K All Roads Growth Fund Not for Retail Investors
KASIKORN ASSET MANAGEMENT COMPANY LIMITED · Mixed / Balanced · settlement T+6
↳ Invests in LO Funds – All Roads Growth, Syst. NAV Hdg, (USD), I Class A · ลักเซมเบิร์ก
✨Invests primarily in LO Funds – All Roads Growth, focusing on global equities, government and corporate bonds, and commodities, with an emphasis on risk management.
กองทุนมีนโยบายที่จะนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศ โดยจะเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน LO Funds – All Roads Growth, Syst. NAV Hdg, (USD), I Class A (กองทุนหลัก) ในอัตราส่วนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยกองทุนหลักมีนโยบายลงทุนในตราสารทุน ตราสารหนี้ที่ออกโดยภาครัฐหรือภาคเอกชน และสินค้าโภคภัณฑ์ ในประเทศต่างๆ ทั่วโลก และมีการจัดสรรน้ำหนักการลงทุนในสินทรัพย์ดังกล่าวเพื่อควบคุมความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวม กองทุนหลักดังกล่าวเป็นกองทุนในกลุ่ม Lombard Odier Funds ที่จดทะเบียนในประเทศลักเซมเบิร์ก และบริหารจัดการโดย Lombard Odier Funds (Europe) S.A. รวมถึงเป็นกองทุนที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ Commission de Surveillance du Secteur Financier (CSSF) ภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้องของประเทศลักเซมเบิร์ก ซึ่งเป็นสมาชิกสามัญของ International Organization of Securities Commissions (IOSCO) และเป็นกองทุนที่จัดตั้งตามระเบียบของ UCITS (Undertakings for Collective Investment in Transferable Securities) โดยมิได้เป็นกองทุนรวมประเภทเฮ็ดจ์ฟันด์ (Hedge fund) กองทุน LO Funds – All Roads Growth (กองทุนหลัก) แบ่งหน่วยลงทุนที่เสนอขายออกเป็น Share Class ซึ่งจะแตกต่างกันที่รายละเอียดต่างๆ เช่น มูลค่าขั้นต่ำของการสั่งซื้อและมูลค่าคงเหลือขั้นต่ำ โครงสร้างอัตราค่าธรรมเนียม สกุลเงิน นโยบายการจัดสรรกำไรและผลตอบแทน คุณสมบัติของผู้ลงทุน หรือลักษณะอื่นๆ ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนใน Syst. NAV Hdg, (USD), I Class A ซึ่งเป็น Share Class สำหรับผู้ลงทุนสถาบัน ซื้อขายเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) โดยบริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะพิจารณาเปลี่ยนแปลง Share Class รวมทั้งสกุลเงินที่ลงทุน โดยคำนึงถึงและรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญและไม่ถือว่าเป็นการดำเนินงานที่ผิดไปจากรายละเอียดโครงการ โดยถือว่าได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว และบริษัทจัดการจะประกาศให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ สำหรับการลงทุนส่วนที่เหลือ กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในหรือมีไว้ซึ่ง ตราสารทุน ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตราสารหนี้ เงินฝาก หรือหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นทั้งในและต่างประเทศที่ไม่ขัดต่อกฎหมาย ก.ล.ต. กองทุนอาจลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non – investment grade) และตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) ทั้งในและต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม กองทุนจะไม่ลงทุนในหลักทรัพย์ที่มิได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted) เว้นแต่เป็นหุ้นที่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์สั่งรับเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งผู้ออกหุ้นดังกล่าวอยู่ระหว่างการดำเนินการกระจายการถือหุ้นรายย่อยตามข้อบังคับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่าด้วยการรับหุ้นสามัญหรือหุ้นบุริมสิทธิเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนได้ อย่างไรก็ตาม กองทุนจะไม่ทำธุรกรรมการขายหลักทรัพย์ที่ต้องยืมหลักทรัพย์มาเพื่อการส่งมอบ (Short sale) หรือทำธุรกรรมการขายโดยมีสัญญาซื้อคืน (Repo) เพื่อประโยชน์ในการจัดการลงทุน กองทุนอาจกู้ยืมเงินเพื่อประโยชน์ในการจัดการลงทุนได้ไม่เกินร้อยละ 50 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน กองทุนอาจลงทุนในตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note หรือ SN) และอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนให้สูงขึ้น หรือเพื่อลดค่าใช้จ่ายของกองทุน รวมถึงกองทุนอาจจะลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน บริษัทจัดการจะส่งคำสั่งซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนหลักไปที่ประเทศลักเซมเบิร์ก ทั้งนี้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะส่งคำสั่งซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนหลักในประเทศอื่นๆ นอกเหนือจากประเทศลักเซมเบิร์ก โดยถือว่าได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ซึ่งบริษัทจัดการจะคำนึงถึงประโยชน์ของกองทุนเป็นสำคัญ ทั้งนี้ การดำรงอัตราส่วนการลงทุนที่ระบุไว้ข้างต้นจะไม่นำมาบังคับใช้ในช่วงระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียน ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนเลิกกองทุน และช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน จำนวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตเป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds) หรือเป็นกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในตราสาร และ/หรือหลักทรัพย์ต่างประเทศได้ หรือสามารถกลับมาเป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund) โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (Risk spectrum) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตลาด โดยเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน โดยบริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 60 วัน ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงประเภทกองทุนดังกล่าว โดยประกาศผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ให้ความเห็นชอบหรือมีประกาศแก้ไขหรือเพิ่มเติมประเภทหรือลักษณะหรืออัตราส่วนการลงทุนของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะพิจารณาเปลี่ยนแปลงประเภทหรือลักษณะหรืออัตราส่วนการลงทุนให้เป็นไปตามประกาศฯ ฉบับใหม่ โดยถือว่าได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ในกรณีที่บริษัทจัดการพิจารณาเห็นว่าการลงทุนในกองทุน LO Funds – All Roads Growth (กองทุนหลัก) ไม่เหมาะสมอีกต่อไป อาทิ 1) กรณีที่ผลตอบแทนของกองทุนหลักต่ำกว่าผลตอบแทนของกองทุนอื่นๆ ที่มีนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกันอย่างมีนัยสำคัญหรือติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน หรือ 2) การลงทุนของกองทุนหลักไม่เป็นไปตามหนังสือชี้ชวนหรือโครงการ หรือ 3) เมื่อกองทุนหลักกระทำความผิดร้ายแรงตามความเห็นของหน่วยงานที่กำกับดูแลกองทุนหลัก หรือ 4) เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของกองทุนในฐานะผู้ลงทุน หรือ 5) กองทุนหลักเลิกกองทุน หรือ 6) กรณีที่บริษัทจัดการพิจารณาเห็นว่ากลยุทธ์การลงทุนของกองทุนหลักไม่เหมาะสมกับสภาวะตลาด หรือการย้ายไปลงทุนในกองทุนอื่นที่มีนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกันและตอบสนองนโยบายการลงทุนของกองทุน จะเป็นผลดีต่อผลการดำเนินงานโดยรวมของกองทุน รวมถึงเป็นผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุน เมื่อเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวข้างต้น บริษัทจัดการจะดำเนินการพิจารณาลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศอื่นใดที่มีลักษณะหรือนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกัน และในการโอนย้ายกองทุนดังกล่าว บริษัทจัดการอาจดำเนินการในครั้งเดียวหรือทยอยโอนย้ายเงินลงทุน ซึ่งอาจส่งผลให้ช่วงเวลาดังกล่าว กองทุนอาจมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศมากกว่า 1 กองทุน และอาจทำให้สัดส่วนการลงทุนในกองทุนใดกองทุนหนึ่งไม่เป็นไปตามที่ประกาศกำหนด อย่างไรก็ตาม หากเกิดกรณีใดๆ ที่ทำให้บริษัทจัดการไม่สามารถดำเนินการคัดเลือกกองทุนหลักกองทุนใหม่แทนกองทุนเดิมได้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะดำเนินการเลิกโครงการจัดการกองทุนรวม โดยต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวมเป็นสำคัญ ซึ่งการเปลี่ยนกองทุนหลักหรือเลิกกองทุนดังกล่าวถือว่าได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ลักษณะสำคัญของกองทุน LO Funds – All Roads Growth, Syst. NAV Hdg, (USD), I Class A ชื่อกองทุนหลัก LO Funds – All Roads Growth Share Class Syst. NAV Hdg, (USD), I Class A วันที่จัดตั้งกองทุน 21 กุมภาพันธ์ 2560 วันที่จัดตั้ง Share Class 7 กันยายน 2560 ประเภทกองทุน กองทุนผสม สกุลเงิน ดอลลาร์สหรัฐ (USD) นโยบายการจ่ายเงินปันผล ไม่มีนโยบายจ่ายเงินปันผล บริษัทจัดการ Lombard Odier Funds (Europe) S.A. ISIN LU1581422521 Bloomberg Ticker LOASUIA:LX ตัวชี้วัด ไม่มี Website https://am.lombardodier.com/home/investment-funds/fund/43059.html วัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุนของกองทุนหลัก กองทุนหลักจะลงทุนในพันธบัตร ตราสารหนี้ที่ให้อัตราดอกเบี้ยทั้งแบบคงที่และลอยตัว และตราสารหนี้ระยะสั้นที่ออกหรือค้ำประกันโดยภาครัฐหรือภาคเอกชน หุ้นกู้แปลงสภาพ ตราสารทุน เงินตราสกุลต่างๆ และ/หรือเงินสดและตราสารเทียบเท่าเงินสด ที่อยู่ในรูปสกุลเงินตราของกลุ่มประเทศ OECD และ/หรือกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ (Emerging markets) โดยอาจลงทุนในตราสารที่มีอันดับความน่าเชื่อถือได้ทุกอันดับ รวมถึงตราสารที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non – investment grade) ซึ่งการคัดเลือกตราสารที่จะลงทุนทั้งในด้านผู้ออกตราสาร ตลาดที่ลงทุน (อาจจัดสรรเงินลงทุนทั้งหมดในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ได้) และสกุลเงินที่ลงทุน (รวมถึงสกุลเงินของกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่) จะเป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนหลัก กองทุนหลักอาจลงทุนในหุ้นของบริษัทสาธารณรัฐประชาชนจีน (รวมถึงหุ้นจีน A-Shares) ที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ ได้ไม่เกินร้อยละ 15 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก โดยจะลงทุนในหุ้นจีน A-Shares ผ่านโครงการ Stock Connect นอกจากนี้ กองทุนหลักอาจลงทุนในตราสารหนี้ใน China Interbank Bond Market (CIBM) ผ่านโครงการ Bond Connect ได้ไม่เกินร้อยละ 35 ของพอร์ตการลงทุน กองทุนหลักจะดำเนินกลยุทธ์การลงทุนทั้งแบบ Qualitative และ/หรือ Systematic เช่น Risk-based methodology โดยกลยุทธ์ Risk-based methodology นั้นจะจัดสรรน้ำหนักการลงทุนในสินทรัพย์หรือกลุ่มสินทรัพย์โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อควบคุมความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวม ยกตัวอย่างเช่น กองทุนหลักจะให้น้ำหนักการลงทุนต่ำในสินทรัพย์หรือกลุ่มสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงที่จะขาดทุนสูง โดยการประเมินความเสี่ยงของสินทรัพย์จะใช้แบบจำลองในการวิเคราะห์ข้อมูล เช่น การเคลื่อนไหวของราคาในอดีต เป็นต้น นอกจากนี้ กองทุนหลักอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อให้มีสถานะซื้อและขายในเงินตราสกุลต่างๆ (สกุลเงินตราของกลุ่มประเทศ OECD และ/หรือกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่) และ/หรือเพิ่มหรือลดสถานะการลงทุนในสินทรัพย์บางประเภท บางตลาด (รวมถึงตลาดเกิดใหม่) และดัชนีต่างๆ (รวมถึงดัชนีสินค้าโภคภัณฑ์) โดยกองทุนหลักอาจเข้าเป็นคู่สัญญาในสัญญาสวอปเพื่อให้มีสถานะการลงทุนในสินค้าโภคภัณฑ์ และอาจใช้ Total Return Swap เป็นเครื่องมือในการดำเนินกลยุทธ์ long/short ในตราสารทุน เพื่อลดค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง ทั้งนี้ เมื่อผู้จัดการกองทุนหลักเห็นว่ากองทุนหลักควรมีสถานะการลงทุนเชิงรับ กองทุนหลักอาจลงทุนทั้งหมดในเงินสดและตราสารเทียบเท่าเงินสด (รวมถึงตราสารหนี้ระยะสั้นที่มีสินเชื่อที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกัน (Mortgage-backed securities) และตราสารหนี้ระยะสั้นที่มีสินทรัพย์อื่นเป็นหลักประกัน (Asset-backed securities) โดยสามารถลงทุนได้ไม่เกินร้อยละ 10 ของการลงทุนในเงินสดและตราสารเทียบเท่าเงินสด) กองทุนหลักอาจลงทุนในกองทุนที่จัดตั้งตามระเบียบของ Undertakings for collective investment (UCIs) ไม่เกินร้อยละ 10 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก กองทุนหลักอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าโดยมีวัตถุประสงค์ทั้งเพื่อลดความเสี่ยง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน และเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การลงทุน โดยมี Global exposure limit ที่คำนวณโดยวิธี Absolute VaR ไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก กองทุนหลักอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อเพิ่มฐานะการลงทุนในสินทรัพย์ให้มีมูลค่าสูงกว่ามูลค่าทรัพย์สินของกองทุนหลัก (Leverage) ได้ โดยระดับการ Leverage คาดว่าจะไม่เกินร้อยละ 500 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก อย่างไรก็ตาม กองทุนหลักอาจ Leverage สูงกว่าระดับดังกล่าวได้ ค่าธรรมเนียมของกองทุน LO Funds – All Roads Growth, Syst. NAV Hdg, (USD), I Class A ค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน ไม่เกินร้อยละ 5.00 ของมูลค่าหน่วยลงทุน เก็บจริง ยกเว้น ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน ไม่มี ค่าธรรมเนียมการจัดการ ไม่เกินร้อยละ 1.00 ต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน เก็บจริงร้อยละ 0.75 ต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ค่าธรรมเนียมอื่นๆ ร้อยละ 0.16 ต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ค่าใช้จ่ายทั้งหมด ร้อยละ 0.91 ต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน (ข้อมูล ณ วันที่ 31 มีนาคม 2564) ในกรณีที่กองทุนหลักคืนเงินค่าธรรมเนียมการจัดการบางส่วนเพื่อเป็นค่าตอบแทนเนื่องจากการที่กองทุนนำเงินไปลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศ (Loyalty fee หรือ Rebate) บริษัทจัดการจะดำเนินการให้เงินจำนวนดังกล่าวตกเป็นทรัพย์สินของกองทุน ความเสี่ยงของกองทุนหลัก 1) ความเสี่ยงจากการลงทุนในตราสารทุน ความเสี่ยงจากการลงทุนในตราสารทุนนั้นเกิดจากความผันผวนของราคาตลาด ผู้ออกตราสาร หรือข้อมูลข่าวสารในตลาด และเงื่อนไขของการเป็นตราสารที่ด้อยสิทธิกว่าตราสารหนี้ที่ออกโดยผู้ออกตราสารรายเดียวกัน ความผันผวนของราคาตลาดของตราสารทุนขึ้นอยู่กับปัจจัยด้านจุลภาคและมหภาคหลายปัจจัย เช่น ข่าวสารการเมืองและเศรษฐกิจ รายงานผลประกอบการของบริษัทต่างๆ หรือเหตุการณ์ภัยพิบัติต่างๆ เป็นต้น ดังนั้นมูลค่าของตราสารทุนอาจเพิ่มขึ้นหรือลดลง ทำให้มูลค่าของหน่วยลงทุนของกองทุนที่ลงทุนในตราสารทุนนั้นอาจขาดทุนจำนวนมากได้ ทั้งนี้ กองทุนอาจลงทุนในหุ้นที่เสนอขายครั้งแรก จึงมีความเสี่ยงที่ราคาหุ้นออกใหม่นี้จะผันผวนมากอันเนื่องมาจากปัจจัยต่างๆ เช่น การไม่มีตลาดซื้อขาย การซื้อขายนอกฤดูกาล การจำกัดของจำนวนหุ้นที่ซื้อขายได้ การขาดข้อมูลเกี่ยวกับผู้ออก 2) ความเสี่ยงจากการลงทุนในบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็ก หุ้นของบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็กมักจะถูกซื้อขายนอกตลาด ซึ่งอาจมีสภาพคล่องต่ำกว่าหุ้นที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ ทำให้บางช่วงโดยเฉพาะช่วงที่ตลาดปรับตัวลง หุ้นดังกล่าวอาจขาดสภาพคล่องและราคาผันผวนในระยะสั้น และช่วงราคาระหว่างราคาซื้อและราคาขายแตกต่างกันมากขึ้น ซึ่งความผันผวนของราคาและการขาดสภาพคล่องนี้อาจทำให้เกิดผลกระทบทางลบต่อผลการดำเนินงานของกองทุน อีกทั้งความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้และล้มละลายของบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็กนั้นมีมากกว่าบริษัทขนาดใหญ่ 3) ความเสี่ยงจากการลงทุนในตราสารหนี้ ความเสี่ยงจากการลงทุนในพันธบัตรหรือตราสารหนี้อื่นๆ ประกอบด้วย ความเสี่ยงด้านเครดิต สภาพคล่อง และอัตราดอกเบี้ย 4) ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน กองทุนอาจมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเนื่องจากกองทุนอาจลงทุนในสกุลเงินอื่นๆนอกเหนือจากสกุลเงินหลัก ทำให้มูลค่าของการลงทุนอาจได้รับผลกระทบทั้งในเชิงบวกและเชิงลบจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน แม้ว่าจะได้ทำการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนแล้วก็ตาม ดังนั้นผู้ลงทุนจึงควรตระหนักถึงความเสี่ยงที่อาจขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างสกุลเงินหลักและสกุลเงินอื่นๆ ที่กองทุนลงทุน อัตราแลกเปลี่ยนอาจผันผวนอย่างมีนัยสำคัญในช่วงระยะเวลาสั้นๆ ซึ่งเกิดจากอุปสงค์และอุปทานในตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ความเหมาะสมของการลงทุนในต่างประเทศ การผันแปรของอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงและที่รับรู้ และปัจจัยที่ซับซ้อนอื่นๆ อัตราแลกเปลี่ยนยังได้รับผลกระทบจากการแทรกแซงของรัฐบาลและธนาคารกลาง หรือโดยการควบคุมค่าเงิน หรือการพัฒนาทางการเมือง ซึ่งบางสกุลเงินไม่สามารถแลกเปลี่ยนได้อย่างอิสระ 5) ความเสี่ยงจากการลงทุนในตราสารที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Below investment grade) หรือตราสารหนี้ด้อยคุณภาพ (Distressed securities) กองทุนอาจลงทุนในตราสารหนี้ที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ BB หรือต่ำกว่า หรือที่มีอันดับเทียบเท่าตามความเห็นของผู้จัดการกองทุน ซึ่งจะส่งผลให้กองทุนมีความเสี่ยงสูงขึ้น สำหรับตราสารหนี้ที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ BB หรือเทียบเท่านั้นถือว่าเป็นตราสารที่ลงทุนในลักษณะเพื่อเก็งกำไร ผู้ลงทุนจะมีความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ของผู้ออกตราสารสูง แม้ว่าตราสารเหล่านี้จะมีการค้ำประกันหรือได้รับการคุ้มครองบางประการเพื่อลดความเสี่ยงในการถือครอง แต่ยังคงมีความไม่แน่นอนและความเสี่ยงสูงในช่วงภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ สำหรับตราสารหนี้ที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่า B หรือเทียบเท่านั้น อาจถูกจัดว่าเป็นตราสารหนี้ด้อยคุณภาพ (Distressed securities) ผู้ออกตราสารส่วนใหญ่จะมีฐานะการเงินไม่ดี ผลประกอบการไม่ดี ขาดเงินหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจจึงต้องการเงินทุนสูง มีปัญหาด้านการแข่งขันกับคู่แข่งในตลาด หรืออาจประสบภาวะล้มละลาย หรือการปรับโครงสร้างองค์กร หรือปัญหาเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งทำให้การลงทุนมีความเสี่ยงสูง แม้ว่าจะให้ผลตอบแทนที่สูงก็ตาม ตราสารดังกล่าวมักไม่มีการค้ำประกันหรืออาจเป็นตราสารที่ด้อยสิทธิกว่าตราสารประเภทอื่นๆ ของผู้ออกตราสารรายเดียวกัน ตราสารที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้มักจะไม่อยู่ภายใต้การคุ้มครองของเงื่อนไขทางการเงินต่างๆ ความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ออกตราสารเหล่านี้มักขึ้นอยู่กับการเคลื่อนไหวของอัตราดอกเบี้ย ภาวะเศรษฐกิจ ปัจจัยเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมหรือการพัฒนาของบริษัทนั้นๆ นอกจากนี้ การลงทุนในตราสารของผู้ออกตราสารที่มีลักษณะข้างต้น ผู้ลงทุนมักจะไม่ได้รับทราบสถานะทางการเงินที่แท้จริงของบริษัท อีกทั้ง อาจได้รับผลกระทบจากกฎหมายต่างๆ เช่น กฎหมายฟอกเงิน กฎหมายห้ามโอนถ่ายเงิน หรือคำสั่งของศาลล้มละลาย การปรับโครงสร้างองค์กรหรือการเลิกกิจการของบริษัทผู้ออกตราสารอาจทำให้ผู้ลงทุนสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมดหรืออาจจะได้รับเงินลงทุนน้อยกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกหรืออาจจะได้รับการจ่ายเงินคืนล่าช้ากว่าที่กำหนด หากเกิดเหตุการณ์ข้างต้น ผลตอบแทนที่ได้รับอาจไม่เพียงพอที่จะชดเชยความเสี่ยงที่เกิดขึ้นได้ นอกจากนี้ การประเมินความเสี่ยงด้านเครดิตของตราสารหนี้อาจมีความไม่แน่นอน เนื่องจากสถาบันการจัดอันดับความน่าเชื่อถือทั่วโลกมีมาตรฐานที่แตกต่างกันทำให้ไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกันได้ อีกทั้งตลาดตราสารหนี้มักจะเป็นตลาดที่ไม่มีประสิทธิภาพและไม่มีสภาพคล่อง จึงประเมินมูลค่าที่แท้จริงของตราสารได้ยาก 6) ความเสี่ยงจากการลงทุนในหุ้นกู้แปลงสภาพ หุ้นกู้แปลงสภาพคือ พันธบัตร หุ้นกู้ หุ้นบุริมสิทธิ หรือตราสารอื่นๆ ที่สามารถแปลงหรือแลกเปลี่ยนเป็นหุ้นสามัญของผู้ออกตราสารรายเดิมหรือรายอื่นภายในเวลา ราคา และวิธีการที่กำหนดได้ ผู้ถือหุ้นกู้แปลงสภาพจะมีสิทธิในการได้รับดอกเบี้ยหรือเงินปันผลจนกว่าจะครบอายุตราสาร ขายคืน หรือ แปลงสภาพหรือแลกเปลี่ยน โดยปกติหุ้นกู้แปลงสภาพจะให้ผลตอบแทนสูงกว่าหุ้นสามัญ แต่น้อยกว่าหุ้นกู้ที่แปลงสภาพไม่ได้ และมีความผันผวนของมูลค่าต่ำกว่าหุ้นสามัญที่อ้างอิง ตามคุณสมบัติของตราสารหนี้ อีกทั้งยังให้โอกาสในการเพิ่มมูลค่าเงินลงทุนหากราคาตลาดของหุ้นสามัญอ้างอิงเพิ่มขึ้น มูลค่าของหุ้นกู้แปลงสภาพถูกกำหนดโดยมูลค่าการลงทุน (ขึ้นกับผลตอบแทนเมื่อเทียบกับผลตอบแทนของตราสารที่แปลงสภาพไม่ได้ที่มีอายุและคุณภาพเท่ากัน) และมูลค่าการแปลงสภาพ (ขึ้นกับมูลค่าตลาดหากแปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญอ้างอิง) หุ้นกู้แปลงสภาพมักถูกขายที่ราคาสูงกว่ามูลค่าเนื่องจากสามารถแปลงสภาพได้ โดยผู้ถือมีสิทธิในหุ้นสามัญอ้างอิงในขณะที่ถือตราสารหนี้ ราคาดังกล่าวจะลดลงเมื่อใกล้ครบอายุตราสาร หุ้นกู้แปลงสภาพอาจถูกขายคืนได้ตามเกณฑ์และราคาที่ผู้ออกกำหนด ดังนั้น หากหุ้นกู้แปลงสภาพที่กองทุนลงทุนถูกเรียกให้ขายคืน กองทุนจำเป็นต้องขายคืน หรือแปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญอ้างอิง หรือขายให้บุคคลอื่น ซึ่งอาจส่งผลกระทบทางลบต่อกองทุนได้ 7) ความเสี่ยงจากการลงทุนในสินค้าโภคภัณฑ์ แม้ว่ากองทุนจะไม่สามารถลงทุนในสินค้าโภคภัณฑ์ หรือสัญญาสินค้าโภคภัณฑ์ได้โดยตรง แต่กองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุน สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงกับตราสารทุนหรือดัชนีเพื่อให้มีสถานะการลงทุนในสินค้าโภคภัณฑ์ ราคาสินค้าโภคภัณฑ์อาจขึ้นลงตามปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคหลายปัจจัย ยกตัวอย่างเช่น ความสัมพันธ์ระหว่างอุปสงค์และอุปทาน สภาพอากาศหรือปรากฎการณ์ธรรมชาติ มาตรการต่างๆของภาคเกษตรกรรม การค้า การคลัง การเงิน และมาตรการควบคุมอัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงนโยบายภาครัฐ และเหตุการณ์ที่เหนือความคาดหมาย เป็นต้น ทั้งนี้ ราคาสินค้าโภคภัณฑ์อาจจะมีความผันผวนสูง 8) ความเสี่ยงจากการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า กองทุนจะไม่กู้ยืมเงินเพื่อนำมาใช้ในการลงทุนแต่กองทุนจะลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มสถานะการลงทุนในสินทรัพย์โดยรวม (Leverage) อาจมีการสร้างทั้งสถานะการซื้อ (Long position) และสถานะการขาย (Short position) ที่สูงกว่ามูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน แม้ว่าการ Leverage จะช่วยเพิ่มโอกาสในการรับผลตอบแทนให้สูงขึ้น แต่ก็อาจทำให้กองทุนประสบภาวะขาดทุนสูงขึ้นเช่นกัน หากเกิดเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบทางลบกับกองทุน ผลจากการ Leverage จะทำให้กองทุนประสบภาวะขาดทุนสูงมาก 9) ความเสี่ยงจากการลงทุนในตลาดเกิดใหม่ ตลาดเกิดใหม่ที่กองทุนอาจลงทุนนั้นเป็นประเทศที่กำลังพัฒนาทางด้านกฎหมาย ซึ่งทำให้มีความไม่แน่นอนทางด้านกฎหมายทั้งต่อบุคคลในประเทศและคู่ค้า ดังนั้นผู้ลงทุนจึงควรทำความเข้าใจความเสี่ยงต่างๆ เพื่อดูความเหมาะสมก่อนการลงทุน ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ยกตัวอย่างเช่น (1) ความเสี่ยงจากการควบคุมของรัฐบาล การเวนคืนทรัพย์สิน การถูกบังคับให้ควบรวมกิจการ การผูกขาดกับรัฐบาล และการควบคุมราคาและการเก็บภาษี (2) ความไม่แน่นอนของสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง (3) การขึ้นกับการส่งออกและให้ความสำคัญกับการค้าระหว่างประเทศ (4) ตลาดมีความผันผวนสูง ขาดสภาพคล่อง มีปริมาณการซื้อขายต่ำ และขนาดเล็ก (5) ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน (6) ความเสี่ยงในการเกิดภาวะเงินเฟ้อ (7) การควบคุมการลงทุนในต่างประเทศ และข้อจำกัดในการส่งเงินกลับประเทศและการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ และ/หรือข้อบังคับในการซื้อขายของนักลงทุนต่างประเทศ (8) ความเสี่ยงที่รัฐบาลจะหยุดให้ความช่วยเหลือด้านการปฏิรูปเศรษฐกิจ หรือกำหนดรูปแบบเศรษฐกิจ (9) ความแตกต่างในการจัดทำบัญชี ความแตกต่างของมาตรฐาน วิธีการ ขั้นตอน และการเปิดเผยการตรวจสอบและการจัดทำรายงานทางการเงิน ซึ่งทำให้ข้อมูลของผู้ออกตราสารไม่ครบถ้วนหรือล่าช้า (10) ความไม่ครอบคลุมของกฎหมาย (11) การคืนเงินในการซื้อขายตราสารใช้ระยะเวลานานและไม่มีความน่าเชื่อถือ (12) ไม่มีการป้องกันผ่านการจดทะเบียนหลักทรัพย์ (13) กฎหมายเกี่ยวกับหน้าที่ของพนักงานผู้รับมอบหมายและผู้บริหาร และการปกป้องผู้ถือหุ้นยังไม่ได้รับการพัฒนา (14) ขั้นตอนการทำงานและการออกเสียงในที่ประชุมผู้ถือหุ้นยังมีรูปแบบที่ไม่เป็นทางการ 10) ความเสี่ยงจากการใช้แบบจำลอง กองทุนมีการบริหารโดยใช้กลยุทธ์เชิงปริมาณ (Quantitative management strategy) โดยการสร้างแบบจำลองการวิเคราะห์ข้อมูลในอดีต อย่างไรก็ตาม หากตลาดการเงินเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ แบบจำลองที่กองทุนนำมาใช้บริหารในปัจจุบันอาจไม่สามารถที่จะพยากรณ์ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นในอนาคตได้ และอาจก่อให้เกิดความผิดพลาดในการบริหารกองทุน การสรุปสาระสำคัญในส่วนของกองทุน LO Funds – All Roads Growth (กองทุนหลัก) ได้ถูกคัดเลือกมาเฉพาะส่วนที่สำคัญและจัดแปลมาจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ ดังนั้น ในกรณีที่มีความแตกต่างหรือไม่สอดคล้องกับฉบับภาษาอังกฤษให้ถือตามต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นเกณฑ์ ทั้งนี้ หากกองทุนหลักมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลข้างต้นใดๆ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงข้อมูลดังกล่าวเพื่อให้สอดคล้องกับกองทุนหลัก ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุนในประเทศ : ส่วนที่ 1 : ตราสาร TS (transferable securities) ส่วนที่ 2 : ทรัพย์สินประเภทหน่วย CIS หน่วย Infra และหน่วย property ส่วนที่ 3 : ทรัพย์สินประเภทเงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก ส่วนที่ 4 : ธุรกรรมประเภทการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (reverse repo) ส่วนที่ 5 : ธุรกรรมประเภทการให้ยืมหลักทรัพย์ (securities lending) ส่วนที่ 6 : ธุรกรรมประเภท derivatives ส่วนที่ 7 : ทรัพย์สินประเภทหน่วย private equity ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุนในต่างประเทศ : ส่วนที่ 1 : ตราสาร TS (transferable securities) ส่วนที่ 2 : ทรัพย์สินประเภทหน่วย CIS หน่วย Infra และหน่วย property ส่วนที่ 3 : ทรัพย์สินประเภทเงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก ส่วนที่ 4 : ธุรกรรมประเภทการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (reverse repo) ส่วนที่ 5 : ธุรกรรมประเภทการให้ยืมหลักทรัพย์ (securities lending) ส่วนที่ 6 : ธุรกรรมประเภท derivatives ส่วนที่ 7 : ทรัพย์สินประเภทหน่วย private equity อัตราส่วนการลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น เพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวม : เป็นไปตามประกาศ ยกเว้นหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินดังต่อไปนี้ ที่มีอัตราส่วนการลงทุนน้อยกว่าอัตราส่วนที่ประกาศการลงทุนกำหนด ส่วนที่ 1 : อัตราส่วนการลงทุนที่คำนวณตามผู้ออกทรัพย์สินหรือคู่สัญญา (single entity limit) ข้อ ประเภททรัพย์สิน อัตราส่วน (% ของ NAV) 1 ตราสารภาครัฐต่างประเทศ กรณีมี credit rating อยู่ในระดับ investment grade แต่ตํ่ากว่า 2 อันดับแรก ไม่เกิน 35% 2 เงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก ไม่เกิน 20% 3 ตราสารที่มีลักษณะครบถ้วนดังนี้ 1. เป็นตราสารหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน SN หรือศุกูก ที่ผู้ออกจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือสาขาของ ธพ.ต่างประเทศที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจ ธพ.ในประเทศไทย 2. เป็นตราสารที่มีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งดังนี้ 2.1 ผู้ออกเป็นบริษัทจดทะเบียน 2.2 ผู้ออกมีการเปิดเผยข้อมูลเป็นการทั่วไปโดยมีรายละเอียดตามแบบ filing 2.3 ในกรณีที่เป็นตราสารที่มีกำหนดวันชำระหนี้น้อยกว่าหรือเท่ากับ 397 วัน นับแต่วันที่ลงทุน และไม่ได้มีลักษณะตาม 2.1 หรือ 2.2 ผู้มีภาระผูกพันตามตราสารดังกล่าวต้องเป็นบุคคลดังนี้ 2.3.1 ธพ. บง. หรือ บค. ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน 2.3.2 ธนาคารออมสิน 2.3.3 ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 2.3.4 ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร 2.3.5 บรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย 2.3.6 ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย 2.3.7 ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย 2.3.8 ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย 2.3.9 บล. 3. เสนอขายในประเทศไทย 4. ในกรณีที่เป็นตราสารที่มีกำหนดวันชำระหนี้มากกว่า 397 วัน นับแต่วันที่ลงทุน ต้องขึ้นทะเบียนหรืออยู่ในระบบของ regulated market ไม่เกินอัตราดังนี้ แล้วแต่อัตราใดจะสูงกว่า 10% หรือ น้ำหนักของตราสารที่ลงทุนใน benchmark + 5% 4 ทรัพย์สินดังนี้ 1. ตราสารทุนที่จดทะเบียนซื้อขายในกระดานซื้อขายหลักทรัพย์สำหรับผู้ลงทุนทั่วไปของ SET หรือของตลาดซื้อขายหลักทรัพย์ต่างประเทศ (แต่ไม่รวมถึงตราสารทุนที่ผู้ออกตราสารอยู่ระหว่างดำเนินการแก้ไขเหตุที่อาจทำให้มีการเพิกถอนการเป็นหลักทรัพย์ซื้อขายใน SET หรือในตลาดซื้อขายหลักทรัพย์ต่างประเทศ) 2. ตราสารทุนที่ออกโดยบริษัทที่จัดตั้งขึ้นไม่ว่าตามกฎหมายไทยหรือกฎหมายต่างประเทศ ซึ่งหุ้นของบริษัทดังกล่าวซื้อขายในกระดานซื้อขายหลักทรัพย์สำหรับผู้ลงทุนทั่วไปของ SET หรือของตลาดซื้อขายหลักทรัพย์ต่างประเทศ (แต่ไม่รวมถึงบริษัทที่อยู่ระหว่างดำเนินการแก้ไขเหตุที่อาจทำให้มีการเพิกถอนหุ้นออกจากการซื้อขายใน SET หรือในตลาดซื้อขายหลักทรัพย์ต่างประเทศ) 3. หุ้นที่อยู่ในระหว่าง IPO เพื่อการจดทะเบียนซื้อขายตาม 6.1 4. ตราสารที่มีลักษณะครบถ้วนดังนี้ 4.1 เป็นตราสารหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน SN หรือศุกูกที่ผู้ออกจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยและเสนอขายตราสารนั้นในต่างประเทศ หรือผู้ออกจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ (แต่ไม่รวมสาขาของ ธพ. ต่างประเทศที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจธพ.ในประเทศไทย) หรือเป็นตราสาร Basel III 4.2 เป็นตราสารที่มีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งดังนี้ 4.2.1 ผู้ออกเป็นบริษัทจดทะเบียนใน SET หรือในตลาดซื้อขายหลักทรัพย์ต่างประเทศ 4.2.2 ผู้ออกมีการเปิดเผยข้อมูลเป็นการทั่วไปโดยมีรายละเอียดตามแบบ filing 4.2.3 ในกรณีที่เป็นตราสารที่มีกำหนดวันชำระหนี้น้อยกว่าหรือเท่ากับ 397 วัน นับแต่วันที่ลงทุน และไม่ได้มีลักษณะตาม 4.2.1 หรือ 4.2.2 ผู้มีภาระผูกพันตามตราสารดังกล่าวต้องเป็นบุคคลดังนี้ 4.2.3.1 บุคคลตามข้อ 2.3.1 – 2.3.9 4.2.3.2 สถาบันการเงินระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเป็นสมาชิก 4.2.3.3 สถาบันการเงินต่างประเทศที่มีลักษณะทำนองเดียวกับบุคคลตามข้อ 4.2.3.1 – 4.2.3.2 4.3 ในกรณีที่เป็นตราสารที่มีกำหนดวันชำระหนี้มากกว่า 397 วัน นับแต่วันที่ลงทุนต้องขึ้นทะเบียนหรืออยู่ในระบบของ regulated market 5. DW 6. reverse repo 7. OTC derivatives 8. หน่วย infra หรือหน่วย property ที่มีลักษณะครบถ้วนดังนี้ 8.1 จดทะเบียนซื้อขายหรืออยู่ในระหว่าง IPO เพื่อการจดทะเบียนซื้อขายในกระดานซื้อขายหลักทรัพย์สำหรับผู้ลงทุนทั่วไปของ SET หรือของตลาดซื้อขายหลักทรัพย์ต่างประเทศ (แต่ไม่รวมถึงหน่วยดังกล่าวที่อยู่ระหว่างดำเนินการแก้ไขเหตุที่อาจทำให้มีการเพิกถอนหน่วยดังกล่าวออกจากการซื้อขายใน SET หรือในตลาดซื้อขายหลักทรัพย์ต่างประเทศ) 8.2 เป็นหน่วยของกองทุนที่ไม่ได้มีลักษณะกระจายการลงทุนในกิจการโครงสร้างพื้นฐาน อสังหาริมทรัพย์ หรือสิทธิการเช่า แล้วแต่กรณี (diversified fund) ตามแนวทางที่สำนักงานกำหนด รวมกันไม่เกินอัตราดังนี้ แล้วแต่อัตราใดจะสูงกว่า 10% หรือ น้ำหนักของทรัพย์สินที่ลงทุนใน benchmark + 5% 5 ทรัพย์สินอื่นนอกเหนือจากที่ระบุในข้อ 1 - ข้อ 4 (SIP) รวมกันไม่เกิน 5% หมายเหตุ : ในกรณีเป็นทรัพย์สินดังนี้ ไม่มีข้อกำหนดเกี่ยวกับ single entity limit ของผู้รับฝาก ผู้ออกตราสารหรือคู่สัญญา แล้วแต่กรณี 1. เงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝากเพื่อการดำเนินงานของกองทุนรวม 2. derivatives on organized exchange ส่วนที่ 2 : อัตราส่วนการลงทุนที่คำนวณตามประเภททรัพย์สิน (product limit) ข้อ ประเภททรัพย์สิน อัตราส่วน (% ของ NAV) 1 ทรัพย์สินดังนี้ 1. B/E P/N หรือ SN ที่มีเงื่อนไขห้ามเปลี่ยนมือแต่กองทุนได้ดำเนินการให้มีการรับโอนสิทธิเรียกร้องในตราสารได้ตามวิธีการที่กฎหมายกำหนด หรือมีเงื่อนไขให้กองทุนสามารถขายคืนผู้ออกตราสารได้ 2. เงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝากที่มีระยะเวลาการฝากเกิน 12 เดือน 3. total SIP ตามข้อ 4 ของส่วนนี้ รวมกันไม่เกิน 25% 2 reverse repo ไม่เกิน 25% 3 securities lending ไม่เกิน 25% 4 total SIP ซึ่งได้แก่ ทรัพย์สิน SIP ในส่วนที่ 1 : อัตราส่วนการลงทุนที่คำนวณตามผู้ออกทรัพย์สินหรือคู่สัญญา (single entity limit) ของประกาศการลงทุน รวมกันไม่เกิน 15% 5 การกู้ยืมเงินเพื่อประโยชน์ในการจัดการลงทุนและบริหารสภาพคล่อง ไม่เกิน 50% 6 derivatives ดังนี้ 1. การเข้าทำธุรกรรม derivatives ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการลดความเสี่ยง (hedging) ไม่เกินมูลค่าความเสี่ยงที่มีอยู่ 2. การเข้าทำธุรกรรม derivatives ที่มิใช่เพื่อการลดความเสี่ยง (non-hedging) global exposure limit มีการจำกัด net exposure ที่เกิดจาการลงทุนใน derivatives โดยมีมูลค่าความเสียงหายสูงสุด (value-at-risk : VaR) : absolute VaR <= 20% ของ NAV
Investment policy as filed with SEC Thailand.
actual = what the AMC currently charges · max = prospectus ceiling (no actual reported). Annual fees aren’t additive with one-time fees.