BCAP Evergreen Enterprise Software Private Equity Fund Not for Retail Investors
BANGKOK CAPITAL ASSET MANAGEMENT COMPANY LIMITED · Alternative Assets
↳ Invests in VistaOne (Lux) Feeder, SICAV SA-I · ลักเซมเบิร์ก
✨Invests primarily in a single foreign mutual fund, VistaOne (Lux) Feeder, SICAV SA-I, focusing on software company acquisitions.
กองทุนมีนโยบายลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว คือ กองทุน VistaOne (Lux) Feeder, SICAV SA-I ("กองทุนหลัก") ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม กองทุนหลักเป็นกองทุนย่อยที่อยู่ภายใต้กองทุน VistaOne (Lux) Feeder, SICAV SA ที่จัดตั้งขึ้นในรูปแบบของบริษัทเพื่อการลงทุนที่มีโครงสร้างของทุนที่มีความยืดหยุ่นและสามารถแบ่งออกเป็นหน่วยย่อยได้ (multi-compartment investment company with variable capital หรือ société d’investissement à capital variable) ภายใต้กฎหมายของราชรัฐลักเซมเบิร์ก โดยจัดตั้งขึ้นเป็นบริษัทมหาชนจำกัด (société anonyme) ซึ่งกองทุนหลักได้รับอนุญาตภายใต้กฎหมายของราชรัฐลักเซมเบิร์ก และจดทะเบียนอยู่ในบัญชีรายชื่ออย่างเป็นทางการของกองทุนรวม (Undertaking for Collective Investment หรือ UCIs) โดยได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลภาคการเงินของราชรัฐลักเซมเบิร์ก (Commission de Surveillance du Secteur Financier หรือ “CSSF”) ทั้งนี้ กองทุน VistaOne (Lux) Feeder, SICAV SA ได้แต่งตั้งให้ ONE Fund Management S.A. เป็นผู้จัดการกองทุนทางเลือกภายนอก (external alternative investment fund manager) (“ผู้จัดการกองทุนทางเลือก” หรือ "AIFM") โดย AIFM นี้จัดตั้งขึ้นในรูปแบบของบริษัทมหาชนจำกัดภายใต้กฎหมายของราชรัฐลักเซมเบิร์ก และ AIFM ได้แต่งตั้งให้ VEPF Management, L.P. เป็นผู้จัดการการลงทุน (Investment Manager) ของกองทุนหลัก ซึ่ง VEPF Management, L.P. นี้จัดตั้งขึ้นในรูปแบบของ Limited Partnership ภายใต้กฎหมายของมลรัฐเดลาแวร์ กองทุนหลักมุ่งเน้นการเข้าซื้อกิจการเพื่อให้มีอำนาจควบคุมกิจการในบริษัทซอฟต์แวร์สำหรับองค์กร (Enterprise Software) บริษัทด้านข้อมูล และบริษัทที่เชี่ยวชาญในการนำเสนอโซลูชันโดยใช้เทคโนโลยี ซึ่งครอบคลุมกลุ่มธุรกิจขนาดเล็ก (Small Cap) ขนาดกลาง (Mid Cap) และขนาดใหญ่ (Large Cap) ที่มีศักยภาพในการสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างมีนัยสำคัญ กองทุนหลักมีเป้าหมายที่จะสร้างพอร์ตการลงทุนที่มีการจัดการแบบไดนามิกและมีการกระจายตัวในอุตสาหกรรมปลายทางที่หลากหลาย โดยมุ่งเน้นในโซลูชันที่ Vista* เชื่อว่ามีความสำคัญต่อฟังก์ชันหลักของทั้งตลาดแนวตั้ง (Vertical Markets) และตลาดแนวนอน (Horizontal Markets) ต่าง ๆ เช่น ตลาดการขายและการตลาด (Sales & Marketing) ตลาดบริการทางการเงิน (Financial Services) ตลาดการศึกษา (Education) ตลาดสาธารณสุข (Healthcare) ตลาดพลังงาน (Energy) ตลาดโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) และตลาดความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cybersecurity) ("กลยุทธ์การลงทุนของ Vista") กองทุนหลักจะเน้นการลงทุนโดยตรง (Direct Investments) ควบคู่ไปกับกลยุทธ์การลงทุนของ Vista อย่างมีนัยสำคัญ แต่ในขณะเดียวกันก็สามารถเข้าลงทุนในตลาดรอง โดยการซื้อการลงทุนที่มีอยู่แล้วในกองทุนเป้าหมาย (Target Funds) ซึ่งบริหารจัดการโดย Vista* หรือ AIFM และสามารถลงทุนในกองทุนเป้าหมายดังกล่าวในตลาดแรก (Primary Capital Commitments) ได้เช่นกัน โดยกองทุนหลักมีเป้าหมายในการจัดสรรเงินลงทุนไม่เกินร้อยละ 25 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (Net Asset Value (NAV)) ทั้งหมดไปลงทุนในตราสารหนี้และหลักทรัพย์ที่มีสภาพคล่องอื่น ๆ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างรายได้ อำนวยความสะดวกในการจัดสรรเงินลงทุน และอาจรวมถึงการเป็นแหล่งสภาพคล่องของกองทุน * Vista หมายถึง Vista Equity Partners และบริษัทในเครือ ซึ่งเป็นบริษัท Private Equity จากสหรัฐอเมริกาที่เชี่ยวชาญด้านการลงทุนในธุรกิจ Enterprise Software, Data และเทคโนโลยี กองทุนอาจลงทุนในตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) หลักทรัพย์ที่ไม่มีการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) ตราสารที่มีอันดับความน่าเชื่อถือที่ตัวตราสารหรือที่ผู้ออกตราสารต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-Investment Grade) และ/หรือ ตราสารที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ตัวตราสารและที่ผู้ออกตราสาร (Unrated) รวมถึงกองทุนอาจเข้าทำธุรกรรมประเภทการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) หรือ ธุรกรรมประเภทการให้ยืมหลักทรัพย์ (Securities Lending) ตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด โดยตราสารข้างต้นอาจมีความผันผวนหรือทิศทางการลงทุนไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ หรือคู่สัญญาที่ทำธุรกรรมไม่สามารถชำระหนี้ตามภาระผูกพันได้ตามกำหนดเวลา อาจทำให้กองทุนขาดทุนจากการลงทุนในตราสารดังกล่าวได้ ทั้งนี้ บริษัทจัดการอาจพิจารณาปรับเปลี่ยนการลงทุนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ โดยจะวิเคราะห์และพิจารณาการลงทุน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม กองทุนอาจจะมีการลงทุนหรือการทำธุรกรรม ดังต่อไปนี้ โดยมีฐานะการลงทุนสูงสุดของกองทุนในการลงทุนหรือการทำธุรกรรม ดังนี้ สัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) โดยอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่มีสินทรัพย์อ้างอิง ได้แก่ ทรัพย์สินต่าง ๆ ที่กองทุนสามารถลงทุนได้ อัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยน เครดิต ตามดุลยพินิจของบริษัทจัดการ และเพื่อการลดความเสี่ยง (Hedging) จากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศโดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน รวมถึงตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง ทั้งนี้ เฉพาะส่วนที่มีลักษณะเป็นสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ซึ่งการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าอาจมีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงราคาของหลักทรัพย์อ้างอิงที่เคลื่อนไหวไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ และ/หรือกองทุนรวมอาจมีความเสี่ยงจากการที่คู่สัญญาไม่สามารถปฎิบัติตามข้อตกลงที่ระบุไว้ในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า อาจทำให้กองทุนขาดทุนจากการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าได้ ทั้งนี้ บริษัทจัดการอาจพิจารณาปรับเปลี่ยนการลงทุนหรือการเข้าทำธุรกรรมให้เหมาะสมกับสถานการณ์ โดยจะวิเคราะห์และติดตามปัจจัยที่มีผลกระทบต่อราคาสินทรัพย์อ้างอิง โดยคำนึงถึงประโยชน์ของกองทุนรวมและผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ โดยมีสัดส่วนการลงทุนไม่เกินร้อยละ 100 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน อย่างไรก็ตาม กองทุนหลักอาจมีการทำธุรกรรมดังกล่าวโดยไม่จำกัดสัดส่วนการลงทุน โดยเป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการการลงทุนของกองทุนหลัก การกู้ยืมเงิน หรือการขายหลักทรัพย์หรือตราสารหนี้โดยมีสัญญาซื้อคืน (Repo) เพื่อประโยชน์ในการลงทุน โดยมีสัดส่วนการลงทุนรวมกันไม่เกินร้อยละ 50 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน อย่างไรก็ตาม กองทุนหลักอาจมีการทำธุรกรรมดังกล่าวโดยเป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการการลงทุนของกองทุนหลัก ทั้งนี้ Leverage Ratio ของกองทุนหลักจะไม่เกินอัตราร้อยละ 30 กองทุนจะไม่ทำธุรกรรมขายหลักทรัพย์ที่ต้องยืมหลักทรัพย์มาเพื่อการส่งมอบ (Short Sale) โดยตรง อย่างไรก็ตามกองทุนหลักอาจมีการทำธุรกรรมดังกล่าวโดยไม่จำกัดสัดส่วนการลงทุน โดยเป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการการลงทุนของกองทุนหลัก กองทุนจะลงทุนในหน่วย private equity โดยมีสัดส่วนการลงทุนไม่เกินร้อยละ 150 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน อย่างไรก็ตามกองทุนหลักอาจมีการทำธุรกรรมดังกล่าวโดยไม่จำกัดสัดส่วนการลงทุน โดยเป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการการลงทุนของกองทุนหลัก ทั้งนี้ หลังจากวันจดทะเบียนกองทรัพย์สินเป็นกองทุนรวม กองทุนอาจมีการลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นระหว่างรอการลงทุนในกองทุนหลักได้ กองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่นซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ ในอัตราส่วนไม่เกินร้อยละ 100 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยการลงทุนในหน่วยลงทุนดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนของกองทุน ทั้งนี้ กองทุนรวมอื่นซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการสามารถลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนปลายทางต่อไปได้อีกไม่เกิน 1 ทอด และ/หรือ ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด รวมถึงที่จะแก้ไขในอนาคต สำหรับเงินลงทุนส่วนที่เหลือ กองทุนอาจเข้าลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างซึ่งไม่ขัดต่อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 (รวมทั้งที่ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมหรือใช้แทนที่) ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนที่เกี่ยวข้อง หรือตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ให้ความเห็นชอบให้ลงทุนได้ ในกรณีที่บริษัทจัดการเห็นว่าการลงทุนในกองทุนหลักไม่เหมาะสมอีกต่อไป เช่น มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุน หรือ การลงทุนไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์หลักของกองทุน หรือมีผลการดำเนินงานตกต่ำอย่างมีนัยสำคัญหรือติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน หรือมีขนาดกองทุนลดต่ำลงมากอย่างมีนัยสำคัญ จนอาจมีผลกระทบต่อการลงทุน เป็นต้น และ/หรือ ในกรณีที่กองทุนหลักได้เลิกโครงการ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะนำเงินไปลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศอื่นใดที่มีนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกัน หรือขอสงวนสิทธิในการเลิกโครงการจัดการกองทุนรวม โดยถือว่าได้รับมติเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ทั้งนี้ หากมีการดำเนินการดังกล่าว บริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการหรือผ่านช่องทางอื่นใดตามความเหมาะสม บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนเป็นกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรง หรือกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds) หรือสามารถเปลี่ยนแปลงกลับมาเป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนจะไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (Risk Profile) เพิ่มขึ้น รวมทั้งประเภทและลักษณะพิเศษที่เปลี่ยนแปลงนั้นจะเป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน โดยขึ้นกับสถานการณ์ตลาด ณ ขณะนั้น และต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งผู้ถือหน่วยลงทุนล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน ผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการที่ www.bcap.co.th และ/หรือช่องทางอื่นตามความเหมาะสม ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงการลงทุนดังกล่าว ทั้งนี้ อัตราส่วนการลงทุนที่กำหนดจะกระทำภายใต้สภาวการณ์ที่ปกติ ซึ่งอาจมีบางขณะที่ไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามสัดส่วนการลงทุนที่กำหนดไว้อันเนื่องมาจากการเกิดสภาวการณ์ที่ไม่ปกติหรือมีความจำเป็น เช่น มีการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจหรือการเมืองอย่างมีนัยสำคัญ เป็นต้น โดยบริษัทจัดการจะรายงานการไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามสัดส่วนการลงทุนที่กำหนดไว้ในโครงการตามประกาศแก่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวมเรื่องการจัดประเภทของกองทุนจะไม่นำมาบังคับใช้ในช่วงระหว่างรอการลงทุน รวมถึงช่วงเวลาก่อนเลิกกองทุน และช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน ทั้งนี้ โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ ลักษณะสำคัญของกองทุน VistaOne (Lux) Feeder, SICAV SA-I ชื่อกองทุนหลัก VistaOne (Lux) Feeder, SICAV SA-I Share Class Class R โดยกองทุนจะแบ่งการลงทุนใน Class R ของกองทุนหลักเป็น 2 ช่วงเวลา ดังนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2568 จนถึง (และรวม) วันที่ 1 มีนาคม 2569 กองทุนจะลงทุนใน Class R Anchor-USD เนื่องจากมีอัตราค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee rate) ที่ถูกกว่า โดยมีรายละเอียดดังนี้ - ในช่วงเวลา 6 เดือนแรกนับจากวันจองซื้อหน่วยลงทุนครั้งแรก (Initial Subscription Date) จะเรียกเก็บในอัตราร้อยละ 0.00 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (Net Asset Value (NAV)) ต่อปี - ในช่วงเวลา 30 เดือนถัดไป จะเรียกเก็บในอัตราร้อยละ 0.75 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (Net Asset Value (NAV)) ต่อปี - หลังจากนั้น จะเรียกเก็บในอัตราร้อยละ 1.25 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (Net Asset Value (NAV)) ต่อปี ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไปกองทุนจะลงทุนใน Class R Standard-USD ซึ่งเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการจัดการในอัตราร้อยละ 1.25 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (Net Asset Value (NAV)) ต่อปี ประเทศที่จัดตั้ง ราชรัฐลักเซมเบิร์ก (Luxembourg) รายละเอียด กองทุนหลักเป็นกองทุนย่อยที่อยู่ภายใต้กองทุน VistaOne (Lux) Feeder, SICAV SA ที่จัดตั้งขึ้นในรูปแบบของบริษัทเพื่อการลงทุนที่มีโครงสร้างทุนที่มีความยืดหยุ่นและสามารถแบ่งออกเป็นหน่วยย่อยได้ (multi-compartment investment company with variable capital หรือsociété d’investissement à capital variable) ภายใต้กฎหมายของราชรัฐลักเซมเบิร์ก โดยจัดตั้งขึ้นเป็นบริษัทมหาชนจำกัด (société anonyme) ซึ่งกองทุนหลักได้รับอนุญาตภายใต้กฎหมายของราชรัฐลักเซมเบิร์ก และจดทะเบียนอยู่ในบัญชีรายชื่ออย่างเป็นทางการของ UCIs โดยได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลภาคการเงินของราชรัฐลักเซมเบิร์ก (Commission de Surveillance du Secteur Financier หรือ CSSF) วัตถุประสงค์ กองทุนหลักจะมุ่งเน้นการลงทุนร่วมกับกลยุทธ์ Private Equity ของ Vista* ที่มีอยู่ในปัจจุบันและในอนาคต ซึ่งหมายถึงการลงทุนโดยตรงในระดับบริษัท (Deal Level) ควบคู่ไปกับกองทุน Private Equity ของ Vista* ทั้งหมด ทั้งในปัจจุบันและในอนาคต โดยเน้นการเข้าซื้อกิจการเพื่อให้มีอำนาจควบคุมกิจการในบริษัทซอฟต์แวร์สำหรับองค์กร (Enterprise Software) บริษัทด้านข้อมูล และบริษัทที่เชี่ยวชาญในการนำเสนอโซลูชันโดยใช้เทคโนโลยี ที่มีศักยภาพในการสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างมีนัยสำคัญ นโยบายการลงทุน กองทุนหลักมุ่งเน้นการเข้าซื้อกิจการเพื่อให้มีอำนาจควบคุมกิจการในบริษัทซอฟต์แวร์สำหรับองค์กร (Enterprise Software) บริษัทด้านข้อมูล และบริษัทที่เชี่ยวชาญในการนำเสนอโซลูชันโดยใช้เทคโนโลยี ซึ่งครอบคลุมกลุ่มธุรกิจขนาดเล็ก (Small Cap) ขนาดกลาง (Mid Cap) และขนาดใหญ่ (Large Cap) ที่มีศักยภาพในการสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างมีนัยสำคัญ ถึงแม้ว่าผู้จัดการการลงทุนจะดำเนินการลงทุนทั่วโลก แต่การลงทุนภายใต้กลยุทธ์ Vista และกองทุน VistaOne (Lux) Feeder, SICAV SA ส่วนใหญ่จะอยู่ในบริษัทที่มีฐานอยู่ในสหรัฐอเมริกา ซึ่ง Vista* เชื่อว่าเป็นตลาดซอฟต์แวร์สำหรับองค์กรที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและมีการเติบโตเร็วที่สุดในระดับโลก กองทุนหลักมีเป้าหมายที่จะสร้างพอร์ตการลงทุนที่มีการจัดการแบบไดนามิกและมีการกระจายตัวในอุตสาหกรรมปลายทางที่หลากหลาย โดยมุ่งเน้นในโซลูชันที่ Vista* เชื่อว่ามีความสำคัญต่อฟังก์ชันหลักของทั้งตลาดแนวตั้ง (Vertical Markets) และตลาดแนวนอน (Horizontal Markets) ต่าง ๆ เช่น ตลาดการขายและการตลาด (Sales & Marketing) ตลาดการให้บริการทางการเงิน (Financial Services) ตลาดการศึกษา (Education) ตลาดสาธารณสุข (Healthcare) ตลาดพลังงาน (Energy) ตลาดโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) และตลาดความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cybersecurity) ("กลยุทธ์การลงทุนของ Vista") โดยกองทุนหลักจะเน้นการลงทุนโดยตรง** (Direct Investments) ควบคู่ไปกับกลยุทธ์การลงทุนของ Vista อย่างมีนัยสำคัญ แต่ในขณะเดียวกันก็สามารถเข้าลงทุนในตลาดรอง โดยการซื้อการลงทุนที่มีอยู่แล้วในกองทุนเป้าหมาย (Target Funds) ซึ่งบริหารจัดการโดย Vista* หรือ AIFM และสามารถลงทุนในกองทุนเป้าหมายดังกล่าวในตลาดแรก (Primary Capital Commitments) ได้เช่นกัน โดยกองทุนหลักมีเป้าหมายในการจัดสรรเงินลงทุน ไม่เกินร้อยละ 25 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (Net Asset Value (NAV)) ทั้งหมดไปลงทุนในตราสารหนี้และหลักทรัพย์ที่มีสภาพคล่องอื่น ๆ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างรายได้ อำนวยความสะดวกในการจัดสรรเงินลงทุน และอาจรวมถึงการเป็นแหล่งสภาพคล่องของกองทุน * Vista หมายถึง Vista Equity Partners และบริษัทในเครือ ซึ่งเป็นบริษัท Private Equity จากสหรัฐอเมริกาที่เชี่ยวชาญด้านการลงทุนในธุรกิจ Enterprise Software, Data และเทคโนโลยี **เน้นการลงทุนโดยตรง หมายถึงรูปแบบการลงทุน โดยกองทุน VistaOne (Lux) Feeder, SICAV SA มีนโยบายเน้นการลงทุนโดยตรงในระดับบริษัท (Deal Level) ควบคู่ไปกับกองทุน Private Equity ของ Vista* โดยไม่เน้นการลงทุนที่ต้องผ่านตัวกลาง เช่น Secondary Investments หรือ Primary Commitments ที่เป็นการลงทุนในกองทุนต่ออีกทอดหนึ่ง วันที่จัดตั้งกองทุน 23 มกราคม 2568 วันที่จัดตั้งชนิดหน่วยลงทุน 1 เมษายน 2568 อายุโครงการ ไม่กำหนด สกุลเงินที่ใช้ซื้อขาย ในส่วนของ Share Class ของกองทุนหลักที่กองทุนจะเข้าลงทุน สกุลเงินที่ใช้ซื้อขายคือสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) ISIN Class R Anchor-USD : LU2991176186 Class R Standard-USD : LU2991176699 ผู้จัดการกองทุน (Investment Manager) VEPF Management, L.P. โดยได้รับมอบหมายจากผู้จัดการกองทุนทางเลือกของกองทุน VistaOne (Lux) Feeder, SICAV SA ซึ่ง VEPF Management, L.P. นี้จัดตั้งขึ้นในรูปแบบของ Limited Partnership ภายใต้กฎหมายของมลรัฐเดลาแวร์ ซึ่งมี Vista Credit Partners, L.P. เป็น Sub-Investment Manager โดย Investment Manager ทำหน้าที่บริหารจัดการโดยรวมของกองทุน, กำหนดนโยบาย, ดูแลพอร์ตการลงทุน, ดูแลสภาพคล่อง และ Sub-Investment Manager ทำหน้าที่บริหารการลงทุนด้าน หนี้และหลักทรัพย์อื่น โดยเป็นสินทรัพย์ที่เน้นลงทุนในการบริหารสภาพคล่องเป็นหลักตามที่ได้รับมอบหมาย สัดส่วนการบริหารขึ้นอยู่กับ Investment Manager AIFM ONE Fund Management S.A. นายทะเบียน The Bank of New York Mellon SA/NV, Luxembourg Branch ผู้สอบบัญชี Deloitte Audit, S.à. r.l. ค่าธรรมเนียม ค่าธรรมเนียมการซื้อหน่วยลงทุน (Subscription Fees): ตัวกลางการลงทุนบางราย (Intermediaries) ที่กองทุนใช้ในการเข้าลงทุนในกองทุนหลักอาจเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการซื้อหน่วยลงทุน โดยขึ้นอยู่กับข้อตกลงกับตัวกลางการลงทุนดังกล่าว ทั้งนี้ ไม่ใช่ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากกองทุนหลักโดยตรง ค่าธรรมเนียมสำหรับผู้จัดการกองทุนทางเลือก (AIFM Fee): เรียกเก็บในจำนวนคงที่ที่ EUR 20,000 ต่อปี ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee): เรียกเก็บในอัตราไม่เกินร้อยละ 1.25 ต่อปี ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (Net Asset Value (NAV) ทั้งนี้ ตามประเภทของหน่วยลงทุน (Share Class) ที่เกี่ยวข้อง ส่วนแบ่งผลตอบแทนตามผลการดำเนินงาน (Performance Participation Allocation): เรียกเก็บในอัตราร้อยละ 15 ของผลตอบแทนรวม (Total Return) ทั้งนี้ หลังจากหักผลตอบแทนขั้นต่ำ (Hurdle Amount) ที่กำหนดไว้ที่อัตราร้อยละ 5 ต่อปี และจำนวนผลตอบแทนรวมในปีดังกล่าวที่เป็นบวกที่ใช้ในการคำนวณจะต้องหักลบกับจำนวน Total Return ที่เป็นลบในปีก่อนหน้า (High Water Mark) โดยคำนวณและจัดสรรเป็นรายปี และสะสมผลตอบแทนเป็นรายเดือน วันทำการซื้อหน่วยลงทุน วันจองซื้อหน่วยลงทุนครั้งแรก (Initial Subscription Date): วันที่ 1 เมษายน 2568 หรือวันอื่นใดตามที่ Sponsor กล่าวคือ Vista* ผู้จัดการกองทุนทางเลือก (AIFM) ผู้จัดการการลงทุนของกองทุนหลัก (Investment Manager) และผู้ที่ได้รับมอบหมายของผู้จัดการการลงทุนของกองทุนหลัก (Sub-Investment Manager) ใช้ดุลยพินิจกำหนด วันจองซื้อหน่วยลงทุนครั้งอื่น ๆ (Subscription Date): วันปฏิทินแรกของแต่ละเดือน โดยมี Minimum subscription: 25,000 USD ราคาจองซื้อหน่วยลงทุน: จะใช้มูลค่าทรัพย์สินสุทธิต่อหน่วย (NAV per Share) ซึ่งคำนวณจากวันประเมินมูลค่าที่เกิดขึ้นก่อนวันจองซื้อหน่วยลงทุนนั้น ๆ เวลาสิ้นสุดการจองซื้อหน่วยลงทุน (Subscription Cut-off Time): นายทะเบียนของกองทุนหลักจะต้องได้รับคำขอจองซื้อหน่วยลงทุนภายใน 17.00 น. (เวลายุโรปกลาง (Central European Time)) ล่วงหน้าอย่างน้อย 5 วันทำการก่อนวันจองซื้อหน่วยลงทุนที่เกี่ยวข้อง เว้นแต่คณะกรรมการบริษัทของกองทุน VistaOne (Lux) Feeder, SICAV SA หรือผู้ได้รับมอบหมายจะพิจารณายกเว้น วันทำการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน วันรับซื้อคืนหน่วยลงทุนครั้งแรก (First Redemption Date): 30 กันยายน 2568 วันรับซื้อคืนหน่วยลงทุนครั้งอื่น ๆ (Redemption Date): วันปฏิทินสุดท้ายของแต่ละไตรมาสปฏิทิน เวลาสิ้นสุดการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (Redemption Cut-off Time): นายทะเบียนของกองทุนหลักจะต้องได้รับคำขอรับซื้อคืนหน่วยลงทุนภายใน 17.00 น. (เวลายุโรปกลาง (Central European Time)) ในวันทำการสุดท้ายของเดือนที่สองของไตรมาสนั้น ๆ (กล่าวคือ ประมาณ 30 วันปฏิทินก่อนวันรับซื้อคืนหน่วยลงทุนที่เกี่ยวข้อง) เว้นแต่คณะกรรมการบริษัทของกองทุน VistaOne (Lux) Feeder, SICAV SA หรือผู้ได้รับมอบหมายจะพิจารณายกเว้น ทั้งนี้ ในกรณีที่มีความประสงค์ที่จะรับซื้อคืนหน่วยลงทุนในวันรับซื้อคืนหน่วยลงทุนที่อยู่ภายในระยะเวลา 2 ปีหลังจากวันจองซื้อหน่วยลงทุนของหน่วยลงทุนดังกล่าว กองทุนหลักอาจทำการหักค่ารับซื้อคืนก่อนกำหนด (Early Redemption Deduction) ซึ่งเรียกเก็บในอัตราร้อยละ 5 ของมูลค่าหน่วยลงทุนที่จะขายคืน ข้อจำกัดการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน โดยทั่วไปแล้ว กองทุนหลักมีการจำกัดการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน โดยจะจำกัดไว้ที่อัตราร้อยละ 5 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (Net Asset Value (NAV) ในแต่ละไตรมาสของกองทุนหลัก การประกาศมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ จะคำนวณมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (Net Asset Value (NAV) ณ วันทำการสุดท้ายของแต่ละเดือน ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะประกาศมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (Net Asset Value (NAV) ดังกล่าวภายใน 20 วันทำการหลังจากวันคำนวณมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ วันที่รับเงินค่าขายคืนหน่วยลงทุน ภายในประมาณ 35 วันปฏิทินนับจากวันรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (Redemption Date) ที่เกี่ยวข้อง ตัวชี้วัด (Benchmark) ไม่มี การจ่ายเงินปันผล ไม่จ่ายเงินปันผล Website http://vistaone.vistaequitypartners.com/ ในกรณีที่กองทุนหลักมีการแก้ไขเพิ่มเติมโครงการ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะแก้ไขเพิ่มเติมโครงการให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของกองทุนหลัก โดยถือว่าได้รับมติเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ทั้งนี้ หากมีการดำเนินการดังกล่าว บริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการหรือผ่านช่องทางอื่นใดตามความเหมาะสม
Investment policy as filed with SEC Thailand.
actual = what the AMC currently charges · max = prospectus ceiling (no actual reported). Annual fees aren’t additive with one-time fees.