KTAM Global Private Equity Fund Not for Retail Investors
KRUNG THAI ASSET MANAGEMENT PUBLIC COMPANY LIMITED · Alternative Assets · settlement T+40
↳ Invests in EQT Nexus Fund SICAV - ENXF SICAV - I · ลักเซมเบิร์ก
✨Invests primarily in Class I EUR-Z shares of the EQT Nexus Fund SICAV, with potential allocations to equities, bonds, real estate, and alternative assets.
กองทุนมีนโยบายเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน EQT Nexus Fund SICAV – ENXF SICAV - I (กองทุนหลัก) ในหน่วยลงทุนชนิด Class I EUR-Z ซึ่งเป็น Share Class สําหรับผู้ลงทุนที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินและซื้อขายเป็นสกุลเงินยูโร (EUR) เพียงกองเดียว โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ทั้งนี้ กองทุนหลักเป็นกองทุนในกลุ่ม EQT Nexus Fund SICAV ที่จัดตั้งขึ้นภายใต้กฎหมายของประเทศลักเซมเบิร์ก (Luxembourg) ในรูปแบบ Société d'Investissement à Capital Variable (SICAV) และอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของ EQT Fund Management S.à r.l. รวมถึงเป็นกองทุนที่อยู่ภายใต้การกํากับดูแลของ Commission de Surveillance du Secteur Financier (CSSF) ภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้องของประเทศลักเซมเบิร์ก สำหรับการลงทุนในส่วนที่เหลือ กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารทุน ตราสารหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน เงินฝาก และ/หรือบัตรเงินฝาก ตราสารเทียบเท่าเงินฝาก หน่วย CIS หน่วยลงทุนอสังหาริมทรัพย์/ REITs หน่วยลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน หน่วยลงทุนกองทุนสินค้าโภคภัณฑ์ หน่วยอีทีเอฟ (ETF) รวมถึง กองทุนอาจทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ และ/หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) และอาจพิจารณาลงทุนในตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. และ/หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด รวมทั้งหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นใดที่เสนอขายทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศตลอดจนหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างที่ไม่ขัดต่อกฎหมายสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือให้ความเห็นชอบให้ลงทุนได้ นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่น กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ ในสัดส่วนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกินร้อยละ 100 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน อย่างไรก็ตาม การลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่นซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนของกองทุน ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด ทั้งนี้ กองทุนปลายทางไม่สามารถลงทุนย้อนกลับในกองทุนต้นทาง (Circle investment) ได้ และกองทุนปลายทางจะไม่ลงทุนต่อในกองทุนรวมอื่นภายใต้บริษัทจัดการเดียวกัน (cascade investment) เกินกว่า 1 ทอด กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อลดความเสี่ยง (Hedging) หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. และ/หรือสํานักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกําหนด และในกรณีที่มีการลงทุนในต่างประเทศกองทุนอาจพิจารณาลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) ที่มีตัวแปรเป็นอัตราแลกเปลี่ยนเงินโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันความเสี่ยง โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนตามความเหมาะสมกับสภาวการณ์ในแต่ละขณะ เช่น กรณีที่ค่าเงินยูโรมีแนวโน้มอ่อนค่าลง บริษัทจัดการอาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับอัตราแลกเปลี่ยน (FX Derivatives) อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการอาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับอัตราแลกเปลี่ยน (FX Derivatives) ใน สัดส่วนที่น้อย หรืออาจพิจารณาไม่ป้องกันในกรณีที่ค่าเงินยูโรมีแนวโน้มแข็งค่า ซึ่งการใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงอาจมีต้นทุน สำหรับการทำธุรกรรมป้องกันความเสี่ยง โดยทำให้ผลตอบแทนของกองทุนโดยรวมลดลงจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่กองทุนจะเข้าเป็นคู่สัญญา จะมีสินทรัพย์อ้างอิงอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ได้แก่ ทรัพย์สินที่กองทุนสามารถลงทุน อัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยนเงิน เครดิต เช่น credit rating หรือ credit event เป็นต้น ทองคํา น้ำมันดิบ และ/หรือ สินทรัพย์อ้างอิงอื่นตามที่สำนักงานกำหนดเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม การลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) และตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) อาจมีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงราคาของหลักทรัพย์อ้างอิงที่เคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้ามกับที่คาดการณ์ไว้ และ/หรือคู่สัญญาที่ทำธุรกรรมไม่สามารถชำระภาระผูกพันได้ตามที่กำหนดเวลา อาจทำให้กองทุนขาดทุนจากการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหรือตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝงได้ อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการจะวิเคราะห์และติดตามปัจจัยที่มีผลกระทบต่อราคาสินทรัพย์อ้างอิง รวมถึงพิจารณาความน่าเชื่อถือของคู่สัญญาก่อนทำธุรกรรมและติดตามอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ บริษัทจัดการอาจปรับเปลี่ยนการลงทุนหรือการเข้าทำธุรกรรมให้เหมาะสมกับสถานการณ์ โดยจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของกองทุนและผู้ถือหน่วยลงทุน กองทุนอาจลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือของผู้ออกตราสารต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (non – investment grade) ตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) หลักทรัพย์ของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) ได้ไม่เกินร้อยละ 100 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ทั้งนี้ กองทุนและกองทุนหลักอาจมีการลงทุนหรือการทำธุรกรรมดังต่อไปนี้ โดยมีฐานะการลงทุนสูงสุดของกองทุน (Maximum Limit) ในการลงทุนหรือการทำธุรกรรมดังกล่าว ดังนี้ 1.กองทุนอาจลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) และตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝงเฉพาะส่วนที่มีลักษณะเป็นสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยมีสัดส่วนการลงทุนไม่เกินร้อยละ 150 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน กองทุนหลักอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) ได้โดยไม่จำกัดอัตราส่วน 2. กองทุนอาจกู้ยืมเงินหรือทำธุรกรรมการขายโดยมีสัญญาซื้อคืน (Repo) เพื่อประโยชน์ในการจัดการลงทุนของกองทุน ไม่เกินร้อยละ 50 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน กองทุนหลักอาจกู้ยืมเงินเพื่อการลงทุนได้ไม่เกินร้อยละ 30 ของมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมดของกองทุนหลัก 3. กองทุนอาจลงทุนในหน่วย Private Equity โดยมีสัดส่วนการลงทุนไม่เกินร้อยละ 150 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน กองทุนหลักอาจมีสัดส่วนการลงทุนในหน่วย Private Equity ได้ไม่เกินร้อยละ 130 ของมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมดของกองทุนหลัก อย่างไรก็ตาม กองทุนและกองทุนหลักจะไม่ทำธุรกรรมการขายหลักทรัพย์ที่ต้องยืมมาเพื่อการส่งมอบ (Short Sale) ในกรณีที่กองทุนไม่สามารถเข้าลงทุนในกองทุนหลัก หรือในกรณีที่กองทุนนี้มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ หรือในกรณีที่บริษัทจัดการเห็นว่าการลงทุนในกองทุนหลักไม่เหมาะสมอีกต่อไป อาทิเช่น กองทุนหลักมีผลตอบแทนต่ำกว่าผลตอบแทนของกองทุนต่างประเทศอื่นๆ ที่มีนโยบายใกล้เคียงกับกองทุนหลัก และ/หรือผลตอบแทนของกองทุนหลักต่ำกว่าตัวชี้วัด (Benchmark) (ถ้ามี) และ/หรือ การลงทุนนั้นไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์หรือนโยบายการลงทุนของกองทุน และ/หรืออัตราค่าธรรมเนียมของกองทุนหลักเพิ่มสูงขึ้นจนอาจจะส่งผลกระทบต่อกองทุน และ/หรือ ค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายอื่นใดที่สูงขึ้นจากการดำเนินงานกองทุน และ/หรือมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายอื่นใดเพิ่มเติมจนส่งผลกระทบต่อกองทุน และ/หรือ ขนาดของกองทุนหลักลดต่ำลงมากอย่างมีนัยสำคัญจนอาจมีผลกระทบต่อการลงทุนหรือผลการดำเนินงานของกองทุนหลัก และ/หรือ กรณีที่กองทุนหลักมีการลงทุนในทรัพย์สินประเภทอื่นที่กองทุนไทยไม่สามารถลงทุนได้ หรือมีอัตราส่วนการลงทุนในทรัพย์สินดังกล่าวเกินกว่าอัตราส่วนที่ประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด ทั้งนี้ การลงทุนในทรัพย์สินดังกล่าวจะต้องเป็นไปตามเกณฑ์ของคณะกรรมการก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือกรณีการลงทุนของกองทุนหลักไม่เป็นไปตามหนังสือชี้ชวนหรือโครงการ หรือทำให้กองทุนนี้ไม่สามารถปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และ/หรือกรณีมีการขายคืนกองทุนหลักเป็นจำนวนมากอย่างมีนัยสำคัญ จนอาจส่งผลกระทบต่อการลงทุนหรือผลการดำเนินงานของกองทุน และ/หรือเมื่อกองทุนหลักกระทำความผิดร้ายแรงตามความเห็นของหน่วยงานที่กำกับดูแลกองทุนต่างประเทศ หรือมีการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบที่อาจส่งผลต่อการดำเนินการของกองทุนในฐานะผู้ลงทุน หรือการเปลี่ยนแปลงบริษัทจัดการ ผู้บริหาร และ/หรือผู้จัดการกองทุนของกองทุนหลัก หรือในกรณีที่บริษัทจัดการเห็นว่ากองทุนจะมีอัตราส่วนการลงทุนที่คำนวณตามความมีส่วนได้เสียในกิจการที่ลงทุน (Concentration Limit) เกินกว่าอัตราส่วนหรือมูลค่าที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์กำหนด และ/หรือในกรณีที่กองทุนหลักได้เลิกโครงการ และ/หรือกรณีมีเหตุให้เชื่อได้ว่าเพื่อเป็นการรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม บริษัทจัดการสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงกองทุนหลัก และ/หรือดำเนินการเลิกกองทุน โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว และไม่ถือว่าปฏิบัติผิดไปจากรายละเอียดโครงการกองทุนโดยจะคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ และในกรณีที่บริษัทจัดการอยู่ระหว่างการดำเนินการเปลี่ยนกองทุนหลักข้างต้น บริษัทจัดการอาจพิจารณาดำเนินการในครั้งเดียว หรือทยอยโอนย้ายเงินทุน ซึ่งอาจส่งผลให้ในช่วงเวลาดังกล่าว กองทุนอาจมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนต่างประเทศมากกว่า 1 กองทุน ในกรณีที่ผู้ถือหน่วยลงทุนมีการส่งคำสั่งซื้อขายหน่วยลงทุนเป็นจำนวนมาก และ/หรือกองทุนอยู่ในช่วงระหว่างส่งคำสั่งซื้อหน่วยลงทุนไปยังกองทุนหลัก และ/หรืออยู่ระหว่างรอชำระเงินค่าขายคืนหน่วยลงทุนให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนนั้น อาจทำให้มีบางช่วงเวลาที่อัตราส่วนการลงทุนในกองทุนหลักไม่เป็นไปตามอัตราส่วนการลงทุนที่กำหนดสำหรับกองทุนรวมฟีดเดอร์ได้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตเป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds) หรือเป็นกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในสินทรัพย์ประเภท Private Equity หรือสามารถกลับมาเป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ได้ โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (risk profile) เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตลาด โดยเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงประเภทกองทุนดังกล่าว โดยประกาศผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ หรือช่องทางอื่นใดที่บริษัทจัดการกำหนด บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะนำเงินลงทุนบางส่วนหรือทั้งหมดลงทุนในประเทศไทย ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของกองทุนโดยรวม เช่น ในกรณีที่มีความผิดปกติของตลาด หรือในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงของภาวะตลาดหรือการคาดการณ์ภาวะตลาดทำให้การลงทุนในต่างประเทศขาดความเหมาะสมในทางปฏิบัติ หรือกรณีอื่นใดที่เกิดจากสาเหตุที่ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น การเปลี่ยนแปลงของกฎหมาย หรือประกาศที่เกี่ยวข้อง หรือเกิดภาวะสงคราม เป็นต้น จึงอาจมีบางขณะที่กองทุนไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามอัตราส่วนการลงทุนที่กำหนดได้ และบริษัทจัดการจะรายงานการไม่สามารถลงทุนตามสัดส่วนการลงทุนต่อสำนักงาน ก.ล.ต. กรณีเกิดสภาวการณ์ที่ไม่ปกติและ/หรือเกิดเหตุการณ์ที่เชื่อได้ว่าจะมีผลกระทบต่อกองทุนและ/หรือมูลค่าหลักทรัพย์ที่กองทุนลงทุน เช่น ตลาดมีความผิดปกติ มีการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจหรือการเมืองอย่างมีนัยสำคัญ มีการขายคืนหน่วยลงทุนจำนวนมาก เป็นต้น และ/หรือเกิดเหตุการณ์ที่บริษัทจัดการประเมินว่าปัจจัยต่าง ๆ มีโอกาสที่จะไม่เป็นไปตามที่บริษัทจัดการคาดการณ์ไว้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการปรับกลยุทธ์การลงทุนที่แตกต่างไปจากที่กำหนดไว้ เพื่อความเหมาะสมในทางปฏิบัติในภาวะนั้น ๆ ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนที่กำหนดไว้ โดยคำนึงถึงประโยชน์ของกองทุนโดยรวมและถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว สรุปสาระสำคัญของกองทุน EQT Nexus Fund SICAV - ENXF SICAV – I (กองทุนหลัก) ชื่อ EQT Nexus Fund SICAV - ENXF SICAV - I Class Class I EUR-Z currency ยูโร (EUR) Launch trade date 29 ธันวาคม 2566 อายุกองทุน ไม่กำหนด ประเทศที่จดทะเบียน ลักเซมเบิร์ก (LUXEMBOURG) ISIN LU2617117614 Manager EQT Fund Management S.à r.l. ผู้เก็บรักษาทรัพย์สิน Bank of New York Mello SA/NV, Luxembourg Branch นายทะเบียน Bank of New York Mello SA/NV, Luxembourg Branch ผู้สอบบัญชี KPMG วัตถุประสงค์การลงทุนและกลยุทธ์การลงทุน กองทุนมุ่งสร้างผลตอบแทนที่ปรับด้วยความเสี่ยงจากการเติบโตของเงินลงทุนในระยะปานกลางถึงระยะยาว โดยจะเข้าลงทุนในกองทุนที่ถูกจัดตั้งมาแล้ว หรือกำลังจะจัดตั้งในอนาคต ที่เน้นลงทุนในสินทรัพย์นอกตลาด ซึ่งเป็นกองทุนที่ EQT เป็นผู้บริหาร ผู้ให้คำแนะนำ และผู้ดำเนินการ ซึ่งจะมีการกระจายตัวทั้งประเภทของกลยุทธ์และอายุโครงการของกองทุน กองทุนสามารถเข้าร่วมลงทุน (Co-investment) ควบคู่กับกองทุนอื่นๆ ที่บริหารโดย EQT ได้ตามโอกาสที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงเวลา กองทุนมุ่งเน้นในการบรรลุวัตถุประสงค์โดยการลงทุนทั้งทางตรงและทางอ้อม ทั้งหมดหรือส่วนใหญ่ใน EQT Nexus Fund (Master) FCP และกองทุน EQT Nexus Fund (Master) FCP จะลงทุนผ่าน ENXF Aggregator SCSp เพื่อถือครองการลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ และเพื่อให้เกิดความชัดเจนที่สุดนั้น ENXF Aggregator SCSp จะไม่ได้อยู่ในฐานะกองทุนหลักของกองทุน EQT Nexus Fund (Master) FCP แต่อย่างใด ทั้งนี้ กองทุน EQT Nexus Fund (Master) FCP และ ENXF Aggregator SCSp อาจลงทุนผ่านนิติบุคคลเฉพาะกิจ (Special Purpose Vehicles) หรือเครื่องมือการลงทุนอื่นๆ ได้ นโยบายการลงทุน กองทุนจะจัดสรรเงินที่ได้รับจากการจำหน่ายหน่วยลงทุน ดังนี้ (1) ลงทุนในรูปแบบ Fund Investments ซึ่งเป็นการลงทุนในกองทุนที่ EQT เป็นผู้บริหารจัดการ ให้คําแนะนํา และหรือดําเนินการ รวมถึงกองทุนใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับ EQT ซึ่งรวมเรียกว่า Underlying EQT Funds (2) เข้าร่วมลงทุน (Co-investments) ควบคู่ไปกับกองทุนของ EQT (3) ถือครองสินทรัพย์สภาพคล่อง (Liquidity Sleeve) ทั้งนี้ ในเบื้องต้นการลงทุนใน Underlying EQT Funds และ Co-investments จะมุ่งเน้นลงทุนใน EQT Business Line ซึ่งแบ่งเป็น 1. กลุ่ม Private Capital 1.1 EQT Private Equity : มุ่งเน้นลงทุนในบริษัทขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ที่มีคุณภาพสูง โดยใช้วิธีการลงทุนตามธีมการลงทุน ซึ่งส่วนใหญ่ จะเป็นบริษัทในยุโรปและอเมริกาเหนือ ปัจจุบันเน้นลงทุนในกลุ่มธุรกิจการดูแลสุขภาพ เทคโนโลยีการบริการ และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม 1.2 BPEA EQT : เป็นการร่วมมือกันระหว่างทีมที่ปรึกษา private equity จาก Baring Private Equity Asia (“BPEA”) และ EQT Asia โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักลงทุนได้มีโอกาสลงทุนใน private equity ในเอเชีย 1.3 EQT Ventures : ลงทุนในบริษัทที่เติบโตอย่างรวดเร็ว บริษัทที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีในทุกอุตสาหกรรมทั่วโลก โดยมุ่งเน้นบริษัทที่อยู่ในยุโรปและสหรัฐอเมริกา ปัจจุบันเน้นลงทุนในบริษัทที่อยู่ระยะเริ่มแรก (early-stage strategy) ซึ่งโดยทั่วไปจะมีมูลค่าการลงทุนระหว่าง 2 ล้านยูโรถึง 50 ล้านยูโร 1.4 EQT Growth : เน้นการเป็นหุ้นส่วนกับผู้ก่อตั้งและทีมผู้บริหารของบริษัท ผ่านการลงทุนในอุตสาหกรรม ด้านเทคโนโลยีการใช้เทคโนโลยีและอุตสาหกรรมที่มีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว เช่น เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ องค์กร ผู้บริโภค และสภาพภูมิอากาศ โดยจะเน้นลงทุนในบริษัทที่มีการเติบโตสูงในตลาดยุโรป ซึ่งโดยทั่วไปจะมีมูลค่าการลงทุนระหว่าง 50 ล้านยูโรถึง 200 ล้านยูโร 1.5 EQT Future : ลงทุนในกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ "สภาพภูมิอากาศและธรรมชาติ" และ "สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี" ซึ่งมุ่งหวังที่จะเปลี่ยนแปลงบริษัทที่มีคุณภาพสูงให้สร้างผลกระทบในวงกว้างและให้ผลตอบแทนที่ปรับด้วยความเสี่ยงที่น่าสนใจ โดยเน้นลงทุนในบริษัทในทวีปยุโรปที่อยู่ในตลาดหลักของ EQT และอาจลงทุนในบริษัทขนาดใหญ่ในสหรัฐอเมริกา 1.6 EQT Life Sciences : เน้นลงทุนในบริษัทที่มีนวัตกรรมขั้นสูง พัฒนายาตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจนถึงระยะการเติบโต ผลิตยาเฉพาะทางเทคโนโลยีทางการแพทย์และบริษัทที่มีการนําเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพทางการแพทย์และการตรวจวินิจฉัย 2. กลุ่ม Real Assets 2.1 EQT Value-Add Infrastructure : มุ่งเน้นลงทุนในบริษัทที่พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่มีผลการดําเนินงานแข็งแกร่ง ซึ่งเป็นบริการที่จำเป็นในสังคม 2.2 EQT Active Core Infrastructure : ขยายขอบเขตการลงทุนของ EQT Infrastructure โดยหาโอกาสการลงทุนที่น่าสนใจที่มีความเสี่ยงที่ต่ำกว่าและผลตอบแทนที่คาดการณ์ได้มากขึ้น โดยเน้นลงทุนในยุโรปและอเมริกาเหนือ 2.3 EQT Exeter : ลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การซื้อ การพัฒนา และการเช่า ทั้งนี้ EQT Business Line ข้างต้นอาจเปลี่ยนแปลงได้ อย่างไรก็ตาม กองทุนจะเน้นลงทุนใน EQT Private Equity และ EQT Value- Add Infrastructure ประมาณร้อยละ 50 – 70 ของเงินลงทุนที่ไม่รวมส่วนของ Liquidity Sleeve ในส่วนของ Liquidity Sleeve กองทุนจะลงทุนในตราสารหนี้ที่ซื้อขายทั้งในตลาดและนอกตลาดหลักทรัพย์อื่นๆ รวมถึงการถือครองเงินสดไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน เพื่อการสร้างรายได้ความสะดวกในการจัดการเงินทุน และสภาพคล่องของกองทุน กองทุนจะลงทุนทั้งทางตรงและทางอ้อมในแต่ละสินทรัพย์ (Single Investment) ได้ไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยจะยกเว้นในช่วงระยะเวลาเข้าลงทุน (ramp-up period) และ ข้อยกเว้นอื่นใดตามที่กองทุนกำหนด กองทุนอาจกู้ยืมทั้งทางตรงหรือทางอ้อม เพื่อการลงทุนและวัตถุประสงค์อื่นใดได้ไม่เกินร้อยละ 30 ของมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมดของกองทุน กองทุนอาจเข้าทำธุรกรรมในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เพื่อวัตถุประสงค์ในการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน ซึ่งรวมถึงการป้องกันความเสี่ยง โดยการเข้าทำธุรกรรมดังกล่าวจะเป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน นโยบายการจ่ายเงินปันผล ไม่มี การเสนอขายหน่วยลงทุน รายเดือน ซึ่งกำหนดให้วันทำการแรกของเดือนเป็นวันทำการขายหน่วยลงทุน โดยต้องส่งคำสั่งซื้อหน่วยลงทุนล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วันทำการก่อนวันสิ้นเดือนก่อนหน้าวันทำการขายนั้น การรับซื้อคืนหน่วยลงทุน รายไตรมาส ซึ่งกำหนดให้วันสุดท้ายของเดือนมีนาคม มิถุนายน กันยายน และธันวาคม เป็นวันรับซื้อคืนหน่วยลงทุน โดยต้องส่งคำสั่งขายคืนหน่วยลงทุนล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนวันรับซื้อคืนหน่วยลงทุน การประกาศมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน รายเดือน โดยจะประกาศมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของทุกวันสิ้นเดือน ภายใน 20 วันทำการนับแต่วันสิ้นเดือนนั้น วันรับเงินค่าขายคืนหน่วยลงทุน ภายใน 35 วันทำการนับแต่วันรับซื้อคืนหน่วยลงทุน เนื่องจากกองทุนจะชําระเงินค่าขายคืนหน่วยลงทุน ภายใน 15 วันทำการนับแต่วันประกาศมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน เพดานการขายคืนหน่วยลงทุน (Redemption Gate) กองทุนมีการจํากัดการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนสุทธิไม่เกินร้อยละ 5 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ซึ่งมูลค่าการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนสุทธิดังกล่าวไม่รวมถึงหน่วยลงทุนที่มีการไถ่ถอนก่อนกำหนด โดยมูลค่าทรัพย์สินสุทธิที่ใช้เป็นฐานในการคํานวณเท่ากับค่าเฉลี่ยของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ณ วันสิ้นเดือนของ 3 เดือนก่อนหน้า ทั้งนี้ คําสั่งขายคืนหน่วยลงทุนที่จะได้รับการจัดสรรจะคํานวณตามสัดส่วน (pro rata basis) ส่วนคำสั่งขายคืนหน่วยลงทุนที่เหลือจะถือเป็นคำสั่งขายคืนหน่วยลงทุนในไตรมาสถัดไป ค่าธรรมเนียม - มูลค่าขั้นต่ำในการซื้อครั้งแรก (Minimum Initial Subscription) : 25,000 ยูโร - มูลค่าขั้นต่ำในการซื้อครั้งถัดไป (Minimum Subsequent Subscription) : 1,000 ยูโร - ค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน (Entry Fee) : ไม่มี - ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (Exit Fee) : จะเรียกเก็บในอัตราร้อยละ 5.00 ของมูลค่าหน่วย ลงทุนที่ขายคืน ในกรณีที่เป็นการขายคืนหน่วยลงทุนก่อน 18 เดือนนับจากวันเริ่มถือครองหน่วยลงทุนนั้นถึงวันรับซื้อคืนหน่วยลงทุน - ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) : สูงสุดไม่เกินร้อยละ 1.35 ต่อปี ของ Adjusted NAV โดยปัจจุบันเรียกเก็บร้อยละ 1.35 ต่อปีของ Adjusted NAV ซึ่ง Adjusted NAV พิจารณาจากมูลค่าที่มากกว่าระหว่าง (1) มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน หรือ (2) มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน หักด้วยเงินสดหรือตราสารเทียบเท่าเงินสด บวกด้วยจำนวนเงินที่ตกลงจะเข้าลงทุนทั้งหมดแต่ยังมิได้นําไปลงทุน - ประมาณการค่าใช้จ่ายทั้งหมดของกองทุน (Estimate Total Expenses) : ร้อยละ 1.90 ต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน (ข้อมูล ณ วันที่ 18 ธันวาคม 2566) - ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายอื่นๆที่เกิดขึ้นจากการลงทุนในกองทุน (Fund Investments) หรือการเข้าร่วมลงทุน (Co-investments) สรุปสาระสำคัญในส่วนของกองทุนได้ถูกคัดเลือกมาเฉพาะส่วนที่สำคัญและจัดแปลมาจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ ดังนั้น ในกรณีที่มีความแตกต่างหรือไม่สอดคล้องกับต้นฉบับภาษาอังกฤษ ให้ถือตามต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นเกณฑ์ ทั้งนี้ หากกองทุนหลักมีการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลข้างต้นใดๆ อย่างไม่มีนัยสำคัญ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงข้อมูลดังกล่าว เพื่อให้สอดคล้องกับกองทุนหลัก โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้วและจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบโดยการลงประกาศในเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ หรือช่องทางอื่นใดที่บริษัทจัดการกำหนด บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงชนิดของหน่วยลงทุน และ/หรือซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนหลักในประเทศอื่นใดและ/หรือเปลี่ยนแปลงตลาดหลักทรัพย์ที่ซื้อขายกองทุนหลัก และ/หรือสกุลเงินลงทุนเป็นสกุลเงินอื่นใดนอกเหนือจากสกุลเงินยูโรในภายหลังได้ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว โดยบริษัทจัดการจะคำนึงถึงประโยชน์ของกองทุนเป็นสำคัญ ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ หรือช่องทางอื่นใดที่บริษัทจัดการกำหนด เว้นแต่ในกรณีที่เป็นการเปลี่ยนแปลงโดยกองทุนรวมหลักในอนาคต ซึ่งบริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบโดยเร็วผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ หรือช่องทางอื่นใดที่บริษัทจัดการกำหนด นับตั้งแต่วันที่บริษัทจัดการรู้หรือรับทราบเหตุการณ์ดังกล่าว
Investment policy as filed with SEC Thailand.
actual = what the AMC currently charges · max = prospectus ceiling (no actual reported). Annual fees aren’t additive with one-time fees.