Asset Plus Millennium Fund (Unhedged) Not for Retail Investors
ASSET PLUS FUND MANAGEMENT COMPANY LIMITED · Mixed / Balanced
↳ Invests in Wellspring GBL Fund · หมู่เกาะเคย์แมน
✨Invests primarily in the Wellspring GBL Fund, focusing on hedge fund strategies across various securities and assets, with at least 80% net exposure.
กองทุนมีนโยบายเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ คือ กองทุน Wellspring GBL Fund (กองทุนหลัก) Class O Shares ซึ่งจัดตั้งภายใต้กฎหมายของหมู่เกาะเคย์แมน (the Cayman Islands) และบริหารจัดการโดย Quantum GBL, LLC (Management Company) และมี Quantum GBL Asset Management, LLC ผู้จัดการการลงทุน (Investment Manager) ทั้งนี้ จะมี Net Exposure ในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศดังกล่าวโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน กองทุน Wellspring GBL Fund (กองทุนหลัก) Class O Shares มีนโยบายการลงทุนในกองทุน Millennium International, Ltd. (กองทุนอ้างอิง) ซึ่งกองทุนอ้างอิงจัดตั้งภายใต้กฎหมายของหมู่เกาะเคย์แมน (the Cayman Islands) และบริหารจัดการโดย Millennium Management LLC (Management Company) และมี Millennium International Management LP เป็นผู้จัดการการลงทุน (Investment Manager) ทั้งนี้ กองทุนอ้างอิงเป็นกองทุนประเภทเฮ็ดจ์ฟันด์ (hedge fund) ที่มีการกระจายการลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่หลากหลายโดยส่วนใหญ่หรือเกือบทั้งหมดจะใช้กลยุทธ์ Relative Value Fundamental Equity, Quantitative, Fixed-Income และ Equity Arbitrage เป็นต้น นอกจากนี้ กองทุนอ้างอิงอาจใช้กลยุทธ์การลงทุนรูปแบบอื่นๆ เพิ่มเติมบางแบบ ซึ่งอาจรวมถึงการลงทุนในกองทุนปิด/การเก็งกำไรจากการซื้อขายสินทรัพย์ชนิดเดียวกัน (Asset Arbitrage) และการลงทุนในกิจการที่ประสบปัญหาการเงิน (Distress Investing) ในการลงทุนกองทุนอ้างอิงอาจใช้กลยุทธ์การลงทุนแบบกระจุกตัว โดยอาจใช้กลยุทธ์เพียงไม่กี่รูปแบบจากกลยุทธ์ที่สามารถใช้ได้ทั้งหมด ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจโดยดุลยพินิจของผู้จัดการการลงทุนในขณะใดขณะหนึ่ง กองทุนจะลงทุนในกองทุนหลักด้วยสกุลเงินดอลล่าร์สหรัฐ (USD) และกองทุนหลักลงทุนในกองทุนอ้างอิงด้วยสกุลเงินดอลล่าร์สหรัฐ (USD) กองทุนหลักอาจกู้ยืมเงินทั้งเพื่อสภาพคล่องและเพื่อประโยชน์การจัดการลงทุนรวมกันไม่เกินร้อยละ 60 มูลค่าสินทรัพย์สุทธิของกองทุนหลัก แต่จะไม่ลงทุนในหน่วย Private Equity สัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) และตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) รวมถึงไม่ทำธุรกรรมการขายหลักทรัพย์ที่ต้องยืมมาเพื่อการส่งมอบ (Short Sale) และการทำธุรกรรมขายโดยมีสัญญาซื้อคืน (Repo) เพื่อประโยชน์การจัดการลงทุน กองทุนอ้างอิงอาจมีการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) ตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) การกู้ยืมเงินหรือการทำธุรกรรมขายโดยมีสัญญาซื้อคืน (Repo) เพื่อประโยชน์การจัดการลงทุน และการทำธุรกรรมการขายหลักทรัพย์ที่ต้องยืมมาเพื่อการส่งมอบ (Short Sale) โดยไม่จำกัดอัตราส่วน แต่จะไม่ลงทุนในหน่วย Private Equity ทั้งนี้ กองทุนไทยจะไม่ลงทุนหน่วย Private Equity และไม่ทำธุรกรรมการขายหลักทรัพย์ที่ต้องยืมมาเพื่อการส่งมอบ (Short Sale) รวมถึงการกู้ยืมเงินและการทำธุรกรรมขายโดยมีสัญญาซื้อคืน (Repo) เพื่อประโยชน์การจัดการลงทุน เว้นแต่ เป็นการกู้ยืมและการทำธุรกรรมขายโดยมีสัญญาซื้อคืน (Repo) เพื่อบริหารสภาพคล่องของกองทุนรวมตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด ในส่วนที่เหลือกองทุนจะพิจารณาลงทุนในตราสารทุน ตราสารหนี้ และ/หรือตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน และ/หรือตราสารทางการเงิน และ/หรือเงินฝาก และ/หรือหน่วย CIS และ/หรือหน่วยลงทุนกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์/REITs และ/หรือหน่วยลงทุนกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน และ/หรือหน่วยลงทุนกองทุนสินค้าโภคภัณฑ์ และ/หรือกองทุนอีทีเอฟ (ETF) และ/หรือทรัพย์สินอื่นใดที่มีลักษณะทำนองเดียวกันโดยได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือคณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนดให้กองทุนลงทุนได้ ทั้งนี้ จะมีการลงทุนที่ส่งผลให้มี Net Exposure ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อลดความเสี่ยง (Hedging) โดยกองทุนจะเข้าเป็นคู่สัญญาโดยมีสินทรัพย์อ้างอิงอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ได้แก่ หุ้น อัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยนเงิน เครดิต ซึ่งหากราคาสินทรัพย์อ้างอิงมีความผันผวนมากหรือทิศทางการลงทุนไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ หรือคู่สัญญาที่ทําธุรกรรมไม่สามารถชําระภาระผูกพันได้ตามกําหนดเวลา อาจทําให้กองทุนขาดทุนจากการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ทั้งนี้ ผู้จัดการกองทุนอาจพิจารณาปรับเปลี่ยนการลงทุนหรือการเข้าทําธุรกรรมให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม อย่างไรก็ตาม ผู้จัดการกองทุนจะวิเคราะห์และติดตามปัจจัยที่มีผลกระทบต่อราคาสินทรัพย์อ้างอิงรวมถึงพิจารณาความน่าเชื่อถือของคู่สัญญาก่อนทําธุรกรรมและติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยกองทุนจะเน้นทําธุรกรรมกับคู่สัญญาที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) อย่างไรก็ตาม กองทุนจะไม่ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) ที่มีตัวแปรเป็นอัตราแลกเปลี่ยนเงินเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน กองทุนจึงมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนซึ่งอาจทำให้ผู้ลงทุนได้รับผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืน ต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนในตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) ตราสารทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) และ/หรือตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-Investment Grade) และ/หรือตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) ได้ รวมถึงอาจทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ (Securities Lending) หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด การคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวมตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วยก็ได้ ทั้งนี้ โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ 1. ช่วงระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม 2. ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนเลิกกองทุนรวม 3.ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมากหรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตเป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds) หรือกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินได้ หรือสามารถกลับมาเป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund) โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (Risk Profile) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน และเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งผู้ถือหน่วยลงทุนล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนการดำเนินการเปลี่ยนแปลง โดยประกาศผ่านเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ กรณีการลงทุนของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์มีลักษณะครบถ้วนตาม 1. และ 2. บริษัทจัดการจะดำเนินการตาม 3. 1. ฐานะการลงทุนสุทธิของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ (1) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี < 80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ หรือ (2) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ≥ 80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์โดยกองทุนต่างประเทศไม่มีวัตถุประสงค์การลงทุนในทำนองเดียวกับกองทุนดัชนีหรือ ETF 2. NAV ของกองทุนปลายทาง มีการลดลงในลักษณะดังนี้ (1) NAV ณ วันใดวันหนึ่งลดลง > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง หรือ (2) ยอดรวมของ NAV ลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกันคิดเป็นจำนวน > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง 3. รายละเอียดการดำเนินการ การดำเนินการ ระยะเวลาดำเนินการ 3.1 แจ้งเหตุที่กองทุนปลายทางมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการของ บลจ. ให้สำนักงานและผู้ถือหน่วย (แนวทางการดังกล่าวต้องคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยโดยรวม) ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ 3.2 เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการตาม 3.1 ต่อผู้ลงทุนทั่วไป (ดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวด้วย) พร้อม 3.1 3.3 ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินการตาม 3.1 ภายใน 60 วันนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ 3.4 รายงานผลการดำเนินการตาม 3.3 ให้สำนักงานทราบ ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการตาม 3.3 แล้วเสร็จ สรุปรายละเอียดสาระสำคัญของ Wellspring GBL Fund (กองทุนหลัก) (แหล่งที่มาของข้อมูล : Memorandum as of February 2023) ชื่อกองทุน Wellspring GBL Fund ชนิดหน่วยลงทุน Class O Shares โปรดศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมในหัวข้อ “ข้อกำหนดการลงทุนใน Class O (Terms of Class O Shares)” วันจัดตั้งกองทุน 14 August 2017 (วันที่ 14 สิงหาคม 2560) จดทะเบียน หมู่เกาะเคย์แมน (Cayman Islands) บริษัทจัดการ (Management Company) Quantum GBL, LLC (“company”) ผู้จัดการการลงทุน (Investment Manager) Quantum GBL Asset Management, LLC วันทำการซื้อ/ขายหน่วยลงทุน โปรดศึกษาเพิ่มเติมในหัวข้อ “ข้อกำหนดการลงทุนใน Class O (Terms of Class O Shares)” การจ่ายเงินปันผล ไม่จ่าย โครงสร้างการลงทุน (INVESTMENT PROGRAMME) วัตถุประสงค์ในการลงทุน (Investment Objective) วัตถุประสงค์ในการลงทุนของกองทุนคือมุ่งสร้างผลตอบแทนที่เป็นบวกในทุกสภาวะตลาดในระยะยาวภายใต้สภาวะตลาดทุนต่างๆ ที่หลากหลายโดยนำทรัพย์สินของกองทุนไปลงทุนผ่านกองทุนอ้างอิงที่ใช้กลยุทธ์การลงทุนทางเลือก รวมถึงกองทุนประเภท Hedge Funds, Private Equity Funds, Real Estate Funds และ Credit Funds กลยุทธ์ในการลงทุน (Investment Strategy) กองทุนใช้กลยุทธ์การลงทุนหลากหลายแบบร่วมกัน โดยส่วนใหญ่จะลงทุนใน Hedge Funds ที่มีผู้จัดการกองทุนหลากหลายทั่วโลกซึ่งเน้นกลยุทธ์การลงทุนทางเลือก รวมถึงกลยุทธ์ equity long/short (directional or market neutral), global macro, arbitrage and multi-strategy. ผู้จัดการการลงทุนจะลงทุนตามกระบวนการลงทุนที่มีการพัฒนาอย่างดี ซึ่งประกอบด้วย การประเมินการดำเนินงานของกองทุนอ้างอิงอย่างละเอียดและต่อเนื่อง เครื่องมือการลงทุนที่กองทุนอ้างอิงใช้ในการลงทุน ได้แก่ การถือสถานะซื้อหรือขาย (Long and Short Positions) ในตราสารทุนและเครื่องมือที่เกี่ยวข้องกับตราสารทุน ตราสารหนี้ และตราสารอื่นที่เกี่ยวข้องกับตราสารหนี้ เงินสดและรายการที่เทียบเท่าเงินสด สัญญา Options ใบสำคัญแสดงสิทธิ สัญญา Futures และสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆ สกุลเงินต่างๆ ตราสารอนุพันธ์ที่ซื้อขายนอกตลาดหลักทรัพย์ (เช่น สัญญา Swaps) หลักทรัพย์ที่ไม่มีตลาดหลักทรัพย์ที่ซื้อขายอย่างคล่องตัวรองรับ การทำธุรกรรมขายโดยมีสัญญาซื้อคืนและธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน หุ้นบุริมสิทธิ หุ้นกู้แปลงสภาพ ตราสารหนี้ที่เกิดจากการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ (Asset-Backed Securities) หลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ และตราสารทางการเงินอื่นๆ (รวมเรียกว่า “ตราสารทางการเงิน”) วิธีการลงทุน (Investment Approach) ผู้จัดการการลงทุนได้พัฒนากระบวนการลงทุนที่มีการตรวจสอบกองทุนอ้างอิงที่คัดเลือกให้มีการลงทุนอยู่ในกรอบการลงทุนที่กำหนด กระบวนการลงทุนที่กล่าวถึงในที่นี้เป็นกระบวนการที่สามารถปรับเปลี่ยนได้เพื่อให้สอดคล้องกับการพิจารณาทบทวนของผู้จัดการการลงทุน การลงทุนการจัดสรรสินทรัพย์และกลยุทธ์การลงทุน (Asset and Strategy Allocation) ผู้จัดการการลงทุนจะกำหนดวิธีการกระจายการลงทุนในกองทุนอ้างอิงที่เฉพาะเจาะจงสำหรับหน่วยลงทุนแต่ละชนิดของกองทุน การคัดเลือกกองทุนอ้างอิง (Underlying Fund Selection) ผู้จัดการการลงทุนจะนำทรัพย์สินของกองทุนไปลงทุนในกองทุนอ้างอิงต่างๆ ที่มั่นใจว่าอยู่ในกลุ่มของ Hedge Funds ที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดในตลาดทั่วโลก โดยผู้จัดการการลงทุนจะพยายามกำหนดขอบเขตการลงทุนที่ประกอบด้วยกองทุนอ้างอิงที่ให้ผลตอบแทนดีและมีลักษณะที่แตกต่างอย่างหลากหลาย หลักเกณฑ์สำคัญที่ใช้ในการคัดเลือกกองทุนอ้างอิงที่ลงทุนจะลงทุนประกอบด้วย: - มีฝ่ายจัดการและผู้บริหารระดับสูงที่มีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับในวงการ - มีทีมงานที่มั่นคง - มีภูมิหลังที่แข็งแกร่งและมีประสบการณ์การลงทุนมาอย่างยาวนาน - มีความได้เปรียบเชิงแข่งขันที่ชัดเจนและยั่งยืน - มีกลยุทธ์การลงทุนที่ดี สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีเมื่อเทียบความเสี่ยง - มีองค์กรภายในที่แข็งแกร่ง โดยมีการบริหารการลงทุนเป็นทีม และมีโครงสร้างพื้นฐานที่สนับสนุนอย่างมั่นคง - มีประวัติการดำเนินงานในอดีตที่เหนือกว่าคู่แข่งในระดับเดียวกัน - มีการประเมินความยั่งยืนของผลการดำเนินงานในอดีต และ - มีการบริหารจัดการความเสี่ยงที่แข็งแกร่ง ดัชนีชี้วัด S&P 500 Index ข้อกำหนดการลงทุนใน Class O (Terms of Class O Shares) กลยุทธ์ ใช้กลยุทธ์แบบ Reliant Diversified Trading Strategies ซึ่งรวมถึง Relative Value Fundamental Equity, Quantitative Strategies, Equity Arbitrage, และ Fixed Income Strategies. คุณลักษณะของกองทุนอ้างอิง มีทีมการซื้อขายที่แข็งแกร่งซึ่งเน้นโอกาสการลงทุนที่เฉพาะเจาะจงและกลยุทธ์การลงทุนที่เชี่ยวชาญเฉพาะทาง โดยกองทุนอ้างอิงที่จะลงทุน คือ Millennium International Class GG-C Shares (Sub-Class USD) วันซื้อหน่วยลงทุน วันทำการวันแรกของแต่ละเดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2025 หรือวันอื่นที่กำหนดโดยดุลยพินิจของกรรมการของกองทุน การชำระเงินค่าซื้อหน่วยลงทุน ผู้ถือหน่วยลงทุนต้องชำระเงินลงทุนได้ทุกเวลาในช่วงก่อนครบรอบ 3 ปีนับจากวันซื้อหน่วยลงทุน โดยผู้ถือหน่วยลงทุนจะต้องชำระเงินอย่างน้อย 10% ของจำนวนหน่วยลงทุนที่ซื้อในวันซื้อหน่วยลงทุน ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) 1.0% ของ NAV ต่อปี ค่าใช้จ่ายอื่นๆ (ถ้ามี (Other expense If any) 0.36% ของ NAV ต่อปี รวมค่าใช้จ่าย (Total Expenses) 1.36% ของ NAV ต่อปี อัตราส่วนแบ่งจากผลกำไร (Performance Fee) 0% กำหนดการขายคืนหน่วยลงทุนรายไตรมาส ผู้ถือหน่วยลงทุนสามารถเลือกที่จะขายคืนหน่วยลงทุนไม่เกิน 5% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) ของหน่วยลงทุนชนิด Class O Shares ณ วันสิ้นไตรมาสของปี โดยจะต้องส่งคำสั่งขายคืนหน่วยลงทุนอย่างน้อย 95 วันก่อนสิ้นไตรมาสที่ต้องการขายคืน ("วันขายคืนหน่วยลงทุนรายไตรมาส (Quarterly Redemption Date)") หากการขายคืนหน่วยลงทุนรายไตรมาสเป็นผลให้ NAV ของหน่วยลงทุนชนิด Class O Shares ของผู้ถือหน่วยลงทุนรายใดลดลงจนเท่ากับหรือต่ำกว่า 5% ของมูลค่าโดยรวมที่ซื้อ ผู้ถือหน่วยลงทุนดังกล่าวอาจขายคืนหน่วยลงทุนที่เหลือโดยส่งคำสั่งตามที่กำหนด โดยกองทุนอ้างอิงจะชำระเงินค่าขายคืนหน่วยลงทุนภายใน 30 วันหลังจากวันสิ้นไตรมาสที่ขายคืน โดยเงินที่หักไว้ 5% ของมูลค่าที่ขายคืน ณ วันสิ้นไตรมาสจะกันไว้จนกว่าการตรวจสอบบัญชีประจำปีของกองทุนอ้างอิงในปีที่มีการขายคืนหน่วยลงทุนดังกล่าวเสร็จสิ้น จำนวนหน่วยลงทุนขั้นต่ำที่ต้องถือไว้ กองทุนไม่มีกำหนดจำนวนขั้นต่ำของการถือหน่วยลงทุน (เช่น ต้องมี NAV คงเหลือ 5 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ หรือต่ำกว่าตามที่กำหนดโดยกรรมการของกองทุน) และไม่มีเกณฑ์การบังคับขายคืนหน่วยลงทุน การจ่ายเงินค่าขายคืนหน่วยลงทุน กองทุนหลักจะชำระเงินค่าขายคืนหน่วยลงทุนให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนที่ขายคืนภายใน 45 วันหลังจากวันขายคืนหน่วยลงทุน โดยจะมีการหักเงินไว้ไม่เกิน 5% ของเงินค่าขายคืนฯ ซึ่งจะจ่ายให้โดยไม่มีดอกเบี้ยโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ต้องไม่เกิน 45 วันหลังจากการตรวจสอบบัญชีประจำปีของกองทุนในปีที่มีการขายคืนหน่วยลงทุนดังกล่าวเสร็จสิ้น (ซึ่งคาดว่าจะเสร็จสิ้นไม่เกิน 90 วันนับจากวันสิ้นสุดปีการเงิน) หมายเหตุ : Millennium International Class GG-C Shares (Sub-Class USD) ที่กองทุนหลักไปลงทุนจะเป็น Class GG Shares ของกองทุนอ้างอิง ซึ่ง Class GG Shares จะเสนอขายให้กับผู้ลงทุนที่ไม่ใช่พลเมืองสหรัฐอเมริกาและต้องการลงทุนเป็นสกุลเงินดอลล่าร์สหรัฐฯ สรุปรายละเอียดสาระสำคัญของ Millennium International, Ltd. (กองทุนอ้างอิง) (แหล่งที่มาของข้อมูล : Memorandum as of August 2023) ชื่อกองทุน Millennium International, Ltd. ชนิดหน่วยลงทุน Class GG Shares ซึ่งจะเสนอขายให้กับผู้ลงทุนที่ไม่ใช่พลเมืองสหรัฐอเมริกาและต้องการลงทุนเป็นสกุลเงินดอลล่าร์สหรัฐฯ จดทะเบียน December 3, 1997 (วันที่ 3 ธันวาคม 2540) บริษัทจัดการ (Management Company) Millennium Management LLC ผู้จัดการการลงทุน (Investment Manager) Millennium International Management LP วัตถุประสงค์ในการลงทุน (Investment Objective) วัตถุประสงค์ในการลงทุนของกองทุน คือการทำให้มูลค่าเงินลงทุนเพิ่มสูงขึ้นกว่าค่าเฉลี่ยของตลาด โดยอาศัยโอกาสและจังหวะที่เหมาะสมในการลงทุนในหลักทรัพย์ เครื่องมือทางการเงิน และโอกาสในการลงทุนอื่นๆ อย่างหลากหลาย รวมถึงเข้าร่วมในกลยุทธ์การซื้อขายและการลงทุนมากมายหลายประเภท ทั้งนี้ กองทุนสามารถใช้กลยุทธ์การลงทุนต่างๆ ได้โดยไม่มีข้อจำกัดที่เป็นสาระสำคัญ ในการดําเนินการเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์การลงทุน กองทุนอาจซื้อขาย ลงทุน หรือหาผลตอบแทนโดยวิธีอื่น ทั้งโดยตรงและโดยอ้อม ในตราสารทุนและตราสารหนี้ (ทั้งที่จดทะเบียนและไม่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์) สกุลเงิน สัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Futures and Forward Contracts) สินค้าโภคภัณฑ์ ตราสารหนี้ที่มีสินเชื่อที่อยู่อาศัยหรือสินทรัพย์อื่นเป็นหลักประกันการจำนอง (Mortgage-Backed and Asset-Backed Securities) สัญญา Options และตราสารอนุพันธ์อื่นๆ การเข้าร่วมในโครงการเงินกู้ (Loan Participations) และการทำสัญญาทางการเงินที่เกี่ยวกับการกู้ยืม (Credit) ตลอดจนโอกาสการลงทุนอื่นๆ ที่หลากหลาย ทั้งในสหรัฐฯ และนอกสหรัฐฯ โปรแกรมและกลยุทธ์การลงทุนของกองทุน (The Fund’s Investment Program and Strategy) Millennium มีหน้าที่รับผิดชอบการบริหารเงินลงทุนของกองทุนให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ในการลงทุนของกองทุน โดยทาง Millennium จะคัดเลือก ติดตามผล และประเมินผลการดำเนินงานของ Portfolio Managers และจัดสรรสัดส่วนเงินลงทุนของกองทุนในสินทรัพย์ต่างๆ นอกจากนี้ Millennium ยังอาจนำเงินลงทุนของกองทุนไปลงทุนโดยตรง (กล่าวคือ ไม่ลงทุนผ่าน Portfolio Managers) เพื่อแสวงหากำไร (อาทิ การซื้อขายสินทรัพย์โดยตรง ซึ่งอาจรวมถึงการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในบางกลยุทธ์การลงทุน หรือสถานะการลงทุนบางรายการ หรือสถานะการลงทุนโดยรวมสุทธิ) หรือเพื่อปกป้องกองทุนจากการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น หรือเพื่อซื้อขายในทิศทางตรงกันข้ามเพื่อลดความเสี่ยงในการลงทุนบางรายการ กองทุนลงทุนเพื่อหาโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนสูงสุด และขอบเขตของสินทรัพย์ที่สามารถลงทุนได้จะไม่ถูกจำกัดโดยนโยบายใดๆ ของ Millennium อย่างไรก็ตาม กองทุนจะใช้กลยุทธ์การลงทุนหลักดังต่อไปนี้ทั้งหมดหรือโดยส่วนใหญ่: - Relative Value Fundamental Equity - Quantitative - Fixed-Income และ - Equity Arbitrage กองทุนอ้างอิงอาจใช้กลยุทธ์การลงทุนรูปแบบอื่นๆ เพิ่มเติมบางแบบ ซึ่งอาจรวมถึงการลงทุนในกองทุนปิด/การเก็งกำไรจากการซื้อขายสินทรัพย์ชนิดเดียวกัน (Asset Arbitrage) และการลงทุนในกิจการที่ประสบปัญหาการเงิน (Distress Investing) ในการลงทุนกองทุนอ้างอิงอาจใช้กลยุทธ์การลงทุนแบบกระจุกตัว โดยอาจใช้กลยุทธ์เพียงไม่กี่รูปแบบจากกลยุทธ์ที่สามารถใช้ได้ทั้งหมด ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจโดยดุลยพินิจของผู้จัดการการลงทุนในขณะใดขณะหนึ่ง ซึ่งไม่ต้องแจ้งให้ผู้ลงทุนทราบ ดัชนีชี้วัด S&P 500 Index วันทำการซื้อหน่วยลงทุน วันทำการแรกของเดือน โดยอาจหยุดการเสนอขายได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า Millennium International ขอสงวนสิทธิในการรับหรือปฎิเสธการทำรายการซื้อหน่วยลงทุนแต่เพียงผู้เดียว วันทำการขายคืนหน่วยลงทุน โดยทั่วไป หน่วยลงทุนที่เสนอขายจะสามารถขายคืนได้เป็นรายไตรมาสตาม “กำหนดการขายคืนหน่วยลงทุนรายไตรมาส (Quarterly Redemption Schedule)” หรือเป็นประจำทุกปีตาม “กำหนดการขายคืนหน่วยลงทุนรายปี (Annual Redemption Schedule)” กำหนดการขายคืนหน่วยลงทุนรายไตรมาส (Quarterly Redemption Schedule) ผู้ถือหน่วยลงทุนสามารถขายคืนหน่วยลงทุนได้ไม่เกิน 5% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) ของผู้ถือหน่วยลงทุนรายดังกล่าว ณ วันสิ้นไตรมาสของปี (“การขายคืนหน่วยลงทุนรายไตรมาส (Quarterly Redemption)”) โดยแจ้งความประสงค์เป็นลายลักษณ์อักษรอย่างน้อย 90 วัน และไม่เกิน 180 วันก่อนจะถึงวันสุดท้ายของไตรมาสดังกล่าว (“วันขายคืนหน่วยลงทุนรายไตรมาส (Quarterly Redemption Date)”) นอกจากนี้ หากการขายคืนหน่วยลงทุนรายไตรมาส (ไม่ว่าจะดำเนินการอย่างต่อเนื่องหรือไม่) เป็นผลให้ NAV ของผู้ถือหน่วยลงทุนรายใดลดลงจนเหลือเท่ากับหรือต่ำกว่า 5% ของมูลค่าที่ซื้อโดยรวมของหน่วยลงทุนที่กองทุนได้จัดสรรให้ ผู้ถือหน่วยลงทุนดังกล่าวอาจขายคืนหน่วยลงทุนที่เหลือโดยแจ้งความประสงค์เป็นลายลักษณ์อักษรอย่างน้อย 90 วัน และไม่เกิน 180 วันก่อนจะถึงวันสุดท้ายของไตรมาสดังกล่าว เพื่อแจ้งความประสงค์ทั้งหมดดังกล่าวให้ทั้ง Millennium International และ Administrator กำหนดการขายคืนหน่วยลงทุนรายปี (Annual Redemption Schedule) ผู้ถือหน่วยลงทุนสามารถเลือกที่จะขายคืนหน่วยลงทุนที่ได้รับจัดสรรแล้วเป็นรายปีได้ ซึ่งจะใช้ระยะเวลา 5 ปี ในการดำเนินการขายคืนหน่วยลงทุนดังกล่าวโดยจะต้องส่งคำขอขายคืนหน่วยลงทุน 5 ครั้งติดต่อกันในแต่ละปี ซึ่งจะได้รับเงินค่าขายคืนหน่วยลงทุนเป็นรายไตรมาสภายในปีที่ทำการขายคืนหน่วยลงทุนดังกล่าว ผู้ถือหน่วยลงทุนสามารถเลือกที่จะเริ่ม Annual Redemption Period ในไตรมาสใดๆ ก็ได้ แต่ Annual Redemption Period ดังกล่าวไม่จําเป็นต้องตรงกับปีปฏิทิน ทั้งนี้ ผู้ถือหน่วยลงทุนที่เลือกจะขายคืนหน่วยลงทุนที่ได้รับการจัดสรรแล้วตาม Annual Redemption Schedule จะต้องแจ้งความประสงค์เป็นลายลักษณ์อักษรให้กับทั้ง Millennium International และ Administrator อย่างน้อย 90 วัน และไม่เกิน 180 วันก่อนวันเหล่านี้คือ (1) ก่อนวัน Annual Redemption Schedule Date วันแรกของ Annual Redemption Period ปีแรก และ (2) ก่อนวัน Annual Redemption Schedule Date วันแรกของ Annual Redemption Period ถัดมาในแต่ละปี ผู้ถือหน่วยลงทุนสามารถขอเปลี่ยนจาก Quarterly Redemption เป็น Annual Redemption ได้เฉพาะในกรณีที่ผู้ถือหน่วยลงทุนมีการส่งคำสั่งขายคืนในอัตรา 5% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) ทุกสิ้นไตรมาสของผู้ถือหน่วยลงทุน ติดต่อกันตั้งแต่ 4 ไตรมาสขึ้นไป แต่ทั้งนี้ต้องแจ้งเปลี่ยนแปลงภายในไตรมาสที่ 8 โดยมีเงื่อนไขว่ายังจะต้องมีการขายคืนในอัตรา 5% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) ทุกสิ้นไตรมาสอย่างต่อเนื่องก่อนที่จะมีการแจ้งเปลี่ยนแปลง กรณีผู้ถือหน่วยลงทุนที่ประสงค์จะเปลี่ยนจาก Quarterly Redemption เป็น Annual Redemptionตามเงื่อนไขดังกล่าวข้างต้น จะต้องแจ้งความประสงค์ต่อ Millennium International และ Administrator อย่างน้อย 90 วันแต่ไม่เกิน 180 วันก่อน Annual Redemption Schedule Date วันแรกที่มีผลในการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ทั้งนี้ หากไม่ขอเปลี่ยนจาก Quarterly Redemption เป็น Annual Redemption ภายในไตรมาสที่ 8 ตามเงื่อนไขดังกล่าวข้างต้นจะถือว่าไม่ประสงค์เปลี่ยนแปลงวิธีการขายคืนจากเดิม และหากต้องการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหน่วยลงทุนจะต้องทำรายกายขายคืนตามเงื่อนไขที่กำหนดข้างต้นอีกครั้ง ผู้ถือหน่วยลงทุนสามารถขายคืนหน่วยลงทุนที่มีอยู่ในแต่ละสิ้นไตรมาส โดยแจ้งความประสงค์ตามเงื่อนไขที่กำหนดตาม Quarterly Redemption Schedule หรือ Annual Redemption Schedule อย่างใดอย่างหนึ่ง ทั้งนี้ ผู้ถือหน่วยลงทุนมีสิทธิที่จะขายคืนหน่วยลงทุนได้เพียงครั้งเดียวต่อหนึ่งไตรมาสตาม Quarterly Redemption Schedule หรือ Annual Redemption Schedule และขายคืนได้ไม่เกิน 4 ครั้งในรอบระยะเวลา 12 เดือน ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management fee หรือ Incentive Floor Fee) 1% ของ NAV ต่อปี อัตราส่วนแบ่งจากผลกำไร (Performance Fee หรือ Incentive Allocation) 20% ของมูลค่าเงินทุนสุทธิที่เพิ่มขึ้น (Net Capital Appreciation) อิงตามหลักเกณฑ์ "High Water Mark" โดยกองทุนจะประเมินผลการดำเนินงานเป็นรายปี ณ สิ้นรอบปีบัญชี และจะจัดสรรอัตราส่วนแบ่งจากผลกำไร (Incentive Allocation) บนส่วนต่างระหว่างมูลค่าเงินทุนสุทธิ (ทั้งที่รับรู้แล้วและยังมิได้รับรู้) ณ สิ้นรอบปีบัญชีนั้นๆ เทียบมูลค่าเงินทุนสุทธิ ณ สิ้นรอบปีบัญชีก่อนหน้า ทั้งนี้ หากปีใดที่กองทุนมีผลขาดทุน ผู้จัดการกองทุนจะต้องบริหารกองทุนให้กลับมามีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิสูงกว่าจุดสูงสุดเดิม (High Water Mark) ก่อน จึงจะสามารถเรียกเก็บ Incentive Allocation ตามที่ตกลงได้ หากกองทุนหลักและ/หรือกองทุนอ้างอิงมีการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลข้างต้น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิปรับปรุงข้อมูลกองทุนหลักและ/หรือกองทุนอ้างอิง โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว และจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบผ่านทางเว็บไซต์บริษัทจัดการ ทั้งนี้ สรุปข้อมูลสำคัญ ค่าธรรมเนียม รวมถึงรายละเอียดต่างๆ ข้างต้นของกองทุนหลักและกองทุนอ้างอิงได้ถูกคัดเลือกมาเฉพาะส่วนที่สำคัญและแปลมาจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ ดังนั้น ในกรณีที่มีความแตกต่างหรือไม่สอดคล้องกับต้นฉบับภาษาอังกฤษ ให้ถือเอาต้นฉบับภาษาอังกฤษของกองทุนหลักเป็นเกณฑ์ ผู้ลงทุนควรศึกษารายละเอียดการลงทุนก่อนการตัดสินใจลงทุน สถานการณ์เชิงลบอย่างมากที่สุดที่เกิดขึ้น (Worst Case Scenario ) ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการลงทุนในกองทุนอ้างอิงที่กองทุนหลักนำเงินไปลงทุน เนื่องจากกองทุนอ้างอิงเป็นกองทุนประเภทเฮดจ์ฟันด์ (hedge fund) ที่มีการกระจายการลงทุนในสินทรัพย์หลายประเภท สามารถใช้กลยุทธ์ที่หลากหลายกว่ากองทุนรวมทั่วไป และสามารถลงทุนในตราสารที่ซับซ้อนได้อย่างอิสระ (อาทิเช่น การใช้ตราสารอนุพันธ์ในการลงทุน) จึงทำให้กองทุนอ้างอิงมีความเสี่ยงสูงกว่ากองทุนรวมทั่วไป นอกจากนั้น การที่กองทุนอ้างอิงสามารถลงทุนผ่านเครื่องมือทางการเงินที่หลากหลายอาจส่งผลให้ผลตอบแทนของกองทุนมีความผันผวนสูง และมีความเสี่ยงสูงหากการลงทุนไม่ได้เป็นไปตามที่คาดหวัง อาทิเช่น ในช่วงที่สภาวะตลาดมีความผันผวน ภาวะเศรษฐกิจที่ไม่สนับสนุนต่อการลงทุน หรือเกิดเหตุการณ์ใดที่ส่งผลต่อสภาวะการลงทุน ซึ่งอาจส่งผลให้นักลงทุนสูญเสียเงินต้นเป็นจำนวนมาก และ/หรือ สูญเสียเงินต้นทั้งหมด
Investment policy as filed with SEC Thailand.
actual = what the AMC currently charges · max = prospectus ceiling (no actual reported). Annual fees aren’t additive with one-time fees.