United Private Infrastructure Fund Not for Retail Investors
UOB ASSET MANAGEMENT (THAILAND) COMPANY LIMITED · Other · settlement T+45
↳ Invests in EQT Nexus Fund SICAV - ENIF · ลักเซมเบิร์ก
✨Invests primarily in the EQT Nexus Fund SICAV - ENIF, focusing on Euro-denominated assets and may utilize derivatives for risk management.
1. กองทุนจะเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ ชื่อ EQT Nexus Fund SICAV - ENIF (กองทุนหลัก) ในชนิดหน่วยลงทุน I EUR-Z เพียงกองทุนเดียว โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยกองทุนหลักเป็นกองทุนที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของประเทศลักเซมเบิร์ก (Luxembourg) ในรูปแบบ Société d' Investissement à Capital Variable (SICAV) และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ Commission de Surveillance du Secteur Financier (CSSF) และบริหารจัดการโดย EQT Fund Management S.à r.l. ทั้งนี้ กองทุนมีนโยบายการลงทุนซึ่งจะส่งผลให้มี net exposure ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน บริษัทจัดการจะทําการซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนหลักในรูปสกุลเงินยูโร (EUR) โดยกองทุนหลักจะนําเงินสกุลยูโร (EUR) ไปลงทุนในหลักทรัพย์ในรูปสกุลเงินยูโร (EUR) และ/หรือในสกุลเงินอื่นใด 2. กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน (FX Hedging) ของกองทุน ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน โดยการลงทุนหรือเข้าเป็นคู่สัญญาในธุรกรรมสัญญาซื้อขายล่วงหน้าดังกล่าว อาจพิจารณาจากภาวะตลาดและการลงทุนในแต่ละขณะ ทิศทางอัตราแลกเปลี่ยนและ/หรือปัจจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ การทำธุรกรรมดังกล่าวอาจมีต้นทุนป้องกันความเสี่ยงซึ่งอาจทำให้ผลตอบแทนของกองทุนโดยรวมลดลงจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) และ/หรือป้องกันความเสี่ยง (Hedging) ด้านอื่นของกองทุนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ซึ่งการลงทุนหรือเข้าเป็นคู่สัญญาในธุรกรรมสัญญาซื้อขายล่วงหน้าดังกล่าว ได้แก่ การทำสัญญาสวอป และ/หรือฟอร์เวิร์ดที่อ้างอิงกับอัตราแลกเปลี่ยน (FX Hedging) และ/หรือตราสารทุน และ/หรืออัตราดอกเบี้ย ซึ่งอาจพิจารณาจากภาวะตลาดและการลงทุนในขณะนั้นๆ และ/หรือปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกฎระเบียบ ข้อบังคับต่างๆ ตามหลักเกณฑ์ที่ประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด ทั้งนี้ การใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงอาจมีต้นทุนสำหรับการทำธุรกรรมป้องกันความเสี่ยง โดยอาจทำให้ผลตอบแทนของกองทุนโดยรวมลดลงจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ หากราคาหลักทรัพย์อ้างอิงมีความผันผวนหรือทิศทางการลงทุนไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้หรือคู่สัญญาที่ทำธุรกรรมไม่สามารถชำระภาระผูกพันได้ตามกำหนดเวลาอาจทำให้กองทุนขาดทุนจากการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าได้ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของแนวทางการบริหารความเสี่ยงดังกล่าว บริษัทจัดการจะพิจารณาปรับเปลี่ยนการลงทุนหรือการเข้าทำธุรกรรมให้เหมาะสมกับสถานการณ์รวมถึงจะทำการวิเคราะห์และติดตามปัจจัยที่มีผลกระทบต่อราคาหลักทรัพย์อ้างอิงและจะพิจารณาความน่าเชื่อถือของคู่สัญญาก่อนทำธุรกรรมโดยจะเน้นทำธุรกรรมกับคู่สัญญาที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ กองทุนไทยอาจพิจารณาลงทุนในหรือทำธุรกรรม โดยมีฐานะการลงทุนสูงสุด (Maximum limit) ในการลงทุนหรือการทำธุรกรรม ดังนี้ (1) กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้ารวมถึงตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง ทั้งนี้ เฉพาะส่วนที่มีลักษณะเป็นสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยพิจารณาตามมูลค่าธุรกรรมตามหน้าสัญญาของสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยมีสัดส่วนการลงทุนไม่เกินร้อยละ 100 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (2) กองทุนอาจกู้ยืมเงินหรือทำธุรกรรมการขายโดยมีสัญญาซื้อคืน (Repo) เพื่อประโยชน์ในการจัดการลงทุนของกองทุนรวม ไม่เกินร้อยละ 50 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และ/หรือประกาศที่เกี่ยวข้องกำหนด และ/หรือที่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติม (3) กองทุนอาจลงทุนในหน่วย private equity ไม่เกินร้อยละ 150 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ อย่างไรก็ตาม กองทุนจะไม่ลงทุนหรือทำธุรกรรมการขายหลักทรัพย์ที่ต้องยืมหลักทรัพย์มาเพื่อการส่งมอบ (Short Sale) ส่วนที่เหลือ กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในตราสารหนี้ ตราสารทุน ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตราสารทางการเงินอื่น ๆ และ/หรือเงินฝาก ที่เสนอขายทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศ และอาจลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าระดับที่สามารถลงทุนได้ (Non-Investment grade) และ/หรือตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) และ/หรือตราสารทุนของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) และ/หรืออาจเข้าทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ และ/หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) และ/หรือตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) และกองทุนอาจลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์อื่นหรือทรัพย์สิน และ/หรือหาดอกผลโดยวิธีการอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด หรือเห็นชอบให้กองทุนลงทุนได้ 3. กองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่นซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ ในอัตราส่วนไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยการลงทุนในหน่วยลงทุนดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนของกองทุน ทั้งนี้ กองทุนรวมอื่นซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ สามารถลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนปลายทางต่อไปได้อีกไม่เกิน 1 ทอด และ/หรือตามหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขที่สํานักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กําหนด ทั้งนี้ กองทุนปลายทางไม่สามารถลงทุนย้อนกลับในกองทุนต้นทางได้ (Circle inverstment) อนึ่ง ในกรณีที่กองทุนปลายทางมีการขอมติ ห้ามมิให้กองทุนต้นทางลงมติให้กองทุนปลายทาง 4. ในกรณีที่กองทุนมีการลงทุนในกองทุนหลักไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก หากกองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะดังต่อไปนี้ (1) มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ วันใดวันหนึ่งลดลงเกินกว่า 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก หรือ (2) ยอดรวมของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลักลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกัน คิดเป็นจำนวนเกินกว่า 2 ใน 3ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก ในกรณีที่กองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะดังกล่าวบริษัทจัดการจะดำเนินการดังต่อไปนี้ 5. ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุน เรื่องการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วยก็ได้ ทั้งนี้ โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ (1) ช่วงระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม (2) ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนครบอายุโครงการหรือก่อนเลิกกองทุนรวม (3) ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมเป็นกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในตราสาร และ/หรือหลักทรัพย์ดังกล่าวข้างต้น หรือกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds) หรือสามารถกลับมาเป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund) ได้ โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (risk profile) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน โดยขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตลาด ณ ขณะนั้น และต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน ทั้งนี้ หากมีการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวบริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน ก่อนการแก้ไขโครงการผ่านการประกาศทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ หรือช่องทางอื่นตามความเหมาะสม * จัดตั้งขึ้นในรูปแบบห้างหุ้นส่วนจำกัดพิเศษในประเทศลักเซมเบิร์ก วัตถุประสงค์เพื่อรองรับการลงทุนของกองทุนทางอ้อม (Indirect Investment) ในสินทรัพย์โครงสร้างพื้นฐานนอกตลาดของกองทุนหลักตามนโยบายและกลยุทธ์การลงทุนของกองทุนหลัก สนับสนุนให้การลงทุนสินทรัพย์นอกตลาดมีความยืดหยุ่น มีความคล่องตัว รวมไปถึงเอื้ออำนวยให้การลงทุนมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลักษณะสำคัญของกองทุน EQT Nexus Fund SICAV - ENIF (กองทุนหลัก) ชื่อกองทุน EQT Nexus Fund SICAV - ENIF (“ENIF”) ชนิดหน่วยลงทุน Class I EUR-Z สกุลเงิน ยูโร (EUR) ประเทศที่จดทะเบียน ลักเซมเบิร์ก (Luxembourg) หน่วยงานที่กำกับดูแลด้านหลักทรัพย์ Commission de Surveillance du Secteur Financier (the “CSSF”) บริษัทจัดการกองทุน EQT Fund Management S.à r.l. วันที่จัดตั้งกองทุน 24 มกราคม 2568 วันที่จัดตั้งชนิดหน่วยลงทุน 24 มกราคม 2568 วัตถุประสงค์การลงทุน มุ่งเน้นการสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมกับความเสี่ยง และการเติบโตของเงินทุนในระยะกลางถึงระยะยาว นโยบายและกลยุทธ์การลงทุน ENIF เป็นกองทุนเปิดที่มุ่งเน้นการสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมกับความเสี่ยง และการเติบโตของเงินลงทุนในระยะกลางถึงระยะยาวสำหรับผู้ลงทุน โดยจัดสรรการลงทุนในหลากหลายรูปแบบ ซึ่งรวมถึง (i) กองทุนหลักจะนำเงินลงทุน (capital commitments) ไปลงทุนในกองทุนโครงสร้างพื้นฐานของ EQT และในบางกรณีกองทุนหลักอาจสามารถลงทุนหรือมีไว้ซึ่งทรัพย์สิน และ/หรือผลประโยชน์อื่นใดที่มีอยู่ในกองทุนโครงสร้างพื้นฐานของ EQT ได้โดยตรงในตลาดรอง (secondary market) ได้ (รูปแบบ “การลงทุนในกองทุน - Fund Investments”) (ii) การมีส่วนร่วมในการร่วมลงทุนกับกองทุน EQT (หรือ“การร่วมลงทุน: Co-Investments”) ซึ่งเป็นการมีส่วนร่วมในโอกาสการร่วมลงทุนกับกองทุน EQT อย่างน้อยหนึ่งสินทรัพย์หรือมากกว่านั้น โดยกระจายการลงทุนไปยังแต่ละกลยุทธ์ (focused strategies) ของกองทุนโครงสร้างพื้นฐานของ EQT ซึ่งอาจมีปรับปรุง หรือเปลี่ยนแปลงได้ กองทุนหลักจะลงทุนทั้งทางตรงและทางอ้อม ทั้งหมดหรือส่วนใหญ่ผ่าน ENIF Aggregator SCSp เพื่อลงทุนหรือถือครองทรัพย์สินการลงทุนของกองทุนหลักทางอ้อม เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์การลงทุนของกองทุนหลัก (โดย Aggregator ดังกล่าวจัดตั้งขึ้นในฐานะห้างหุ้นส่วนจำกัดพิเศษ ในประเทศลักเซมเบิร์ก (société en commandite spéciale)) โดยกองทุนหลัก (ENIF) และ ENIF Aggregator SCSp อาจลงทุนผ่านนิติบุคคลเฉพาะกิจ (SPV: special purpose vehicles) หรือ เครื่องมือการลงทุนอื่นๆ ได้ กองทุนหลักอาจพิจารณาลงทุนในหรือทำธุรกรรม โดยมีฐานะการลงทุนสูงสุด (Maximum limit) ในการลงทุนหรือการทำธุรกรรม ดังนี้ (1) กองทุนหลักอาจลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management (EPM) และตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) เฉพาะส่วนที่มีลักษณะเป็นสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยมีสัดส่วนการลงทุนไม่เกินร้อยละ 30 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (2) กองทุนหลักอาจกู้ยืมเงินหรือทำธุรกรรมการขายโดยมีสัญญาซื้อคืน (Repo) เพื่อประโยชน์ในการจัดการลงทุน ได้ไม่เกินร้อยละ 30 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (3) กองทุนหลักอาจลงทุนในหน่วย Private Equity ได้ไม่เกินร้อยละ 100 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ อย่างไรก็ตาม กองทุนหลักจะไม่ทำธุรกรรมการขายหลักทรัพย์ที่ต้องยืมมาเพื่อส่งมอบ (Short Sale) เป้าหมายการจัดสรรเงินลงทุน กองทุนหลักมีการเป้าหมายในการจัดสรรเงินลงทุน ดังนี้ (1) ลงทุนในรูปแบบ Fund Investments ซึ่งเป็นการลงทุนในกองทุนโครงสร้างพื้นฐานที่ EQT เป็นผู้บริหารจัดการ ให้คำแนะนำ และ/หรือดำเนินการ รวมถึงกองทุนอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับ EQT (2) การร่วมลงทุนกับกองทุนโครงสร้างพื้นฐานของ EQT (Co-investments) ในส่วนของการลงทุนในบางพอร์ตโฟลิโอ (specific portfolio investments) ในกองทุนโครงสร้างพื้นฐานของ EQT จะดำเนินการตามดุลยพินิจ (discretionary basis) ของผู้จัดการกองทุน กองทุนหลักจะพยายามจัดสรรเงินดังกล่าวโดยลงทุนในสินทรัพย์โครงสร้างพื้นฐานนอกตลาดหรือบริษัทโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่มุ่งเน้นกลยุทธ์โครงสร้างพื้นฐานนอกตลาดที่มีความหลากหลายและแตกต่างกันออกไปของ EQT (ซึ่งกลยุทธ์เหล่านี้อาจเปลี่ยนแปลงไปได้ตามช่วงเวลา) ซึ่งการลงทุนเริ่มต้นของกองทุนหลักไม่จำกัดการลงทุนเฉพาะในกลยุทธ์หรือกลุ่มธุรกิจของ EQT (EQT business lines) ต่อไปนี้ EQT Value-Add Infrastructure : เป็นกลยุทธ์กลุ่มสร้างมูลค่าเพิ่มโครงสร้างพื้นฐาน โดยมุ่งเน้นการลงทุนในกลุ่มสินทรัพย์หรือบริษัทโครงสร้างพื้นฐานที่มีศักยภาพการเติบโตและศักยภาพในการสร้างมูลค่าเพิ่มได้อย่างมีนัยสำคัญ EQT Active Core Infrastructure : เป็นกลยุทธ์กลุ่ม Active Core โครงสร้างพื้นฐาน เพื่อขยายขอบเขตการลงทุนของ EQT Infrastructure โดยหาโอกาสการลงทุนที่น่าสนใจ มุ่งเน้นลงทุนในสินทรัพย์โครงสร้างพื้นฐานที่มีความเสี่ยงต่ำและผลตอบแทนที่คาดการณ์ได้ EQT Transition Infrastructure : เป็นกลยุทธ์กลุ่มโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการเปลี่ยนแปลงพลังงาน ที่มุ่งลงทุนในบริษัทโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงพลังงานต่าง ๆ ที่ช่วยขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงไปสู่พลังงานสะอาดและเศรษฐกิจหมุนเวียน ในส่วนของการลงทุนหรือถือครองสินทรัพย์สภาพคล่อง (Liquidity Sleeve) กองทุนหลักจะลงทุนในตราสารหนี้ทั้งในและนอกตลาด และรวมถึงเงินสดหรือหลักทรัพย์อื่นใด ประมาณร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก เพื่อไว้แบ่งส่วนรายได้ (provide income) เพื่อการใช้จ่ายเงินทุน (capital deployment) และทำหน้าที่เป็นแหล่งสภาพคล่อง (source of liquidity) โดยการดำเนินการดังกล่าวขึ้นกับดุลยพินิจ (discretionary basis) ของผู้จัดการกองทุน ข้อมูลข้างต้นเป็นเพียงการแสดงถึงเป้าหมายและจุดมุ่งหมายในการจัดสรรโดยรวมเท่านั้น การจัดสรรการลงทุนจริงอาจแตกต่างออกไปได้ขึ้นอยู่กับแต่ละช่วงเวลา และอาจเกินกว่าที่ระบุไว้หรือแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญจากที่กล่าวถึงข้างต้นได้ กรอบการลงทุนในกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน (EQT Investments in EQT Infrastructure Funds) กองทุนโครงสร้างพื้นฐานนอกตลาดแต่ละกลยุทธ์ของ EQT มักจะมีการจัดตั้งเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดอย่างน้อยหนึ่งหรือหลายแห่ง ซึ่งสมาชิกหนึ่งหรือหลายคนของบริษัท EQT จะทำหน้าที่เป็นหุ้นส่วนสามัญ (General Partner) ผู้จัดการ (Manager) และ/หรือผู้ดำเนินการ (Operator) และอาจรับนักลงทุนบุคคลที่สามเข้ามาเป็นหุ้นส่วนจำกัด ในกรณีที่กองทุนหลักมีการลงทุนในรูปแบบ Fund Investment หรือลงทุนในกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน กองทุนหลักจะเข้าร่วมลงทุนในฐานะหุ้นส่วนจำกัดของนักลงทุนหรือบุคคลที่สามที่เป็นหุ้นส่วนจำกัดในกองทุนโครงสร้างพื้นฐานแต่ละกองทุนที่เกี่ยวข้องหรือลงทุน กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน EQT มักเป็นกองทุนแบบปิด และโดยทั่วไปมีระยะเวลาที่ไม่ต่ำกว่า 10 ถึง 12 ปี แม้ว่าอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามกลยุทธ์เฉพาะของกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน EQT และระยะเวลาของกองทุนดังกล่าวมักอยู่ภายใต้เงื่อนไขให้สามารถมีการขยายระยะเวลาลงทุน ซึ่งนอกจากการลงทุนโดยตรงในกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน EQT แล้ว ในบางกรณีอาจมีการเข้าลงทุนโดยการซื้อขายในตลาดรองเพื่อเข้าถือครองผลประโยชน์ที่มีอยู่ในกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน EQT ที่มีการจัดตั้งขึ้น และในกรณีนี้คาดว่าจะมีส่วนร่วมลงทุนก่อนการครบระยะเวลาของกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน EQT ดังกล่าว กรอบการร่วมลงทุนกับกองทุน EQT (Co-Investments alongside EQT Funds) กองทุนสามารถร่วมลงทุน (Co-Investments) ในสินทรัพย์การลงทุนในสินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่งหรือมากกว่าหนึ่งสินทรัพย์ ควบคู่ไปกับกองทุนโครงสร้างพื้นฐานที่บริหารโดย EQT ได้ตามโอกาสที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงเวลา ซึ่งโดยทั่วไปในโอกาสการลงทุนที่เกิดขึ้นแต่ละครั้ง เมื่อหุ้นส่วนสามัญ (General Partner) ผู้จัดการ (Manager) และ/หรือผู้ดำเนินการ (Operator) ของกองทุนโครงสร้างพื้นฐานของ EQT เห็นว่าเป็นโอกาสในการร่วมลงทุนคู่ไปกับกองทุนโครงสร้างพื้นฐานของ EQT ในกรณีที่กองทุนเข้าลงทุนในรูปแบบของ Co-Investments โดยทั่วไปการร่วมลงทุนดังกล่าวเป็นการลงทุนในระยะยาว และขายออกได้ตามเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องตามที่กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน EQT นั้นกำหนด ซึ่ง Co-Investments จะถูกเสนอโดยดุลยพินิจของหุ้นส่วนสามัญ (General Partner) ผู้จัดการ (Manager) และ/หรือผู้ดำเนินการ (Operator) ของกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน EQT ดังกล่าว และหุ้นส่วนสามัญ (General Partner) ผู้จัดการ (Manager) และ/หรือผู้ดำเนินการ (Operator) ไม่มีข้อผูกพันในการเสนอให้กับกองทุนหรือผู้ถือหุ้น ทั้งนี้การลงทุนในกองทุนไม่ได้ให้อำนาจผู้ถือหุ้นในการได้รับการจัดสรรโอกาสการร่วมลงทุน (โดยตรงหรือผ่านการเป็นผู้ถือหุ้นในกองทุน) ในขณะที่ผู้จัดการจะกำหนดสิทธิในฐานะผู้แทนของกองทุนว่าจะเข้าร่วมลงทุนในรูปแบบ Co-Investments ที่เกี่ยวข้องหรือไม่ (โดยคำนึงถึงวัตถุประสงค์และกลยุทธ์การลงทุนของกองทุนหลัก) ผู้จัดการจะไม่มี “สิทธิ” หรือความคิดเห็นในลักษณะที่ว่า Co-Investments ใดจะถูกเสนอให้ (ซึ่งจะถูกกำหนดโดยหุ้นส่วนสามัญ (General Partner) ผู้จัดการ (Manager) และ/หรือผู้ดำเนินการ (Operator) ของกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน EQT ที่เกี่ยวข้องในกรณีที่มีโอกาสการลงทุนในรูปแบบ Co-Investments เกิดขึ้น การบริหารจัดการสภาพคล่อง (Liquidity Management) การถือครองเงินสดมีส่วนช่วยให้ผู้จัดการจัดสรรสภาพคล่องให้กับกองทุนเพื่อรองรับการขายคืนหรือไถ่ถอนหน่วยลงทุน (Service Redemptions) และอำนวยความสะดวกให้แก่กองทุนในการเข้าร่วมลงทุนในระยะสั้น (short-term) กองทุนจะบริหารจัดการหรือเพิ่มประสิทธิภาพของสภาพคล่องผ่านการลงทุนหรือถือครองสินทรัพย์สภาพคล่อง (Liquidity Sleeve) ในขณะเดียวกับที่ยังคงสามารถรักษาระดับการลงทุนไว้อย่างเหมาะสม หรือหากเป็นการลงทุนของกองทุน กองทุนอาจนำจำนวนเงินส่วนที่เหลือหรือที่ยังไม่ลงทุน หรือระหว่างรอลงทุนซึ่งอาจเป็นระยะเวลานานหลายปี เพื่อให้สามารถสร้างผลตอบแทนได้เร็วกว่าที่คาดการณ์ หรือเป็นการลงทุนในระยะสั้น (Bridging Investments) ที่อาจมีการแบ่งคืนผลตอบแทนได้ ทั้งนี้ กองทุนหลักมุ่งที่จะบริหารการใช้เงินลงทุนอย่างเหมาะสม โดยกองทุนจะเก็บเงินสดและสินทรัพย์สภาพคล่อง และจะมีวงเงินเครดิตที่สามารถใช้ได้หากจำเป็นภายใต้เงื่อนไขที่สมเหตุสมผล ให้เพียงพอเพื่อรองรับการเรียกลงทุนจากกองทุนโครงสร้างพื้นฐานของEQT โดยกองทุนหลักตั้งเป้าหมายที่จะมี Liquidity Sleeve สูงสุดที่ระดับร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก ซึ่งอาจลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐและตราสารหนี้ภาคเอกชน ตลอดจนหลักทรัพย์และเงินสดหรือการถือครองหลักทรัพย์ที่คล้ายคลึงกันหรือในลักษณะทำนองเดียวกัน เพื่อความสะดวกในการใช้เงินลงทุน และเป็นแหล่งสภาพคล่องที่อาจเกิดขึ้น และรองรับการถอนเงิน กิจกรรมการลงทุน และหนี้สินของ ENIF (รวมถึง ค่าธรรมเนียม ค่าการจัดการ และค่าใช้จ่าย (รวมถึง Capped Management Allocation) และการเรียกเงินลงทุนจากกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน EQT สำหรับการลงทุน รวมถึงสำหรับ “การคืน (givebacks)” หรือการเรียกผลตอบแทนจากกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน EQT ที่เกิดขึ้น (ถ้ามี) การซื้อหน่วยลงทุน การซื้อหน่วยลงทุนขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัทจัดการ ในเบื้องต้นกำหนดให้ซื้อหน่วยลงทุน เป็น “รายเดือน” ในวันสิ้นเดือนของแต่ละเดือน (last calendar day of each month) ซึ่งปัจจุบันกำหนดให้วันทำรายการซื้อหน่วยลงทุนเป็น “วันทำการแรกของแต่ละเดือน (First Business day of each month)” ตามราคาหรือมูลค่าต่อหน่วยลงทุน (NAV per share) ในวันสิ้นเดือนนั้น ผู้ถือหน่วยลงทุนต้องแจ้งความประสงค์หรือส่งคำสั่งซื้อล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วันทำการก่อนวันสิ้นเดือนนั้น ภายในเวลา 17.00 น. ตามเวลาในยุโรป (Central European Time) หมายเหตุ : การซื้อหน่วยลงทุนอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ขึ้นกับดุลยพินิจของบริษัทจัดการ ค่าธรรมเนียมในการซื้อหน่วยลงทุน (Subscription fee) : ผู้จัดการกองทุน (ในฐานะตัวแทนของคณะกรรมการ) อาจใช้ดุลยพินิจในการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการเข้าลงทุน (upfront subscription fee or similar fees) ได้สูงสุดที่อัตรา ร้อยละ 5 ของจำนวนเงินลงทุน (ก่อนรวมค่าธรรมเนียมการซื้อหรือค่าธรรมเนียมในลักษณะทำนองเดียวกัน) เพื่อประโยชน์ของกองทุน โดยพิจารณาแล้วว่าอัตราการเรียกเก็บนี้เป็นประโยชน์ต่อกองทุนและผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม นอกจากนี้ สถาบันการเงิน (financial intermediaries) ที่เป็นตัวแทนขายหรือเสนอขายกองทุนหลักอาจเรียกเก็บค่าคอมมิชชั่นการขาย ค่าธรรมเนียมการจัดจำหน่าย ค่าธรรมเนียมการซื้อหน่วยลงทุน หรือค่าธรรมเนียมอื่นๆ เพิ่มเติมได้จากผู้ลงทุนหรือผู้ถือหน่วยลงทุนได้ การขายคืนหน่วยลงทุน จะมีการเปิดให้ไถ่ถอนเงินลงทุนหรือขายคืนหน่วยลงทุนเป็น “รายไตรมาส” ในวันสุดท้ายของไตรมาส (last calendar day of the quarter) ตามมูลค่าหรือตามราคาต่อหน่วย (NAV per Share) ในวันสุดท้ายของไตรมาสนั้น ผู้ถือหน่วยลงทุนต้องแจ้งความประสงค์หรือส่งคำสั่งขายคืนหรือไถ่ถอนหน่วยลงทุนอย่างน้อย 30 วันก่อนวันสุดท้ายของไตรมาสนั้น ๆ ภายในเวลา 17.00 น. ตามเวลาในยุโรป (Central European Time) สำหรับช่วงเวลาดังกล่าว การขายคืนหรือไถ่ถอนหน่วยลงทุนสุทธิจะถูกจำกัดไม่เกินร้อยละ 5 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก โดยคำนวณจาก NAV ของกองทุน ณ สิ้นไตรมาสก่อนหน้าวันทำการรับซื้อคืน (Fund NAV as of the end of the calendar quarter prior to the Redemption Date) ยกเว้น ในกรณีที่ผู้จัดการ (ในฐานะตัวแทนของคณะกรรมการ) ใช้ดุลยพินิจอย่างสุจริตในการจำกัดการขายคืนหรือไถ่ถอนหน่วยลงทุนสุทธิให้ต่ำกว่าร้อยละ 5 แต่ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 2.5 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลักของกองทุนดังกล่าว โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของกองทุน ตามดุลยพินิจของผู้จัดการ (ในฐานะตัวแทนของคณะกรรมการ) หน่วยลงทุนอาจถูกปรับลดลงได้ถึงร้อยละ 5 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก (5% deduction of their NAV) ในกรณีที่การขายคืนหรือไถ่ถอนใดๆ โดยที่การหักลดนี้จะเกิดขึ้นหลังจากสิ้นสุดช่วงเวลาที่มีการใช้เงื่อนไขหักลดที่เกิดจากการขายคืนหรือไถ่ถอนหน่วยลงทุน กรณีขายคืนหรือไถ่ถอนหน่วยลงทุนก่อน 18 เดือนนับจากวันเริ่มถือครองหน่วยลงทุน ถึงวันขายคืนหรือไถ่ถอนหน่วยลงทุน กองทุนหลักจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน ในอัตราร้อยละ 5 ของมูลค่าหน่วยลงทุน หากการขายคืนหรือไถ่ถอนหน่วยลงทุนเกินกว่าเกณฑ์การขายคืนหรือไถ่ถอนหน่วยลงทุนสุทธิที่กำหนดไว้ข้างต้น (exceed the Net Redemption limit set out above) จะติดอยู่ภายใต้เงื่อนไขจำกัดการไถ่ถอน “Gates” หรือข้อจำกัดที่คล้ายกัน ซึ่งหมายความว่าการขายคืนหรือไถ่ถอนหน่วยลงทุนไม่สามารถดำเนินการได้เต็มจำนวนหรืออาจไม่สามารถขายคืนหรือไถ่ถอนหน่วยลงทุนได้เลย (เว้นแต่จะมีการกำหนดเป็นอย่างอื่น โดยคณะกรรมการหรือผู้จัดการในฐานะตัวแทนของคณะกรรมการ) การขายคืนหรือไถ่ถอนหน่วยลงทุนอาจถูกปฏิเสธทั้งหมดหรือบางส่วนโดยผู้จัดการ ในกรณีพิเศษ (exceptional circumstances) และไม่ใช่ในลักษณะที่เป็นระบบ (systematic basis) การชำระเงินค่าขายคืนหรือไถ่ถอนหน่วยลงทุน คาดว่าจะได้รับการดำเนินการภายใน 15 วันทำการ (Business Days) หลังจากวันที่ประกาศมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก (NAV Publication Date) อายุโครงการ ไม่กำหนด การจ่ายเงินปันผล ไม่มี การแบ่งจ่ายผลตอบแทน (Distributions) ปัจจุบันผลตอบแทนของกองทุนจะกำหนดเป็นแบบสะสมมูลค่า (accumulation) โดยที่ผลกำไรที่เป็นหน่วยลงทุนเหล่านั้นจะไม่ถูกแบ่งจ่าย แต่จะสะสมมูลค่าไว้โดยกองทุนเพื่อการลงทุนใหม่ๆ (reinvestment) หรือวัตถุประสงค์อื่นๆ ซึ่งการสะสมมูลค่าของ ENIF จะสะท้อนในราคา มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลักต่อหุ้นของหน่วยลงทุนดังกล่าว เว้นแต่คณะกรรมการหรือตัวแทนของคณะกรรมการจะมีดุลยพินิจในการแบ่งจ่ายผลตอบแทนในรูปเงินสด (Cash Distribution) การคำนวนมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน (NAV) รายเดือน (วันสิ้นเดือน) ผู้ดูแลผลประโยชน์ (Depositary and Paying Agent) Bank of New York Mellon SA/NV ดัชนีชี้วัด (Benchmark) ไม่มี Bloomberg Code ไม่มี ISIN Code LU2984100870 Website https://eqtgroup.com/private-wealth/infrastructure/eqt-nexus-infrastructure หมายเหตุ : การเข้าถึงข้อมูลของกองทุนหลักมีข้อจำกัด เนื่องจากกองทุนหลักไม่ได้เสนอขายให้กับสาธารณชนทั่วไป แต่มีการเสนอขายให้กับผู้ลงทุนเฉพาะเจาะจง ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมตามที่กำหนดและเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง เช่น นักลงทุนที่มีศักยภาพ นักลงทุนมืออาชีพหรือมีความเชี่ยวชาญ และตัวกลางทางการเงิน ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายของกองทุนหลักที่สำคัญ ขอบเขตค่าธรรมเนียมการจัดการ (Capped Management Allocation) ค่าธรรมเนียมการจัดการสูงสุด (Capped Management Allocation) ซึ่งจะถูกคำนวณระหว่างค่าธรรมเนียมการจัดการอัตราต่ำสุด จนถึงค่าธรรมเนียมการจัดการอัตราสูงสุด โดยจะกำหนดแตกต่างกันตามชนิดหน่วยลงทุน ทั้งนี้ ค่าธรรมเนียมการจัดการสำหรับชนิดหน่วยลงทุนที่กองทุนลงทุน เรียกเก็บในอัตราสูงสุดไม่เกินร้อยละ 1.25 ต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก ที่ปรับปรุงแล้ว (Adjusted NAV) ปัจจุบันเรียกเก็บร้อยละ 1.25 ต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก ที่ปรับปรุงแล้ว (Adjusted NAV) ค่าธรรมเนียมการจัดการสูงสุดสำหรับหน่วยลงทุนจะเป็นจำนวนที่เท่ากับการคูณของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลักต่อปีของหน่วยลงทุนชนิดนั้น กับค่าธรรมเนียมการจัดการสูงสุดที่ใช้กับหน่วยลงทุนดังกล่าว ค่าธรรมเนียมการจัดการสูงสุดจะถูกคำนวณบนจำนวนหน่วยลงทุนที่ใช้คำนวณบนเงื่อนไขของการขายคืนหรือไถ่ถอนหน่วยลงทุนก่อนกำหนด (Shares subject to an Early Redemption Deduction) โดยจะเป็นจำนวนที่มากที่สุดระหว่าง (a) 1.25% และ (b) อัตราร้อยละของค่าธรรมเนียมการจัดการ โดยค่าธรรมเนียมการจัดการนี้จะคำนวณและเรียกเก็บเป็นรายเดือน (Monthly basis) ค่าธรรมเนียมบริการ (Servicing fee) เป็นค่าธรรมเนียมบริการสำหรับตัวกลางทางการเงิน (financial intermediaries) (ถ้ามี) โดยอัตราค่าธรรมเนียมดังกล่าวเรียกเก็บไม่เกินร้อยละ 0.85 ต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสทธิ ซึ่งจะกำหนดแตกต่างกันตามชนิดหน่วยลงทุน ทั้งนี้ สำหรับชนิดหน่วยลงทุนที่กองทุนลงทุน ไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการบริการนี้ ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของกองทุน (Fund operating expenses) ร้อยละ 0.15 ต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก ประมาณการค่าใช้จ่ายทั้งหมดของกองทุน (Estimate Total Expenses) (ไม่รวม ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในกองทุน และ/หรือร่วมลงทุน) ร้อยละ 1.40 ต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก (ข้อมูลจากกองทุนหลัก ณ เดือนพฤษภาคม 2568) ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในกองทุน และ/หรือร่วมลงทุน ได้แก่ ค่าธรรมเนียม การจัดลำดับส่วนแบ่งกำไร และการแบ่งส่วนแบ่งกำไร (EQT Infrastructure Funds Fees, Priority Profit Share and Carried Interest) กองทุนหลักอาจต้องรับผิดชอบ (โดยทางอ้อม) สำหรับค่าธรรมเนียม ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น และส่วนแบ่งกำไร ลำดับความสำคัญ (หรือเทียบเท่า) รวมถึงผลประโยชน์ที่ได้รับ (หรือเทียบเท่า) ที่เกิดจากการลงทุนในกองทุนโครงสร้างพื้นฐานของ EQT โดยมีเงื่อนไขว่า ส่วนแบ่งกำไร ค่าธรรมเนียมการจัดการ หรือค่าธรรมเนียมในลักษณะทำนองเดียวกันนี้ ที่กองทุนหลักอาจต้องรับผิดชอบในฐานะผู้ลงทุนโดยทางอ้อมในกองทุนโครงสร้างพื้นฐานของ EQT จะต้องถูกจัดสรรตามขอบเขตสูงสุดที่เป็นไปได้ (maximum extent possible) โดยจะต้องเป็นไปตามขอบเขตค่าธรรมเนียมการจัดการ (Capped Management Allocation) หรืออาจใช้อัตราเทียบเคียงในลักษณะอื่น ตามที่ผู้จัดการกำหนด (เว้นแต่ในกรณีที่ผู้จัดการและ/หรือผู้จัดการที่เกี่ยวข้อง ผู้ดำเนินการ หรือที่ปรึกษาของกองทุนโครงสร้างพื้นฐานของ EQT ตกลงว่ากองทุนหลักไม่ต้องรับผิดชอบส่วนใดส่วนหนึ่ง) ค่าธรรมเนียมการร่วมลงทุนและการแบ่งส่วนแบ่งกำไร (Co-Investment Fees and Carried Interest) กองทุนหลักจะต้องรับผิดชอบการจ่ายค่าธรรมเนียมจากการร่วมลงทุน และ/หรือที่เกี่ยวข้องกับการร่วมลงทุนดังกล่าว ในอัตรา 12.5% ของผลตอบแทนรวม (โดยอยู่ภายใต้จำนวนขั้นต่ำ 5% ที่ระดับ High Water Mark 100% ซึ่งจะมีการวัดผลและชำระเงินเป็นรายไตรมาสและสะสมเป็นรายเดือน และปรับ Pro-Rating ตามช่วงเวลา) ทั้งนี้ ไม่เกินร้อยละ 0.30% ต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก อนึ่ง กองทุนหลักอาจเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ ของกองทุนได้ ในกรณีที่กองทุนหลักมีการแก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการ ซึ่งบริษัทจัดการเห็นว่าไม่มีนัยสำคัญ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะแก้ไขเพิ่มเติมโครงการให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของกองทุนหลักโดยถือว่าได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว และจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการโดยพลัน เงื่อนไขอื่นๆ (1) ในกรณีที่ชนิดของหน่วยลงทุน (Class) และ/หรือกองทุนหลักที่กองทุนลงทุนนั้นไม่เหมาะสมอีกต่อไปเช่นกองทุนหลักมีผลการดำเนินงานปรับตัวลดลง และ/หรือไม่เป็นไปตามเป้าหมายการลงทุน และ/หรือที่คาดการณ์ไว้และ/หรือกองทุนหลักมีข้อกำหนด และ/หรือแก้ไข เพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูล หรือการดำเนินการอื่นใดที่อาจส่งผลกระทบต่อกองทุนไทย เป็นต้น และ/หรือ Class หรือกองทุนหลักที่กองทุนลงทุนมีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดจนอาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ เช่น เงื่อนไขการลงทุน นโยบายการลงทุน อัตราค่าธรรมเนียม เป็นต้น และ/หรือ กองทุนหลักที่กองทุนลงทุนมีการกระทำผิดตามความเห็นของหน่วยงานกำกับดูแลของกองทุนต่างประเทศ และ/หรือเมื่อเกิดเหตุการณ์หรือคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบต่างๆ จนอาจส่งผลให้การลงทุนในกองทุนต่างประเทศเป็นภาระต่อผู้ลงทุนเกินจำเป็น เป็นต้น และ/หรือในกรณีที่กองทุนหลักที่กองทุนลงทุนได้เลิกโครงการในขณะที่บริษัทจัดการยังดำเนินการบริหารและจัดการลงทุนกองทุนนี้ ทั้งนี้ เมื่อปรากฏกรณีดังกล่าวข้างต้นบริษัทจัดการขอสงวนสิทธิ โดยเป็นไปตามดุลยพินิจของบริษัทจัดการที่จะพิจารณาเปลี่ยนแปลงชนิดของหน่วยลงทุน (Class) และ/หรือกองทุนหลัก และ/หรือเปลี่ยนแปลงสกุลเงินลงทุนเป็นสกุลเงินอื่นใด รวมถึงแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลในเรื่องอื่นใดที่เกี่ยวข้องเพื่อให้สอดคล้องกับชนิดหน่วยลงทุน และ/หรือกองทุนหลักใหม่ดังกล่าว โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว โดยบริษัทจัดการจะนำเงินไปลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศอื่นใดที่มีนโยบายการลงทุนสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ และ/หรือนโยบายการลงทุนของกองทุน และในการโอนย้ายกองทุนดังกล่าว บริษัทจัดการอาจพิจารณาดำเนินการในครั้งเดียว หรือทยอยโอนย้ายเงินทุน ซึ่งอาจส่งผลให้ ในช่วงเวลาดังกล่าวกองทุนอาจมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนต่างประเทศมากกว่า 1 กองทุน โดยอาจเป็นกองทุนที่บริหารและจัดการลงทุนโดย EQT Fund Management S.à r.l. หรือไม่ก็ได้ และ/หรือขอสงวนสิทธิในการเลิกโครงการจัดการกองทุนนี้โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ทั้งนี้ หากมีการดำเนินการดังกล่าว บริษัทจัดการจะประกาศให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าโดยพลัน (2) ในกรณีที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุน หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือคณะกรรมการ ก.ล.ต. มีการแก้ไขเพิ่มเติมประกาศที่เกี่ยวข้องกับกฎเกณฑ์การลงทุน รวมถึงกฎเกณฑ์การลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือประกาศอื่นใดที่กระทบกับนโยบายการลงทุนของกองทุนนี้ในภายหลัง บริษัทจัดการจะดำเนินการปรับนโยบายการลงทุนดังกล่าวเพื่อให้เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน หรือประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ทั้งนี้ การสรุปสาระสำคัญในส่วนของกองทุนหลักได้ถูกคัดเลือกมาเฉพาะส่วนที่สำคัญและจัดแปลมาจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ ดังนั้น ในกรณีที่มีความแตกต่างหรือไม่สอดคล้องกับต้นฉบับภาษาอังกฤษ ให้ถือตามต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นเกณฑ์
Investment policy as filed with SEC Thailand.
actual = what the AMC currently charges · max = prospectus ceiling (no actual reported). Annual fees aren’t additive with one-time fees.