SCB Global Sustainable Equity Fund
SCB ASSET MANAGEMENT COMPANY LIMITED · Equity · settlement T+4
↳ Invests in Janus Henderson Horizon - GLOBAL SUSTAINABLE EQUITY FUND · ลักเซมเบิร์ก
✨Invests primarily in units of the Janus Henderson Horizon Global Sustainable Equity Fund, focusing on companies promoting positive environmental and social change.
กองทุนมีนโยบายเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว (Feeder Fund) ได้แก่ Janus Henderson Horizon - GLOBAL SUSTAINABLE EQUITY FUND ชนิดหน่วยลงทุน IU2 สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) กองทุนหลักบริหารโดย Henderson Management S.A.จดทะเบียนภายใต้กฎหมายของประเทศลักเซมเบิร์ก และอยู่ภายใต้ SICAV ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของ UCITS กองทุนหลักมีวัตถุประสงค์การลงทุน คือ การสร้างการเติบโตของเงินลงทุนในระยะยาว โดยจะลงทุนในหลักทรัพย์ของบริษัทที่มีผลิตภัณฑ์หรือการให้บริการที่ได้รับการพิจารณาโดยผู้จัดการการลงทุนว่ามีส่วนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อมหรือสังคมในเชิงบวกและส่งผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจโลกที่ยั่งยืน กองทุนหลักมีการจำกัดการไถ่ถอนหน่วยลงทุน (รวมถึงการไถ่ถอนหน่วยลงทุนผ่านการสั่งสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน) โดยหากคำสั่งไถ่ถอนหน่วยลงทุนทั้งหมดเกิน 10% ของจำนวนหน่วยลงทุนทั้งหมดของกองทุนหลัก กองทุนหลักอาจพิจารณาเลื่อนคำสั่งไถ่ถอนทั้งหมด หรือบางส่วน เพื่อไม่ให้เกินสัดส่วนดังกล่าว ดังนั้น ผู้ถือหน่วยลงทุนอาจไม่ได้รับการจัดสรรหน่วยลงทุนและมูลค่าหน่วยลงทุนในวันที่ส่งคำสั่งขายคืนหรือคำสั่งการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนนั้น รวมถึงอาจไม่ได้รับเงินค่าขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ กองทุนมี net exposure ในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศดังกล่าวโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และมีการลงทุนที่ส่งผลให้มี net exposure ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ส่วนที่เหลือ บริษัทจัดการอาจลงทุนในหรือมีไว้ซึ่ง ตราสารทุน ตราสารหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน และ/หรือเงินฝาก และ/หรือบัตรเงินฝากทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศ รวมถึงอาจมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์อื่นหรือทรัพย์สินอื่น และ/หรือหาดอกผลโดยวิธีการอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด หรือเห็นชอบให้กองทุนลงทุนได้ กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient portfolio management) และ/หรือการบริหารความเสี่ยง เพื่อให้สามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนได้เพิ่มขึ้น และ/หรือลดค่าใช้จ่ายของกองทุน รวมทั้งอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการลงทุน เช่น การทำสัญญาสวอปและ/หรือสัญญาฟอร์เวิร์ดที่อ้างอิงกับอัตราแลกเปลี่ยน ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนดหรือให้ความเห็นชอบ กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging) ตามความเหมาะสมสำหรับสภาวการณ์ในแต่ละขณะ ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน โดยผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาจากปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เช่น ปัจจัยทางเศรษฐกิจ การเงิน การคลัง เป็นต้น เพื่อคาดการณ์ทิศทางอัตราแลกเปลี่ยน นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) และตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) และตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) รวมทั้งตราสารทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted) รวมถึงอาจทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด ทั้งนี้ ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วยก็ได้ โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ 1. 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียน 2. 30 วันก่อนครบอายุโครงการหรือก่อนเลิกกองทุนรวม 3. ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ กองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวม หรือกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (กอง1) หรือทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) หรือกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (infra) ซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการในสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 100 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ยกเว้นกรณีที่กองทุนปลายทางเป็นกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (กอง1) และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (infra) ลงทุนสูงสุดได้ไม่เกิน 1 ใน 3 ของจำนวนหน่วยลงทุนทั้งหมดของกองทุนปลายทาง โดยการลงทุนในหน่วยลงทุนดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนของกองทุนซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.กำหนด ทั้งนี้ กองทุนปลายทางไม่สามารถลงทุนย้อนกลับในกองทุนต้นทาง (circle investment) และกองทุนปลายทางไม่สามารถลงทุนต่อในกองทุนอื่นภายใต้บริษัทจัดการเดียวกันอีก (cascade investment) การใช้สิทธิออกเสียงกรณีกองทุนลงทุนในกองทุนรวมภายใต้การจัดการเดียวกัน : ห้ามมิให้กองทุนต้นทางลงมติให้กองทุนปลายทาง อย่างไรก็ดี ในกรณีที่กองทุนปลายทางไม่สามารถดำเนินการเพื่อขอมติได้ เนื่องจากติดข้อจำกัดห้ามมิให้กองทุนต้นทางลงมติให้กองทุนปลายทาง บริษัทจัดการสามารถขอรับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ได้ หากได้รับมติเกินกึ่งหนึ่งของผู้ถือหน่วยของกองทุนปลายทางในส่วนที่เหลือ อนึ่ง หากในกรณีที่การลงทุนในกองทุนหลักนี้ไม่เหมาะสมอีกต่อไป โดยอาจสืบเนื่องจากการได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ต่าง ๆ หรือมีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขอื่นๆ ของกองทุนหลักนี้ เช่น การเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุน ลักษณะกองทุน อัตราค่าธรรมเนียม การลงทุนหรือมีไว้ซึ่งทรัพย์สินอื่นใดที่ขัดต่อหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด หรือผลตอบแทน/ผลการดำเนินงานของกองทุนต่างประเทศต่ำกว่าผลตอบแทน/ผลการดำเนินงานของกองทุนอื่น ๆ ที่มีนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกัน หรือติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน หรือขนาดของกองทุนต่างประเทศลดลง จนอาจมีผลกระทบต่อกองทุน หรือการลงทุนของกองทุนต่างประเทศไม่เป็นไปตามหนังสือชี้ชวนหรือโครงการ หรือเมื่อกองทุนต่างประเทศกระทำความผิดตามความเห็นของหน่วยงานที่กำกับดูแลกองทุนต่างประเทศ หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบหรือสิ่งอื่นใดที่ส่งผลต่อการดำเนินงานของกองทุนในฐานะผู้ลงทุน หรือการเปลี่ยนแปลงอื่นใดที่อาจส่งผลกระทบหรืออาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อกองทุน กล่าวคือ ในกรณีที่เกิดการเปลี่ยนแปลงซึ่งอาจมีผลต่อกองทุนหลัก และ/หรือบริษัทจัดการ หรือในกรณีที่มีกองทุนอื่นที่มีนโยบายใกล้เคียงกัน และบริษัทเห็นว่าการย้ายไปลงทุนในกองทุนดังกล่าวเป็นผลดีต่อผลการดำเนินงานโดยรวมของกองทุนหรือเอื้อประโยชน์ต่อการลงทุนในต่างประเทศของกองทุน และเป็นผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุน บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะพิจารณาเปลี่ยนแปลงกองทุนรวมต่างประเทศหรือกองทุนหลักเป็นกองทุนต่างประเทศอื่นได้ ตามดุลยพินิจของบริษัทจัดการ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะไม่ขัดกับวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุนของกองทุน หรือขอสงวนสิทธิที่จะยกเลิกกองทุน อีกทั้งบริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการพิจารณาเปลี่ยนแปลงชนิดของหน่วยลงทุน (class) รวมถึงเปลี่ยนแปลงสกุลเงินลงทุนเป็นสกุลเงินอื่นใดนอกเหนือจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ หรือเปลี่ยนแปลงการซื้อขายในประเทศอื่นใดนอกเหนือจากประเทศลักเซมเบิร์ก ตามดุลยพินิจของบริษัทจัดการในภายหลังได้ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยแล้ว ซึ่งบริษัทจัดการจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะแจ้งการเปลี่ยนแปลงและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงหรือก่อนทำการลงทุนดังกล่าว ในกรณีที่กองทุนมีการลงทุนในกองทุนปลายทางไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทางหากปรากฏว่ามูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทางที่กองทุนรวมไปลงทุนมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะใดลักษณะหนึ่งดังต่อไปนี้ บริษัทจัดการจะดำเนินการตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด โดยกองทุนปลายทางดังกล่าวเป็นกองทุนต่างประเทศที่ไม่มีวัตถุประสงค์การลงทุนในทำนองเดียวกับกองทุนรวมดัชนีหรือกองทุนรวมอีทีเอฟ (1) มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ วันใดวันหนึ่งลดลงเกินกว่า 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทางดังกล่าว (2) ยอดรวมของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทางดังกล่าวลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกันคิดเป็นจำนวนเกินกว่า 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทางนั้น ในกรณีที่มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทางที่กองทุนไปลงทุนลดลงในลักษณะดังกล่าว บริษัทจัดการจะดำเนินการดังต่อไปนี้ (1) แจ้งเหตุที่กองทุนปลายทางมีมูลค่าทรัพย์สินลดลงพร้อมแนวทางการดำเนินการโดยคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม ให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และผู้ถือหน่วยลงทุนทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ (2) ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินการตาม (1) ให้แล้วเสร็จภายใน 60 วันนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ (3) รายงานผลการดำเนินการให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการแล้วเสร็จ (4) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการของกองทุนตาม (1) ต่อผู้ที่สนใจจะลงทุนเพื่อให้ผู้ที่สนใจจะลงทุนรับรู้และเข้าใจเกี่ยวกับสถานะของกองทุน ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการดังกล่าวด้วย ระยะเวลาในการดำเนินการตามข้อ (2) บริษัทจัดการสามารถขอผ่อนผันต่อสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ในการโอนย้ายหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนไปยังกองทุนต่างประเทศอื่นข้างต้น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการพิจารณาดำเนินการครั้งเดียวหรือหลายครั้งก็ได้ โดยการทยอยโอนย้ายเงินลงทุนอาจส่งผลให้ช่วงระยะเวลาดังกล่าว กองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศมากกว่า 1 กองทุน ตามที่ระบุไว้ในโครงการข้างต้น อย่างไรก็ตามหากบริษัทจัดการไม่สามารถลงทุนในกองทุนอื่นใดที่มีนโยบายสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ บริษัทจัดการอาจพิจารณาดำเนินการขอมติผู้ถือหน่วยลงทุนเพื่อเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุน หรือดำเนินการยกเลิกโครงการจัดการกองทุนรวมได้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตเป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds) หรือกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในตราสาร และ/หรือหลักทรัพย์ต่างประเทศ หรือสามารถกลับมาเป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund) ได้ โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (risk spectrum) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตลาด โดยเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงประเภทกองทุนดังกล่าว โดยประกาศผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ และเว็บไซต์ของผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (ถ้ามี) วัตถุประสงค์การลงทุนที่เกี่ยวกับความยั่งยืน กองทุนมีวัตถุประสงค์การลงทุนในการนำปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม หรือธรรมาภิบาล (ESG) เข้ามาในกระบวนการลงทุน ผ่านการคัดเลือกลงทุนในกองทุนหลักที่ให้ความสำคัญกับมิติด้านสิ่งแวดล้อม เช่น พลังงานสะอาด (Cleaner Energy) ความมีประสิทธิภาพ (Efficiency) การบริการเพื่อสิ่งแวดล้อม (Environmental Services) การขนส่งอย่างยั่งยืน (Sustainable Transport) และการจัดการน้ำ (Water Management) เป็นต้น และมิติด้านสังคม เช่น ความรู้และเทคโนโลยี (Knowledge & Technology) สุขภาพ (Health) ความปลอดภัย (Safety) ความยั่งยืนของสินทรัพย์และการเงิน (Sustainable Property & Finance) และคุณภาพชีวิต (Quality of Life) เป็นต้น เพื่อประกอบการคัดเลือกและพิจารณาลงทุนในหลักทรัพย์ เป้าหมายที่กองทุนรวมต้องการบรรลุ กองทุนตระหนักถึงบทบาทในฐานะนักลงทุนสถาบันในการสนับสนุนบริษัทที่คำนึงถึงปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม หรือธรรมาภิบาล (ESG) ในการดำเนินธุรกิจ ผ่านการคัดเลือกลงทุนในกองทุนหลักที่พิจารณาลงทุนในบริษัทที่มีส่วนช่วยพัฒนาเศรษฐกิจโลกที่ยั่งยืน ทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม เช่น พลังงานสะอาด (cleaner energy) การจัดการน้ำ (water management) และการขนส่งที่ยั่งยืน (sustainable transport) กรอบการลงทุน (Investment Universe) กองทุนจะเน้นลงทุนในกองทุนหลักที่มีนโยบายการลงทุนที่ผนวกหลักการลงทุนด้านสิ่งแวดล้อม สังคม หรือธรรมาภิบาล (ESG) โดยให้ความสำคัญกับมิติด้านสิ่งแวดล้อม เช่น พลังงานสะอาด (Cleaner Energy) ความมีประสิทธิภาพ (Efficiency) การบริการเพื่อสิ่งแวดล้อม (Environmental Services) การขนส่งอย่างยั่งยืน (Sustainable Transport) และการจัดการน้ำ (Water Management) เป็นต้น และมิติด้านสังคม เช่น ความรู้และเทคโนโลยี (Knowledge & Technology) สุขภาพ (Health) ความปลอดภัย (Safety) ความยั่งยืนของสินทรัพย์และการเงิน (Sustainable Property & Finance) และคุณภาพชีวิต (Quality of Life) เป็นต้น กลยุทธ์การลงทุน - Screening: กองทุนไม่ลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีผลกระทบทางลบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม หรือธรรมาภิบาล (ESG) - ESG Integration: กองทุนเน้นกลยุทธ์การลงทุนในกองทุนหลักที่มีกระบวนการปรับใช้ข้อมูลปัจจัย ESG เป็นส่วนหนึ่งในการจัดการลงทุน โดยมีการพิจารณาปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม หรือธรรมาภิบาลของบริษัทประกอบการลงทุน - หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกหลักทรัพย์ กองทุนหลักที่กองทุนลงทุนต้องมีวัตถุประสงค์การลงทุน และ/หรือนโยบายการลงทุน และ/หรือกลยุทธ์การลงทุน ที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุนที่มุ่งเน้นความยั่งยืนตามหลักสากลที่กองทุนกำหนด โดยผ่านกระบวนการคัดเลือก และตรวจสอบแนวทางการลงทุนด้วยวิธีการภายในของบริษัทจัดการกองทุนรวม - กระบวนการในการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์ บริษัทจัดการจะคัดเลือกกองทุนหลักที่มีวัตถุประสงค์การลงทุน และ/หรือนโยบายการลงทุน และ/หรือกลยุทธ์การลงทุน ที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุนที่มุ่งเน้นความยั่งยืนตามหลักสากลที่กองทุนกำหนด โดยศึกษาข้อมูลจากหนังสือชี้ชวน เอกสารของกองทุนหลัก เพื่อรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เช่น สถานะของบริษัทจัดการกองทุนหลัก ทีมผู้จัดการกองทุนหลัก พอร์ตการลงทุน การปรับสัดส่วนการลงทุน ผลการดำเนินงาน และปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงมีการเข้าร่วมประชุมกับบริษัทจัดการกองทุนหลัก และจัดทำ due diligence เพื่อนำมาใช้ในการวิเคราะห์และคัดเลือกกองทุนหลัก - การอ้างอิงดัชนีชี้วัดที่เกี่ยวกับความยั่งยืน กองทุนไม่มีดัชนีชี้วัดที่เกี่ยวกับความยั่งยืนที่สอดคล้องกับการลงทุนของกองทุน โดยเป็นไปตามกองทุนหลักที่มีการคัดเลือกหลักทรัพย์โดยคำนึงถึงปัจจัยสิ่งแวดล้อม สังคม หรือธรรมาภิบาล แต่ไม่ได้กำหนดดัชนีอ้างอิงที่ใช้วัดความยั่งยืน บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงดัชนีชี้วัดในการเปรียบเทียบตามที่บริษัทจัดการเห็นควรและเหมาะสม ซึ่งอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนที่กำหนด โดยบริษัทจัดการจะเปิดเผยข้อมูลและแจ้งให้ผู้ลงทุนทราบในหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ และประกาศในเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ - ข้อจำกัดด้านการลงทุน เนื่องจากกองทุนจะเน้นลงทุนในกองทุนหลักที่มีนโยบายการลงทุนที่ผนวกหลักการลงทุนด้านสิ่งแวดล้อม สังคม หรือธรรมาภิบาล (ESG) โดยให้ความสำคัญกับมิติด้านสิ่งแวดล้อมและมิติด้านสังคม ทำให้กองทุนไม่สามารถลงทุนในกองทุนอื่นที่มีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนที่ดี แต่ไม่เข้าหลักเกณฑ์ตามกรอบการลงทุนที่กองทุนกำหนด ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องจากการลงทุนอย่างยั่งยืน กองทุนอาจมีความเสี่ยงการกระจุกตัวของหลักทรัพย์ เนื่องจากกองทุนหลักมีข้อจำกัดด้านปัจจัย ESG ที่ใช้ประกอบการพิจารณา ทำให้กองทุนหลักไม่สามารถลงทุนในหลักทรัพย์บางตัวได้ แนวทางการดำเนินการ และมาตรการควบคุมผลกระทบในกรณีการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืน บริษัทจัดการมีการติดตามตรวจสอบกองทุนหลักเป็นประจำ โดยรวบรวมข้อมูลพอร์ตการลงทุน การปรับสัดส่วนการลงทุน ผลการดำเนินงาน และปัจจัยอื่น ที่เกี่ยวข้องจากบริษัทจัดการกองทุนหลัก และแหล่งข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือ รวมถึงพิจารณาเกี่ยวกับสถานะของบริษัทจัดการกองทุนหลัก ทีมผู้จัดการกองทุนหลัก และมีการติดตามสถานการณ์โดยตรงกับทีมผู้บริหารจัดการกองทุนหลัก เพื่อให้มั่นใจได้ว่ากองทุนหลักมีการบริหารจัดการกองทุนอย่างเหมาะสมเป็นไปตามวัตถุประสงค์ และเป้าหมายของกองทุนหลัก ทั้งนี้ หากบริษัทจัดการพบว่าการลงทุนของกองทุนหลักไม่เป็นไปตามหนังสือชี้ชวนของกองทุนหลัก หรือกองทุนหลักมีการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์การลงทุน และ/หรือนโยบายการลงทุน และ/หรือกลยุทธ์การลงทุนที่ไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุนที่มุ่งเน้นความยั่งยืนตามหลักสากลที่กองทุนกำหนด บริษัทจัดการจะดำเนินการพิจารณาลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศอื่นที่มีนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกัน อย่างไรก็ตาม หากเกิดกรณีใดๆ ที่ทำให้บริษัทจัดการไม่สามารถดำเนินการคัดเลือกกองทุนหลักใหม่แทนกองทุนหลักเดิมได้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะดำเนินการเลิกโครงการจัดการกองทุนรวม โดยต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวมเป็นสำคัญ อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการปรับปรุงแนวทางการดำเนินการ และมาตรการควบคุมผลกระทบในกรณีการลงทุนของ SRI Fund ไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืนที่ได้กำหนดไว้ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายการลงทุนด้วยความรับผิดชอบที่บริษัทจัดการกำหนด ข้อมูลทั่วไปของ Janus Henderson Horizon – GLOBAL SUSTAINABLE EQUITY FUND (แหล่งที่มาของข้อมูล : หนังสือชี้ชวนกองทุนหลัก ข้อมูล ณ เดือน กรกฎาคม 2563) ลักษณะทั่วไปของกองทุน นโยบายการลงทุน กองทุนหลักมีวัตถุประสงค์การลงทุน คือ การสร้างการเติบโตของเงินลงทุนในระยะยาว โดยจะลงทุนในหลักทรัพย์ของบริษัทที่มีผลิตภัณฑ์หรือการให้บริการที่ได้รับการพิจารณาโดยผู้จัดการการลงทุนว่ามีส่วนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อมหรือสังคมในเชิงบวกและส่งผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจโลกที่ยั่งยืน ประเทศที่จดทะเบียน ลักเซมเบิร์ก วันจัดตั้งกองทุน 29 พฤษภาคม 2562 การเปิดให้ซื้อและขายคืนหน่วยลงทุน ทุกวันทำการซื้อขายหน่วยลงทุน ISIN LU1983259703 Bloomberg JHGIU2U LX สกุลเงิน USD ผู้จัดการกองทุน (Manager) Henderson Management S.A. เว็บไซต์ (website) www.janushenderson.com ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ ของกองทุนหลัก Annual Management charge 0.75% Ongoing charge 0.80% วัตถุประสงค์การลงทุนที่เกี่ยวกับความยั่งยืนของกองทุนหลัก กองทุนหลักมีวัตถุประสงค์การลงทุนอย่างยั่งยืน โดยจะลงทุนอย่างยั่งยืนที่มีเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมไม่น้อยกว่าร้อยละ 25 ในกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ไม่เข้าเกณฑ์การเป็นกิจกรรมที่ยั่งยืนภายใต้ EU Taxonomy และลงทุนอย่างยั่งยืนที่มีเป้าหมายด้านสังคมไม่น้อยกว่าร้อยละ 25 โดยกองทุนหลักจะลงทุนในธุรกิจที่ก่อให้เกิดผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม และสร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่มในการลงทุน เป้าหมายที่กองทุนหลักต้องการบรรลุ กองทุนหลักมีเป้าหมายในการสร้างผลตอบแทนของเงินลงทุนในระยะยาว ผ่านการลงทุนในบริษัทที่มีส่วนช่วยพัฒนาเศรษฐกิจโลกที่ยั่งยืน ทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม เช่น พลังงานสะอาด (cleaner energy) การจัดการน้ำ (water management) และการขนส่งที่ยั่งยืน (sustainable transport) โดยปัจจัยที่ใช้พิจารณาการลงทุนมีดังนี้ 1. บริษัทที่กองทุนหลักลงทุนต้องมีรายได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 จากสินค้าและบริการที่สอดคล้องกับธีมการลงทุนอย่างยั่งยืน 2. พอร์ตการลงทุนของกองทุนหลักต้องมุ่งรักษา carbon footprint และลดความเข้มข้นของคาร์บอน ให้ต่ำกว่าดัชนี MSCI World อย่างน้อยร้อยละ 20 3. กองทุนหลักจะลงทุนโดยมีค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักในบริษัทที่มีข้อขัดแย้งด้าน ESG ต่ำกว่าดัชนี MSCI World นอกจากนี้ เงื่อนไขในการพิจารณาบริษัทที่กองทุนหลักลงทุนมีดังนี้ • มีรายได้สอดคล้องกับธีมการลงทุนที่มีส่วนร่วมในวัตถุประสงค์การลงทุนอย่างยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมหรือสังคมที่กองทุนหลักกำหนด • ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบเชิงลบต่อวัตถุประสงค์การลงทุนอย่างยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมหรือสังคม • ปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี กรอบการลงทุน (Investment Universe) ของกองทุนหลัก กรอบที่กองทุนหลักใช้ในการพิจารณาลงทุนในหลักทรัพย์ภายใต้ธีมการลงทุนด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม เพื่อคัดเลือกบริษัทที่มีส่วนร่วมในการสนับสนุนเศรษฐกิจโลกที่ยั่งยืน และมีศักยภาพในการเติบโตอย่างต่อเนื่องในระยะยาว โดยหลักทรัพย์ที่อยู่ในกรอบการลงทุนของกองทุนหลักมีดังนี้ 1. ด้านสิ่งแวดล้อม ได้แก่ พลังงานสะอาด (Cleaner Energy) ความมีประสิทธิภาพ (Efficiency) การบริการเพื่อสิ่งแวดล้อม (Environmental Services) การขนส่งอย่างยั่งยืน (Sustainable Transport) และการจัดการน้ำ (Water Management) 2. ด้านสังคม ได้แก่ ความรู้และเทคโนโลยี (Knowledge & Technology) สุขภาพ (Health) ความปลอดภัย (Safety) ความยั่งยืนของสินทรัพย์และการเงิน (Sustainable Property & Finance) และคุณภาพชีวิต (Quality of Life) ทั้งนี้ ในส่วนของบริษัทที่ไม่อยู่ภายใต้ธีมการลงทุนด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม ซึ่งอาจมีความเสี่ยงด้านการดำเนินงานของบริษัทและอาจได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลง กองทุนหลักจะหลีกเลี่ยงการลงทุนในบริษัทดังกล่าว เพื่อป้องกันการลงทุนในธุรกิจที่ทำให้เกิดผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม รวมถึงช่วยรักษาเงินลงทุนในระยะยาว โดยหลักทรัพย์ที่กองทุนหลักจะหลีกเลี่ยงการลงทุนมีดังนี้ 1. ด้านสิ่งแวดล้อม ได้แก่ การสกัดและการกลั่นเชื้อเพลิงฟอสซิล (Fossil fuel extraction & refining) การผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงฟอสซิล (Fossil fuel power generation) พลังงานนิวเคลียร์ (Nuclear power) สารเคมีที่เป็นอันตราย (Chemicals of concern) อุตสาหกรรมที่มีข้อโต้แย้งทางจริยธรรม (Contentious industries) การทำฟาร์มแบบเข้มข้นและการผลิตเนื้อสัตว์ (Intensive farming & meat production) การทดลองกับสัตว์ (Animal testing) และขนสัตว์ (Fur) 2. ด้านสังคม ได้แก่ แอลกอฮอล์ (Alcohol) อาวุธยุทโธปกรณ์ (Armaments) การพนัน (Gambling) ยาสูบ (Tobacco) สื่อลามก (Pornography) สิทธิมนุษยชน (Human rights) การเป็นทาส (Slavery) และการทุจริตและการติดสินบน (Corruption & bribery) กลยุทธ์การลงทุนของกองทุนหลัก กระบวนการลงทุนอย่างยั่งยืนของกองทุนหลักประกอบด้วย 4 ปัจจัยที่คัดเลือกหลักทรัพย์ทั้งแบบ Positive selection criteria และ Negative selection criteria ซึ่งผ่านการวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์และผลจากการดำเนินงานของบริษัทในกระบวนการคัดเลือกหลักทรัพย์ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับการลงทุน 1. Thematic Alignment: กองทุนหลักจะพิจารณาลงทุนอย่างยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมผ่าน 10 ธีมการลงทุนภายใต้กรอบการลงทุนของกองทุนหลัก เพื่อหาแนวทางและโอกาสในการลงทุนระยะยาว 2. “Do no harm”: กองทุนหลักจะหลีกเลี่ยงการลงทุนในกิจกรรมที่ทำให้เกิดอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม รวมถึงอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มจะถูกกระทบจากการเปลี่ยนแปลง (Disruption) 3. Triple bottom-line framework: กองทุนหลักจะประเมินบริษัทที่ลงทุนในด้านการดำเนินธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับผลกำไร (profits) ประชากร (people) และสังคมโลก (planet) อย่างเท่าเทียมกัน 4. Active management and engagement: กองทุนหลักจะสร้างพอร์ตการลงทุนที่แตกต่าง โดยมีสัดส่วนการลงทุนในหุ้นที่เป็น active share (ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90) รวมทั้งให้ความร่วมมือและมีส่วนร่วมในการผลักดันการเปลี่ยนแปลงไปสู่โลกที่ยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง - หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกหลักทรัพย์ของกองทุนหลัก ผู้จัดการกองทุนหลักจะพิจารณาลงทุนในธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโตในระยะยาวและมีราคาหลักทรัพย์ที่ต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง โดยเน้นลงทุนในบริษัทที่มีความสามารถในการสร้างและสะสมกระแสเงินสด free cash flow ในระยะยาวได้สูงกว่าที่ตลาดประเมินค่าไว้ต่ำไป ผ่านการวิเคราะห์ทางการเงินเพื่อประเมินมูลค่าที่แท้จริงจาก: • ศักยภาพในการเติบโตของรายได้ระยะยาว • วัฒนธรรมขององค์กรที่มุ่งเน้นนวัตกรรม ซึ่งสร้างโอกาสในการเติบโต • โมเดลธุรกิจที่แข็งแกร่ง • การคาดการณ์รายได้ในอนาคตที่มีความแน่นอน • ความสม่ำเสมอของกำไรและกระแสเงินสด • งบดุลที่แข็งแกร่ง นอกจากนี้ ผู้จัดการกองทุนหลักจะพิจารณาความเสี่ยงที่สำคัญต่อบริษัทและผลตอบแทนที่ผู้ถือหุ้นได้รับจากปัจจัยต่างๆ เช่น ความล้าสมัยของสินทรัพย์ ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ การสูญเสียบุคลากรสำคัญเนื่องจากวัฒนธรรมองค์กรที่อ่อนแอ หรือการสูญเสียลูกค้าเนื่องจากบริษัทดำเนินการด้าน ESG ที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งความเสี่ยงดังกล่าวอาจสร้างความเสียหายที่รุนแรงต่อบริษัทได้ ทั้งนี้ กองทุนหลักเชื่อว่า ตลาดหุ้นมักไม่เห็นคุณค่าที่บางบริษัทกำลังสร้างขึ้นในระยะยาว รวมถึงประเมินความเสี่ยงในระยะยาวของบางบริษัทต่ำเกินไป โดยกองทุนหลักจะพิจารณาปัจจัยทั้งหมดอย่างรอบด้าน เพื่อประเมินมูลค่าที่แท้จริงของธุรกิจและมุ่งเน้นศักยภาพในการสร้างมูลค่าระยะยาวมากกว่าการประเมินมูลค่าในระยะสั้น - กระบวนการในการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์ของกองทุนหลัก กองทุนหลักมีกระบวนการในการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์ ดังนี้ 1. การกำหนดเกณฑ์การคัดเลือกหลักทรัพย์ เพื่อพิจารณาบริษัทที่กองทุนหลักสามารถลงทุนได้ โดยกำหนดปัจจัยที่ใช้ในการพิจารณาอย่างชัดเจน ได้แก่ • มีรายได้หลักจาก 1 ใน 10 ธีมการลงทุนด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมที่กองทุนหลักกำหนด • ไม่ละเมิดหลักการ “Do no harm” ที่กองทุนหลักกำหนด • มีผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อมและ/หรือสังคม • มีการบริหารจัดการด้าน ESG ที่แข็งแกร่งทั่วทั้งโมเดลธุรกิจ • มีศักยภาพในการเติบโตของรายได้ระยะยาว • มีโครงสร้างทางการเงินที่ยืดหยุ่น • มีวัฒนธรรมขององค์กรที่นุ่งเน้นนวัตกรรม • มีส่วนร่วมระหว่างกองทุนหลักกับทีมบริหารของบริษัท บริษัทที่กองทุนหลักพิจารณาลงทุนจะต้องมีคุณสมบัติดังกล่าวข้างต้นอย่างครบถ้วน ทั้งนี้ การกำหนดเกณฑ์การคัดเลือกหลักทรัพย์ที่ชัดเจนจะช่วยในการคัดกรองหลักทรัพย์อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อวิเคราะห์บริษัทที่สอดคล้องกับกลยุทธ์การลงทุนของกองทุนหลักต่อไป 2. การวิเคราะห์หลักทรัพย์ที่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือก โดยการทำ due diligence การมีส่วนร่วม รวมถึงการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน ทั้งในมุมของการวิเคราะห์ธีมการลงทุน (thematic alignment analysis) และการวิเคราะห์ทางการเงิน (financial analysis) 3. การสร้างแนวคิดในการลงทุน โดยผู้จัดการกองทุนมีการค้นหาแนวคิดในการลงทุนใหม่ๆ จากหลายแหล่ง ดังนี้ a. แนวคิดในการลงทุนจากทีมวิจัยภายในของบริษัทจัดการกองทุนหลัก ผ่านการเข้าร่วมประชุมแลกเปลี่ยนไอเดียกับนักวิเคราะห์ ศึกษางานวิจัยที่จัดทำขึ้นภายใน ใช้แพลตฟอร์มการวิจัยของบริษัทจัดการกองทุนหลักที่ชื่อว่า eQuantum เข้าร่วมประชุมกับผู้บริหารของบริษัท ศึกษาพอร์ตการลงทุนของทีมการลงทุนอื่น b. แนวคิดในการลงทุนจากประสบการณ์ตรงของผู้จัดการกองทุน ผ่านความสัมพันธ์ของผู้จัดการกองทุนกับผู้บริหารบริษัทและโบรกเกอร์ พบปะกับผู้บริหารของบริษัทในงานสัมมนา หรือการหารือสอบถามโดยตรง ซึ่งทำให้ได้แนวคิดในการลงทุนในบริษัทจากจากคู่แข่ง ซัพพลายเออร์ ลูกค้า ฯลฯ c. แนวคิดในการลงทุนจากแหล่งทั่วไปในชีวิตประจำวัน ผ่านการอ่าน ศึกษา และฟังจากแหล่งข้อมูลต่างๆ หรือสื่อรอบตัว 4. การคัดกรองและจัดลำดับความสำคัญของแนวคิดในการลงทุนที่ได้รับ เพื่อนำไปวิเคราะห์เชิงลึกและมีส่วนร่วมกับบริษัทที่มีศักยภาพสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ 5. การคัดเลือกหลักทรัพย์รายตัว ผ่านกระบวนการวิเคราะห์บริษัทแบบ Bottom-up และการหารือกันภายในทีมผู้จัดการกองทุนก่อนเข้าลงทุนในหลักทรัพย์แต่ละตัว - การอ้างอิงดัชนีชี้วัดที่เกี่ยวกับความยั่งยืนของกองทุนหลัก กองทุนหลักไม่มีดัชนีอ้างอิงที่ใช้วัดความสอดคล้องกับลักษณะด้านสิ่งแวดล้อมและ/หรือด้านสังคมเป็นการเฉพาะ - ข้อจำกัดด้านการลงทุนของกองทุนหลัก กองทุนหลักจะลงทุนในบริษัทที่ผ่านเงื่อนไขในการพิจารณาดังนี้ • มีรายได้สอดคล้องกับธีมของผู้จัดการกองทุนที่มีส่วนร่วมในวัตถุประสงค์การลงทุนที่ยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม/สังคม • ไม่ก่อให้เกิดอันตรายอย่างมีนัยสำคัญต่อวัตถุประสงค์การลงทุนที่ยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม/สังคม • ปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ดังนั้น กองทุนหลักจึงมีข้อจำกัดด้านการลงทุน ดังนี้ (1) ข้อจำกัดด้านการลงทุนเมื่อพิจารณาตามเกณฑ์รายได้ (Revenue Exclusions) บริษัทที่กองทุนหลักลงทุนจะต้องไม่มีรายได้จากกิจกรรมดังต่อไปนี้: แอลกอฮอล์ การทดลองกับสัตว์ที่ไม่ใช่เพื่อการแพทย์ อาวุธสงคราม (Controversial weapons) อาวุธทั่วไป (Conventional weapons) สารเคมีที่เป็นอันตราย เชื้อเพลิงฟอสซิล อาวุธปืนและกระสุน ขนสัตว์ การพนัน การวิจัยเซลล์ต้นกำเนิดจากมนุษย์ การทำฟาร์มแบบเข้มข้น พลังงานนิวเคลียร์ สื่อลามก ยาสูบ และสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม (GMO) (2) ข้อจำกัดด้านการลงทุนเมื่อพิจารณาตามหลักบรรษัทภิบาลสากล (Norms-based Exclusions) บริษัทที่กองทุนหลักลงทุนจะต้องไม่ละเมิดหลักการของ UN Global Compact หรือแนวทางของ OECD MNE Guidelines (3) ข้อจำกัดด้านการลงทุนเมื่อพิจารณาในระดับบริษัท (Firmwide Exclusions) กองทุนหลักจะไม่ลงทุนในบริษัทที่ผลิต หรือมีสัดส่วนการลงทุนมากกว่าร้อยละ 20 ในบริษัทที่ผลิตระเบิด (Cluster munitions) ทุ่นระเบิดต่อต้านบุคคล อาวุธเคมี และอาวุธชีวภาพ ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องจากการลงทุนอย่างยั่งยืนของกองทุนหลัก กองทุนหลักเน้นลงทุนในบริษัทที่มีการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยมีพื้นฐานทางการเงินที่มั่นคงและมีโอกาสเติบโตอย่างต่อเนื่องในระยะยาว ส่งผลให้กองทุนหลักจะไม่ลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมขนาดใหญ่บางกลุ่ม เช่น พลังงาน สินค้าโภคภัณฑ์ ธุรกิจที่ปล่อยคาร์บอนสูง ยา อาวุธ สินค้าอุปโภคบริโภคพื้นฐาน ดังนั้น ในช่วงเวลาที่หุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมนี้มีผลการดำเนินงานที่โดดเด่น ก็อาจส่งผลให้กองทุนหลักมีผลการดำเนินงานที่ด้อยกว่าในเชิงเปรียบเทียบ แม้ว่าผลตอบแทนจากการลงทุนยังคงอยู่ในระดับดี ทั้งนี้ กองทุนหลักจะกระจายการลงทุนอย่างยั่งยืนผ่านธีมการลงทุนที่หลากหลายและมุ่งเน้นลงทุนระยะยาว เพื่อให้พอร์ตการลงทุนมีการกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสม โดยกองทุนหลักเชื่อว่าการลงทุนอย่างยั่งยืนจะมีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่เหนือกว่าตลาดในระยะยาว แนวทางการดำเนินการ และมาตรการควบคุมผลกระทบในกรณีการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืนของกองทุนหลัก บริษัทจัดการกองทุนหลักมีการแต่งตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลด้าน ESG (ESG Oversight Committee: ESGOC) ซึ่งรายงานตรงต่อคณะกรรมการบริหาร เพื่อทำหน้าที่กำกับดูแลด้านการลงทุนและประเด็นด้าน ESG อื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการลงทุน เช่น การรายงานตามข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแล การเปิดเผยข้อมูล ESG และมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับลูกค้า โดยมีประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายความรับผิดชอบ (Chief Responsibility Officer) ได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานคณะกรรมการ ESGOC ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแลกระบวนการ ESG ทั้งระบบ หน้าที่หลักของคณะกรรมการ ESGOC มีดังนี้ • ทบทวนตัวชี้วัดและข้อผูกพันด้าน ESG สำหรับการจัดตั้งกองทุนใหม่ และการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลต่อกองทุนภายใต้การบริหารจัดการ • ตรวจสอบกระบวนการ ระบบ และทรัพยากรที่เกี่ยวข้องกับ ESG • ติดตามผลการควบคุมด้าน ESG อย่างต่อเนื่อง รวมถึงตรวจสอบข้อยกเว้น และยกระดับประเด็นสำคัญที่ตรวจพบ นอกจากนี้ บริษัทจัดการกองทุนหลักยังมีการแต่งตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษายุทธศาสตร์ด้าน ESG (ESG Strategic Advisory Council) ซึ่งอยู่ภายใต้คณะกรรมการ ESGOC ซึ่งทำหน้าที่ให้คำแนะนำเชิงกลยุทธ์ เสนอแนวคิด และสนับสนุนการพัฒนาด้าน ESG ทั้งในระดับองค์กรและระดับการลงทุนตามที่ได้รับการเสนอจากประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายความรับผิดชอบ (Chief Responsibility Officer) ทั้งนี้ พอร์ตการลงทุนของกองทุนหลักจะได้รับการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอว่ามีการละเมิดเกณฑ์ข้อยกเว้นด้าน ESG หรือไม่ โดยใช้ข้อมูลจากผู้วิจัยภายนอกประกอบการพิจารณาพอร์ตการลงทุน โดยหากตรวจพบการละเมิดเกณฑ์ด้าน ESG จะมีขั้นตอนการดำเนินการดังนี้ • การรายงานให้ผู้จัดการกองทุนทราบ: ฝ่ายกำกับดูแลภายในจะรายงานให้ผู้จัดการกองทุนทราบถึงบริษัทที่อาจละเมิดเกณฑ์ด้าน ESG • การสอบสวน: โดยมีการตรวจสอบหลักฐานเพื่อยืนยันรายงานการละเมิดด้าน ESG ซึ่งหากตรวจพบว่าเป็นการละเมิดเกณฑ์จริง ผู้จัดการกองทุนจะดำเนินการขายหลักทรัพย์ดังกล่าวออกจากพอร์ตการลงทุนของกองทุนหลัก • การพิจารณาร่วมกับคณะกรรมการ ESGOC: หากผู้จัดการกองทุนไม่เห็นด้วยกับผลการประเมินจากผู้วิจัยภายนอก ข้อมูลดังกล่าวจะถูกส่งให้คณะกรรมการ ESGOC พิจารณา ซึ่งหากคณะกรรมการ ESGOC พิจารณาว่ามีการละเมิดเกณฑ์จริง คณะกรรมการจะมีคำสั่งให้ขายหลักทรัพย์ดังกล่าว แต่หากไม่พบการละเมิด คณะกรรมการจะดำเนินการบันทึกเหตุผลและหลักฐานประกอบการตัดสินใจ • การเปิดเผยรายงานต่อสาธารณะ: บริษัทจัดการกองทุนหลักจะพิจารณารายงานผลการละเมิดเกณฑ์ด้าน ESG ต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหรือหน่วยงานภายนอกที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับฉลากรับรองคุณภาพ หรือมาตรฐานคุณภาพ ทั้งนี้ หากกองทุนหลักมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลข้างต้นใดๆ ซึ่งบริษัทจัดการเห็นว่าไม่มีนัยสำคัญ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงข้อมูลดังกล่าวเพื่อให้สอดคล้องกับกองทุนหลัก ซึ่งถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยแล้ว โดยจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ
Investment policy as filed with SEC Thailand.
actual = what the AMC currently charges · max = prospectus ceiling (no actual reported). Annual fees aren’t additive with one-time fees.