TISCO Equity Thailand ESG Fund
TISCO ASSET MANAGEMENT COMPANY LIMITED · Equity · settlement T+3
✨Invests primarily in publicly listed companies in Thailand with strong Environmental, Social, and Governance (ESG) practices, focusing on sustainable development.
1. นโยบายการลงทุน 1.1. วัตถุประสงค์การลงทุนที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน กองทุนจะลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหุ้นของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ/หรือตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอ ไอ (“บริษัทจดทะเบียนฯ”) ที่ได้รับการคัดเลือกจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่ามีความโดดเด่นด้านความยั่งยืน ได้แก่ สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG) ซึ่งผ่านกระบวนการวิเคราะห์การลงทุนแบบ ESG Integration โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน 1.2. เป้าหมายที่กองทุนต้องการบรรลุ กองทุนจะเน้นลงทุนในบริษัทจดทะเบียนฯ ที่มีความโดดเด่นในการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG) เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้กับผู้ถือหน่วยลงทุน รวมทั้งเป็นแรงขับเคลื่อนให้มีกิจการที่มุ่งเน้นการดำเนินงานที่คำนึงถึงปัจจัยด้าน ESG มากขึ้น ส่งผลให้เกิดระบบนิเวศที่ยั่งยืนต่อระบบเศรษฐกิจไทย และเป็นกลไกหนึ่งที่ช่วยสนับสนุนบริษัทจดทะเบียนฯ และประเทศไทย บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ 1.3. กรอบการลงทุน (Investment Universe) กองทุนจะเน้นลงทุนในบริษัทจดทะเบียนฯ ที่มีความโดดเด่นในการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG) โดยจะพิจารณาผนวกปัจจัยด้าน ESG ในกระบวนการตัดสินใจลงทุน (ESG Integration) ทั้งนี้ ทีมผู้จัดการกองทุนจะวิเคราะห์หลักทรัพย์เพื่อการลงทุน ภายใต้กรอบการพิจารณา ดังต่อไปนี้ • เป็นบริษัทจดทะเบียนฯ ที่มีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ หรือปรับปรุงกระบวนการผลิต ตลอดจนห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับตัวเชิงโครงสร้างเพื่อสอดรับกับแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน และ/หรือ • เป็นบริษัทจดทะเบียนฯ ที่มีการเตรียมตัวและตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงจากนโยบายภาครัฐหรือกฏระเบียบต่างๆ ในอนาคต อนึ่ง ทีมผู้จัดการกองทุนจะพิจารณา “สาระสำคัญ” หรือปัจจัยที่มีผลกระทบต่อมูลค่าของหลักทรัพย์ที่กองทุนลงทุนในระยะยาว (Financial Materiality) ซึ่งอย่างน้อยจะรวมถึงความเสี่ยงจากการเปลี่ยนผ่าน (Transition Risks) ความเสี่ยงปลายแถว (Tail Risks) และความเสี่ยงต่อระบบการเงินโดยรวม (Financial-system Risks) นอกจากนี้ ทีมผู้จัดการกองทุนจะพิจารณากำหนดกลุ่มหลักทรัพย์ที่สามารถลงทุนได้ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนแบบ ESG หรือ ESG Investment Universe ซึ่งนอกจากการใช้นโยบายการลงทุนดังกล่าวในการคัดกรองแล้ว ทีมผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาผลการประเมินของผู้ประเมินภายนอก และจะพิจารณารายชื่อบริษัทจดทะเบียนจากฐานข้อมูล ESG ของผู้ประเมินดังต่อไปนี้ ร่วมด้วย เช่น • หุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ที่จัดทำโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (แหล่งข้อมูล: https://www.set.or.th/th/market/index/setesg/profile) • ESG-100 ที่จัดทำโดยสถาบันไทยพัฒน์ (แหล่งข้อมูล: https://www.thaicsr.com/) • บริษัทจดทะเบียน ที่มี Corporate Governance Rating ตั้งแต่ 3 ดาวขึ้นไป ที่จัดทำโดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) (แหล่งข้อมูล: https://setsustainability.com/page/cgr-corporate-governance-report) • บริษัทจดทะเบียน ที่มีสถานะการรับรองการเป็นสมาชิกโครงการแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต (Collective Action Coalition Against Corruption หรือ CAC) (แหล่งข้อมูล: https://www.thai-cac.com/who-we-are/our-members/) • กลุ่มหลักทรัพย์ที่สามารถลงทุนได้สำหรับกองทุนรวมธรรมาภิบาลไทย ที่จัดทำโดยสมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) (แหล่งข้อมูล: https://www.cgfundthailand.com/หลักเกณฑ์การลงทุน-universe/) • Dow Jones Sustainability Index (แหล่งข้อมูล: https://www.spglobal.com/spdji/en/indices/esg/dow-jones-sustainability-world-index/#overview) • บริษัทจดทะเบียน ตามรายชื่อ Sustainable Investing ที่จัดทำโดย Morningstar (แหล่งข้อมูล: https://www.morningstarthailand.com/th/topics/172927/theme/esg.aspx) 2. กลยุทธ์การลงทุน 2.1. หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกหลักทรัพย์ กองทุนจะลงทุนในหลักทรัพย์ทั้งหมดในกลุ่มหลักทรัพย์ที่สามารถลงทุนได้ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนแบบ ESG หรือ ESG Universe ซึ่งกลุ่มหลักทรัพย์ดังกล่าวจะมีการทบทวนอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง 2.2. กระบวนการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์ ผู้จัดการกองทุนมีแนวทางการบริหารพอร์ตการลงทุนภายใต้แนวคิด “Universal Investor” ด้วยความเชื่อที่ว่าภาพรวมของระบบเศรษฐกิจที่ดี ย่อมนำไปสู่มูลค่าอนาคตที่สูงขึ้นของพอร์ตการลงทุนที่มีการกระจายความเสี่ยงที่เหมาะสม และไม่เพียงแต่มุ่งเน้นเพียงกำไรรายบริษัทหรือรายอุตสาหกรรม แต่ยังให้ความสำคัญต่อการลงทุนที่สร้างผลตอบแทนและส่งผลกระทบเชิงบวกต่อโลกและสังคมควบคู่กันไปกับการดำเนินธุรกิจ กลยุทธ์การวิเคราะห์หลักทรัพย์แบบ ESG Integration หมายรวมถึงการนำข้อมูลทั้งเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ ด้าน ESG มาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Analysis) เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ปรับลดด้วยค่าความเสี่ยง (Risk-adjusted Return) ที่ดีในระยะยาว ลดความเสี่ยงด้าน ESG จากเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด และแสวงหาโอกาสการลงทุนจากการดำเนินธุรกิจที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมที่สอดคล้องกับข้อใดข้อหนึ่งในเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ โดยผู้จัดการกองทุนมีการกำหนดกรอบการวิเคราะห์ในแต่ละมิติไว้ดังต่อไปนี้ 2.2.1. สิ่งแวดล้อม (Environmental) : ประเด็นหรือปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพ และ/หรือองค์ประกอบในระบบธรรมชาติ (Natural Systems) ซึ่งได้แก่ 1) การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) - ในเชิงของการวิเคราะห์ด้านความเสี่ยง ซึ่งจะนำมาใช้เป็นปัจจัยในการพิจารณาคัดเลือกบริษัทจดทะเบียนฯ สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังต่อไปนี้ Source: United Nations Global Compact, KPMG International • ความเสี่ยงเชิงกายภาพ (Physical Risk) – ความเสี่ยงที่เกิดจากเหตุการณ์การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศอย่างมีนัยยะทั้งแบบฉับพลัน หรือแบบต่อเนื่อง เช่น ภาวะแห้งแล้ง น้ำท่วม พายุ แผ่นดินไหว เป็นต้น • ความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนผ่าน (Transition Risk) – ความเสี่ยงที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง และ/หรือ เชิงนโยบายด้านพลังงาน และสิ่งแวดล้อม ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทจดทะเบียนฯ ในอนาคต ผู้จัดการกองทุนพิจารณาและสนับสนุนให้บริษัทจดทะเบียนฯ จัดให้มีกลยุทธ์ดังต่อไปนี้ ด้วยการสื่อสารผ่านการมีส่วนร่วมกับบริษัทจดทะเบียนฯ (Corporate Engagement) เพื่อลดความเสี่ยงดังกล่าว • Climate Change Mitigation - มาตรการหรือนโยบายในการชะลอหรือลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นที่มาของภาวะโลกร้อน เช่น o การจัดหาแหล่งพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (ลม พลังงานแสงอาทิตย์ เชื้อเพลิงชีวภาพ และอื่นๆ) o อาคารสำนักงานหรือโรงงาน ที่ออกแบบให้มีการใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด o ระบบสาธารณูปโภค ยานพาหนะ ที่ลดการพึ่งพาการใช้พลังงานแบบดั้งเดิมที่อาจไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม • Climate Change Adaptation and Resilience - การปรับตัวของบริษัทจดทะเบียนฯ ให้มีความยืดหยุ่นต่อความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงด้านความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจ (Business Continuity Risks) 2) ทรัพยากรธรรมชาติ (Natural Resources) - การนำทรัพยากรธรรมชาติ เช่น น้ำ ระบบนิเวศบนบกและในน้ำ ความหลากหลายทางชีวภาพ และที่ดิน มาเป็นส่วนหนึ่งของต้นทุนในการดำเนินธุรกิจ และจัดให้มีการบริหารทรัพยากรดังกล่าวอย่างยั่งยืน 3) มลภาวะ (Pollutions) - การบริหารจัดการเกี่ยวกับสารปนเปื้อน (ทางน้ำ อากาศ หรือสู่แหล่งธรรมชาติอื่นๆ) ที่มาจากกระบวนการผลิตสินค้าหรือบริการ เพื่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด 4) การบริหารจัดการสิ่งปฏิกูลและแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Waste Management and Circular Economy) - ส่งเสริมให้บริษัทจดทะเบียนฯ มีแผนธุรกิจที่ให้ความสำคัญต่อการบริหารจัดการสิ่งปฏิกูลอย่างมีประสิทธิภาพควบคู่ไปกับการใช้ทรัพยากรต่างๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งเป็นแนวทางหลักในการชะลอปริมาณขยะที่เกิดขึ้นจากการใช้แล้ว ผู้จัดการกองทุนจะวิเคราะห์ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมภายใต้หลัก “ความยั่งยืนของห่วงโซ่อุปทาน” (Supply Chain Sustainability) ซึ่งเป็นการบริหารจัดการผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อมและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ อันเป็นผลมาจากการผลิตสินค้าหรือให้บริการ ระดับบริษัท (Company Level): การประเมินปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมจะช่วยให้ผู้จัดการกองทุนมีความเข้าใจต่อผลกระทบที่มีต่อความผันผวนของผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนฯ และนำไปสู่การประเมินมูลค่าบริษัทที่แม่นยำมากกว่าการวิเคราะห์โดยใช้ปัจจัยพื้นฐานเพียงอย่างเดียว ระดับอุตสาหกรรม (Industry Level): การประเมินความเสี่ยงและโอกาสด้านสิ่งแวดล้อมในระดับอุตสาหกรรม ตั้งอยู่บนสมมติฐานที่ว่าปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมมีผลกระทบต่อแต่ละอุตสาหกรรมในระดับที่ไม่เท่ากัน ซึ่งเป็นเหตุให้ผู้จัดการกองทุนให้น้ำหนักของปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมแต่ละปัจจัยแตกต่างกันระหว่างกลุ่มอุตสาหกรรม ระดับประเทศ (Country Level): ผู้จัดการกองทุนมีการคำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงด้านกฎหมาย และ/หรือนโยบายระดับประเทศด้านสิ่งแวดล้อมในอนาคต ซึ่งจะมีผลกระทบต่อแนวทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทจดทะเบียนฯ นอกจากนี้ บริษัทจดทะเบียนฯ หลายแห่งมีการประกอบธุรกิจในต่างประเทศ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงด้านกฎหมาย และ/หรือนโยบายระดับประเทศด้านสิ่งแวดล้อมอาจมีผลต่อการประเมินมูลค่าบริษัทเช่นกัน 2.2.2. สังคม (Social) : ประเด็นหรือปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับสิทธิ ความเป็นอยู่ที่ดี และ/หรือผลประโยชน์ของบุคคล ทั้งในองค์กรและชุมชนใดๆ ซึ่งได้แก่ 1) การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (Human Capital Development) – ผู้จัดการกองทุนจะพิจารณากลยุทธ์ขององค์กรในการพัฒนาความรู้ และทักษะของพนักงานในองค์กรให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมที่บริษัทจดทะเบียนฯ นั้นประกอบธุรกิจอยู่ ซึ่งส่งผลให้บุคลากรมีระดับผลผลิต (Productivity Level) ที่ดีขึ้น 2) สุขภาพและความปลอดภัย (Health and Safety) - แนวทางของบริษัทจดทะเบียนฯ ต่อสวัสดิภาพของพนักงานด้านชีวอนามัยและความปลอดภัยต่อเหตุร้ายแรง อุบัติเหตุจากการทำงาน ซึ่งครอบคลุมถึงการกำหนดสวัสดิการการรักษาพยาบาลของพนักงานและครอบครัว การจัดสถานที่ทำงานให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัย และเตรียมพร้อมหากมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น 3) สิทธิมนุษยชน (Human Rights) - สิทธิขั้นพื้นฐานในฐานะมนุษย์คนหนึ่งที่พึงมี ได้แก่ • สิทธิในการมีชีวิตและเสรีภาพ • เสรีภาพจากการถูกบังคับให้เป็นทาสและการทรมาน • เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการแสดงออก • สิทธิในการทำงานและการศึกษา 4) สิทธิแรงงาน (Labor Rights) - สิทธิขั้นพื้นฐานในฐานะพนักงานคนหนึ่งที่พึงมี ได้แก่ • เสรีภาพในการสมาคมและการคุ้มครองสิทธิในการรวมตัว • สิทธิในการรวมตัวและการร่วมเจรจาต่อรอง • แรงงานบังคับและการเลิกจ้างแรงงานบังคับ • ค่าตอบแทนขั้นต่ำ • แรงงานเด็ก • การกำหนดค่าตอบแทนด้วยความเท่าเทียมและสมเหตุสมผล • การเลือกปฏิบัติ (Discrimination) 5) แนวทางการบริหารจัดการผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder Engagement) - ความพร้อมของบริษัทจดทะเบียนฯ ในการสื่อสารและบริหารจัดการผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างมีประสิทธิภาพ 6) ความรับผิดชอบต่อสินค้าหรือบริการ (Product Liability) - ความรับผิดชอบของบริษัทจดทะเบียนฯ ต่อสินค้าหรือบริการ สามารถจำแนกได้ดังต่อไปนี้ • กรณีสินค้าหรือบริการ มีข้อบกพร่อง • กระบวนการผลิตเป็นเหตุให้สินค้าไม่สมบูรณ์หรือมีความบกพร่อง • บริษัทจดทะเบียนฯ มีความบกพร่องในการเตือนหรือให้คำแนะนำในการใช้สินค้าหรือรับบริการ ผู้จัดการกองทุนคาดหวังให้บริษัทจดทะเบียนฯ มีแนวทางในการจัดการด้านความรับผิดชอบต่อสินค้าหรือบริการอย่างชัดเจน เพื่อหลีกเลี่ยงหรือลดความเสี่ยงจากการถูกฟ้องร้อง ซึ่งนำมาซึ่งค่าใช้จ่ายส่วนเพิ่ม รวมไปถึงการตั้งสำรองกรณีหากพบว่าบริษัทจดทะเบียนฯ มีความผิดจริง นอกจากนี้ การถูกฟ้องร้องหรือกรณีพิพาทดังกล่าวยังเป็นเหตุให้บริษัทจดทะเบียนฯ มีผลกระทบเชิงลบต่อภาพลักษณ์หรือการสูญเสียมูลค่าของแบรนด์ เป็นต้น ผู้จัดการกองทุนคาดหวังให้บริษัทจดทะเบียนฯ มีแนวทางในการบริหารจัดการปัจจัยด้านสังคม แบบ Best-in-Class กล่าวคือ การผลักดันการแข่งขันกันระหว่างบริษัทฯ ในอุตสาหกรรม เพื่อจัดการปัจจัยต่างๆ ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ระดับบริษัท (Company Level): ปัจจัยด้านสังคมจะมีผลกระทบต่อบริษัทจดทะเบียนฯ ใดๆ มากขึ้นหรือน้อยลงขึ้นอยู่กับคุณลักษณะ ขนบธรรมเนียม ค่านิยมของประเทศหรือชุมชนที่บริษัทจดทะเบียนฯ นั้นดำเนินกิจการอยู่ ซึ่งผู้จัดการกองทุนมีหน้าที่ต้องวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยง โอกาสในแต่ละประเทศหรือชุมชน ที่บริษัทจดทะเบียนฯ ไปประกอบธุรกิจ ระดับอุตสาหกรรม (Industry Level): เช่นเดียวกับที่กล่าวมา จากความแตกต่างด้านขนบธรรมเนียม ค่านิยม ในแต่ละประเทศ ผู้จัดการกองทุนควรจัดลำดับความสำคัญตามความมีนัยยะ (Materiality) ก่อนหลัง เพื่อประเมินความเสี่ยง โอกาส ที่มาจากปัจจัยด้านสังคม ระดับประเทศ (Country Level): ผู้จัดการกองทุนมีการคำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงด้านกฎหมาย และ/หรือนโยบายระดับประเทศด้านสังคมในอนาคต ซึ่งจะมีผลกระทบต่อแนวทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทจดทะเบียนฯ นอกจากนี้ บริษัทจดทะเบียนฯ หลายแห่ง มีการประกอบธุรกิจในต่างประเทศ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว มีผลต่อการประเมินมูลค่าบริษัทเช่นกัน 2.2.3. ธรรมาภิบาล (Governance) : ประเด็นหรือปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจที่โปร่งใส จริยธรรมทางธุรกิจ และ/หรือประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างผู้บริหารและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย บริษัทจดทะเบียนฯ ควรจัดให้มีโครงสร้างและกระบวนการของความสัมพันธ์ระหว่างคณะกรรมการฝ่ายจัดการ และผู้ถือหุ้น เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขัน นำไปสู่ความเจริญเติบโตและเพิ่มมูลค่าให้กับผู้ถือหุ้นในระยะยาว โดยคำนึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ 1) สิทธิของผู้ถือหุ้น (Shareholder Rights) - แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ • สิทธิก่อนตัดสินใจลงทุน หมายถึง สิทธิในการรับข้อมูลข่าวสาร เพื่อจะวิเคราะห์และตัดสินใจว่าจะลงทุนในหุ้นของบริษัทหรือไม่ รวมถึงขั้นตอนและวิธีการจองซื้อหุ้นจากหนังสือชี้ชวนหรือไฟลิ่ง (Filing) และแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1) • สิทธิเมื่อเป็นผู้ถือหุ้น ประกอบด้วยสิทธิขั้นพื้นฐานที่ผู้ถือหุ้นจะมีสิทธิได้รับเงินปันผล ได้รับข้อมูลข่าวสารของกิจการอย่างต่อเนื่อง ได้เข้าร่วมประชุมและออกเสียงลงคะแนน ได้รับสิทธิในการจองซื้อหุ้นออกใหม่ และสิทธิในการบริหารบริษัท อาทิ เข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น เสนอเพิ่มวาระการประชุม เพิกถอนมติที่ประชุม ติดตามและตรวจสอบการทำงานของกรรมการ • สิทธิในการร้องเรียนและฟ้องร้อง ผู้ถือหุ้นมีสิทธิในการฟ้องเรียกค่าเสียหายและผลประโยชน์คืนให้กับบริษัท หากกรรมการหรือผู้บริหารของบริษัททำหน้าที่ไม่เหมาะสม เช่น ขาดความระมัดระวัง หรือไม่ซื่อสัตย์สุจริตจนส่งผลให้บริษัทได้รับความเสียหาย หากพบเบาะแสการกระทำผิดหรือปัญหาอื่นใดเกี่ยวกับการลงทุนธุรกิจหลักทรัพย์ หรือธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ติดต่อศูนย์รับเรื่องร้องเรียน 2) การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน - ผู้ถือหุ้นทุกราย ทั้งผู้ถือหุ้นที่เป็นผู้บริหารและผู้ถือหุ้นที่ไม่เป็นผู้บริหาร รวมทั้งผู้ถือหุ้นต่างชาติ ควรได้รับการปฏิบัติเท่าเทียมและเป็นธรรม ผู้ถือหุ้นส่วนน้อยที่ถูกละเมิดสิทธิควรมีโอกาสได้รับการชดเชย 3) บทบาทของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย – ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียควรได้รับการดูแลจากบริษัทตามสิทธิที่มีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง คณะกรรมการควร พิจารณาให้มีกระบวนการส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือระหว่างบริษัทกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการสร้างความมั่งคั่ง ความมั่นคงทางการเงินและความยั่งยืนของกิจการ 4) การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส – คณะกรรมการควรดูแลให้บริษัทเปิดเผยข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับบริษัท ทั้งข้อมูลทางการเงินและข้อมูลที่มิใช่ข้อมูลทางการเงิน อย่างถูกต้อง ครบถ้วน ทันเวลา โปร่งใส ผ่านช่องทางที่เข้าถึงข้อมูลได้ง่าย มีความเท่าเทียมกัน และน่าเชื่อถือ 5) ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ – คณะกรรมการมีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแลกิจการเพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัท จึงมีความรับผิดชอบต่อผลการปฏิบัติหน้าที่ต่อผู้ถือหุ้นและเป็นอิสระจากฝ่ายจัดการ โดยคณะกรรมการควรมีภาวะผู้นำ วิสัยทัศน์ มีความเป็นอิสระในการตัดสินใจ มีระบบแบ่งแยกบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบระหว่างคณะกรรมการและฝ่ายจัดการที่ชัดเจน ตลอดจนดูแลให้บริษัทมีระบบงานที่ให้ความเชื่อมั่นได้ว่ากิจกรรมต่างๆ ของบริษัทได้ดำเนินไปในลักษณะที่ถูกต้องตามกฎหมายและมีจริยธรรม เพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัทและผู้ถือหุ้นโดยรวม ผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาปัจจัยด้านธรรมาภิบาลแบบ “Threshold Assessment” กล่าวคือเป็นการพิจารณาเกณฑ์ด้านธรรมาภิบาลขั้นต่ำที่บริษัทจดทะเบียนฯ ควรมีในหัวข้อที่กล่าวมา และผู้จัดการกองทุนจะใช้คุณภาพการบริหารจัดการด้านธรรมาภิบาลเป็นส่วนหนึ่งในการประเมินมูลค่าของบริษัทจดทะเบียนฯ ในช่วงเวลาใดๆ 2.3. การอ้างอิงดัชนีชี้วัดที่เกี่ยวกับความยั่งยืน (Investment Benchmark) ตัวชี้วัดของกองทุนนี้ ได้แก่ ดัชนีผลตอบแทนรวม SETESG (SETESG TRI) ในสัดส่วน 100% โดยดัชนีดังกล่าวเป็นดัชนีที่สะท้อนการเคลื่อนไหวราคาของกลุ่มหลักทรัพย์ของบริษัทที่มีการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ซึ่งมีขนาดและสภาพคล่องผ่านตามเกณฑ์ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำหนด ทั้งนี้ ดัชนี SETESG มีแนวทางการคัดเลือกหุ้นเพื่อเป็นองค์ประกอบของดัชนี ดังนี้ • เป็นบริษัทที่อยู่ในผลประเมินหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ที่ประกาศล่าสุด ก่อนรอบการทบทวนรายชื่อหลักทรัพย์ในดัชนี • เป็นหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) ไม่น้อยกว่า 5,000 ล้านบาท • มีสัดส่วนผู้ถือหลักทรัพย์รายย่อย (Free-float) ไม่น้อยกว่า 20% ของทุนชำระแล้ว • จำนวนหุ้นซื้อขายไม่น้อยกว่า 0.5% ของจำนวนหุ้นจดทะเบียนของบริษัท เป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 9 ใน 12 เดือน • ไม่จำกัดจำนวนหลักทรัพย์ในดัชนี นอกจากนี้ ผู้ลงทุนสามารถศึกษาวิธีการจัดทำดัชนี (Index Methodologies) ได้ที่ https://www.set.or.th/th/market/index/setesg/profile แหล่งข้อมูล: www.set.or.th 2.4. ข้อจำกัดด้านการลงทุน (Investment Restrictions) ผู้จัดการกองทุนจะไม่ลงทุนในหลักทรัพย์ที่อยู่นอกกลุ่มหลักทรัพย์ที่สามารถลงทุนได้ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนแบบ ESG หรือ ESG Universe นอกจากนี้ ผู้จัดการกองทุนจะไม่ลงทุนหรือนำหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ* ดังต่อไปนี้เข้าไปอยู่ในกลุ่มหลักทรัพย์ ที่สามารถลงทุนได้ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนแบบ ESG หรือ ESG Universe • แอลกอฮอล์ เครื่องดื่มมึนเมา • ยาสูบ • อาวุธสงคราม • สื่อลามก • การพนัน *โดยเกณฑ์การชี้วัดการเข้าข่ายการทำธุรกิจดังกล่าว จะใช้เกณฑ์สัดส่วนรายได้ที่มาจากการทำธุรกิจดังกล่าวที่มากกว่า 15% ของรายได้รวมของบริษัทนั้น 3. ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนของกองทุนรวมเพื่อความยั่งยืน 3.1 ความเสี่ยงจากการลงทุนกระจุกตัวในหลักทรัพย์ ESG ในบางครั้ง บริษัทจดทะเบียนฯ อาจได้รับผลกระทบจากประเด็น หรือเหตุการณ์ด้าน ESG ที่เกิดขึ้น ทั้งในเชิงของความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจของบริษัท ผลกำไรของบริษัท หรือการตอบสนองของราคาหุ้นที่มีความผันผวนมากขึ้น แนวทางการบริหารความเสี่ยง: รายละเอียดตามที่ระบุไว้ในข้อ 4 3.2 ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง ในกรณีที่บริษัทจดทะเบียนฯ ที่กองทุนลงทุนเกิดปัญหาทางด้าน ESG และส่งผลกระทบต่อบริษัทจดทะเบียนฯ นั้น อย่างรุนแรง หากผู้ลงทุนเกิดความไม่มั่นใจและขายหลักทรัพย์ดังกล่าวพร้อมกันเป็นจำนวนมาก อาจส่งผลทำให้กองทุนไม่สามารถจำหน่ายหลักทรัพย์ที่ลงทุนได้ในราคาที่เหมาะสมหรือภายในระยะเวลาที่ต้องการ แนวทางการบริหารความเสี่ยง: บริษัทจัดการจะพิจารณาลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีคุณภาพและคำนึงถึงสภาพคล่องในการซื้อขายก่อนตัดสินใจลงทุน นอกจากนี้ บริษัทจัดการจะติดตามและวิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อบริษัทจดทะเบียนฯ อย่างสม่ำเสมอ และในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อกองทุน บริษัทจัดการจะดำเนินการเพื่อลดผลกระทบของกองทุนภายใต้เงื่อนไขการลงทุนที่สามารถดำเนินการได้ 4. แนวทางการดำเนินการ และมาตรการควบคุมผลกระทบในกรณีการลงทุนไม่เป็นตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืนที่ได้กำหนดไว้ สอดคล้องกับนโยบายธรรมาภิบาลการลงทุน (Investment Governance Policy: I Code) ที่กำหนดให้บริษัทจัดการมีการติดตามบริษัทจดทะเบียนฯ ที่ลงทุนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะหากเกิดประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการที่ดี ด้วยเหตุนี้ในบางครั้งบริษัทจดทะเบียนฯ ใดๆ อาจถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มเฝ้าระวัง (ESG Watch List) ด้วยเหตุการณ์ดังต่อไปนี้ • ผู้จัดการกองทุน และ/หรือ คณะกรรมการด้านความเสี่ยงการลงทุนประเมินว่าบริษัทนั้นๆ มีความเสี่ยงด้าน ESG จากเหตุการณ์ใดๆ ที่เกิดขึ้น • CG Scoring ที่จัดทำโดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ถูกปรับลดต่ำกว่า 3 ดาว ผู้จัดการกองทุนจะต้องทำการตรวจสอบและวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงเหล่านั้น ผ่านการเข้าพบกรรมการและผู้บริหาร (Company Visit and Analyst Meeting) การประชุมทางโทรศัพท์หรือสื่ออิเล็คทรอนิคส์อื่นๆ (Conference Call) โดยไม่ชักช้า และหลังจากที่รวบรวมข้อมูลทั้งหมดแล้ว ผู้จัดการกองทุนจะต้องจัดทำบทสรุปแนวทางการลงทุนเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการด้านความเสี่ยงการลงทุน แนวทางที่กำหนดไว้อาจอยู่ในรูปแบบของ 1. ยังคงให้หลักทรัพย์ดังกล่าวอยู่ใน Investment Universe ต่อไป หรือ 2. ลดสัดส่วนการลงทุน หรือ 3. นำหลักทรัพย์นั้นออกจาก Investment Universe กรณีที่หลักทรัพย์ที่อยู่ใน ESG Watch List และคณะกรรมการด้านความเสี่ยงการลงทุนอนุมัติให้หลักทรัพย์ดังกล่าวสามารถลงทุนได้ต่อผู้จัดการกองทุนในฐานะ Risk Owners จะต้องใช้ความระมัดระวังในการลงทุนและติดตามพัฒนาการด้าน ESG อย่างใกล้ชิด หากหลักทรัพย์ที่อยู่ใน ESG Watch List มีพัฒนาการที่ดีด้าน ESG หรือ เหตุการณ์หรือปัจจัยความเสี่ยงด้าน ESG ได้รับการแก้ไขแล้ว ผู้จัดการกองทุนจะต้องจัดทำบทสรุปเพื่อเสนอปลดหลักทรัพย์ดังกล่าวออกจาก ESG Watch List ต่อคณะกรรมการด้านความเสี่ยงการลงทุน 5. แนวทางการใช้สิทธิออกเสียง บริษัทจัดการให้ความสำคัญต่อการมีส่วนร่วมในบริษัทจดทะเบียนฯ ที่ลงทุน (Engagement) โดยมีความเชื่อที่ว่าบริษัทที่มีการบริหารจัดการที่ดี มีความโปร่งใส และใส่ใจผู้ลงทุน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย จะช่วยส่งเสริมให้บริษัทมีการเติบโตที่ยั่งยืนในระยะยาว ทีมจัดการลงทุนมองกระบวนการ Engagement เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการลงทุนหลัก โดยในบริบทของปัจจัยด้าน ESG บริษัทจัดการมุ่งหวังให้บริษัทจดทะเบียนฯ ได้มีการนำหลัก ESG เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจ และสามารถจับต้องได้ผ่านการเชื่อมโยงไปสู่เป้าหมายการพัฒนาอย่างยืนในหัวข้อต่างๆ บริษัทจัดการมีการกำหนดแนวทางการใช้สิทธิออกเสียงอย่างชัดเจนในแต่ละหัวข้อดังต่อไปนี้ 1. งบการเงินและรายงานที่เกี่ยวข้องกับงบการเงิน 2. การแต่งตั้งผู้สอบบัญชี 3. การจ่ายเงินปันผล 4. การกำหนดค่าตอบแทนพนักงานและกรรมการ 5. ประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมต่างๆ 6. การปรับเปลี่ยนโครงสร้างเงินทุน 7. การแก้ไขวัตถุประสงค์การดำเนินธุรกิจ การแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิ 8. การควบรวมกิจการ การขายสินทรัพย์ และรายการพิเศษอื่นๆ 9. รายการที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านความขัดแย้งทางผลประโยชน์ 10. ธรรมาภิบาลและคณะกรรมการบริษัทฯ การกำหนดรายละเอียดการใช้สิทธิออกเสียงในหัวข้อดังกล่าวนอกจากจะครอบคลุมปัจจัยด้านธรรมาภิบาลแล้ว ปัจจุบันยังยกระดับไปสู่การพิจารณาออกเสียงให้มีความเข้มข้นในด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมมากขึ้น เช่น การลงมติอนุมัติหรือไม่อนุมัติในโครงการลงทุนในอนาคตที่มีผลกระทบอย่างมีนัยยะต่อสิ่งแวดล้อม สิทธิมนุษยชน การเมือง หรือการบริหารจัดการต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่มีนัยยะต่อบริษัท เป็นต้น เงื่อนไขในการลงทุนเพิ่มเติม ในกรณีที่สถาบันที่มีความน่าเชื่อถือที่กองทุนใช้อ้างอิงในการคัดเลือกบริษัทจดทะเบียนฯ ที่มีความโดดเด่นด้านความยั่งยืน มีการประกาศเปลี่ยนแปลงรายชื่อบริษัทจดทะเบียนฯ ที่มีความโดดเด่นด้านความยั่งยืน ซึ่งอาจส่งผลทำให้บริษัทจดทะเบียนฯ ที่กองทุนลงทุนอยู่ไม่ได้มีรายชื่ออยู่ในการประกาศของสถาบันที่มีความน่าเชื่อถือนั้นแล้ว บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะถือหุ้นของบริษัทจดทะเบียนฯ ดังกล่าวต่อไป หากบริษัทจัดการพิจารณาแล้วเห็นว่าจะเป็นประโยชน์ต่อกองทุนและผู้ถือหน่วยลงทุน สำหรับส่วนที่เหลือกองทุนอาจลงทุนในตราสารทุน ตราสารหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน เงินฝาก กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน และ/หรือตราสารทางการเงินอื่นๆ ตลอดจนหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือคณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนดหรือให้ความเห็นชอบให้กองทุนลงทุนได้ กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) โดยมีหลักทรัพย์อ้างอิง (Underlying) เป็นทรัพย์สินที่กองทุนลงทุน ดัชนีหลักทรัพย์ที่มีความเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินที่กองทุนลงทุน และอัตราดอกเบี้ย ซึ่งการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าดังกล่าวจะโดยพิจารณาจากสภาวะตลาดในขณะนั้น กฎข้อบังคับ และปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ทิศทางราคาหลักทรัพย์ อัตราดอกเบี้ย รวมถึงค่าใช้จ่ายในการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป็นต้น นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนในตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) หรืออาจเข้าทำธุรกรรมประเภทการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) หรือธุรกรรมประเภทการให้ยืมหลักทรัพย์ (Securities Lending) ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือคณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด กองทุนจะไม่ลงทุนในตราสารที่มีอันดับความน่าเชื่อถือที่ตัวตราสารหรือที่ผู้ออกตราสารต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-Investment Grade) และตราสารที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ตัวตราสารและที่ผู้ออกตราสาร (Unrated) อย่างไรก็ตาม กองทุนอาจลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารที่มีอันดับความน่าเชื่อถือที่ตัวตราสารหรือที่ผู้ออกตราสารต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-Investment Grade) เฉพาะกรณีที่ตราสารนั้นได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ตัวตราสารหรือที่ผู้ออกตราสารในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) ขณะที่กองทุนลงทุนเท่านั้น รวมทั้งกองทุนจะไม่ลงทุนในตราสารทุนของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) เว้นแต่เป็นหุ้นที่อยู่ในระหว่างการเสนอขายตราสารต่อประชาชนเป็นการทั่วไปในครั้งแรก (IPO) เพื่อการจดทะเบียนซื้อขายและ/หรือมีการลงทุนในตราสารทุนของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เฉพาะกรณีที่ตราสารทุนนั้นเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ขณะที่กองทุนลงทุนเท่านั้น ทั้งนี้ การลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นนอกเหนือจากหุ้นของบริษัทจดทะเบียนฯ ที่มีความโดดเด่นด้านความยั่งยืน ตามข้อ 1.1 จะเป็นไปในลักษณะที่ไม่ทำให้กองทุนมีฐานะการลงทุนสุทธิ (Net Exposure) ในหุ้นของบริษัทจดทะเบียนฯ ที่มีความโดดเด่นด้านความยั่งยืน ตามข้อ 1.1 โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีน้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
Investment policy as filed with SEC Thailand.
actual = what the AMC currently charges · max = prospectus ceiling (no actual reported). Annual fees aren’t additive with one-time fees.