Krungsri Global Private Equity Fund-Not for Retail Investors
KRUNGSRI ASSET MANAGEMENT COMPANY LIMITED · Alternative Assets
↳ Invests in Schroders Capital Semi-Liquid Global Private Equity · ลักเซมเบิร์ก
✨Invests primarily in a single foreign mutual fund focused on global private equity, targeting long-term capital appreciation through various investment strategies.
1. กองทุนจะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศที่มีเป้าหมายให้ผลตอบแทนในการถือครองหน่วยลงทุนในระยะยาว โดยจะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ชื่อ Schroders Capital Semi-Liquid Global Private Equity, Class C Accumulation USD (“กองทุนหลัก”) ซึ่งมีนโยบายลงทุนในความมีส่วนได้เสียจากความเป็นเจ้าของ (Equity Interests) ของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ (Private Equity) ทั่วโลก กองทุนหลักจะลงทุนใน private equity ที่มีกลยุทธ์การลงทุนในลักษณะของการให้เงินลงทุนแก่บริษัทที่อยู่ในช่วงเริ่มต้นกิจการ (Venture Capital) การให้เงินลงทุนเพื่อขยายกิจการในบริษัทที่อยู่ในช่วงเติบโต (Growth Capital) และการร่วมทุนในลักษณะการเข้าซื้อกิจการในบริษัทที่มีความมั่นคงแล้ว (Buyout) นอกจากนี้ กองทุนหลักอาจลงทุนโดยตรงหรือโดยอ้อมก็ได้ และอาจมีการกู้ยืมเงินเพื่อการลงทุนไม่เกินร้อยละ 30 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ทั้งนี้ กองทุนหลักจะไม่ทำธุรกรรมต่อไปนี้ ได้แก่ ธุรกรรมสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) ธุรกรรมการขายหลักทรัพย์ที่ต้องยืมมาเพื่อการส่งมอบ (Short Sale) และธุรกรรมการขายโดยมีสัญญาซื้อคืน (Repurchase Agreement) กองทุนหลักดังกล่าวบริหารจัดการโดยบริษัท Schroder Investment Management (Europe) S.A. ภายใต้การกำกับดูแลโดย Commission de Surveillance du Secteur Financier (CSSF) ภายใต้กฎหมายของประเทศลักเซมเบิร์ก ซึ่งเป็นสมาชิกสามัญของ International Organizations of Securities Commission (IOSCO) โดยมิได้เป็นกองทุนรวมประเภทเฮ็ดจ์ฟันด์ (hedge fund) บริษัทจัดการจะลงทุนในสกุลเงินเหรียญสหรัฐเป็นสกุลเงินหลัก และกองทุนหลักจะลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินในหลายสกุลเงิน เช่น สกุลเงินยูโร เงินเหรียญสหรัฐ เงินหยวนจีน ดอลลาร์ฮ่องกง เงินเยนญี่ปุ่น เป็นต้น ทั้งนี้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงสกุลเงินหลักเป็นสกุลเงินอื่นใดนอกเหนือจากสกุลเงินเหรียญสหรัฐในภายหลังก็ได้ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงสกุลเงินที่ใช้ในการซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนหลัก ซึ่งบริษัทจัดการจะคำนึงถึงประโยชน์ของกองทุนเป็นสำคัญ บริษัทจัดการจะแจ้งผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องให้ผู้ลงทุนทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน อนึ่ง กองทุนหลักข้างต้นมีการเสนอขายในหลาย Class ซึ่งสามารถลงทุนได้ทั้งผู้ลงทุนทั่วไป และ/หรือผู้ลงทุนสถาบัน โดยแต่ละ Class ของหน่วยลงทุนอาจมีความแตกต่างกันในเรื่องของนโยบายการจัดสรรกำไร/ผลตอบแทน ค่าธรรมเนียม คุณสมบัติของผู้ลงทุน หรือเงื่อนไขการทำรายการซื้อและขายคืนหน่วยลงทุน เป็นต้น ซึ่งบริษัทจัดการจะพิจารณาเลือกลงทุนใน Class C Accumulation USD (เป็น Class ที่เสนอขายให้กับผู้ลงทุนสถาบัน ซื้อขายหน่วยลงทุนในสกุลเงินเหรียญสหรัฐ และไม่มีการจ่ายเงินปันผล) อย่างไรก็ดี บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการพิจารณาเปลี่ยนแปลงประเภทของหน่วยลงทุนตามความเหมาะสมในภายหลังก็ได้ ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ซึ่งบริษัทจัดการจะแจ้งผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการหรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องให้ผู้ลงทุนทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน (รายละเอียดของประเภทของ Share classes สามารถดูเพิ่มเติมได้จากหนังสือชี้ชวนของกองทุนหลักจากเว็บไซต์ของกองทุนหลัก) 2. ในระหว่างรอการนำเงินที่ได้รับจากการสั่งซื้อหน่วยลงทุนล่วงหน้าเพื่อไปลงทุนในกองทุนหลัก กองทุนจะลงทุนในตราสารที่มีความเสี่ยงต่ำและสภาพคล่องสูง เช่น ตราสารภาครัฐ และเงินฝากธนาคาร เป็นต้น 3. สำหรับเงินลงทุนส่วนที่เหลือ กองทุนอาจลงทุนในตราสารหนี้ ตราสารทุน ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตราสารทางการเงินอื่นๆ และ/หรือเงินฝากธนาคาร ที่เสนอขายทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศ และอาจลงทุนในตราสารทุนของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) 4. กองทุนไทยอาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงิน (Fx hedging) หรือไม่ก็ได้ โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน (Dynamic hedging) ซึ่งจะพิจารณาจากสภาวการณ์ของตลาดและปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น ทิศทางของอัตราแลกเปลี่ยน หรือค่าใช้จ่าย เป็นต้น ตามความเหมาะสมในแต่ละขณะ 5. กองทุนไทยอาจเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัทจัดการ เช่น การทำสัญญาสวอปและ/หรือสัญญาฟอร์เวิร์ดที่อ้างอิงกับอัตราแลกเปลี่ยน/ด้านราคาตราสาร/อัตราดอกเบี้ย ซึ่งพิจารณาจากสภาวะการณ์ของตลาด กฎระเบียบ หรือข้อบังคับ และปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น แนวโน้มและทิศทางราคาของหลักทรัพย์ที่ลงทุน การออกสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงกับดัชนีอ้างอิง การคาดการณ์เหตุการณ์ที่อาจจะส่งผลกระทบเชิงลบอย่างมีนัยสำคัญของกองทุน และค่าใช้จ่ายในการเข้าทำธุรกรรมสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป็นต้น ทั้งนี้ จะมีอัตราส่วนการลงทุนเพื่อ EPM สูงสุดไม่เกินร้อยละ 5 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน 6. กองทุนไทยจะไม่ทำการขายหลักทรัพย์ที่ต้องยืมมาเพื่อการส่งมอบ (Short Sale) ธุรกรรมการขายโดยมีสัญญาซื้อคืน (Repurchase Agreement) และการกู้ยืม เว้นแต่การกู้ยืมเพื่อการบริหารสภาพคล่องของกองทุนรวมตามที่กำหนดไว้ในโครงการจัดการเท่านั้น 7. กองทุนไทยอาจลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non - Investment Grade) หรือตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) โดยมีสัดส่วนการลงทุนในตราสารดังกล่าวเมื่อรวมกับสัดส่วนการลงทุนของกองทุนหลักจะไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนในตราสารทุนของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) และตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured note) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด 8. กองทุนไทยมีประมาณการผลตอบแทนภายใต้สถานการณ์เชิงลบอย่างมากที่สุด (Worst Case Scenario) จากการที่กองทุนไทยและ/หรือกองทุนหลักลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน และกู้ยืมเพื่อการลงทุน ไม่เกินร้อยละ 35 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน 9. กองทุนไทยอาจพิจารณาลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่น ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนดให้ลงทุนได้ 10. ในกรณีที่บริษัทจัดการเห็นว่า การลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศ และ/หรือการลงทุนในกองทุน Schroders Capital Semi-Liquid Global Private Equity (กองทุนหลัก) ไม่เหมาะสมอีกต่อไป เช่น มีการลงทุนไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์หลักของกองทุน หรือผลตอบแทนของกองทุนดังกล่าวไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ หรือไม่สามารถลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนดังกล่าวได้อีกต่อไป หรือกองทุนต่างประเทศดังกล่าวมีการกระทำผิดตามความเห็นของหน่วยงานกำกับดูแลของกองทุนต่างประเทศ และ/หรือเมื่อเกิดเหตุการณ์หรือคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบต่างๆ จนอาจส่งผลให้การลงทุนในกองทุนต่างประเทศเป็นภาระต่อผู้ลงทุนโดยเกินจำเป็น เป็นต้น และ/หรือในกรณีที่กองทุนหลักได้เลิกโครงการในขณะที่บริษัทจัดการยังดำเนินการบริหารและจัดการลงทุนกองทุนเปิดกรุงศรีโกลบอลไพรเวทอิควิตี้-ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย เมื่อปรากฏกรณีตามข้อ 10. ข้างต้น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะดำเนินการพิจารณาคัดเลือกกองทุนต่างประเทศกองทุนใหม่แทนกองทุนเดิม โดยกองทุนต่างประเทศดังกล่าวจะต้องมีนโยบายการลงทุนที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ และ/หรือนโยบายการลงทุนของกองทุนเปิดกรุงศรีโกลบอลไพรเวทอิควิตี้-ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย และมีคุณสมบัติตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด โดยอาจเป็นกองทุนที่บริหารและจัดการลงทุนโดยบริษัท Schroder Investment Management (Europe) S.A. หรือไม่ก็ได้ และในการโอนย้ายกองทุนดังกล่าว บริษัทจัดการอาจพิจารณาดำเนินการในครั้งเดียว หรือทยอยโอนย้ายเงินทุน ซึ่งอาจส่งผลให้ในช่วงเวลาดังกล่าวกองทุนอาจมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนต่างประเทศมากกว่า 1 กองทุนก็ได้ หากเกิดกรณีใด ๆ ที่ทำให้บริษัทจัดการไม่สามารถดำเนินการคัดเลือกกองทุนต่างประเทศกองทุนใหม่แทนกองทุนเดิมได้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเลิกโครงการจัดการกองทุนรวมของกองทุนเปิดกรุงศรีโกลบอลไพรเวทอิควิตี้-ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว โดยจะดำเนินการจำหน่ายหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่เหลืออยู่ของกองทุน เพื่อคืนเงินตามจำนวนที่รวบรวมได้หลังหักค่าใช้จ่ายและสำรองค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องของกองทุน (ถ้ามี) ให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน ตามสัดส่วนจำนวนหน่วยลงทุนที่ถือครองต่อจำนวนหน่วยลงทุนที่จำหน่ายแล้วทั้งหมดของกองทุน ทั้งนี้ หากมีการดำเนินการดังกล่าว บริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ลงทุนทุกรายทราบโดยพลัน และประกาศไว้ที่สำนักงานของบริษัทจัดการและผู้สนับสนุน และ/หรือเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ 11. ในกรณีที่กองทุนมีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนหลัก) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีมากกว่าหรือเท่ากับร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยกองทุนหลักไม่มีวัตถุประสงค์การลงทุนในทำนองเดียวกับกองทุนดัชนีหรือ ETF และมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลักมีการลดลงในลักษณะดังนี้ (11.1) มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ วันใดวันหนึ่งลดลงมากกว่า 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก หรือ (11.2) ยอดรวมของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกัน คิดเป็นจำนวนมากกว่า 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก ทั้งนี้ ในกรณีที่กองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะดังกล่าว บริษัทจัดการจะดำเนินการดังต่อไปนี้ การดำเนินการ ระยะเวลาดำเนินการ (1) แจ้งเหตุที่กองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการของบริษัทจัดการให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และผู้ถือหน่วยลงทุน (แนวทางการดังกล่าวต้องคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม) ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนหลักที่ปรากฏเหตุ (2) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการตาม (1) ต่อผู้ลงทุนทั่วไป (ดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวด้วย) พร้อม (1) (3) ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินการตาม (1) ภายใน 60 วันนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนหลักที่ปรากฏเหตุ (4) รายงานผลการดำเนินการตาม (3) ให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ทราบ ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการตาม (3) แล้วเสร็จ 12. บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตให้เป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds) หรือกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในตราสาร และ/หรือหลักทรัพย์ต่างประเทศ หรือสามารถกลับมาเป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund) ได้ โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (risk spectrum) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตลาด โดยเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงประเภทกองทุนรวมดังกล่าว โดยประกาศผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ และเว็บไซต์ของผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (ถ้ามี) สรุปข้อมูลสำคัญที่ผู้ลงทุนควรทราบเกี่ยวกับกองทุน Schroders Capital Semi-Liquid Global Private Equity (กองทุนหลัก): ชื่อกองทุน: Schroders Capital Semi-Liquid Global Private Equity ลักษณะเฉพาะของ Class C Accumulation USD: (1) เป็น Class ที่เสนอขายให้กับนักลงทุนสถาบัน (2) ทำการซื้อขายหน่วยลงทุนในสกุลเงินเหรียญสหรัฐฯ และไม่มีการจ่ายเงินปันผล วันที่เสนอขายกองทุน: 30 กันยายน 2562 วัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุน: กองทุนมีวัตถุประสงค์ที่จะสร้างความเติบโตให้กับเงินลงทุนในระยะปานกลางถึงระยะยาว โดยกระจายการลงทุนในหุ้นที่ไม่ได้จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ (Private Equity Investments) ทั่วโลก กองทุนจะลงทุนในความมีส่วนได้เสียจากความเป็นเจ้าของ (Equity Interests) ของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ (“private equity”) ซึ่งอาจเป็นบริษัทที่อยู่ในช่วงเริ่มต้นกิจการ หรือบริษัทที่เติบโต หรือบริษัทที่มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างธุรกิจ โดยจะแสวงหาโอกาสในการลงทุนด้วยการกระจายการลงทุนไปในกลยุทธ์ของ private equity รูปแบบต่างๆ, ภูมิภาคต่างๆ, หมวดธุรกิจต่างๆ และอุตสาหกรรมต่างๆ ทั้งนี้ หากบริษัทที่กองทุนเข้าลงทุนได้รับจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ในเวลาต่อมา กองทุนอาจถือหุ้นในบริษัทนั้นต่อไปได้ กองทุนจะลงทุนใน private equity ที่มีกลยุทธ์ต่างๆ ได้แก่ การลงทุนในลักษณะของการให้เงินลงทุนแก่บริษัทที่อยู่ในช่วงเริ่มต้นกิจการ (Venture Capital) การให้เงินลงทุนเพื่อขยายกิจการในบริษัทที่อยู่ในช่วงเติบโต (Growth Capital) และการร่วมทุนในลักษณะการเข้าซื้อกิจการในบริษัทที่มีความมั่นคงแล้ว (Buyout) ซึ่งอาจเป็นการซื้อกิจการเพื่อการบริหารจัดการ (Management Buyout) หรือการซื้อกิจการโดยใช้แหล่งเงินกู้ (Leveraged Buyout) รวมถึงการจัดหาแหล่งเงินทุนให้แก่บริษัทที่อยู่ระหว่างเผชิญสถานการณ์พิเศษ เช่น การปรับโครงสร้างการดำเนินธุรกิจ (Special Situations) เป็นต้น กองทุนอาจเข้าถึงโอกาสการลงทุนตามกลยุทธ์ของกองทุนผ่านการลงทุนใน private equity funds ที่ซื้อขายในตลาดแรก (Primary Private Equity Fund) และในตลาดรอง (Secondary Private Equity Fund) และการลงทุนโดยตรง (Direct investments) หรือการเข้าร่วมลงทุน (Co-Investments) การลงทุนในลักษณะ Primary fund investments จะเป็นการเข้าลงทุนใน Private equity funds ตั้งแต่ช่วงต้นโครงการที่มีการระดมเงินลงทุนเริ่มต้น เพื่อนำไปลงทุนในบริษัทเอกชน หรือเพื่อลงทุนในบริษัทจดทะเบียนโดยไม่ผ่านตลาดหลักทรัพย์ โดยอาจมีวัตถุประสงค์ในการนำบริษัทนั้นออกจากตลาดหลักทรัพย์ในอนาคต การลงทุนในลักษณะ Secondary fund Investments เป็นการเข้าลงทุนต่อจากผู้ลงทุนใน Private equity รายอื่นที่ต้องการขายเงินลงทุนก่อนสิ้นสุดอายุโครงการ ส่วนการลงทุนโดยตรงหรือการเข้าร่วมลงทุนจะเป็นการถือหุ้นของบริษัทที่อยู่นอกตลาดหลักทรัพย์ในฐานะผู้ร่วมทุนไม่จำกัดความรับผิด โดยเป็นการถือหุ้นโดยตรงหรือผ่านนิติบุคคลเฉพาะกิจ (Special Purpose Vehicle) กองทุนอาจลงทุนในตราสารตลาดเงิน กองทุนรวมตลาดเงิน และถือเงินสด และอาจมีบางกรณีที่อาจถือสินทรัพย์เหล่านี้ได้ถึง 100% ของพอร์ตการลงทุน กองทุนอาจมีข้อจำกัดในการขยายเงินลงทุน (capacity constrained) ดังนั้น กองทุนหรือหน่วยลงทุนบางชนิดอาจปิดรับคำสั่งซื้อหรือสับเปลี่ยนเข้าหน่วยลงทุน เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนรายเดิม กองทุนอาจลงทุนในหลักทรัพย์ที่ไม่ได้จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ได้ถึง 100% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน อย่างไรก็ตาม มูลค่าเงินลงทุนในบริษัทใดบริษัทหนึ่งในขณะที่ลงทุนจะต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน กองทุนจะลงทุนในกองทุนต่างๆ หรือบริษัทที่บริหารจัดการโดยหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner) รายใดรายหนึ่ง ไม่เกินร้อยละ 25 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน กองทุนอาจมีความจำเป็นต้องกู้ยืมเพื่อการลงทุนในสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 30 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ทั้งนี้เพื่อบริหารจัดการกองทุนในช่วงที่ตลาดประสบปัญหาอย่างหนัก ซึ่งในสภาวะดังกล่าว อาจส่งผลให้บริษัทที่กองทุนลงทุนอยู่ มีการจัดสรรเงินส่วนแบ่งผลตอบแทนในระดับที่ลดลงจนกองทุนไม่มีเงินเพียงพอในการชำระเงินเรียกระดมทุนจากกิจการที่ลงทุนได้ (capital calls on commitments) เงินกู้ยืมดังกล่าวจะถูกนำมาใช้เพื่อช่วยให้กองทุนไม่จำเป็นต้องขายทรัพย์สินเพื่อนำไปชำระเงินตามรอบการเรียกระดมทุน (สามารถดูรายละเอียดของนโยบายการลงทุนเพิ่มเติมได้จากหนังสือชี้ชวนของกองทุน Schroders Capital Semi-Liquid Global Private Equity) ดัชนีชี้วัด (Benchmark): ไม่มี อายุโครงการ: ไม่กำหนด บริษัทจัดการกองทุน: Schroder Investment Management (Europe) S.A. ผู้เก็บรักษาทรัพย์สินของกองทุน: Brown Brothers Harriman (Luxembourg) S.C.A. เว็บไซต์: สามารถดูข้อมูลหนังสือชี้ชวนฯ ของกองทุนหลัก และรายละเอียดอื่นเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์: https://www.schroders.com/getfunddocument/?oid=1.9.3920539 ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายของกองทุนหลัก Schroders Capital Semi-Liquid Global Private Equity, Class C Accumulation USD: 1. ค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บจากผู้ซื้อหรือผู้ถือหน่วยลงทุน (ร้อยละของมูลค่าหน่วยลงทุน) (1) ค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน ไม่มี (2) ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน ไม่มี 2. ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บจากกองทุนรวม (ร้อยละต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม) (1) ค่าธรรมเนียมการจัดการ 1.45% (2) ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายอื่นๆ 2.52% ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายทั้งหมด 3.97% * กองทุนหลักอาจเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ ของกองทุนได้ ความเสี่ยงของกองทุนหลัก 1. ความเสี่ยงจากการลงทุนใน Private Equity: การลงทุนใน private equity มักมีความเสี่ยงที่แตกต่างไปจากการลงทุนประเภทอื่นเช่น การลงทุนในหลักทรัพย์จดทะเบียน เนื่องจากการลงทุนดังกล่าวอาจเป็นการลงทุนในกิจการที่เพิ่งจัดตั้งขึ้นไม่นาน จึงมีประสบการณ์ในการทำธุรกิจน้อยและสินค้าของบริษัทยังไม่มีตลาดที่ชัดเจน หรือกำลังอยู่ระหว่างการปรับโครงสร้าง เป็นต้น ดังนั้น ประมาณการการเติบโตของมูลค่าการลงทุนจึงมีความไม่แน่นอนมากกว่าการลงทุนประเภทอื่น ในขณะที่การลงทุนใน private equity ให้ความสำคัญกับศักยภาพในการให้ผลตอบแทน กองทุนและบริษัทในลักษณะนี้อาจจะต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนทางธุรกิจและฐานะทางการเงิน จึงไม่อาจรับประกันได้ว่าการใช้เงินลงทุนของกิจการนอกตลาดหลักทรัพย์จะได้รับผลกำไร การลงทุนใน private equity, กองทุนประเภท Venture Capital Funds และบริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์มีความเสี่ยงสูงกว่าการลงทุนในบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หรืออยู่ภายใต้การกำกับดูแลของทางการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภายใต้สถานการณ์ดังต่อไปนี้ : กองทุนอาจลงทุนทั้งทางตรงและทางอ้อมในบริษัทที่เพิ่งจัดตั้งได้ไม่นาน ซึ่งอาจมีความเสี่ยงต่อการขาดทุนที่สูงกว่า บริษัทเหล่านี้จะไม่มีผลการดำเนินงานย้อนหลัง ไม่มีการรับประกันว่าผู้จัดการบริษัทจะสามารถดำเนินธุรกิจได้ตามวัตถุประสงค์ และไม่มีการรับประกันว่าการลงทุนของกองทุนจะให้ผลตอบแทนที่สอดคล้องกับความเสี่ยงจากการลงทุนในบริษัทเหล่านี้ การเข้าร่วมลงทุนของกองทุนอาจทำให้กองทุนถูกจำกัดสิทธิในฐานะของผู้ถือหุ้น จึงอาจไม่สามารถปกป้องผลประโยชน์จากการลงทุนดังกล่าวได้ บริษัทอาจมีอำนาจการควบคุมในโครงสร้างหรือลักษณะของการร่วมลงทุนน้อยหรือไม่มีเลย จึงต้องอาศัยทักษะและความสามารถของผู้จัดการการลงทุน (ซึ่งเป็นบุคคลภายนอก) ในการคัดเลือก ประเมิน ออกแบบโครงสร้าง เจรจาต่อรอง และติดตามโครงการร่วมลงทุน นอกจากนี้ กองทุนที่เป็น Private Equity Fund ที่กองทุนไปลงทุน ผู้ลงทุนรายอื่นอาจใช้สิทธิออกเสียงเพื่อเลิกกองทุนได้ ในขณะที่กองทุนไม่มีความประสงค์ที่จะออกเสียงในเรื่องดังกล่าว บริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์มักจะขึ้นอยู่กับทักษะและความสามารถของผู้บริหารหรือกรรมการของบริษัทเพียงไม่กี่คน และบริษัทเหล่านี้มักจะมีทรัพยากรที่จำกัด ดังนั้น การลงทุนในกองทุนนี้ควรเป็นการลงทุนในระยะยาว 2. ความเสี่ยงจากการลงทุนใน Private Equity Funds และกองทุนของ Private Equity Funds: กองทุนนี้สามารถลงทุนใน Private Equity Funds และกองทุนของ Private Equity Funds ที่จัดตั้งภายใต้การบังคับใช้กฎหมายที่มีการกำกับดูแลกองทุนจากทางการน้อยมากหรือไม่มีเลย นอกจากนี้ ประสิทธิภาพในการกำกับดูแลยังอาจได้รับผลกระทบจากการไม่มีแนวทางด้านการลงทุนและการกระจายความเสี่ยงมาบังคับใช้ รวมถึงความยืดหยุ่นของนโยบายการลงทุนของกองทุนเหล่านี้ การขาดการกำกับดูแลทั้งในระดับกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds) และกองทุนอ้างอิงที่ลงทุน (Underlying Fund) อาจนำไปสู่ความเสี่ยงที่สูงขึ้นสำหรับผู้ถือหน่วยลงทุน ผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนนี้จะมีภาระค่าธรรมเนียมการจัดการกองทุนและที่ปรึกษาการลงทุนทางอ้อมที่เรียกเก็บโดยผู้จัดการการลงทุนของ Private Equity Fund, กองทุนของ Private Equity Fund และการลงทุนประเภท Private Equity Investments ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ที่กองทุนนี้ไปลงทุน กองทุนนี้อาจจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมการบริหารกองทุนตามผลการดำเนินงาน (Performance Fee) ทางอ้อมที่เรียกเก็บโดย Private Equity Fund, กองทุนของ Private Equity Fund และการลงทุนประเภท Private Equity Investments ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แต่ละราย แม้ว่าในขณะนั้นกองทุนนี้มีผลตอบแทนติดลบหรือเป็นศูนย์ก็ตาม 3. ความเสี่ยงจากคำสั่งขายคืนหน่วยลงทุน (Redemption Requests): หุ้นของบริษัทที่ลงทุนอาจไม่สามารถขายออกได้อย่างรวดเร็ว จึงอาจส่งผลกระทบต่อมูลค่าของกองทุนและความสามารถของกองทุนในการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนตามคำสั่งของผู้ถือหน่วยลงทุน 4. ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง (Liquidity Risk): การลงทุนใน private equity ส่วนใหญ่จะเป็นการลงทุนระยะยาวที่มีสภาพคล่องต่ำ ซึ่งไม่มีคุณลักษณะของสภาพคล่องและความโปร่งใสที่มักพบในการลงทุนประเภทอื่น เช่น การลงทุนในหลักทรัพย์จดทะเบียน การขายหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินทางการเงินอื่นที่กองทุนลงทุนอาจทำได้ลำบาก และสภาพคล่องของการลงทุนจะขึ้นอยู่กับความสำเร็จของกลยุทธ์ในการขายทรัพย์สินของกองทุนโดยผู้จัดการการลงทุน กลยุทธ์เหล่านี้อาจได้รับผลกระทบในเชิงลบจากปัจจัยหลายประการ มีความเสี่ยงที่กองทุนอาจไม่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์การลงทุนจากการขายหรือการจำหน่ายหลักทรัพย์ ณ ราคาที่ให้ผลตอบแทนดี หรือในช่วงเวลาที่เหมาะสม หรือสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของภาวะตลาด หรืออาจไม่สามารถขายหลักทรัพย์ที่ลงทุนตามกลยุทธ์ที่กำหนดไว้ ผลขาดทุนที่แท้จริงอาจเกิดขึ้นกับกองทุนก่อนที่จะ ได้รับกำไรจากการจำหน่ายหลักทรัพย์ ทั้งนี้ ผลตอบแทนจากเงินลงทุนหรือผลกำไรที่ได้รับจากการจำหน่ายหลักทรัพย์ (ถ้ามี) มักจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมีการจำหน่ายเงินลงทุนทั้งหมดหรือบางส่วนไปแล้วเท่านั้น อาจเป็นการยากในการไถ่ถอนการลงทุนในบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งสามารถทำได้โดยการเสนอขายต่อประชาชนทั่วไป หรือขายให้กับผู้ร่วมลงทุนรายอื่นหรือผู้ร่วมลงทุนเชิงกลยุทธ์ หรือผู้ลงทุนโดยทั่วไป อย่างไรก็ตาม การไถ่ถอนการลงทุนในบริษัทใด ๆ ของกองทุนอาจต้องได้รับการตกลงจากผู้ถือหุ้นรายอื่นของบริษัทนั้น ๆ หรือโดยความยินยอมของคณะกรรมการของบริษัท หรือต้องได้รับอนุมัติจากหน่วยงานทางการที่เกี่ยวข้อง ระยะเวลาและผลกำไรในการไถ่ถอนการลงทุนสำหรับการลงทุนโดยตรงอาจได้รับผลกระทบเชิงลบจากปัจจัยภายนอกด้านเศรษฐกิจซึ่งอยู่นอกเหนือการควบคุม ปัจจุบันยังไม่มีตลาดที่มั่นคงสำหรับการลงทุนในตลาดรอง และแม้ว่าในระยะหลังนี้ โอกาสการลงทุนในตลาดรอง มีเพิ่มขึ้นมาก แต่ก็ยังไม่มีตลาดรองใดที่มีสภาพคล่องเพื่อรองรับการลงทุนในลักษณะดังกล่าวได้ 5. ความเสี่ยงในการประเมินมูลค่าการลงทุน (Valuation Risk): การลงทุนในหลักทรัพย์ที่ไม่ได้จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์อาจมีความยากลำบากในการกำหนดราคาอ้างอิงที่เหมาะสม ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อการประเมินมูลค่าของพอร์ตการลงทุน การลงทุนบางประเภทอาจมีการประเมินมูลค่าบนพื้นฐานของราคาประมาณการ ดังนั้น จึงมีความผันผวนที่สูงกว่าหลักทรัพย์จดทะเบียน 6. ปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับหมวดอุตสาหกรรม/พื้นที่ทางภูมิศาสตร์ (Risk Factors Relating to Industry Sectors / Geographic Areas): กองทุนที่เน้นการลงทุนเฉพาะเจาะจงในบางอุตสาหกรรมหรือพื้นที่ทางภูมิศาสตร์จะมีมูลค่าผันแปรตามปัจจัยเสี่ยงและปัจจัยด้านตลาดซึ่งมีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมหรือพื้นที่ทางภูมิศาสตร์นั้น ๆ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงด้านกฎหมาย การเปลี่ยนแปลงของสภาพเศรษฐกิจโดยทั่วไป และการแข่งขันที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนมีความผันผวนมากยิ่งขึ้น ซึ่งอาจรวมถึงความไม่แน่นอนและความไร้เสถียรภาพทางสังคมและการเมืองและภัยพิบัติทางธรรมชาติ 7. ความเสี่ยงจากการลงทุนกระจุกตัว (Concentration of Investments Risks): ถึงแม้บริษัทจะมีนโยบายในการกระจายการลงทุนในทรัพย์สินในพอร์ตที่ลงทุน แต่ในบางขณะกองทุนก็อาจมีการลงทุนในทรัพย์สินเพียงไม่กี่ชนิด ทำให้กองทุนอาจประสบผลขาดทุนอย่างมีนัยสำคัญ หากทรัพย์สินที่ลงทุนไว้ในสัดส่วนที่สูงมีมูลค่าลดลงหรือได้รับผลกระทบที่ไม่พึงประสงค์ด้วยสาเหตุอื่นใด ซึ่งรวมถึงการผิดนัดชำระหนี้ของผู้ออกตราสารที่กองทุนได้ลงทุนไว้ หมายเหตุ: (1) ข้อความในส่วนของกองทุน Schroders Capital Semi-Liquid Global Private Equity ได้ถูกคัดเลือกมาเฉพาะส่วนที่สำคัญและจัดแปลมาจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ ดังนั้น ในกรณีที่มีความแตกต่างหรือไม่สอดคล้องกับต้นฉบับภาษาอังกฤษ ให้ถือตามต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นเกณฑ์ (2) ในกรณีที่กองทุนหลักมีการแก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการซึ่งบริษัทจัดการเห็นว่าไม่มีนัยสำคัญ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะแก้ไขเพิ่มเติมโครงการให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของกองทุนหลัก โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว อัตราส่วนการลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น เพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวมในประเทศและต่างประเทศ : อัตราส่วนการลงทุนที่คำนวณตามผู้ออกทรัพย์สินหรือคู่สัญญา (single entity limit) ข้อ ประเภททรัพย์สิน อัตราส่วน (% ของ NAV) 1. ตราสารภาครัฐไทย ไม่จำกัดอัตราส่วน 2. ตราสารภาครัฐต่างประเทศ ไม่จำกัดอัตราส่วน 3. หน่วย CIS ไม่จำกัดอัตราส่วน 4. หน่วย infra หรือหน่วย property ไม่จำกัดอัตราส่วน 5. หน่วย private equity ไม่จำกัดอัตราส่วน 6. ตราสารทุนที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ทั้งในและต่างประเทศ ไม่จำกัดอัตราส่วน 7. เงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก ไม่จำกัดอัตราส่วน 8. ทรัพย์สินดังนี้ 8.1 ตราสารหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง หรือศุกูก ที่ผู้ออกจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือสาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทย 8.2 ตราสารหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง หรือศุกูก ที่ผู้ออกจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย และเสนอขายตราสารนั้นในต่างประเทศ หรือผู้ออกจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ (แต่ไม่รวมสาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทย) หรือเป็นตราสาร Basel III 8.3 reverse repo 8.4 OTC derivatives ไม่จำกัดอัตราส่วน 9. ทรัพย์สินอื่นนอกเหนือจากที่ระบุในข้อ 1 – ข้อ 8 (SIP) ไม่จำกัดอัตราส่วน อัตราส่วนการลงทุนที่คำนวณตามประเภททรัพย์สิน (product limit) ข้อ ประเภททรัพย์สิน อัตราส่วน (% ของ NAV) 1. เงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก ตั๋วแลกเงินหรือตั๋วสัญญาใช้เงิน ที่นิติบุคคลตามกฎหมายไทย (ไม่รวมถึงสาขาในต่างประเทศของนิติบุคคลดังกล่าว) เป็นผู้ออก ผู้สั่งจ่าย หรือคู่สัญญา ดังนี้ 1.1 ธนาคารหรือสถาบันการเงินที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น 1.2 ธนาคารพาณิชย์ 1.3 บริษัทเงินทุน 1.4 บริษัทเครดิตฟองซิเอร์ 1.5 บรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย (ไม่รวมถึงทรัพย์สินที่กองทุนรวมได้รับโอนกรรมสิทธิ์มาจากคู่สัญญาตาม reverse repo หรือ securities lending หรือ derivatives) - รวมกันไม่เกิน 45% เฉลี่ยในรอบปีบัญชี เว้นแต่เป็นกองทุนรวมที่มีอายุโครงการน้อยกว่า 1 ปี ให้เฉลี่ยตามรอบอายุกองทุน - อัตราข้างต้นไม่ใช่กับกองทุนรวมที่อายุโครงการคงเหลือน้อยกว่าหรือเท่ากับ 6 เดือน ทั้งนี้ เฉพาะกองทุนรวมที่มีอายุโครงการมากกว่าหรือเท่ากับ 1 ปี 2. หน่วย private equity ไม่จำกัดอัตราส่วน 3. ธุรกรรมสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) ไม่เกิน 105% ของ NAV 4. ธุรกรรมการกู้ยืมเงินเพื่อประโยชน์ในการจัดการลงทุน ไม่เกิน 30% ของ NAV หมายเหตุ : สำหรับการลงทุนในเงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝากเพื่อการดำเนินงานของกองทุนรวม ไม่มีข้อกำหนดเกี่ยวกับ product limit
Investment policy as filed with SEC Thailand.
actual = what the AMC currently charges · max = prospectus ceiling (no actual reported). Annual fees aren’t additive with one-time fees.