MFC Metaverse Equity Fund
MFC ASSET MANAGEMENT PUBLIC COMPANY LIMITED · Equity · settlement T+5
✨Invests primarily in global equities and ETFs related to companies involved in the Metaverse, with up to 80% of net assets allocated to these investments.
กองทุนจะลงทุนในตราสารทุน หน่วยลงทุนของกองทุนต่างประเทศ และ/หรือกองทุนรวมอีทีเอฟต่างประเทศ ที่มีนโยบายลงทุนในตราสารทุนต่างประเทศทั่วโลกของบริษัทจดทะเบียนที่มีส่วนร่วมในกิจกรรมหรือการจัดหาผลิตภัณฑ์ บริการ เทคโนโลยี หรือความสามารถทางเทคโนโลยีเพื่อเข้าถึง Metaverse รวมถึงบริษัทที่ได้รับประโยชน์จากการสร้างรายได้ที่เกี่ยวข้องกับ Metaverse โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน สำหรับเงินส่วนที่เหลือ กองทุนอาจลงทุนในหลักทรัพย์ตราสารทางการเงินอื่นๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น ตราสารทุน ตราสารหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน เงินฝาก หรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก ตลอดจนหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด กองทุนมีเป้าหมายการลงทุนเพื่อให้ผลประกอบการสูงกว่าดัชนีชี้วัด (Active Management) โดยมีกระบวนการคัดเลือกหลักทรัพย์ โดยพิจารณาจาก 3 ด้าน ดังนี้ 1. การวิเคราะห์ในเชิงมหภาค (Top-Down) เพื่อคัดเลือกหลักทรัพย์ที่ได้รับประโยชน์จากธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี ที่มีแนวโน้มการเติบโตได้ดีในระยะยาว โดยพิจารณาจากปัจจัยเศรษฐกิจมหภาค เช่น แนวโน้มอัตราการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมที่ไปลงทุน นโยบายสนับสนุนของทางภาครัฐฯ นโยบายการเงิน การคลัง อัตราเงินเฟ้อ เป็นต้น รวมไปถึงการพิจารณาผลตอบแทนที่เกิดขึ้น และ/หรือแนวโน้มของผลตอบแทนที่จะเกิดขึ้นของสินทรัพย์นั้นๆ ในแง่ของ Momentum บนการวิเคราะห์ในเชิง Technical analysis และ Fundamental analysis ในภาพรวม หรือในเชิงเปรียบเทียบกับสินทรัพย์ที่มีความเกี่ยวข้องที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน 2. การวิเคราะห์ในเชิงการคัดเลือกหลักทรัพย์ (Bottom-Up) เป็นการเลือกหลักทรัพย์หรือหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ เช่น หน่วย CIS และ/หรือหน่วยลงทุนของกองทุนอีทีเอฟ (ETF) ต่างประเทศที่ไปลงทุน โดยพิจารณาจากปัจจัยพื้นฐานรอบด้าน เช่น Index Methodology และ Investment Process ของหน่วยลงทุนที่ไปลงทุน รูปแบบการดำเนินธุรกิจ (Business Model) ความสามารถในการทำกำไรและรายได้ (Profitability) ความสามารถในการแข่งขัน (Competitive Advantage) อัตราส่วนทางการเงิน รวมไปถึง Valuation ของกลุ่มบริษัทที่ไปลงทุน เป็นต้น อีกทั้งมีการวิเคราะห์ขนาดกองทุนและสภาพคล่องของกองทุนที่ไปลงทุนเพื่อลดความเสี่ยงด้านสภาพคล่องของหลักทรัพย์หรือหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศที่ไปลงทุน 3. การวิเคราะห์ในเชิงความเสี่ยง (Risk and uncertainty analysis) เป็นการคัดเลือกหลักทรัพย์หรือหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ เช่น หน่วย CIS และ/หรือหน่วยลงทุนของกองทุนอีทีเอฟ (ETF) ต่างประเทศที่ไปลงทุน ซึ่งจะเป็นการพิจารณาด้านแนวโน้มของบริษัท กลุ่มอุตสาหกรรม ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต รวมไปถึงการประเมินความผันผวนของราคาสินทรัพย์นั้นๆ เมื่อเทียบกับกลุ่มอุตสากรรม และ/หรือกองทุนรวมที่มีความเกี่ยวข้องกันว่ามีความผันผวนมากกว่าหรือน้อยกว่าอย่างไร และเหมาะสมกับผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับในเชิงเปรียบเทียบหรือไม่ กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ตามความเหมาะสมและสภาวการณ์ในแต่ละขณะ โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจที่ผู้จัดการกองทุนเห็นเหมาะสม ดังนั้น กองทุนจึงยังมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ ซึ่งอาจทำให้ผู้ลงทุนได้รับผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ อีกทั้งการทำธุรกรรมป้องกันความเสี่ยงอาจมีต้นทุน ซึ่งทำให้ผลตอบแทนของกองทุนโดยรวมลดลงจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient portfolio management) ได้ เช่นการทําสัญญาฟอร์เวิร์ด และ/หรือสัญญาสวอป ที่อ้างอิงกับอัตราแลกเปลี่ยน / ราคาตราสาร / อัตราดอกเบี้ย หรือตามที่สํานักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.ประกาศกําหนด และอาจลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือผู้ออก (issue/issuer) ต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (non-investment grade) ตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (unrated securities) และตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) รวมทั้งกองทุนอาจทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ (Securities lending) และ/หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) ได้ ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด ในกรณีที่การลงทุนของกองทุนรวมไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน ให้บริษัทจัดการดำเนินการแก้ไขสัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวม ให้เป็นไปตามนโยบายการลงทุนภายใน 90 วันนับแต่วันที่สัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวมไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุน เว้นแต่บริษัทจัดการจะได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนให้เปลี่ยนแปลงประเภทของกองทุนรวมภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวมตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุนตามประกาศ บลจ. อาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วยก็ได้ ทั้งนี้ โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ 1. ช่วงระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม 2. ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนครบอายุโครงการหรือก่อนเลิกกองทุนรวม 3. ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการสิ้นสุดสมาชิกภาพ หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ ในกรณีที่กองทุนมีการลงทุนในกองทุนกองทุนรวมต่างประเทศและ/หรือกองทุนรวมอีทีเอฟต่างประเทศกองทุนใดกองทุนหนึ่งไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวมต่างประเทศดังกล่าว และในกรณีที่กองทุนรวมต่างประเทศที่กองทุนลงทุนนั้นมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะใดลักษณะหนึ่งดังต่อไปนี้ บริษัทจัดการจะดำเนินการตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่สานักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด (1) มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ วันใดวันหนึ่งลดลงเกินกว่า 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวมต่างประเทศที่กองทุนลงทุน (2) ยอดรวมของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวมต่างประเทศที่กองทุนลงทุนลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกันคิดเป็นจำนวนเกินกว่า 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวมต่างประเทศที่กองทุนลงทุน ทั้งนี้ ในกรณีที่กองทุนรวมต่างประเทศที่กองทุนลงทุนมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะดังกล่าวบริษัทจัดการจะดำเนินการดังต่อไปนี้ (1) แจ้งเหตุที่กองทุนรวมต่างประเทศที่กองทุนลงทุนมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการโดยคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวมให้สำนักงานและผู้ถือหน่วยลงทุนทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ปรากฏเหตุ (2) ดำเนินการตามแนวทางการดำเนินการตาม (1) ให้แล้วเสร็จภายใน 60 วันนับแต่วันที่ปรากฏเหตุ (3) รายงานผลการดำเนินการให้สำนักงานทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการแล้วเสร็จ (4) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการของกองทุนรวมตาม (1) ต่อผู้ที่สนใจจะลงทุนเพื่อให้ผู้ที่สนใจจะลงทุนรับรู้และเข้าใจเกี่ยวกับสถานะของกองทุนรวม ทั้งนี้ บริษัทจัดการกองทุนจะดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการดังกล่าวด้วย ทั้งนี้ ระยะเวลาในการดำเนินการตามข้อ (2) บริษัทจัดการสามารถขอผ่อนผันต่อสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตให้เป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds) หรือกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในตราสาร และ/หรือหลักทรัพย์ต่างประเทศ หรือสามารถกลับมาเป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund) ได้ โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (risk spectrum) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตลาด โดยเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงประเภทกองทุนรวมดังกล่าว โดยจะปิดประกาศ ณ ที่ทำการของบริษัทจัดการ และผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (ถ้ามี) และ/หรือประกาศทาง website ของบริษัทจัดการ กองทุนอาจลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลทางอ้อมผ่านหน่วยลงทุนของกองทุน ETF และ/หรือกองทุน CIS ต่างประเทศที่มีการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างดังต่อไปนี้ 1. โทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (Investment Token) ที่มีการออกและเสนอขายโดยชอบ หรือได้รับอนุญาตหรือได้รับความเห็นชอบให้ซื้อ ขาย หรือแลกเปลี่ยนได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายของประเทศที่มีการลงทุนดังกล่าว และในกรณีเป็นการลงทุนในโทเคนดิจิทัลในต่างประเทศ ต้องเป็นการลงทุนในประเทศที่มีหน่วยงานกำกับดูแลซึ่งเป็นสมาชิกของ IOSCO โดยมีลักษณะ เงื่อนไข และผลตอบแทนดังนี้ ลักษณะของโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน โทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (Investment Token) เป็นสินทรัพย์ที่ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) ในการทำธุรกรรมและเก็บรักษามูลค่า โดยผู้ถือครองโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนจะมีสิทธิ์ในการร่วมลงทุนในสินทรัพย์หรือโครงการต่างๆ เช่น อสังหาริมทรัพย์ ทองคำ หรือโครงการพัฒนาอื่นๆ และจะได้รับผลตอบแทนตามที่ระบุไว้ใน White Paper ของโครงการนั้นๆ เงื่อนไขที่ต้องพิจารณาในการลงทุนในโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน การลงทุนในโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (Investment Token) มีเงื่อนไขที่ต้องพิจารณา เช่น ความผันผวนของราคาที่อาจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สภาวะตลาดและเศรษฐกิจมหภาค การเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ความน่าเชื่อถือของโครงการและผู้ออกโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน นวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่อาจส่งผลต่อมูลค่าของโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน ผลตอบแทนของโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน ผลตอบแทนจากการลงทุนในโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (Investment Token) โดยทั่วไปจะอยู่ในรูปแบบของส่วนแบ่งรายได้หรือกำไรจากโครงการ สิทธิประโยชน์เพิ่มเติมตามที่ระบุไว้ใน White Paper และ/หรือผลตอบแทนที่เป็นตัวเงิน เช่น ส่วนแบ่งรายได้ในแต่ละไตรมาส หรือส่วนแบ่งกำไรจากการขายทรัพย์สินของโครงการ เป็นต้น 2. คริปโทแอสเซ็ท (Crypto Asset) ที่ได้รับอนุญาตหรือได้รับความเห็นชอบให้ซื้อ ขาย หรือแลกเปลี่ยนได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายของประเทศที่มีการลงทุนดังกล่าว โดยในกรณีที่กองทุนมีการลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน ETF และ/หรือกองทุน CIS ต่างประเทศที่มีการลงทุนในคริปโทแอสเซ็ท เช่น Bitcoin, Ethereum เป็นต้น จะต้องมีฐานะการลงทุนสูงสุด (maximum limit) ไม่เกินร้อยละ 5 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และเมื่อนับรวมกับ total specific investment product แล้วต้องไม่เกินร้อยละ 15 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยมีลักษณะ เงื่อนไข และผลตอบแทนดังนี้ ลักษณะของคริปโทแอสเซ็ท คริปโทแอสเซ็ท (Crypto Asset) เป็นสินทรัพย์ที่ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) ในการทำธุรกรรมและเก็บรักษามูลค่า ซึ่งแตกต่างจากสินทรัพย์แบบดั้งเดิม เช่น หุ้น หรือพันธบัตร โดยคริปโทแอสเซ็ทที่กองทุนลงทุนอาจอยู่ในรูปของสกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) เช่น Bitcoin และ Ethereum ที่สามารถใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนหรือเก็บรักษามูลค่าได้ เงื่อนไขที่ต้องพิจารณาในการลงทุนในคริปโทแอสเซ็ท การลงทุนในคริปโทแอสเซ็ท (Crypto Asset) มีเงื่อนไขที่ต้องพิจารณา เช่น ความผันผวนของราคาที่อาจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาอันสั้น สภาวะตลาด การเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบ สถานการณ์เศรษฐกิจมหภาค นวัตกรรมทางเทคโนโลยี โดยปัจจัยข้างต้นอาจเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่สูงขึ้นหรือก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการขาดทุนอย่างมากได้เช่นกัน ผลตอบแทนของคริปโทแอสเซ็ท ผลตอบแทนจากการลงทุนในคริปโทแอสเซ็ท (Crypto Asset) โดยทั่วไปสามารถสร้างผลตอบแทนจากส่วนต่างของราคา อย่างไรก็ดี เนื่องจากมูลค่าของสินทรัพย์ประเภทนี้มีความผันผวนสูง ผู้ลงทุนที่ซื้อในช่วงราคาต่ำและขายในช่วงราคาสูง อาจสามารถทำกำไรได้อย่างมาก แต่ในทางตรงกันข้าม ความผันผวนนี้ก็อาจนำไปสู่การขาดทุนในมูลค่าสูงได้ในช่วงที่ราคาของสินทรัพย์ลดลงอย่างรวดเร็ว ในส่วนของการเก็บรักษาโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนหรือคริปโทแอสเซ็ทที่กองทุนลงทุนทางอ้อม เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการถูกโจมตีทางไซเบอร์ การแต่งตั้งผู้เก็บรักษาสินทรัพย์ดิจิทัลจะเป็นไปตามที่กองทุนปลายทางกำหนด ทั้งนี้ การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลข้างต้นอาจมีค่าธรรมเนียมและค่าบริการ เช่น ค่าธรรมเนียมการซื้อขาย (Trading Fees) ค่าธรรมเนียมการฝาก/ถอนสินทรัพย์ดิจิทัลจากบัญชี (Deposit/Withdrawal Fees) ค่าธรรมเนียมการโอนย้าย (Transfer Fees) และค่าธรรมเนียมการเก็บรักษาสินทรัพย์ดิจิทัล (Custody Fees) เป็นต้น อย่างไรก็ดี เนื่องจากกองทุนลงทุนทางอ้อมผ่านหน่วยของกองทุนปลายทาง ผลตอบแทนและค่าใช้จ่ายจากการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลดังกล่าวจึงสะท้อนอยู่ในมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทางที่กองทุนลงทุน
Investment policy as filed with SEC Thailand.
actual = what the AMC currently charges · max = prospectus ceiling (no actual reported). Annual fees aren’t additive with one-time fees.