Asset Plus Global Carbon Credit Fund Not for Retail Investors
ASSET PLUS FUND MANAGEMENT COMPANY LIMITED · Other
↳ Invests in KraneShares Global Carbon Strategy ETF · สหรัฐอเมริกา
✨Invests primarily in the KraneShares Global Carbon Strategy ETF, focusing on carbon credit futures to track the IHS Markit Global Carbon Index.
กองทุนมีนโยบายเน้นลงทุนในกองทุน KraneShares Global Carbon Strategy ETF (กองทุนหลัก) (เดิมชื่อ KraneShares Global Carbon ETF) เป็นกองทุนประเภท Exchange Traded Fund (ETF) ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (New York Stock Exchange : NYSE) ประเทศสหรัฐอเมริกาเพียงตลาดเดียว กองทุนหลักมี Krane Funds Advisors, LLC (“Krane” or “Adviser”) ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาการลงทุนของกองทุนหลักและมีหน้าที่รับผิดชอบในการทบทวน กำกับดูแล และบริหารโปรแกรมการลงทุนของกองทุนหลักอย่างต่อเนื่อง และมีที่ปรึกษาการลงทุนย่อย (“Sub-Adviser”) ชื่อ Climate Finance Partners LLC (“CFP” or “Sub-Adviser”) เพื่อให้คำปรึกษาอย่างเป็นกลางกับกองทุนหลัก ซึ่งรวมถึงการให้คำแนะนำ การวิจัย และความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนของกองทุนหลัก โดยมี Head of Capital Markets ของ Krane Funds Advisors, LLC ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการพอร์ตการลงทุนของกองทุนหลักเพื่อให้ผลตอบแทนของกองทุนหลักใกล้เคียงกับดัชนี IHS Markit Global Carbon Index ซึ่งเป็นดัชนีอ้างอิง ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนในกองทุนหลักด้วยสกุลเงินดอลล่าร์สหรัฐ (USD) และกองทุนหลักจะนำเงินไปลงทุนต่อในสกุลเงินต่างๆ เช่น ดอลล่าร์สหรัฐ (USD) ยูโร (EUR) และ ปอนด์ (GBP) เป็นต้น โดยจะมี Net Exposure ในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศดังกล่าวโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน กองทุนหลักมีวัตถุประสงค์การลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าคาร์บอนเครดิต (Carbon Credit Futures) เพื่อสร้างผลตอบแทนก่อนหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายให้ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนี IHS Markit Global Carbon Index ซึ่งเป็นดัชนีที่ประกอบด้วยสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฟิวเจอร์ส (Futures Contracts) สำหรับสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Emission Allowances) ที่ออกโดยหน่วยงานที่เป็นผู้กำหนดระบบการกำกับดูแลด้าน “Cap and Trade” (“Cap and Trade” Regulatory Regimes) ต่างๆ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระยะยาวและเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ กองทุนหลักมีการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) ไม่จำกัดอัตราส่วน ทั้งนี้ กองทุนหลักจะไม่ทำทำธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) ธุรกรรมประเภทการให้ยืมหลักทรัพย์ (Securities Lending) ธุรกรรมการขายหลักทรัพย์ที่ต้องยืมมาเพื่อการส่งมอบ (Short Sell) และไม่ลงทุนในหน่วย Private Equity รวมถึงการกู้ยืมเงินเพื่อประโยชน์ในการจัดการลงทุน ในส่วนที่เหลือ กองทุนจะพิจารณาลงทุนในตราสารทุน ตราสารหนี้ และ/หรือตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน และ/หรือตราสารทางการเงิน และ/หรือเงินฝาก และ/หรือหน่วย CIS และ/หรือหน่วยลงทุนกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์/REITs และ/หรือหน่วยลงทุนกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน และ/หรือหน่วยลงทุนกองทุนสินค้าโภคภัณฑ์ และ/หรือกองทุนอีทีเอฟ (ETF) และ/หรือทรัพย์สินอื่นใดที่มีลักษณะทำนองเดียวกันโดยได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือคณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนดให้กองทุนลงทุนได้ ทั้งนี้ จะมีการลงทุนที่ส่งผลให้มี Net Exposure ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน กองทุนอาจมีการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management (EPM)) ทั้งเพื่อวัตถุประสงค์ในการลงทุนหรือการป้องกันความเสี่ยง และ/หรือตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-Investment Grade) และ/หรือตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) และ/หรือตราสารทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) ได้ รวมถึงอาจทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด ทั้งนี้ กองทุนจะไม่ลงทุนหน่วย Private Equity ตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) และไม่ทำธุรกรรมการขายหลักทรัพย์ที่ต้องยืมมาเพื่อการส่งมอบ (Short Sale) รวมถึงการกู้ยืมเงินเพื่อประโยชน์ในการจัดการลงทุน เว้นแต่เป็นการกู้ยืมและ Repo เพื่อบริหารสภาพคล่องของกองทุนรวมตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด สำหรับการลงทุนในต่างประเทศ บริษัทจัดการมีนโยบายที่จะทำการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ตามความเหมาะสมสำหรับสภาวะการณ์ในแต่ละขณะ ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน โดยผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาจากปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เช่น ปัจจัยทางเศรษฐกิจ การเงิน การคลัง เป็นต้น เพื่อคาดการณ์ทิศทางอัตราแลกเปลี่ยน การคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวมตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วยก็ได้ ทั้งนี้ โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ 1. ช่วงระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม 2. ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนเลิกกองทุนรวม 3. ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมากหรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตเป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds) หรือลงทุนในตราสารทุนโดยตรงในต่างประเทศได้ หรือสามารถกลับมาเป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund) โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (Risk Profile) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน และเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของ ผู้ถือหน่วยลงทุน อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งผู้ถือหน่วยลงทุนล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนการดำเนินการเปลี่ยนแปลง โดยประกาศผ่านเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ ในกรณีที่บริษัทจัดการเห็นว่าการลงทุนในกองทุนหลัก ไม่เหมาะสมอีกต่อไป เช่น กองทุนหลักมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุน หรือลักษณะสำคัญของกองทุน หรือการลงทุนไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกองทุนหลัก หรือมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นใดที่ขัดต่อหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด เป็นต้น และ/หรือผลตอบแทนของกองทุนหลักไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ และ/หรือมีขนาดกองทุนลดต่ำลงอย่างมีนัยสำคัญ และ/หรือไม่สามารถลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนหลักดังกล่าวได้อีกต่อไป บริษัทจัดการสงวนสิทธิที่จะนำเงินลงทุนไปลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศอื่นที่มีนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกัน หรือขอสงวนสิทธิที่จะยกเลิกกองทุนเปิด แอสเซทพลัส โกลบอล คาร์บอนเครดิต ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย โดยถือว่าได้รับมติเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้วและจะคำนึงประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะรายงานให้สำนักงาน ก.ล.ต. ทราบ และประกาศให้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนดำเนินการดังกล่าวผ่านเว็บไซต์บริษัทจัดการ ทั้งนี้ ระหว่างการโอนย้ายหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนไปยังกองทุนต่างประเทศอื่นข้างต้น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการพิจารณาดำเนินการครั้งเดียวหรือหลายครั้งก็ได้ โดยการทยอยโอนย้ายเงินลงทุนอาจส่งผลให้ช่วงระยะเวลาดังกล่าวกองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศมากกว่า 1 กองทุน ตามที่ระบุไว้ในโครงการข้างต้น และจะยกเว้นไม่นำเรื่องอัตราส่วนการลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนหลักโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และการลงทุนในต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนมาบังคับใช้ระหว่างการดำเนินการดังกล่าว อย่างไรก็ตาม หากบริษัทจัดการไม่สามารถลงทุนในกองทุนอื่นใดที่มีนโยบายสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ บริษัทจัดการอาจพิจารณาดำเนินการยกเลิกโครงการจัดการกองทุนรวมได้ กรณีการลงทุนของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์มีลักษณะครบถ้วนตาม 1. และ 2. บริษัทจัดการจะดำเนินการตาม 3. 1. ฐานะการลงทุนสุทธิของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ (1) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี < 80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ หรือ (2) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ≥ 80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์โดยกองทุนต่างประเทศไม่มีวัตถุประสงค์การลงทุนในทำนองเดียวกับกองทุนดัชนีหรือ ETF 2. NAV ของกองทุนปลายทาง มีการลดลงในลักษณะดังนี้ (1) NAV ณ วันใดวันหนึ่งลดลง > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง หรือ (2) ยอดรวมของ NAV ลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกันคิดเป็นจำนวน > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง 3. รายละเอียดการดำเนินการ การดำเนินการ ระยะเวลาดำเนินการ 3.1 แจ้งเหตุที่กองทุนปลายทางมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการของ บลจ. ให้สำนักงานและผู้ถือหน่วย (แนวทางการดังกล่าวต้องคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยโดยรวม) ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ 3.2 เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการตาม 3.1 ต่อผู้ลงทุนทั่วไป (ดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวด้วย) พร้อม 3.1 3.3 ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินการตาม 3.1 ภายใน 60 วันนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ 3.4 รายงานผลการดำเนินการตาม 3.3 ให้สำนักงานทราบ ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการตาม 3.3 แล้วเสร็จ สรุปข้อมูลสำคัญ KraneShares Global Carbon Strategy ETF (กองทุนหลัก) (แหล่งที่มาของข้อมูล : Summary Prospectus as of August 1, 2022) ชื่อกองทุน KraneShares Global Carbon Strategy ETF ก่อตั้งเมื่อวันที่ วันที่ 30 กรกฎาคม 2020 จดทะเบียนซื้อขาย ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (New York Stock Exchange : NYSE) Ticker KRBN ISIN Code US5007676787 สกุลเงิน ดอลล่าร์สหรัฐ (USD) วันทำการซื้อขายหน่วยลงทุน ทุกวันทำการ ที่ปรึกษาการลงทุน (Investment Adviser) Krane Funds Advisors, LLC (“Krane” or “Adviser”) ที่ปรึกษาการลงทุนย่อย (Sub-Adviser) Climate Finance Partners LLC (“Sub-Adviser”) วัตถุประสงค์การลงทุน มีวัตถุประสงค์ที่จะลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนก่อนหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายให้ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนี IHS Markit Global Carbon Index (“ดัชนี”) ซึ่งเป็นดัชนีที่ประกอบด้วยสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฟิวเจอร์ส (Futures Contracts) สำหรับสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Emission Allowances) ที่ออกโดยหน่วยงานที่เป็นผู้กำหนดระบบการกำกับดูแลด้าน “Cap and Trade” (“Cap and Trade” Regulatory Regimes) ต่างๆ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระยะยาวและเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ กลยุทธ์การลงทุนหลัก ในการบรรลุวัตถุประสงค์ของการลงทุน กองทุนจะรักษาระดับการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่เป็น Carbon Credit Futures ที่มีลักษณะคล้ายกันอย่างมากกับสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่เป็นองค์ประกอบของดัชนี ซึ่งเป็นดัชนีที่ประกอบด้วยสัญญาซื้อขายล่วงหน้าสำหรับสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Futures Contracts on Emission Allowances) ที่ออกโดย “Cap and Trade” Regulatory Regimes ต่างๆ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระยะยาว นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนทั้งโดยตรงและโดยทางอ้อมในตราสารหนี้บางประเภท ดัชนีเป็นเครื่องมือวัดผลการดำเนินงานของพอร์ตการลงทุนในสินทรัพย์ที่เป็น Carbon Credit Futures ที่มีสภาพคล่องสูง และต้องมีการส่งมอบสินค้า (Physical Delivery) สำหรับ Emission Allowances ที่ออกภายใต้ระบบ Cap and Trade Regimes ทั้งนี้ Emission Allowance หรือ Carbon Credit เป็นหน่วยวัดของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (โดยปกติจะเท่ากับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในปริมาณหนึ่งตัน) ที่ผู้เป็นเจ้าของสิทธิหรือ Credit ได้รับอนุญาตให้สามารถปล่อยได้ โดยที่ Cap and Trade Regime มีความพยายามที่จะลด Emission Allowances หรือ Carbon Credits ดังกล่าวในระยะยาว เพื่อจูงใจให้ผู้ประกอบการต่างๆ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อลดปัญหาจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ โดยดัชนีจะประกอบด้วยสัญญา Carbon Credit Futures ที่ครบอายุในเดือนธันวาคมในหนึ่งหรือสองปีข้างหน้าเท่านั้น และมีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อเดือนในช่วงหกเดือนที่ผ่านมาไม่ต่ำกว่า 10 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ โดยจะกำหนดให้มีน้ำหนักต่ำสุด 5% และน้ำหนักสูงสุด 65% ในแต่ละภูมิภาคดังนี้คือ: (1) ทวีปยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา (2) ทวีปอเมริกา และ (3) เอเชียแปซิฟิก นอกจากนี้ จะไม่มีสัญญา Carbon Credit Futures ที่หมดอายุในปีใดปีหนึ่งได้รับการจัดสรรน้ำหนักที่ต่ำกว่า 5% หรือสูงกว่า 60% ในรอบการพิจารณาปรับน้ำหนักทุกครึ่งปี (Semi-annual Rebalancing) หรือรอบการพิจารณาคัดเลือกสัญญาเข้าออกดัชนีประจำปี (Annual Reconstitution) การจัดสรรน้ำหนักการลงทุนของ Carbon Credit Futures ในดัชนีขึ้นอยู่กับปริมาณซื้อขายเฉลี่ยรายเดือนของสัญญาในช่วงระยะเวลาหกเดือนที่ผ่านมา ตามวัตถุประสงค์การลงทุน กองทุนจะแสวงหาการลงทุนในสัญญา Carbon Credit Futures แบบเดียวกับดัชนี อย่างไรก็ตาม กองทุนอาจไม่สามารถลงทุนเหมือนกับดัชนีได้ทุกประการ และอาจไม่สามารถมีผลตอบแทนที่ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนี โดยอาจเกิดจากสาเหตุดังต่อไปนี้ - กองทุนอาจลงทุนในสัญญา Carbon Credit Futures ที่มีวันหมดอายุสัญญาที่แตกต่างออกไปจากดัชนี (กล่าวคือ ไม่ใช่สัญญาที่ครบอายุในเดือนธันวาคมในหนึ่งหรือสองปีข้างหน้า) - กองทุนอาจลงทุนในสัญญา Carbon Credit Futures สัดส่วนแตกต่างไปจากดัชนี หรือ - กองทุนอาจเข้าลงทุน Carbon Credit Futures ก่อนหรือหลังวันปรับสัดส่วนลงทุนของดัชนี (Rebalancing Date for the Index) กองทุนไม่มีการกระจายการลงทุน กล่าวคือ หากดัชนีมีการกระจุกตัวของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในอุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่ง กองทุนจะลงทุนกระจุกตัวในอุตสาหกรรมนั้นๆ เช่นเดียวกันกับดัชนี (พิจารณาจากมูลค่าตามสัญญา (Notional Value) ของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่กองทุนลงทุน) นโยบายจ่ายเงินปันผล มี โดยจะพิจารณาเงินปันผลอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง (ถ้ามี) เว็บไซต์กองทุนหลัก https://kraneshares.com/krbn/ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของกองทุนหลัก - Management Fee : 0.78% ต่อปีของมูลค่าการลงทุน - Distribution and/or Service Fees* : 0.00% * กองทุนอาจมีค่าธรรมเนียมไม่เกิน 0.25% ต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิเฉลี่ยรายวันของกองทุน อย่างไรก็ตาม กองทุนไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าวในขณะนี้ และคณะกรรมการยังไม่อนุมัติให้เริ่มชำระเงินดังกล่าว ระบบ “Cap and Trade” (“Cap and Trade” Regime) คืออะไร? ภายใต้ระบบ “Cap and Trade” หน่วยงานกำกับดูแล เช่น หน่วยงานของรัฐบาลประเทศต่างๆ หรือองค์กรเหนือรัฐ (Supranational Organization) จะกำหนดเพดาน (Cap) สำหรับปริมาณโดยรวมของก๊าซเรือนกระจกบางประเภท เช่น การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) โดยผู้ประกอบการ อาทิ ผู้ผลิตสินค้าประเภทพลังงาน ที่อยู่ในขอบเขตการบังคับใช้ระบบนี้ (Regulated Entities) ฯลฯ ทั้งนี้ การกำหนดและการลดเพดานสำหรับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกถูกมองว่าเป็นเครื่องมือสำคัญในการบรรลุวัตถุประสงค์ของการรับมือกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change Objectives) ซึ่งหน่วยงานกำกับดูแลจะออกหรือขายสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Emission Allowances) ให้กับ Regulated Entities และ Regulated Entities อาจซื้อหรือขาย (“Trade”) สิทธิเหล่านี้ในตลาด ในกรณีที่หน่วยงานกำกับดูแลลดเพดานสำหรับ Emission Allowances ลง Regulated Entities จะมีแรงกระตุ้นในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพราะมิเช่นนั้นแล้ว กิจการเหล่านี้จะต้องซื้อ Emission Allowances ในตลาด ซึ่งมีแนวโน้มที่ราคาของสิทธิเหล่านี้จะสูงขึ้นตามอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้น และ Regulated Entities ที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจะสามารถขาย Emission Allowances ที่ไม่มีความจำเป็นต้องใช้เพื่อหากำไรจากการขายได้ ทั้งนี้ สัญญาซื้อขายล่วงหน้าของสินค้าโภคภัณฑ์ที่เชื่อมโยงกับมูลค่าของ Emission Allowances เรียกว่าสัญญาซื้อขายล่วงหน้าสำหรับคาร์บอนเครดิต (Carbon Credit Futures) ทั้งนี้ หากกองทุนหลักมีการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลข้างต้น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิปรับปรุงข้อมูลกองทุนหลัก โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว บริษัทจัดการจะแจ้งการแก้ไขหรือการเปลี่ยนแปลงข้อมูลดังกล่าวให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ทราบ และจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบผ่านทางเว็บไซต์บริษัทจัดการ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการพิจารณาเปลี่ยนแปลงสกุลเงินลงทุนเป็นสกุลเงินอื่นใดนอกเหนือจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) หรือหากในอนาคตกองทุนหลักมีการจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์อื่นใดนอกเหนือจากตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (New York Stock Exchange : NYSE) บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในเปลี่ยนแปลงตลาดหลักทรัยพย์ในการซื้อขาย ตามดุลยพินิจของบริษัทจัดการในภายหลังได้ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ซึ่งบริษัทจัดการจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ โดยบริษัทจัดการจะแจ้งการเปลี่ยนแปลงและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องผ่านเว็บไซต์ของบริษัทจัดการให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงหรือก่อนทำการลงทุนดังกล่าว
Investment policy as filed with SEC Thailand.
actual = what the AMC currently charges · max = prospectus ceiling (no actual reported). Annual fees aren’t additive with one-time fees.