K European Equity Index Fund
KASIKORN ASSET MANAGEMENT COMPANY LIMITED · Equity · settlement T+3
↳ Invests in iShares Core EURO STOXX 50 UCITS ETF (DE) · เยอรมนี
✨Invests primarily in the iShares Core EURO STOXX 50 UCITS ETF, focusing on equities of the 50 largest companies in the Eurozone.
กองทุนมีนโยบายที่จะนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยจะเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน iShares Core EURO STOXX 50 UCITS ETF (DE) (กองทุนหลัก) ในอัตราส่วนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินของกองทุน โดยกองทุนหลักดังกล่าวเป็นกองทุนอีทีเอฟ ที่มุ่งสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนี EURO STOXX 50 (ดัชนีอ้างอิง) โดยลงทุนส่วนใหญ่ในหุ้นตามดัชนีอ้างอิง ซึ่งเป็นดัชนีที่วัดผลการดำเนินงานของหุ้นที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดมากที่สุด 50 ตัวแรกในกลุ่มประเทศ Euro zone กองทุนหลักจัดตั้งและจัดการโดย BlackRock Asset Management Deutschland AG และจดทะเบียนจัดตั้งในประเทศเยอรมนี ภายใต้กฎ Undertakings for Collective Investment in Transferable Securities (UCITS) กองทุนหลักจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ Frankfurt ตลาดหลักทรัพย์ SIX Swiss และตลาดหลักทรัพย์ Vienna โดยมิได้เป็นกองทุนรวมประเภทเฮ็ดจ์ฟันด์ (hedge fund) ซึ่งกองทุนเปิดเค ดัชนีหุ้นยุโรป จะลงทุนในตลาดหลักทรัพย์อิเล็คทรอนิกส์ (Exchange Electronic Trading (Xetra)) ของตลาดหลักทรัพย์ Frankfurt ประเทศเยอรมนี ทั้งนี้ กองทุนหลักอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผลการดำเนินงานของกองทุนเป็นไปตามดัชนี EURO STOXX 50 ได้ ดังนั้น กองทุนหลักจึงมีความเสี่ยงมากกว่ากองทุนรวมอื่น บริษัทจัดการจะส่งคำสั่งซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนหลักไปที่ประเทศเยอรมนี โดยใช้สกุลเงินยูโร (EUR) เป็นสกุลเงินหลัก ทั้งนี้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะส่งคำสั่งซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนหลักในประเทศอื่นๆ นอกเหนือจากประเทศเยอรมนี และ/หรือเปลี่ยนแปลงสกุลเงินในภายหลัง โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ซึ่งบริษัทจัดการจะคำนึงถึงประโยชน์ของกองทุนเป็นสำคัญ โดยบริษัทจัดการจะประกาศให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบถึงการเปลี่ยนแปลงล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน ผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ สำหรับการลงทุนส่วนที่เหลือ กองทุนอาจลงทุนในตราสารแห่งทุน ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตราสารแห่งหนี้ เงินฝาก และหรือหลักทรัพย์และทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่ไม่ขัดต่อกฎหมาย ก.ล.ต.ทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนให้สูงขึ้น หรือเพื่อลดค่าใช้จ่ายของกองทุน ยกตัวอย่างเช่น กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงกับหุ้นยุโรป หรือมูลค่าหน่วยลงทุนของกองทุนหลัก โดยดำรงฐานะซื้อ (Long position) และ/หรือฐานะขาย (Short position) เพื่อได้รับผลตอบแทนเพิ่มขึ้น เป็นต้น โดยในสภาวการณ์ปกติ กองทุนจะลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ของมูลค่าเงินลงทุนในต่างประเทศ อย่างไรก็ดี ในกรณีที่สภาวการณ์ไม่ปกติ กองทุนอาจพิจารณาป้องกันความเสี่ยงตามดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน ยกตัวอย่างเช่น กรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงินซึ่งคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อค่าเงินในระยะยาว กองทุนอาจพิจารณาป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน เป็นต้น อย่างไรก็ตาม กองทุนจะไม่ลงทุนในตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) ตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non – Investment grade) และตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) ทั้งนี้ กองทุนอาจมีไว้ซึ่งตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ เฉพาะกรณีที่ตราสารหนี้นั้นได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้ (Investment grade) ขณะที่กองทุนลงทุนเท่านั้น รวมทั้ง กองทุนจะไม่ลงทุนในหลักทรัพย์ที่มิได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted) เว้นแต่เป็นหุ้นที่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์สั่งรับเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งผู้ออกหุ้นดังกล่าวอยู่ระหว่างการดำเนินการกระจายการถือหุ้นรายย่อยตามข้อบังคับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่าด้วยการรับหุ้นสามัญหรือหุ้นบุริมสิทธิเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนได้ ในกรณีที่กองทุน iShares Core EURO STOXX 50 UCITS ETF (DE) มีการลงทุนในหลักทรัพย์ ตราสาร และ/หรือสัญญาของบริษัทที่มิได้จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted company) และ/หรือตราสารแห่งหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated securities) และ/หรือหลักทรัพย์ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non – Investment grade) โดยมีอัตราส่วนการลงทุนรวมกันทั้งหมดมากกว่าร้อยละ 15 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก บริษัทจัดการจะดำเนินการดังต่อไปนี้ (1) บริษัทจัดการจะปรับลดสัดส่วนการลงทุนในกองทุนหลักเพื่อให้การลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินดังกล่าว มีอัตราส่วนการลงทุนรวมกันทั้งหมดไม่เกินร้อยละ 15 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนเปิดเค ดัชนีหุ้นยุโรป ภายใน 10 วันทำการนับแต่วันที่ทราบถึงเหตุการณ์ดังกล่าว ยกเว้นกรณีที่เกิดจากปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้หรือกรณีจำเป็นและสมควรที่ทำให้ไม่สามารถดำเนินการภายในระยะเวลาข้างต้น บริษัทจัดการจะดำเนินการให้เสร็จสิ้นโดยไม่ชักช้า (2) หากการดำเนินการปรับลดสัดส่วนการลงทุนในกองทุนหลักข้างต้น มีผลทำให้การลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งกองทุนหลักโดยเฉลี่ยในรอบระยะเวลาบัญชีน้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนเปิดเค ดัชนีหุ้นยุโรป บริษัทจัดการจะดำเนินการพิจารณาคัดเลือกกองทุนต่างประเทศกองทุนใหม่แทนกองทุนเดิม โดยกองทุนต่างประเทศดังกล่าวจะต้องมีนโยบายการลงทุนที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ และ/หรือนโยบายการลงทุนของกองทุนเปิดเค ดัชนีหุ้นยุโรป และมีคุณสมบัติตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะดำเนินการให้เสร็จสิ้นโดยไม่ชักช้า และจะแจ้งให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และผู้ถือหน่วยลงทุนทราบต่อไป (3) หากเกิดกรณีใด ๆ ที่ทำให้บริษัทจัดการไม่สามารถดำเนินการคัดเลือกกองทุนต่างประเทศกองทุนใหม่แทนกองทุนเดิมได้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะดำเนินการเลิกโครงการจัดการกองทุนรวม โดยจะดำเนินการจำหน่ายหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่เหลืออยู่ของกองทุน เพื่อคืนเงินตามจำนวนที่รวบรวมได้หลังหักค่าใช้จ่ายและสำรองค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องของกองทุน (ถ้ามี) ให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน ตามสัดส่วนจำนวนหน่วยลงทุนที่ถือครองต่อจำนวนหน่วยลงทุนที่จำหน่ายแล้วทั้งหมดของกองทุน ในภาวะปกติ กองทุนจะนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน อย่างไรก็ดี ในช่วงเวลาระหว่างรอการลงทุน ซึ่งมีระยะเวลาประมาณ 15 วันทำการนับแต่วันถัดจากวันจดทะเบียนกองทรัพย์สิน กองทุนอาจจำเป็นต้องชะลอการลงทุนในต่างประเทศและกองทุนหลักเป็นการชั่วคราว ดังนั้น อาจมีบางขณะที่กองทุนไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามอัตราส่วนการลงทุนที่กำหนดไว้ข้างต้นได้ กรณีที่บริษัทจัดการพิจารณาเห็นว่าการลงทุนในกองทุน iShares Core EURO STOXX 50 UCITS ETF (DE) ไม่เหมาะสมอีกต่อไป อาทิ • กรณีที่ผลตอบแทนของกองทุนหลักต่ำกว่าผลตอบแทนของกองทุนอื่นๆ ที่มีนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกันอย่างมีนัยสำคัญหรือติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน • ขนาดของกองทุนหลักลดต่ำลงมากอย่างมีนัยสำคัญ จนอาจมีผลกระทบต่อการลงทุนหรือต่อค่าใช้จ่าย • การลงทุนของกองทุนหลักไม่เป็นไปตามหนังสือชี้ชวนหรือโครงการ • เมื่อกองทุนหลักกระทำความผิดร้ายแรงตามความเห็นของหน่วยงานที่กำกับดูแลกองทุนหลัก • กรณีที่กองทุนหลักประสงค์จะเลิกกองทุน • เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบที่อาจส่งผลต่อการดำเนินของกองทุนในฐานะผู้ลงทุน • ในกรณีที่บริษัทจัดการพิจารณาเห็นว่า การย้ายไปลงทุนในตลาดหลักทรัพย์อื่นหรือการลงทุนในกองทุนอื่นที่มีนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกันและตอบสนองนโยบายการลงทุนของกองทุน และเป็นผลดีต่อผลการดำเนินงานโดยรวมของกองทุน รวมถึงเป็นผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุน เมื่อเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวข้างต้น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิ ดังนี้ (1) พิจารณาลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศอื่นใดที่มีลักษณะหรือนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกันในอัตราส่วนเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน (2) หากเกิดกรณีใดๆ ที่ทำให้บริษัทจัดการไม่สามารถดำเนินการคัดเลือกกองทุนหลักกองทุนใหม่แทนกองทุนเดิมได้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะดำเนินการเลิกโครงการจัดการกองทุนรวม โดยจะดำเนินการจำหน่ายหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่เหลืออยู่ของกองทุน เพื่อคืนเงินตามจำนวนที่รวบรวมได้หลัง หักค่าใช้จ่ายและสำรองค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องของกองทุน (ถ้ามี) ให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน ตามสัดส่วนจำนวนหน่วยลงทุนที่ถือครองต่อจำนวนหน่วยลงทุนที่จำหน่ายแล้วทั้งหมดของกองทุน โดยการเปลี่ยนกองทุนหลักหรือเลิกกองทุนดังกล่าวถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ลักษณะสำคัญของกองทุน iShares Core EURO STOXX 50 UCITS ETF: ชื่อกองทุนหลัก: iShares Core EURO STOXX 50 UCITS ETF (DE) วันที่จดทะเบียน: 27 ธันวาคม 2543 ประเภทกองทุน: กองทุนอีทีเอฟ (Exchange Traded Fund) ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ Frankfurt ตลาดหลักทรัพย์: SIX Swiss และตลาดหลักทรัพย์ Vienna อายุโครงการ: ไม่กำหนด สกุลเงิน: สกุลเงินยูโร (EUR) นโยบายการจ่ายเงินปันผล: กองทุนมีนโยบายจ่ายเงินปันผลปีละ 4 ครั้ง บริษัทจัดการ: (Management Company) BlackRock Asset Management Deutschland AG ผู้เก็บรักษาทรัพย์สินของกองทุน: State Street Bank GmbH ผู้ตรวจสอบบัญชีกองทุน: Deloitte & Touche GmbH Bloomberg Ticker: SX5EEX GY ตัวชี้วัด: ดัชนี EURO STOXX 50 Website: www.ishares.com วัตถุประสงค์การลงทุนของกองทุนหลัก : กองทุนหลักมีวัตถุประสงค์ที่จะสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับดัชนี EURO STOXX 50 (ดัชนีอ้างอิง) นโยบายการลงทุนของกองทุนหลัก : 1) กองทุนหลักเป็นกองทุนอีทีเอฟ ที่มุ่งสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนี EURO STOXX 50 (ดัชนีอ้างอิง) ให้มากที่สุด 2) ดัชนี EURO STOXX 50 เป็นดัชนีที่วัดผลการดำเนินงานของหุ้นที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดมากที่สุด 50 ตัวแรกในกลุ่มประเทศ Euro zone โดยมีการพิจารณาหุ้นที่เป็นส่วนประกอบของดัชนีอ้างอิงทุกปี รวมทั้งอาจมีการปรับสัดส่วนรายไตรมาสและในกรณีพิเศษ หุ้นที่เป็นส่วนประกอบของดัชนีอ้างอิงจะถูกคัดเลือกตามเกณฑ์การกรองซึ่งให้สัดส่วนตามมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด และจำกัดสัดส่วนที่ร้อยละ 10 เพื่อกระจายความเสี่ยง 3) กองทุนหลักมีการลงทุนส่วนใหญ่ในหุ้นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์การลงทุน 4) กองทุนหลักจะลงทุนไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ของทรัพย์สินของกองทุนหลักในหุ้นที่เป็นส่วนประกอบของดัชนีอ้างอิงในสัดส่วนเดียวกันกับที่หลักทรัพย์ดังกล่าวมีอยู่ในดัชนีอ้างอิง 5) กองทุนหลักอาจทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ระยะสั้นให้แก่บุคคลที่สามเพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติมเพื่อชดเชยค่าใช้จ่ายของกองทุนหลัก 6) ผู้จัดการกองทุนของกองทุนหลักไม่ได้มุ่งที่จะสร้างผลตอบแทนแบบมีอัตราทด (leverage) อย่างไรก็ตาม ในบางครั้งกองทุนหลักอาจสร้างผลตอบแทนแบบมีอัตราทดในจำนวนน้อยที่สุด เช่น การลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) ค่าธรรมเนียมของกองทุน iShares Core EURO STOXX 50 UCITS ETF (DE) : • ค่าธรรมเนียมการซื้อหน่วยลงทุน (Entry Charge): ไม่เกินร้อยละ 2 ของมูลค่าหน่วยลงทุน • ค่าธรรมเนียมการขายคืนหน่วยลงทุน (Exit Charge): ไม่เกินร้อยละ 1 ของมูลค่าหน่วยลงทุน • ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee): ไม่เกินร้อยละ 0.15 ต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน • ค่าใช้จ่ายรวม: ร้อยละ 0.16 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2557) ในกรณีที่กองทุนต่างประเทศคืนเงินค่าธรรมเนียมการจัดการบางส่วนเพื่อเป็นค่าตอบแทนเนื่องจากการที่กองทุนนำเงินไปลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศ (loyalty fee หรือ rebate) บริษัทจัดการจะดำเนินการให้เงินจำนวนดังกล่าวตกเป็นทรัพย์สินของกองทุน ความเสี่ยงของกองทุนหลัก : 1) ความเสี่ยงทั่วไปจากการลงทุนในกองทุนหลัก ความเสี่ยงทั่วไปจาการลงทุนในกองทุนหลักอาจส่งผลกระทบทางลบต่อมูลค่าหน่วยลงทุน เงินลงทุนของผู้ลงทุน และระยะเวลาที่ผู้ลงทุนวางแผนที่จะลงทุนในกองทุนหลัก 1.1) ความผันผวนของมูลค่าหน่วยลงทุนของกองทุนหลัก มูลค่าหน่วยลงทุนสุทธิคำนวณจากมูลค่าของกองทุนหลักหารด้วยจำนวนหน่วยลงทุน มูลค่าของกองทุนหลักเท่ากับผลรวมของมูลค่าตลาดของทรัพย์สินทั้งหมดในกองทุนหลักหักด้วยผลรวมของมูลค่าตลาดของหนี้สินทั้งหมดของกองทุนหลัก ดังนั้น มูลค่าหน่วยลงทุนสุทธิขึ้นอยู่กับมูลค่าของทรัพย์สินที่กองทุนหลักถือครองและจำนวนหนี้สินของกองทุนหลัก หากมูลค่าของทรัพย์สินเหล่านี้ลดลงหรือมูลค่าของหนี้สินเพิ่มขึ้น มูลค่าหน่วยลงทุนของกองทุนหลักจะลดลง 1.2) การหยุดการขายคืนหน่วยลงทุน บริษัทจัดการอาจหยุดการขายคืนหน่วยลงทุนชั่วคราวในกรณีที่สภาวการณ์ไม่ปกติ เมื่อมีเหตุจำเป็นต้องหยุดการขายคืนหน่วยลงทุนเพื่อคุ้มครองผลตอบแทนของผู้ลงทุน สภาวการณ์ไม่ปกติอาจรวมถึงวิกฤติเศรษฐกิจและการเมือง การมีคำสั่งขายคืนหน่วยลงทุนเป็นจำนวนมากผิดปกติและการปิดของตลาดหลักทรัพย์ ข้อจำกัดในการซื้อขายหรือปัจจัยอื่นๆที่มีผลกระทบต่อมูลค่าของหลักทรัพย์ ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงจากการที่นักลงทุนอาจไม่สามารถขายคืนหน่วยลงทุนได้ในเวลาที่ต้องการเนื่องจากมีโอกาสในการขายคืนที่จำกัด ราคาหน่วยลงทุนอาจลดลงเมื่อมีการหยุดขายคืนหน่วยลงทุน เช่น ถ้าบริษัทจัดการถูกบังคับให้ขายทรัพย์สินในราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าตลาดระหว่างช่วงการหยุดขายคืนหน่วยลงทุน ราคาหน่วยลงทุนหลังการขายคืนหน่วยลงทุนอาจต่ำกว่าราคาก่อนการหยุดขายคืนหน่วยลงทุน 1.3) ความเสี่ยงเฉพาะของหลักทรัพย์ที่เป็นส่วนประกอบของดัชนีอ้างอิง เมื่อมูลค่าของดัชนีอ้างอิงลดลงผู้ลงทุนมีความเสี่ยงที่ราคาตลาดของหน่วยลงทุนจะลดลง บริษัทจัดการจะไม่ลงทุนเพื่อป้องกันความเสี่ยงเพื่อจำกัดการขาดทุน (ไม่ใช้การจัดการเชิงรุก) ในสภาวการณ์ไม่ปกติอาจทำให้ผลตอบแทนเบี่ยงเบนไปจากผลตอบแทนของดัชนีที่ถูกต้อง นอกจากนี้ กองทุนหลักยังมีค่าใช้จ่ายในการทำธุรกรรมและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ค่าธรรมเนียมหรือภาษีอากรในการสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับดัชนีอ้างอิง ซึ่งค่าใช้จ่ายเหล่านี้ไม่ได้นำมาใช้ในการคำนวณดัชนี ดังนั้น กองทุนหลักอาจไม่สามารถสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับดัชนีอ้างอิงได้อย่างสมบูรณ์ ทั้งนี้ หลักทรัพย์ที่เป็นส่วนประกอบของดัชนีอ้างอิงอาจเปลี่ยนแปลงได้ จึงไม่มีการรับประกันว่าดัชนีอ้างอิงจะยังถูกคำนวณตามรายละเอียดที่ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวนเสนอขายหน่วยลงทุน 2) ความเสี่ยงด้านตลาด (market risk) ความเสี่ยงด้านตลาดอาจส่งผลกระทบทางลบต่อผลการดำเนินงานของกองทุนหลักหรือทรัพย์สินที่กองทุนหลักถือครอง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อมูลค่าหน่วยลงทุนและผลตอบแทนที่ผู้ลงทุนจะได้รับ 2.1) ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของมูลค่า ทรัพย์สินที่บริษัทจัดการลงทุนในฐานะตัวแทนของกองทุนหลักมีความเสี่ยง อาจมีการขาดทุนหากมูลค่าตลาดของทรัพย์สินลดลงตามราคาซื้อขาย หรือราคาซื้อขายทันที (spot price) และราคาซื้อขายล่วงหน้า (forward price) 2.2) ความเสี่ยงจากตลาดทุน ราคาหรือมูลค่าตลาดของผลิตภัณฑ์ทางการเงินขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงานของตลาดทุน ซึ่งได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก และภาวะเศรษฐกิจและการเมืองของแต่ละประเทศ ทั้งนี้ ปัจจัยอื่นๆ เช่น ทัศนคติ ความคิดเห็น และข่าวลือต่างๆ อาจส่งผลกระทบต่อราคาได้เช่นกัน ความผันผวนของราคาและมูลค่าตลาดอาจขึ้นกับการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยน หรือความน่าเชื่อถือของผู้ออกหลักทรัพย์อีกด้วย 2.3) ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของราคาตราสารทุน ตราสารทุนมีความผันผวนของราคาสูง ดังนั้นจึงมีความเสี่ยงที่ราคาจะลดลงได้ ความผันผวนนี้ได้รับผลกระทบจากการสร้างกำไรของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ รวมถึงการพัฒนาในอุตสาหกรรม และการพัฒนาของเศรษฐกิจโดยรวม ความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนร่วมในตลาดอาจส่งผลกระทบต่อราคาได้เช่นกัน โดยเฉพาะบริษัทที่มีหุ้นอยู่ในตลาดหลักทรัพย์เพียงระยะเวลาสั้นๆ ราคาอาจเปลี่ยนแปลงอย่างมากอันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงของการคาดการณ์เพียงเล็กน้อย หากหุ้นที่สามารถซื้อขายได้อย่างอิสระซึ่งถือครองโดยผู้ถือหุ้นหลายรายนั้นมีสัดส่วนต่ำ คำสั่งซื้อขายของหุ้นดังกล่าวเพียงเล็กน้อยอาจส่งผลกระทบต่อราคาตลาดและทำให้เกิดความผันผวนของราคาได้ 2.4) ความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของการลงทุน ดัชนีอ้างอิงของกองทุนหลักมีการลงทุนที่กระจุกตัวในตลาดภูมิภาคหนึ่ง ทำให้ผลการดำเนินงานของกองทุนหลักขึ้นกับตลาดภูมิภาคนั้นๆ และไม่ได้ขึ้นกับตลาดทั้งหมด 3) ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง (liquidity risk) ความเสี่ยงด้านสภาพคล่องทำให้กองทุนหลักไม่สามารถชำระหนี้หรือบริษัทจัดการไม่สามารถกระทำการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนตามที่ผู้ลงทุนต้องการได้ ผู้ลงทุนอาจไม่สามารถถือครองกองทุนหลักได้ตามระยะเวลาที่วางแผนไว้ หรือไม่สามารถได้รับเงินลงทุนเริ่มแรกในระยะเวลาที่กำหนด เมื่อมีความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลักและมูลค่าหน่วยลงทุนอาจลดลง เช่น เมื่อมาตรการทางกฎหมายบังคับให้บริษัทจัดการขายทรัพย์สินเพื่อกองทุนหลักในราคาต่ำกว่ามูลค่าตลาด 3.1) ความเสี่ยงจากการซื้อหรือขายคืนหน่วยลงทุนที่เพิ่มขึ้น การซื้อและขายหน่วยลงทุนจากการที่ผู้ลงทุนเข้าและออกจากการลงทุนในกองทุนหลักนั้นทำให้สภาพคล่องของทรัพย์สินของกองทุนหลักเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ กระแสการลงทุนเข้าหรือออกสุทธิอาจทำให้ผู้จัดการกองทุนซื้อหรือขายทรัพย์สินซึ่งทำให้เกิดค่าใช้จ่ายในการทำธุรกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อกระแสการลงทุนเข้าหรือกระแสการลงทุนออกมีผลทำให้ทรัพย์สินที่มีสภาพคล่องมีมากกว่าหรือน้อยกว่าสัดส่วนที่บริษัทจัดการกำหนดไว้สำหรับกองทุนนั้น อีกทั้งค่าใช้จ่ายในการทำธุรกรรมที่เกิดขึ้นอาจส่งผลกระทบในทางลบต่อผลการดำเนินงานของกองทุน 4) ความเสี่ยงจากคู่สัญญา ความเสี่ยงจากคู่สัญญาอาจส่งผลกระทบทางลบต่อผลการดำเนินงานของกองทุนหลัก มูลค่าหน่วยลงทุน และผลตอบแทนจากเงินลงทุนของผู้ลงทุน หากผู้ลงทุนขายหน่วยลงทุนของกองทุนหลักในช่วงเวลาที่คู่สัญญาผิดนัดชำระหนี้ มูลค่าของทรัพย์สินของกองทุนหลักจะได้รับผลกระทบ ผู้ลงทุนอาจไม่ได้รับเงินลงทุนเริ่มแรกคืนหรือได้รับคืนเพียงแค่บางส่วนเท่านั้น 4.1) ความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ของคู่สัญญา การผิดนัดชำระหนี้ของผู้ออกตราสารหรือคู่สัญญาของกองทุนหลักอาจทำให้กองทุนหลักขาดทุนได้ ความเสี่ยงจากผู้ออกตราสารอาจส่งผลกระทบต่อราคาหลักทรัพย์ แม้ว่าหลักทรัพย์นั้นจะถูกเลือกอย่างระมัดระวัง ผู้ลงทุนอาจขาดทุนได้หากผู้ออกตราสารไม่มีความสามารถในการชำระหนี้ 5) ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติการและความเสี่ยงอื่นๆของกองทุนหลัก ความเสี่ยงต่อไปนี้อาจส่งผลกระทบทางลบต่อผลการดำเนินงานของกองทุนหลักซึ่งจะส่งผลกระทบทางลบต่อมูลค่าหน่วยลงทุนและผลตอบแทนจากเงินลงทุนของผู้ลงทุนเช่นกัน 5.1) ความเสี่ยงด้านกฎหมายและการเมือง เนื่องจากอาจมีการลงทุนซึ่งกระทำในนามของกองทุนหลักตามอำนาจกฎหมายซึ่งนอกเหนือหรือขัดแย้งจากกฏหมายประเทศเยอรมนี ดังนั้น สิทธิและข้อผูกพันต่างๆของบริษัทจัดการอาจแตกต่างไปจากของประเทศเยอรมนี ซึ่งอาจเป็นผลเสียต่อกองทุนหลักและผู้ลงทุนได้ 5.2) การเปลี่ยนแปลงของกฎหมายภาษี ข้อมูลเกี่ยวกับภาษีขึ้นอยู่กับกฎหมายและข้อบังคับทางภาษีในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม กองทุนหลักไม่รับผิดชอบในการเปลี่ยนแปลงใดๆของกฎหมายภาษีตามอำนาจนิติบัญญัติและตุลาการ หรือพระราชกฎษฎีกาที่ออกโดยองค์การที่มีอำนาจจัดเก็บภาษี 5.3) ความเสี่ยงจากกลไกการซื้อขายและการชำระหนี้ การชำระค่าหลักทรัพย์ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์มีความเสี่ยงที่คู่สัญญาจะไม่สามารถชำระเงินได้ทันเวลา หรือไม่สามารถชำระเงินได้ตามสัญญา หรือไม่สามารถส่งมอบหลักทรัพย์ได้ทันเวลา การสรุปสาระสำคัญในส่วนของกองทุน iShares Core EURO STOXX 50 UCITS ETF (กองทุนหลัก) ได้ถูกคัดเลือกมาเฉพาะส่วนที่สำคัญและจัดแปลมาจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ ดังนั้น ในกรณีที่มีความแตกต่างหรือไม่สอดคล้องกับฉบับภาษาอังกฤษให้ถือตามต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นเกณฑ์ ทั้งนี้ หากกองทุนหลักมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลข้างต้นใดๆ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงข้อมูลดังกล่าวเพื่อให้สอดคล้องกับกองทุนหลัก โดยไม่ถือเป็นการแก้ไขโครงการ ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุนในประเทศ บริษัทจัดการจะลงทุนหรือแสวงหาประโยชน์เฉพาะจากหลักทรัพย์ ทรัพย์สินอื่น หรือหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างตามที่ประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดดังต่อไปนี้ เว้นแต่ในกรณีที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ให้ความเห็นชอบหรือมีประกาศแก้ไขหรือเพิ่มเติมประเภทหรือลักษณะของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่น ส่วนที่ 1 : ประเภทและคุณสมบัติของตราสารทางการเงินทั่วไป 1. ประเภทของตราสาร ได้แก่ 1.1 ตราสารทุน 1.1.1 หุ้น 1.1.2 ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น (share warrants) 1.1.3 ใบแสดงสิทธิในการซื้อหุ้นเพิ่มทุนที่โอนสิทธิได้ (Transferable Subscription Right หรือ TSR) 1.1.4 ใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่มีสินค้า ตัวแปร หรือหลักทรัพย์อ้างอิง (underlying) เป็นหุ้น หรือ share warrants 1.1.5 ตราสารทุนอื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกับตราสารทุนตามข้อ 1.1.1 - 1.1.4 ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดเพิ่มเติม 1.2 ตราสารหนี้ 1.2.1 พันธบัตร 1.2.2 ตั๋วเงินคลัง 1.2.3 หุ้นกู้ (ไม่รวมหุ้นกู้แปลงสภาพ หุ้นกู้อนุพันธ์ และตราสาร Basel III) 1.2.4 ตั๋วแลกเงิน (Bill of Exchange หรือ B/E) 1.2.5 ตั๋วสัญญาใช้เงิน (Promissory Note หรือ P/N) 1.2.6 ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นกู้ 1.2.7 ใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่มี underlying เป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้ 1.2.8 ตราสารหนี้อื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกับตราสารหนี้ตามข้อ 1.2.1 - 1.2.7 ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดเพิ่มเติม 1.3 ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน (ไม่รวมตราสาร Basel III) 1.4 ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (Derivative Warrants หรือ D/W) 2. คุณสมบัติของตราสารและหลักเกณฑ์ในการลงทุน เป็นไปตามประกาศ ส่วนที่ 2 : ทรัพย์สินประเภทหน่วย CIS กรณีเป็นหน่วยที่การออกอยู่ภายใต้บังคับกฎหมายไทย ต้องมีคุณสมบัติและหลักเกณฑ์ในการลงทุนดังนี้ 1. มีคุณสมบัติและเป็นไปตามหลักเกณฑ์ในการลงทุนเช่นเดียวกับข้อกำหนดสำหรับตราสารทางการเงินทั่วไป 2. ในกรณีที่กองทุนไปลงทุนในหน่วย CIS ของกองทุนรวม กองทุนรวมดังกล่าวต้องมีนโยบายการลงทุนดังนี้ (ไม่ใช้กับการลงทุนในหน่วย CIS ของกองทุนรวมทองคำที่ลงทุนในทองคำแท่ง) 2.1 มีการลงทุนในทรัพย์สินซึ่งเป็นประเภทและชนิดเดียวกับที่กองทุนสามารถลงทุนได้ 2.2 มีการลงทุนในทรัพย์สินเมื่อใช้วิธีคำนวณตามสัดส่วน (pro rata) แล้วได้ผลเป็นไปตามหลักเกณฑ์ single entity limit ของกองทุนนั้น 2.3 มีการลงทุนในทรัพย์สินเมื่อใช้วิธีคำนวณตามสัดส่วน (pro rata) แล้วได้ผลเป็นไปตามหลักเกณฑ์ product limit สำหรับทรัพย์สินที่เป็น SIP ของกองทุนนั้น 2.4 มีการลงทุนใน derivatives ที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ global exposure limit ของกองทุนนั้น 3. ในกรณีที่กองทุนรวมฟีดเดอร์ไปลงทุนในหน่วย CIS ขอกองทุนรวม กองทุนรวมดังกล่าวต้องไม่ใช่กองทุนรวมฟีดเดอร์ ส่วนที่ 3 : ทรัพย์สินประเภทเงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก เป็นไปตามประกาศ ส่วนที่ 4 : ธุรกรรมประเภทการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (reverse repo) เป็นไปตามประกาศ ส่วนที่ 5 : ธุรกรรมประเภทการให้ยืมหลักทรัพย์ (securities lending) เป็นไปตามประกาศ ส่วนที่ 6 : ธุรกรรมประเภท derivatives เป็นไปตามประกาศ ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุนในต่างประเทศ บริษัทจัดการจะลงทุนหรือแสวงหาประโยชน์เฉพาะจากหลักทรัพย์ ทรัพย์สินอื่น หรือหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างตามที่ประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดดังต่อไปนี้ เว้นแต่ในกรณีที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ให้ความเห็นชอบหรือมีประกาศแก้ไขหรือเพิ่มเติมประเภทหรือลักษณะของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่น ทั้งนี้ หากเป็นการลงทุนในตราสารหรือสัญญาในต่างประเทศ ตราสารหรือสัญญาดังกล่าวต้องเสนอขายหรือเป็นการทำสัญญาในประเทศที่มีหน่วยงานกำกับดูแลด้านหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ที่เป็นสมาชิกสามัญของ IOSCO หรือที่มีการซื้อขายในตลาดซื้อขายหลักทรัพย์ต่างประเทศที่เป็นสมาชิกของ WFE หรือเป็นตราสารของบริษัทที่จัดตั้งและเสนอขายใน GMS ส่วนที่ 1 : ประเภทและคุณสมบัติของตราสารทางการเงินต่างประเทศทั่วไป 1. ประเภทของตราสาร ได้แก่ 1.1 ตราสารทุนต่างประเทศ ได้แก่ หุ้น 1.2 ตราสารหนี้ต่างประเทศ 1.2.1 พันธบัตร 1.2.2 ตั๋วเงินคลัง 1.2.3 หุ้นกู้ (ไม่รวมหุ้นกู้แปลงสภาพ หุ้นกู้อนุพันธ์ และตราสาร Basel III) 1.2.4 ตั๋วแลกเงิน (Bill of Exchange หรือ B/E) 1.2.5 ตั๋วสัญญาใช้เงิน (Promissory Note หรือ P/N) 1.2.6 ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นกู้ 1.2.7 ใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่มี underlying เป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้ 1.2.8 ตราสารหนี้อื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกับตราสารหนี้ตามข้อ 1.2.1 - 1.2.7 ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดเพิ่มเติม 2. คุณสมบัติของตราสารและหลักเกณฑ์ในการลงทุน เป็นไปตามประกาศ ส่วนที่ 2 : ทรัพย์สินประเภทหน่วย CIS กรณีเป็นหน่วยที่การออกอยู่ภายใต้บังคับกฎหมายต่างประเทศ ต้องมีคุณสมบัติและหลักเกณฑ์ในการลงทุนดังนี้ 1. มีคุณสมบัติและเป็นไปตามหลักเกณฑ์ในการลงทุนเช่นเดียวกับข้อกำหนดสำหรับตราสารทางการเงินทั่วไป 2. เป็นหน่วยของกองทุน CIS ต่างประเทศที่มีลักษณะดังนี้ 2.1 การออกและการเสนอขายอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานต่างประเทศที่กำกับดูแลด้านหลักทรัพย์และตลาดซื้อขายหลักทรัพย์ซึ่งเป็นสมาชิกสามัญของ IOSCO หรือเป็นหน่วยของกองทุน CIS ต่างประเทศที่มีการซื้อขายในตลาดซื้อขายหลักทรัพย์ต่างประเทศที่เป็นสมาชิกของ WFE 2.2 CIS operator ของกองทุนดังกล่าวอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานกำกับดูแลที่เป็นสมาชิกสามัญของ IOSCO 2.3 ในกรณีที่กองทุนรวมไปลงทุนในหน่วยของกองทุน CIS ต่างประเทศ กองทุน CIS ต่างประเทศดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์การกำกับดูแล การออก การเสนอขาย และการจัดการสำหรับกองทุนเพื่อผู้ลงทุนรายย่อยของประเทศนั้น 3. ประเทศที่กำกับดูแลการเสนอขายหน่วยดังกล่าวมีมาตรการให้ความคุ้มครองผู้ลงทุนอย่างเพียงพอ ทั้งนี้ ตามรายชื่อประเทศที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด 4. ในกรณีเป็นการลงทุนของกองทุนรวมในหน่วยของกองทุน CIS ต่างประเทศ กองทุนดังกล่าวต้องมีการจำกัดการกู้ยืมไว้เฉพาะกรณีมีเหตุจำเป็นในการบริหารสภาพคล่องเป็นการชั่วคราวเท่านั้น และมีนโยบายการลงทุนดังนี้ (ไม่ใช้กับการลงทุนในหน่วยของกองทุน CIS ต่างประเทศซึ่งเป็นกองทุนรวมทองคำที่ลงทุนในทองคำแท่ง) 4.1 มีการลงทุนในทรัพย์สินซึ่งเป็นประเภทและชนิดเดียวกับที่กองทุนรวมสามารถลงทุนได้ในสัดส่วนมากกว่าหรือเท่ากับ 80% ของ NAV ของกองทุน CIS ต่างประเทศนั้น 4.2 มีการลงทุนในทรัพย์สินเมื่อใช้วิธีคำนวณตามสัดส่วน (pro rata) แล้วได้ผลเป็นไปตามหลักเกณฑ์ single entity limit ของกองทุนรวมนั้น ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ดังกล่าวไม่ใช้กับกรณีทรัพย์สินที่เป็น SIP 4.3 มีการลงทุนในทรัพย์สินเมื่อใช้วิธีคำนวณตามสัดส่วน (pro rata) แล้วได้ผลเป็นไปตามหลักเกณฑ์ product limit สำหรับทรัพย์สินที่เป็น SIP ของกองทุนรวมนั้น 4.4 มีการลงทุนใน derivatives ที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ global exposure limit ของกองทุนรวมนั้น 5. ในกรณีที่กองทุนรวมฟีดเดอร์ไปลงทุนในหน่วยของกองทุน CIS ต่างประเทศ กองทุน CISต่างประเทศดังกล่าวต้องไม่ใช่กองทุนที่มีลักษณะทำนองเดียวกับกองทุนรวมฟีดเดอร์ เว้นแต่เป็นกรณีที่มีความจำเป็นและเป็นประโยชน์ต่อผู้ถือหน่วยลงทุน ทั้งนี้ โดยได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. โดยก่อนการลงทุน บริษัทจัดการต้องจัดให้มีการเปิดเผยข้อมูล เหตุผลความจำเป็นและค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในลักษณะดังกล่าวไว้ในหนังสือชี้ชวนด้วย ส่วนที่ 3 : ทรัพย์สินประเภทเงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก เป็นไปตามประกาศ ส่วนที่ 4 : ธุรกรรมประเภทการให้ยืมหลักทรัพย์ (securities lending) เป็นไปตามประกาศ ส่วนที่ 5 : ธุรกรรมประเภท derivatives เป็นไปตามประกาศ อัตราส่วนการลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น เพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวม : เป็นไปตามประกาศ ยกเว้นหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินดังต่อไปนี้ ที่มีอัตราส่วนการลงทุนน้อยกว่าอัตราส่วนที่ประกาศการลงทุนกำหนด ส่วนที่ 1 : อัตราส่วนการลงทุนที่คำนวณตามผู้ออกทรัพย์สินหรือคู่สัญญา (single entity limit) ข้อ ประเภททรัพย์สิน อัตราส่วน (% ของ NAV) 1 หน่วย CIS ในประเทศ ไม่เกิน 10% ส่วนที่ 2 : อัตราส่วนการลงทุนที่คำนวณตามประเภททรัพย์สิน (product limit) ข้อ ประเภททรัพย์สิน อัตราส่วน (% ของ NAV) 1 1. ทรัพย์สินตามที่ประกาศการลงทุนกำหนด 2. total SIP ตามข้อ 4 ของส่วนนี้ แต่ไม่รวมถึงตราสารหนี้ หรือตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุนที่มีลักษณะครบถ้วนตามที่ประกาศการลงทุนกำหนดและมี credit rating อยู่ในระดับต่ำกว่า investment grade หรือไม่มี credit rating รวมกันไม่เกิน 25% 2 reverse repo ในประเทศ ไม่เกิน 20% 3 securities lending ในประเทศ ไม่เกิน 20% 4 total SIP ซึ่งได้แก่ 1. ทรัพย์สิน SIP ในส่วนที่ 1 : อัตราส่วนการลงทุนที่คำนวณตามผู้ออกทรัพย์สินหรือคู่สัญญา (single entity limit) ของประกาศการลงทุน 2. ตราสารหนี้หรือตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุนที่มี credit rating อยู่ในระดับต่ำกว่า investment grade หรือไม่มี credit rating รวมกันไม่เกิน 15% 5 หน่วย CIS ในประเทศ ไม่เกิน 20%
No NAV history available.
Investment policy as filed with SEC Thailand.
actual = what the AMC currently charges · max = prospectus ceiling (no actual reported). Annual fees aren’t additive with one-time fees.