ มาตรฐานขั้นต่ำของแนวทางปฏิบัติทางธุรกิจที่อิงตามบรรทัดฐานสากล ในการซื้อหลักทรัพย์ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 90 ของหลักทรัพย์ทั้งหมด กองทุนหลักจะใช้หลักเกณฑ์การวิเคราะห์ด้าน ESG ในการตัดสินใจเพื่อการลงทุนอย่างเป็นระบบ การลงทุนในสินทรัพย์อื่นๆ: ลงทุนในบริษัทในแคนาดา กองทุนหลักอาจลงทุนในทรัพย์สินที่เป็นเงินฝากของสถาบันการเงิน ตราสารตลาดเงิน และกองทุนรวมตลาดเงิน ที่ใช้สำหรับการบริหารเงินสดเพื่อการซื้อและขายคืนหน่วยลงทุนรวมถึงการชำระเงินในกรณีทั่วไปและรายจ่ายพิเศษต่างๆ ตราสารอนุพันธ์: กองทุนหลักมีวัตถุประสงค์ในการใช้ตราสารอนุพันธ์เพื่อการลงทุน การบริหารประสิทธิภาพของพอร์ตการลงทุน และการบริหารความเสี่ยง โดยจะลงทุนใน Total Return Swap (TRS) ซึ่งรวมถึง Contract for Difference (CFD) ประมาณร้อยละ 60 ของทรัพย์สินสุทธิทั้งหมดของกองทุน แต่ไม่เกินร้อยละ 200 ของทรัพย์สินสุทธิทั้งหมดของกองทุน ทั้งนี้ กองทุนหลักจะใช้วิธีการคำนวณฐานะการลงทุนทั่วโลก (Global Exposure Calculation Method) แบบ Relative VaR และมีระดับของการ Leverage จากการลงทุนในตราสารอนุพันธ์ที่คาดว่าจะได้รับ ประมาณร้อยละ 60 ของทรัพย์สินสุทธิทั้งหมดของกองทุน ซึ่งเป็นเพียงตัวเลขบ่งชี้เท่านั้น ระดับของการ Leverage ในบางช่วงเวลาอาจสูงกว่านี้อย่างมีนัยสำคัญก็ได้ เทคนิคและตราสารที่ลงทุน: กองทุนหลักคาดว่าจะมีการให้ยืมหลักทรัพย์ (Securities lending) ประมาณร้อยละ 0-20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ โดยสูงสุดจะไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ สกุลเงิน: กองทุนหลักจะลงทุนเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอเมริกาเป็นส่วนใหญ่ และจะไม่ป้องกันความเสี่ยง Ancillary Liquid Assets: คือ สินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูงและสามารถแปลงเป็นเงินสดได้เร็วและง่ายในกรณีที่ต้องการใช้เงินสดในระยะสั้น โดยสินทรัพย์เหล่านี้มักจะมีความเสี่ยงต่ำและสามารถขายในตลาดได้ในเวลาอันสั้น ตัวอย่างเช่น เงินสด, บัญชีเงินฝากที่สามารถถอนเงินได้ทันที หรือหลักทรัพย์ที่มีความสามารถในการแปลงเป็นเงินสดในระยะสั้น เช่น พันธบัตรรัฐบาลที่มีอายุสั้น (สามารถดูรายละเอียดของนโยบายการลงทุนเพิ่มเติมได้จากหนังสือชี้ชวนของ JPMorgan Funds - US Select Equity Plus Fund) กลยุทธ์การลงทุน: กองทุนหลักมีแนวทางการลงทุนโดยใช้การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานและผลกำไร รวมถึงกระแสเงินสดในอนาคตของบริษัทที่จะลงทุน และใช้กลยุทธ์แบบ active extension approach เพื่อซื้อหลักทรัพย์ที่น่าสนใจ และขายหลักทรัพย์ที่น่าสนใจน้อยกว่า เพื่อเพิ่มผลตอบแทนที่มีศักยภาพโดยไม่เพิ่มความเสี่ยงสุทธิโดยรวมต่อการลงทุน อายุโครงการ: ไม่กำหนด วันทำการขายและรับซื้อคืน: ทุกวันทำการซื้อขายของกองทุน การจ่ายเงินปันผล: ไม่มี บริษัทจัดการ (Management Company): JPMorgan Asset Management (Europe) S.à r.l ผู้เก็บรักษาทรัพย์สินของกองทุน (Depositary): J.P. Morgan SE - Luxembourg Branch ผู้สอบบัญชี (Auditor): PricewaterhouseCoopers, société cooperative เว็บไซต์: สามารถดูข้อมูลหนังสือชี้ชวนฯ ของกองทุนหลัก และรายละเอียดอื่นเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์: https://am.jpmorgan.com/lu/en/asset-management/per/products/jpm-us-select-equity-plus-i-acc-usd-lu0281485341#/documents ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายของกองทุนหลัก JPMorgan Funds - US Select Equity Plus Fund, Class I (acc) - USD *: 1. ค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บจากผู้ซื้อหรือผู้ถือหน่วยลงทุน (ร้อยละของมูลค่าหน่วยลงทุน) (1) ค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน ไม่มี (2) ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน ไม่มี 2. ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บจากกองทุนรวม (ร้อยละต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม) (1) ค่าธรรมเนียมการจัดการและที่ปรึกษาการลงทุน (Annual Management and Advisory Fee) 0.60% (2) ค่าธรรมเนียมในการจัดจำหน่าย (Distribution Fee) ไม่มี (3) ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการปฎิบัติการและจัดการกองทุน (Operating and Administrative Expenses) ไม่เกิน 0.16% ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายทั้งหมด (Ongoing charge) 0.74% * เป็นข้อมูล ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2568 ทั้งนี้ กองทุนหลักอาจเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ ของกองทุนได้ หมายเหตุ: ข้อความในส่วนของกองทุน JPMorgan Funds - US Select Equity Plus Fund ได้ถูกคัดเลือกมาเฉพาะส่วนที่สำคัญและจัดแปลมาจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ ดังนั้น ในกรณีที่มีความแตกต่างหรือไม่สอดคล้องกับต้นฉบับภาษาอังกฤษ ให้ถือตามต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นเกณฑ์
Actual charged, per year
Investment policy as filed with SEC Thailand.
actual = what the AMC currently charges · max = prospectus ceiling (no actual reported). Annual fees aren’t additive with one-time fees.