SCB GLOBAL BOND FUND
SCB ASSET MANAGEMENT COMPANY LIMITED · Fixed Income · settlement T+3
↳ Invests in Wellington Global Impact Bond Fund · ไอร์แลนด์
✨Invests primarily in the Wellington Global Impact Bond Fund, focusing on investment-grade bonds addressing social and environmental issues globally.
กองทุนมีนโยบายเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว (Feeder Fund) ได้แก่ กองทุน Wellington Global Impact Bond Fund (กองทุนหลัก) ในชนิดหน่วยลงทุน (share class) USD S Accumulating Unhedged ซึ่งเป็น Sub Fund ของ Wellington Management Funds (Ireland) plc บริหารจัดการโดย Wellington Luxembourg S.à.r.l. และมีคุณสมบัติเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของ Undertaking for Collective Investment in Transferable Securities (UCITS) ภายใต้กฎหมายของประเทศไอร์แลนด์ กองทุนหลักมีวัตถุประสงค์การลงทุนเพื่อแสวงหาผลตอบแทนระยะยาว ผ่านการบริหารกองทุนเชิงรุก เพื่อสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่าดัชนี Bloomberg Global Aggregate Hedged to US dollar Index โดยกองทุนหลักลงทุนในตราสารหนี้ที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในระดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) ซึ่งออกโดยบริษัทที่มีธุรกิจหลักมุ่งแก้ไขปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อมที่สำคัญของโลก ทั้งนี้ กองทุนหลักมีคุณลักษณะเป็นไปตาม Article 9 ภายใต้ EU Sustainable Finance Disclosure Regulation (SFDR) กองทุนมี net exposure ในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศดังกล่าวโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และมีการลงทุนที่ส่งผลให้มี net exposure ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ในส่วนที่เหลือจากการลงทุนบริษัทจัดการอาจลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารแห่งหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน และ/หรือเงินฝาก และ/หรือบัตรเงินฝากทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศ รวมถึงอาจมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์อื่นหรือทรัพย์สินอื่น และ/หรือหาดอกผลโดยวิธีการอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด หรือเห็นชอบให้กองทุนลงทุนได้ ทั้งนี้ กองทุนอาจจะเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (efficient portfolio management) ซึ่งรวมถึงการป้องกันความเสี่ยง (Hedging) จากการลงทุน เช่น การทำสัญญาสวอปและ/หรือสัญญาฟอร์เวิร์ดที่อ้างอิงกับอัตราแลกเปลี่ยน/ด้านราคาตราสาร/อัตราดอกเบี้ย ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนดหรือให้ความเห็นชอบ กองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging) ตามความเหมาะสมสำหรับสภาวการณ์ในแต่ละขณะ ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน โดยผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาจากปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เช่น ปัจจัยทางเศรษฐกิจ การเงิน การคลัง เป็นต้น เพื่อคาดการณ์ทิศทางอัตราแลกเปลี่ยน การลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) อาจมีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงราคาของหลักทรัพย์อ้างอิงที่เคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้ามกับที่คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้ราคาของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ และ/หรือกองทุนอาจมีความเสี่ยงจากการที่คู่สัญญาไม่สามารถปฏิบัติตามข้อตกลงที่ระบุไว้ในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เนื่องจากมีภาระความเสี่ยงจากการเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมาก จนไม่สามารถปฏิบัติตามภาระผูกพันที่ตกลงไว้ได้ อย่างไรก็ดี ในส่วนของแนวทางการบริหารเพื่อลดความเสี่ยงดังกล่าว บริษัทจัดการจะคาดการณ์และศึกษาวิเคราะห์ตัวแปรอ้างอิงของตราสารอย่างรอบคอบ รวมทั้งติดตามสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงที่อาจมีผลกระทบต่อราคา และปรับเปลี่ยนสถานการณ์ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าให้เหมาะสมกับสภาวะตลาดในขณะนั้น รวมถึงบริษัทจัดการจะพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้ากับคู่สัญญาที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในระดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) ทั้งนี้ การลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า บริษัทจัดการจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของกองทุนและผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ กองทุนอาจทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด รวมถึงกองทุนอาจลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (non-investment grade) และตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Securities) แต่กองทุนจะไม่ลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) กองทุนหลักอาจมีการลงทุนในตราสาร SIP เกินกว่าอัตราส่วนการลงทุนที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด ในกรณีที่กองทุนหลักมีการลงทุนในตราสาร SIP เกินกว่าอัตราส่วนการลงทุนที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด บริษัทจัดการจะปรับลดสัดส่วนการลงทุนในกองทุนหลัก เพื่อให้อัตราส่วนการลงทุนในตราสารดังกล่าว มีอัตราส่วนไม่เกินกว่าหลักเกณฑ์การลงทุนที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดดังนี้ 1) บริษัทจัดการจะปรับลดสัดส่วนการลงทุนในกองทุนหลัก ภายใน 15 วันทำการนับแต่วันที่รับทราบข้อมูลการลงทุนในตราสารดังกล่าวเกินกว่าอัตราส่วนการลงทุนที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด ยกเว้นกรณีที่เกิดจากปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ หรือกรณีจำเป็นและสมควร ที่ทำให้ไม่สามารถดำเนินการได้ภายในระยะเวลาข้างต้น บริษัทจัดการจะดำเนินการให้เสร็จสิ้นโดยไม่ชักช้า 2) หากการดำเนินการปรับสัดส่วนการลงทุนในกองทุนหลัก มีผลทำให้การลงทุนซึ่งส่งผลให้มี net exposure ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน บริษัทจัดการจะดำเนินการพิจารณาคัดเลือกกองทุนต่างประเทศกองทุนใหม่แทนกองทุนเดิม โดยกองทุนต่างประเทศดังกล่าวจะมีนโยบายการลงทุนสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ และ/หรือนโยบายการลงทุนของกองทุน และมีคุณสมบัติตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะดำเนินการให้เสร็จสิ้นโดยไม่ชักช้า และจะแจ้งให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.และผู้ถือหน่วยลงทุนทราบต่อไป 3) หากเกิดกรณีใดๆที่ทำให้บริษัทจัดการไม่สามารถดำเนินการคัดเลือกกองทุนรวมในต่างประเทศกองทุนใหม่แทนกองทุนเดิมได้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะดำเนินการเลิกกองทุน โดยจะดำเนินการจำหน่ายหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่เหลืออยู่ของกองทุน เพื่อคืนเงินตามจำนวนที่รวบรวมได้หลังหักค่าใช้จ่ายและสำรองค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องของกองทุน (ถ้ามี) ให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนตามสัดส่วนจำนวนหน่วยลงทุนที่ถือต่อจำนวนหน่วยลงทุนที่จำหน่ายแล้วทั้งหมด ในกรณีที่บริษัทจัดการอยู่ระหว่างการดำเนินการเปลี่ยน/โอนย้าย กองทุนจะยกเว้นไม่นำเรื่องการลงทุนซึ่งจะส่งผลให้มี net exposure ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนมาบังคับใช้ในช่วงดำเนินการคัดเลือกและเตรียมการลงทุน เพื่อเป็นกองทุนหลักแทนกองทุนเดิม ซึ่งจะใช้ระยะเวลาภายใน 30 วันทำการ ในกรณีสถานการณ์ปกติ กองทุนจะลงทุนในต่างประเทศ ซึ่งจะส่งผลให้มี net exposure ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหรือตามอัตราส่วนที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด ทั้งนี้ ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วยก็ได้ โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ 1. 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียน 2. 30 วันก่อนครบอายุโครงการหรือก่อนเลิกกองทุนรวม 3. ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ อย่างไรก็ดี ในกรณีที่สถานการณ์การลงทุนในต่างประเทศ และ/หรือการลงทุนในกองทุนหลักไม่เหมาะสม เช่น ภาวะตลาดและเศรษฐกิจมีความผันผวน เกิดภัยพิบัติหรือเกิดเหตุการณ์ไม่ปกติต่าง ๆ เป็นต้น และ/หรือในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงอื่น ๆ ที่กระทบต่อการลงทุน เช่น การเปลี่ยนแปลงในเรื่องของกฎระเบียบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนต่างประเทศ และ/หรือกรณีที่วงเงินลงทุนในต่างประเทศเต็มเป็นการชั่วคราว และ/หรือในช่วงระหว่างรอการอนุมัติการเพิ่ิมวงเงินลงทุนในต่างประเทศ และ/หรือกรณีเกิดเหตุสุดวิสัยหรือมีเหตุผลที่จำเป็นและสมควร ส่งผลให้กองทุนอาจไม่สามารถนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศได้ทันที หรืออาจจำเป็นต้องชะลอการลงทุนในต่างประเทศเป็นการชั่วคราว ดังนั้น จึงอาจมีบางขณะที่กองทุนไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามสัดส่วนการลงทุนที่กำหนดไว้ในโครงการตามข้างต้นได้ ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะรายงานการไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามสัดส่วนการลงทุนที่กำหนดไว้ ในโครงการตามประกาศต่อสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หากในกรณีที่การลงทุนในกองทุนหลักนี้ไม่เหมาะสมอีกต่อไป โดยอาจสืบเนื่องจากการได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ต่าง ๆ ดังกล่าวข้างต้น และ/หรือมีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขอื่นๆ ของกองทุนหลักนี้ เช่น การเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุน ลักษณะกองทุน อัตราค่าธรรมเนียม และ/หรือการเปลี่ยนแปลงอื่นใดที่ส่งผลกระทบหรือความเสียหายต่อกองทุน เป็นต้น กล่าวคือ ในกรณีที่เกิดการเปลี่ยนแปลงซึ่งอาจมีผลต่อกองทุนหลัก (Master fund) และ/หรือบริษัทจัดการอย่างมีนัยสำคัญ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะพิจารณาเปลี่ยนแปลงกองทุนรวมต่างประเทศหรือกองทุนหลัก (Master Fund) เป็นกองทุนต่างประเทศอื่นได้ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะไม่ขัดกับวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเดิม หรือขอสงวนสิทธิที่จะยกเลิกกองทุนได้ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยแล้ว โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะแจ้งการเปลี่ยนแปลงและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงหรือก่อนทำการลงทุนดังกล่าวไม่น้อยกว่า 15 วัน กรณีการลงทุนของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์มีลักษณะครบถ้วนตาม 1 และ 2 ให้ บลจ. ดำเนินการตาม 3 1. ฐานะการลงทุนสุทธิของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ (1) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี < 80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ หรือ (2) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ≥ 80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์โดยกองทุนต่างประเทศไม่มีวัตถุประสงค์การลงทุนในทำนองเดียวกับกองทุนดัชนีหรือ ETF 2. NAV ของกองทุนปลายทาง มีการลดลงในลักษณะดังนี้ (1) NAV ณ วันใดวันหนึ่งลดลง > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง หรือ (2) ยอดรวมของ NAV ลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกันคิดเป็นจำนวน > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง 3. รายละเอียดการดำเนินการ การดำเนินการ ระยะเวลาดำเนินการ 1. แจ้งเหตุที่กองทุนปลายทางมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการของบริษัทจัดการให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และผู้ถือหน่วยลงทุนทราบ (แนวทางการดำเนินการดังกล่าวจะคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยโดยรวม) ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ 2. เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการตามข้อ 1. ต่อผู้ลงทุนทั่วไป (ดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวด้วย) พร้อมข้อ 1. 3. ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินการตามข้อ 1. ภายใน 60 วันนับแต่วันที่มี การเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ 4. รายงานผลการดำเนินการตามข้อ 3. ให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ทราบ ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการตามข้อ 3. แล้วเสร็จ ทั้งนี้ ในการโอนย้ายหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนไปยังกองทุนต่างประเทศอื่นข้างต้น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการพิจารณาดำเนินการครั้งเดียวหรือหลายครั้งก็ได้ โดยการทยอยโอนย้ายเงินลงทุนจึงอาจส่งผลให้ช่วงระยะเวลาดังกล่าวกองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศมากกว่า 1 กองทุน ตามที่ระบุไว้ในโครงการข้างต้น ข้อมูลทั่วไปของกองทุน Wellington Global Impact Bond Fund (กองทุนหลัก) (แหล่งที่มาของข้อมูล: หนังสือชี้ชวนกองทุนหลักข้อมูล ณ วันที่ 3 ตุลาคม 2568) ลักษณะทั่วไปของกองทุน วัตถุประสงค์การลงทุน กองทุนหลักมีวัตถุประสงค์การลงทุนเพื่อแสวงหาผลตอบแทนระยะยาว นโยบายการลงทุน กองทุนหลักใช้กลยุทธ์ในการบริหารกองทุนเชิงรุกเพื่อสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่าดัชนี Bloomberg Global Aggregate Hedged to US dollar Index ผ่านการลงทุนในตราสารหนี้ที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในระดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) ซึ่งออกโดยบริษัทที่มีธุรกิจหลักมุ่งแก้ไขปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อมที่สำคัญของโลก ผู้จัดการกองทุนหลักจะคัดเลือกหลักทรัพย์ใน 3 หมวดหมู่ภายใต้ Impact Categories ที่ประกอบไปด้วย Impact Themes ย่อย ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง 1. ความจำเป็นพื้นฐานของชีวิต (Life Essentials) เช่น ที่อยู่อาศัย น้ำสะอาดและสุขาภิบาล สุขภาพ เกษตรกรรมและโภชนาการที่ยั่งยืน 2. การเสริมสร้างศักยภาพมนุษย์ (Human Empowerment) เช่น การลดช่องว่างทางดิจิทัล (digital divide) การศึกษาและการฝึกอบรมอาชีพ การเข้าถึงบริการทางการเงิน ความมั่นคงปลอดภัย 3. สิ่งแวดล้อม (Environment) เช่น พลังงานทางเลือก ประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร และการอนุรักษ์ทรัพยากร ผู้จัดการกองทุนหลักมุ่งคัดเลือกหลักทรัพย์ที่คาดว่าจะสร้างผลตอบแทนในระยะยาว เช่น ผู้ออกตราสารที่มีสินค้า บริการ หรือโครงการลงทุนซึ่งสอดคล้องกับ Impact Themes โดยมีผลกระทบทางสังคมและ/หรือสิ่งแวดล้อมที่สามารถวัดผลได้ และมีผลการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานสนับสนุนการสร้างผลตอบแทนระยะยาว ทั้งนี้ สัดส่วนการลงทุนในแต่ละ Impact Themes อาจแตกต่างกันได้ ผู้จัดการกองทุนหลักใช้กระบวนการคัดเลือกผู้ออกตราสารแบบ bottom-up ผ่านการประเมินปัจจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ เพื่อให้เป็นไปตาม Impact Criteria ดังนี้ 1. Materiality: กิจกรรมด้านผลกระทบต้องเป็นกิจกรรมหลักของผู้ออกตราสาร โดยการลงทุนในตราสารหนี้ที่มีวัตถุประสงค์การใช้เงิน (use‑of‑proceeds bonds) เงินที่ระดมทุนได้ต้องนำไปใช้ในกิจกรรมที่ผู้จัดการกองทุนหลักพิจารณาว่าสอดคล้องกับ Impact Themes 2. Additionality: ผู้จัดการกองทุนหลักจะประเมินข้อเสนอของผู้ออกตราสาร ความต้องการเฉพาะที่กิจกรรมของผู้ออกตราสารมุ่งตอบสนอง สินค้าและบริการของคู่แข่ง รวมถึงทางเลือกอื่นที่มีซึ่งสามารถทดแทนการแก้ปัญหาดังกล่าวได้อยู่ก่อนแล้ว 3. Measurable Key Performance Indicators (KPIs): ผลกระทบที่เกิดขึ้นต้องสามารถวัดผลเชิงปริมาณได้ โดยผู้จัดการกองทุนหลักจะใช้รายงานของผู้ออกตราสารและแบบจำลองเฉพาะทางเพื่อจัดทำตัวชี้วัดผลการดำเนินงานของผู้ออกตราสารแต่ละราย เพื่อทำความเข้าใจลักษณะของผลกระทบที่ผู้ออกตราสารสร้างขึ้น ความสอดคล้องกับ Impact Themes ของกองทุนหลัก และความก้าวหน้าในแต่ละช่วงเวลา เมื่อผู้ออกตราสารหรือหลักทรัพย์ผ่านเกณฑ์ข้างต้น ผู้จัดการกองทุนหลักจะพิจารณาลงทุนในตราสารที่มีความเสี่ยง ผลตอบแทน และมีการกระจายการลงทุนที่เหมาะสม เพื่อนำมาจัดสรรในพอร์ตการลงทุนของกองทุนหลัก โดยกระบวนการการสร้างพอร์ตการลงทุนจะผสมผสานกลยุทธ์แบบ top‑down sector strategy เข้ากับการวิเคราะห์เครดิตแบบ bottom‑up fundamental credit research โดยในส่วนของ Top-down จะรวมถึงการกำหนดระดับความเสี่ยงที่ต้องการ เช่น ความเสี่ยงด้านเครดิต (credit risk) ระดับอายุเฉลี่ยของตราสาร (duration positioning) และการประเมินมูลค่าสัมพัทธ์ระหว่างกลุ่มอุตสาหกรรม (sector-relative value) กองทุนหลักอาจลงทุนโดยตรง หรือโดยอ้อมผ่านการใช้ตราสารอนุพันธ์ทางการเงิน (FDIs) ในการลงทุนในตราสารหนี้ทั่วโลกที่ออกโดยบริษัท รัฐบาล หน่วยงานต่างๆ องค์กรกึ่งรัฐบาล และองค์กรระหว่างประเทศ รวมถึงตราสารจำนอง (mortgage) ตราสารจำนองเชิงพาณิชย์ (commercial mortgage) และตราสารที่มีสินทรัพย์ค้ำประกัน (asset-backed securities) ตราสารประเภท hybrid securities ซึ่งรวมถึงตราสารแปลงสภาพ ตราสารหนี้ภาคเอกชนและทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (corporate and real estate investment trust debt) ศุกุก หลักทรัพย์ประเภท loan participation securities ที่กองทุนหลักสามารถลงทุนได้ (ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงหลักทรัพย์ประเภท trade finance loan participations) และหลักทรัพย์ประเภท bank loan assignments ซึ่งจัดเป็นตราสารตลาดเงิน รวมถึงตราสารหนี้อื่น ๆ ที่ออกโดยภาครัฐหรือเอกชน ทั้งที่จ่ายอัตราดอกเบี้ยคงที่และลอยตัว รวมถึงสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (forward contracts) ของตราสารดังกล่าว ทั้งนี้ กองทุนหลักอาจมีไว้ซึ่งตราสารทุนในกรณีที่เกิดจากการดำเนินการของบริษัท (corporate action) การแปลงสภาพ (conversion) หรือการใช้สิทธิซื้อหุ้น (exercising a warrant) กองทุนหลักอาจลงทุนในตราสารอนุพันธ์ทางการเงิน (FDIs) ที่ซื้อขายในตลาดและนอกตลาด (exchange-traded and over-the-counter FDIs) ทั้งสถานะซื้อ (long) และขาย (short) ซึ่งรวมถึงสัญญาฟิวเจอร์สบนอัตราดอกเบี้ยและตราสารหนี้ (interest rate and bond futures) ออปชั่นบนอัตราดอกเบี้ย (interest rate options) ออปชั่นบนพันธบัตร (bond options) ออปชั่นบนฟิวเจอร์ส (options on futures) สวอปชั่น (swaptions) สวอปอัตราดอกเบี้ย (interest rate swaps) สวอปสกุลเงิน (currency swaps) สวอปผลตอบแทนรวม (total return swaps) สัญญา credit default swaps สัญญา index credit default swaps สัญญาฟอร์เวิร์ดบนตราสารหนี้และสกุลเงิน (bond and currency forwards) สัญญาอัตราดอกเบี้ยล่วงหน้า (forward rate agreements) ใบสำคัญแสดงสิทธิ (warrants) และตราสาร to‑be‑announced ทั้งนี้ เพื่อให้ได้มาซึ่งการเปิดรับสินทรัพย์ตามที่ระบุข้างต้น เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์การลงทุน และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน รวมถึงการป้องกันความเสี่ยง ทั้งนี้ กองทุนหลักบริหารความเสี่ยงโดยใช้ Absolute VaR ซึ่งต้องไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก กองทุนหลักจะกระจายการลงทุนในหลายกลุ่มอุตสาหกรรม ประเทศ และผู้ออกตราสาร โดยเน้นลงทุนในตลาดพัฒนาแล้ว (developed markets) เป็นหลัก อย่างไรก็ดี กองทุนหลักอาจลงทุนในประเทศใดๆ ที่ผู้จัดการกองทุนหลักพิจารณาว่าเป็นตลาดเกิดใหม่ (emerging market) ได้เช่นกัน นอกจากนี้ ค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักอันดับความน่าเชื่อถือที่กองทุนหลักลงทุนจะอยู่ในระดับที่สามารถลงทุนได้ (investment grade) อย่างไรก็ดี กองทุนหลักสามารถลงทุนในตราสารที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (non-investment grade) ไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก ชนิดหน่วยลงทุน USD S Accumulating Unhedged Base Currency USD วันจัดตั้งกองทุน/วันเริ่มต้น Class 30 เมษายน 2562 หน่วยงานต่างประเทศที่กำกับดูแล Central Bank ประเทศไอร์แลนด์ วันทำการซื้อขายหน่วยลงทุน ทุกวันทำการ นโยบายการจ่ายเงินปันผล ไม่จ่าย Management Company Wellington Luxembourg S.à.r.l. Investment Manager Wellington Management Company LLP ดัชนีอ้างอิง (Index) Bloomberg Global Aggregate Hedged to US dollar Index Bloomberg Code WLGBIBS ID ISIN Code IE00BH3Q9069 Website https://www.wellington.com/en-gb/professional/funds/global-impact-bond-fund#C000824 ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ ของกองทุนหลัก* ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) 0.30% ต่อปี Ongoing Charges Figure 0.39% * อนึ่ง กองทุนหลักอาจมีการแก้ไขเพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ของกองทุนได้ ทั้งนี้ หากการแก้ไขเพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงอัตราการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมของกองทุนนี้ บริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบ ภายใน 60 วันก่อนการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในอัตราใหม่ ** ในกรณีที่กองทุนหลักมีการแก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการ ซึ่งบริษัทจัดการเห็นว่าไม่มีนัยสำคัญ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะแก้ไขเพิ่มเติมโครงการให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของกองทุนหลักโดยถือว่าได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว และจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบทางเว็ปไซด์ของบริษัทจัดการโดยพลัน รายละเอียดเพิ่มเติมสำหรับหน่วยลงทุนชนิดควบประกัน : ข้อมูลสิทธิประโยชน์และความคุ้มครอง ผู้รับเอาประกันของหน่วยลงทุนชนิดควบประกันในปัจจุบัน คือ บมจ. อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต ผู้ถือหน่วยลงทุนของหน่วยลงทุนชนิดควบประกันจะได้รับความคุ้มครองประกันชีวิตและสุขภาพของบริษัทประกัน ตามที่กรมธรรม์กำหนด ดังนี้ 1. คุณสมบัติของผู้มีสิทธิเอาประกัน • เป็นบุคคลธรรมดา • เป็นผู้ถือหน่วยลงทุนที่อยู่ในทะเบียนรายชื่อผู้ถือหน่วยลงทุนชนิดควบประกันโดยถือครองหน่วยลงทุนที่มีมูลค่าเงินลงทุนคงเหลือรวมตั้งแต่ 50,000 บาท ขึ้นไป หรือจำนวนอื่นใดที่บริษัทจัดการจะเปลี่ยนแปลงในอนาคต โดยบริษัทจัดการจะพิจารณามูลค่าเงินลงทุนคงเหลือตามเลขที่บัตรประชาชนของผู้ถือหน่วยลงทุน มูลค่าเงินลงทุนคงเหลือ = มูลค่าเงินที่ผู้ถือหน่วยลงทุนซื้อ/สับเปลี่ยนเข้า – มูลค่าเงินที่ผู้ถือหน่วยลงทุนขาย/สับเปลี่ยนออก • ต้องมีอายุระหว่าง 15-65 ปีบริบูรณ์ (หรือเป็นไปตามเงื่อนไขที่บริษัทจัดการกำหนด) • เป็นบุคคลที่บริษัทประกันถือว่ามีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง โดยสิทธิความคุ้มครองจะมีผลเมื่อได้รับการอนุมัติการเอาประกันจากบริษัทประกัน ทั้งนี้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติ และเงื่อนไขของผู้มีสิทธิเอาประกันตามความเหมาะสม โดยการดำเนินการดังกล่าวบริษัทจัดการจะคำนึงถึงประโยชน์ของกองทุนและผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว และจะเปิดเผยให้ผู้ลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างทั่วถึงด้วยวิธีการที่เหมาะสมอันทำให้มั่นใจได้ว่าผู้ถือหน่วยลงทุนได้รับทราบข้อมูลดังกล่าว โดยอย่างน้อยจะเผยแพร่ข้อมูลไว้บนเว็บไซต์ของบริษัทจัดการและเว็บไซต์ของผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (ถ้ามี) 2. ความคุ้มครอง ในกรณีที่ผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นผู้มีสิทธิเอาประกัน ผู้ถือหน่วยลงทุนจะได้รับความคุ้มครองนับตั้งแต่วันที่เริ่มความคุ้มครอง หรือนับตั้งแต่วันที่ได้รับการอนุมัติการเอาประกันจากบริษัทประกัน 3. ผู้ถือหน่วยลงทุนจะสิ้นสุดความคุ้มครอง ในกรณีใดกรณีหนึ่ง ดังต่อไปนี้ • เมื่อกรมธรรม์สิ้นสุดผลบังคับ • เมื่อผู้ถือหน่วยลงทุนพ้นสภาพการเป็นผู้ถือหน่วยลงทุนชนิดควบประกัน • เมื่อผู้ถือหน่วยลงทุนเสียชีวิต • เมื่อผู้ถือหน่วยลงทุนมีอายุเกินกว่าอายุสูงสุดที่กำหนดไว้ข้างต้น • เมื่อผู้ถือหน่วยลงทุนมีมูลค่าเงินลงทุนคงเหลือไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด • เมื่อผู้ถือหน่วยลงทุนขาดคุณสมบัติข้อใดข้อหนึ่งของคุณสมบัติของผู้มีสิทธิเอาประกันตามข้อ 1. ทั้งนี้ การสิ้นสุดความคุ้มครอง ให้เป็นไปตามเงื่อนไขตามปีกรมธรรม์หรือตามรอบระยะเวลาที่บริษัทประกันกำหนด 4. ผู้ถือหน่วยลงทุนที่มีสิทธิเอาประกันจะได้รับความคุ้มครองด้านประกันชีวิตและสุขภาพ โดยมีรายละเอียดเงื่อนไขและความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัยกำหนด 5. ผู้ถือหน่วยลงทุนจะต้องยินยอมเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล อาทิเช่น ชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ ข้อมูลด้านสุขภาพของผู้ถือหน่วยลงทุน หรือข้อมูลอื่นใดที่เป็นตามที่บริษัทประกันกำหนด ทั้งนี้ หากบริษัทจัดการไม่ได้รับการเปิดเผยข้อมูลใด ๆ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการปฏิเสธการได้รับความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันชีวิตและสุขภาพดังกล่าว สิทธิประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนที่ได้รับตามกรมธรรม์ดังกล่าว บริษัทจัดการได้จัดให้เพื่อความคุ้มครองผู้ถือหน่วยลงทุนและเพื่อเป็นประโยชน์ในด้านการเสริมสร้างความมั่นคงของชีวิตและสุขภาพ โดยเบี้ยประกันที่เรียกเก็บจะรวมอยู่ในค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ทั้งนี้ บริษัทจัดการอาจพิจารณาสิทธิประโยชน์ด้านการประกันชีวิตและสุขภาพทุก ๆ ปี หรือระยะเวลาอื่นใดตามที่บริษัทจัดการเห็นสมควร หากบริษัทจัดการเห็นว่าสิทธิประโยชน์ด้านการประกันชีวิตและสุขภาพจะไม่เกิดประโยชน์ต่อผู้ลงทุนโดยรวม หรือมีผลกระทบต่อกองทุนรวมในอนาคต บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลง ปรับปรุง หรือเพิ่มเติมเงื่อนไขของสิทธิประโยชน์ความคุ้มครอง เงื่อนไขกรมธรรม์ บริษัทประกัน หรือเงื่อนไขอื่นใด ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด รวมถึงยกเลิกสิทธิประโยชน์ความคุ้มครองชีวิตและสุขภาพ หรือยกเลิกหน่วยลงทุนชนิดควบประกัน โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว และจะเปิดเผยให้ผู้ลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างทั่วถึงด้วยวิธีการที่เหมาะสมอันทำให้มั่นใจได้ว่าผู้ถือหน่วยลงทุนได้รับทราบข้อมูลดังกล่าว โดยอย่างน้อยจะเผยแพร่ข้อมูลไว้บนเว็บไซต์ของบริษัทจัดการและเว็บไซต์ของผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (ถ้ามี) เงื่อนไขการเริ่มรับความคุ้มครอง • การเปิดให้บริการหน่วยลงทุนชนิดควบประกันครั้งแรก หากมีผู้ถือหน่วยลงทุนที่มีคุณสมบัติได้รับสิทธิความคุ้มครองตามกรมธรรม์ไม่ถึง 50 ราย บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเลื่อนรอบความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันชีวิตและสุขภาพ หรือปฏิเสธการให้ความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันชีวิตและสุขภาพ และหากภายหลังเปิดให้บริการหน่วยลงทุนชนิดควบประกันครั้งแรก มีผู้ถือหน่วยลงทุนที่มีคุณสมบัติได้รับสิทธิความคุ้มครองตามกรมธรรม์เพิ่มขึ้นจนถึง 50 ราย ผู้ถือหน่วยลงทุนดังกล่าวก็จะได้รับสิทธิการคุ้มครองตามเงื่อนไขที่กำหนด • การเปิดให้บริการหน่วยลงทุนชนิดควบประกันครั้งแรก หากมีผู้ถือหน่วยลงทุนที่มีคุณสมบัติได้รับสิทธิความคุ้มครองตามกรมธรรม์ครบ 50 ราย และต่อมาภายหลังการเปิดให้บริการหน่วยลงทุนชนิดควบประกันครั้งแรก มีผู้ถือหน่วยลงทุนที่มีคุณสมบัติได้รับสิทธิความคุ้มครองตามกรมธรรม์ลดลงต่ำกว่า 50 ราย ผู้ถือหน่วยลงทุนเดิมยังคงได้รับสิทธิคุ้มครองตามเงื่อนไขที่กำหนด วันที่กรมธรรม์มีผลบังคับ หมายถึง ตั้งแต่วันที่ 1 ของเดือนถัดไปนับจากวันเปิดให้บริการชนิดหน่วยลงทุนควบประกันครั้งแรก (หรือวันที่ระบุไว้ในกรมธรรม์) วันที่เริ่มความคุ้มครอง หมายถึง วันที่กรมธรรม์มีผลบังคับหรือวันที่บริษัทประกันอนุมัติให้ความคุ้มครอง หรือเปลี่ยนแปลงแผนความคุ้มครองให้กับผู้ถือหน่วยลงทุน ระยะเวลาความคุ้มครอง หมายถึง วันที่เริ่มความคุ้มครอง ถึงวันสิ้นสุดความคุ้มครอง ซึ่งจะไม่เกินวันที่กรมธรรม์ยังให้ความคุ้มครองอยู่ เงื่อนไขวันเริ่มคุ้มครอง • กรณีผู้ถือหน่วยลงทุนทำรายการซื้อภายในวันที่ 25 ก่อนเวลา 15.30 น. ของเดือนนั้น ๆ วันได้รับสิทธิคุ้มครอง คือ วันที่ 1 ของเดือนถัดจากเดือนที่ลงทุน • กรณีผู้ถือหน่วยลงทุนทำรายการซื้อภายหลังวันที่ 25 ของเดือนนั้น ๆ วันได้รับสิทธิคุ้มครอง คือ วันที่ 1 ของ 2 เดือนถัดจากเดือนที่ลงทุน บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงหรือปรับปรุงวันที่เริ่มความคุ้มครอง โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว และจะเปิดเผยให้ผู้ลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างทั่วถึงด้วยวิธีการที่เหมาะสมอันทำให้มั่นใจได้ว่าผู้ถือหน่วยลงทุนได้รับทราบข้อมูลดังกล่าว โดยอย่างน้อยจะเผยแพร่ข้อมูลไว้บนเว็บไซต์ของบริษัทจัดการและเว็บไซต์ของผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (ถ้ามี) เว้นแต่กรณีที่เกิดจากปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ หรือกรณีจำเป็นและสมควร บริษัทจัดการจะแจ้งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวโดยทันที
Investment policy as filed with SEC Thailand.
actual = what the AMC currently charges · max = prospectus ceiling (no actual reported). Annual fees aren’t additive with one-time fees.