First Plus Thailand ESG Fund
FIRST PLUS ASSET MANAGEMENT (THAILAND) COMPANY LIMITED · Equity · settlement T+3
✨Invests primarily in environmentally and sustainably focused Thai stocks, with up to 80% of net assets, and may include various other securities and digital tokens.
(1) กองทุนมีนโยบายลงทุนในหุ้นที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (“SET”) บนกระดานหลัก หรือกระดานเอ็มเอไอ (mai) ที่ได้รับคัดเลือกจาก SET ว่ามีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environmental Social and Governance: ESG) ซึ่งผ่านกระบวนการวิเคราะห์การลงทุนแบบ ESG Integration โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน (2) สำหรับเงินลงทุนส่วนที่เหลือ กองทุนอาจลงทุนในตราสารทุนนอกเหนือจากที่ระบุตาม (1) ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตราสารหนี้ เงินฝาก และ/หรือ หน่วยลงทุนของกองทุนรวม เช่น กองทุน CIS กองทุน Infra กองทุน Property/ REITs และ/หรือกองทุน ETF เป็นต้น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่กองทุนสามารถลงทุนได้ โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สํานักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กําหนดหรือให้ความเห็นชอบ รวมถึงกองทุนอาจลงทุนในโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (investment token) ที่ออกตามพระราชกำหนดว่าด้วยการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ที่เป็นโทเคนดิจิทัลสำหรับโครงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green-project token) โทเคนดิจิทัลสำหรับโครงการที่เกี่ยวข้องด้านความยั่งยืน (sustainability-project token) หรือโทเคนดิจิทัลเพื่อส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability-linked token) ซึ่งมีการเปิดเผยข้อมูลในแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายโทเคนดิจิทัล ในเรื่องดังนี้ (ก) กรณีเป็นโทเคนดิจิทัลสำหรับโครงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือโทเคนดิจิทัลสำหรับโครงการที่เกี่ยวข้องด้านความยั่งยืน ต้องมีการเปิดเผยวัตถุประสงค์การใช้เงินที่ได้จากการระดมทุน (use of proceeds) ว่าเป็นไปเพื่อโครงการที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือเพื่อโครงการที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนของประเทศไทย แล้วแต่กรณี (ข) กรณีเป็นโทเคนดิจิทัลเพื่อส่งเสริมความยั่งยืนต้องมีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการกำหนดตัวชี้วัดและเป้าหมายด้านความยั่งยืนเพื่อส่งเสริมความยั่งยืนของผู้ออกโทเคนดิจิทัลดังกล่าวในประเทศไทย ทั้งนี้ หลักเกณฑ์เกี่ยวกับลักษณะของโทเคนดิจิทัลจะเป็นไปตามที่สํานักงานประกาศกําหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการกํากับตลาดทุนต่อไป (3) กองทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่นซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยการลงทุนในหน่วยลงทุนดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนของกองทุนซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด หรือกฎหมายอื่นใดที่เกี่ยวข้อง หรือประกาศอื่นใดที่เกี่ยวข้อง และ/หรือที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมในอนาคต ทั้งนี้ กองทุนปลายทางสามารถลงทุนต่อในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่นที่อยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการต่อไปได้อีกไม่เกิน 1 ทอด และไม่อนุญาตให้กองทุนปลายทางและกองทุนรวมอื่นลงทุนย้อนกลับในกองทุนต้นทาง (circle investment) ได้ อย่างไรก็ดี การลงทุนในทรัพย์สินอื่นใดนอกเหนือจากหุ้นตามที่ระบุใน (1) จะเป็นไปในลักษณะที่ไม่ทำให้กองทุนมี net exposure ในหุ้นตาม (1) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีน้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน (4) กองทุนจะไม่ลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) และตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) รวมถึงตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) และ/หรือตราสารแห่งหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ตัวตราสารและที่ผู้ออกตราสาร (Unrated Securities) และตราสารแห่งทุนของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) เว้นแต่เป็นหุ้นที่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์สั่งรับเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยซึ่งผู้ออกหุ้นดังกล่าวอยู่ระหว่างการดำเนินการกระจายการถือหุ้นรายย่อยตามข้อบังคับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่าด้วยการรับหุ้นสามัญหรือหุ้นบุริมสิทธิเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน อย่างไรก็ตาม กองทุนจะลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารแห่งหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-Investment Grade) เฉพาะกรณีที่ตราสารนั้นได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ตัวตราสารหรือที่ผู้ออกตราสารในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) ขณะที่กองทุนลงทุนเท่านั้น และ/หรือลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารแห่งทุนของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เฉพาะกรณีที่ตราสารแห่งทุนนั้นเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ขณะที่กองทุนลงทุนเท่านั้น (5) กองทุนอาจทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ (Securities lending) และ/หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse repo) ได้โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด (6) ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วย ทั้งนี้ โดยจะคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ (1) ช่วงระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม (2) ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนเลิกกองทุนรวม (3) ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืน หรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการสิ้นสุดสมาชิกภาพ หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ วัตถุประสงค์การลงทุนที่เกี่ยวกับความยั่งยืน กองทุนมีนโยบายลงทุนในหุ้นที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (“SET”) บนกระดานหลัก หรือกระดานเอ็มเอไอ (mai) ที่ได้รับคัดเลือกจาก SET ว่ามีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environmental Social and Governance: ESG) ซึ่งผ่านกระบวนการวิเคราะห์การลงทุนแบบ ESG Integration โดยจะคัดเลือกในระดับ AA ขึ้นไป โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน เป้าหมายด้านความยั่งยืน เป็นแรงขับเคลื่อนให้มีกิจกรรมที่มุ่งเน้นการดำเนินงานที่คำนึงถึงปัจจัยด้าน ESG มากขึ้น ส่งผลให้เกิดระบบนิเวศที่ยั่งยืนต่อระบบเศรษฐกิจไทย และเป็นกลไกหนึ่งที่ช่วยสนับสนุนบริษัทจดทะเบียนและประเทศไทย บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ กรอบการลงทุน (Investment Universe) กองทุนจะเน้นลงทุนในบริษัทจดทะเบียนที่มีความโดดเด่นในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ที่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกของ SET ESG Rating ในระดับ AA ขึ้นไป และ/หรือในระดับที่เทียบเคียงได้กับระดับ AA ขึ้นไปตามเกณฑ์การคัดเลือกของ SET ESG Rating โดยจะพิจารณาผนวกปัจจัยด้าน ESG ในกระบวนการตัดสินใจลงทุน (ESG Integration) กลยุทธ์การลงทุน กองทุนใช้กลยุทธ์การลงทุนด้าน ESG 2 แบบ ได้แก่ Screening และ ESG Integration โดยมีรายละเอียดของแต่ละกลยุทธ์ ดังนี้ Screening กำหนดให้มีตัวกรองสำหรับการคัดเลือกบริษัทจดทะเบียนเพื่อเข้าเป็นกลุ่มหลักทรัพย์ที่ลงทุนได้ (Investment Universe) โดยจะคัดกรองบริษัทจดทะเบียนที่ไม่ผ่านเกณฑ์พิจารณาเรื่องสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ออกไป (Negative/Exclusionary Screening) ดังนี้ (1) ด้านพฤติกรรม (Controversial Behavior) เช่น บริษัทละเมิดอย่างร้ายแรงต่อแนวทาง UN Global Compact Guidelines (2) ด้านผลิตภัณฑ์ (Controversial Products and Services) เช่น บริษัทเสนอขายสินค้าประเภทอาวุธ การพนัน แอลกอฮอล์ และยาสูบ โดยพิจารณาจากเกณฑ์สัดส่วนรายได้ที่มากกว่า 50% (3) ด้านประเทศที่ตั้ง (Controversial Countries) เช่น บริษัทดำเนินกิจการในประเทศที่มีความเสี่ยงสูงสุดระดับที่ 1 ในการสนับสนุนการฟอกเงินและการก่อการร้าย (FATF list) ESG integration ผู้จัดการกองทุนจะคำนึงถึงปัจจัยด้าน ESG ในทุกมิติของการวิเคราะห์บริษัทจดทะเบียนที่กองทุนจะลงทุน ทั้งนี้ ความเสี่ยงด้าน ESG มีผลต่อการดำเนินธุรกิจทุก ๆ ด้านของบริษัทจดทะเบียน โดยหากพิจารณาตัวเลขผลการดำเนินงานของแต่ละบริษัทจดทะเบียนจะมีความเสี่ยงหรือความผันผวนที่ไม่เท่ากัน ซึ่งจะสะท้อนออกมาในรูปของการประเมินมูลค่าของแต่ละบริษัทจดทะเบียนที่ไม่เท่ากัน หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกหลักทรัพย์ กองทุนจะลงทุนในหลักทรัพย์ที่อยู่ในองค์ประกอบของดัชนีที่เกี่ยวกับความยั่งยืน ซึ่งได้แก่ SET ESG Rating ตามที่กำหนดภายใต้กรอบนโยบายการลงทุน โดยจะทำการทบทวนหลักทรัพย์ดังกล่าวเมื่อ SET มีการทบทวน SET ESG Rating หรืออย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง กระบวนการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์ บริษัทจัดการมีกระบวนการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์ อิงตามกลยุทธ์การลงทุนด้าน ESG ทั้ง 2 แบบ ดังนี้ Screening ผู้จัดการกองทุนจะคัดกรองหลักทรัพย์ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาเรื่องสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ออกไปจากกลุ่มหลักทรัพย์ที่ลงทุนได้ (Negative/Exclusionary Screening) โดยพิจารณาจากด้านพฤติกรรม (Controversial Behavior) ด้านผลิตภัณฑ์ (Controversial Products) และด้านประเทศที่ตั้ง (Controversial Countries) ทั้งนี้ หลังกระบวนการ Negative/Exclusionary Screening แล้ว ผู้จัดการกองทุนจะดำเนินการในขั้นตอน ESG Integration ต่อไป ESG Integration ผู้จัดการกองทุนมีแนวทางการบริหารกองทุน โดยจะวิเคราะห์หลักทรัพย์โดยคำนึงถึงความยั่งยืน (ESG integration framework) รวมทั้งจะมีการใช้บทวิเคราะห์ด้านความยั่งยืนที่จัดทำโดยบุคคลที่สาม และการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับด้าน ESG ของบริษัทจดทะเบียนว่าเป็นไปตามแนวปฏิบัติที่ดีด้านความยั่งยืนหรือไม่ร่วมด้วย ทั้งนี้ ผู้จัดการกองทุนจะวิเคราะห์หลักทรัพย์เพื่อให้น้ำหนักการลงทุนในแต่ละหลักทรัพย์ ภายใต้กรอบการพิจารณา ดังต่อไปนี้ (1) เป็นบริษัทจดทะเบียนที่มีการคำนึงถึงกระบวนการดำเนินธุรกิจ (ESG in practices เช่น ความเสี่ยงด้าน ESG ของทั้งบริษัทและ คู่ค้า การจัดการห่วงโซ่อุปทาน การใช้พลังงาน/ไฟฟ้า ใช้น้ำ จัดการของเสีย อย่างมีประสิทธิภาพ และ/หรือ (2) เป็นบริษัทจดทะเบียนที่ให้ความสำคัญประเด็น ESG ที่เป็นความเสี่ยงสำคัญของธุรกิจ เช่น Climate Risk และ/หรือ (3) เป็นบริษัทจดทะเบียนที่มีการเตรียมตัวและตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงนโยบายภาครัฐหรือกฎระเบียบต่าง ๆ ในอนาคต นอกจากการวิเคราะห์หลักทรัพย์ข้างต้นแล้ว ผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาปัจจัยที่มีผลต่อมูลค่าหลักทรัพย์ที่กองทุนลงทุนในระยะยาว ซึ่งอย่างน้อยจะรวมถึงความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนผ่าน และความเสี่ยงต่อระบบการเงินโดยรวม การอ้างอิงดัชนีชี้วัดที่เกี่ยวกับความยั่งยืน (Investment Benchmark) ดัชนีผลตอบแทนรวม SET ESG (SETESG TRI) ในสัดส่วน 100% ซึ่งดัชนีดังกล่าวสะท้อนการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่ได้รับการประเมิน SET ESG Ratings โดยมีขนาดและสภาพคล่องตามเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางของ Raters และ Index Providers ชั้นนำทั่วโลกที่มีการประเมินและคัดเลือกหุ้นเด่นด้าน ESG รวมถึงพัฒนาดัชนีด้าน ESG เพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจสำหรับนักลงทุน โดยสมาชิกของดัชนี SETESG จะได้รับการคัดเลือกผ่านกระบวนการดังนี้ 1) คัดกรองบริษัทที่เข้าเกณฑ์ประเมินหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings (Pre requisite) ดังนี้ - มีการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ไม่น้อยกว่า 6 เดือน - มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดไม่น้อยกว่า 5,000 ล้านบาท - มีสัดส่วนผู้ถือหลักทรัพย์รายย่อย (Free-float) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ของทุนชำระแล้ว และ - มีจำนวนหุ้นซื้อขายไม่น้อยกว่าร้อยละ 0.5 ของจำนวนหุ้นจดทะเบียนของบริษัท เป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 9 ใน 12 เดือน ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถศึกษาวิธีการจัดทำดัชนี (Index Methodologies) ได้ที่ https://www.set.or.th/th/market/index/setesg/profile 2) คัดเลือกจากบริษัทจดทะเบียนที่สมัครใจตอบแบบประเมินความยั่งยืนของตลาดหลักทรัพย์ฯ และมีคะแนนจากการตอบแบบประเมินความยั่งยืนอย่างน้อยกึ่งหนึ่งของคะแนนเต็มในแต่ละมิติ (มิติบรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ มิติสิ่งแวดล้อม และมิติสังคม) ซึ่งจะมีการถ่วงน้ำหนักของแต่ละมิติแตกต่างกันไปตามแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรม ข้อจำกัดด้านการลงทุน (Investment Restrictions) ไม่ลงทุนในหลักทรัพย์ที่อยู่นอกกลุ่มหลักทรัพย์ที่สามารถลงทุนได้ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุน โดยกองทุนจะไม่ลงทุนในหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับการพนัน ธุรกิจแอลกอฮอล์ ยาสูบ โดยเกณฑ์การชี้วัดการเข้าข่ายธุรกิจดังกล่าว จะใช้เกณฑ์สัดส่วนรายได้ที่มากกว่า 50% ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องจากการลงทุนอย่างยั่งยืน - ความเสี่ยงจากการลงทุนกระจุกตัวในหลักทรัพย์ ESG : ในบางครั้ง บริษัทจดทะเบียนอาจได้รับผลกระทบจากประเด็นหรือเหตุการณ์ด้าน ESG ที่เกิดขึ้นทั้งในเชิงของความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจของบริษัท ผลกำไรของบริษัท หรือการตอบสนองของราคาหุ้นที่มีความผันผวนมากขึ้น นอกจากนี้ กองทุนรวมอาจมีความเสี่ยงจากการลงทุนแบบกระจุกตัวในทรัพย์สินที่เกี่ยวกับความยั่งยืน แนวทางการบริหารความเสี่ยง : รายละเอียดตามที่ระบุไว้ในหัวข้อ แนวทางการดำเนินการ และมาตรการควบคุมผลกระทบในกรณีการลงทุนไม่เป็นตามนโยบายการลงทุนที่กำหนดไว้ - ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง : ในกรณีที่บริษัทจดทะเบียนที่กองทุนลงทุนเกิดปัญหาทางด้าน ESG และส่งผลกระทบต่อบริษัทจดทะเบียนนั้นอย่างรุนแรง หากผู้ลงทุนเกิดความไม่มั่นใจและขายหลักทรัพย์ดังกล่าวพร้อมกันเป็นจํานวนมาก อาจส่งผลทําให้กองทุนไม่สามารถจําหน่ายหลักทรัพย์ที่ลงทุนได้ในราคาที่เหมาะสมหรือภายในระยะเวลาที่ต้องการ แนวทางการบริหารความเสี่ยง : บริษัทจัดการจะพิจารณาลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีคุณภาพและคํานึงถึงสภาพคล่องในการซื้อขายก่อนตัดสินใจลงทุน นอกจากนี้ บริษัทจัดการจะติดตามและวิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อบริษัทจดทะเบียนอย่างสม่ำเสมอ แนวทางการดำเนินการ และมาตรการควบคุมผลกระทบในกรณีการลงทุนไม่เป็นตามนโยบายการลงทุนที่กำหนดไว้ บริษัทจัดการมีแนวทางการดำเนินการและมาตรการควบคุมผลกระทบในกรณีการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนที่กำหนดไว้ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายธรรมาภิบาลการลงทุน (Investment Governance Policy: I Code) ที่กำหนดให้บริษัทจัดการมีการติดตามบริษัทจดทะเบียนที่ลงทุนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะหากเกิดประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการที่ดี ดังนี้ ในบางครั้งบริษัทจดทะเบียนใด ๆ อาจถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มเฝ้าระวัง (ESG Watch List) ด้วยเหตุการณ์ดังต่อไปนี้ ผู้จัดการกองทุน และ/หรือ คณะกรรมการลงทุนประเมินว่าบริษัทนั้น ๆ มีความเสี่ยงด้าน ESG จากเหตุการณ์ใด ๆ ที่เกิดขึ้น บริษัทจดทะเบียนมีข่าวปรากฏตามสื่อว่ามีเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อความเสี่ยงด้าน ESG ของบริษัท เช่น น้ำมันหรือสารเคมีรั่วไหล การค้ามนุษย์ กรรมการหรือผู้บริหารถูกกล่าวโทษหรือตัดสินให้มีความผิดต่อ พ.ร.บ. หลักทรัพย์ เป็นต้น ผู้จัดการกองทุนจะทำการตรวจสอบและวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงเหล่านั้น ผ่านการเข้าพบกรรมการและผู้บริหารบริษัท (Company Visit and Analyst Meeting) การประชุมทางโทรศัพท์หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Conference Call) โดยไม่ชักช้า และ/หรือ ร่วมหารือกับบริษัทจัดการอื่น ๆ เพื่อร่วมหาแนวทางและมาตรการดำเนินการกับบริษัทที่มีประเด็นด้าน ESG และหลังจากที่รวบรวมข้อมูลทั้งหมดแล้ว ผู้จัดการกองทุนจะจัดทำบทสรุปแนวทางการลงทุนเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการลงทุน และดำเนินการตามแนวทางที่กำหนดไว้ เช่น ห้ามลงทุนเพิ่ม โดยผู้จัดการกองทุนจะถูกจำกัดไม่ให้ลงทุนเพิ่มในหุ้นของบริษัทดังกล่าว และ/หรือ ลดสัดส่วนการลงทุนในหุ้นของบริษัทดังกล่าว และ/หรือ นำหุ้นของบริษัทดังกล่าวออกจากรายชื่อกลุ่มหลักทรัพย์ที่ลงทุนได้ แนวทางการใช้สิทธิออกเสียง บริษัทจัดการมีการกำหนดแนวทางการใช้สิทธิออกเสียงเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้ เพื่อลดความเสี่ยงด้านความขัดแย้งทางผลประโยชน์ เพื่อส่งเสริมด้านการดำเนินธุรกิจที่มีส่วนร่วมในการรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และมีธรรมาภิบาลที่ดี ผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาการใช้สิทธิออกเสียงในการประชุมผู้ถือหุ้นตามกรอบนโยบายของบริษัทจัดการ หากมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์กับกรรมการบริษัท บริษัทจัดการ ผู้จัดการกองทุน หรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง บริษัทจัดการจะพิจารณออกเสียงหรือปฏิเสธการออกเสียงเพื่อผลประโยชน์ของกองทุนที่อยู่ภายใต้การบริหาร โดยมีแนวทางการใช้สิทธิออกเสียง ดังนี้ เห็นด้วย: หากวาระดังกล่าวเป็นประโยชน์ต่อกองทุนที่อยู่ภายใต้การบริหาร ไม่เห็นด้วย: สำหรับวาระที่สร้างความไม่เป็นธรรมต่อผู้ถือหุ้นส่วนน้อยหรือเกิดข้อขัดแย้งทางผลประโยชน์ ไม่ออกเสียง: สำหรับข้อเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นซึ่งไม่มีข้อมูลเพียงพอต่อการตัดสินใจ
Investment policy as filed with SEC Thailand.
actual = what the AMC currently charges · max = prospectus ceiling (no actual reported). Annual fees aren’t additive with one-time fees.