SCB Short Term Yield USD
SCB ASSET MANAGEMENT COMPANY LIMITED · Fixed Income · settlement T+3
↳ Invests in BNP Paribas InstiCash USD 1D LVNAV · ลักเซมเบิร์ก
✨Invests primarily in a single foreign money market fund, focusing on short-term USD-denominated money market instruments and cash equivalents.
กองทุนมีนโยบายเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว (Feeder Fund) ได้แก่ BNP Paribas InstiCash USD 1D LVNAV (กองทุนหลัก) ชนิดหน่วยลงทุน (share class) IT1 Capitalisation ซึ่งเป็น Sub Fund ของกองทุน BNP Paribas InstiCash บริหารจัดการโดย BNP PARIBAS ASSET MANAGEMENT Luxembourg ทั้งนี้ กองทุนหลักจัดเป็นกองทุนตลาดเงิน ประเภทมูลค่าสินทรัพย์สุทธิผันผวนต่ำในระยะสั้น (short-term low volatility NAV money market fund) ตามกฎเกณฑ์ EU Regulation 2017/1131 และมีคุณสมบัติเป็นไปตาม société d’investissement à capital variable (SICAV) ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของ Undertaking for Collective Investment in Transferable Securities (UCITS) ภายใต้กฎหมายของประเทศลักเซมเบิร์ก กองทุนหลักมีวัตถุประสงค์การลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) สอดคล้องกับอัตราดอกเบี้ยของตลาดเงินในช่วงระยะเวลา 1 วัน โดยกระจายการลงทุนในตราสารตลาดเงิน (Money Market Instruments) ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) เงินฝากกับสถาบันการเงิน ธุรกรรมการขายโดยมีสัญญาซื้อคืน (repurchase agreements) ธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (reverse repurchase agreements) และหน่วยลงทุนของกองทุนตลาดเงินระยะสั้นอื่นในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) ทั้งนี้ กองทุนหลักอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เช่น Interest Rate Swaps (IRS) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ยเท่านั้น กองทุนมี net exposure ในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศดังกล่าวโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และมีการลงทุนที่ส่งผลให้มี net exposure ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ส่วนที่เหลือ บริษัทจัดการอาจลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารหนี้ และ/หรือเงินฝาก และ/หรือบัตรเงินฝากทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศ รวมถึงอาจมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์อื่นหรือทรัพย์สินอื่น และ/หรือหาดอกผลโดยวิธีการอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด หรือเห็นชอบให้กองทุนลงทุนได้ กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) ที่มี underlying เป็นอัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยน ดัชนีเงินเฟ้อ credit rating หรือ credit event เพื่อการบริหารความเสี่ยง (Hedging) และในกรณีที่กองทุนลงทุนในตราสารที่เป็นสกุลเงินอื่นนอกเหนือจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอเมริกา กองทุนจะลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน หรือเกือบทั้งหมด (Fully Hedged) ซึ่งมีการกำหนดอัตราส่วนการป้องกันความเสี่ยงระหว่างร้อยละ 95 ถึงร้อยละ 105 ของมูลค่าความเสี่ยงที่มีอยู่ การลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) อาจมีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงราคาของหลักทรัพย์อ้างอิงที่เคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้ามกับที่คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้ราคาของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสําคัญ และ/หรือกองทุนอาจมีความเสี่ยงจากการที่คู่สัญญาไม่สามารถปฏิบัติตามข้อตกลงที่ระบุไว้ในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เนื่องจากมีภาระความเสี่ยงจากการเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมาก จนไม่สามารถปฏิบัติตามภาระผูกพันที่ตกลงไว้ได้ อย่างไรก็ดี ในส่วนของแนวทางการบริหารเพื่อลดความเสี่ยงดังกล่าว บริษัทจัดการจะคาดการณ์และศึกษาวิเคราะห์ตัวแปรอ้างอิงของตราสารอย่างรอบคอบ รวมทั้งติดตามสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงที่อาจมีผลกระทบต่อราคา และปรับเปลี่ยนสถานการณ์ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าให้เหมาะสมกับสภาวะตลาดในขณะนั้น รวมถึงบริษัทจัดการจะพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้ากับคู่สัญญาที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในระดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) ทั้งนี้ การลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า บริษัทจัดการจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของกองทุนและผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าอันดับที่สามารถลงทนได้ (Non-Investment grade) และ/หรือตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด ทั้งนี้ กองทุนจะไม่ลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) กองทุนอาจทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด ทั้งนี้ ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วยก็ได้ โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ 1. 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียน 2. 30 วันก่อนครบอายุโครงการหรือก่อนเลิกกองทุนรวม 3. ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ กองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวม ซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการในสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยการลงทุนในหน่วยลงทุนดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนของกองทุนซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด ทั้งนี้ กองทุนปลายทางไม่สามารถลงทุนย้อนกลับในกองทุนต้นทาง (circle investment) และกองทุนปลายทางจะไม่ลงทุนต่อในกองทุนอื่นภายใต้บริษัทจัดการเดียวกัน (cascade investment) เกินกว่า 1 ทอด อนึ่ง ในกรณีที่กองทุนปลายทางมีการขอมติ ห้ามมิให้กองทุนต้นทางลงมติให้กองทุนปลายทาง อนึ่ง หากในกรณีที่การลงทุนในกองทุนหลักนี้ไม่เหมาะสมอีกต่อไป โดยอาจสืบเนื่องจากการได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ต่าง ๆ หรือมีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขอื่นๆ ของกองทุนหลักนี้ เช่น การเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุน ลักษณะกองทุน อัตราค่าธรรมเนียม การลงทุนหรือมีไว้ซึ่งทรัพย์สินอื่นใดที่ขัดต่อหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด หรือผลตอบแทน/ผลการดำเนินงานของกองทุนต่างประเทศต่ำกว่าผลตอบแทน/ผลการดำเนินงานของกองทุนอื่น ๆ ที่มีนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกัน หรือติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน หรือขนาดของกองทุนต่างประเทศลดลง จนอาจมีผลกระทบต่อกองทุน หรือการลงทุนของกองทุนต่างประเทศไม่เป็นไปตามหนังสือชี้ชวนหรือโครงการ หรือเมื่อกองทุนต่างประเทศกระทำความผิดตามความเห็นของหน่วยงานที่กำกับดูแลกองทุนต่างประเทศ หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบหรือสิ่งอื่นใดที่ส่งผลต่อการดำเนินงานของกองทุนในฐานะผู้ลงทุน หรือการเปลี่ยนแปลงอื่นใดที่อาจส่งผลกระทบหรืออาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อกองทุน กล่าวคือ ในกรณีที่เกิดการเปลี่ยนแปลงซึ่งอาจมีผลต่อกองทุนหลัก และ/หรือบริษัทจัดการ หรือในกรณีที่มีกองทุนอื่นที่มีนโยบายใกล้เคียงกัน และบริษัทเห็นว่าการย้ายไปลงทุนในกองทุนดังกล่าวเป็นผลดีต่อผลการดำเนินงานโดยรวมของกองทุนหรือเอื้อประโยชน์ต่อการลงทุนในต่างประเทศของกองทุน และเป็นผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุน บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะพิจารณาเปลี่ยนแปลงกองทุนรวมต่างประเทศหรือกองทุนหลักเป็นกองทุนต่างประเทศอื่นได้ตามดุลยพินิจของบริษัทจัดการ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะไม่ขัดกับวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุนของกองทุน หรือขอสงวนสิทธิที่จะยกเลิกกองทุน ทั้งนี้ กรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงกองทุนหลักดังกล่าว หรือกรณีที่กองทุนหลักมีการเปลี่ยนชื่อ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิขอความเห็นชอบแก้ไขโครงการต่อสำนักงาน เพื่อเปลี่ยนชื่อกองทุนให้สอดคล้องกับกองทุนหลัก อีกทั้ง บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการพิจารณาเปลี่ยนแปลงชนิดของหน่วยลงทุน (class) รวมถึงเปลี่ยนแปลงสกุลเงินลงทุนเป็นสกุลเงินอื่นใดนอกเหนือจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) หรือเปลี่ยนแปลงการซื้อขายในประเทศอื่นใดนอกเหนือจากประเทศลักเซมเบิร์ก ตามดุลยพินิจของบริษัทจัดการในภายหลังได้ โดยถือว่าได้รับมติจากผู้ถือหน่วยแล้ว ซึ่งบริษัทจัดการจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะแจ้งการเปลี่ยนแปลงและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้า โดยจะดำเนินการด้วยวิธีการใด ๆ เพื่อให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบข้อมูลดังกล่าวในช่องทางที่เข้าถึงได้ง่ายและทั่วถึง และภายในเวลาที่ผู้ถือหน่วยลงทุนสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลในการตัดสินใจลงทุนได้ ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงหรือก่อนทำการลงทุนดังกล่าว กรณีการลงทุนของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์มีลักษณะครบถ้วนตาม 1 และ 2 ให้ บลจ. ดำเนินการตาม 3 1. ฐานะการลงทุนสุทธิของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ (1) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี < 80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ หรือ (2) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ≥ 80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์โดยกองทุนต่างประเทศไม่มีวัตถุประสงค์การลงทุนในทำนองเดียวกับกองทุนดัชนีหรือ ETF 2. NAV ของกองทุนปลายทาง มีการลดลงในลักษณะดังนี้ (1) NAV ณ วันใดวันหนึ่งลดลง > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง หรือ (2) ยอดรวมของ NAV ลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกันคิดเป็นจำนวน > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง 3. รายละเอียดการดำเนินการ การดำเนินการ ระยะเวลาดำเนินการ 1. แจ้งเหตุที่กองทุนปลายทางมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการของบริษัทจัดการให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และผู้ถือหน่วยลงทุนทราบ (แนวทางการดำเนินการดังกล่าวจะคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยโดยรวม) ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ 2. เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการตามข้อ 1. ต่อผู้ลงทุนทั่วไป (ดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวด้วย) พร้อมข้อ 1. 3. ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินการตามข้อ 1. ภายใน 60 วันนับแต่วันที่มี การเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ 4. รายงานผลการดำเนินการตามข้อ 3. ให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ทราบ ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการตามข้อ 3. แล้วเสร็จ ในการโอนย้ายหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนไปยังกองทุนต่างประเทศอื่นข้างต้น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการพิจารณาดำเนินการครั้งเดียวหรือหลายครั้งก็ได้ โดยการทยอยโอนย้ายเงินลงทุนอาจส่งผลให้ช่วงระยะเวลาดังกล่าว กองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศมากกว่า 1 กองทุน ตามที่ระบุไว้ในโครงการข้างต้น อย่างไรก็ตาม หากบริษัทจัดการไม่สามารถลงทุนในกองทุนอื่นใดที่มีนโยบายสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ บริษัทจัดการอาจพิจารณาดำเนินการขอมติผู้ถือหน่วยลงทุนเพื่อเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุน หรือดำเนินการยกเลิกโครงการจัดการกองทุนรวมได้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตเป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds) หรือกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในตราสาร และ/หรือหลักทรัพย์ต่างประเทศ หรือสามารถกลับมาเป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund) ได้ โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (risk profile) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตลาด โดยเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงประเภทกองทุนดังกล่าว โดยประกาศผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ และเว็บไซต์ของผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (ถ้ามี) ในกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ให้ความเห็นชอบหรือมีประกาศแก้ไขหรือเพิ่มเติมประเภทหรือลักษณะหรืออัตราส่วนการลงทุนของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะพิจารณาเปลี่ยนแปลงประเภทหรือลักษณะหรืออัตราส่วนการลงทุนให้เป็นไปตามประกาศฯ ฉบับใหม่ โดยถือว่าได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว วัตถุประสงค์การลงทุนที่เกี่ยวกับความยั่งยืน กองทุนมีวัตถุประสงค์การลงทุนในการนำปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม หรือธรรมาภิบาล (ESG) เข้ามาในกระบวนการลงทุน ผ่านการคัดเลือกลงทุนในกองทุนหลักที่ให้ความสำคัญกับมิติด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อประกอบการคัดเลือกและพิจารณาลงทุนในหลักทรัพย์ เป้าหมายที่กองทุนรวมต้องการบรรลุ กองทุนตระหนักถึงบทบาทในฐานะนักลงทุนสถาบันในการสนับสนุนบริษัทที่คำนึงถึงปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม หรือธรรมาภิบาล (ESG) ในการดำเนินธุรกิจ ผ่านการคัดเลือกลงทุนในกองทุนหลัก โดยมีเป้าหมายในการผลักดันการพัฒนาด้านความยั่งยืน รวมถึงส่งเสริมการบรรลุเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชนและแรงงาน (human and labour rights) การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (environmental protection) และมาตรการป้องกันการทุจริต (anti-corruption safeguards) กรอบการลงทุน (Investment Universe) กองทุนจะเน้นลงทุนในกองทุนหลักที่มีนโยบายการลงทุนที่ผนวกหลักการลงทุนด้านสิ่งแวดล้อม สังคม หรือธรรมาภิบาล (ESG) โดยให้ความสำคัญกับสิทธิมนุษยชนและแรงงาน (human and labour rights) การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (environmental protection) และมาตรการป้องกันการทุจริต (anti-corruption safeguards) กลยุทธ์การลงทุน - Screening: กองทุนไม่ลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีผลกระทบทางลบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม หรือธรรมาภิบาล (ESG) - ESG Integration: กองทุนเน้นกลยุทธ์การลงทุนในกองทุนหลักที่มีกระบวนการปรับใช้ข้อมูลปัจจัย ESG เป็นส่วนหนึ่งในการจัดการลงทุน โดยมีการพิจารณาปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม หรือธรรมาภิบาลของบริษัทประกอบการลงทุน หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกหลักทรัพย์ กองทุนหลักที่กองทุนลงทุนต้องมีวัตถุประสงค์การลงทุน และ/หรือนโยบายการลงทุน และ/หรือกลยุทธ์การลงทุน ที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุนที่มุ่งเน้นความยั่งยืนตามหลักสากลที่กองทุนกำหนด โดยผ่านกระบวนการคัดเลือก และตรวจสอบแนวทางการลงทุนด้วยวิธีการภายในของบริษัทจัดการกองทุนรวม กระบวนการในการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์ บริษัทจัดการจะคัดเลือกกองทุนหลักที่มีวัตถุประสงค์การลงทุน และ/หรือนโยบายการลงทุน และ/หรือกลยุทธ์การลงทุน ที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุนที่มุ่งเน้นความยั่งยืนตามหลักสากลที่กองทุนกำหนด โดยศึกษาข้อมูลจากหนังสือชี้ชวน เอกสารของกองทุนหลัก เพื่อรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เช่น สถานะของบริษัทจัดการกองทุนหลัก ทีมผู้จัดการกองทุนหลัก พอร์ตการลงทุน การปรับสัดส่วนการลงทุน ผลการดำเนินงาน และปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงมีการเข้าร่วมประชุมกับบริษัทจัดการกองทุนหลัก และจัดทำ due diligence เพื่อนำมาใช้ในการวิเคราะห์และคัดเลือกกองทุนหลัก การอ้างอิงดัชนีชี้วัดที่เกี่ยวกับความยั่งยืน กองทุนไม่มีดัชนีชี้วัดที่เกี่ยวกับความยั่งยืนที่สอดคล้องกับการลงทุนของกองทุน โดยเป็นไปตามกองทุนหลักที่มีการคัดเลือกหลักทรัพย์โดยคำนึงถึงปัจจัยสิ่งแวดล้อม สังคม หรือธรรมาภิบาล แต่ไม่ได้กำหนดดัชนีอ้างอิงที่ใช้วัดความยั่งยืน บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงดัชนีชี้วัดในการเปรียบเทียบตามที่บริษัทจัดการเห็นควรและเหมาะสม ซึ่งอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนที่กำหนด โดยบริษัทจัดการจะเปิดเผยข้อมูลและแจ้งให้ผู้ลงทุนทราบในหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ และประกาศในเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ ข้อจำกัดด้านการลงทุน เนื่องจากกองทุนจะเน้นลงทุนในกองทุนหลักที่มีนโยบายการลงทุนที่ผนวกหลักการลงทุนด้านสิ่งแวดล้อม สังคม หรือธรรมาภิบาล (ESG) โดยให้ความสำคัญกับสิทธิมนุษยชนและแรงงาน (human and labour rights), การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (environmental protection) และมาตรการป้องกันการทุจริต (anti-corruption safeguards) ทำให้กองทุนไม่สามารถลงทุนในกองทุนอื่นที่มีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนที่ดี แต่ไม่เข้าหลักเกณฑ์ตามกรอบการลงทุนที่กองทุนกำหนด ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องจากการลงทุนอย่างยั่งยืน กองทุนอาจมีความเสี่ยงการกระจุกตัวของหลักทรัพย์ เนื่องจากข้อจำกัดด้านปัจจัย ESG ที่ใช้ประกอบการพิจารณา ทำให้กองทุนไม่สามารถลงทุนในหลักทรัพย์บางตัวได้ นอกจากนี้ หลักทรัพย์ที่ลงทุนอาจมีปริมาณการซื้อขายที่จำกัดด้วยเงื่อนไขด้านความยั่งยืนที่กองทุนกำหนด ทำให้มีความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการขาดสภาพคล่องของตราสารและอาจไม่สามารถซื้อขายหลักทรัพย์ที่ถือครองอยู่ในราคาที่เหมาะสมและภายในระยะเวลาอันสมควรได้ แนวทางการดำเนินการ และมาตรการควบคุมผลกระทบในกรณีการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืน บริษัทจัดการมีการติดตามตรวจสอบกองทุนหลักเป็นประจำ โดยรวบรวมข้อมูลพอร์ตการลงทุน การปรับสัดส่วนการลงทุน ผลการดำเนินงาน และปัจจัยอื่น ที่เกี่ยวข้องจากบริษัทจัดการกองทุนหลัก และแหล่งข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือ รวมถึงพิจารณาเกี่ยวกับสถานะของบริษัทจัดการกองทุนหลัก ทีมผู้จัดการกองทุนหลัก และมีการติดตามสถานการณ์โดยตรงกับทีมผู้บริหารจัดการกองทุนหลัก เพื่อให้มั่นใจได้ว่ากองทุนหลักมีการบริหารจัดการกองทุนอย่างเหมาะสมเป็นไปตามวัตถุประสงค์ และเป้าหมายของกองทุนหลัก ทั้งนี้ หากบริษัทจัดการพบว่าการลงทุนของกองทุนหลักไม่เป็นไปตามหนังสือชี้ชวนของกองทุนหลัก หรือกองทุนหลักมีการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์การลงทุน และ/หรือนโยบายการลงทุน และ/หรือกลยุทธ์การลงทุนที่ไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุนที่มุ่งเน้นความยั่งยืนตามหลักสากลที่กองทุนกำหนด บริษัทจัดการจะดำเนินการพิจารณาลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศอื่นที่มีนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกัน อย่างไรก็ตาม หากเกิดกรณีใดๆ ที่ทำให้บริษัทจัดการไม่สามารถดำเนินการคัดเลือกกองทุนหลักใหม่แทนกองทุนหลักเดิมได้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะดำเนินการเลิกโครงการจัดการกองทุนรวม โดยต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวมเป็นสำคัญ อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการปรับปรุงแนวทางการดำเนินการ และมาตรการควบคุมผลกระทบในกรณีการลงทุนของ SRI Fund ไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืนที่ได้กำหนดไว้ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายการลงทุนด้วยความรับผิดชอบที่บริษัทจัดการกำหนด ข้อมูลทั่วไปของ BNP Paribas InstiCash USD 1D LVNAV (กองทุนหลัก) (แหล่งที่มาของข้อมูล : หนังสือชี้ชวนกองทุนหลัก ข้อมูล ณ เดือน พฤษภาคม 2568) ลักษณะทั่วไปของกองทุน ชื่อกองทุนหลัก BNP Paribas InstiCash USD 1D LVNAV วัตถุประสงค์การลงทุน กองทุนหลักมีวัตถุประสงค์การลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) สอดคล้องกับอัตราดอกเบี้ยของตลาดเงินในช่วงระยะเวลา 1 วัน โดยมีเป้าหมายในการรักษาเงินต้น คงไว้ซึ่งสภาพคล่องของกองทุนในระดับสูง และกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสม นโยบายการลงทุน กองทุนหลักจัดเป็นกองทุนตลาดเงิน ประเภทมูลค่าสินทรัพย์สุทธิผันผวนต่ำในระยะสั้น (short-term low volatility NAV money market fund) โดยกระจายการลงทุนในตราสารตลาดเงิน (Money Market Instruments) ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) เงินฝากกับสถาบันการเงิน ธุรกรรมการขายโดยมีสัญญาซื้อคืน (repurchase agreements) ธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (reverse repurchase agreements) และหน่วยลงทุนของกองทุนตลาดเงินระยะสั้นอื่นในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) ทั้งนี้ กองทุนหลักอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เช่น Interest Rate Swaps (IRS) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ยเท่านั้น หน่วยงานและประเทศที่กำกับดูแล Commission de Surveillance du Secteur Financier (CSSF) ประเทศลักเซมเบิร์ก ชนิดหน่วยลงทุนที่ลงทุน IT1 Capitalisation วันที่จัดตั้งกองทุน 16 กรกฎาคม 2551 วันเริ่มต้น class 10 กรกฎาคม 2566 วันทำการขายและรับซื้อคืน ทุกวันทำการ การจ่ายเงินปันผล ไม่จ่าย สกุลเงิน (Base Currency) ดอลลาร์สหรัฐ (USD) ISIN LU2594160355 Bloomberg Ticker BNIIT1C LX Equity ดัชนีชี้วัด/อ้างอิง US Federal Funds [Effective] (IR) Management Company BNP PARIBAS ASSET MANAGEMENT Luxembourg Investment Manager BNP PARIBAS ASSET MANAGEMENT Europe เว็บไซต์ข้อมูลกองทุนหลัก https://www.bnpparibas-am.com/en-lu/professional-investor/fundsheet/money-market/bnp-paribas-insticash-usd-1d-lvnav-classic-c-lu2594160355/?tab=overview ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ ของกองทุนหลัก ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) ไม่เกินร้อยละ 0.15 ต่อปี ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิของกองทุนหลัก ค่าธรรมเนียมอื่น ๆ (Other Fees) ไม่เกินร้อยละ 0.10 ต่อปี ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิของกองทุนหลัก ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริง (Real Ongoing Charges) ร้อยละ 0.10 ต่อปี ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิของกองทุนหลัก (ข้อมูล ณ วันที่ 30 พฤศจิกายน 2567) วัตถุประสงค์การลงทุนที่เกี่ยวกับความยั่งยืนของกองทุนหลัก กองทุนหลักมีวัตถุประสงค์การลงทุนที่ส่งเสริมด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม โดยประเมินการลงทุนที่ผ่านเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ด้วยวิธีการเฉพาะของบริษัทจัดการกองทุนหลัก (ESG internal proprietary methodology) และพิจารณาลงทุนในผู้ออกหลักทรัพย์ที่แสดงให้เห็นถึงแนวปฏิบัติที่ดีด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ทั้งนี้ กองทุนหลักไม่ได้มีการระบุวัตถุประสงค์เพื่อการลงทุนอย่างยั่งยืน อย่างไรก็ดี กองทุนหลักจะลงทุนไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ในการลงทุนอย่างยั่งยืน เป้าหมายที่กองทุนหลักต้องการบรรลุ กองทุนหลักจะพิจารณาลงทุนเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์การลงทุนที่ส่งเสริมด้านสิ่งแวดล้อมหรือสังคม ดังนี้ - กองทุนหลักจะปฏิบัติให้เป็นไปตามนโยบาย Responsible Business Conduct Policy (RBC Policy) โดยจะไม่ลงทุนในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับข้อขัดแย้งหรือมีแนวปฏิบัติที่ไม่เหมาะสมในด้านสิทธิมนุษยชนและแรงงาน (human and labour rights) การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (environmental protection) และมาตรการป้องกันการทุจริต (anti-corruption safeguards) รวมถึงจะไม่ลงทุนในบริษัทที่ดำเนินธุรกิจในอุตสาหกรรมที่มีความอ่อนไหว เช่น ยาสูบ ถ่านหิน อาวุธ เป็นต้น เนื่องจากการดำเนินธุรกิจของบริษัทดังกล่าวอาจละเมิดมาตรฐานสากล หรืออาจก่อให้เกิดผลกระทบทางลบต่อสังคมและ/หรือสิ่งแวดล้อม - กองทุนหลักจะลงทุนโดยมีสัดส่วนคะแนน ESG เฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของพอร์ตที่กองทุนหลักลงทุนสูงกว่าคะแนน ESG เฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของหลักทรัพย์ที่กองทุนหลักสามารถลงทุนได้ (investment universe) - กองทุนหลักจะลงทุนไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของสินทรัพย์ทั้งหมด (ไม่รวมสินทรัพย์สภาพคล่อง) ที่ผ่านการวิเคราะห์ด้าน ESG ด้วยวิธีการเฉพาะของบริษัทจัดการกองทุนหลัก (ESG internal proprietary methodology) - กองทุนหลักจะลงทุนไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ในการลงทุนอย่างยั่งยืน กรอบการลงทุน (Investment Universe) ของกองทุนหลัก กองทุนหลักมีการประเมินการลงทุนที่ผ่านเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ด้วยวิธีการเฉพาะของบริษัทจัดการกองทุนหลัก (ESG internal proprietary methodology) และพิจารณาลงทุนในผู้ออกหลักทรัพย์ที่แสดงให้เห็นถึงแนวปฏิบัติที่ดีด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ดังนี้ ผู้ออกหลักทรัพย์ภาคเอกชน (Corporate issuers) กองทุนหลักพิจารณาคัดเลือกผู้ออกหลักทรัพย์ภาคเอกชนที่มีแนวปฏิบัติด้าน ESG ที่ดีหรืออยู่ระหว่างปรับปรุงแนวปฏิบัติด้าน ESG ให้ดีขึ้นภายในภาคธุรกิจของตนเอง โดยประเมินผลการดำเนินงานด้าน ESG จากปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง: - ด้านสิ่งแวดล้อม: ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน (energy efficiency) การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (reduction of emissions of greenhouse gases: GHG) การจัดการของเสีย (treatment of waste) - ด้านสังคม: การเคารพสิทธิมนุษยชนและแรงงาน (respect of human rights and workers' rights) การบริหารทรัพยากรบุคคลเกี่ยวกับสุขภาพและความปลอดภัยของแรงงาน (workers' health and safety) และความหลากหลายของแรงงาน (diversity) - ด้านธรรมาภิบาล: ความเป็นอิสระของคณะกรรมการบริษัท (Board of Directors independence) ค่าตอบแทนของผู้บริหาร (managers' remuneration) การเคารพสิทธิของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย (respect of minority shareholders rights) โดยจะไม่ลงทุนในผู้ออกหลักทรัพย์ที่มีการละเมิดมาตรฐานสากลและอนุสัญญาระหว่างประเทศ หรือดำเนินธุรกิจในอุตสาหกรรมที่มีความอ่อนไหวตามที่ระบุไว้ในนโยบาย Responsible Business Conduct Policy (RBC Policy) ผู้ออกหลักทรัพย์ภาครัฐ (Sovereign issuers) กองทุนหลักคัดเลือกผู้ออกหลักทรัพย์ภาครัฐโดยพิจารณาจากผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล โดยผลการดำเนินงานด้าน ESG ของแต่ละประเทศจะถูกประเมินด้วยวิธีการเฉพาะของบริษัทจัดการกองทุนหลัก (internal Sovereign ESG methodology) ซึ่งประเมินความพยายามของภาครัฐในการสร้างและรักษาทรัพยากร สินค้า และบริการที่คำนึงถึงปัจจัยด้าน ESG ตามระดับการพัฒนาทางเศรษฐกิจของประเทศนั้นๆ โดยพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง: - ด้านสิ่งแวดล้อม: การลดโลกร้อน (climate mitigation) ความหลากหลายทางชีวภาพ (biodiversity) ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน (energy efficiency) การใช้พื้นที่ (land resources) มลพิษ (pollution) - ด้านสังคม: สภาพความเป็นอยู่ (life conditions) ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ (economic inequality) การศึกษา (education) การจ้างงาน (employment) โครงสร้างพื้นฐานด้านการดูแลสุขภาพ (health infrastructure) ทุนมนุษย์ (human capital) - ด้านธรรมาภิบาล: สิทธิในการดำเนินธุรกิจ (business rights) การทุจริต (corruption) ประชาธิปไตย (democratic life) เสถียรภาพทางการเมือง (political stability) ความมั่นคงปลอดภัย (security) ทั้งนี้ เนื่องจากกลยุทธ์ Global Sustainability Strategy ของบริษัทจัดการกองทุนหลักให้ความสำคัญในประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ดังนั้น การคัดเลือกผู้ออกหลักทรัพย์ภาครัฐอาจพิจารณาการให้คะแนนเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของประเทศต่อเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (net-zero) ตามข้อตกลง Paris Agreement รวมทั้งผู้จัดการการลงทุนอาจใช้กรอบการประเมินประเทศที่มีความเสี่ยงสูง (BNP Paribas Group’s sensitive countries framework) ที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินและการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายเพิ่มเติมด้วย กลยุทธ์การลงทุนของกองทุนหลัก • Screening • ESG Integration ผู้จัดการการลงทุนมีการพิจารณาปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ในทุกขั้นตอนของกระบวนการลงทุน โดยหลักทรัพย์ที่กองทุนหลักสามารถลงทุนได้ (investment universe) จะต้องผ่านการคัดกรอง (Screening) เพื่อพิจารณาผู้ออกหลักทรัพย์ที่เป็นไปตามหลักการ UN Global Compact Principles แนวปฏิบัติ OECD Guidelines for Multinational Enterprises และหลักการ UN Guiding Principles on Business & Human Rights ด้วยวิธีการเฉพาะของบริษัทจัดการกองทุนหลัก หลังจากนั้น ผู้จัดการการลงทุนจะพิจารณา ESG ratings และ ESG Criteria มาใช้ในการประเมินผู้ออกหลักทรัพย์ (ESG Integration) ทั้งนี้ ESG ratings พัฒนาโดย BNP Paribas Asset Management’s Sustainability Centre ซึ่งใช้ระเบียบวิธีเฉพาะด้าน ESG ของบริษัท เพื่อประกอบการสร้างพอร์ตการลงทุนที่มีคุณลักษณะด้าน ESG ที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับหลักทรัพย์ที่กองทุนหลักสามารถลงทุนได้ (investment universe) หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกหลักทรัพย์ของกองทุนหลัก กองทุนหลักมีเป้าหมายในการจัดหาเงินทุนให้กับบริษัทที่มีส่วนร่วมด้านสิ่งแวดล้อมและ/หรือสังคม ทั้งจากผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัท รวมถึงแนวปฏิบัติที่ยั่งยืนของบริษัทเหล่านั้น ทั้งนี้ กองทุนหลักมีหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกหลักทรัพย์ที่เข้าข่ายการลงทุนอย่างยั่งยืน โดยบริษัทที่กองทุนหลักลงทุนจะต้องผ่านเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้ 1. บริษัทที่มีกิจกรรมทางเศรษฐกิจสอดคล้องกับเป้าหมาย EU Taxonomy: โดยมีรายได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 จากกิจกรรมที่สอดคล้องกับเป้าหมายของ EU Taxonomy ตัวอย่างเช่น บริษัทที่มีกิจกรรมเกี่ยวกับการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน การฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม การผลิตที่ยั่งยืน การใช้พลังงานหมุนเวียน การจัดการน้ำและระบบบำบัดน้ำเสีย เป็นต้น 2. บริษัทที่สนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (UN SDGs): โดยมีรายได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 จากกิจกรรมที่สอดคล้องกับ UN SDGs และมีรายได้ไม่เกินกว่าร้อยละ 20 จากกิจกรรมที่ขัดแย้งกับ UN SDGs ตัวอย่างของบริษัทที่มีเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม เช่น เกษตรกรรมที่ยั่งยืน การจัดการน้ำและสุขาภิบาล พลังงานสะอาด การเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเมืองที่ยั่งยืน เป็นต้น และด้านสังคม เช่น การขจัดความยากจนและความหิวโหย ความมั่นคงทางอาหาร สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี การศึกษาอย่างเท่าเทียม ความเท่าเทียมทางเพศ เป็นต้น 3. บริษัทในภาคอุตสาหกรรมที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง แต่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่โมเดลธุรกิจที่มีเป้าหมายในการจำกัดอุณหภูมิโลกไม่เกิน 1.5°C: ตัวอย่างเช่น บริษัทที่มีเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) และการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 4. บริษัทที่มีแนวปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อมหรือสังคมที่ดีเมื่อเปรียบเทียบกับบริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมหรือภูมิภาคเดียวกัน: ซึ่งประเมินด้วยวิธี BNPP AM ESG scoring methodology โดยบริษัทที่มีแนวปฏิบัติที่ดีจะต้องได้คะแนนการมีส่วนร่วมมากกว่า 10 คะแนนในด้านสิ่งแวดล้อมหรือสังคม โดยตัวอย่างบริษัทที่มีเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การจัดการความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ การจัดการของเสียและน้ำ พลังงานหมุนเวียน การพัฒนาโครงสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เป็นต้น และด้านสังคม เช่น สุขภาพและความปลอดภัยของแรงงาน การจัดการทุนมนุษย์ ความสัมพันธ์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ธรรมาภิบาลที่ดี จริยธรรมทางธุรกิจ เป็นต้น นอกจากนี้ กองทุนหลักอาจลงทุนในพันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) พันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่อสังคม (social bonds) พันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน (sustainability bonds) ที่ได้รับการจัดอันดับเป็น “POSITIVE” หรือ “NEUTRAL” จาก Sustainability Center ซึ่งประเมินในมุมทั้งผู้ออกตราสารและโครงการที่จะใช้เงินทุน ทั้งนี้ บริษัทที่เข้าข่ายการลงทุนอย่างยั่งยืนจะต้องไม่ก่อให้เกิดผลกระทบทางลบอย่างมีนัยสำคัญ ต่อสิ่งแวดล้อมหรือสังคม โดยเป็นไปตามหลักการ Do No Significant Harm (DNSH) principle รวมทั้งต้องมีแนวปฏิบัติด้านธรรมาภิบาลที่ดี กระบวนการในการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์ของกองทุนหลัก ในกระบวนการลงทุนของกองทุนหลักจะมีการพิจารณาตัวชี้วัดผลกระทบด้านลบ (Principal Adverse Impact Indicators) ที่เกี่ยวข้องกับกลยุทธ์การลงทุน เพื่อพิจารณาลงทุนอย่างยั่งยืนผ่านการใช้ Sustainable Investment Pillars ตามแนวทางของ BNP Paribas Asset Management Global Sustainability Strategy (GSS) ในกระบวนการพิจารณาลงทุน ซึ่งประกอบด้วย: 1. Responsible Business Conduct (RBC Policy): ใช้เป็นกรอบการทำงานร่วมกันในการระบุอุตสาหกรรมที่อาจมีความเสี่ยงสูงต่อการละเมิดมาตรฐานสากล โดยมีการกำหนดนโยบายเฉพาะสำหรับแต่ละอุตสาหกรรม เพื่อระบุและจัดลำดับความสำคัญของผลกระทบด้านลบ ซึ่งพิจารณาจากลักษณะการดำเนินธุรกิจ รวมถึงพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ด้วย 2. ESG Integration Guidelines: ประกอบด้วยปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาผลกระทบด้านลบต่อความยั่งยืนที่สำคัญ เพื่อใช้ในกระบวนการให้คะแนน ESG ภายในของบริษัทจัดการกองทุนหลัก ซึ่งรวมถึงการประเมินผลกระทบด้านลบที่เกิดจากบริษัทที่กองทุนหลักลงทุน โดยผลการประเมินดังกล่าวอาจส่งผลต่อการประเมินมูลค่าและการจัดพอร์ตการลงทุนของกองทุนหลัก ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความรุนแรงและความสำคัญของผลกระทบที่พบ 3. The Forward-Looking Vision “3Es”: ใช้กำหนดเป้าหมายและตัวชี้วัดผลการดำเนินงานที่แสดงให้เห็นว่าพอร์ตการลงทุนมีความสอดคล้องกับเป้าหมายดังนี้ - Energy Transition (การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน) - Environmental Sustainability (ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม) - Equality & Inclusive Growth (การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุมและเท่าเทียม) 4. Stewardship: ทีม Stewardship จะทำหน้าที่ในการติดตามผลกระทบด้านลบอย่างต่อเนื่องผ่านการวิจัย การร่วมมือกับนักลงทุนระยะยาว การพูดคุยกับองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร (NGOs) และผู้เชี่ยวชาญ การอ้างอิงดัชนีชี้วัดที่เกี่ยวกับความยั่งยืนของกองทุนหลัก กองทุนหลักไม่มีดัชนีอ้างอิงที่ใช้วัดความสอดคล้องกับลักษณะด้านสิ่งแวดล้อมและ/หรือด้านสังคมเป็นการเฉพาะ ข้อจำกัดด้านการลงทุนของกองทุนหลัก กองทุนหลักจะไม่ลงทุนในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับข้อขัดแย้งหรือมีแนวปฏิบัติที่ไม่เหมาะสมในด้านสิทธิมนุษยชนและแรงงาน (human and labour rights) การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (environmental protection) และมาตรการป้องกันการทุจริต (anti-corruption safeguards) รวมถึงจะไม่ลงทุนในบริษัทที่ดำเนินธุรกิจในอุตสาหกรรมที่มีความอ่อนไหว เช่น ยาสูบ ถ่านหิน อาวุธ เป็นต้น โดยเป็นไปตามนโยบาย Responsible Business Conduct Policy (RBC Policy) ทั้งนี้ เนื่องจากการดำเนินธุรกิจของบริษัทดังกล่าวอาจละเมิดมาตรฐานสากล หรืออาจก่อให้เกิดผลกระทบทางลบต่อสังคมและ/หรือสิ่งแวดล้อม ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องจากการลงทุนอย่างยั่งยืนของกองทุนหลัก 1. ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลด้าน ESG: การวิเคราะห์ด้าน ESG ด้วยวิธีการเฉพาะของบริษัทจัดการกองทุนหลักอาจมีข้อจำกัดด้านข้อมูล ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่อาจส่งผลต่อการประเมินบริษัทที่จะลงทุนและการจัดพอร์ตการลงทุนของกองทุนหลัก 2. ความเสี่ยงจากการพิจารณาตามหลักการ Do No Significant Harm (DNSH) principle: การพิจารณาและคัดเลือกหลักทรัพย์ด้วยหลักการ DNSH อาจแตกต่างกันไป ซึ่งอาจทำให้เกิดการลงทุนในหลักทรัพย์ที่ขัดกับหลักการความยั่งยืนได้ 3. ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายหรือกฎระเบียบด้าน ESG: การเปลี่ยนแปลงของกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง เช่น EU Taxonomy อาจส่งผลต่อการจัดประเภทการลงทุน และความสามารถในการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความยั่งยืน แนวทางการดำเนินการ และมาตรการควบคุมผลกระทบในกรณีการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืนของกองทุนหลัก หลักทรัพย์ที่กองทุนหลักสามารถลงทุนได้จะต้องผ่านการตรวจสอบเป็นประจำ เพื่อระบุผู้ออกหลักทรัพย์ที่อาจละเมิดหรือมีความเสี่ยงที่จะละเมิดหลักการสากลดังต่อไปนี้ - หลักการ UN Global Compact Principles - แนวปฏิบัติ OECD Guidelines for Multinational Enterprises - หลักการ UN Guiding Principles on Business & Human Rights ซึ่งรวมถึงหลักการและสิทธิแรงงานพื้นฐานตามองค์การแรงงานระหว่างประเทศและปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน โดยการตรวจสอบข้างต้นจะดำเนินการโดย BNPP AM Sustainability Centre ผ่านการใช้ข้อมูลจากทั้งภายในและภายนอก ร่วมกับการปรึกษาทีม BNP Paribas Group CSR Team ดังนี้ - หากพบว่าบริษัทใดละเมิดหลักการข้างต้น บริษัทดังกล่าวจะถูกคัดออกไปยัง exclusion list และกองทุนหลักจะไม่ลงทุนในบริษัทนั้น รวมถึงพิจารณาขายหลักทรัพย์ดังกล่าวออกจากพอร์ตการลงทุนกรณีมีการลงทุนอยู่ก่อนแล้ว - หากพบว่าบริษัทใดมีความเสี่ยงที่จะละเมิดหลักการข้างต้น บริษัทดังกล่าวจะถูกคัดไปอยู่ใน watch list และกองทุนหลักจะมีการติดตามอย่างใกล้ชิด การสรุปสาระสำคัญของกองทุนหลักได้ถูกคัดเลือกมาเฉพาะส่วนที่สำคัญและจัดแปลมาจากหนังสือชี้ชวนต้นฉบับของกองทุนหลัก ดังนั้น ในกรณีที่มีความแตกต่างหรือไม่สอดคล้องกับหนังสือชี้ชวนต้นฉบับให้ถือตามต้นฉบับเป็นเกณฑ์ ทั้งนี้ หากกองทุนหลักมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลข้างต้นใดๆ ซึ่งบริษัทจัดการเห็นว่าไม่มีนัยสําคัญ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงข้อมูลดังกล่าวเพื่อให้สอดคล้องกับกองทุนหลัก ซึ่งถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว โดยจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ
Investment policy as filed with SEC Thailand.
actual = what the AMC currently charges · max = prospectus ceiling (no actual reported). Annual fees aren’t additive with one-time fees.