Krungsri China Tech 10 Plus Fund
KRUNGSRI ASSET MANAGEMENT COMPANY LIMITED · Equity · settlement T+3
✨Invests primarily in equity securities of technology-related companies listed on the Hong Kong Stock Exchange, focusing on high market capitalization and liquidity.
1. กองทุนมีนโยบายลงทุนในตราสารทุน และ/หรือหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับตราสารทุนของบริษัทที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (Hong Kong Stock Exchange: HKEX) ที่การดำเนินธุรกิจมีความเกี่ยวข้องกับธีมเทคโนโลยี โดยกองทุนจะมีการลงทุนที่ส่งผลให้มี net exposure ในตราสารทุนดังกล่าว โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนในสกุลเงินดอลลาร์ฮ่องกง (HKD) กองทุนมุ่งเน้นลงทุนในบริษัทที่อยู่ในดัชนี Hang Seng TECH* หรือหุ้นของบริษัทที่ลักษณะธุรกิจมีความเกี่ยวข้องกับธีมเทคโนโลยี เช่น เทคโนโลยีอัตโนมัติ (Autonomous) คลาวด์ (Cloud) ดิจิทัล (Digital) อีคอมเมิร์ซ (ECommerce) ฟินเทค (FinTech) หรืออินเทอร์เน็ต ที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) อยู่ในระดับสูงและมีสภาพคล่อง ทั้งนี้ กองทุนตั้งเป้าลงทุนในตราสารทุนไม่น้อยกว่า 10 บริษัท แต่จะไม่เกิน 15 บริษัท ขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดและการประเมินของผู้จัดการกองทุน โดยจะมีการปรับสมดุลน้ำหนักการลงทุน (Rebalance) อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง หรือเพิ่มเติมตามความเหมาะสม บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิพิจารณาลงทุนในตราสารทุน และ/หรือหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์อื่นนอกเหนือจากตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงได้ หากบริษัทจัดการพิจารณาแล้วเห็นว่าจะเอื้อประโยชน์ต่อการลงทุน นอกจากนี้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงสกุลเงินที่ลงทุนเป็นสกุลเงินอื่นใดนอกเหนือสกุลเงินดอลลาร์ฮ่องกง (HKD) ในภายหลังก็ได้ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ซึ่งบริษัทจัดการจะคำนึงถึงประโยชน์ของกองทุนเป็นสำคัญ ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะแจ้งผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องให้ผู้ลงทุนทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน กองทุนมีหลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกตราสารทุน และ/หรือหลักทรัพย์ที่ลงทุนดังนี้ ขั้นตอนที่ 1: คัดเลือกตราสารทุน และ/หรือหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับตราสารทุนของบริษัทที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (Hong Kong Stock Exchange: HKEX) หรือจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อื่นที่ได้รับอนุญาตให้เข้าลงทุนได้ โดยพิจารณาว่าเป็นบริษัทที่มีลักษณะธุรกิจเกี่ยวข้องกับธีมเทคโนโลยีที่อยู่ในขอบเขตของดัชนี Hang Seng TECH หรืออยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่มีบทบาทต่อการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในเศรษฐกิจและสังคม และมีแนวโน้มเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว เช่น เทคโนโลยีอัตโนมัติ (Autonomous) คลาวด์ (Cloud) ดิจิทัล (Digital) อีคอมเมิร์ซ (ECommerce) ฟินเทค (FinTech) หรืออินเทอร์เน็ต เป็นต้น ขั้นตอนที่ 2: คัดเลือกหลักทรัพย์จากกลุ่มบริษัทที่ผ่านเกณฑ์ในขั้นตอนที่ 1 โดยพิจารณาจากมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) รวมถึงพิจารณาองค์ประกอบอื่นประกอบด้วย เช่น ความมั่นคงของบริษัท ความน่าเชื่อถือของบริษัท เพื่อจัดลำดับเบื้องต้น ขั้นตอนที่ 3: พิจารณาคัดเลือกหลักทรัพย์จากกลุ่มบริษัทที่ผ่านเกณฑ์ในขั้นตอนที่ 2 ที่มีระดับสภาพคล่องที่เหมาะสม โดยอ้างอิงจากมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน (Average Daily Turnover) เทียบกับขนาดของกองทุน เพื่อให้สามารถบริหารพอร์ตและปรับสัดส่วนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขั้นตอนที่ 4: จากหลักทรัพย์ที่ผ่านการคัดเลือกข้างต้น ผู้จัดการกองทุนจะคัดเลือกบริษัทเป้าหมายที่จะลงทุน จำนวนไม่น้อยกว่า 10 บริษัท แต่ไม่เกิน 15 บริษัทเพื่อสร้างพอร์ตลงทุนในลักษณะถ่วงน้ำหนักเท่ากัน (Equally Weighted) ทั้งนี้ ผู้จัดการกองทุนอาจพิจารณาปัจจัยเพิ่มเติม เช่น อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ความน่าเชื่อถือของการเติบโตทางธุรกิจ ความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม หรือมุมมองจากนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ (Analyst Consensus) จากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ เช่น Bloomberg หรือแหล่งอื่นที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน โดยหากหลักทรัพย์ของบริษัทเป้าหมายหลักทรัพย์ใดมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ เช่น ข่าวสารที่จะส่งผลเชิงลบ รวมถึงหลักทรัพย์ที่ไม่สามารถลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ต้นทุนการลงทุนขั้นต่ำสูงเกินไป มีสภาพคล่องต่ำ หรือมีข้อจำกัดทางเทคนิคอื่น ผู้จัดการกองทุนอาจพิจาณาตัดหลักทรัพย์ของบริษัทที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญรวมถึงหลักทรัพย์ที่ไม่สามารถลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพดังกล่าวออก แล้วเปลี่ยนรายชื่อหลักทรัพย์ที่ลงทุนเป็นหลักทรัพย์อื่นในลำดับถัดไปแทน นอกจากนี้ ในบางขณะกองทุนอาจมีการลงทุนในกองทุนรวมอีทีเอฟ (ETF) ที่มีนโยบายเน้นลงทุนในตราสารทุนของบริษัทที่อยู่ในดัชนี Hang Seng TECH เพื่อช่วยกระจายความเสี่ยงจากการลงทุน โดยจะลงทุนในกองทุนรวมอีทีเอฟดังกล่าวเมื่อรวมทุกกองทุนแล้ว โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน *ดัชนี Hang Seng TECH เป็นดัชนีที่สะท้อนการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นของ 30 บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่สุดที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงซึ่งมีการดำเนินธุรกิจที่มีความเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี โดยมีลักษณะดังนี้ • อยู่ในหมวดอุตสาหกรรม: อุตสาหกรรม (Industrials) สินค้าอุปโภคบริโภคไม่จำเป็น (Consumer Discretionary) สุขภาพ (Healthcare) การเงิน (Financials) หรือ เทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology) • มีการดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับธีมเทคโนโลยี ได้แก่ เทคโนโลยีอัตโนมัติ (Autonomous) คลาวด์ (Cloud) ดิจิทัล (Digital) อีคอมเมิร์ซ (ECommerce) ฟินเทค (FinTech) หรืออินเทอร์เน็ต (รวมถึงโทรศัพท์มือถือ) • ใช้วิธีการถ่วงน้ำหนักตามมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Free-Float Market Capitalization) และมีการกำหนดเพดานน้ำหนักของแต่ละบริษัท 2. ส่วนที่เหลืออาจพิจารณาลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ในตราสารทุน ตราสารหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตราสารทางการเงิน เงินฝากและ/หรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก ศุกูก ใบสำคัญแสดงสิทธิ์อนุพันธ์ ตราสาร Basel III ทองคำ น้ำมันดิบ สินค้าโภคภัณฑ์ หน่วย private equity หน่วยลงทุนของกองทุน เช่น หน่วย CIS หน่วยลงทุนของกองทุนอสังหาริมทรัพย์ / REITs หน่วยลงทุนของกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน (Infra) หรือกองทุนรวมอีทีเอฟ (ETF) เป็นต้น ตลอดจนอาจพิจารณาลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามที่สำนักงาน ก.ล.ต. ประกาศกำหนดให้ลงทุนได้ และกองทุนอาจทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ (Securities Lending) หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด 3. กองทุนอาจจะลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non – investment grade) หรือตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) โดยมีสัดส่วนการลงทุนในตราสารดังกล่าวรวมกันไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และอาจลงทุนในตราสารทุนของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ (Unlisted securities) โดยมีสัดส่วนการลงทุนไม่เกินร้อยละ 15 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนในตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured note) โดยให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของสำนักงาน ก.ล.ต. 4. กองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่นซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ (กองทุนปลายทาง) ในสัดส่วนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยการลงทุนในหน่วยลงทุนดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนของกองทุนซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข ที่สำนักงาน ก.ล.ต. กำหนด หรือกฎหมายอื่นใดที่เกี่ยวข้อง หรือประกาศอื่นใดที่เกี่ยวข้องและ/หรือที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมในอนาคต ทั้งนี้ กองทุนปลายทางสามารถลงทุนต่อในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่นที่อยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการต่อไปได้อีกไม่เกิน 1 ทอด และไม่อนุญาตให้กองทุนปลายทางและกองทุนรวมอื่น ลงทุนย้อนกลับในกองทุนต้นทาง (circle investment) ได้ 5. กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเงิน (Fx hedging) หรือไม่ก็ได้ โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน (Dynamic hedging) ซึ่งจะพิจารณาจากสภาวการณ์ของตลาดและปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น ทิศทางของอัตราแลกเปลี่ยน หรือค่าใช้จ่าย เป็นต้น ตามความเหมาะสมในแต่ละขณะ นอกจากนี้ กองทุนอาจเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (efficient portfolio management) ซึ่งรวมถึงการป้องกันความเสี่ยง (Hedging) จากการลงทุน โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัทจัดการ ได้แก่ การทำสัญญาสวอปและ/หรือสัญญาฟอร์เวิร์ดที่อ้างอิงกับอัตราดอกเบี้ย / อัตราแลกเปลี่ยน / credit เช่น credit rating หรือ credit event และ/หรือทรัพย์สินที่กองทุนสามารถลงทุนได้ ซึ่งพิจารณาจากสภาวะการณ์ของตลาด กฎระเบียบ หรือข้อบังคับ และปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น แนวโน้มและทิศทางราคาของหลักทรัพย์ที่ลงทุน การคาดการณ์เหตุการณ์ที่อาจจะส่งผลกระทบเชิงลบอย่างมีนัยสำคัญของกองทุน และค่าใช้จ่ายในการเข้าทำธุรกรรมสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป็นต้น ทั้งนี้ หากสินทรัพย์อ้างอิงมีความผันผวน หรือทิศทางการลงทุนไม่เป็นไปตามคาด หรือคู่สัญญาที่ทำธุรกรรมไม่สามารถชำระภาระผูกพันได้ตามกำหนดเวลา อาจทำให้กองทุนไม่ได้รับผลตอบแทนตามที่คาดหวัง หรือขาดทุนจากการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าได้ อย่างไรก็ตามบริษัทจัดการจะพิจารณาปรับเปลี่ยนการลงทุนหรือการเข้าทำธุรกรรมให้เหมาะสมกับสถานการณ์ มีการวิเคราะห์และติดตามปัจจัยที่มีผลกระทบต่อราคาสินทรัพย์อ้างอิง รวมถึงพิจารณาความน่าเชื่อถือของคู่สัญญาก่อนทำธุรกรรม โดยจะเน้นทำธุรกรรมกับคู่สัญญาที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ 6. บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตให้เป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund) หรือกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds) หรือสามารถกลับมาเป็นกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในตราสาร และ/หรือหลักทรัพย์ต่างประเทศได้ โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (risk profile) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตลาด โดยเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงประเภทกองทุนรวมดังกล่าว โดยประกาศผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ และเว็บไซต์ของผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (ถ้ามี) 7. ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วย ทั้งนี้ โดยจะคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ (1) ช่วงระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม (2) ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนเลิกกองทุนรวม (3) ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืน หรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ
Investment policy as filed with SEC Thailand.
Actual charged, per year
actual = what the AMC currently charges · max = prospectus ceiling (no actual reported). Annual fees aren’t additive with one-time fees.