KKP STRATEGIC INCOME BOND FUND - HEDGED
KIATNAKIN PHATRA ASSET MANAGEMENT COMPANY LIMITED · Fixed Income · settlement T+4
↳ Invests in Neuberger Berman Strategic Income Fund · ไอร์แลนด์
✨Invests primarily in investment-grade bonds issued by U.S. companies and government entities, with at least 80% in the Neuberger Berman Strategic Income Fund.
1. กองทุนเป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุนประเภท Feeder Fund ที่เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมหลักในต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว คือ Neuberger Berman Strategic Income Fund (“กองทุนหลัก”) ซึ่งเน้นลงทุนในตราสารหนี้ที่ออกโดยบริษัทในสหรัฐอเมริกา หรือออกโดยรัฐบาลและหน่วยงานภาครัฐอื่น ๆ ของสหรัฐฯ เป็นหลัก ซึ่งตราสารดังกล่าวจดทะเบียนหรือซื้อขายในตลาดที่ได้รับการยอมรับ (Recognised Markets) และได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (investment grade) หรือต่ำกว่าอันดับที่สามารถลงทุนได้ หรืออาจไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือโดยสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ได้รับการยอมรับ (Recognised Rating Agencies) ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนในกองทุนหลักโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม โดยกองทุนมีนโยบายการลงทุนซึ่งส่งผลให้มี net exposure ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน 2. สำหรับเงินลงทุนส่วนที่เหลือ กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในตราสารหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตราสารทางการเงิน และ/หรือเงินฝาก ตลอดจนหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดหรือให้ความเห็นชอบ ทั้งในและต่างประเทศ นอกจากนี้ ในส่วนของการลงทุนในประเทศ กองทุนจะไม่ลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่กว่าอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Non-Investment Grade) หรือที่ไม่มีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Bond) ยกเว้นในกรณีที่ในวันที่ลงทุนหรือได้มาตราสารหนี้นั้นได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment grade) แต่ต่อมาตราสารหนี้ดังกล่าวถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) ทั้งนี้ หากเกิดเหตุข้างต้น กองทุนอาจจะยังคงมีไว้ซึ่งตราสารหนี้ดังกล่าวอยู่ โดยจะดำรงสัดส่วนให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด อย่างไรก็ตาม กองทุน Neuberger Berman Strategic Income Fund (กองทุนหลัก) มีนโยบายการลงทุนที่สามารถลงทุนในตราสารที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Non-Investment Grade) หรือที่ไม่มีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Bond) ได้ 3. กองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่น ซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ ในสัดส่วนโดยเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ทั้งนี้ กองทุนรวมอื่นนั้นมีการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมใด ๆ ที่อยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการต่อไปได้อีกไม่เกิน 1 ทอด โดยกองทุนรวมที่มีผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นกองทุนรวมอื่นที่อยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ ต้องไม่ลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมดังต่อไปนี้ (1) กองทุนรวมอื่นที่เป็นผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนรวมดังกล่าว (2) กองทุนรวมที่เป็นผู้ถือหน่วยของกองทุนรวมอื่นตาม (1) ในกรณีที่มีการลงทุนในกองทุนรวมอื่นภายใต้ บลจ. เดียวกัน (Cross Investing Fund) มิให้กองทุนรวมต้นทางลงมติให้กองทุนรวมปลายทาง ทั้งนี้ การลงทุนในหน่วยลงทุนดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนของกองทุนซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.กำหนด หรือกฎหมายอื่นใดที่เกี่ยวข้อง หรือประกาศอื่นใดที่เกี่ยวข้อง และ/หรือที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมในอนาคต 4. กองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อลดความเสี่ยง (Hedging) โดยอาจมี underlying เป็นตราสารหนี้ หน่วยลงทุนของกองทุน อัตราแลกเปลี่ยน อันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating) เหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความสามารถในการชำระหนี้ (Credit Event) อัตราดอกเบี้ย และดัชนีเงินเฟ้อ ทั้งนี้ การทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าอาจมีต้นทุนและมีความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ เช่น ความเสี่ยงจากการที่คู่สัญญาผิดนัดชำระหนี้ หรือไม่สามารถส่งมอบ (delivery failure) หรือไม่สามารถปฏิบัติตามข้อตกลงได้ ความเสี่ยงด้านสภาพคล่องในการซื้อขายหรือไม่สามารถปิดสถานะได้ (close out position) เป็นต้น โดยบริษัทจัดการจะกำหนดกลยุทธ์ในการบริหารจัดการความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ตลอดจนจัดให้มีระบบที่เหมาะสมในการบริหารความเสี่ยงของสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เช่น บริษัทจัดการจะวิเคราะห์และติดตามสถานะหรืออันดับความน่าเชื่อถือของบริษัทที่เป็นคู่สัญญาซื้อขายล่วงหน้าอย่างระมัดระวังและสม่ำเสมอ และหากมีการปรับตัวในทางลบอย่างมีนัยสำคัญ บริษัทจัดการจะพิจารณาปรับเปลี่ยนแผนการลงทุนให้เหมาะสมกับสภาวการณ์ เพื่อลดความเสี่ยงจากการที่คู่สัญญาไม่สามารถทำตามข้อสัญญาตามที่ตกลงกันไว้ 5. กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อลดความเสี่ยง (Hedging) ด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ กองทุนจะทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนทั้งหมด (ระหว่างร้อยละ 95 – 105 ของมูลค่าความเสี่ยงที่มีอยู่) กองทุนจึงอาจมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนในส่วนที่ไม่ได้ทำการป้องกันความเสี่ยงไว้ ซึ่งอาจทำให้ผู้ลงทุนได้รับผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ นอกจากนี้ การทำธุรกรรมป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนดังกล่าวอาจมีต้นทุน ซึ่งทำให้ผลตอบแทนของกองทุนโดยรวมลดลงจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น 6. กองทุนนี้จะไม่ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) และจะไม่ลงทุนในตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) ส่วนกองทุน Neuberger Berman Strategic Income Fund (กองทุนหลัก) สามารถลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (efficient portfolio management) เพื่อลงทุน และ/หรือเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการลงทุน ทั้งนี้ กองทุนหลักอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) 7. กองทุนอาจทำธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) หรือธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ หรือตามที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. 8. ข้อมูลกองทุน Neuberger Berman Strategic Income Fund (กองทุนหลัก) จากแหล่งข้อมูล: Prospectus dated 1 July 2024, and Fund Fact Sheet dated 30 August 2024 ชื่อกองทุนรวมในต่างประเทศ Neuberger Berman Strategic Income Fund Share Class USD I Accumulating ISIN IE00B8HX1V50 สกุลเงิน ดอลลาร์สหรัฐ (U.S. dollars) วันที่เริ่มต้นกองทุน (Fund Launch Date) 26 เมษายน 2556 (26 April 2013) วันเริ่มต้น Share Class (Share Class Launch Date) 26 เมษายน 2556 (26 April 2013) ประเทศที่จดทะเบียนจัดตั้ง ไอร์แลนด์ (Ireland) หน่วยงานที่กำกับดูแล Central Bank of Ireland บริษัทจัดการ (Management company) Neuberger Berman Asset Management Ireland Limited ผู้จัดการการลงทุนย่อย (Sub-Investment Manager) NB Alternatives Advisers LLC Neuberger Berman Investment Advisers LLC Neuberger Berman Europe Limited Neuberger Berman Singapore Pte. Limited หรือ บริษัทอื่นที่ได้รับแต่งตั้งโดยบริษัทจัดการ (Management company) Administrator, Registrar และTransfer Agency Brown Brothers Harriman Fund Administration Services (Ireland) Limited ผู้รับฝากทรัพย์สิน (Depositary) Brown Brothers Harriman Trustee Services (Ireland) Limited ผู้สอบบัญชี (Auditor) Ernst & Young อายุโครงการ ไม่กำหนด การจ่ายเงินปันผล (Distribution) ไม่จ่าย วันทำการซื้อขาย ทุกวันทำการซื้อขายของกองทุนหลัก ดัชนีชี้วัด (Benchmark) Bloomberg U.S. Aggregate Index (Total Return, USD) วัตถุประสงค์การลงทุน กองทุนหลักมีวัตถุประสงค์การลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนรวมสูงสุดจากกระแสเงินสดรับและการเติบโตของเงินลงทุนในระยะยาว จากการกระจายการลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ (fixed rate) และแบบลอยตัว (floating rate) ภายใต้สภาวะตลาดที่มีการเปลี่ยนแปลง โดยมุ่งเน้นการป้องกันความเสี่ยงขาลง กระบวนการลงทุน กองทุนหลักเน้นลงทุนในตราสารหนี้ที่ออกโดยบริษัทในสหรัฐอเมริกา หรือออกโดยรัฐบาลและหน่วยงานภาครัฐอื่น ๆ ของสหรัฐฯ เป็นหลัก ซึ่งตราสารดังกล่าวจดทะเบียนหรือซื้อขายในตลาดที่ได้รับการยอมรับ (Recognised Markets) และได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (investment grade) หรือต่ำกว่าอันดับที่สามารถลงทุนได้ หรืออาจไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือโดยสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ได้รับการยอมรับ (Recognised Rating Agencies) ผู้จัดการลงทุนย่อย (Sub-Investment Manager) ลงทุนโดยใช้กระบวนการลงทุนเช่นเดียวกับการลงทุนในกลุ่มตราสารหนี้ทั้งหมดโดยมุ่งเน้นการระบุโอกาสในการลงทุนที่น่าสนใจในตลาดตราสารหนี้ ทั้งนี้ การตัดสินใจลงทุนจะพิจารณาจากบทวิเคราะห์และการประเมินมูลค่าหลักทรัพย์ของตราสารหนี้แต่ละประเภทที่จัดทำโดยทีมการลงทุนที่มีความเชี่ยวชาญ ซึ่งในแต่ละประเภทการลงทุน ทีมการลงทุนจะมีมุมมองการลงทุนและการคาดการณ์ผลตอบแทนโดยพิจารณาจากมุมมองเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจมหภาคและการวิเคราะห์ภายในของทีม โดยหลักทรัพย์จะถูกคัดเลือกโดยผ่านการคัดกรองกลุ่มหลักทรัพย์ที่สามารถลงทุนได้ เพื่อจัดทำรายชื่อหลักทรัพย์ที่มีโอกาสในการลงทุน (buy list) หลังจากนั้นจะคัดเลือกหลักทรัพย์รายตัวที่มีคุณสมบัติที่ผู้จัดการลงทุนย่อย (Sub-Investment Manager) พิจารณาแล้วเห็นว่ามีความน่าสนใจ ทั้งนี้ กลยุทธ์การลงทุนและการจัดสรรความเสี่ยงในพอร์ตการลงทุน (risk budgeting) ถือเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งต่อโอกาสในการได้รับผลตอบแทนสูงสุดเมื่อเปรียบเทียบกับตลาด รวมถึงต่อการประเมินความเสี่ยงและการบรรลุวัตถุประสงค์การลงทุนของกองทุนหลัก นอกจากนี้ การสร้างพอร์ตการลงทุนจะมีการประเมินและบริหารระดับความเสี่ยงโดยรวมของพอร์ตการลงทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถบรรลุวัตถุประสงค์การลงทุนได้ แม้ว่ากองทุนหลักจะเน้นลงทุนในตราสารหนี้ที่ออกโดยบริษัทในสหรัฐฯ หรือออกโดยรัฐบาลและหน่วยงานภาครัฐอื่น ๆ ของสหรัฐฯ เป็นหลัก กองทุนหลักอาจลงทุนในตราสารหนี้ที่ออกโดยรัฐบาลและหน่วยงานภาครัฐ และบริษัทที่ตั้งอยู่นอกสหรัฐฯ ซึ่งอาจรวมถึงการลงทุนในตราสารหนี้ที่ออกโดยบริษัทที่ตั้งอยู่ในกลุ่มประเทศเกิดใหม่ (Emerging Market Countries) หรือออกโดยรัฐบาลและหน่วยงานภาครัฐของกลุ่มประเทศเกิดใหม่ดังกล่าว ซึ่งสถานะการลงทุนในกลุ่มประเทศเกิดใหม่ (Emerging Market Countries) โดยปกติแล้วจะไม่เกินร้อยละ 30 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก ซึ่งอาจทำให้กองทุนหลักมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับการลงทุนในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว กองทุนหลักอาจมีสถานะการลงทุนฝั่งซื้อ (long position) หรือฝั่งขาย (synthetic short position) ในหลักทรัพย์ที่อ้างอิงกับการประกันภัย (insurance-linked securities) เช่น ตราสารหนี้ภัยพิบัติ (catastrophe bonds) ซึ่งผลการดำเนินงานอ้างอิงกับเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดความเสียหายจากเหตุภัยพิบัติที่กำหนด ซึ่งโดยทั่วไปจะส่งผลให้มีการเรียกค่าชดเชยความเสียหาย (insurance claim) เช่น ภัยพิบัติทางธรรมชาติ (แผ่นดินไหว พายุ หรือภัยพิบัติที่คล้ายคลึงกัน) การแพร่ระบาดของโรคภัยไข้เจ็บ หรือการโจมตีทางไซเบอร์ โดยเงินต้นของตราสารหนี้ภัยพิบัติมีโอกาสที่จะสามารถไถ่ถอนคืนได้ (โดยอาจไถ่ถอนได้บางส่วน หรืออาจขาดทุนทั้งหมด) ขึ้นอยู่กับการเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดความเสียหายที่ตราสารหนี้ดังกล่าวอ้างอิง อย่างไรก็ตาม หากไม่มีเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดความเสียหายเกิดขึ้น ตราสารภัยพิบัติจะจ่ายดอกเบี้ยตามที่กำหนด ซึ่งคาดว่าจะไม่มีความสัมพันธ์กับสภาวะตลาดตราสารทุนและตราสารหนี้ทั่วโลก ทั้งนี้ กองทุนหลักมีเป้าหมายที่จะสร้างพอร์ตการลงทุนที่มีการกระจายความเสี่ยงจากการคัดเลือกหลักทรัพย์และตราสารอนุพันธ์เพื่อสร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่มเพื่อชดเชยความเสี่ยงดังกล่าว (กล่าวคือ ระดับผลตอบแทนที่สูงขึ้นจากการลงทุนในหลักทรัพย์ดังกล่าวสะท้อนระดับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องของหลักทรัพย์นั้น ๆ) โดยผู้จัดการลงทุนย่อย (Sub-Investment Manager) จะจัดสรรการลงทุนโดยประเมินว่าตราสารอนุพันธ์หรือหลักทรัพย์ที่อ้างอิงกับการประกันภัยที่เกี่ยวข้องนั้น (เช่น ตราสารหนี้ภัยพิบัติ) มีมูลค่าสูงหรือต่ำกว่าเมื่อพิจารณาเปรียบเทียบกับความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายดังกล่าว ทั้งนี้ กองทุนหลักจะไม่ลงทุนในหลักทรัพย์ที่อ้างอิงกับการประกันภัย (เช่น ตราสารหนี้ภัยพิบัติ) เกินกว่าร้อยละ 10 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก กองทุนหลักอาจมีความผันผวนอยู่ในระดับปานกลางถึงระดับสูง ซึ่งเป็นผลมาจากนโยบายการลงทุนและเทคนิคในการบริหารจัดการพอร์ตการลงทุน โดยกองทุนหลักอาจลงทุนไม่เกินร้อยละ 10 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลักในเงินกู้ยืมไม่ด้อยสิทธิที่มีหลักประกัน (senior secured loans) ที่อ้างอิงกับอัตราดอกเบี้ยลอยตัว (floating rate) หรือมีอัตราดอกเบี้ยแบบปรับเปลี่ยนได้ (adjustable rate) ทั้งนี้ เงินกู้ดังกล่าวจะต้องเป็นหลักทรัพย์ที่สามารถเปลี่ยนมือได้และมีคุณสมบัติเป็นไปตามกฎเกณฑ์ที่กำหนดให้จัดเป็นตราสารตลาดเงิน (money market instruments) ได้ ภายใต้สภาวะตลาดปกติ ผู้จัดการลงทุนย่อย (Sub-Investment Manager) คาดว่ากองทุนหลักจะดำรง interest rate duration อยู่ระหว่าง 2 – 8 ปี นอกจากนี้ ภายใต้สภาวะตลาดปกติ กองทุนหลักมุ่งที่จะคงสัดส่วนให้อันดับความน่าเชื่อถือโดยเฉลี่ยของพอร์ตการลงทุนอยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ สถานะการลงทุนสุทธิของกองทุนหลักอาจแตกต่างกันในแต่ละช่วงเวลา ตั้งแต่สถานะการลงทุนซื้อสุทธิ (net long position) สูงสุดเท่ากับร้อยละ 150 ไปจนถึงสถานะการลงทุนขายสุทธิ (net short position) สูงสุดเท่ากับร้อยละ 0 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก ซึ่งขึ้นอยู่กับการวิเคราะห์สภาวะตลาดในขณะนั้นของผู้จัดการลงทุนย่อย (Sub-Investment Manager) ตามวัตถุประสงค์การลงทุนของกองทุนหลัก กองทุนหลักมีกลยุทธ์การบริหารกองทุนแบบเชิงรุก โดยไม่ได้มุ่งหวังให้ผลประกอบการเคลื่อนไหวตามดัชนีชี้วัด และไม่ได้มีการจำกัดการลงทุนตามดัชนีชี้วัด ทั้งนี้ ดัชนีชี้วัดที่แสดงมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เปรียบเทียบผลการดำเนินงานเท่านั้น อย่างไรก็ตาม กองทุนหลักอาจพิจารณาหลักทรัพย์ที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีชี้วัดในการคัดเลือกหลักทรัพย์ และอาจไม่ได้ลงทุนทั้งหมดหรือบางส่วนในหลักทรัพย์ที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีชี้วัด กองทุนหลักอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าโดยมีวัตุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (efficient portfolio management) เพื่อลงทุน และ/หรือเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการลงทุน โดยเป็นไปตามเงื่อนไขและอัตราส่วนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดโดย Central Bank of Ireland ตามที่ระบุในหนังสือชี้ชวนของกองทุนหลัก นอกจากนี้ ผู้จัดการลงทุนย่อย (Sub-Investment Manager) อาจทำสัญญาฟอร์เวิร์ดและสัญญาฟิวเจอร์สที่อ้างอิงกับอัตราแลกเปลี่ยนเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราได้ตามดุลยพินิจ กองทุนหลักจะไม่ทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ (securities lending) หรือการให้กู้ยืมส่วนเกิน (margin lending) Environmental, Social and Governance (“ESG”) กองทุนหลักเป็นไปตาม Article 8 ของหลักเกณฑ์ Regulation (EU) 2019/2088 โดยมีการส่งเสริมคุณสมบัติด้านสิ่งแวดล้อม (environment) และสังคม (social) และจำกัดการลงทุนเฉพาะในบริษัทที่ปฏิบัติตามหลักธรรมาภิบาลที่ดี (good governance) โดยในการส่งเสริมคุณสมบัติด้านสิ่งแวดล้อม (environment) และสังคม (social) ผู้จัดการลงทุนย่อย (Sub-Investment Manager) จะรวมการวิเคราะห์ด้าน ESG เข้ามาในกระบวนการสร้างพอร์ตการลงทุน และเข้าไปมีส่วนร่วมโดยตรงกับผู้บริหารของผู้ออกตราสาร รวมถึงนำนโยบาย ESG exclusions มาใช้ด้วย ค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายของกองทุนหลัก ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) : ร้อยละ 0.50 ค่าธรรมเนียมรวม (Ongoing Charge) (รวมค่าธรรมเนียมการจัดการแล้ว)* : ร้อยละ 0.63 *ค่าธรรมเนียมรวมข้างต้น เป็นค่าธรรมเนียมรายปีสำหรับสิ้นรอบระยะเวลา ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2566 หมายเหตุ: ในกรณีที่บริษัทจัดการได้รับค่าตอบแทนจากกองทุนหลักและ/หรือบริษัทจัดการของกองทุนหลัก (rebate) บริษัทจัดการจะนำค่าตอบแทนดังกล่าวกลับเข้ากองทุนนี้ หรือดำเนินการอื่นตามที่สำนักงาน ก.ล.ต.และ/หรือหน่วยงานที่มีอำนาจอื่นกำหนด และ/หรืออนุญาต/เห็นชอบ/ผ่อนผัน และ/หรือที่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้บริษัทจัดการดำเนินการได้ ในกรณีที่วันทำการซื้อขายหน่วยลงทุนใด ๆ กองทุนหลักได้รับคำสั่งขายคืนหน่วยลงทุนของกองทุนหลักจากผู้ถือหน่วยลงทุนทุกรายรวมกันเกินกว่าจำนวน ที่ผู้จัดการกองทุนของกองทุนหลักกำหนด คือขั้นต่ำร้อยละ 10 ของหน่วยลงทุนคงเหลือ ณ วันทำรายการซื้อขายหน่วยลงทุนนั้น ๆ (เพดานการขายคืนหน่วยลงทุน (Redemption Ceiling)) ผู้จัดการกองทุนของกองทุนหลักอาจปฏิเสธคำสั่งไถ่ถอนหน่วยลงทุนส่วนที่เกินจากเพดานการขายคืนหน่วยลงทุนดังกล่าว ทั้งนี้ จะเป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนหลัก โดยในกรณีที่ไม่ได้มีการระบุเพดานการขายคืนหน่วยลงทุนในเอกสารที่เกี่ยวข้องของกองทุนหลัก ให้ถือว่าเพดานการขายคืนหน่วยลงทุนเท่ากับร้อยละ 10 ของหน่วยลงทุนคงเหลือ ณ วันทำรายการซื้อขายหน่วยลงทุนนั้น ๆ ในกรณีที่มีการปฏิเสธคำสั่งขายคืนหน่วยลงทุนตามข้างต้น คำสั่งขายคืนหน่วยลงทุนทุกรายการในวันทำการซื้อขายดังกล่าวจะถูกปรับลดเฉลี่ยตามสัดส่วน (reduced rateably) สำหรับคำสั่งขายคืนหน่วยลงทุนที่ไม่ได้รับการไถ่ถอน จะนำไปพิจารณาเป็นคำสั่งขายคืนหน่วยลงทุนในวันทำการซื้อขายหน่วยลงทุนถัดไป จนกว่าคำสั่งขายคืนหน่วยลงทุนที่ได้รับนั้นจะได้รับการไถ่ถอนทั้งหมด กองทุนหลักจะชำระคืนเงินค่าขายคืนหน่วยลงทุนภายใน 10 วันทำการนับแต่วันทำการขายคืนหน่วยลงทุน เว้นแต่กรณีที่เป็นไปตามเงื่อนไขการเลื่อนการชำระเงินค่าขายคืนหน่วยลงทุนตามที่กองทุนหลักกำหนด ทั้งนี้ กองทุนหลักมุ่งหมายที่จะชำระคืนเงินค่าขายคืนหน่วยลงทุนอย่างเร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ คือ ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันทำการขายคืนหน่วยลงทุน รายละเอียดของกองทุนหลัก แปลมาจากหนังสือชี้ชวน (Prospectus) ของกองทุนหลัก ดังนั้น ในกรณีที่มีความแตกต่างหรือไม่สอดคล้องกับต้นฉบับภาษาอังกฤษ ให้ถือตามต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นเกณฑ์ ท่านสามารถดูข้อมูลของกองทุนหลักเพิ่มเติมได้ที่ https://www.nb.com/en/lu/products/ucits-funds/strategic-income-fund 9. กรณีที่กองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์มีการลงทุนในกองทุนปลายทางไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทาง และการลงทุนของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์มีลักษณะครบถ้วนตาม ข้อ 9.1 และ ข้อ 9.2 บริษัทจัดการจะดำเนินการตาม ข้อ 9.3 9.1 ฐานะการลงทุนสุทธิของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ (1) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี < 80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ หรือ (2) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ≥ 80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์โดยกองทุนต่างประเทศไม่มีวัตถุประสงค์การลงทุนในทำนองเดียวกับกองทุนดัชนีหรือ ETF 9.2 NAV ของกองทุนปลายทาง มีการลดลงในลักษณะดังนี้ (1) NAV ณ วันใดวันหนึ่งลดลง > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง หรือ (2) ยอดรวมของ NAV ลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกันคิดเป็นจำนวน > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง 9.3 รายละเอียดการดำเนินการ การดำเนินการ ระยะเวลาดำเนินการ 9.3.1 แจ้งเหตุที่กองทุนปลายทางมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการของ บริษัทจัดการ ให้สำนักงานและผู้ถือหน่วย (แนวทางการดังกล่าวต้องคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยโดยรวม) ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มี การเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ 9.3.2 เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการตาม 9.3.1 ต่อผู้ลงทุนทั่วไป (ดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวด้วย) พร้อม 9.3.1 9.3.3 ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินการตาม 9.3.1 ภายใน 60 วันนับแต่วันที่มี การเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ 9.3.4 รายงานผลการดำเนินการตาม 9.3.3 ให้สำนักงานทราบ ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการตาม 9.3.3 แล้วเสร็จ 10. ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนตามนโยบายการลงทุนตามข้อ 1. ข้างต้น และอัตราส่วนที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้ (1) ช่วงระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม (2) ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนเลิกกองทุนรวม (3) ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืน หรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ
Investment policy as filed with SEC Thailand.
actual = what the AMC currently charges · max = prospectus ceiling (no actual reported). Annual fees aren’t additive with one-time fees.