Principal Global Credit Fund
PRINCIPAL ASSET MANAGEMENT COMPANY LIMITED · Fixed Income · settlement T+4
↳ Invests in BNY Mellon Global Credit Fund · ไอร์แลนด์
✨Invests primarily in the BNY Mellon Global Credit Fund, focusing on global private debt securities and related assets, with some allocation to hybrid securities and ETFs.
1. กองทุนมีนโยบายการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียวคือ BNY Mellon Global Credit Fund (กองทุนหลัก) ชนิดหน่วยลงทุน (Share Class) USD W (Acc)โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน (Feeder Fund) กองทุนหลักเป็นกองทุนรวมที่จัดตั้งตามระเบียบของ UCITS (Undertakings for Collective Investment in Transferable Securities) ภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้องของประเทศไอร์แลนด์ และได้รับการควบคุมดูแลจากธนาคารกลางของไอร์แลนด์ ซึ่งเป็นสมาชิกสามัญของ International Organizations of Securities Commission (IOSCO) โดยกองทุนหลักบริหารและจัดการโดย BNY Mellon Fund Management (Luxembourg) S.A. ซึ่งกองทุนหลักมีเป้าหมายที่จะบรรลุวัตถุประสงค์การลงทุนโดยลงทุนอย่างน้อย 50% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ในตราสารหนี้ภาคเอกชนทั่วโลก ส่วนที่เหลือจะลงทุนในสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับ ตราสารหนี้ (ตราสารหนี้ที่ออกโดยรัฐบาล หน่วยงานระหว่างประเทศ และหน่วยงานความร่วมมือระหว่างประเทศ รวมถึงสกุลเงินตราต่างประเทศ เงินสดหรือสินทรัพย์เทียบเท่าเงินสด) บริษัทจัดการจะส่งคำสั่งซื้อขายหน่วยลงทุน โดยใช้เงินสกุลดอลลาร์สหรัฐอเมริกา (USD) เป็นสกุลเงินหลัก ในขณะที่กองทุนหลักอาจลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินในหลายสกุลเงิน และบริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงสกุลเงินในภายหลัง โดยคำนึงถึงและรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนและความเหมาะสมในทางปฏิบัติเป็นสำคัญ โดยถือว่าผู้ถือหน่วยลงทุนรับทราบและยินยอมให้ดำเนินการแล้ว 2. ส่วนที่เหลือกองทุนอาจพิจารณาลงทุนในตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน หน่วยลงทุนของกองทุน Exchange Traded Fund หน่วย CIS และ/หรือตราสารหนี้ที่มีลักษณะคล้ายเงินฝาก เงินฝาก ตราสารหนี้ทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศ ตราสารทางการเงิน และ/หรือหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น ทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศ ที่ออกโดยภาครัฐบาล รัฐวิสาหกิจ สถาบันการเงิน และ/หรือ ภาคเอกชนที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือของผู้ออกตราสารอยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (investment grade) รวมถึงตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Securities) และตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือผู้ออก (Issue/Issuer) ต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) หรือหลักทรัพย์ หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามที่ระบุไว้ในโครงการหรือตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) โดยอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่มีสินทรัพย์อ้างอิง ได้แก่ ทรัพย์สินต่าง ๆ ที่กองทุนสามารถลงทุนได้ อัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยน เครดิต สินค้าโภคภัณฑ์ ดัชนีกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ ดัชนีเงินเฟ้อ ดัชนีอ้างอิงอื่น ๆ เป็นต้น ตามดุลยพินิจของ บลจ. รวมถึงสินทรัพย์อ้างอิงอื่น ๆ ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสํานักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกําหนดหรือเห็นชอบให้กองทุนลงทุนได้ และเพื่อป้องกันความเสี่ยง (Hedging) จากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศโดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ซึ่งพิจารณาจากสภาวะของตลาดการเงินในขณะนั้น และปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น ทิศทางราคาหลักทรัพย์ ทิศทางอัตราดอกเบี้ย และทิศทางของค่าเงินหรืออัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงค่าใช้จ่ายในการป้องกันความเสี่ยง เป็นต้น อย่างไรก็ตามหากผู้จัดการกองทุนพิจารณาว่าการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนอาจไม่เป็นไปเพื่อประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุน หรือทำให้ผู้ถือหน่วยลงทุนเสียประโยชน์ที่อาจได้รับ ผู้จัดการกองทุนอาจไม่ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนก็ได้ กองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์หรือได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือลงทุนหรือมีไว้ซึ่งตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Securities) และตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือผู้ออก (Issue/Issuer) ต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) กองทุนอาจกู้ยืมเงิน หรือทําธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสํานักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกําหนด ในกรณีที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือคณะกรรมการตลาดทุนมีการแก้ไขเพิ่มเติมประกาศที่เกี่ยวข้องกับกฎเกณฑ์การลงทุนซึ่งกระทบกับนโยบายการลงทุนของกองทุนนี้ในภายหลัง บริษัทจัดการจะดำเนินการปรับนโยบายการลงทุนดังกล่าวเพื่อให้เป็นไปตามประกาศที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.กำหนด และให้ถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ทั้งนี้ ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวมตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วยก็ได้ โดยคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ (1) ช่วงระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม (2) ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนครบอายุโครงการหรือก่อนเลิกกองทุนรวม (3) ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ เงื่อนไขอื่นๆ 1. กรณีการลงทุนของกองทุนหน่วยลงทุน หรือกองทุนฟีดเดอร์มีลักษณะครบถ้วนตาม 1.1 และ 1.2 ให้บลจ.ดำเนินการตาม 1.3 1.1 ฐานะการลงทุนสุทธิของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ (1) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี <80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ หรือ (2) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี >80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ โดยกองทุนต่างประเทศไม่มีวัตถุประสงค์การลงทุนในทำนองเดียวกับกองทุนดัชนีหรือ ETF 1.2 NAV ของกองทุนปลายทาง มีการลดลงในลักษณะใดดังนี้ (1) NAV ณ วันใดวันหนึ่งลดลง > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง หรือ (2) ยอดรวมของ NAV ลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกันคิดเป็นจำนวน > 2/3 ของ NAV ของกองทุนปลายทาง 1.3 รายละเอียดการดำเนินการ แจ้งเหตุที่กองทุนปลายทางมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการของ บลจ. โดยคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวมให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และผู้ถือหน่วยลงทุนทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฎเหตุ เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการของกองทุนรวมตาม (1) ต่อผู้ที่สนใจจะลงทุนเพื่อให้ผู้ที่สนใจจะลงทุนรับรู้และเข้าใจเกี่ยวกับสถานะของกองทุนรวม ทั้งนี้ บริษัทจัดการกองทุนรวมต้องดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการดังกล่าวด้วย (3) ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินการตาม (1) ให้แล้วเสร็จภายใน 60 วันนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ (4) รายงานผลการดำเนินการให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการแล้วเสร็จ ทั้งนี้ ระยะเวลาในการดำเนินการตามข้อ (3) บริษัทจัดการสามารถขอผ่อนผันต่อสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. *กองทุนปลายทาง หมายถึง กองทุนที่กองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ไปลงทุน ซึ่งมีลักษณะเป็นไปตามหลักเกณฑ์โดยครบถ้วนดังนี้ (1) เป็นกองทุนรวมตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และให้หมายความรวมถึงกองทุนที่มีลักษณะเป็นการลงทุนร่วมกันของผู้ลงทุน ไม่ว่าจะจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือกฎหมายต่างประเทศและไม่ว่ากองทุนดังกล่าวจะจัดตั้งในรูปบริษัท ทรัสต์ หรือรูปแบบอื่นใด เช่น กองทุนอสังหาริมทรัพย์ต่างประเทศ (REIT) หรือโครงการจัดการลงทุน (collective investment scheme) เป็นต้น (2) เป็นกองทุนที่กองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ มีการลงทุนในกองทุนตาม (1) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของ NAVของกองทุนตาม (1) นั้น 2. บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะพิจารณาเปลี่ยนแปลงชนิดของหน่วยลงทุนของกองทุนหลัก (classes หรือ sub-classes) หรือขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงกองทุนรวมต่างประเทศที่ลงทุนที่แตกต่างไปจากที่ระบุในรายละเอียดโครงการกองทุนนี้โดยขึ้นอยู่กับดุลพินิจของบริษัทจัดการ ซึ่งกองทุนรวมต่างประเทศที่พิจารณาเลือกทดแทนกองทุนเดิม จะต้องมีนโยบายการลงทุนที่สอดคล้องหรือใกล้เคียงกับนโยบายการลงทุนของกองทุนนี้ ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงและรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ 3. บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตเป็นกองทุนรวม Fund of Funds หรือ กองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในหลักทรัพย์และทรัพย์สินที่กองทุนลงทุนได้ หรือกลับมาเป็นกองทุนรวม Feeder Fund ได้โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (risk profile) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน โดยขึ้นกับสถานการณ์ตลาด และต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งผู้ถือหน่วยลงทุนล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน โดยผ่านเว็บไซต์ของบริษัทจัดการที่ www.principal.th หรือช่องทางอื่นใดที่บริษัทจัดการกำหนดก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงการลงทุนดังกล่าว 4. บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะนำเงินลงทุนบางส่วนหรือทั้งหมดมาลงทุนในประเทศไทย ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของกองทุนโดยรวม เช่น ในกรณีที่มีความผิดปกติของตลาด หรือในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงของภาวะตลาดหรือการคาดการณ์ภาวะตลาดทำให้การลงทุนในต่างประเทศขาดความเหมาะสมในทางปฏิบัติ หรือกรณีอื่นใดที่เกิดจากสาเหตุที่ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น การเปลี่ยนแปลงของกฎหมาย หรือประกาศที่เกี่ยวข้อง หรือเกิดภาวะสงคราม เป็นต้น จึงอาจมีบางขณะที่กองทุนไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามอัตราส่วนการลงทุนที่กำหนดได้ และบริษัทจัดการจะรายงานการไม่สามารถลงทุนตามสัดส่วนการลงทุนต่อสำนักงาน ก.ล.ต. เนื่องจากกองทุนหลักจัดตั้งเป็นกองทุนรวมตราสารหนี้ ซึ่งกองทุนหลักมีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ภาคเอกชนทั่วโลกอย่างน้อย 50% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก ในตราสารหนี้ภาคเอกชนทั่วโลกซึ่งไม่ขัดกับระเบียบของ UCITS อย่างไรก็ดี โดยปกติตามเกณฑ์ไทยที่เกี่ยวข้องกองทุนรวมตราสารหนี้ต้องมีการลงทุนในตราสารหนี้โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมดของกองทุนหลัก แต่เนื่องจากกองทุนไทยมีลักษณะเป็นกองทุน Feeder Fund ซึ่งเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว (กองทุนหลัก) ซึ่งตามประกาศที่ ทน.87/2558 หรือประกาศอื่นใดที่เกี่ยวข้องหรือที่จะแก้ไขเพิ่มเติมต่อไป ได้อนุญาตให้กองทุนไทยสามารถกําหนดประเภทกองทุนตามชื่อหรือนโยบายการลงทุนของกองทุนหลักได้ ดังนั้น จึงสามารถกําหนดประเภทของกองทุนให้เป็นกองทุนรวมตราสารหนี้ได้ สรุปสาระสำคัญของกองทุน BNY Mellon Global Credit Fund (กองทุนหลัก) กองทุน BNY Mellon Global Credit Fund ชื่อกองทุน : BNY Mellon Global Credit Fund Class : USD W (Acc) ประเภท : กองทุนรวมตราสารหนี้ อายุโครงการ : ไม่กำหนด วันจัดตั้งกองทุน : 29 กุมภาพันธ์ 2559 ประเทศที่จดทะเบียนจัดตั้ง : ไอร์แลนด์ สกุลเงินของกองทุน : USD วันทำการซื้อขาย : ทุกวันทำการซื้อขายของกองทุนหลัก การจ่ายปันผล : ไม่มี บริษัทจัดการลงทุน : BNY Mellon Fund Management (Luxembourg) S.A. ผู้เก็บรักษาทรัพย์สินของกองทุน : The Bank of New York Mellon SA/NV, Dublin Branch วัตถุประสงค์ในการลงทุน : กองทุนมีเป้าหมายเพื่อให้ได้รับผลตอบแทนรวม (Total Return) จากรายได้และ การเติบโตจากหลักทรัพย์ที่ลงทุน นโยบายการลงทุน : -กองทุนมีเป้าหมายที่จะบรรลุวัตถุประสงค์การลงทุนโดยลงทุนมากกว่า 50% ของ มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ในตราสารหนี้ภาคเอกชนทั่วโลก ส่วนที่เหลือจะลงทุนในสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับตราสารหนี้ (ตราสารหนี้ที่ออกโดยรัฐบาล หน่วยงานระหว่างประเทศ และองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศ รวมถึงสกุลเงินตราต่างประเทศ เงินสดหรือสินทรัพย์เทียบเท่าเงินสด) - กองทุนอาจลงทุนในตราสารหนี้หรือสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับตราสารหนี้ (ภาระผูกพันหรือหนี้, ตั๋วเงินคลัง, หุ้นกู้, พันธบัตร, สินเชื่อ (Loans), ตราสารหนี้ที่มีหลักทรัพย์คํ้าประกัน (Asset-Backed Securities), ตราสารหนี้ที่มีอสังหาริมทรัพย์เป็นหลักทรัพย์คํ้าประกัน (Mortgage-Backed Securities) บัตรเงินฝาก (certificates of deposit), ตราสารหนี้ที่จ่ายดอกเบี้ยแบบลอยตัว (floating rate notes), ภาระผูกพันหรือหนี้ระยะสั้นและระยะกลาง และ ตราสารหนี้ภาคเอกชนระยะสั้น (commercial paper) ซึ่งอาจคงที่ ลอยตัว หรืออาจแปรผกผันตามอัตราดอกเบี้ยที่อ้างอิง ซึ่งออกหรือค้ำประกันโดยภาครัฐ หรือหน่วยงานท้องถิ่น หน่วยงานระหว่างประเทศ ธนาคาร องค์กร หรือผู้ออกเชิงพาณิชย์อื่นๆ และกองทุนอาจลงในตราสารแปลงสภาพโดยมีเงื่อนไข (Contingent Convertible Securities หรือ (“CoCos”)) ได้ไม่เกิน 10% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ทั้งนี้ CoCos ที่กองทุนลงทุนจะไม่แฝงด้วยตราสารอนุพันธ์ (Financial Derivative Instruments (“FDI”)) หรือก่อหนี้ (Leverage) - กองทุนอาจลงทุนในสกุลเงินเพื่อป้องกันความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนและเพื่อสร้างผลตอบแทนให้กับกองทุน - กองทุนอาจลงทุนในตราสารอนุพันธ์ (Financial Derivative Instruments (FDI)) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) เพื่อป้องกันความเสี่ยง และเพื่อการลงทุน (Investment purpose) ซึ่งอาจมีการลงทุนใน FDI ทั้งในสถานะซื้อและขาย (Long & Short Position) - กองทุนมีการลงทุนในตราสารหนี้ทั่วโลก โดยไม่ได้เน้นการลงทุนที่กระจุกตัวในบางภูมิภาค หรือบางอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม อาจมีบางครั้งที่กองทุนอาจมีการลงทุนกระจุกตัวในตราสารบางประเทศ หรือบางภูมิภาคได้ เพื่อให้สอดคล้องกับดัชนีชี้วัด โดยผู้จัดการกองทุนเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อกองทุน - กองทุนอาจลงทุนได้มากกว่า 20% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ในตราสารหนี้ในตลาดเกิดใหม่ (Emerging market dept securities) รวมถึงพันธบัตรในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐที่ออกโดยรัฐบาลของประเทศกำลังพัฒนา (Brady bonds), พันธบัตรภาครัฐยุโรป (sovereign Eurobonds) หุ้นกู้ (corporate bonds) สินเชื่อ (Loans) สินเชื่อภาครัฐ (sovereign loans) ตั๋วเงินคลังท้องถิ่น (local treasury bills) พันธบัตร บัตรเงินฝาก ตราสารหนี้ภาคเอกชน(Commercial paper) ตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (structured notes) ตราสารตลาดเงิน โดยการลงทุนในตราสารหนี้ในตลาดเกิดใหม่จะลงทุนในระดับ investment grade เท่านั้น - ณ วันที่ลงทุน กองทุนจะลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือขั้นต่ำในระดับ B- หรือเทียบเท่า ตามการจัดอันดับความน่าเชื่อถือโดยสถาบันการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ในกรณีที่กองทุนมีการลงทุนในตราสารหนี้ที่มีหลักทรัพย์คํ้าประกัน (Asset-Backed Securities) ตราสารหนี้ที่มีอสังหาริมทรัพย์เป็นหลักทรัพย์คํ้าประกัน (Mortgage-Backed Securities) และ structured notes จะต้องมีการจัดอันดับความน่าเชื่อถืออย่างน้อย BBB- จากสถาบันการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ได้รับการยอมรับ สำหรับตราสารที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (unrated) จะต้องมีคุณภาพเทียบเท่าอันดับความน่าเชื่อถือดังกล่าวตามดุลยพินิจผู้จัดการกองทุน ทั้งนี้หากหลักทรัพย์ใดๆ มีคุณสมบัติต่ำกว่าที่กำหนดหลังจากการเข้าซื้อ หลักทรัพย์ดังกล่าวจะถูกขายออกภายใน 6 เดือนหลังจากที่ถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือ เว้นแต่จะมีการถูกปรับเพิ่มระดับความน่าเชื่อถือในเวลานั้น - กองทุนอาจลงทุนโดยรวมได้ไม่เกิน 25% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ในตราสารหนี้หรือที่เกี่ยวข้องกับตราสารหนี้ (ที่มีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ BB+ หรือต่ำกว่า (แต่ต้องไม่ต่ำกว่า B- หรือเทียบเท่า) ที่จัดอันดับโดยสถาบันการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ - กองทุนจะลงทุนไม่เกิน 10% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ในหลักทรัพย์ที่ออก หรือรับประกันโดยภาครัฐรายเดียวกันที่มีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่า Investment grade ซึ่งภาครัฐดังกล่าวรวมถึงรัฐบาล หน่วยงานสาธารณะ หรือหน่วยงานท้องถิ่นด้วย - กองทุนลงทุนได้ไม่เกิน 10% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ในหลักทรัพย์ที่เปลี่ยนมือได้ หรือตราสารตลาดเงินที่ไม่ได้รับการยอมรับหรือมีการซื้อขายใน Eligible market ตามข้อบังคับของ UCITS - กองทุนอาจลงทุนในสินทรัพย์สภาพคล่อง เงินสด หรือเทียบเท่าเงินสดใน CIS ได้ไม่เกิน 10% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน (รวมถึง ETF และกองทุนตลาดเงิน) เพื่อสภาพคล่องหรือเพื่อวัตถุประสงค์ในการลงทุนโดยหน่วย CIS นั้นจะต้องสอดคล้องกับนโยบายการลงทุน - แม้ว่าสกุลเงินของกองทุนคือดอลล่าร์สหรัฐ แต่กองทุนอาจลงทุนในสินทรัพย์ที่นอกเหนือจากดอลล่าร์สหรัฐได้ โดยไม่จำเป็นต้องป้องกันความเสี่ยงกลับมาเป็นดอลล่าร์สหรัฐ - นอกจากนี้กองทุนอาจลงทุนได้ไม่เกิน 10% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ในตราสารหนี้หรือที่เกี่ยวข้องกับตราสารหนี้ในสาธารณรัฐประชาชนจีน (People’s Republic of China (PRC)) ที่มีการซื้อขายในตลาด China interbank bond market (CIBM) ผ่าน Bond Connect - กองทุนหลักไม่ได้สนับสนุนด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมตามมาตรา 8 ของเกณฑ์ Sustainable Finance Disclosure Regulation "SFDR"และไม่มีการลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อความยั่งยืนตามมาตรา 9 ของเกณฑ์ SFDR โดยกองทุนหลักถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มกองทุนตามมาตรา 6 ของเกณฑ์ SFDR - การลงทุนในสินเชื่อ (Loans) : กองทุนสามารถลงทุนได้ไม่เกิน 10% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิในสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกัน (unsecuritised loan participations) และ loan assignments ที่มีการซื้อขายตามปกติในตลาดเงิน มีสภาพคล่อง และมีราคาที่สามารถกำหนดได้ตลอดเวลา - การจัดการเงินสดและหลักประกัน: กองทุนอาจลงทุนในสินทรัพย์สภาพล่อง หรือเทียบเท่าเงินสดเป็นครั้งคราวเพื่อสภาพคล่องและครอบคลุมความเสี่ยงที่เกิดจากการลงทุนตรงในต่างประเทศ ภายใต้สถานการณ์ไม่ปกติ (เช่น market crash หรือเกิดวิกฤติ) กองทุนอาจลงทุนชั่วคราวในสินทรัพย์สภาพคล่องได้ถึง 100% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน เพื่อบริหารกระแสเงินสด โดยสินทรัพย์สภาพคล่องดังกล่าวอาจรวมถึงตราสารหนี้ หรือที่เกี่ยวข้องกับตราสารหนี้ เงินฝากธนาคาร ภาระผูกพัน ที่ออกหรือค้ำประกันโดยรัฐบาลหรือหน่วยงานภาครัฐ ตราสารหรือภาระผูกพันที่ออกโดยหน่วยงานระหว่างประเทศ ธนาคาร บริษัท หรือผู้ออกเชิงพาณิชย์อื่นๆ โดยผู้ออกหรือผู้ค้ำประกัน และหลักทรัพย์จะต้องมีอันดับความน่าเชื่อถือ ณ วันที่ซื้ออย่างน้อย A1/P1 (หรือเทียบเท่า) จากสถาบันการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ - กองทุนอาจลงทุนในกองทุนตลาดเงิน รวมถึงกองทุน UCITS ในไอร์แลนด์ ที่บริหารโดย Insight Investment Funds Management Limited ที่ได้รับคำแนะนำจากผู้จัดการกองทุน - การลงทุนในหน่วย CIS (Collective Investment Schemes): กองทุนอาจลงทุนในหน่วย CIS ได้ไม่เกิน 10% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน รวมถึงการลงทุนใน ETF การลงทุนในกองทุนปิดประเภท ETF จะต้องสามารถโอนเปลี่ยนมือได้ตามข้อกำหนดข้องธนาคารกลาง (Central Bank) ทั้งนี้ตราสารหนี้หรือที่เกี่ยวข้องกับตราสารหนี้ที่ CIS ดังกล่าวลงทุน ณ เวลาที่ซื้อจะต้องมีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือไม่ต่ำกว่า B- (หรือเทียบเท่า) หรือในกรณีมีการลงทุนในตราสารหนี้ที่มีหลักทรัพย์คํ้าประกัน (Asset-Backed Securities), ตราสารหนี้ที่มีอสังหาริมทรัพย์เป็นหลักทรัพย์คํ้าประกัน (Mortgage-Backed Securities) และการลงทุนอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงด้านเครดิต จะต้องมีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือไม่ต่ำกว่า BBB- (หรือเทียบเท่า) ที่จัดอันดับโดยจากสถาบันการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ กลยุทธ์การลงทุน กองทุนมีกลยุทธ์การลงทุนโดยจะพิจารณาจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจมหภาค ได้แก่ ระดับการจ้างงาน อัตราเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ย รวมถึงปัจจัยอื่นที่อาจส่งผลกระทบต่อตราสารหนี้ ตราสารที่เกี่ยวข้องกับตราสารหนี้ และสกุลเงินตราต่างประเทศ นอกจากนี้ กองทุนจะวิเคราะห์ความแตกต่างของหลักทรัพย์แต่ละประเภทที่อยู่ในพอร์ตการลงทุน ได้แก่ การจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ตราสารหนี้ของกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ (Emerging markets) ตราสารหนี้ภาครัฐ และสกุลเงิน เพื่อประเมินศักยภาพในการสร้างผลตอบแทน หลังจากนั้นกองทุนจะกระจายการลงทุนในหลักทรัพย์ดังกล่าว รวมถึงมีการพิจารณาปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย เพื่อเลือกใช้กลยุทธ์ที่เหมาะสม โดยผู้จัดการกองทุนอาจพิจารณาลงทุนในตราสารอนุพันธ์ (Financial Derivative Instruments (FDI)) หรือหน่วย CIS แทนการซื้อหลักทรัพย์นั้นโดยตรง ทั้งนี้ ผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาข้อมูลที่จัดทำขึ้นโดยหน่วยงานด้านสินเชื่อที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะในหมวดธุรกิจหรืออุตสาหกรรมเพื่อเลือกลงทุน เช่น ตราสารหนี้ที่ออกโดยผู้ออกตราสารในกลุ่มอุตสาหกรรมโทรคมนาคม รถยนต์ เทคโนโลยี และการผลิต รวมถึงตราสารหนี้ภาครัฐ เป็นต้น ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายของกองทุนรวม ค่าธรรมเนียมการสั่งซื้อหน่วยลงทุน (Max Initial Charge) : 5.00% (ยกเว้น) ค่าธรรมเนียมการขายคืนหน่วยลงทุน (Redemption Fee) : ไม่มี ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fees) : 0.40% ต่อปี หมายเหตุ: กองทุนหลักอาจมีการเปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆของกองทุนได้ ตัวชี้วัด (benchmark) : Bloomberg Barclays Global Aggregate Credit TR USD Hedged Bloomberg ticker : BMGCWAU ID ISIN : IE00BYZW5L40 ดูข้อมูลกองทุนหลักเพิ่มเติมได้ที่ BNY Mellon Global Credit Fund - USD W (Acc.) (bnymellonim.com) หมายเหตุ :ข้อความในส่วนกองทุนหลักได้ถูกเลือกมาเฉพาะส่วนที่สำคัญซึ่งแปลมาจากฉบับภาษาอังกฤษ ดังนั้นกรณีที่มีความไม่สอดคล้องหรือแตกต่างกับทางต้นฉบับภาษาอังกฤษ ให้ถือตามต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นเกณฑ์ ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องของกองทุนหลัก ความเสี่ยงจากการลงทุนในตราสารหนี้ (Fixed Income Securities) การลงทุนในตราสารหนี้มักมีความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ย ด้านภาคอุตสาหกรรม ด้านความมั่นคงและเครดิต กองทุนอาจลงทุนในตราสารหนี้ที่ได้รับการจัดอันดับต่ำกว่า Baa (หรือเทียบเท่า) ที่ได้รับการจัดอันดับโดยหน่วยงานที่ได้รับการยอมรับ (Credit Rating Agencies) อันดับเครดิตที่ต่ำจะสะท้อนถึงความเป็นไปได้มากขึ้นที่จะเปลี่ยนแปลงในเชิงลบของสถานะการเงินของผู้ออกหลักทรัพย์ หรือในสภาวะเศรษฐกิจโดยทั่วไป หรือการปรับเพิ่มของอัตราดอกเบี้ยโดยไม่คาดคิด อาจทำให้ความสามารถของผู้ออกหลักทรัพย์ ในการชำระดอกเบี้ยและเงินต้นมีความเสี่ยงที่จะผิดนัดชำระหนี้สูงขึ้น ซึ่งอาจกระทบต่อมูลค่าเงินลงทุนของกองทุน ในกรณีที่หลักทรัพย์ไม่มีตลาดซื้อขายที่มีสภาพคล่อง กองทุนอาจไม่สามารถกำหนดมูลค่ายุติธรรมของหลักทรัพย์ดังกล่าวได้ ปริมาณธุรกรรมที่ได้รับผลกระทบในตลาดตราสารหนี้ระหว่างประเทศบางแห่งอาจต่ำกว่าตลาดที่ใหญ่กว่า เช่น สหรัฐอเมริกา ดังนั้นการลงทุนของกองทุนในตลาดดังกล่าวอาจมีสภาพคล่องน้อยกว่าและราคาอาจมีความผันผวนมากกว่าการลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายในตลาดที่มีปริมาณการซื้อขายมากขึ้น นอกจากนี้ระยะเวลาการชำระหนี้ในบางตลาดอาจนานกว่าในตลาดอื่นๆ ซึ่งอาจส่งผลต่อสภาพคล่องของกองทุน ความเสี่ยงจากการลงทุนในตราสารประเภท High Yield หลักทรัพย์ที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในระดับต่ำกว่ามักจะให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าหลักทรัพย์ที่มีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่สูงกว่า เพื่อชดเชยความน่าเชื่อถือทางเครดิตที่ลดลงและความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นในการผิดนัดชำระหนี้ของหลักทรัพย์เหล่านี้ โดยทั่วไปหลักทรัพย์ที่มีการจัดอันดับต่ำกว่ามักจะสะท้อนถึงการพัฒนาขององค์กรและตลาดในระยะสั้นในระดับที่มากกว่าหลักทรัพย์ที่มีการจัดอันดับที่สูงกว่า หลักทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบต่อความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยโดยทั่วไปเป็นหลัก ในช่วงที่เศรษฐกิจตกต่ำหรืออัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้ออกหลักทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงที่มีเลเวอเรจสูงอาจประสบกับความเครียดทางการเงินและอาจไม่มีรายได้เพียงพอที่จะชำระภาระผูกพันในการจ่ายดอกเบี้ย การที่มีผู้ที่ลงทุนจำนวนน้อยลงทุนในตราสารที่มีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในระดับต่ำและอาจเป็นเรื่องยากที่จะซื้อและขายหลักทรัพย์ในเวลาที่เหมาะสม ดังนั้น หลักทรัพย์ดังกล่าวโดยทั่วไปจะมีสภาพคล่องต่ำ มีความผันผวนสูงกว่า และมีความเสี่ยงในการสูญเสียเงินต้นและดอกเบี้ยมากกว่าตราสารหนี้ที่มีอันดับสูง ความเสี่ยงจากการลงทุนในตราสารแปลงสภาพโดยเงื่อนไข (Contingent Convertible Securities Risks ) ตราสารแปลงสภาพโดยมีเงื่อนไข มีลักษณะคล้ายกับตราสารหนี้แปลงสภาพ อย่างไรก็ตาม โอกาสที่ตราสารหนี้จะแปลงสภาพเป็นตราสารทุน จะต้องไปตามเงื่อนไขการแปลงสภาพของตราสาร ทั้งนี้จะไม่มีการรับประกันได้ว่าผู้ออกตราสารจะแปลงสภาพตราสารหนี้เป็นตราสารทุน ซึ่งอาจส่งผลให้กองทุนอาจขาดทุนจากการลงทุน เนื่องจากมูลค่าของตราสารแปลงสภาพดังกล่าวอาจปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ตราสารแปลงสภาพโดยมีเงื่อนไข อาจมีการยกเลิกการจ่ายดอกเบี้ยโดยผู้ออกตราสารได้ ซึ่งกองทุนจะไม่สามารถเรียกร้องใดๆได้ ความเสี่ยงจากการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Financial Derivatives Instrument Risks) กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการลงทุนหรือเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการกองทุนจะลงทุนใน FDI แทนการลงทุนในสินทรัพย์อ้างอิงโดยตรง เช่น อัตราดอกเบี้ยหรืออัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งกลยุทธ์ที่ออกแบบมาเพื่อลดความเสี่ยงอื่นๆ อย่างไรก็ตาม การใช้ FDI มีความเสี่ยงแตกต่างหรืออาจมากกว่าความเสี่ยง จากการลงทุนโดยตรงในสินทรัพย์อ้างอิง อาจทำให้กองทุนขาดทุนมากกว่าจำนวนเงินต้นที่ลงทุนได้ ข้อความในส่วนกองทุนหลักได้ถูกเลือกมาเฉพาะส่วนที่สำคัญซึ่งแปลมาจากฉบับภาษาอังกฤษ ดังนั้นกรณีที่มีความไม่สอดคล้องหรือแตกต่างกับทางต้นฉบับภาษาอังกฤษ ให้ถือตามต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นเกณฑ์ อนึ่ง กองทุนหลักอาจมีการแก้ไขเพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ ของกองทุนหลักได้ หรือในกรณีที่กองทุนหลักมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลต่างๆ หรือมีการแก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการ ซึ่งบริษัทจัดการเห็นว่าไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะแก้ไข/เพิ่มเติม/เปลี่ยนแปลงให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของกองทุนหลักโดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว โดยจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบตามที่ประกาศสำนักงาน ก.ล.ต. กำหนด ทั้งนี้ หากข้อมูลที่มีการแก้ไขไม่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ บริษัทจัดการจะทำการแก้ไขข้อมูลและแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบทางหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ และเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ
Investment policy as filed with SEC Thailand.
actual = what the AMC currently charges · max = prospectus ceiling (no actual reported). Annual fees aren’t additive with one-time fees.