Asset Plus Strategic Credit Fund Not for Retail Investors
ASSET PLUS FUND MANAGEMENT COMPANY LIMITED · Other · settlement T+68
↳ Invests in Oaktree Strategic Credit iCapital Access Fund SPC · หมู่เกาะเคย์แมน
✨Invests primarily in the Oaktree Strategic Credit iCapital Access Fund SPC, focusing on originated loans and private equity-related financings in the U.S.
กองทุนมีนโยบายเน้นลงทุนในกองทุน Oaktree Strategic Credit iCapital Access Fund SPC (กองทุนหลัก) Class I-Dis ซึ่งจัดตั้งภายใต้กฎหมายของหมู่เกาะเคย์แมน (the Cayman Islands) และมี iCapital Advisors, LLC เป็นผู้จัดการการลงทุน ทั้งนี้ จะมี Net Exposure ในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศดังกล่าวโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน กองทุน Oaktree Strategic Credit iCapital Access Fund SPC (กองทุนหลัก) มีนโยบายเน้นลงทุนใน Class I ของกองทุน Oaktree Strategic Credit Fund (กองทุนอ้างอิง) ซึ่งกองทุนอ้างอิงมีสถานะเป็นกองทรัสต์ตามกฎหมายของรัฐ Delaware ประเทศสหรัฐอเมริกา และมีลักษณะเป็น Business Development Company (“BDC”) ภายใต้กฎหมาย Investment Company Act of 1940 โดยกองทุนอ้างอิงมีกลยุทธ์การลงทุนที่เน้นลงทุนในเงินกู้ที่เป็น Originated Loans และหลักทรัพย์อื่นๆ ซึ่งรวมถึงเงินกู้ร่วม (Syndicated Loans)ของบริษัทเอกชนในสหรัฐฯ ตลอดจน Highly Negotiated Loans ที่มีลักษณะเฉพาะเจาะจงตามความต้องการ และธุรกรรมเงินกู้ที่เกี่ยวข้องกับบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Private Equity-Related Financings) เช่น ธุรกรรมที่หนุนการทำ Leveraged Buyouts เป็นต้น หมายเหตุ : - Originated Loans คือ สินเชื่อทั่วไป ที่กองทุนอ้างอิงเป็นผู้ปล่อยกู้โดยตรงให้กับผู้ขอกู้รายนั้น - Syndicated Loans คือ สินเชื่อร่วม โดยผู้ให้กู้ (กองทุนอ้างอิงและผู้ให้กู้รายอื่น) ซึ่งมีตั้งแต่สองรายขึ้นไปร่วมกันปล่อยเงินกู้ ให้กับผู้ขอกู้ - Highly Negotiated Loans คือ เงินกู้ที่มีเงื่อนไขการกู้ที่เฉพาะเจาะจง โดยอาจจะมีเงื่อนไขและ/หรือรูปแบบที่พิเศษเพิ่มเติมตามที่ตกลงระหว่างผู้ให้กู้กับผู้ขอกู้ เพื่อตอบสนองวัตถุประสงค์ของผู้ขอกู้ - ธุรกรรมที่หนุนการทำ Leveraged Buyouts คือ การกู้ยืมเงินมาเพื่อซื้อกิจการ โดยส่วนมากจะเป็นการเข้าซื้อเพื่อให้สามารถกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่และมีอำนาจในการบริหารจัดการบริษัท กองทุนจะลงทุนในกองทุนหลักด้วยสกุลเงินดอลล่าร์สหรัฐ (USD) และกองทุนหลักลงทุนในกองทุนอ้างอิงด้วยสกุลเงินดอลล่าร์สหรัฐ (USD) กองทุนอ้างอิงอาจทำการกู้ยืมเงินเพื่อประโยชน์การจัดการลงทุนโดยมีเป้าหมายการทำธุรกรรม (Target Leverage) ประมาณ 85-100%ของหนี้สินต่อทุน (debt-to-equity ratio) ทั้งนี้ ตาม The U.S. Securities and Exchange Commission (SEC) กำหนดให้สามารถทำธุรกรรมดังกล่าวได้สูงสุดที่อัตรา 200% ของหนี้สินต่อทุน (debt-to-equity ratio) กองทุนอ้างอิงอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) โดยอยู่ภายใต้เกณฑ์ “limited derivative user” ตามกฎหมาย Investment Company Act of 1940 ส่วนที่เหลือจากการลงทุนตามกลยุทธ์การลงทุนหลักของกองทุนอ้างอิง กองทุนอ้างอิงอาจลงทุนในหน่วย Private Equity ตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) รวมถึงการทำธุรกรรมการขายหลักทรัพย์โดยมีสัญญาซื้อคืน (Repo) การทำธุรกรรมการขายหลักทรัพย์ที่ต้องยืมมาเพื่อการส่งมอบ (Short Sale) ทั้งนี้ กองทุนเปิด แอสเซทพลัส สตราทีจิค เครดิต ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย จะไม่ลงทุนหน่วย Private Equity ตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) และไม่ทำธุรกรรมการขายหลักทรัพย์ที่ต้องยืมมาเพื่อการส่งมอบ (Short Sale) รวมถึงการกู้ยืมเงินและการทำธุรกรรมขายโดยมีสัญญาซื้อคืนในนามกองทุนรวม (Repo) เพื่อประโยชน์ในการจัดการลงทุน เว้นแต่เป็นการกู้ยืมและการทำธุรกรรมขายโดยมีสัญญาซื้อคืนในนามกองทุนรวม (Repo) เพื่อบริหารสภาพคล่องของกองทุนรวมตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด ในส่วนที่เหลือกองทุนจะพิจารณาลงทุนในตราสารทุน ตราสารหนี้ และ/หรือตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน และ/หรือตราสารทางการเงิน และ/หรือเงินฝาก และ/หรือหน่วย CIS และ/หรือหน่วยลงทุนกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์/REITs และ/หรือหน่วยลงทุนกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน และ/หรือหน่วยลงทุนกองทุนสินค้าโภคภัณฑ์ และ/หรือกองทุนอีทีเอฟ (ETF) และ/หรือทรัพย์สินอื่นใดที่มีลักษณะทำนองเดียวกันโดยได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือคณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนดให้กองทุนลงทุนได้ ทั้งนี้ จะมีการลงทุนที่ส่งผลให้มี Net Exposure ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน กองทุนอาจมีการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management (EPM)) ทั้งเพื่อวัตถุประสงค์ในการลงทุนหรือการป้องกันความเสี่ยง และ/หรืออาจลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-Investment Grade) และ/หรือตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) และ/หรือตราสารทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) ได้ รวมถึงอาจทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด สำหรับในส่วนการลงทุนในต่างประเทศ บริษัทจัดการมีนโยบายที่จะทำการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ตามความเหมาะสมสำหรับสภาวะการณ์ในแต่ละขณะ ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน โดยผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาจากปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เช่น ปัจจัยทางเศรษฐกิจ การเงิน การคลัง เป็นต้น เพื่อคาดการณ์ทิศทางอัตราแลกเปลี่ยน ในกรณีที่บริษัทจัดการเห็นว่าการลงทุนในกองทุนหลักไม่เหมาะสมอีกต่อไป เช่น กองทุนหลักมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุน หรือลักษณะสำคัญของกองทุน หรือการลงทุนไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกองทุนหลัก หรือมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นใดที่ขัดต่อหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด เป็นต้น และ/หรือผลตอบแทนของกองทุนหลักไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ และ/หรือมีขนาดกองทุนลดต่ำลงอย่างมีนัยสำคัญ และ/หรือไม่สามารถลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนหลักดังกล่าวได้อีกต่อไป บริษัทจัดการสงวนสิทธิที่จะนำเงินลงทุนไปลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศอื่นที่มีนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกัน หรือขอสงวนสิทธิที่จะยกเลิกกองทุนเปิด แอสเซทพลัส สตราทีจิค เครดิต ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย โดยถือว่าได้รับมติเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้วและจะคำนึงประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะรายงานให้สำนักงาน ก.ล.ต. ทราบ และประกาศให้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนดำเนินการดังกล่าวผ่านเว็บไซต์บริษัทจัดการ ทั้งนี้ ระหว่างการโอนย้ายหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนไปยังกองทุนต่างประเทศอื่นข้างต้น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการพิจารณาดำเนินการครั้งเดียวหรือหลายครั้งก็ได้ โดยการทยอยโอนย้ายเงินลงทุนอาจส่งผลให้ช่วงระยะเวลาดังกล่าวกองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศมากกว่า 1 กองทุน ตามที่ระบุไว้ในโครงการข้างต้น และจะยกเว้นไม่นำเรื่องอัตราส่วนการลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนหลักโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และการลงทุนในต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนมาบังคับใช้ระหว่างการดำเนินการดังกล่าว อย่างไรก็ตาม หากบริษัทจัดการไม่สามารถลงทุนในกองทุนอื่นใดที่มีนโยบายสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ บริษัทจัดการอาจพิจารณาดำเนินการยกเลิกโครงการจัดการกองทุนรวมได้ ทั้งนี้ การคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวมตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วยก็ได้ ทั้งนี้ โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ 1. ช่วงระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม 2. ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนเลิกกองทุนรวม 3. ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมากหรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตเป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds) หรือลงทุนในตราสารทุนโดยตรงในต่างประเทศได้ หรือสามารถกลับมาเป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund) โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (Risk Profile) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน และเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งผู้ถือหน่วยลงทุนล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนการดำเนินการเปลี่ยนแปลง โดยประกาศผ่านเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ กรณีการลงทุนของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์มีลักษณะครบถ้วนตาม 1. และ 2. บริษัทจัดการจะดำเนินการตาม 3. 1. ฐานะการลงทุนสุทธิของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ (1) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี < 80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ หรือ (2) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ≥ 80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์โดยกองทุนต่างประเทศไม่มีวัตถุประสงค์การลงทุนในทำนองเดียวกับกองทุนดัชนีหรือ ETF 2. NAV ของกองทุนปลายทาง มีการลดลงในลักษณะดังนี้ (1) NAV ณ วันใดวันหนึ่งลดลง > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง หรือ (2) ยอดรวมของ NAV ลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกันคิดเป็นจำนวน > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง 3. รายละเอียดการดำเนินการ การดำเนินการ ระยะเวลาดำเนินการ 3.1 แจ้งเหตุที่กองทุนปลายทางมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการของ บลจ. ให้สำนักงานและผู้ถือหน่วย (แนวทางการดังกล่าวต้องคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยโดยรวม) ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูล ของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ 3.2 เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการตาม 3.1 ต่อผู้ลงทุนทั่วไป (ดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวด้วย) พร้อม 3.1 3.3 ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินการตาม 3.1 ภายใน 60 วันนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูล ของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ 3.4 รายงานผลการดำเนินการตาม 3.3 ให้สำนักงานทราบ ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการ ตาม 3.3 แล้วเสร็จ สรุปข้อมูลสำคัญของ Oaktree Strategic Credit iCapital Access Fund SPC (กองทุนหลัก) (แหล่งที่มาของข้อมูล : Supplement to the Confidential Private Placement Memorandum April 2023) ชื่อกองทุน Oaktree Strategic Credit iCapital Access Fund SPC ชนิดหน่วยลงทุน Class I-Dis ชนิดจ่ายเงินปันผล : เงินปันผลจากกองทุนหลักได้รับจากกองทุนอ้างอิงในส่วนของ Distribution Shares (ถ้ามี) โดยกองทุนหลักจะกระจายเงินปันผลให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนที่ลงทุนใน Distribution Shares โดยเงินปันผลจ่ายจะขึ้นอยู่กับเงินสำรองสำหรับค่าใช้จ่ายในระดับที่เหมาะสม ภาระผูกพันอื่นๆ และภาษีหัก ณ ที่จ่ายใดๆ (หรือภาษีอื่นๆ) ทั้งนี้ กองทุนอ้างอิงมีความตั้งใจที่จะประกาศและจ่ายเงินปันผลเป็นรายเดือน แต่ไม่มีการรับประกันว่าจะจ่ายเงินปันผลจำนวนเท่าใด วัตถุประสงค์การลงทุน (Investment Objective) กองทุนหลักจะนำทรัพย์สินเกือบทั้งหมดไปลงทุนในหน่วยลงทุนชนิด Class I ของ Oaktree Strategic Credit Fund (“กองทุนอ้างอิง”) ซึ่งเป็นกองทรัสต์ตามกฎหมายของรัฐ Delaware ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลในลักษณะของ Business Development Company (“BDC”) ตามกฎหมาย Investment Company Act และมีลักษณะเป็น Regulated Investment Company (RIC) ที่ต้องชำระภาษีเงินได้กับรัฐบาลกลางของสหรัฐฯ (U.S. Federal Income Tax) ประจำปี กองทุนอ้างอิงมีกลยุทธ์การลงทุนที่เน้นลงทุนในเงินกู้ที่เป็น Originated Loans และหลักทรัพย์อื่นๆ ซึ่งรวมถึงเงินกู้ร่วม (Syndicated Loans) ของบริษัทเอกชนในสหรัฐฯ ตลอดจน Highly Negotiated Loans ที่มีลักษณะเฉพาะเจาะจง และธุรกรรมเงินกู้ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในบริษัทที่ไม่ได้ จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Private Equity-Related Financings) เช่น ธุรกรรมที่หนุนการทำ Leveraged Buyouts เป็นต้น โปรดอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับวัตถุประสงค์และกลยุทธ์ในการลงทุนของกองทุนอ้างอิงในหัวข้อ “Investment Objective and Strategies” ในหนังสือชี้ชวนเสนอขายของกองทุนอ้างอิง ซึ่งมีการแก้ไข เน้นย้ำ และ/หรือ เพิ่มเติม เป็นคราวๆ ไป (“หนังสือชี้ชวนของกองทุนอ้างอิง”) ได้ที่เว็บไซต์ https://osc.brookfieldoaktree.com ประเทศที่ก่อตั้ง หมู่เกาะเคย์แมน (the Cayman Islands) ผู้จัดการการลงทุน (Investment Manager) iCapital Advisors, LLC วันทำการซื้อหน่วยลงทุน วันแรกของแต่ละเดือน (The first calendar day of each month) หรือระยะเวลาอื่นใดตามที่คณะกรรมการพิจารณาเห็นสมควร โดยจะต้องแจ้งความประสงค์ที่จะซื้อหน่วยลงทุนล่วงหน้าอย่างน้อย 6 วันทำการก่อนวันทำรายการซื้อหน่วยลงทุน (“วันที่จองซื้อ”) วันที่รับซื้อคืนหน่วยลงทุน และข้อจำกัดการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน รับซื้อคืนเป็นรายไตรมาส โดยใข้ NAV ของ ณ วันสุดท้ายของปฏิทินในแต่ละไตรมาส (“วันทำการรับซื้อคืน”) ต้องแจ้งความประสงค์ที่จะขายคืนหน่วยลงทุนล่วงหน้าอย่างน้อย 45 วันก่อนวันทำการรับซื้อคืน คำสั่งขายคืนจะต้องได้รับการยอมรับจากกองทุนอ้างอิง ตลอดจนข้อกำหนดและเงื่อนไขของกองทุนอ้างอิง จำกัดการไถ่ถอนหน่วยลงทุนไม่เกิน 5% ของจำนวนหน่วยลงทุนหรือ NAV รวมทั้งหมด ต่อไตรมาสตามปฏิทิน (โดยพิจารณาจากจำนวนหน่วยลงทุนหรือ NAV รวม) ณ ไตรมาสก่อนหน้า รายการขายคืนหน่วยลงทุนที่ระยะเวลาถือครองไม่ครบ 1 ปี จะได้ชำระเงินค่าขายคืนที่ 98% ของราคาขายคืน วันชำระเงินค่าขายคืนหน่วยลงทุน โดยปกติจะชำระเงินค่าขายคืนหน่วยลงทุนภายใน 45 วันนับจากวันที่รับซื้อคืน หรือ สูงสุดไม่เกิน 66 วันนับจากวันที่รับซื้อคืน แล้วแต่กรณี ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย Administrative Fee : 0.20% per annum ทั้งนี้ หากกองทุนหลักมีการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลข้างต้น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิปรับปรุงข้อมูลกองทุนหลัก โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว บริษัทจัดการจะแจ้งการแก้ไขหรือการเปลี่ยนแปลงข้อมูลดังกล่าวให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ทราบ และจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบผ่านทางเว็บไซต์บริษัทจัดการ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการพิจารณาเปลี่ยนแปลงชนิดของหน่วยลงทุน รวมถึงอาจเปลี่ยนแปลงสกุลเงินลงทุนเป็นสกุลเงินอื่นใดนอกเหนือจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) หรือเปลี่ยนแปลงการซื้อขายในประเทศอื่นใดนอกเหนือจากหมู่เกาะเคย์แมน (the Cayman Islands) หากในอนาคตกองทุนหลักได้มีการเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลดังกล่าว ตามดุลยพินิจของบริษัทจัดการในภายหลังได้ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ซึ่งบริษัทจัดการจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ โดยบริษัทจัดการจะแจ้งการเปลี่ยนแปลงและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องผ่านเว็บไซต์ของบริษัทจัดการให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงหรือก่อนทำการลงทุนดังกล่าว สรุปข้อมูลสำคัญของ Oaktree Strategic Credit Fund (กองทุนอ้างอิง) (แหล่งที่มาของข้อมูล : Prospectus of Oaktree Strategic Credit Fund dated January 27, 2023) Oaktree Strategic Credit Fund (กองทุนอ้างอิง) มีสถานะเป็นกองทรัสต์ตามกฎหมายของรัฐ Delaware ซึ่งจัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2021 เป็นกองทุนปิดที่ไม่มีการกระจายการลงทุน และมีลักษณะเป็น Business Development Company (“BDC”)ภายใต้กฎหมาย Investment Company Act of 1940 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ในที่นี้เรียกรวมว่า “Investment Company Act”) กองทุนอ้างอิงบริหารจัดการโดยที่ปรึกษาการลงทุน Oaktree Fund Advisors, LLC (“ที่ปรึกษา” และ เรียกโดยรวมพร้อมกับหน่วยงานภายในเครือว่า“Oaktree”) ทั้งนี้ กองทุนอ้างอิงเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การลงทุนแบบ Private Credit ของ Oaktree ซึ่งประกอบด้วยกลยุทธ์ที่เน้นการลงทุนใน Strategic Credit และกลยุทธ์ที่เน้นการลงทุนใน U.S. Private Debt ชื่อกองทุน Oaktree Strategic Credit Fund ชนิดหน่วยลงทุน Class I วันเริ่มเปิดเสนอขายชนิดหน่วยลงทุน Class I วันที่ 1 มิถุนายน 2022 ประเทศที่ก่อตั้งกองทุน ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยก่อตั้งตามกฎหมายของรัฐเดลาแวร์ (Delaware) ผู้จัดการการจัดจำหน่าย (Distribution Manager) Brookfield Oaktree Wealth Solutions LLC ที่ปรึกษา (Adviser) Oaktree Fund Advisors, LLC โครงสร้าง (Structure) เป็นกองทุนปิดที่ไม่มีการกระจายการลงทุน และมีลักษณะเป็น Business Development Company (“BDC”) ภายใต้กฎหมาย Investment Company Act of 1940 ข้อกำหนดการลงทุนของ Business Development Company (“BDC”) BDC คือบริษัทการลงทุนแบบปิดที่ได้ดำเนินการจัดตั้งกับ SEC ภายใต้ข้อกำหนดตามกฎหมาย Investment Company Act ด้วยการที่เป็นบริษัทการลงทุนจดทะเบียนแบบ BDC ทำให้จะต้องมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารไม่น้อยกว่า 70% ตามที่ Investment Company Act กำหนดไว้ใน Section 55(a) ซึ่งได้มีการระบุไว้ใน Prospectus ซึ่งโดยทั่วไปเป็นสินทรัพย์นอกตลาดหลักทรัพย์ซึ่งออกโดยบริษัทในประเทศสหรัฐอเมริกา หรือออกโดยบริษัทที่มีการซื้อขายไม่มากนักในตลาดหลักทรัพย์ ในส่วนที่เหลืออาจลงทุนในสินทรัพย์อื่นที่ไม่ได้ระบุไว้ใน Section 55(a) ข้างต้น และกำหนดให้ลงทุนได้สูงสุดไม่เกิน 30% ของพอร์ตการลงทุน เช่น การลงทุนในบริษัทนอกประเทศสหรัฐอเมริกา Portfolio Strategy กองทุนมีเป้าหมายที่จะลงทุนประมาณร้อยละ 70 ในการปล่อยสินเชื่อนอกตลาด (Private Loans) และอีกประมาณร้อยละ 30 ลงทุนในตราสารหนี้ที่มีการจัดจำหน่ายต่อสาธารณะหรือสามารถซื้อขายได้ในตลาดรอง (Public Debt) ที่มีคุณภาพดีและมีราคาต่ำกว่าราคาพาร์ เพื่อเพิ่มมูลค่าของผลตอบแทนโดยรวมในช่วงที่ตลาดผันผวนมากกว่าธรรมดาอย่างมาก (Market Dislocation) ทั้งนี้ ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 ของการลงทุนเป็นการลงทุนด้านเครดิต (Credit Investments) กลยุทธ์การลงทุน (Investment Strategy) กองทุนจะพยายามบรรลุวัตถุประสงค์การลงทุนโดยเน้นลงทุนด้วยการปล่อยสินเชื่อนอกตลาด โดยวิธีการดังต่อไปนี้: ใช้ประโยชน์จากประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของทีมผู้บริหารของที่ปรึกษาในด้านต่างๆ ตั้งแต่สินเชื่อที่ก่อให้เกิดรายได้ (Performing Credit) จนถึงสินเชื่อที่มีโอกาสผิดนัดชำระหนี้ (Distressed Debt) ในวัฏจักรตลาดที่แตกต่างกัน พร้อมทั้งทรัพยากรที่มีอยู่อย่างหลากหลายทั่วทั้งองค์กรของ Oaktree ทั้งในด้านการเสาะหา ประเมิน และจัดโครงสร้างธุรกรรมต่างๆ ตลอดจนความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่าง Oaktree กับ Sponsors ผู้บริหารกิจการ ที่ปรึกษาด้านการระดมเงินทุน (Capital Raising Advisors) และผู้ออกหลักทรัพย์ มีกระบวนการพิจารณาสินเชื่อ (Credit Underwriting Process) ที่เข้มงวด ซึ่งมุ่งเน้นการควบคุมความเสี่ยงและให้ความสำคัญกับการคุ้มครองเงินต้นและหลีกเลี่ยงการขาดทุน เน้นการลงทุนใน Private Debt ของบริษัทขนาดปานกลาง และสินเชื่อที่มีอัตราส่วนความครอบคลุมของสินทรัพย์ (Asset Coverage Ratio) ที่ที่ปรึกษาเห็นว่ามีการคุ้มครองสินเชื่ออย่างเหมาะสม และสามารถสร้างมาตรการคุ้มครองทางการเงิน ซึ่งรวมถึงการจัดหาเงินทุนที่สอดคล้องกับแนวทางการลดความเสี่ยงด้านเครดิตตามที่ที่ปรึกษาเห็นว่ามีความจำเป็น บริหารพอร์ตการลงทุนที่มีการกระจาย Private Debt ที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในอุตสาหกรรมและประเภทของธุรกรรมต่างๆ อย่างหลากหลาย เช่น ธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับการทำ Leveraged Buyout (“LBO”) และ Highly Negotiated Loans ในลักษณะเฉพาะเจาะจงตามความต้องการ โดยที่เป็นการลงทุนในลักษณะ Opportunistic Investments ในหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ที่มีคุณภาพดีและมีราคาต่ำกว่าราคาพาร์ เพื่อเพิ่มผลตอบแทนรวมในช่วงเวลาที่ตลาดมีความผันผวนมากกว่าภาวะปกติอย่างมาก (Significant Market Dislocation) และ ติดตามความเคลื่อนไหวของพอร์ตการลงทุนอย่างเคร่งครัด เพื่อให้สามารถคาดการณ์และป้องกันเหตุการณ์เชิงลบที่เกี่ยวข้องกับความสามารถในการชำระหนี้ที่อาจเกิดขึ้น ในพอร์ตการลงทุนของกองทุน ภายใต้สถานการณ์ปกติ กองทุนจะลงทุนอย่างน้อยร้อยละ 80 ของทรัพย์สินทั้งหมด (ทรัพย์สินสุทธิบวกด้วยเงินกู้ยืมเพื่อการลงทุน) ในการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับเครดิต (Credit Investments) ที่มีอายุของหลักทรัพย์หรือตราสารที่แตกต่างกัน โดยเงินลงทุนส่วนใหญ่ของกองทุนจะลงทุนในบริษัทเอกชนของสหรัฐฯ แต่ก็อาจมีการลงทุนบางส่วนในบริษัทที่อยู่ในยุโรปและประเทศอื่นๆ นอกสหรัฐฯ ด้วย (โดยอยู่ภายใต้ข้อกำหนดของ BDCs ในการลงทุนอย่างน้อยร้อยละ 70 ของทรัพย์สินในบริษัทเอกชนของสหรัฐฯ) นอกจากนี้ เพื่อเพิ่มผลตอบแทนโดยรวม กองทุนอาจลงทุนในหลักทรัพย์ที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนที่ดี รวมถึงลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีคุณภาพดีแต่มีราคาต่ำกว่าราคาพาร์ อันเป็นผลสืบเนื่องจากภาวะผันผวนผิดปกติของตลาด (Broad Market Dislocations) หรือสถานการณ์พิเศษที่ท้าทายต่างๆ นอกจากนี้กองทุนอาจลงทุนในหลักทรัพย์อื่น อาทิเช่น หุ้นบุริมสิทธิ หุ้นที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์หรือซื้อขายในวงจำกัด ตราสารประเภท Warrants และ Options ที่เกี่ยวข้องกับตราสารทุน กองทุนรวมตลาดเงิน เงินสดและตราสารที่ใกล้เคียงกับเงินสด และตราสารทุนของนิติบุคคลเฉพาะกิจ (Special Purpose Entities) ซึ่งเงินลงทุนในหลักทรัพย์เหล่านี้ รวมทั้งสิ้นแล้วจะต้องไม่เกินร้อยละ 20 ของทรัพย์สินรวมภายใต้สถานการณ์ปกติ วันทำการซื้อหน่วยลงทุน วันแรกของแต่ละเดือน (โดยจะใช้ราคา NAV ต่อหน่วยลงทุน ณ วันสุดท้ายของเดือนก่อนหน้าในการคำนวณ) และจะต้องแจ้งความประสงค์ที่จะซื้อหน่วยลงทุนล่วงหน้าอย่างน้อย 5 วันทำการก่อนวันแรกของเดือน (ยกเว้นแต่จะได้รับการยกเว้นจากผู้จัดการการจัดจำหน่าย (Distribution Manager) ทั้งนี้ คำสั่งซื้อหน่วยลงทุนล่วงหน้าจะสมบูรณ์ต่อเมื่อได้รับคำยืนยันจากกองทุน ระยะเวลาการขายคืน และสภาพคล่อง (Liquidity) รับซื้อคืนหน่วยลงทุนเป็นรายไตรมาสตามปฎิทิน โดย จำกัดการไถ่ถอนหน่วยลงทุนไม่เกิน 5% ของจำนวนหน่วยลงทุนหรือ NAV รวมทั้งหมด ต่อไตรมาสตามปฏิทิน (โดยพิจารณาจากจำนวนหน่วยลงทุนหรือ NAV รวม) ณ ไตรมาสก่อนหน้า สำหรับคำสั่งขายคืนหน่วยลงทุนที่ได้รับการจัดสรรบางส่วนแต่ไม่ครบตามจำนวนที่ได้ทำการส่งคำสั่งขายคืนหน่วยลงทุน คำสั่งขายคืนหน่วยลงทุนที่ได้รับการจัดสรรจะได้ตามสัดส่วน (pro rate basis) ส่วนคำสั่งที่ไม่ได้รับการจัดสรรจะต้องส่งคำสั่งขายคืนอีกครั้ง ในไตรมาสถัดไป หรือระยะอื่นใดตามความเหมาะสม รายการขายคืนหน่วยลงทุนที่ระยะเวลาถือครองไม่ครบ 1 ปี จะได้ชำระเงินค่าขายคืนที่ 98% ของราคาขายคืน ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย 1. Management Fee : - 1.25% ต่อปีของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ โดยคำนวณทุกวันแรกของเดือน และเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเป็นรายเดือน 2. Performance Fee : - 12.5% ของรายได้สุทธิจากการลงทุนในส่วนที่เกิน 5% และเรียกเก็บเป็นรายไตรมาส - 12.5% ของกำไรจากส่วนต่างราคาที่รับรู้แล้ว (realized capital gain) หักกับการขาดทุนสุทธิที่รับรู้และยังไม่รับรู้ (net of realized and unrealized loss) โดยจะเรียกเก็บเป็นรายปี ทั้งนี้ การเรียกเก็บค่าธรรมเนียม Performance Fee ของกองทุนอ้างอิงมีผลกระทบต่อผลการดำเนินงานและผลตอบแทนของกองทุนหลักและกองทุนไทย สามารถดูรายละเอียดข้อมูลหนังสือชี้ชวนชองกองทุน Oaktree Strategic Credit Fund – Class I และรายละเอียดอื่นๆ ได้ที่เว็บไซต์ https://osc.brookfieldoaktree.com/ หากกองทุนหลักและ/หรือกองทุนอ้างอิงมีการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลข้างต้น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิปรับปรุงข้อมูลกองทุนหลักและ/หรือกองทุนอ้างอิง โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว บริษัทจัดการจะแจ้งการแก้ไขหรือการเปลี่ยนแปลงข้อมูลดังกล่าวให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ทราบ และจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบผ่านทางเว็บไซต์บริษัทจัดการ ทั้งนี้ สรุปข้อมูลสำคัญ ค่าธรรมเนียม รวมถึงรายละเอียดต่างๆ ข้างต้นของกองทุนหลักและกองทุนอ้างอิงได้ถูกคัดเลือกมาเฉพาะส่วนที่สำคัญและแปลมาจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ ดังนั้น ในกรณีที่มีความแตกต่างหรือไม่สอดคล้องกับต้นฉบับภาษาอังกฤษ ให้ถือเอาต้นฉบับภาษาอังกฤษของกองทุนหลักเป็นเกณฑ์ ผู้ลงทุนควรศึกษารายละเอียดการลงทุนก่อนการตัดสินใจลงทุน สถานการณ์เชิงลบอย่างมากที่สุดที่เกิดขึ้น (Worst Case Scenario) ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการลงทุนในกองทุน Oaktree Strategic Credit Fund -Class I (กองทุนอ้างอิง) ในกรณีที่กองทุนอ้างอิง ไม่ประสบความสำเร็จตามแผนการลงทุน อาทิเช่น ผู้กู้ไม่สามารถชำระคืนดอกเบี้ยและ/หรือเงินต้นได้ เป็นต้น จนส่งผลให้กองทุนอ้างอิงไม่สามารถขายหลักทรัพย์บางส่วนหรือทั้งหมดได้ตามราคาและ/หรือตามระยะเวลาที่ต้องการ เหตุการณ์ดังกล่าวอาจนำมาซึ่งการสูญเสียเงินลงทุนบางส่วนหรือในกรณีหากเกิดเหตุการณ์เลวร้ายที่สุดอาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด รวมถึงกรณีสินทรัพย์ของกองทุนเกิดปัญหาสภาพคล่องเป็นระยะเวลานาน ผู้ลงทุนอาจจะต้องถือสินทรัพย์ยาวนานกว่าที่วางแผนไว้ ทั้งนี้ ทาง บลจ. ได้มีการนำผลตอบแทนของกองทุนอ้างอิงชนิดหน่วยลงทุน Class I ตั้งแต่เริ่มเปิดเสนอขาย 1 มิถุนายน 2565 มาคำนวณผลตอบแทนขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) โดยหากลงทุนด้วยเงิน 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ จะมีผลลัพธ์ตามตารางด้านล่าง ช่วงเวลา ระดับผลตอบแทนขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) มูลค่าเงินลงทุนคงเหลือ (สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ) ระยะเวลาที่จะกลับมาคืนทุน (Recovery Period) นับจากจัดตั้งกองทุน* -2.51% 97,490 ดอลลาร์สหรัฐ 2 เดือน ข้อมูลจาก Oaktree Strategic Credit Fund – Class I ณ 31 พฤษภาคม 2566 หมายเหตุ: การประมาณการผลตอบแทนจากการลงทุนในกองทุนอ้างอิงข้างต้นเป็นการอ้างอิงจากสถานการณ์ในอดีต และมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต ทั้งนี้ ผลตอบแทนที่ผู้ลงทุนจะได้รับจริงจะขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดและระยะเวลาการลงทุนของผู้ลงทุน *คำนวณจากผลตอบแทนรายเดือน (Monthly return) ของกองทุน Oaktree Strategic Credit Fund - Class I ซึ่งเป็นกองทุนอ้างอิง ตั้งแต่วันที่กองทุนมีการคำนวณและประกาศมูลค่าหน่วยลงทุนครั้งแรกในเดือนมิถุนายน 2565 โดยระดับผลการขาดทุนสูงสุดนับจากวันจัดตั้งกองทุนเกิดขึ้นในช่วงเดือนมิถุนายน 2565 ซึ่งเป็นช่วงที่ Fed เร่งขึ้นดอกเบี้ยอย่างรวดเร็วที่ระดับ 75 bps ต่อรอบการประชุม และทำให้นักลงทุนกังวลว่าการเร่งขึ้นดอกเบี้ยของ Fed จะทำให้เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยรุนแรง อย่างไรก็ตามกองทุนได้ใช้เวลากลับมาคืนทุนอยู่ที่ 2 เดือน โดยผลตอบแทนสะสมกลับมาเป็นบวกอีกครั้งหนึ่งในเดือนสิงหาคม 2565 หลังจากนักลงทุนผ่อนคลายความกังวลในภาวะเศรษฐกิจสหรัฐ จากตัวเลขการจ้างงานสหรัฐที่ยังแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตามผลตอบแทนดังกล่าวเป็นเพียงผลตอบแทนที่เกิดขึ้นในอดีต ไม่สามารถนำมาเป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้
Actual charged, per year
Investment policy as filed with SEC Thailand.
actual = what the AMC currently charges · max = prospectus ceiling (no actual reported). Annual fees aren’t additive with one-time fees.