Asset Plus ALLY Private Equity-Real Estate Fund Not for Retail Investors
ASSET PLUS FUND MANAGEMENT COMPANY LIMITED · Alternative Assets
✨Invests primarily in private equity within Thailand, focusing on real estate development projects and related businesses through the ALLY KEX Private Equity Trust.
กองทุนมีนโยบายที่จะเน้นลงทุนในหน่วย Private Equity ในประเทศ โดยไม่จำกัดอัตราส่วน ซึ่งสามารถมีสัดส่วนการลงทุนในหน่วย Private Equity สูงสุดร้อยละ 100 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ผ่านการลงทุนใน Private Equity Trust ชื่อ ALLY KEX PRIVATE EQUITY TRUST จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุน พ.ศ. 2550 โดยมีบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) (“MFC”) เป็นทรัสตี และมีบริษัท KEX PRIVATE EQUITY ONE COMPANY LIMITED เป็นผู้จัดการกองทรัสต์ ซึ่งทำหน้าที่ในการจัดการลงทุน Private Equity Trust ดังกล่าวจัดตั้งขึ้นเพื่อระดมเงินลงทุนแบบจำกัดจำนวนผู้ลงทุนที่มีคุณสมบัติเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง โดย Private Equity Trust จะเข้าลงทุนในกิจการเป้าหมายผ่านการเข้าทำสัญญาการลงทุนในหุ้นหรือการสนับสนุนทางการเงินที่ก่อให้เกิดสิทธิในการได้มาซึ่งหุ้นของกิจการนั้นในภายหลัง โดยจะลงทุนในกิจการซึ่งประกอบธุรกิจพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่ออยู่อาศัย หรือธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับที่อยู่อาศัยในประเทศไทย Private Equity Trust มีกำหนดเรียกเงินลงทุนทั้งหมด (Total Committed Capital) ประมาณ 2,000 ล้านบาท ทั้งนี้ อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทรัสต์ และมีอายุ 3 ปี นับจากวันก่อตั้งกองทรัสต์ (วันที่ 19 กรกฎาคม 2565) โดยผู้จัดการกองทรัสต์อาจใช้ดุลยพินิจขยายเวลาได้ไม่เกิน 2 ปี (ขยายอายุคราวละ 1ปี) ทั้งนี้ Private Equity Trust อาจเลิกโครงการก่อนหรือหลัง 5ปีได้ โดยจะขึ้นอยู่กับการจำหน่ายหรือถอนการลงทุนในกิจการเป้าหมายที่ Private Equity Trust ไปลงทุน กองทุนเปิด แอสเซทพลัส อัลไล ไพรเวทอิควิตี้-เรียลเอสเตท ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย ไม่มีกำหนด Minimum Committed Capital โดยกองทุนจะนำเงินลงทุนใน Private Equity Trust ตามระยะเวลาที่ Private Equity Trust มีการเรียกเงินลงทุน (Capital Call) ทั้งนี้ ระหว่างรอเรียกระดมทุนนี้กองทุนจะคงเงินไว้ในบัญชีกองทุนและ/หรือไปลงทุนในตราสารที่มีความเสี่ยงต่ำและมีสภาพคล่องสูง เช่น เงินฝากธนาคาร เป็นต้น ในส่วนที่เหลือ กองทุนจะพิจารณาลงทุนในตราสารหนี้ และ/หรือตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน และ/หรือตราสารทางการเงิน และ/หรือเงินฝากและ/หรือตราสารทุน และ/หรือหน่วย CIS และ/หรือหน่วยลงทุนกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์/REITs และ/หรือหน่วยลงทุนกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน และ/หรือหน่วยลงทุนกองทุนสินค้าโภคภัณฑ์ และ/หรือกองทุนอีทีเอฟ (ETF) และ/หรือทรัพย์สินอื่นใดที่มีลักษณะทำนองเดียวกันโดยได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือคณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนดให้กองทุนลงทุนได้ กองทุนอาจลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment Grade) ตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) และตราสารทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) รวมถึงอาจทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด ทั้งนี้ กองทุนจะไม่ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) ตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) และไม่ทำธุรกรรมการขายหลักทรัพย์ที่ต้องยืมมาเพื่อการส่งมอบ (Short Sell) การขายโดยมีสัญญาซื้อคืน (Repurchase Agreement) และการกู้ยืมเพื่อการลงทุน เว้นแต่เป็นการกู้ยืมและ Repo เพื่อการบริหารสภาพคล่องของกองทุนรวมตามหลักเกณฑ์เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ประกาศกำหนดเท่านั้น ทั้งนี้ การคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวมตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วยก็ได้ ทั้งนี้ โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ 1. ช่วงระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม 2. ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนเลิกกองทุนรวม 3.ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมากหรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ โครงสร้างของ ALLY KEX PRIVATE EQUITY TRUST สรุปข้อมูลสำคัญของ ALLY KEX PRIVATE EQUITY TRUST ชื่อ Private Equity Trust ALLY KEX PRIVATE EQUITY TRUST ประเภทกองทรัสต์ ทรัสต์เพื่อประกอบกิจการเงินร่วมลงทุน (Private Equity Trust) วันก่อตั้งกองทรัสต์ (Commencement Date) วันที่ 19 กรกฎาคม 2565 อายุกองทรัสต์ มีอายุ 3 ปี นับจากวันก่อตั้งกองทรัสต์ (วันที่ 19 กรกฎาคม 2565) โดยผู้จัดการกองทรัสต์อาจใช้ดุลยพินิจขยายเวลาได้ไม่เกิน 2 ปี (ขยายอายุคราวละ 1ปี) ทั้งนี้ Private Equity Trust อาจเลิกโครงการก่อนหรือหลัง 5ปีได้ โดยจะขึ้นอยู่กับการจำหน่ายหรือถอนการลงทุนในกิจการเป้าหมายที่ไปลงทุน ผู้จัดการกองทรัสต์ บริษัท KEX PRIVATE EQUITY ONE COMPANY LIMITED ทรัสตี บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) (“MFC”) นโยบายการลงทุน 1. นโยบายการลงทุนของกองทรัสต์มีดังต่อไปนี้: 1.1 กองทรัสต์จะเน้นการลงทุนในบริษัท (Portfolio Companies) ต่างๆ โดยการเข้าซื้อหุ้นหรือให้การสนับสนุนด้านเงินทุน ซึ่งจะมีผลให้กองทรัสต์เข้าถือหุ้นในบริษัทดังกล่าวในเวลาต่อมา 1.2 กองทรัสต์จะเข้าไปมีส่วนร่วมในการกำกับดูแลนโยบายธุรกิจ การดำเนินธุรกิจ การปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ หรือกิจกรรมอื่นใดที่สะท้อนถึงการมีบทบาทของกองทรัสต์ในการบริหารกิจการของ Portfolio Companies เหล่านี้ และ 1.3 Portfolio Companies จะต้องดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย (อาทิ การพัฒนาอสังหาริมริมทรัพย์เพื่อให้เช่า การพัฒนาอสังหาริมริมทรัพย์เพื่อขาย การให้บริการที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ เช่น โรงเรียน โรงแรม ตลาดซื้อขายสินค้า คลังสินค้าเพื่อให้เช่า ที่อยู่อาศัยให้เช่ารายเดือน เซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ หมู่บ้านจัดสรร คอนโดมิเนียม และ/หรือ ที่ดิน ฯลฯ) หรือจะต้องเป็นธุรกิจสตาร์ทอัพ (Startups) หรือวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่จดทะเบียนจัดตั้งในประเทศไทย 2. ลักษณะของ Portfolio Companies และเงื่อนไขในการลงทุนมีดังต่อไปนี้: 2.1 กองทรัสต์จะลงทุนใน Portfolio Company ใดๆ ที่ดำเนินธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ SMEs หรือ Startups ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และอสังหาริมทรัพย์ที่ประสบปัญหา (Distressed Real Estate) ที่มีศักยภาพสูง หรือใช้เทคโนโลยีในกระบวนการผลิตหรือการให้บริการที่เอื้อต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และ Portfolio Company ดังกล่าวจะต้องมีศักยภาพในการเติบโตสูง 2.2 เงินลงทุนทั้งหมดในแต่ละบริษัท (Portfolio Investment) จะต้องไม่เกิน 600ล้านบาท หากจำนวนเงินลงทุนเกินกว่าจำนวนที่กำหนดไว้ จะต้องผ่านการพิจารณาและอนุมัติโดยคณะกรรมการการลงทุน (Investment Committee) เป็นกรณีไป 2.3 จำนวนเงินลงทุนทั้งหมดของแต่ละ Portfolio Investment ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะต้องไม่เกินร้อยละ 100 ของเงินทุนที่เรียกชำระแล้วของ Portfolio Company ที่ลงทุน ตามที่ Investment Committee พิจารณาแล้วว่าเหมาะสม 2.4 สัดส่วนของ Portfolio Investment ในแต่ละ SME หรือ Startup ที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะต้องไม่เกินร้อยละ 49 ของทุนที่ชำระแล้วของ SME หรือ Startup นั้นๆ และกองทรัสต์จะต้องไม่ถือหุ้นในสัดส่วนที่สูงที่สุดหลังจากที่ลงทุนแล้ว ในกรณีที่สัดส่วนของ Portfolio Investment เกินอัตราส่วนที่กำหนด หรือมีผลให้กองทรัสต์กลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของบริษัทที่ลงทุน คณะกรรมการการลงทุน (Investment Committee) จะต้องพิจารณาและให้การอนุมัติสัดส่วนการลงทุนดังกล่าวเป็นกรณีไป และ 2.5 ช่วงระยะการลงทุนภายใต้สัญญาการลงทุนของแต่ละ Portfolio Investment ซึ่งเป็นช่วงที่กองทรัสต์มีสิทธิที่จะขาย จำหน่าย หรือโอน Portfolio Investment ดังกล่าวในราคาที่เหมาะสมจะต้องไม่เกิน 50 เดือน โดยเป็นไปตามข้อกำหนดของกองทรัสต์ (Term of the Trust) ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องขยายระยะเวลาตามที่กำหนด การขยายระยะเวลาดังกล่าวจะต้องได้รับการพิจารณาและอนุมัติโดยคณะกรรมการการลงทุน (Investment Committee) เป็นรายกรณี 3. การหาผลประโยชน์จากวงเงินลงทุนผูกพันคงเหลือ (Remaining Commitments) 3.1 ในกรณีที่กองทรัสต์มีวงเงินลงทุนผูกพันคงเหลือ (Remaining Commitments) ภายหลังจากหรือในระหว่างที่เข้าลงทุนใน Portfolio Companies กองทรัสต์อาจลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ ดังต่อไปนี้ (1) พันธบัตรรัฐบาล (2) ตั๋วเงินคลัง (3) พันธบัตรหรือหุ้นกู้ที่ออกโดยรัฐวิสาหกิจหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นภายใต้กฎหมายเฉพาะ และกระทรวงการคลังของไทยให้การค้ำประกันเงินต้นและดอกเบี้ยทั้งจำนวนโดยไม่มีเงื่อนไข (4) เงินฝากธนาคารพาณิชย์ หรือธนาคารอาคารสงเคราะห์ (5) บัตรเงินฝากที่ออกโดยธนาคารหรือบริษัทเงินทุนซึ่งไม่มีลักษณะเป็นตราสารหนี้ที่มีอนุพันธ์แฝง (Structured Notes) (6) หน่วยลงทุน หรือใบสำคัญแสดงสิทธิในการซื้อหน่วยลงทุนของกองทุนรวม ตราสารหนี้ หรือหน่วยลงทุนของกองทุนรวมใดๆ ที่มีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้หรือเงินฝาก อย่างไรก็ตาม การลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศจะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้ (6.1) หน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศจะต้อง (1) อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานกำกับดูแลหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ที่เป็นสมาชิกของ International Organization of Securities Commissions (IOSCO) หรือ (2) ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ที่เป็นสมาชิกของ World Federation of Exchanges (WFE) (6.2) กองทุนรวมต่างประเทศดังกล่าวมีนโยบายที่จะลงทุนในสินทรัพย์ประภทเดียวกันกับสินทรัพย์ที่กองทรัพย์สามารถลงทุนได้ และ (6.3) กองทุนรวมต่างประเทศดังกล่าวจัดตั้งขึ้นเพื่อนักลงทุนโดยทั่วไป และ (7) สินทรัพย์อื่นๆ ที่สำนักงาน ก.ล.ต. อนุญาตให้ลงทุนได้ ในกรณีที่มีการรับรอง อาวัล หรือค้ำประกันตราสาร จะต้องเป็นการรับรองตลอดอายุของตราสาร หรือการอาวัลเต็มทั้งจำนวน หรือการค้ำประกันเงินต้นและดอกเบี้ยเต็มจำนวนโดยปราศจากเงื่อนไขใดๆ แล้วแต่กรณี 3.2 กองทรัสต์จะดำรงไว้ซึ่งสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์อื่นๆ ที่เป็นไปตามสัดส่วนการลงทุนในกองทุนรวมตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 117 และมาตรา 126(4) แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 (รวมทั้งที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม) ซึ่งจะนำมาบังคับใช้โดยอนุโลม 3.3 ในกรณีที่ลูกหนี้รายใดผิดนัดชำระหนี้ภายใต้ตราสารที่ลงทุนโดยกองทรัสต์ หรือเมื่อมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าลูกหนี้จะไม่สามารถชำระคืนหนี้ภายใต้ตราสารดังกล่าวได้ ผู้จัดการกองทรัสต์ (Trust Manager) จะปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่ใช้กับกองทุนรวมสำหรับกรณีเดียวกัน ตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 117 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 (รวมทั้งที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม) ซึ่งจะนำมาบังคับใช้โดยอนุโลม การลงทุน (INVESTMENTS) 1. ข้อจำกัดในการลงทุน (Investment Restrictions) (1) กองทรัสต์จะลงทุนเฉพาะในสินทรัพย์ที่มีความสอดคล้องกับนโยบายการลงทุนและข้อกำหนดในข้อ 4. การลงทุนภายหลังจากที่ระยะเวลาเข้าลงทุน (Commitment Period) สิ้นสุดลง (2) การลงทุนของกองทรัสต์จะเป็นไปตามกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกฎหมายในประเทศที่บริษัทที่กองทรัสต์เข้าลงทุนจัดตั้งหรือมีการดำเนินธุรกิจโดยส่วนใหญ่ 2. การจำกัดในการก่อหนี้ (Limitation on Indebtedness) ผู้จัดการกองทรัสต์ (Trust Manager) โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการลงทุน (Investment Committee) อาจจัดหาวงเงินสินเชื่อจากธนาคารแห่งใดแห่งหนึ่งหรือหลายแห่งให้กับกองทรัสต์ โดยการวางหลักทรัพย์ค้ำประกัน หรือการให้ส่วนได้เสียในหลักประกัน (Security Interest) ในลักษณะอื่นๆ (ในที่นี้เรียกว่า “วงเงินสินเชื่อ (Credit Facility)”) 3. การลงทุนชั่วคราว (Temporary Investments) เงินสดที่กองทรัสต์ถือไว้ในระหว่างที่รอการลงทุนในบริษัท (Portfolio Investment) การจ่ายผลประโยชน์ หรือการชำระค่าธรรมเนียมในการจัดการกองทรัสต์ (Management Fees) ค่าใช้จ่ายในการจัดตั้ง (Organizational Expenses) หรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ ของกองทรัสต์จะถูกนำไปลงทุนเป็นการชั่วคราวเท่านั้น 4. การลงทุนภายหลังจากที่ระยะเวลาเข้าลงทุน (Commitment Period) สิ้นสุดลง กองทรัสต์จะไม่เรียกระดมเงินทุน (Drawdowns) ภายหลังจากที่ระยะเวลาเข้าลงทุน (Commitment Period) สิ้นสุดลง ยกเว้นเพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้: (1) ชำระค่าใช้จ่ายของกองทรัสต์ (2) ลงทุนต่อจากที่เคยลงทุนไว้แล้ว (Follow-on Investments) และ (3) สานต่อ Portfolio Investments ในส่วนที่เป็นข้อผูกพันตามกฎหมายที่กองทรัสต์ได้ทำไว้ก่อนที่ Commitment Period จะสิ้นสุดลงว่าจะทำการลงทุน และมีเหตุผลที่เชื่อได้ว่าการลงทุนดังกล่าวจะเสร็จสิ้นภายใน 120 วันหลังจากวันที่ Commitment Period สิ้นสุดลง โดยมีข้อแม้ว่าผู้จัดการกองทรัสต์ (Trust Manager) จะต้องแจ้งข้อมูลทั้งหมดให้ผู้ลงทุนทราบอย่างน้อย 10 วันทำการก่อนที่ Commitment Period จะสิ้นสุดลง 5. การลงทุนในลักษณะ Bridge Investments กองทรัสต์อาจให้เงินทุนระหว่างกาลแก่ Portfolio Company หรือบริษัทในเครือใดๆ หรือลงทุนเป็นการชั่วคราวในหลักทรัพย์ของ Portfolio Company หรือบริษัทในเครือใดๆ ซึ่งเกี่ยวข้องกับหรือสืบเนื่องจากการลงทุน (Portfolio Investment) ใน Portfolio Company นั้นๆ ของกองทรัสต์ (เรียกการลงทุนในลักษณะนี้ว่า “Bridge Investment”) หาก Bridge Investment ที่ลงทุนไปไม่ได้รับการชำระคืนเงินต้นที่ลงทุน หรือชำระคืนโดยการไฟแนนซ์ หรือถูกจำหน่ายออกไปด้วยวิธีอื่น ก่อนระยะเวลา 12 เดือนนับจากวันที่ Bridge Investment ดังกล่าวเกิดขึ้น การลงทุนนี้จะไม่ถือว่าเป็น Bridge Investment เมื่อล่วงพ้นระยะเวลา 12 เดือน และจะถือว่าเป็น Portfolio Investment ที่ไม่ใช่ Bridge Investment นับตั้งแต่วันแรกที่ Bridge Investment ดังกล่าวเกิดขึ้น รายได้ทั้งหมดที่ได้รับจาก Bridge Investments รวมถึงกำไรใดๆ หลังหักผลขาดทุนใดๆ ที่เกิดขึ้นแล้วเมื่อมีการจำหน่าย Bridge Investments ออกไป อาจถูกนำกลับมาลงทุนใหม่ได้โดยดุลยพินิจของผู้จัดการกองทรัสต์ (Trust Manager) แต่เพียงผู้เดียว ซึ่งจะดำเนินการเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของกองทรัสต์ ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย ALLY KEX PRIVATE EQUITY TRUST ค่าธรรมเนียมองค์กร (Organizational Expenses) เพดานของค่าใช้จ่ายจะไม่เกิน 10,000,000 บาท โดยยังไม่รวมภาษีที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ค่าธรรมเนียมองค์กร คือ ค่าธรรมเนียม รวมถึงต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงทั้งหมด ที่เกิดขึ้นอย่างสมเหตุสมผลและเหมาะสมจากทรัสตี(Trustee) ผู้จัดการกองทรัสต์ หรือบริษัทในเครือที่เกี่ยวข้องกับการก่อตั้งกองทรัสต์ ซึ่งรวมไปถึงค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าที่พัก (ไม่รวมค่าใช้จ่ายเพื่อความบันเทิง หรือการเดินทางทางอากาศส่วนตัว) รวมถึงค่าใช้จ่ายเพื่อให้เป็นไปตามหลักการไม่เลือกปฏิบัติ (most favored nations) และไม่รวมค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายในการจัดหาตัวแทนใหม่ ค่าธรรมเนียม การจัดการ (Management Fee) ในอัตรา 2.00% ต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิรวมของการลงทุนในพอร์ตการลงทุนที่ถือโดย Trust Vehicle และไม่ได้ขายออกในเดือนที่เกี่ยวข้อง (ไม่รวมกำไรหรือขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง) ค่าธรรมเนียมจะชำระให้แก่ผู้จัดการกองทรัสต์เป็นรายเดือน โดยเรียกเก็บทุกวันที่ 25 ของเดือนถัดจากวันที่ก่อตั้งกองทรัสต์ และในทุกวันที่ 25 ของเดือนถัดไป ทั้งนี้ สำหรับระยะเวลาที่น้อยกว่าหนึ่งเดือนปฏิทินจะถูกปรับตามสัดส่วน (pro rata) ตามจำนวนวันจริงในช่วงเวลาดังกล่าว ค่าธรรมเนียม ทรัสตี (Trustee Fee) ในอัตราร้อยละ 0.40 ต่อปีของเงินลงทุนชำระแล้วของกองทรัสต์ แต่ไม่ต่ำกว่า 1,000,000 บาทต่อปี ค่าธรรมเนียมทรัสตีจะชำระเป็นรายเดือน โดยเรียกเก็บทุกวันที่ 25 ของเดือนถัดจากวันที่ก่อตั้งกองทรัสต์ ในทุกวันที่ 25 ของเดือนถัดไป ทั้งนี้ สำหรับระยะเวลาที่น้อยกว่าหนึ่งเดือนปฏิทินจะถูกปรับตามสัดส่วน (pro rata) ตามจำนวนวันจริงในช่วงเวลาดังกล่าว ค่าธรรมเนียมทรัสตีดังกล่าว ไม่รวมค่าธรรมเนียมของผู้รับฝากทรัพย์สินและค่าธรรมเนียมนายทะเบียนของกองทรัสต์ ดังนี้ - ค่าธรรมเนียมของผู้รับฝากทรัพย์สิน (Custodian Fee) ในอัตราร้อยละ 0.011 ต่อปีของเงินทุนชำระแล้วของกองทรัสต์ โดยคิดค่าธรรมเนียมผู้รับฝากทรัพย์สินขั้นต่ำ 500 บาท ต่อเดือน - ค่าธรรมเนียมของนายทะเบียน (Registrar Fee) ในอัตราร้อยละ 0.0125 ต่อปีของเงินทุนชำระแล้วของกองทรัสต์ ทั้งนี้ ค่าธรรมเนียมดังกล่าวทั้งหมดข้างต้นยังไม่รวม ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือภาษีอื่นใดในทำนองเดียวกัน ค่าธรรมเนียมและ ค่าใช้จ่ายอื่นๆ (Trust Expenses) ค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติงาน ประกอบไปด้วยค่าใช้จ่ายดังต่อไปนี้ (a) ค่าใช้จ่ายในการชำระบัญชีของกองทรัสต์ (b) ค่าใช้จ่ายในการขายหลักทรัพย์ ค่าธรรมเนียมที่จ่ายให้แก่หน่วยงานรัฐ (c) ค่านายหน้า ค่าคอมมิชชั่นในการซื้อขายหลักทรัพย์ (d) ค่าใช้จ่ายในการจัดทำงบการเงิน รายงานทางภาษี หรือรายงานต่างๆ ค่าธรรมเนียมการตรวจสอบบัญชี (e) ดอกเบี้ยจ่ายสำหรับวงเงินสินเชื่อ (f) ค่าธรรมเนียมการตรวจสอบและการประเมินธุรกิจ ค่าธรรมเนียมที่ปรึกษา ค่าใช้จ่ายอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เช่น ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าที่พัก (ไม่รวมค่าใช้จ่ายเพื่อความบันเทิง หรือการเดินทางทางอากาศส่วนตัว) (g) ค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวกับการฟ้องร้อง ค่าใช้จ่ายในการชดใช้ค่าเสียหาย โดยต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการการลงทุน (Investment committee) กรณีที่ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการฟ้องร้อง และค่าใช้จ่ายในการชดใช้ค่าเสียหายเกิน 5,000,000 บาท สำหรับปีงบประมาณใดๆ (h) ค่าธรรมเนียม ต้นทุน และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมธนาคารทั้งปกติและพิเศษ วาณิชธนกิจ การธนาคารพาณิชย์ (รวมไปถึงแต่ไม่จำกัดเพียงค่าธรรมเนียมบัญชีธนาคาร ค่าธรรมเนียมการโอนเงิน ค่าธรรมเนียมการอำนวยความสะดวก ค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ที่ถูกเรียกเก็บจากธนาคารใดๆ) การบัญชี การตรวจสอบ การประเมิน การประเมินมูลค่า การบริหาร การให้คำปรึกษากฎหมาย (รวมไปถึงแต่ไม่จำกัดเพียงค่าธรรมเนียมทั้งหมดและการเบิกจ่ายที่เกิดขึ้นเพื่อการบำรุงรักษาตามปกติหรือการแก้ไขสัญญาก่อตั้งทรัสต์ (trust deed) นี้ และค่าธรรมเนียมที่เกิดขึ้นสำหรับการตรวจสอบเอกสารทางกฎหมายของการลงทุนและวงเงินสินเชื่อ) การดูแล การรับฝาก การลงทะเบียน และบริการระดับมืออาชีพแก่กองทรัสต์ (I) เบี้ยประกันตามสมควรสำหรับการประกันหนี้สินเพื่อคุ้มครองทรัสต์และ GP Covered Persons โดยต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการการลงทุน ในกรณีที่ต้นทุนและค่าใช้จ่ายเกิน 5,000,000 บาท ในปีงบประมาณใดๆ (j) ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการลงทุนคู่ขนาน (Parallel Vehicles) การเข้าลงทุนด้วยทางเลือกอื่น (Alternative Vehicles) และ Feeder Entities (k) ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นหรือเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบทรัสต์ที่ดำเนินการโดยหน่วยงานกำกับดูแล ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบหน่วยงานจัดเก็บภาษี และค่าธรรมเนียมที่เกิดขึ้นสำหรับความช่วยเหลือในการตอบสนองต่อการตรวจสอบดังกล่าว หมายเหตุ : สรุปข้อมูลสำคัญ ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย ของ Private Equity Trust ชื่อ ALLY KEX PRIVATE EQUITY TRUST ได้ถูกคัดเลือกมาเฉพาะส่วนสำคัญและแปลมาจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ ดังนั้น ในกรณีที่มีความแตกต่างหรือไม่สอดคล้องกับต้นฉบับภาษาอังกฤษ ให้ถือเอาต้นฉบับภาษาอังกฤษของกองทุนหลักเป็นเกณฑ์ ผู้ลงทุนควรทราบว่าข้อความภาษาอังกฤษต้นฉบับเท่านั้นที่ผลบังคับทางกฎหมาย การจัดสรรผลตอบแทนและการชำระเงินคืนของ ALLY KEX PRIVATE EQUITY TRUST เงินลงทุนและผลตอบแทนที่ Private Equity Trust ได้รับระหว่างอายุโครงการจนกระทั่งสิ้นสุดอายุโครงการ จะถูกจัดสรรเงินผลตอบแทนที่ Private Equity Trust ได้รับให้กับนักลงทุน ตามสัดส่วน โดยเรียงลำดับ ดังนี้ (1) ชำระเงินคืน 100% ให้แก่นักลงทุน A จนกว่าจำนวนเงินสะสม (Cumulative distributions) ที่นักลงทุน A ได้รับเท่ากับจำนวนเงินลงทุนทั้งหมดที่นักลงทุน A ได้ลงทุนใน Private Equity Trust (Capital contribution) (2) ชำระเงินคืน 100% ให้กับนักลงทุน B จนกว่าจำนวนเงินสะสม (Cumulative distributions) ที่นักลงทุน B ได้รับเท่ากับจำนวนเงินลงทุนทั้งหมดที่นักลงทุน B ได้ลงทุนใน Private Equity Trust (Capital contribution) (3) เมื่อชำระคืนตามลำดับที่ (1) และ (2) ครบแล้ว หากมีผลตอบแทนส่วนเกินจะจัดสรรผลตอบแทนส่วนเกินดังกล่าวให้แก่ นักลงทุน A จนกว่าเงินสะสมที่นักลงทุน A ได้รับ (Cumulative distributions) เท่ากับผลตอบแทนคาดหวัง (Preferred return) ที่อัตราร้อยละ 8 ต่อปี (4) เมื่อจัดสรรครบตามลำดับที่ (3) แล้ว หากยังมีผลตอบแทนส่วนเกิน จะจัดสรรผลตอบแทนส่วนเกินให้แก่นักลงทุน B โดยนักลงทุน B จะได้รับส่วนแบ่งจนกว่าเงินสะสมที่นักลงทุน B ได้รับ (Cumulative distributions) ในข้อที่ (4) เท่ากับร้อยละ 20 ของจำนวนเงินที่จัดสรรของผลตอบแทนคาดหวัง (Preferred return) ของนักลงทุน A ทั้งหมด "ส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุน (Carried interest)" (5) เมื่อจัดสรรครบตามลำดับที่ (4) แล้ว หากยังมีผลตอบแทนส่วนเกิน จะจัดสรรในส่วนที่เหลือในอัตราร้อยละ 80 ให้กับนักลงทุน A และร้อยละ 20 ให้กับนักลงทุน B ลำดับการจ่ายผลตอบแทน ส่วนของนักลงทุน A ส่วนของนักลงทุน B ลำดับที่ 1 ชำระเงินลงทุนจนครบถ้วน ชำระเงินลงทุนจนครบถ้วน ลำดับที่ 2 จ่ายผลตอบแทนจนกว่าจะเท่ากับอัตราผลตอบแทนที่คาดหวัง 8% ลำดับที่ 3 จ่ายผลตอบแทนจนกว่าจะเท่ากับร้อยละ 20 ของจำนวนเงินที่จัดสรรของอัตราผลตอบแทนที่คาดหวัง 8% ของนักลงทุน A ทั้งหมด หลังจากจ่ายผลผลตอบแทนให้กับนักลงทุน A และ B ตามลำดับที่ 2 และ 3 จนครบถ้วนแล้ว หากยังมีผลตอบแทนส่วนเกิน ลำดับที่ 4 จ่ายผลตอบแทนในอัตราร้อยละ 80 ของผลตอบแทนส่วนเกินนั้น (ถ้ามี) จ่ายผลตอบแทนในอัตราร้อยละ 20 ของผลตอบแทนส่วนเกินนั้น (ถ้ามี) หมายเหตุ : นักลงทุน A ได้แก่ กองทุนเปิด แอสเซทพลัส อัลไล ไพรเวทอิควิตี้-เรียลเอสเตท ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย (ASP-APR-UI) และนักลงทุนรายอื่นที่ได้ผ่านการรับรอง Private Equity Trust (ถ้ามี) นักลงทุน B ได้แก่ Mr. Lee Chye Cheng Adrian, Mr. Thunyatorn Nattatum, Mr. Panon Leelamanit และ Mr. Kaveepan Eiamsakulrat ALLY KEX PRIVATE EQUITY TRUST กำหนดจำนวนนักลงทุน A และ B รวมกันทั้งหมดไม่เกิน 10 คน ยกเว้น กรณีที่ส่วนเกินนั้นเกิดจากการได้รับมรดก ตัวอย่างขั้นตอนการจัดสรรผลตอบแทนและการชำระเงินคืนของ ALLY KEX PRIVATE EQUITY TRUST สมมุติ ให้นักลงทุน A ได้แก่ กองทุนเปิด แอสเซทพลัส อัลไล ไพรเวทอิควิตี้-เรียลเอสเตท ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย (ASP-APR-UI) เท่านั้น - นักลงทุน A ลงทุนใน Private Equity Trust จำนวนเงิน 98 ล้านบาท - Private Equity Trust ทยอยจ่ายคืนเงินต้นและผลตอบแทนตลอดอายุกองทุน เป็นจำนวนทั้งสิ้น 170 ล้านบาท ปี ครั้งที่ กระแส เงินสด (ล้านบาท) ผู้ได้รับการจัดสรร หมายเหตุ ASP-APR-UI (ล้านบาท) - Mr. Lee Chye Cheng Adrian - Mr. Thunyatorn Nattatum - Mr. Panon Leelamanit และ - Mr. Kaveepan Eiamsakulrat (ล้านบาท) 2022 0 -100 -98 -2 เงินลงทุนใน ALLY KEX PRIVATE EQUITY TRUST 2023 1 10 10 - กองทุน ASP-APR-UI ได้รับคืนเงินต้น 2024 2 80 80 - กองทุน ASP-APR-UI ได้รับคืนเงินต้น 2025 3 10 8 2 กองทุน ASP-APR-UI ได้รับคืนเงินต้นครบ 98 ล้านบาท และ Mr. Lee Chye Cheng Adrian, Mr. Thunyatorn Nattatum, Mr. Panon Leelamanit และ Mr. Kaveepan Eiamsakulrat ได้รับคืนเงินต้น 2 ล้านบาท 2026 4 20 20 - กองทุน ASP-APR-UI ได้รับการจัดสรรผลตอบแทนตามผลตอบแทนคาดหวัง (Preferred return) ที่อัตราร้อยละ 8 ต่อปี หรือคิดเป็นจำนวนเงิน 39.2 ล้านบาท (เงินลงทุน 98 ล้านบาท คูณกับ Preferred Return ร้อยละ 8 ต่อปี คูณกับจำนวน 5 ปี) จึงจะเริ่มแบ่งส่วนแบ่งกำไรให้ Mr. Lee Chye Cheng Adrian, Mr. Thunyatorn Nattatum, Mr. Panon Leelamanit และ Mr. Kaveepan Eiamsakulrat เท่ากับร้อยละ 20 ของผลรวมจำนวนเงินที่จัดสรรของผลตอบแทนคาดหวัง (Preferred return) ของกองทุน ASP-APR-UI ทั้งหมด สำหรับครั้งที่ 4 นี้กระแสเงินสดที่เข้ามาใหม่ยังไม่เกิน 39.2 ล้านบาท กองทุน ASP-APR-UI จึงได้รับจัดสรรผลตอบแทนทั้งหมด 20 ล้านบาท และยังมีผลตอบแทนที่ยังขาดอยู่ 19.2 ล้านบาท 5 20 19.2 0.8 กองทุน ASP-APR-UI ได้รับจัดสรรผลตอบแทนที่ยังขาดอยู่ 19.2 ล้านบาทจนครบ จึงแบ่งส่วนแบ่งกำไรให้ Mr. Lee Chye Cheng Adrian, Mr. Thunyatorn Nattatum, Mr. Panon Leelamanit และ Mr. Kaveepan Eiamsakulrat โดย Mr. Lee Chye Cheng Adrian, Mr. Thunyatorn Nattatum, Mr. Panon Leelamanit และ Mr. Kaveepan Eiamsakulrat จะได้รับ (Cumulative distributions) เท่ากับร้อยละ 20 ของผลรวมจำนวนเงินที่จัดสรรของผลตอบแทนคาดหวัง (Preferred return) ของกองทุน ASP-APR-UI ทั้งหมด ซึ่งเป็นจำนวนเงิน 7.84 ล้านบาท (39.2 ล้านบาท คูณกับร้อยละ 20) สำหรับครั้งที่ 5 นี้กระแสเงินสดที่เหลือหลังจากจัดสรรให้กองทุน ASP-APR-UI อยู่ที่ 0.8 ล้านบาท Mr. Lee Chye Cheng Adrian, Mr. Thunyatorn Nattatum, Mr. Panon Leelamanit และ Mr. Kaveepan Eiamsakulrat จึงได้รับจัดสรรผลตอบแทน 0.8 ล้านบาท และยังมีผลตอบแทนที่ยังขาดอยู่ 7.04 ล้านบาท 6 20 - 7.04 สำหรับครั้งที่ 6 นี้กระแสเงินสดที่เข้ามาใหม่ ดังนั้น Mr. Lee Chye Cheng Adrian, Mr. Thunyatorn Nattatum, Mr. Panon Leelamanit และ Mr. Kaveepan Eiamsakulrat ได้รับจัดสรรส่วนแบ่งผลตอบแทนที่ขาดอยู่ 7.04 ล้านบาท 10.37 2.59 จากนั้น ผลตอบแทนส่วนเกินที่เหลือ 12.96 ล้านบาท (กระแสเงินสดใหม่ 20 ล้านบาท ลบกับจำนวนเงินที่จัดสรรให้ Mr. Lee Chye Cheng Adrian, Mr. Thunyatorn Nattatum, Mr. Panon Leelamanit และ Mr. Kaveepan Eiamsakulrat ที่ขาดอยู่ 7.04 ล้านบาท) จะถูกจัดสรรในส่วนที่เหลือในอัตราร้อยละ 80 ให้กับกองทุน ASP-APR-UI หรือคิดเป็นจำนวนเงิน 10.37 ล้านบาท (12.96 ล้านบาท คูณกับร้อยละ 80) และร้อยละ 20 ให้กับ Mr. Lee Chye Cheng Adrian, Mr. Thunyatorn Nattatum, Mr. Panon Leelamanit และ Mr. Kaveepan Eiamsakulrat หรือคิดเป็นจำนวนเงิน 2.59 ล้านบาท (12.96 ล้านบาท คูณกับร้อยละ 20) 2027 7 10 8 2 จากนั้น หากยังมีผลตอบแทนส่วนเกิน จะจัดสรรในส่วนที่เหลือในอัตราร้อยละ 80 ให้กับกองทุน ASP-APR-UI และร้อยละ 20 ให้กับ Mr. Lee Chye Cheng Adrian, Mr. Thunyatorn Nattatum, Mr. Panon Leelamanit และ Mr. Kaveepan Eiamsakulrat รวมเงินต้นและผลตอบแทน (ไม่รวมถึง เงินลงทุน) 170 155.57 14.43 สรุปเงินที่ได้จัดสรรคืนตั้งแต่งวดที่ 1 ถึง 7 - กองทุน ASP-APR-UI ได้รับจัดสรรเงินคืนทั้งสิ้น 155.57 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นเงินต้น 98 ล้านบาท และส่วนแบ่งกำไร 57.57 ล้านบาท คิดเป็น 58.74% - Mr. Lee Chye Cheng Adrian, Mr. Thunyatorn Nattatum, Mr. Panon Leelamanit และ Mr. Kaveepan Eiamsakulrat ได้รับจัดสรรเงินคืนทั้งสิ้น 14.43 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นเงินต้น 2 ล้านบาท และส่วนแบ่งกำไร 12.43 ล้านบาท คิดเป็น 621.50% ตามตัวอย่าง “ขั้นตอนการจัดสรรผลตอบแทนและการชำระเงินคืนของ ALLY KEX PRIVATE EQUITY TRUST” ข้างต้น หากในปีใดก็ตามไม่มีกระแสเงินสดเข้ามาจะไม่มีการจัดสรรเงินต้นหรือผลตอบแทนใดๆ ให้กับกองทุน ASP-APR-UI และ Mr. Lee Chye Cheng Adrian, Mr. Thunyatorn Nattatum, Mr. Panon Leelamanit และ Mr. Kaveepan Eiamsakulrat แต่หากมีกระแสเงินสดเข้ามากองทุน ASP-APR-UI จะได้รับการจัดสรรเงินต้นและผลตอบแทนก่อน Mr. Lee Chye Cheng Adrian, Mr. Thunyatorn Nattatum, Mr. Panon Leelamanit และ Mr. Kaveepan Eiamsakulrat ตามหัวข้อ “การจัดสรรผลตอบแทนและการชำระคืนของ ALLY KEX PRIVATE EQUITY TRUST” ข้างต้น กรณีหากนักลงทุน A มีนักลงทุนรายอื่นที่ได้ผ่านการรับรองจาก Private Equity Trust นอกเหนือจากกองทุนเปิด แอสเซทพลัส อัลไล ไพรเวทอิควิตี้-เรียลเอสเตท ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย (ASP-APR-UI) เข้าร่วมลงทุนใน “ALLY KEX PRIVATE EQUITY TRUST” การจัดสรรผลตอบแทนที่คาดหวัง (Preferred return หรือ Hurdle rate) อัตราร้อยละ 8 ต่อปีในกลุ่มนักลงทุน A จะได้รับการจัดสรรก่อนเป็นอันดับแรก โดยจัดสรรตามสัดส่วนการลงทุนของแต่ละราย (proportion to their units) จนนักลทุน A ทุกรายได้รับผลตอบแทนที่คาดหวัง (Preferred return หรือ Hurdle rate) จนครบ จึงจะเริ่มทำการจัดสรรผลตอบแทนตามตัวอย่าง “ขั้นตอนการจัดสรรผลตอบแทนและการชำระเงินคืนของ ALLY KEX PRIVATE EQUITY TRUST” ข้างต้น ให้นักลงทุน B หมายเหตุ - ผลตอบแทนคาดหวัง (Preferred return หรือ Hurdle rate) อัตราร้อยละ 8 ต่อปี โดยคำนวณรายวันจากเงินลงทุน Capital contribution โดยคำนวณสะสมตลอดอายุการลงทุน 5 ปี และไม่คำนวณทบต้น - ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายที่เกิดกับ Private Equity Trust รวมถึงส่วนแบ่งกำไรให้กับ Mr. Lee Chye Cheng Adrian, Mr. Thunyatorn Nattatum, Mr. Panon Leelamanit และ Mr. Kaveepan Eiamsakulrat และค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากกองทุน ASP-APR-UI ย่อมส่งผลต่อผลตอบแทนกองทุนให้ลดลงได้ - ตัวเลขและข้อมูลนี้ เป็นพียงตัวอย่างการคำนวณเพื่อประกอบการอธิบายการจัดสรรผลตอบแทนและการชำระเงินคืนเท่านั้น มิได้เป็นการรับประกันว่าเป็นผลการดำเนินงานที่ Private Equity Trust จะสามารถทำได้ และไม่ใช่ผลตอบแทนที่ผู้ลงทุนจะได้รับจริง ผลกระทบทางลบที่มากที่สุดจากการลงทุน (Worst Case Scenario) กรณีกิจการที่ Private Equity Trust ร่วมลงทุนไม่ประสบความสำเร็จ และ/หรือ ขาดทุนหรือล้มละลาย และ/หรือ ผู้จองซื้อในโครงการอสังหาริมทรัพย์นั้นๆ ไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้ตามสมมติฐานและตามกำหนดเวลาของกอง Private Equity Trust จะใช้สิทธิ 1. ในการโอนรับกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินโครงการจากเจ้าของโครงการเพื่อดำเนินการขายทรัพย์สินดังกล่าว หรือ 2. ขายหุ้นและ/หรือทรัพย์สินอื่นใดในสัดส่วนที่ลงทุนคืนให้แก่เจ้าของโครงการตามสัญญาที่ทำไว้ อย่างไรก็ตาม Private Equity Trust โดยผู้จัดการกองทรัสต์หรือผู้ชำระบัญชีกองทุนจะดำเนินการตามข้อ 1. หรือ 2. ให้แล้วเสร็จภายใน 12 เดือน แต่ถ้าหากไม่สามารถดำเนินการได้ตามระยะเวลาดังกล่าวและต้องการขยายระยะเวลาเกินกว่า 12 เดือนจะสามารถดำเนินการได้เมื่อ Private Equity Trust จะต้องได้รับมติจากนักลงทุน A และนักลงทุน B (ตามด้านล่าง) ให้ขยายระยะเวลาดังกล่าว - นักลงทุน A ได้แก่ กองทุนเปิด แอสเซทพลัส อัลไล ไพรเวทอิควิตี้-เรียลเอสเตท ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย (ASP-APR-UI) และนักลงทุนรายอื่นที่ได้ผ่านการรับรอง Private Equity Trust (ถ้ามี) - นักลงทุน B ได้แก่ Mr. Lee Chye Cheng Adrian, Mr. Thunyatorn Nattatum, Mr. Panon Leelamanit และ Mr. Kaveepan Eiamsakulrat ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวข้างต้นอาจส่งผลกระทบต่อกระแสเงินสดที่กอง Private Equity Trust จะจ่ายคืนเงินต้นและอัตราผลตอบแทนจากการลงทุน (IRR) ทำให้กองทุน ASP-APR-UI มีผลขาดทุนจนไม่สามารถคืนเงินต้นและ/หรือผลตอบแทนคาดหวัง (Preferred return หรือ Hurdle rate) บางส่วนหรือทั้งหมดให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนได้
Investment policy as filed with SEC Thailand.
actual = what the AMC currently charges · max = prospectus ceiling (no actual reported). Annual fees aren’t additive with one-time fees.