United Private Diversified Lending Fund Not for Retail Investors
UOB ASSET MANAGEMENT (THAILAND) COMPANY LIMITED · Other
↳ Invests in PIMCO Private Diversified Lending Fund Ltd (Class C) · หมู่เกาะเคย์แมน
✨Invests primarily in the PIMCO Private Diversified Lending Fund Ltd, focusing on private credit and loans across various sectors, including residential and commercial real estate.
(1) กองทุนจะเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ ชื่อ PIMCO Private Diversified Lending Fund Ltd (Class C) (กองทุนหลัก) เพียงกองทุนเดียว โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน กองทุนหลักเป็นกองทุนที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของหมู่เกาะเคย์แมน (Laws of the Cayman Islands Authority) ภายใต้การกำกับดูแลของ The Cayman Islands Monetary Authority ซึ่งเป็นสมาชิกสามัญของ International Organizations of Securities Commission (IOSCO) และบริหารจัดการโดย Pacific Investment Management Company LLC ในฐานะผู้จัดการกองทุน (Investment Manager) ทั้งนี้ กองทุนมีนโยบายการลงทุน ซึ่งจะส่งผลให้มี net exposure ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศ โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน กองทุนหลักมีนโยบายกระจายการลงทุนที่หลากหลายทั้งทางตรงและทางอ้อมในสินทรัพย์ประเภท Private Assets (สินทรัพย์นอกตลาด) ที่ไม่ได้มีการจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ โดยจะลงทุนในการให้กู้ยืมเงินหรือเงินกู้ และ/หรือธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยสินเชื่อของภาคเอกชนหรือบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ หรือบริษัทที่มีการปล่อยสินเชื่อนอกตลาดหรือให้กู้ยืมเงินโดยตรง (Private Lending, Loans or Private Credit) และ/หรือลงทุนในตราสารและ/หรือหลักทรัพย์อื่นใดของธุรกิจด้านเครดิต (Credit sectors) ทั้งนี้ กองทุนมีการกระจายการลงทุนครอบคลุมในบริษัทหรือภาคธุรกิจที่หลากหลาย (Multi-sector) เช่น ภาคธุรกิจที่อยู่อาศัย (Residential) ภาคธุรกิจเชิงพาณิชย์ (Commercial) ภาคอสังหาริมทรัพย์ (Real estate) ภาคธุรกิจเอกชนและสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (Corporate and specialty Finance) เป็นต้น นอกจากนี้ กองทุนหลักจะลงทุนหรือมีไว้ซึ่งตราสารหรือทรัพย์สินที่สามารถสร้างกระแสรายได้ให้กับกองทุนหรือสินทรัพย์ประเภท Income Fund Assets ได้แก่ กองทุนรวมประเภท Income Fund รวมถึงทรัพย์สินอื่น ๆ อาทิเช่น ตราสารหนี้ ตราสารทุน เป็นต้น เพื่อให้กองทุนบรรลุผลตอบแทนที่คาดหวัง (Distribution Target) ได้ กองทุนหลักอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) และ/หรือเพื่อการลดความเสี่ยง (Hedging) ซึ่งอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์และเป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น the Securities Act หรือ Investment Company Act เป็นต้น และ/หรืออาจลงทุนในตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) โดยไม่จำกัดอัตราส่วน และ/หรืออาจเข้าทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ (Securities Lending) นอกจากนี้ กองทุนหลักอาจกู้ยืมเงินภายใต้ข้อกำหนดตาม Investment Company Act of 1940 และ/หรืออาจทำธุรกรรมการขายโดยมีสัญญาซื้อคืน (Repo) และ/หรืออาจทำธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) เพื่อประโยชน์ในการจัดการลงทุนของกองทุนรวม ได้ไม่เกิน 2 เท่า (หรือไม่เกิน 200% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก) และ/หรืออาจทำธุรกรรมการขายหลักทรัพย์ที่ต้องยืมมาเพื่อส่งมอบ (Short Sale) รวมถึงหน่วย Private Equity โดยไม่จำกัดอัตราส่วน บริษัทจัดการจะทําการซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนหลักในรูปสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอเมริกา (USD) โดยกองทุนหลักจะนําเงินดอลลาร์สหรัฐไปลงทุนในหลักทรัพย์ในรูปสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอเมริกา (USD) หรือในสกุลเงินอื่นใด หากมีการเปลี่ยนแปลงโดยกองทุนหลักในอนาคต บริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ และ/หรือช่องทางอื่นใดโดยเร็ว นับตั้งแต่วันที่บริษัทจัดการรู้หรือรับทราบเหตุการณ์ดังกล่าว (2) กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) และ/หรือป้องกันความเสี่ยง (Hedging) ของกองทุนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน โดยมีสัดส่วนการลงทุนไม่เกินร้อยละ 100 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ซึ่งการลงทุนหรือเข้าเป็นคู่สัญญาในธุรกรรมสัญญาซื้อขายล่วงหน้าดังกล่าว ได้แก่ การทำสัญญาสวอป และ/หรือฟอร์เวิร์ดที่อ้างอิงกับอัตราแลกเปลี่ยน (FX Hedging) และ/หรืออัตราดอกเบี้ย ซึ่งอาจพิจารณาจากภาวะตลาดและการลงทุนในขณะนั้นๆ และ/หรือปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกฎระเบียบ ข้อบังคับต่างๆ ตามหลักเกณฑ์ที่ประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด โดยการลงทุนหรือทำธุรกรรมในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าตามวัตถุประสงค์ดังกล่าวอาจมีต้นทุนเกิดขึ้น ซึ่งอาจทำให้ผลตอบแทนของกองทุนโดยรวมลดลงจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ ทั้งนี้ หากราคาสินทรัพย์อ้างอิงมีความผันผวนหรือทิศทางการลงทุนไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้หรือคู่สัญญาที่ทำธุรกรรมไม่สามารถชำระภาระผูกพันได้ตามกำหนดเวลาอาจทำให้กองทุนขาดทุนจากการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าได้ อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการจะพิจารณาปรับเปลี่ยนการลงทุนหรือการเข้าทำธุรกรรมให้เหมาะสมกับสถานการณ์ รวมถึงจะทำการวิเคราะห์และติดตามปัจจัยที่มีผลกระทบต่อราคาสินทรัพย์อ้างอิงและจะพิจารณาความน่าเชื่อถือของคู่สัญญาก่อนทำธุรกรรมโดยจะเน้นทำธุรกรรมกับคู่สัญญาที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ นอกจากนี้ กองทุนอาจกู้ยืมเงินหรือทำธุรกรรมการขายโดยมีสัญญาซื้อคืน (Repo) เพื่อประโยชน์ในการจัดการลงทุนของกองทุนรวม ไม่เกินร้อยละ 50 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และ/หรือประกาศที่เกี่ยวข้องกำหนด ทั้งนี้ กองทุนจะไม่ลงทุนหรือทำธุรกรรมการขายหลักทรัพย์ที่ต้องยืมมาเพื่อส่งมอบ (Short Sale) ส่วนที่เหลือกองทุนอาจพิจารณาลงทุนในตราสารหนี้ ตราสารทุน ตราสารกี่งหนี้กึ่งทุน ตราสารทางการเงินอื่นๆ และ/หรือเงินฝากที่เสนอขายทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศ และอาจลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความเชื่อถือต่ำกว่าระดับที่สามารถลงทุนได้ (Non-Investment grade) และ/หรือตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) และ/หรือตราสารทุนของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) และ/หรืออาจเข้าทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ (Securities Lending) และ/หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) รวมถึงตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) และ/หรือหน่วย Private Equity ในสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด นอกจากนี้ กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นใด หรือหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างตามที่ประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด (3) กองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่นซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ ในอัตราส่วนไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยการลงทุนในหน่วยลงทุนดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนของกองทุน ทั้งนี้กองทุนรวมอื่นซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการสามารถลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนปลายทางต่อไปได้อีกไม่เกิน 1 ทอด และ/หรือตามหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขที่สํานักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กําหนด ทั้งนี้ กองทุนปลายทางไม่สามารถลงทุนย้อนกลับในกองทุนต้นทาง (circle investment) ได้ (4) ในกรณีที่กองทุนมีการลงทุนในกองทุนหลักไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก หากกองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะดังต่อไปนี้ 1. มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ วันใดวันหนึ่งลดลงเกินกว่า 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก หรือ 2. ยอดรวมของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลักลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกัน คิดเป็นจำนวนเกินกว่า 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก ในกรณีที่กองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะดังกล่าว บริษัทจัดการจะดำเนินการดังต่อไปนี้ การดำเนินการ ระยะเวลาดำเนินการ 1. แจ้งเหตุที่กองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการของบริษัทจัดการให้สำนักงานและผู้ถือหน่วย (แนวทางการดังกล่าวต้องคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยโดยรวม) ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มี การเปิดเผยข้อมูลของกองทุนหลักที่ปรากฏเหตุ 2. เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการตามข้อ 1 ต่อผู้ลงทุนทั่วไป (ดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวด้วย) พร้อมข้อ 1 3. ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินการตามข้อ 1 ภายใน 60 วันนับแต่วันที่มี การเปิดเผยข้อมูลของกองทุนหลักที่ปรากฏเหตุ 4. รายงานผลการดำเนินการตามข้อ 3 ให้สำนักงานทราบ ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการตามข้อ 3 แล้วเสร็จ (5) ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุน เรื่องการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วยก็ได้ ทั้งนี้ โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ 1. ช่วงระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม 2. ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนครบอายุโครงการหรือก่อนเลิกกองทุนรวม 3. ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการสิ้นสุดสมาชิกภาพ หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมเป็นกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในตราสาร และ/หรือหลักทรัพย์ดังกล่าวข้างต้น หรือกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds) หรือสามารถกลับมาเป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund) ได้ โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (risk profile) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน โดยขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตลาด ณ ขณะนั้น และต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน ทั้งนี้ หากมีการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว บริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน ก่อนการแก้ไขโครงการผ่านการประกาศทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ หรือช่องทางอื่นตามความเหมาะสม ลักษณะสำคัญของกองทุน PIMCO Private Diversified Lending Fund Ltd (Class C) (กองทุนหลัก) ชื่อกองทุน PIMCO Private Diversified Lending Fund Ltd (“PDLF”) (เดิมชื่อ “PIMCO Integrated Private Income Fund Ltd”) ผู้จัดการกองทุน Pacific Investment Management Company LLC (“PIMCO”) วันที่จัดตั้งกองทุน 1 กุมภาพันธ์ 2565 ประเทศที่จัดตั้ง หมู่เกาะเคย์แมน (The Cayman Islands) ภายใต้การกำกับดูแลหรือกฎหมาย The Cayman Islands Monetary Authority สกุลเงิน ดอลลาร์สหรัฐอเมริกา (USD) ชนิดหน่วยลงทุน Class C วัตถุประสงค์การลงทุน วัตถุประสงค์การลงทุนของกองทุนคือการบรรลุเป้าหมายการจ่ายผลตอบแทน (Distribution Target) ที่กำหนดไว้ โดยการลงทุนในสินทรัพย์ประเภท “Private Sleeve Assets”) (เป็นสินทรัพย์นอกตลาดในสินเชื่อและสินทรัพย์ที่สร้างกระแสเงินสด รวมถึงการมีส่วนร่วมและผลประโยชน์อื่นๆ นอกตลาด) และลงทุนในสินทรัพย์ที่สามารถสร้างกระแสรายได้ให้กับกองทุนหรือสินทรัพย์ประเภท Income Fund Assets ได้แก่ กองทุนรวมประเภท Income Fund กลยุทธ์การลงทุน กองทุนมีวัตถุประสงค์การลงทุนและกลยุทธ์ในการกระจายการลงทุนที่หลากหลายทั้งทางตรงและทางอ้อมในการปล่อยสินเชื่อนอกตลาดหรือให้กู้ยืมเงินโดยตรง ที่มีสภาพคล่องระดับหนึ่ง (Semi-liquid) ที่ครอบคลุมสินทรัพย์ของบริษัทหรือภาคธุรกิจที่หลากหลาย (Multi-sector) เช่น ภาคธุรกิจที่อยู่อาศัย (Residential) ภาคธุรกิจเชิงพาณิชย์ (Commercial) ภาคอสังหาริมทรัพย์ (Real estate) ภาคธุรกิจเอกชนและการเงิน/สถาบันการเงินเฉพาะกิจ (Corporate and specialty Finance) รวมไปถึง สินทรัพย์ที่สร้างกระแสรายได้ในกลุ่มดังกล่าวที่มีการซื้อขายในตลาด (Public) และพันธบัตรรัฐบาล อย่างไรก็ตาม การพิจารณาโอกาสการลงทุนในสินทรัพย์ของภาคเอกชนในแต่ละภาคธุรกิจผู้จัดการกองทุนอาจพิจาณาจากปัจจัยต่างๆ ร่วมด้วย อาทิ การเปลี่ยนแปลงของกฏระเบียบของภาคการเงินการธนาคาร ประสิทธิภาพของแหล่งเงินทุน และระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ ปริมาณและการให้ความสำคัญกับแหล่งเงินทุนที่มิใช่ธนาคาร วงจรเศรษฐกิจที่เป็นตัวเคลื่อนความต้องการสินเชื่อ รวมถึงแหล่งการปล่อยสินเชื่อ เป็นต้น นโยบายการลงทุน : กองทุนหลักมีนโยบายกระจายการลงทุนที่หลากหลายทั้งทางตรงและทางอ้อมในสินทรัพย์ประเภท Private Assets (สินทรัพย์นอกตลาด) ที่ไม่ได้มีการจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ โดยจะลงทุนในการให้กู้ยืมเงินหรือเงินกู้ และ/หรือธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยสินเชื่อของภาคเอกชนหรือบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ หรือบริษัทที่มีการปล่อยสินเชื่อนอกตลาดหรือให้กู้ยืมเงินโดยตรง (Private Lending, Loans or Private Credit) และ/หรือลงทุนในตราสารและ/หรือหลักทรัพย์อื่นใดของธุรกิจด้านเครดิต (Credit sectors) ทั้งนี้ กองทุนมีการกระจายการลงทุนครอบคลุมในบริษัทหรือภาคธุรกิจที่หลากหลาย (Multi-sector) เช่น ภาคธุรกิจที่อยู่อาศัย (Residential) ภาคธุรกิจเชิงพาณิชย์ (Commercial) ภาคอสังหาริมทรัพย์ (Real estate) ภาคธุรกิจเอกชนและสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (Corporate and specialty Finance) เป็นต้น นอกจากนี้ กองทุนหลักจะลงทุนหรือมีไว้ซึ่งตราสารหรือทรัพย์สินที่สามารถสร้างกระแสรายได้ให้กับกองทุนหรือสินทรัพย์ประเภท Income Fund Assets ได้แก่ กองทุนรวมประเภท Income Fund รวมถึงทรัพย์สินอื่น ๆ อาทิเช่น ตราสารหนี้ ตราสารทุน เป็นต้น เพื่อให้กองทุนบรรลุผลตอบแทนที่คาดหวัง (Distribution Target) ได้ ในสถานการณ์ปกติ ผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาจัดสรรเงินลงทุน ดังนี้ 1. สินทรัพย์ส่วนที่เป็น Private Sleeve Assets โดยคาดว่าจะลงทุนในสัดส่วนประมาณ 70-80% ของมูลค่าทรัพย์สินของกองทุน โดยคาดว่าประมาณ 25-30% ของสินทรัพย์ Private Sleeve Assets จะลงทุนใน Private Sleeve Assets ที่บริหารจัดการโดย PIMCO Capital Solutions BDC Corp. (the PIMCO BDC) ที่จัดตั้งขึ้นในลักษณะของ Business Development Company และบริหารจัดการโดย PIMCO 2. สินทรัพย์ประเภท “Income Fund Asset” เป็นสินทรัพย์ส่วนที่สร้างกระแสรายได้อื่นให้แก่กองทุน ได้แก่ การลงทุนในกองทุนภายใต้การบริหารจัดการของ PIMCO ซึ่งคาดว่าจะลงทุนประมาณ 20-30% ของมูลค่าทรัพย์สินของกองทุน ภาพรวมของ Portfolio Investment ส่วนที่เป็น “Private Sleeve Assets” กองทุนลงทุนโดยตรงใน Private Sleeve SPV หรือบริษัทที่จัดตั้งในลักษณะบริษัทจำกัดซึ่งเป็นนิติบุคคลเฉพาะกิจ (Special Purpose Vehicle (SPV)) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างผลตอบแทนให้สามารถจ่ายส่วนแบ่งผลตอบแทนตามเป้าหมายได้ (Fund’s Distribution Target) โดยการลงทุนผ่านดีลที่ไม่ใช่สหรัฐ หรือลงทุนในตลาดแรกหรือตลาดรอง หรือการมีสถานะร่วมที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการกู้ยืม หรือรับกระแสเงินสด หรือมีส่วนร่วมในดอกเบี้ยรับจากสินเชื่อนอกตลาด (ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์) (Private Lending/Loans/Private Credit) เช่น สินเชื่อเงินกู้ที่เกี่ยวข้องกับภาคธุรกิจที่อยู่อาศัย (residential) สินเชื่ออสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ (commercial real estate loans) สินเชื่อเพื่อผู้บริโภค (consumer loans) (เช่น สินเชื่อบัตรเครดิต (credit card receivable) สินเชื่อยานพาหนะ (automobile loans) สินเชื่อเพื่อการศึกษา (student loans) สินเชื่อเพื่อผู้บริโภคที่ไม่มีหลักประกัน (unsecured consumer credit loans)) สินเชื่อให้กู้กับบริษัท (corporate loans) สินเชื่อเพื่อการพาณิชย์ (commercial finance loans) (ตัวอย่างเช่น สินเชื่อเพื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) และเงินทุนทางการค้า SME (small and medium-sized enterprise) loans and trade financings) สินเชื่อเพื่อการจัดการธุรกิจ (servicing) หรือการลงทุนในรูปแบบใดก็ตามที่ใกล้เคียงการกู้ยืม อาทิเช่น ตราสารอนุพันธ์ (warrants) การลงทุนในหุ้นอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับเงินกู้ (other equity kickers associated with a loan investment) และ/หรือกระแสเงินสดหรือสินทรัพย์ที่สร้างรายได้ (cash-flow or income-producing assets) (อาทิเช่น สัญญาเช่าอุปกรณ์ด้านการขนส่งและสัญญาเช่าอุปกรณ์เพื่อการพาณิชย์ (transportation and commercial equipment leases) อสังหาริมทรัพย์ (รวมถึงธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับที่ดิน) real estate (including land banking transactions)) ค่าลิขสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญา (intellectual property royalties) สินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับการประกันภัย (insurance-related assets) การลงทุนที่ให้ปันผลในรูปแบบอื่นๆของบริษัทนอกตลาด (other dividend paying private company securities) สิ่งที่กองทุนลงทุนจะเรียกว่าพอร์ตการลงทุน (portfolio investment) ส่วนโครงสร้างบริษัทลงทุนที่ลงทุนตรงในสินทรัพย์นอกตลาด (The Private Sleeve SPV) สามารถที่จะนำสินทรัพย์ไปแปลงเป็นหลักทรัพย์ประเภทที่มีสินทรัพย์ค้ำประกันได้ เช่น ตราสารหนี้ที่มีภาระผูกพันเงินกู้ที่มีหลักประกัน (CLOs) ตราสารหนี้ที่มีภาระหนี้ที่มีหลักประกัน (CDOs) หลักทรัพย์ที่ได้รับการค้ำประกันโดยอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ (CMBSs) หลักทรัพย์ที่ได้รับการค้ำประกันโดยอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัย (RMBSs) หรือผ่านการลงทุนในรูปแบบอื่น เช่น ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (Real Estate Investment Trust: REITs) หรือ ห้างหุ้นส่วนจำกัดแบบ (Master Limited Partnerships: MLPs) หรือ บริษัทพัฒนาธุรกิจ (Business Development Companies: BDC) ซึ่งบริหารหรือให้คำแนะนำโดย PIMCO หรือ บริษัทในเครือ และ/หรือ บริษัทของบุคคลที่สามซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้จัดการหลักประกัน ซึ่งเป็นไปได้ทั้งการจัดการโดยตรงหรือทางอ้อมผ่านโครงสร้างบริษัทลงทุนที่ลงทุนตรงในสินทรัพย์นอกตลาด (The Private Sleeve SPV) ซึ่งบริษัทอาจถือครองผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นบางส่วนหรือทั้งหมด นอกจากนี้ Private Sleeve SPV ยังมีการลงทุนทางอ้อมต่อสินเชื่อและสินทรัพย์ดังกล่าว เช่น โดยการลงทุนในตราสารหนี้ที่มีภาระผูกพันเงินกู้ที่มีหลักประกัน (CLOs) ตราสารหนี้ที่มีภาระหนี้ที่มีหลักประกัน (CDOs) หลักทรัพย์ที่ได้รับการค้ำประกันโดยอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ (CMBSs) หลักทรัพย์ที่ได้รับการค้ำประกันโดยอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัย (RMBSs) หลักทรัพย์ที่ได้รับการจัดโครงสร้างการลงทุนใหม่ (เรียกรวมกันว่า “Structured Investment”) รวมถึงการจัดการทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับ Structured Investment หรืออนุพันธ์ รวมถึงการลงทุนในโครงสร้างการลงทุนที่บริหารจัดการ หรือสนับสนุนโดย PIMCO ซึ่งส่วนโครงสร้างบริษัทลงทุนที่ลงทุนตรงในสินทรัพย์นอกตลาด (The Private Sleeve SPV) ถือครองหุ้นส่วนทางอ้อมใน PIMCO BDC เพิ่มเติมดูได้ที่ ภาคผนวก A: การพิจารณาการลงทุนและปัจจัยเสี่ยง — ความเสี่ยงอื่นๆ ส่วนที่เกี่ยวข้องกับพอร์ตการลงทุน – การลงทุนแบบ Pooled Investment และการลงทุนแบบ Pass-through Entitles การลงทุนในสินทรัพย์นอกตลาดผ่านบริษัทที่จัดตั้งในลักษณะบริษัทจำกัดซึ่งเป็นนิติบุคคลเฉพาะกิจ (The Private Sleeve SPV) อาจลงทุนในหุ้น (และอาจมีสิทธิในการเป็นเจ้าของ) ในธุรกิจที่ทำหน้าที่ออก จัดจำหน่าย และ/หรือให้บริการใดๆที่เกี่ยวข้องกับประเภทสินทรัพย์ที่อยู่ในความสนใจ ซึ่ง Private Sleeve SPV นั้นอาจมีส่วนร่วมในการลงทุนในหุ้นบางส่วน (และอาจมีสิทธิในการเป็นเจ้าของโดยมีโครงสร้างการจ่ายผลตอบแทนที่มีลักษณะเหมือนหนี้ รวมถึงสินทรัพย์ที่มีการสร้างกระแสเงินสด นอกจากนี้ Private Sleeve SPV อาจแปลงสภาพเป็นสินทรัพย์ประเภทอื่นหลังจากการเข้าลงทุน (เช่น สินเชื่อที่อยู่อาศัยอาจแปลงเป็นการถือครองอสังหาริมทรัพย์ และสินเชื่อที่ลงทุนตรงในบริษัทอาจแปลงเป็นการถือครองหุ้นในบริษัท) ซึ่งการลงทุนส่วน Private Sleeve SPV อาจถูกสร้างขึ้นใหม่ (ที่อาจออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับกองทุน) หรือลงทุนในโครงสร้างที่มีอยู่แล้ว ซึ่งอาจถูกซื้อในตลาดรองหรือตลาดแรกผ่านการจัดหาเงินทุนโดยตรง เช่น การทำดีลเงินกู้ที่ไม่ใช่สหรัฐ โดยการเข้าลงทุนผ่านบริษัทหรือจัดตั้งขึ้นมา และเป็นเจ้าของหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับ Private Sleeve SPV หรือเป็นลูกค้า PIMCO หรือของกองทุน PIMCO หรือบริษัท PIMCO เองโดยตรง นอกเหนือจากการลงทุนในประเภทสินทรัพย์ที่อธิบายไว้ข้างต้นแล้ว Private Sleeve SPV ยังมีสิทธิในการเสริมกลยุทธ์การลงทุนหลัก โดยการลงทุนในหลักทรัพย์หรือสินทรัพย์อื่นๆ ที่ผู้จัดการการลงทุนเชื่อว่าเป็นโอกาสในการซื้อขายหรือการลงทุนที่น่าสนใจ ซึ่งอาจรวมถึงสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หลักทรัพย์ของรัฐ และสินทรัพย์อื่นๆ นอกจากนี้ Private Sleeve SPV อาจใช้ดุลยพินิจแต่เพียงผู้เดียวในการดำรงไว้ซึ่งส่วนหนึ่งของพอร์ตโฟลิโอในหลักทรัพย์ที่ซื้อขายได้เพื่อวัตถุประสงค์ในการบริหารสภาพคล่อง โดย Private Sleeve SPV อาจลงทุนในหลักทรัพย์ที่ซื้อขายในตลาดใดๆก็ตามที่เห็นว่าเหมาะสม ซึ่ง Private Sleeve SPV ไม่ได้ถูกจำกัดให้ลงทุนแต่ในตราสารหนี้ที่มีคุณภาพเครดิตกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น โดยอาจครอบคลุมทุกเครดิตเรตติ้งตั้งแต่ระดับ AAA ไปจนถึงตราสารที่ไม่ได้รับการจัดอันดับ โดย Private Sleeve SPV อาจลงทุนในหลักทรัพย์หรือตราสารเกรดใดก็ได้ตามความเหมาะสม ซึ่งในขั้นต้นคาดว่า Private Sleeve SPV จะเน้นลงทุนในสหรัฐอเมริกาและยุโรป แต่อย่างไรก็ตาม Private Sleeve SPV ไม่ได้ถูกจำกัดหรือมีแนวทางระบุไว้ว่าจะต้องลงทุนในภูมิภาคใดเป็นพิเศษ ซึ่ง Private Sleeve SPV สามารถลงทุนในการลงทุนนอกสหรัฐอเมริกาและยุโรป โดยสามารถลงทุนในละตินอเมริกาและเอเชียในสัดส่วนที่มีนัยสำคัญได้ ทั้งนี้ขึ้นกับโอกาสในการลงทุน ภาพรวมของ Portfolio Investment ส่วนที่เป็น “Income Fund Asset” โดยกองทุนใช้ประโยชน์จากประสบการณ์ความเชี่ยวชาญ และความเป็นผู้นำในการบริหารจัดการลงทุนตราสารหนี้ทั่วโลก (Credit expertise) ของ PIMCO จึงพิจารณาลงทุนในกองทุนรวมภายใต้การบริหารจัดการของ PIMCO ได้แก่ กองทุน PIMCO GIS Income Fund เพื่อสร้างกระแสรายได้ให้แก่กองทุน สัดส่วนการลงทุนในส่วน 1) และ 2) ข้างต้น อาจมีการปรับเปลี่ยนได้ในแต่ละช่วงเวลา ทั้งนี้ ขึ้นกับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน โดยอาจพิจารณาจากหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้องและสถานการณ์ ณ ขณะนั้นๆ นอกจากนี้ ผู้จัดการกองทุนอาจพิจารณาลงทุนในตราสารและ/หรือหลักทรัพย์อื่นใดที่มีความเชื่อว่าจะสามารถสร้างหรือเพิ่มโอกาสในการลงทุน เช่น การลงทุนในตราสารทุน (Equity Investment) ตราสารหรือหลักทรัพย์อื่นที่มีการจัดจำหน่ายต่อสาธารณะหรือซื้อขายในตลาดรอง (Public securities and other assets) สินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Non-Performing Loans) เป็นต้น กองทุนไม่จำกัดเฉพาะการลงทุนอยู่เพียงการลงทุนที่ลงทุนในตราสารหรือหลักทรัพย์ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือที่มีคุณภาพเครดิตโดยเฉพาะ (Credit Quality) เท่านั้น กองทุนสามารถลงทุนในตราสารที่มีอันดับความน่าเชื่อถือหรืออันดับเครดิตได้ทั้งหมดตั้งแต่อันดับความเชื่อในระดับ AAA ได้ไปจนถึงตราสารระดับที่ไม่มีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือหรืออันดับเครดิต (Unrated) รวมถึงอาจลงทุนในหรือมีไว้ซึ่ง หรือได้มาโดยวิธีอื่นใดในหลักทรัพย์หรือตราสารอื่นใดได้ ผู้จัดการกองทุนขอสงวนสิทธิในการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การลงทุน (Strategy Modifications) และ/หรือกรอบหรือแนวทางการลงทุน (Investment Guidelines) เมื่อเห็นสมควรโดยจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบเป็นลายลักษณ์อักษร การซื้อหน่วยลงทุน รายเดือน (Monthly): วันทำการแรกของแต่ละเดือน (หากวันดังกล่าวไม่ใช่วันทำการหรือตรงกับวันหยุดให้เลื่อนเป็นวันทำการถัดไปหรือช่วงเวลาอื่นตามที่บริษัทจัดการกำหนด ทั้งนี้ขึ้นกับตามดุลยพินิจของบริษัทจัดการ) ผู้ถือหน่วยลงทุนต้องแจ้งความประสงค์หรือส่งคำสั่งซื้อล่วงหน้าอย่างน้อย 10 วันทำการก่อนวันทำรายการซื้อหน่วยลงทุน มูลค่าขั้นต่ำในการซื้อหน่วยลงทุน: ไม่ต่ำกว่า 100,000 USD หมายเหตุ: การซื้อหน่วยลงทุนอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ขึ้นกับดุลยพินิจของบริษัทจัดการ การขายคืนหน่วยลงทุน รายไตรมาส (Quarterly): วันทำการสุดท้ายของแต่ละไตรมาส (หากวันดังกล่าวไม่ใช่วันทำการหรือตรงกับวันหยุด ให้ใช้วันทำการก่อนหน้าแทน) ผู้ถือหน่วยลงทุนต้องแจ้งความประสงค์หรือส่งคำสั่งซื้อล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วันก่อนวันทำรายการขายคืนหน่วยลงทุน มูลค่าขั้นต่ำในการขายคืนหน่วยลงทุน: ไม่ต่ำกว่า 100,000 USD รายการขายคืนหน่วยลงทุนที่มีระยะเวลาการถือครองหน่วยลงทุน (Soft lock-up) น้อยกว่า 12 เดือน (Twelve-month Anniversary) จะสามารถขายคืนหน่วยลงทุนได้ 97% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน (กล่าวคือ จะได้รับชำระเงินค่าขายคืนหน่วยลงทุน 97% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน หรือราคาขายคืนหน่วยลงทุน เนื่องจากกองทุนจะมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมขายคืนหน่วยลงทุนจากการถือครองหน่วยลงทุนน้อยกว่า 1 ปี (Early Redemption Charge) การจำกัดการไถ่ถอนหรือขายคืนหน่วยลงทุน (Redemption Limitation) สูงสุดไม่เกิน 5% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิรวมของกองทุน หรือจำนวนหน่วยลงทุนทั้งหมด(Aggregate shares outstanding) การชำระเงินค่าขายคืนหน่วยลงทุน: ภายใน 45 วันนับตั้งแต่วันทำการขายคืนหน่วยลงทุน (Redemption Date) ทั้งนี้ ระยะเวลาในการชำระเงินค่าขายคืนหน่วยลงทุนอาจล่าช้าหรือเกินกว่ากำหนดการดังกล่าวได้ และ/หรืออาจชำระคืนได้บางส่วน อาจเนื่องมาจากไม่สามารถคำนวณมูลค่าทรัพย์สินและ/หรือมูลค่าอื่นใดของกองทุนได้ และ/หรือหากมีความจำเป็นเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนด กฏระเบียบหรือข้อบังคับอื่นใดของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น หมายเหตุ การขายคืนหน่วยลงทุนอาจเปลี่ยนแปลงได้ขึ้นกับดุลยพินิจของบริษัทจัดการ ข้อจำกัดการขายคืนหน่วยลงทุน กองทุนหลักมีการจำกัดการไถ่ถอนหน่วยลงทุนสูงสุดไม่เกิน 5% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิรวมของกองทุน หรือจำนวนหน่วยลงทุนทั้งหมด การดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามการจำกัดการไถ่ถอนดังกล่าว กรณีมีการขายคืนหน่วยลงทุนเกิน 5% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิรวมของกองทุน หรือจำนวนหน่วยลงทุนในรอบการขายคืนไตรมาสใด กองทุนหลักอาจปรับลดมูลค่าการขายคืนหน่วยลงทุน หรือจัดสรรสัดส่วนการขายคืนของผู้ถือหน่วยลงทุนเพื่อให้ไม่เกินมูลค่าการจำกัดการไถ่ถอนหรือขายคืนหน่วยลงทุนที่กำหนดไว้ หรือไม่เกิน 5% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิรวมของกองทุน หรือจำนวนหน่วยลงทุนทั้งหมด ณ วันทำรายการขายคืนในรอบการขายคืนในไตรมาสนั้น โดยผู้ถือหน่วยลงทุนที่ส่งคำสั่งขายคืนอาจถูกปรับลดมูลค่าการขายคืนหรืออาจไม่ได้รับจัดสรรทั้งหมดหรือได้รับการจัดสรรบางส่วน หรือไม่ครบเต็มตามจํานวนตามคําสั่งขายคืนหน่วยลงทุน ทั้งนี้ คําสั่งขายคืนส่วนที่เหลือหรือที่ยังไม่ได้รับการจัดสรร กองทุนหลักจะทำการจัดสรรในรอบการขายคืนในรอบถัดไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้รับการจัดสรรครบถ้วนเต็มจำนวน อย่างไรก็ตาม การจำกัดการขายคืนหน่วยลงทุนจะมีผลต่อการขายคืนส่วนที่เหลือในรอบการขายคืนถัดไป โดยการดำเนินการหรือปฏิบัติงานของกองทุนหลักสำหรับผู้ถือหน่วยลงทุนรายอื่นที่ยังไม่ได้รับการจัดสรรในรอบการขายคืนรอบก่อน และผู้ถือหน่วยลงทุนรายใหม่ที่ประสงค์ขายคืนหน่วยลงทุน ณ วันที่ทำรายการขายคืน ในรอบการขายคืนถัดไปหรือรอบใหม่ จะถูกนับรวมกันและดำเนินการตามวิธีการเช่นเดียวกันอย่างเท่าเทียม กองทุนหลักขอสงวนสิทธิที่จะดำเนินการใดๆ ที่เห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อผู้ถือหน่วยลงทุนทั้งหมด เช่น การจำกัดการขายคืนหน่วยลงทุน (Redemption Limitation) ด้วยการลดสัดส่วนการขายคืนหน่วยลงทุน หรือด้วยการเลี่อนการขายคืนหน่วยลงทุนทั้งหมดออกไป เพื่อประสิทธิภาพในการบริหารจัดการสภาพคล่องโดยรวมของกองทุน และตามข้อจำกัดการไถ่ถอนหรือขายคืนหน่วยลงทุนที่กำหนด การจ่ายเงินปันผล ไม่จ่ายปันผล การคำนวณมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน (NAV) รายเดือน (Monthly) ผู้ดูแลผลประโยชน์/เก็บรักษาทรัพย์สิน (Custodian) State Street Bank and Trust Company ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายของกองทุนหลัก ค่าธรรมเนียมการบริหารงานหรือดำเนินงาน (Administration fee) 0.20%* ต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน (ก่อนหักค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management fee) ค่าธรรมเนียมการบริหารงาน (Administration fee) และค่าธรรมเนียมจากผลการดำเนินงาน (Performance fee)) โดยจะคำนวณและเรียกเก็บเป็นรายเดือน (Monthly basis) ในวันทำการสุดท้ายของแต่ละเดือน *ค่าธรรมเนียมนี้อาจเรียกเก็บในอัตราที่สูงขึ้นได้สำหรับผู้ลงทุนที่มีเงินลงทุนน้อยกว่า 5,000,000 ดอลลาร์สหรัฐอเมริกา ทั้งนี้ขึ้นอยู่ดุลยพินิจของบริษัทจัดการ ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management fee) กำหนดอัตราค่าธรรมเนียมการจัดการในแต่ละส่วนของพอร์ตการลงทุน ดังนี้ ส่วนที่ 1 : ส่วน Private Sleeve Assets: เรียกเก็บในอัตรา 1.25% ต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนในส่วนที่ลงทุนใน Private Sleeve Assets (หรือ Private Sleeve NAV) (ก่อนหักค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management fee) ค่าธรรมเนียมการบริหารงาน (Administration fee) และค่าธรรมเนียมจากผลการดำเนินงาน (Performance fee)) โดยจะคำนวณและเรียกเก็บเป็นรายเดือน (Monthly basis) ในวันทำการสุดท้ายของแต่ละเดือน ส่วนที่ 2 : ส่วน Income Fund Assets: เรียกเก็บในอัตรา 0.55% ต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิในส่วนที่ลงทุนในกองทุน PIMCO GIS Income Fund โดยจะคำนวณและเรียกเก็บเป็นรายเดือน (Monthly basis) ในวันทำการสุดท้ายของแต่ละเดือน ค่าธรรมเนียมการจัดการจากผลการดำเนินงาน (Performance fee) (ถ้ามี) ค่าธรรมเนียมการจัดการจากผลการดำเนินงาน (Performance fee) ในส่วนที่ลงทุนใน Private Sleeve Assets ดังนี้ เมื่อผลการดำเนินงานหรือผลตอบแทนรวมเกินกว่า 5% จากเกณฑ์หรือผลการดำเนินงานที่กำหนด (Performance Threshold) เรียกเก็บในอัตรา 12.5% ของผลตอบแทนส่วนเกินนั้น โดยจะคำนวณและเรียกเก็บเป็นรายเดือน (Monthly basis) ในวันทำการสุดท้ายของแต่ละเดือน อนึ่ง กองทุนหลักอาจเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ ของกองทุนได้ ในกรณีที่กองทุนหลักมีการแก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการ ซึ่งบริษัทจัดการเห็นว่าไม่มีนัยสำคัญ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะแก้ไขเพิ่มเติมโครงการให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของกองทุนหลักโดยถือว่าได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว และจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการโดยพลัน เงื่อนไขอื่นๆ (1) ในกรณีที่ชนิดของหน่วยลงทุน (Class) และ/หรือกองทุนหลักที่กองทุนลงทุนนั้นไม่เหมาะสมอีกต่อไป เช่น กองทุนหลักมีผลการดำเนินงานปรับตัวลดลง และ/หรือไม่เป็นไปตามเป้าหมายการลงทุน และ/หรือที่คาดการณ์ไว้ และ/หรือกองทุนหลักมีข้อกำหนด และ/หรือแก้ไข เพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูล หรือการดำเนินการอื่นใดที่อาจส่งผลกระทบต่อกองทุนไทย เป็นต้น และ/หรือ Class หรือกองทุนหลักที่กองทุนลงทุนมีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดจนอาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ เช่น เงื่อนไขการลงทุน นโยบายการลงทุน อัตราค่าธรรมเนียม เป็นต้น และ/หรือ กองทุนหลักที่กองทุนลงทุนมีการกระทำผิดตามความเห็นของหน่วยงานกำกับดูแลของกองทุนต่างประเทศ และ/หรือเมื่อเกิดเหตุการณ์หรือคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบต่างๆ จนอาจส่งผลให้การลงทุนในกองทุนต่างประเทศเป็นภาระต่อผู้ลงทุนเกินจำเป็น เป็นต้น และ/หรือในกรณีที่กองทุนหลักที่กองทุนลงทุนได้เลิกโครงการในขณะที่บริษัทจัดการยังดำเนินการบริหารและจัดการลงทุนกองทุนนี้ ทั้งนี้ เมื่อปรากฏกรณีดังกล่าวข้างต้น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิ โดยเป็นไปตามดุลยพินิจของบริษัทจัดการที่จะพิจารณาเปลี่ยนแปลงชนิดของหน่วยลงทุน (Class) และ/หรือกองทุนหลัก และ/หรือเปลี่ยนแปลงสกุลเงินลงทุนเป็นสกุลเงินอื่นใด รวมถึงแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลในเรื่องอื่นใดที่เกี่ยวข้องเพื่อให้สอดคล้องกับชนิดหน่วยลงทุน และ/หรือกองทุนหลักใหม่ดังกล่าว โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว โดยบริษัทจัดการจะนำเงินไปลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศอื่นใดที่มีนโยบายการลงทุนสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ และ/หรือนโยบายการลงทุนของกองทุน และในการโอนย้ายกองทุนดังกล่าว บริษัทจัดการอาจพิจารณาดำเนินการในครั้งเดียว หรือทยอยโอนย้ายเงินทุน ซึ่งอาจส่งผลให้ ในช่วงเวลาดังกล่าวกองทุนอาจมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนต่างประเทศมากกว่า 1 กองทุน โดยอาจเป็นกองทุนที่บริหารและจัดการลงทุนโดย Pacific Investment Management Company LLC หรือไม่ก็ได้ และ/หรือขอสงวนสิทธิในการเลิกโครงการจัดการ กองทุนนี้ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ทั้งนี้ หากมีการดำเนินการดังกล่าว บริษัทจัดการจะประกาศให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าโดยพลัน (2) ในกรณีที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุน หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือคณะกรรมการ ก.ล.ต. มีการแก้ไขเพิ่มเติมประกาศที่เกี่ยวข้องกับกฎเกณฑ์การลงทุน รวมถึงกฎเกณฑ์การลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือประกาศอื่นใดที่กระทบกับนโยบายการลงทุนของกองทุนนี้ในภายหลัง บริษัทจัดการจะดำเนินการปรับนโยบายการลงทุนดังกล่าวเพื่อให้เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน หรือประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ทั้งนี้ การสรุปสาระสำคัญในส่วนของกองทุนหลักได้ถูกคัดเลือกมาเฉพาะส่วนที่สำคัญและจัดแปลมาจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ ดังนั้น ในกรณีที่มีความแตกต่างหรือไม่สอดคล้องกับต้นฉบับภาษาอังกฤษ ให้ถือตามต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นเกณฑ์ สถานการณ์เชิงลบอย่างมากที่สุดที่เกิดขึ้น (Worst Case Scenario) ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการลงทุนในกองทุนหลัก กองทุนอาจมีประมาณการผลตอบแทนภายใต้สถานการณ์เชิงลบอย่างมากที่สุดที่เกิดขึ้น (Worst Case Scenario) ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการลงทุนในกองทุนหลัก และอาจส่งผลกระทบให้กองทุนมีผลขาดทุนสูงสุดจนไม่สามารถคืนเงินลงทุนให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนได้ที่ร้อยละ 100 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
Investment policy as filed with SEC Thailand.
actual = what the AMC currently charges · max = prospectus ceiling (no actual reported). Annual fees aren’t additive with one-time fees.