KTAM China Equity RMF
KRUNG THAI ASSET MANAGEMENT PUBLIC COMPANY LIMITED · Equity · settlement T+4
↳ Invests in BGF China Fund · ลักเซมเบิร์ก
✨Invests primarily in the BGF China Fund, focusing on equities of companies benefiting from China's economic growth, with at least 80% net exposure to foreign risks.
กองทุนมีนโยบายการลงทุนที่ส่งผลให้มี net exposure ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศ โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยกองทุนจะเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน BGF China Fund (กองทุนหลัก) ในหน่วยลงทุนชนิด Class D โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม หรือตามอัตราส่วนที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. จะประกาศกำหนด ทั้งนี้ กองทุน BGF China Fund (กองทุนหลัก) อยู่ภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้องของประเทศลักเซมเบิร์ก ภายใต้การกำกับดูแลของ Commission de Surveillance du Secteur Financier (CSSF) เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของ UCITS (Undertakings for Collective Investment in Transferable Securities) ซึ่งบริหารและจัดการโดย BlackRock (Luxembourg) S.A. (Management Company) โดยกองทุนหลักมีวัตถุประสงค์ของกองทุน คือ เพื่อสร้างผลตอบแทนรวมสูงสุด โดยลงทุนอย่างน้อย 70% ของสินทรัพย์รวมของกองทุนในตราสารทุนของบริษัทที่มีภูมิลำเนาอยู่ใน หรือเป็นส่วนหนึ่งที่ได้รับผลประโยชน์จากการเติบโตทางเศรษฐกิจ ในสาธารณรัฐประชาชนจีน บริษัทจัดการจะทำการซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนหลักในฮ่องกง โดยใช้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐเป็นหลัก และกองทุนหลักจะนำเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ ไปลงทุนในหลักทรัพย์ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ดอลลาร์ฮ่องกง หยวนจีน หรือสกุลเงินอื่นใด เป็นต้น อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงชนิดของหน่วยลงทุน และ/หรือซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนหลักในประเทศอื่นใดนอกเหนือจากฮ่องกง และ/หรือสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐเป็นสกุลเงินอื่นใดในภายหลังได้ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว โดยบริษัทจัดการจะคำนึงถึงประโยชน์ของกองทุนเป็นสำคัญ ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้า โดยจะปิดประกาศ ณ สำนักงานของบริษัทจัดการ และ/หรือผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืน (ถ้ามี) และ/หรือ Website ของบริษัท เว้นแต่ในกรณีทีเป็นการเปลี่ยนแปลงโดยกองทุนรวมหลักในอนาคต ซึ่งบริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบโดยเร็วนับตั้งแต่วันที่บริษัทจัดการรู้หรือรับทราบเหตุการณ์ดังกล่าว ทั้งนี้ กองทุน BGF China Fund (กองทุนหลัก) อาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (efficient portfolio management (EPM)) และเพื่อป้องกันความเสี่ยง (Hedging) สำหรับเงินลงทุนส่วนที่เหลือ กองทุนเปิดเคแทม ไชน่า อิควิตี้ เพื่อการเลี้ยงชีพ อาจพิจารณาลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารแห่งทุน ตราสารแห่งหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตราสารทางการเงิน เงินฝาก และ/หรือบัตรเงินฝาก ที่เสนอขายทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศ ตลอดจนหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างที่ไม่ขัดต่อกฎหมาย ก.ล.ต. หรือให้ความเห็นชอบให้ลงทุนได้ นอกจากนี้ ในส่วนของการลงทุนในประเทศ กองทุนจะไม่ลงทุนในตราสาร ดังต่อไปนี้ 1. ตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) 2. ตราสารแห่งหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือของผู้ออกตราสารต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (non – investment grade) ตราสารแห่งหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Securities) หลักทรัพย์ของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) อย่างไรก็ตาม กองทุนอาจมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์ของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) และ/หรือ ตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (non-investment grade) เฉพาะกรณีที่หลักทรัพย์นั้นมีการซื้อขายในตลาดและ/หรือตราสารหนี้นั้นได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้ (investment grade) ขณะที่กองทุนลงทุนเท่านั้น กองทุนเปิดเคแทม ไชน่า อิควิตี้ เพื่อการเลี้ยงชีพ อาจกู้ยืมเงิน หรือทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ ธุรกรรมการขายโดยมีสัญญาซื้อคืน หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด กองทุนเปิดเคแทม ไชน่า อิควิตี้ เพื่อการเลี้ยงชีพ อาจพิจารณาลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) ที่มีตัวแปรเป็นอัตราแลกเปลี่ยนเงินโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันความเสี่ยงตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. และ/หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนตามความเหมาะสมกับสภาวการณ์ในแต่ละขณะ เช่น กรณีที่ค่าเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ มีแนวโน้มอ่อนค่าลง บริษัทจัดการอาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับอัตราแลกเปลี่ยน (FX Derivatives) อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการอาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับอัตราแลกเปลี่ยน (FX Derivatives)ในสัดส่วนที่น้อย หรืออาจพิจารณาไม่ป้องกันในกรณีที่ค่าเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐมีแนวโน้มแข็งค่า ซึ่งการใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงอาจมีต้นทุนสำหรับการทำธุรกรรมป้องกันความเสี่ยง โดยทำให้ผลตอบแทนของกองทุนโดยรวมลดลงจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ในกรณีที่กองทุนไม่สามารถเข้าลงทุนในกองทุน BGF China Fund (กองทุนหลัก) หรือในกรณีที่กองทุนนี้มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ หรือในกรณีที่บริษัทจัดการเห็นว่าการลงทุนในกองทุน BGF China Fund (กองทุนหลัก) ไม่เหมาะสมอีกต่อไป อาทิเช่น กองทุน BGF China Fund (กองทุนหลัก) มีผลตอบแทนต่ำกว่าผลตอบแทนของกองทุนต่างประเทศอื่นๆ ที่มีนโยบายการบริหารจัดการใกล้เคียงกันติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน หรือต่ำกว่าผลตอบแทนของกองทุนต่างประเทศอื่นอย่างเห็นได้ชัด และ/หรือ การลงทุนนั้นเบี่ยงเบนไปจากวัตถุประสงค์หรือนโยบายการลงทุนของกองทุน และ/หรือ เมื่อพบว่าการบริหารจัดการของกองทุนต่างประเทศดังกล่าวไม่เป็นไปตามที่ระบุหรือสัญญาไว้กับผู้ลงทุน และ/หรือ เมื่อกองทุนต่างประเทศดังกล่าวกระทำความผิดร้ายแรงโดยหน่วยงานกำกับดูแลในประเทศนั้นๆ เป็นผู้ให้ความเห็น และ/หรือ เมื่อเกิดเหตุการณ์หรือคาดการณ์ได้ว่า จะเกิดการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบต่างๆ จนอาจส่งผลให้การลงทุนในกองทุนต่างประเทศเป็นภาระต่อผู้ลงทุนโดยเกินจำเป็น เป็นต้น บริษัทจัดการสงวนสิทธิที่จะนำเงินลงทุนของกองทุนไปลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนต่างประเทศอื่นที่มีนโยบายการลงทุนสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ และ/หรือนโยบายการลงทุนของกองทุน โดยถือว่าได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ซึ่งบริษัทจัดการอาจพิจารณาดำเนินการในครั้งเดียว หรือทยอยโอนย้ายเงินทุน ซึ่งอาจส่งผลให้ในช่วงเวลาดังกล่าว กองทุนอาจมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนต่างประเทศมากกว่า 1 กองทุน ในกรณีที่บริษัทอยู่ระหว่างดำเนินการตามข้างต้น จนเป็นเหตุให้การลงทุนของกองทุนรวมไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน ให้บริษัทจัดการดำเนินการแก้ไขสัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวมให้เป็นไปตามนโยบายการลงทุนภายใน 90 วันนับแต่วันที่สัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวมไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุน เว้นแต่บริษัทจัดการจะได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนให้เปลี่ยนแปลงประเภทของกองทุนรวมภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ทั้งนี้ ในการเปลี่ยนแปลงประเภทของกองทุนรวม บริษัทจัดการต้องจัดให้มีวิธีการในการให้สิทธิแก่ผู้ถือหน่วยลงทุนเดิมในการที่จะออกจากกองทุนรวมก่อนที่การเปลี่ยนแปลงประเภทของกองทุนรวมจะมีผลใช้บังคับ โดยวิธีการดังกล่าวต้องมีระยะเวลาเพียงพอและเป็นธรรมต่อผู้ถือหน่วยลงทุน รวมทั้งเมื่อได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนให้เปลี่ยนแปลงประเภทของกองทุนรวมแล้ว บริษัทจัดการต้องงดเก็บค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนจากผู้ถือหน่วยลงทุนทุกรายจนกว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะมีผลใช้บังคับ และในกรณีที่ครบกำหนด 90 วันนับแต่วันที่สัดส่วนการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุน แต่การเปลี่ยนแปลงประเภทของกองทุนรวมยังไม่มีผลใช้บังคับ บริษัทจัดการต้องไม่เสนอขายหน่วยลงทุนของกองทุนรวมนั้นเพิ่มเติม ทั้งนี้ กองทุนอาจไม่นับช่วงเวลาระหว่างรอการลงทุน ซึ่งมีระยะเวลาประมาณ 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนกองทรัพย์สิน และช่วงระยะเวลาประมาณ 30 วันก่อนครบกำหนดอายุโครงการ รวมทั้งช่วงระยะเวลาที่กองทุนจำเป็นต้องรอการลงทุน และ/หรือในช่วงที่ผู้ลงทุนทำการขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก ซึ่งมีระยะเวลาไม่เกิน 10 วันทำการในการคํานวณสัดส่วนการลงทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะนำเงินลงทุนบางส่วนหรือทั้งหมดกลับเข้ามาลงทุนในประเทศ หรือสงวนสิทธิที่จะเลิกกองทุน โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนทุกรายแล้ว และไม่ถือว่าปฎิบัติผิดไปจากรายละเอียดโครงการกองทุน หากเกิดเหตุการณ์ดังต่อไปนี้ (1) ผู้จัดการกองทุนพิจารณาแล้วเห็นว่าสถานการณ์การลงทุนในต่างประเทศไม่เหมาะสม (2) กรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับวงเงินที่ได้รับอนุญาตให้นำเงินไปลงทุนในต่างประเทศ (3) กรณีที่ไม่สามารถสรรหา และ/หรือลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศใดๆ ที่มีนโยบายการลงทุนสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ และ/หรือนโยบายการลงทุนของโครงการ (4) กรณีที่กองทุนรวมมีจำนวนเงินที่ได้จากการเสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรกไม่เพียงพอต่อการจัดตั้งกองทุน เพื่อนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศได้อย่างเหมาะสม (5) กรณีมีเหตุให้เชื่อได้ว่าเพื่อเป็นการรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม ในกรณีที่กองทุนมีการลงทุนในกองทุนปลายทางไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทาง หากปรากฏว่า มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทางที่กองทุนรวมไปลงทุนมีการลดลงในลักษณะ ดังนี้ (1) มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ วันใดวันหนึ่งลดลงเกินกว่าสองในสามของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทาง หรือ (2) ยอดรวมของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกันคิดเป็นจำนวนเกินกว่าสองในสามของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทาง เงื่อนไข ในกรณีที่กองทุนปลายทางมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะดังกล่าว บริษัทจัดการจะดำเนินการ ดังต่อไปนี้ รายละเอียดการดำเนินการ การดำเนินการ ระยะเวลาดำเนินการ 1 แจ้งเหตุที่กองทุนปลายทางมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทาง การดำเนินการของ บลจ. ให้สำนักงานและผู้ถือหน่วยลงทุน (แนวทางการดังกล่าวต้องคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม) ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ 2 เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการตามข้อ 1 ต่อผู้ลงทุนทั่วไป (ดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวด้วย) พร้อมข้อ 1 3 ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินการตามข้อ 1 ภายใน 60 วันนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ 4 รายงานผลการดำเนินการตามข้อ 3 ให้สำนักงานทราบ ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการตามข้อ 3 แล้วเสร็จ สรุปสาระสำคัญของกองทุน BGF China Fund ชื่อ : BGF China Fund อายุกองทุน : ไม่กำหนด Inception Date : 24-Jun-2008 Share Class Launch Date : 28-Sep-2009 ประเภทกองทุน : ตราสารทุน ประเทศที่จดทะเบียน : ลักเซมเบิร์ก (LUXEMBOURG) วัตถุประสงค์ และนโยบายการลงทุน : กองทุน BGF China Fund มีนโยบายที่จะสร้างผลตอบแทนรวมสูงสุด โดยลงทุนอย่างน้อย 70% ของสินทรัพย์รวมของกองทุนในตราสารทุนของบริษัทที่มีภูมิลำเนาอยู่ใน หรือเป็นส่วนหนึ่งที่ได้รับผลประโยชน์จากการเติบโตทางเศรษฐกิจ ในสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยสกุลเงินหลักของกองทุน คือ สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ กองทุนดังกล่าวเป็นกองทุนรวมตราสารทุน มาตรการบริหารความเสี่ยง : Commitment Approach การจ่ายเงินปันผล : ไม่จ่ายเงินปันผล วันทำการซื้อขาย : ทุกวันทำการซื้อขาย Class & currency : Class D / USD ISIN Code : LU0359204475 Bloomberg Index Ticker : BLKCHD2 Management Company : BlackRock (Luxembourg) S.A Custodian : The Bank of New York Mellon (International) Limited, Luxembourg Branch แหล่งข้อมูล : https://www.blackrock.com/sg. ค่าธรรมเนียมของกองทุน BGF China Fund ค่าธรรมเนียมการจัดการ (annual management fee) : 0.75% ค่าธรรมเนียมการขาย (Initial Charge) : สูงสุด 5.00% ค่าธรรมเนียมการขายคืน (Redemption Charge) : ไม่มี* * ไม่เกิน 2% ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัทจัดการ อนึ่ง กองทุนหลักอาจมีการแก้ไขเพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ของกองทุนได้ ** สรุปสาระสำคัญในส่วนของกองทุน BGF China Fund (กองทุนหลัก) ได้ถูกคัดเลือกมาเฉพาะส่วนที่สำคัญและจัดแปลมาจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ ดังนั้น ในกรณีที่มีความแตกต่างหรือไม่สอดคล้องกับต้นฉบับภาษาอังกฤษ ให้ถือตามต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นเกณฑ์ ทั้งนี้ หากกองทุน BGF China Fund (กองทุนหลัก) มีการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลข้างต้นใดๆ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงข้อมูลดังกล่าว เพื่อให้สอดคล้องกับกองทุนหลัก โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้วและจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบโดยการลงประกาศในเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ เงื่อนไขอื่นๆ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงชนิดของหน่วยลงทุน (class) และสกุลเงินลงทุนเป็นสกุลเงินอื่นใดนอกเหนือจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ โดยคำนึงถึงและรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้า โดยจะปิดประกาศ ณ สำนักงานของบริษัทจัดการ และ/หรือผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืน (ถ้ามี) และ/หรือ Website ของบริษัท www.ktam.co.th เว้นแต่ในกรณีทีมีการเปลี่ยนแปลงสกุลเงินลงทุนเป็นสกุลเงินอื่นใด โดยเป็นการเปลี่ยนแปลงโดยกองทุนรวมหลักในอนาคต ซึ่งบริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบโดยเร็วนับตั้งแต่วันที่บริษัทจัดการรู้หรือรับทราบเหตุการณ์ดังกล่าว ความเสี่ยงของกองทุน BGF China Fund กองทุนมีความเสี่ยงเฉพาะ ดังนี้ 1. ความเสี่ยงจากการลงทุนหุ้นขนาดเล็ก (Small Cap Risk) ตราสารของบริษัทขนาดเล็กจะได้รับผลจากการเปลี่ยนแปลงแบบทันทีหรือความไม่แน่นอนของตลาดมากกว่าบริษัทขนาดใหญ่ หรือมากกว่าบริษัทโดยทั่วไป บริษัทเหล่านี้มักมีกลุ่มผลิตภัณฑ์ ตลาดในการขายสินค้า หรือแหล่งเงินทุนที่จำกัด และถูกบริหารงานโดยกลุ่มบุคคลจำนวนหนึ่ง การจะพัฒนาบริษัทจึงต้องใช้เวลา นอกจากนี้หุ้นของบริษัทขนาดเล็กจะมีสภาพคล่องที่ต่ำ ราคาจึงมีความผันผวนมากกว่า และมีความอ่อนไหวต่อตลาดมากกว่าหุ้นของบริษัทขนาดใหญ่ ปัจจัยต่างๆที่กล่าวมาข้างต้นอาจส่งผลให้ NAV ของกองมีความผันผวนมากกว่ากองอื่นๆ โดยเฉลี่ย 2. ความเสี่ยงจากการลงทุนในหุ้น (Equity Risk) มูลค่าของหุ้นมีความผันผวนทุกวัน และกองทุนที่ลงทุนในหุ้นอาจมีการขาดทุนอย่างมีนัยสำคัญได้ โดยราคาหุ้นจะขึ้นกับปัจจัยเฉพาะของตัวบริษัท สภาวะเศรษฐกิจและการเมือง เช่น การรายงานผลประกอบการของบริษัท แนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจ อัตราดอกเบี้ย อัตราเงินเฟ้อ แนวโน้มด้านประชากร และภัยพิบัติ เป็นต้น 3. ความเสี่ยงจากการลงทุนในตลาดเกิดใหม่ (Emerging Risk) ตลาดเกิดใหม่ มักประกอบด้วยกลุ่มประเทศที่มีการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและตลาดทุนอยู่ในระดับต่ำ และความผันผวนของราคาหุ้นรวมถึงอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศอยู่ในระดับที่สูง รัฐบาลในบางประเทศของกลุ่มตลาดเกิดใหม่มักมีอิทธิพลเหนือภาคธุรกิจของเอกชน (private economic sector) ความไม่แน่นอนในด้านการเมืองและสังคม นอกจากนี้เศรษฐกิจของประเทศในตลาดเกิดใหม่มักพึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก โครงสร้างพื้นฐานที่ไม่ทั่วถึง และระบบการเงินที่ไม่เพียงพอ สิ่งต่างๆ เหล่านี้ล้วนเป็นความเสี่ยง ในเหตุการณ์ด้านสังคมและการเมืองที่เลวร้าย ที่ผ่านมารัฐบาลจะออกนโยบายในการเวนคืนทรัพย์สิน (expropriation) การเรียกเก็บภาษีสำหรับผู้มีรายได้สูง (confiscatory taxation) การโอนกิจการมาเป็นของรัฐ (nationalization) การแทรกแซงตลาดหลักทรัพย์และการชำระราคา (intervention in the securities market and trade settlement) การเรียกเก็บภาษีเพื่อจำกัดการลงทุนของชาวต่างชาติ (imposition of foreign investment restrictions) และการควบคุมอัตราแลกเปลี่ยน (exchange control) ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้สามารถเกิดซ้ำได้อีกในอนาคต และบางประเทศในตลาดเกิดใหม่อาจเรียกเก็บภาษีกำไรจากการขายหลักทรัพย์ของนักลงทุนต่างชาติ นอกเหนือไปจากการเก็บภาษีหัก ณ ที่จ่ายของรายได้จากการลงทุน หลักการบัญชีที่ยอมรับโดยทั่วไป การตรวจสอบ และการรายงานทางการเงินของประเทศในตลาดเกิดใหม่อาจมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้ว การออกกฎระเบียบ การบังคับใช้ และการตรวจสอบกิจกรรมต่างๆ ของนักลงทุน เช่น การซื้อขายหลักทรัพย์โดยใช้ข้อมูลภายใน อาจไม่เข้มงวดเพียงพอ ปัจจัยที่อาจส่งผลต่อเวลาและราคาในการซื้อและขายหลักทรัพย์ของกองทุน ได้แก่ การขาดสภาพคล่องและราคามีความผันผวนสูง อันเนื่องมากจากการที่ตลาดหลักทรัพย์ของประเทศกำลังพัฒนามีขนาดเล็ก มีปริมาณการซื้อขายต่ำ การลงทุนกระจุกตัวในหุ้นบางตัว หรือในบางอุตสาหกรรม หรือการลงทุนกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มนักลงทุนบางกลุ่ม นอกจากนี้ แนวทางปฏิบัติในการชำระราคาหลักทรัพย์ในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่มีความเสี่ยงมากกว่าในประเทศที่พัฒนาแล้ว เนื่องจากบริษัทอาจต้องใช้นายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ (broker) หรือคู่สัญญา (counterparties) ที่มีเงินทุนต่ำ ผู้ดูแลทรัพย์สิน (custody) หรือนายทะเบียน (registration) ที่อาจจะไม่มีความน่าเชื่อถือ ความล่าช้าในการชำระราคาอาจทำให้พลาดโอกาสในการลงทุน ถ้ากองทุนไม่สามารถซื้อหรือขายหลักทรัพย์ได้ 4. ความเสี่ยงจากการจำกัดการลงทุนของชาวต่างชาติ (Restrictions on foreign Investment) ในบางประเทศมีการจำกัดการลงทุนของกองทุนจากต่างประเทศ เช่น การกำหนดให้ชาวต่างชาติต้องขออนุญาตรัฐบาลก่อนการลงทุน การกำหนดสัดส่วนการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติในหุ้นของบริษัทหนึ่งๆ การจำกัดให้ชาวต่างชาติลงทุนได้ในหุ้นบางประเภทของบริษัทที่อาจได้รับผลประโยชน์น้อยกว่า นอกจากนี้ อาจมีการกำหนดให้กองทุนต่างชาติต้องลงทุนผ่านนายหน้าท้องถิ่นก่อนแล้วค่อยเปลี่ยนชื่อผู้ซื้อหุ้นในนามของกองทุนภายหลัง ซึ่งอาจเกิดความล่าช้าและมีผลต่อสิทธิประโยชน์อื่นๆ เช่น สิทธิในการรับเงินปันผล สิทธิในการออกเสียงในการดำเนินงานของบริษัท เป็นต้น นอกจากนี้ ในการที่กองทุนต่างชาติจะซื้อและต้องแจ้งในภายหลัง อาจทำให้กองทุนไม่ได้รับการอนุมัติจัดสรรเนื่องจากโควตาที่รัฐบาลกำหนดสำหรับนักลงทุนต่างชาติเต็มก่อน ซึ่งทำให้กองทุนเสียโอกาสในการลงทุน กองทุนอาจต้องเผชิญความเสี่ยงในการเคลื่อนย้ายเงินที่ได้จากการลงทุนกลับประเทศ โดยอาจเกิดความล่าช้า หรือต้องรออนุมัติจากรัฐบาล หรืออาจถูกจำกัดจำนวน หรืออาจถูกปฏิเสธ เป็นต้น 5. ความเสี่ยงจากการลงทุนแบบ RQFII 5.1 ความเสี่ยงจากระบบ RQFII (RQFII Risk) RQFII เป็นระบบที่ยังใหม่ การออกกฎเกณฑ์และข้อบังคับต่างๆ เกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายเงินหยวนจึงอาจยังไม่มีเสถียรภาพ และไม่สามารถคาดเดาได้ว่าในอนาคตจะมีการพัฒนาต่อไปอย่างไร 5.2 ความเสี่ยงจากการจัดสรรโควต้าของ RQFII (RQFII Quota Allocation and Conflict Risk) เป็นความเสี่ยงที่กองทุนอาจไม่ได้รับการจัดสรรโควต้าในการลงทุน เนื่องจากในบางครั้งโควต้าของ RQFII มีไม่เพียงพอและไม่สามารถจัดสรรให้กับทุกกองทุนได้ ส่งผลให้กองทุนที่ไม่สามารถลงทุนได้ตามกลยุทธ์และวัตถุประสงค์ที่ตั้งใจไว้ นอกจากนี้ ขนาดของโควต้าของ RQFII อาจถูกลดหรือยกเลิกโดย SAFE ถ้าภายใน 1 ปี RQFII ไม่ได้ใช้โควตาที่ได้รับมา ซึ่งท้ายที่สุดจะมีผลต่อการจัดสรรสัดส่วนการลงทุนให้กับกองทุน 5.3 ความเสี่ยงจากการจำกัดการลงทุนของ RQFII (RQFII Investment Restrictions Risk) กฎและข้อบังคับของสาธารณะประชาชนจีน อาจไปจำกัดความสามารถในการได้หุ้น A shareของ RQFII ในแต่ละครั้ง ซึ่งหากถือเกินจำนวนที่จำกัดไว้ RQFII ต้องขายหุ้นนั้นออก โดยใช้หลักการ last in first out ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการลงทุนของกองทุน 5.4 ความเสี่ยงจากการห้ามซื้อขาย จำกัดหรือการขัดขวางอื่นๆในการทำธุรกรรมหุ้น A share (Suspensions, Limit and other Disruptions affecting Trading of China A Shares) สภาพคล่องของหุ้น A share ได้รับผลกระทบจากการหยุดซื้อขายแบบชั่วคราว หรือ แบบถาวร ที่กำหนดโดยตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ หรือจากกฎระเบียบและการแทรกแซงของรัฐบาล ซึ่งทำให้กองทุน ไม่สามารถปรับเปลี่ยนสถานะการลงทุนในหุ้นนั้นๆได้ และอาจทำให้ NAV ของกองทุนใน RQFII คำนวณได้ยาก และอาจเผชิญการขาดทุนหนัก นอกจากนี้ ในการกำหนดความผันผวนของราคาไว้ไม่ไห้เกิน 10 % ของราคาปิดวันก่อนหน้าของตลาดหลักทรัพย์ ทำให้กองทุนใน RQFII ไม่สามารถขายหุ้นที่ไม่ต้องการออกไปได้ 5.5 ความเสี่ยงจากคู่สัญญาที่เป็นผู้รับฝากหลักทรัพย์ของ RQFII (Counterparty Risk to the RQFII Custodian and other Depositaries for PRC assets) หลักทรัพย์ที่ได้มาจาก โควต้าของ RQFII จะถูกดูแลโดยผู้รับฝากหลักทรัพย์ของ RQFII (RQFII Custodian) ซึ่งเก็บในรูปแบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์และเงินสดจะอยู่ในรูปสกุลเงินหยวน ซึ่งหลักทรัพย์เหล่านี้จะเป็นของกองทุนและถูกแยกออกจากทรัพย์สินของ RQFII ซึ่งกองทุน อาจเกิดการขาดทุนอันเนื่องมาจากการปฏิบัติหรือการละเลยการปฏิบัติหน้าที่ของผู้รับฝากหลักทรัพย์ เงินสดในสกุลเงินหยวนที่ถูกบันทึกในบัญชีกระแสเงินสดของ RQFII Custodian จะบันทึกเป็นลูกหนี้ โดยมีกองทุน เป็นผู้ฝาก ในกรณีที่ RQFII Custodian ล้มละลาย กองทุนใน RQFII จะอยู่ในกลุ่มเจ้าหนี้ที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันและมีสิทธิเรียกร้องหลังสุด ทำให้กองทุนเสี่ยงที่จะได้รับเงินคืนเพียงบางส่วนหรือสูญเงินทั้งหมด 5.6 ความเสี่ยงจากคู่สัญญาที่เป็นนายหน้าค้าหลักทรัพย์ของสาธารณะประชาชนจีน (Counterparty Risk to PRC broker(s) RQFII จะเลือกนายหน้าค้าหลักทรัพย์ในสาธารณะประชาชนจีน (PRC broker) เพื่อทำธุรกรรมการซื้อขาย ทั้งนี้ RQFII อาจเลือก broker เพียงรายเดียวในการทำธุรกรรมในแต่ละตลาดหลักทรัพย์ (ตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ และตลาดหลักทรัพย์เสินเจิ้น) เนื่องจากข้อกำหนดของสาธารณะประชาชนจีนที่ให้ทำธุรกรรมขายหุ้นผ่าน broker เดียวกับ broker ที่ทำธุรกรรมซื้อในตอนแรก การมี PRC broker เพียงรายเดียว อาจทำให้ค่าคอมมิชชั่นที่กองทุนต้องจ่ายไม่ใช่ค่าที่ต่ำที่สุด นอกจากนี้ กองทุนยังมีความเสี่ยงจากการที่ PRC broker ผิดนัดชำระหนี้ หรือล้มละลาย ซึ่งจะส่งผลต่อการทำธุรกรรมซื้อขายหลักทรัพย์ของกองทุน ทั้งนี้ อาจลดความเสี่ยงได้โดยการที่ RQFII เลือก broker ที่มีชื่อเสียงและมีความน่าเชื่อถือ 5.7 ความเสี่ยงจากการเคลื่อนย้ายเงินหยวนกลับประเทศ (Remittance and Repatriation of Renminbi) ในปัจจุบัน การเคลื่อนย้ายเงินกลับประเทศ โดย RQFII ได้รับอนุญาต 1 ครั้งต่อวัน และ RQFII Custodian ต้องส่งรายงานการเคลื่อนย้ายเงินกลับประเทศรายเดือน ให้ SAFE ทั้งนี้มีความเสี่ยงที่กฎระเบียบและข้อบังคับในการเคลื่อนย้ายเงินกลับของสาธารณะประชาชนจีนอาจมีการเปลี่ยนแปลง หรืออาจถูกสั่งห้ามในอนาคต ซึ่งอาจมีผลต่อความสามารถในการจ่ายเงินคืนแก่ผู้ไถ่ถอนหน่วยลงทุนของกองทุน 5.8 ความเสี่ยงด้านภาษี (Taxation Risk) สาธารณรัฐประชาชนจีนได้ยกเว้นการเก็บภาษีของกำไรที่ได้จากหุ้นประเภท A share ของ นักลงทุน RQFII โดยมีผลตั้งแต่ 17 พฤศจิกายน 2557 ทั้งนี้ ไม่ได้ระบุระยะเวลาสิ้นสุดการยกเว้นภาษีไว้ กองทุนจึงมีความเสี่ยงที่รัฐบาลอาจจะกลับมาเรียกเก็บภาษี และมีผลต่อกองทุนที่เกี่ยวข้อง ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุน : ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุนในประเทศ : ส่วนที่ 1 : ประเภทและคุณสมบัติของตราสารทางการเงินทั่วไป ประเภทของตราสาร ได้แก่ 1. ตราสารทุน 1.1 หุ้น 1.2 ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น (share warrants) 1.3 ใบแสดงสิทธิในการซื้อหุ้นเพิ่มทุนที่โอนสิทธิได้ (Transferable Subscription Right) 1.4 ใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่มี underlying เป็นหุ้นหรือ share warrants 1.5 ตราสารทุนอื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกับตราสารทุนตาม 1.1 - 1.4 ตามที่สำนักงานก.ล.ต.กำหนดเพิ่มเติม 2 ตราสารหนี้ 2.1 พันธบัตร 2.2 ตั๋วเงินคลัง 2.3 หุ้นกู้ (ไม่รวมหุ้นกู้แปลงสภาพ หุ้นกู้อนุพันธ์ และตราสาร Basel III) 2.4 ตั๋วแลกเงิน 2.5 ตั๋วสัญญาใช้เงิน 2.6 ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นกู้ 2.7 ใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่มี underlying เป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้ 2.8 ตราสารหนี้อื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกับตราสารหนี้ตาม 2.1 - 2.7 ตามที่สำนักงานกำหนดเพิ่มเติม 3 ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน (ไม่รวมตราสาร Basel III) 4 ศุกูก 5 ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (Derivative Warrants) ทั้งนี้ คุณสมบัติของตราสารและหลักเกณฑ์ในการลงทุนเป็นไปตามประกาศ ส่วนที่ 2 : ทรัพย์สินประเภทหน่วย CIS หน่วย infra และหน่วย property กรณีเป็นหน่วยที่การออกอยู่ภายใต้บังคับกฎหมายไทย เป็นไปตามประกาศ ทั้งนี้ จะไม่ลงทุนในหน่วย CIS ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ (listed fund) ซึ่งมีคุณสมบัติของตราสารเช่นเดียวกันกับตราสาร transferable securities ส่วนที่ 3 : ทรัพย์สินประเภทเงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก ส่วนที่ 4 : ธุรกรรมประเภทการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (reverse repo) ส่วนที่ 5 : ธุรกรรมประเภทการให้ยืมหลักทรัพย์ (securities lending) ส่วนที่ 6 : ธุรกรรมประเภท derivatives ทั้งนี้ ส่วนที่ 3 - ส่วนที่ 6 เป็นไปตามประกาศ ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุนในต่างประเทศ : ส่วนที่ 1 : ประเภทและคุณสมบัติของตราสารทางการเงินทั่วไป ประเภทของตราสารต่างประเทศ ได้แก่ 1. ตราสารทุนต่างประเทศ 1.1 หุ้น 1.2 ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น (share warrants) 1.3 ใบแสดงสิทธิในการซื้อหุ้นเพิ่มทุนที่โอนสิทธิได้ (Transferable Subscription Right) 1.4 ใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่มี underlying เป็นหุ้นหรือ share warrants 1.5 ตราสารทุนอื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกับตราสารทุนตาม 1.1 - 1.4 ตามที่สำนักงานก.ล.ต.กำหนดเพิ่มเติม 2 ตราสารหนี้ต่างประเทศ 2.1 พันธบัตร 2.2 ตั๋วเงินคลัง 2.3 หุ้นกู้ (ไม่รวมหุ้นกู้แปลงสภาพ หุ้นกู้อนุพันธ์ และตราสาร Basel III) 2.4 ตั๋วแลกเงิน 2.5 ตั๋วสัญญาใช้เงิน 2.6 ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นกู้ 2.7 ใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่มี underlying เป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้ 2.8 ตราสารหนี้อื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกับตราสารหนี้ตาม 2.1 - 2.7 ตามที่สำนักงาน ก.ล.ต.กำหนดเพิ่มเติม 3. ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุนต่างประเทศ (ไม่รวมตราสาร Basel III) 4. ศุกูก 5. ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ต่างประเทศ (Derivative Warrants) ทั้งนี้ คุณสมบัติของตราสารและหลักเกณฑ์ในการลงทุนเป็นไปตามประกาศ ส่วนที่ 2 : ทรัพย์สินประเภทหน่วย CIS หน่วย infra และหน่วย property กรณีเป็นหน่วยที่การออกอยู่ภายใต้บังคับกฎหมายต่างประเทศ เป็นไปตามประกาศ ทั้งนี้ จะไม่ลงทุนในหน่วย CIS ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ (listed fund) ซึ่งมีคุณสมบัติของตราสารเช่นเดียวกันกับตราสาร transferable securities ส่วนที่ 3 : ทรัพย์สินประเภทเงินฝากของสถาบันการเงินต่างประเทศหรือตราสารต่างประเทศที่เทียบเท่าเงินฝาก ส่วนที่ 4 : ธุรกรรมประเภทการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (reverse repo) ส่วนที่ 5 : ธุรกรรมประเภทการให้ยืมหลักทรัพย์ (securities lending) ส่วนที่ 6 : ธุรกรรมประเภท derivatives ในต่างประเทศ ทั้งนี้ ส่วนที่ 3 - ส่วนที่ 6 เป็นไปตามประกาศ
No NAV history available.
Investment policy as filed with SEC Thailand.
actual = what the AMC currently charges · max = prospectus ceiling (no actual reported). Annual fees aren’t additive with one-time fees.