KKP VIETNAM GROWTH FUND NOT FOR RETAIL INVESTORS
KIATNAKIN PHATRA ASSET MANAGEMENT COMPANY LIMITED · Equity · settlement T+4
↳ Invests in Vietnam Long-term Growth Fund · เวียดนาม
✨Invests primarily in high-quality Vietnamese stocks through the Vietnam Long-term Growth Fund, with a minimum of 80% of assets in Vietnamese Dong.
1. กองทุนเป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุนประเภท Feeder Fund ที่เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมหลักในต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว คือ Vietnam Long-term Growth Fund (กองทุนหลัก) โดยกองทุนหลักมีนโยบายการลงทุนเน้นลงทุนในหุ้นในประเทศเวียดนาม โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างการเติบโตของเงินลงทุนในระยะยาว และสร้างผลตอบแทนที่สม่ำเสมอจากการลงทุนส่วนใหญ่ในหุ้นที่มีคุณภาพสูง (high quality stocks) ในประเทศเวียดนาม ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนหลักในสกุลเงินเวียดนามดอง (VND) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม โดยกองทุนมีนโยบายการลงทุนซึ่งส่งผลให้มี net exposure ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน 2. สำหรับเงินลงทุนส่วนที่เหลือ กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในตราสารหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตราสารทางการเงิน และ/หรือเงินฝาก ตลอดจนหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดหรือให้ความเห็นชอบ ทั้งในและต่างประเทศ นอกจากนี้ ในส่วนของการลงทุนในประเทศ กองทุนจะไม่ลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่กว่าอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Non-Investment Grade) หรือที่ไม่มีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Bond) และตราสารทุนที่ไม่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) ยกเว้นในกรณี ดังต่อไปนี้ 1) ในวันที่ลงทุนหรือได้มา ตราสารหนี้นั้นได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment grade) แต่ต่อมาตราสารหนี้ดังกล่าวถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) 2) ในวันที่กองทุนลงทุนหรือได้มา ตราสารทุนนั้นจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Listed Securities) แต่ต่อมาตราสารทุนดังกล่าวไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) ทั้งนี้ หากเกิดเหตุตามข้อ 1) และ 2) กองทุนอาจจะยังคงมีไว้ซึ่งตราสารหนี้ และตราสารทุนดังกล่าวอยู่ โดยจะดำรงสัดส่วนให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด 3. กองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่น หรือกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (กอง1) หรือทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) หรือกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (infra) ซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ ในสัดส่วนโดยเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ยกเว้นกรณีที่กองทุนปลายทางเป็นกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (กอง1) และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (infra) ลงทุนสูงสุดได้ไม่เกิน 1 ใน 3 ของจำนวนหน่วยลงทุนของกองทุนปลายทาง ทั้งนี้ กองทุนรวมอื่นนั้นมีการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมใด ๆ ที่อยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการต่อไปได้อีกไม่เกิน 1 ทอด โดยกองทุนรวมที่มีผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นกองทุนรวมอื่นที่อยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ ต้องไม่ลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมดังต่อไปนี้ (1) กองทุนรวมอื่นที่เป็นผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนรวมดังกล่าว (2) กองทุนรวมที่เป็นผู้ถือหน่วยของกองทุนรวมอื่นตาม (1) ในกรณีที่มีการลงทุนในกองทุนรวมอื่นภายใต้ บลจ. เดียวกัน (Cross Investing Fund) มิให้กองทุนรวมต้นทางลงมติให้กองทุนรวมปลายทาง อย่างไรก็ดี ในกรณีที่กองทุนรวมปลายทางไม่สามารถดำเนินการเพื่อขอมติได้ เนื่องจากติดข้อจำกัดห้ามมิให้กองทุนรวมต้นทางลงมติให้กองทุนรวมปลายทาง บริษัทจัดการสามารถขอรับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.ได้ หากได้รับมติเกินกึ่งหนึ่งของผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนปลายทางในส่วนที่เหลือ ทั้งนี้ การลงทุนในหน่วยลงทุนดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนของกองทุนซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.กำหนด หรือกฎหมายอื่นใดที่เกี่ยวข้อง หรือประกาศอื่นใดที่เกี่ยวข้อง และ/หรือที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมในอนาคต 4.กองทุนจะไม่ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (unhedged) ซึ่งอาจทำให้ผู้ลงทุนได้รับผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ ทั้งนี้ นโยบายการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนข้างต้น จะไม่ใช้บังคับในช่วงที่กองทุนอยู่ระหว่างการปรับการลงทุนในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงนโยบายการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนจากเดิมที่ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของบริษัทจัดการ โดยในสถานการณ์ปกติบริษัทจัดการตั้งใจที่จะป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของมูลค่าเงินลงทุนในต่างประเทศ เป็น ไม่ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (Unhedged) ทั้งนี้ ในกระบวนการปรับการลงทุนข้างต้น บริษัทจัดการอาจพิจารณาเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อวัตถุประสงค์ในการลดสถานะการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนที่มีอยู่เดิม 5. กองทุนอาจพิจารณาเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivative) เพื่อลดความเสี่ยง (Hedging) ได้ไม่เกินมูลค่าความเสี่ยงที่มีอยู่ โดยอาจมี underlying เป็นทรัพย์สินที่กองทุนสามารถลงทุนได้ และ/หรือ อัตราดอกเบี้ย ทั้งนี้ การเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของกองทุน จะเป็นไปตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และ/หรือประกาศที่เกี่ยวข้องประกาศกำหนด และหรือที่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติม (ถ้ามี) ทั้งนี้ การทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าอาจมีต้นทุนและมีความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ เช่น ความเสี่ยงจากการที่คู่สัญญาผิดนัดชำระหนี้ หรือไม่สามารถส่งมอบ (delivery failure) หรือไม่สามารถปฏิบัติตามข้อตกลงได้ ความเสี่ยงด้านสภาพคล่องในการซื้อขายหรือไม่สามารถปิดสถานะได้ (close out position) เป็นต้น โดยบริษัทจัดการจะกำหนดกลยุทธ์ในการบริหารจัดการความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ตลอดจนจัดให้มีระบบที่เหมาะสมในการบริหารความเสี่ยงของสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เช่น บริษัทจัดการจะวิเคราะห์และติดตามสถานะหรืออันดับความน่าเชื่อถือของบริษัทที่เป็นคู่สัญญาซื้อขายล่วงหน้าอย่างระมัดระวังและสม่ำเสมอ และหากมีการปรับตัวในทางลบอย่างมีนัยสำคัญ บริษัทจัดการจะพิจารณาปรับเปลี่ยนแผนการลงทุนให้เหมาะสมกับสภาวการณ์ เพื่อลดความเสี่ยงจากการที่คู่สัญญาไม่สามารถทำตามข้อสัญญาตามที่ตกลงกันไว้ ทั้งนี้ ในช่วงที่กองทุนอยู่ระหว่างการปรับการลงทุนในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงนโยบายการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามข้อ 4 ข้างต้น บริษัทจัดการอาจพิจารณาเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อวัตถุประสงค์ในการลดสถานะการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนที่มีอยู่เดิม 6. กองทุนนี้จะไม่ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient portfolio management) และตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) ส่วนกองทุน Vietnam Long-term Growth Fund (กองทุนหลัก) อาจพิจารณาลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) ที่จดทะเบียนและมีการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เกิดจากหลักทรัพย์ที่กองทุนหลักลงทุนเท่านั้น อย่างไรก็ตาม กองทุนหลักจะไม่ลงทุนในตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured note) 7. กองทุนอาจทำธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) หรือ ธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ หรือตามที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. 8. กองทุนจะไม่ทำธุรกรรมการกู้ยืมเงินเพื่อประโยชน์ในการจัดการลงทุนของกองทุนรวม การขายหลักทรัพย์หรือตราสารหนี้โดยมีสัญญาซื้อคืนเพื่อประโยชน์ในการจัดการลงทุนของกองทุนรวม การขายหลักทรัพย์ที่ต้องยืมหลักทรัพย์มาเพื่อการส่งมอบ และ/หรือจะไม่ลงทุนในหน่วยของกิจการเงินร่วมลงทุน (หน่วย private equity) อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการอาจกู้ยืมเงินหรือทำธุรกรรมการขายโดยมีสัญญาซื้อคืน หรือวิธีการอื่น ๆ เพื่อบริหารสภาพคล่องของกองทุนเป็นการชั่วคราวได้ โดยเป็นไปตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และ/หรือประกาศที่เกี่ยวข้องประกาศกำหนด ส่วนกองทุน Vietnam Long-term Growth Fund (กองทุนหลัก) จะไม่กู้ยืมเงินเพื่อประโยชน์ในการจัดการลงทุนของกองทุนรวม เว้นแต่เป็นการกู้ยืมระยะสั้น เพื่อชำระค่าใช้จ่ายของกองทุนหรือเพื่อจ่ายคืนเงินให้ผู้ถือหน่วยลงทุน โดยการกู้ยืมดังกล่าวต้องไม่เกินร้อยละ 5 ของทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก และระยะเวลาการกู้ยืมสูงสุดคือ 30 วัน นอกจากนี้ กองทุนหลักอาจทำธุรกรรมการขายพันธบัตรรัฐบาลโดยมีสัญญาซื้อคืน (Government debt instruments Repo) โดยจะเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงการคลังเวียดนามกำหนด อย่างไรก็ตาม กองทุนหลักจะไม่ทำธุรกรรมการขายหลักทรัพย์ที่ต้องยืมหลักทรัพย์มาเพื่อการส่งมอบ (short selling) และจะไม่ลงทุนในหน่วยของกิจการเงินร่วมลงทุน (หน่วย private equity) 9. ข้อมูลกองทุน Vietnam Long-term Growth Fund (กองทุนหลัก) จากแหล่งข้อมูล: Prospectus dated 19 October 2021 ชื่อกองทุนรวมในต่างประเทศ Vietnam Long-term Growth Fund Fund Code VLGF บริษัทจัดการ (Management Company) SSI Asset Management Co., Ltd. วันที่จดทะเบียนจัดตั้งกองทุน (Establishment Date) 06 ธันวาคม 2564 ประเทศที่จดทะเบียนจัดตั้ง เวียดนาม สกุลเงิน เวียดนามดอง (VND) วันทำการซื้อขาย ทุกวันทำการซื้อขายของกองทุนหลัก อายุโครงการ ไม่กำหนด ดัชนีชี้วัด (Benchmark) ไม่กำหนดดัชนีชี้วัด วัตถุประสงค์การลงทุน กองทุนหลักมีเป้าหมายเพื่อสร้างการเติบโตของเงินลงทุนในระยะยาว และสร้างผลตอบแทนอย่างสม่ำเสมอ จากการลงทุนส่วนใหญ่ในหุ้นที่มีคุณภาพสูง (high quality stocks) กลยุทธ์การลงทุน กองทุนหลักมีกลยุทธ์การลงทุนเชิงรุก (active investing) เพื่อให้ได้รับผลตอบแทนรวมจากการลงทุนที่สม่ำเสมอและยั่งยืน ด้วยการลงทุนในรูปแบบ value-oriented โดยเน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทที่มีคุณภาพสูง มีการกำกับดูแลกิจการที่ดี มีรูปแบบการทำธุรกิจ (business model) ที่แข็งแกร่ง เป็นผู้นำในกลุ่มอุตสาหกรรม มีสถานะการเงินที่มั่นคง มีโอกาสเติบโตในระยะยาว และมีมูลค่าที่น่าสนใจ กองทุนหลักอาจลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลเพื่อมุ่งรักษาเงินต้นและเพื่อให้กองทุนมีรายได้อย่างสม่ำเสมอ ทรัพย์สินที่กองทุนหลักสามารถลงทุนได้ กองทุนหลักสามารถลงทุนในทรัพย์สินดังต่อไปนี้ ซึ่งเป็นไปตามกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องของประเทศเวียดนาม : เงินฝากในธนาคารพาณิชย์ภายใต้กฎหมายว่าด้วยการธนาคาร (banking laws) ตราสารตลาดเงิน ซึ่งรวมถึง valuable papers และตราสารที่สามารถเปลี่ยนมือได้ตามกฎหมายหรือกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง พันธบัตรรัฐบาล (Government debt instruments) ตราสารหนี้ที่รัฐบาลค้ำประกัน (Government-backed bonds) และพันธบัตรรัฐบาลท้องถิ่น (municipal bonds) หุ้นจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ หุ้นจดทะเบียนเพื่อการซื้อขาย (shares registered for trading) ตราสารหนี้ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และหน่วยลงทุนที่เสนอขายเป็นการทั่วไป หุ้นที่เสนอขายต่อประชาชนเป็นครั้งแรก สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่จดทะเบียนและมีการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เกิดจากหลักทรัพย์ที่กองทุนหลักลงทุนเท่านั้น สิทธิ (Rights) ที่อาจได้มาอันเนื่องมาจากหลักทรัพย์ที่กองทุนหลักลงทุน การจัดสรรการลงทุน (Asset allocation) กองทุนหลักจะเน้นลงทุนในตราสารทุน แต่ยังมีความยืดหยุ่นในการจัดสรรการลงทุนตามสภาวะตลาดและโอกาสในการลงทุนที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงเวลา ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับมุมมองการลงทุนของบริษัทจัดการกองทุนหลักโดยรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ อย่างไรก็ตาม การจัดสรรการลงทุนของกองทุนหลักจะเป็นไปตามข้อจำกัดการลงทุน (investment restrictions) ตามที่กำหนดในหนังสือชี้ชวนของกองทุนหลัก ภายใต้ตลาดในสภาวะปกติกองทุนหลักจะลงทุนส่วนใหญ่ในตราสารทุน โดยเงินลงทุนส่วนที่เหลือจะลงทุนในตราสารหนี้ เงินสด และตราสารเทียบเท่าเงินสด ทั้งนี้ กองทุนหลักอาจลงทุนในบริษัทที่มีมูลค่าตลาดและสภาพคล่องในการซื้อขายต่ำ แต่ยังคงเป็นไปตามหลักเกณฑ์เชิงคุณภาพและปริมาณที่กำหนด ได้แก่ การกำกับดูแลกิจการ รูปแบบการทำธุรกิจ (business model) ตำแหน่งทางการตลาด สถานะทางการเงิน โอกาสการเติบโตและมูลค่าในระยะยาว กลยุทธ์การลงทุนชั่วคราว: ในกรณีที่มีการประเมินว่าตลาดและเศรษฐกิจอยู่ในสภาวะไม่ปกติ กองทุนหลักอาจใช้กลยุทธ์การลงทุนแบบระมัดระวัง (conservative strategy) เพื่อมุ่งรักษาเงินต้นของผู้ถือหน่วย โดยลงทุนได้สูงสุดร้อยละ 100 ของทรัพย์สินของกองทุนหลัก ในเงินสด ตราสารเทียบเท่าเงินสด พันธบัตรรัฐบาล และตราสารหนี้อื่น ๆ ที่ออกโดยรัฐบาล แต่ยังต้องเป็นไปตามข้อจำกัดการลงทุน (investment restrictions) ตามที่กำหนดในหนังสือชี้ชวนของกองทุนหลัก ทั้งนี้ ในสถานการณ์ดังกล่าว กองทุนหลักอาจไม่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์การลงทุนได้ หากเปรียบเทียบกับการลงทุนภายใต้ตลาดและเศรษฐกิจในสภาวะปกติ ค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายของกองทุนหลัก ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บในการซื้อ/ขายหน่วยลงทุน ค่าธรรมเนียมการซื้อหน่วยลงทุน (Subscription Fee): สูงสุดไม่เกินร้อยละ 5.00 ของมูลค่าการซื้อหน่วยลงทุน (เก็บจริง ร้อยละ 1.00) ค่าธรรมเนียมการขายคืนหน่วยลงทุน (Redemption Fee): สูงสุดไม่เกินร้อยละ 3.00 ของมูลค่าการขายคืนหน่วยลงทุน (เก็บจริง ร้อยละ 0) ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากกองทุนหลัก ค่าธรรมเนียมการจัดการกองทุน (Fund Management Fee) : ร้อยละ 1.50 ต่อปี ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ค่าธรรมเนียมการรับฝากทรัพย์สิน (Custody fee): ร้อยละ 0.05 ต่อปี ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน หรือ ขั้นต่ำเดือนละ 11,500,000 เวียดนามดอง ค่าธรรมเนียมการดูแลผลประโยชน์ (Supervision fee): ร้อยละ 0.03 ต่อปี ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน หรือ ขั้นต่ำเดือนละ 17,500,000 เวียดนามดอง ค่าธรรมเนียมงานด้านปฏิบัติการ (Administration fee): ร้อยละ 0.03 ต่อปี ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน หรือ ขั้นต่ำเดือนละ 43,000,000 เวียดนามดอง (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ค่าธรรมเนียมการจัดทำงบการเงิน: 70,500,000 เวียดนามดองต่อปี หรือเฉลี่ยเดือนละ 5,875,000 เวียดนามดองต่อเดือน (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ค่าธรรมเนียม Transfer Agent ค่าธรรมเนียมคงที่ (fixed fee): 10,000,000 เวียดนามดองต่อเดือน (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ค่าธรรมเนียมต่อการทำธุรกรรม (transaction fee): ร้อยละ 0.01 ของมูลค่าธุรกรรม (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ หมายเหตุ: ในกรณีที่บริษัทจัดการได้รับค่าตอบแทนจากกองทุนหลักและ/หรือบริษัทจัดการของกองทุนหลัก (rebate) บริษัทจัดการมีความตั้งใจที่จะนำค่าตอบแทนดังกล่าวกลับเข้ากองทุนนี้ หรือดำเนินการอื่นตามที่สำนักงาน ก.ล.ต.และหรือหน่วยงานที่มีอำนาจอื่นกำหนดและหรืออนุญาต/เห็นชอบ/ผ่อนผัน และหรือที่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้บริษัทจัดการดำเนินการได้ ทั้งนี้ผู้ถือหน่วยลงทุนทั้งปวงได้เห็นชอบให้บริษัทจัดการดำเนินการที่เกี่ยวข้องตามดุลพินิจของบริษัทจัดการ กองทุนหลักสงวนสิทธิที่จะทำรายการขายคืนหน่วยลงทุนเพียงบางส่วนในกรณีดังต่อไปนี้ (1) กองทุนหลักมีรายการขายคืนหน่วยลงทุนสุทธิในวันทำการซื้อขายหน่วยลงทุนใด ๆ เกินกว่าร้อยละ 10 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก (2) การขายคืนหน่วยลงทุนของผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนหลัก ส่งผลให้มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก ลดลงจนต่ำกว่า 50,000 ล้านเวียดนามดอง โดยกองทุนหลักสงวนสิทธิที่จะทำรายการขายคืนหน่วยลงทุนเพียงบางส่วน จนถึงระดับที่มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลักเท่ากับ 50,000 ล้านเวียดนามดอง (3) กองทุนหลักไม่สามารถขายหลักทรัพย์ในพอร์ตการลงทุนเพื่อชำระตามคำสั่งขายคืนหน่วยลงทุนได้ อันเนื่องมาจากตลาดมีสภาพคล่องต่ำ และ/หรือหลักทรัพย์ที่กองทุนหลักลงทุนหยุดการซื้อขายตามคำสั่งของตลาดหลักทรัพย์ของประเทศเวียดนาม ทั้งนี้ คำสั่งขายคืนหน่วยลงทุนของกองทุนหลักที่ไม่ได้รับการทำรายการดังกล่าวจะถูกยกเลิกโดยอัตโนมัติ และในกรณีที่เป็นการขายคืนหน่วยลงทุนเพียงบางส่วนด้วยสาเหตุตาม (1) ข้างต้น กองทุนหลักอาจขยายเวลาในการจ่ายคืนเงินสำหรับการขายคืนหน่วยลงทุน แต่จะไม่เกิน 30 วันหลังทำรายการโดยได้รับอนุมัติจาก Board of Fund Representatives ของกองทุนหลัก ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนเปิดเคเคพี เวียดนาม หุ้นเติบโต ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย อาจไม่ได้รับเงินค่าขายคืนภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ และ/หรือกองทุนนี้อาจต้องจัดเตรียมทรัพย์สินสภาพคล่องรองรับเพื่อให้สามารถจ่ายเงินคืนแก่ผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนได้หากเกิดกรณีดังกล่าว ซึ่งอาจส่งผลให้ผลการดำเนินงานอาจแตกต่างจากกองทุนหลัก และอาจทำให้มูลค่าหน่วยลงทุนของกองทุนนี้ไม่ได้เคลื่อนไหวตามกองทุนหลักอย่างสมบูรณ์ รายละเอียดของกองทุนหลัก แปลมาจากหนังสือชี้ชวน (Prospectus) ของกองทุนหลัก ดังนั้น ในกรณีที่มีความแตกต่างหรือไม่สอดคล้องกับต้นฉบับภาษาอังกฤษ ให้ถือตามต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นเกณฑ์ ท่านสามารถดูข้อมูลของกองทุนหลักเพิ่มเติมได้ที่ https://ssi.com.vn/en 10. ในกรณีที่กองทุนหลักมีการแก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการหรือมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลข้างต้น ซึ่งบริษัทจัดการเห็นว่าไม่มีนัยสำคัญ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะปรับปรุง/เปลี่ยนแปลงข้อมูลให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของกองทุนหลักโดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว และไม่ถือเป็นการแก้ไขโครงการ ทั้งนี้ บริษัทจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ 11. ในกรณีที่ชนิดของหน่วยลงทุน (Class) หรือกองทุนหลัก ที่กองทุนลงทุนนั้นไม่เหมาะสมอีกต่อไป โดยอาจสืบเนื่องจากการที่ชนิดของหน่วยลงทุน (Class) หรือกองทุนหลักที่กองทุนลงทุนมีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดจนอาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ เช่น เงื่อนไขการลงทุน นโยบายการลงทุน อัตราค่าธรรมเนียม เป็นต้น และ/หรือได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ต่าง ๆ เช่น ภาวะตลาดและเศรษฐกิจมีความผันผวน เกิดภัยพิบัติหรือเกิดเหตุการณ์ไม่ปกติต่าง ๆ เป็นต้น และ/หรือในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงอื่น ๆ ที่กระทบต่อการลงทุน เช่น การเปลี่ยนแปลงในเรื่องกฎระเบียบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนต่างประเทศ หรือในกรณีที่กองทุนไม่สามารถเข้าลงทุนในกองทุนหลักได้ หรือในกรณีที่บริษัทจัดการเห็นว่าการลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนหลักไม่เหมาะสมอีกต่อไป เช่น กรณีที่ผลตอบแทนของกองทุนหลักต่ำกว่าผลตอบแทนของกองทุนอื่น ๆ ที่มีนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกันอย่างมีนัยสำคัญหรือติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน หรือผลตอบแทนของกองทุนหลักต่ำกว่าตัวชี้วัด (Benchmark) (ถ้ามี) อย่างมีนัยสำคัญ หรือการลงทุนของกองทุนหลัก ไม่เป็นไปตามหนังสือชี้ชวนหรือโครงการ หรือทำให้กองทุนนี้ไม่สามารถปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ได้ หรือเมื่อกองทุนหลักกระทำความผิดร้ายแรงตามความเห็นของหน่วยงานที่กำกับดูแลกองทุนต่างประเทศหรือมีการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบที่อาจส่งผลต่อการดำเนินการของกองทุนในฐานะผู้ลงทุน หรือมีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารของกองทุนหลัก และ/หรือในกรณีที่กองทุนหลักได้เลิกโครงการ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิ โดยตามดุลยพินิจของบริษัทจัดการ ที่จะพิจารณาเปลี่ยนแปลงชนิดของหน่วยลงทุน (Class) และ/หรือกองทุนหลัก และ/หรือการเปลี่ยนแปลงสกุลเงินลงทุนเป็นสกุลเงินอื่นใด และ/หรือเปลี่ยนแปลงการซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนดังกล่าวเป็นตลาดหลักทรัพย์ของประเทศอื่นนอกเหนือจากที่ระบุไว้ข้างต้น และ/หรือ ดำเนินการเลิกกองทุน โดยถือว่าได้รับมติเห็นชอบจากจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะไม่ขัดกับวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุนของกองทุน และคำนึงถึงและรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ และในกรณีที่บริษัทจัดการอยู่ระหว่างการดำเนินการเปลี่ยนกองทุนหลักข้างต้น อาจส่งผลให้กองทุนมีการลงทุนหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนต่างประเทศในขณะนั้นมากกว่า 1 กองทุน 12. กรณีการลงทุนของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์มีลักษณะครบถ้วนตาม ข้อ 12.1 และ ข้อ 12.2 บริษัทจัดการจะดำเนินการตาม ข้อ 12.3 12.1 ฐานะการลงทุนสุทธิของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ (1) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี < 80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ หรือ (2) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ≥ 80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์โดยกองทุนต่างประเทศไม่มีวัตถุประสงค์การลงทุนในทำนองเดียวกับกองทุนดัชนีหรือ ETF 12.2 NAV ของกองทุนปลายทาง มีการลดลงในลักษณะดังนี้ (1) NAV ณ วันใดวันหนึ่งลดลง > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง หรือ (2) ยอดรวมของ NAV ลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกันคิดเป็นจำนวน > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง 12.3 รายละเอียดการดำเนินการ การดำเนินการ ระยะเวลาดำเนินการ 12.3.1 แจ้งเหตุที่กองทุนปลายทางมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการของ บริษัทจัดการ ให้สำนักงานและผู้ถือหน่วย (แนวทางการดังกล่าวต้องคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยโดยรวม) ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มี การเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ 12.3.2 เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการตาม 12.3.1 ต่อผู้ลงทุนทั่วไป (ดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวด้วย) พร้อม 12.3.1 12.3.3 ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินการตาม 12.3.1 ภายใน 60 วันนับแต่วันที่มี การเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ 12.3.4 รายงานผลการดำเนินการตาม 12.3.3 ให้สำนักงานทราบ ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการตาม 12.3.3 แล้วเสร็จ 13. ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนตามนโยบายการลงทุนตามข้อ 1. ข้างต้น และอัตราส่วนที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้ (1) ช่วงระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม (2) ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนเลิกกองทุนรวม (3) ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืน หรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ 14. บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตเป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Fund) หรือกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในตราสาร และ/หรือหลักทรัพย์ต่างประเทศได้ หรือ สามารถกลับมาเป็นกองทุนรวม ฟีดเดอร์ (Feeder Fund) ได้ โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (risk spectrum) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนโดยขึ้นกับสถานการณ์ตลาด และเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งผู้ถือหน่วยลงทุนล่วงหน้าอย่างน้อย 60 วันก่อนการดำเนินการเปลี่ยนแปลง โดยจัดให้มีข้อมูลเรื่องดังกล่าวที่สำนักงานของบริษัทจัดการ หรือสำนักงานผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืน (ถ้ามี) และ/หรือผ่านเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ 15. ในกรณีที่สำนักงาน ก.ล.ต.ได้มีการประกาศ กำหนด เปลี่ยนแปลงและ/หรือแก้ไขหลักเกณฑ์ที่ส่งผลให้นโยบายการลงทุนของกองทุนนี้สามารถเสนอขายแก่ผู้ลงทุนทั่วไปได้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลง/แก้ไขลักษณะโครงการและรายละเอียดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเป็นกองทุนรวมที่เสนอขายผู้ลงทุนทั่วไปได้ในอนาคต โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุน : 1. ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุนในประเทศ : เป็นไปตามประกาศ 2. ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุนในต่างประเทศ : เป็นไปตามประกาศ อัตราส่วนการลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น เพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวม : อัตราส่วนการลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น เพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวมในประเทศและต่างประเทศ : เป็นไปตามประกาศ และกรณีที่การลงทุนไม่เป็นไปตามข้อนี้จะดำเนินการให้เป็นไปตามที่ประกาศกำหนด
Investment policy as filed with SEC Thailand.
actual = what the AMC currently charges · max = prospectus ceiling (no actual reported). Annual fees aren’t additive with one-time fees.