Krungthai Equity Plus 70/30 Thailand ESG Extra Fund
KRUNG THAI ASSET MANAGEMENT PUBLIC COMPANY LIMITED · Mixed / Balanced · settlement T+2
✨Invests primarily in ESG-integrated equities listed on the Stock Exchange of Thailand, focusing on sustainability and corporate governance.
1. กองทุนมีนโยบายกระจายการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินดังต่อไปนี้ โดยมี net exposure ในทรัพย์สินที่จะลงทุนดังกล่าว โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน 1.1 หุ้นที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และ/หรือตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ดังนี้ 1.1.1 หุ้นซึ่งผ่านกระบวนการวิเคราะห์การลงทุนแบบ ESG Integration โดยจะเน้นลงทุนในบริษัทที่มีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance: ESG) ที่ผ่านการคัดเลือกและได้รับการประกาศผลประเมินหุ้นยั่งยืน จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ/หรือ 1.1.2 หุ้นที่มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แผนการจัดการ และการตั้งเป้าหมายเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย รวมทั้งจัดให้มีการทวนสอบการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์โดยผู้ทวนสอบที่สำนักงานยอมรับ และ/หรือ 1.1.3 หุ้นที่มีลักษณะดังนี้ 1.1.3.1 เป็นหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีธรรมาภิบาล (Governance) โดยได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียน (Corporate Governance Report of Thai Listed Companies: CGR) จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย ตั้งแต่ 90 คะแนนขึ้นไป หรือเทียบเท่า 1.1.3.2 มีการเปิดเผยเป้าหมายและแผนในเรื่องดังนี้ และรายงานความคืบหน้า การปฏิบัติตามเป้าหมายหรือแผน ผ่านช่องทางของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ซึ่งจัดไว้สำหรับการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวโดยเฉพาะ ทั้งนี้ สำนักงานอาจประกาศกำหนดรายละเอียดเพิ่มเติมของข้อมูลในแต่ละหัวข้อด้วยก็ได้ 1.1.3.2.1 การมีเป้าหมายและแผนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มมูลค่าของกิจการ (corporate value up plan) 1.1.3.2.2 การมีเป้าหมายและแผนการยกระดับการดำเนินงานในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ดังนี้ โดยต้องตั้งเป้าหมายเพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามแผนการยกระดับดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปีนับแต่วันที่เปิดเผยเป้าหมายและแผนการยกระดับ (1) แผนดำเนินการที่ชัดเจนเพื่อเข้ารับการประเมินจาก ผู้ประเมินผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนตามมาตรฐานสากลตามประกาศการลงทุนของสำนักงาน ก.ล.ต. (2) เป้าหมายและแผนดำเนินการเพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศตามประกาศการลงทุนของสำนักงาน ก.ล.ต. 1.1.3.3 มีการเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารกับผู้ลงทุน ตามที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) กำหนด 1.2 ตราสารอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่าง ดังนี้ 1.2.1 ตราสารเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) ตราสารเพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) หรือตราสารส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability - linked bond) ที่ออกตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยการขออนุญาตและการอนุญาตให้เสนอขายตราสารหนี้ที่ออกใหม่ต่อประชาชนเป็นการทั่วไป ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยการขออนุญาตและการอนุญาตให้เสนอขายตราสารหนี้ที่ออกใหม่ต่อบุคคลในวงจำกัด และการเสนอขาย หุ้นกู้แปลงสภาพต่อบุคคลที่มีลักษณะเฉพาะ หรือประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยข้อกำหนดที่เกี่ยวกับการออกและเสนอขายศุกูก และการเปิดเผยข้อมูล แล้วแต่กรณี ซึ่งมีการเปิดเผยข้อมูลในแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายตราสารหรือเอกสารที่นำเสนอต่อผู้ลงทุนในการเสนอขายตราสารดังกล่าวในเรื่องดังนี้ 1.2.1.1 กรณีเป็นตราสารเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม หรือตราสารเพื่อความยั่งยืน ต้องมีการเปิดเผยวัตถุประสงค์การใช้เงินที่ได้จากการระดมทุน (use of proceeds) ว่าเป็นไปเพื่อโครงการที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือเพื่อโครงการที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนของประเทศไทย แล้วแต่กรณี 1.2.1.2 กรณีเป็นตราสารส่งเสริมความยั่งยืน ต้องมีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการกำหนดตัวชี้วัดและเป้าหมายด้านความยั่งยืนเพื่อส่งเสริมความยั่งยืนของผู้ออกตราสารดังกล่าวในประเทศไทย 1.2.2 พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ย หรือหุ้นกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ยแต่ไม่รวมถึงหุ้นกู้แปลงสภาพ ซึ่งเป็นพันธบัตรหรือ หุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) พันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) หรือพันธบัตรหรือหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability - linked bond) 2. สำหรับเงินลงทุนส่วนที่เหลือ กองทุนอาจลงทุนในตราสารทุนนอกเหนือจากข้อ 1.1 ตราสารแห่งหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตราสารทางการเงิน หน่วยลงทุน CIS กองทุน ETF หน่วย infra หน่วย private equity หน่วย property และ/หรือเงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก และกองทุนอาจกู้ยืมเงิน หรือทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ ธุรกรรมการขายโดยมีสัญญาซื้อคืน หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) และ/หรือตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) ตลอดจนหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการก.ล.ต. ประกาศกำหนด หรือเห็นชอบให้ลงทุนได้ รวมถึงกองทุนอาจลงทุนในโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (investment token) กลุ่มความยั่งยืน ดังนี้ ซึ่งได้รับอนุญาตจากสำนักงานให้เสนอขายต่อประชาชนหรือต่อบุคคลในวงจำกัดตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล (ก) โทเคนดิจิทัลเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green token) ต้องมีการเปิดเผยวัตถุประสงค์การใช้เงินที่ได้จากการเสนอขายโทเคนดิจิทัล (use of proceeds) ว่าเป็นไปเพื่อโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย (ข) โทเคนดิจิทัลเพื่อความยั่งยืน (sustainability token) ต้องมีการเปิดเผยวัตถุประสงค์การใช้เงินที่ได้จากการเสนอขายโทเคนดิจิทัล (use of proceeds) ว่าเป็นไปเพื่อโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อมและโครงการเพื่อพัฒนาสังคมของประเทศไทย (ค) โทเคนดิจิทัลเพื่อส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability-linked token) ต้องมีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการกำหนดตัวชี้วัดและเป้าหมายด้านความยั่งยืนของผู้ออกโทเคนดิจิทัล บริษัทในเครือ หรือโครงการใด ๆ ในประเทศไทย ข้อมูลเกี่ยวกับโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน มีรายละเอียดดังนี้ • ลักษณะของโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน โทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (Investment Token) เป็นสินทรัพย์ที่ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) ในการทำธุรกรรมและเก็บรักษามูลค่า โดยผู้ถือครองโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนจะมีสิทธิ์ในการร่วมลงทุนในสินทรัพย์หรือโครงการต่างๆ เช่น อสังหาริมทรัพย์ โครงสร้างพื้นฐาน หรือโครงการพัฒนาอื่นๆ และจะได้รับผลตอบแทนตามที่ระบุไว้ใน White Paper ของโครงการนั้นๆ • การลงทุนในโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (Investment Token) มีเงื่อนไขที่ต้องพิจารณา เช่น - ความผันผวนของราคาที่อาจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว - สภาวะตลาดและเศรษฐกิจมหภาค - การเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง - ความน่าเชื่อถือของโครงการและผู้ออกโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน - นวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่อาจส่งผลต่อมูลค่าของโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน • ผลตอบแทนของโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน ผลตอบแทนจากการลงทุนในโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (Investment Token) โดยทั่วไปจะอยู่ในรูปแบบของส่วนแบ่งรายได้หรือกำไรจากโครงการ สิทธิประโยชน์เพิ่มเติมตามที่ระบุไว้ใน White Paper และ/หรือผลตอบแทนที่เป็นตัวเงิน เช่น ส่วนแบ่งรายได้ในแต่ละไตรมาส หรือส่วนแบ่งกำไรจากการขายทรัพย์สินของโครงการ เป็นต้น ข้อมูลเกี่ยวกับการเก็บรักษาโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (ถ้ามี) ในกรณีที่บริษัทจัดการมีการลงทุนในโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน บริษัทจัดการจะแต่งตั้งผู้เก็บรักษาทรัพย์สินดังกล่าว โดยผู้เก็บรักษาทรัพย์สินดังกล่าวจะต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทการเป็นผู้ให้บริการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัลตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ทั้งนี้ การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลข้างต้นอาจมีค่าธรรมเนียมและค่าบริการ เช่น ค่าธรรมเนียมการซื้อขาย (Trading Fees) ค่าธรรมเนียมการฝาก/ถอนสินทรัพย์ดิจิทัลจากบัญชี (Deposit/Withdrawal Fees) ค่าธรรมเนียมการโอนย้าย (Transfer Fees) และค่าธรรมเนียมการเก็บรักษาสินทรัพย์ดิจิทัล (Custody Fees) เป็นต้น ทั้งนี้ หลักเกณฑ์เกี่ยวกับลักษณะของโทเคนดิจิทัลจะเป็นไปตามที่สำนักงาน ก.ล.ต. ประกาศกำหนด โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการกำกับตลาดทุน 3. กองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่น กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ ในสัดส่วนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน อย่างไรก็ตาม การลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่นซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนของกองทุน ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด ทั้งนี้ กองทุนปลายทางไม่สามารถลงทุนย้อนกลับในกองทุนต้นทาง (Circle investment) ได้ และกองทุนปลายทางจะไม่ลงทุนต่อในกองทุนรวมอื่นภายใต้บริษัทจัดการเดียวกัน (cascade investment) เกินกว่า 1 ทอด 4. กองทุนจะกำหนดกรอบการลงทุนในตราสารทุน โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และตราสารหนี้ โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกินกว่าร้อยละ 30 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน 5. กองทุนอาจพิจารณานำเงินไปลงทุนในต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน 6. กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อลดความเสี่ยง (Hedging) หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. และ/หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด และในกรณีที่มีการลงทุนในต่างประเทศกองทุนอาจพิจารณาลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) ที่มีตัวแปรเป็นอัตราแลกเปลี่ยนเงินโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันความเสี่ยง โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนตามความเหมาะสมกับสภาวการณ์ในแต่ละขณะ เช่น กรณีที่ค่าเงินดอลาร์สหรัฐมีแนวโน้มอ่อนค่าลง บริษัทจัดการอาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับอัตราแลกเปลี่ยน (FX Derivatives) อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการอาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับอัตราแลกเปลี่ยน (FX Derivatives) ในสัดส่วนที่น้อย หรืออาจพิจารณาไม่ป้องกันในกรณีที่ค่าเงินดอลาร์สหรัฐมีแนวโน้มแข็งค่า ซึ่งการใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงอาจมีต้นทุน สำหรับการทำธุรกรรมป้องกันความเสี่ยง โดยทำให้ผลตอบแทนของกองทุนโดยรวมลดลงจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่กองทุนจะเข้าเป็นคู่สัญญา จะมีสินทรัพย์อ้างอิงอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ได้แก่ ทรัพย์สินที่กองทุนสามารถลงทุน อัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยนเงิน เครดิต เช่น credit rating หรือ credit event เป็นต้น ทองคำ น้ำมันดิบ และ/หรือ สินทรัพย์อ้างอิงอื่นตามที่สำนักงานกำหนดเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม การลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) อาจมีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงราคาของหลักทรัพย์อ้างอิงที่เคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้ามกับที่คาดการณ์ไว้ และ/หรือคู่สัญญาที่ทำธุรกรรมไม่สามารถชำระภาระผูกพันได้ตามที่กำหนดเวลา อาจทำให้กองทุนขาดทุนจากการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าได้ อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการจะวิเคราะห์และติดตามปัจจัยที่มีผลกระทบต่อราคาสินทรัพย์อ้างอิง รวมถึง พิจารณาความน่าเชื่อถือของคู่สัญญาก่อนทำธุรกรรมและติดตามอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ บริษัทจัดการอาจปรับเปลี่ยนการลงทุนหรือการเข้าทำธุรกรรมให้เหมาะสมกับสถานการณ์ โดยจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของกองทุนและผู้ถือหน่วยลงทุน อย่างไรก็ดี การลงทุนในทรัพย์สินอื่นใดนอกเหนือจากทรัพย์สินตาม 1. จะเป็นไปในลักษณะที่ไม่ทำให้กองทุนมี net exposure ในทรัพย์สินตาม 1. โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีน้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน 7. กองทุนจะไม่ลงทุนในตราสาร ดังต่อไปนี้ 7.1. ตราสารแห่งหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือของผู้ออกตราสารตํ่ากว่าที่สามารถลงทุนได้ (non-investment grade) 7.2. ตราสารแห่งหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Securities) 7.3. หลักทรัพย์ของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) อย่างไรก็ตาม กองทุนอาจมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์ของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) และ/หรือ ตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือตํ่ากว่าที่สามารถลงทุนได้ (non-investment grade) เฉพาะกรณีที่หลักทรัพย์นั้นมีการซื้อขายในตลาดและ/หรือตราสารหนี้นั้นได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้ (investment grade) ขณะที่กองทุนลงทุนเท่านั้น 8. การคำนวณสัดส่วนการลงทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน มิให้นับรวมถึงช่วงเวลาดังต่อไปนี้ โดยต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด และ/หรือที่แก้ไขเพิ่มเติม (ก) ช่วงเวลาระหว่างรอการลงทุน ซึ่งมีระยะเวลา 30 วันนับแต่วันจดทะเบียนกองทรัพย์สิน (ข) ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนครบกำหนดอายุโครงการหรือก่อนเลิกกองทุนรวม (ค) ช่วงระยะเวลาที่กองทุนจำเป็นต้องรอการลงทุน และ/หรือในช่วงที่ผู้ลงทุนทำการขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก ซึ่งมีระยะเวลาไม่เกิน 10 วันทำการ 9. กรณีเกิดสภาวการณ์ที่ไม่ปกติและ/หรือเกิดเหตุการณ์ที่เชื่อได้ว่าจะมีผลกระทบต่อกองทุนและ/หรือมูลค่าหลักทรัพย์ที่กองทุนลงทุน เช่น ตลาดมีความผิดปกติ มีการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจหรือการเมืองอย่างมีนัยสำคัญ มีการขายคืนหน่วยลงทุนจำนวนมาก เป็นต้น และ/หรือเกิดเหตุการณ์ที่บริษัทจัดการประเมินว่าปัจจัยต่างๆ มีโอกาสที่จะไม่เป็นไปตามที่บริษัทจัดการคาดการณ์ไว้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการปรับกลยุทธ์การลงทุนที่แตกต่างไปจากที่กำหนดไว้ เพื่อความเหมาะสมในทางปฏิบัติในภาวะนั้นๆ ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนที่กำหนดไว้ โดยคำนึงถึงประโยชน์ของกองทุนโดยรวมและถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว 10. บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเลิกกองทุน ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้บริษัทจัดการไม่สามารถคัดเลือกหลักทรัพย์ที่เข้าเกณฑ์ลงทุนของบริษัทได้ หรือหากบริษัทจัดการเห็นว่าไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุนของกองทุน หรือในกรณีที่เกิดสภาวการณ์ที่ไม่ปกติ หรือกรณีอื่นใดที่เกิดจากปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ โดยจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ ทั้งนี้ ในกรณีที่กองทุนรวมเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ เกิดเหตุการณ์เลิกกองทุนตามเหตุการณ์ข้างต้น บริษัทจัดการจะดำเนินการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน (การโอนย้ายการลงทุน) ระหว่างกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ /หน่วยลงทุนชนิดไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ ไปยังกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ /หน่วยลงทุนชนิดไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ ที่มีนโยบายการลงทุนที่ใกล้เคียงกับกองทุนรวมเดิม หรือที่มีความเสี่ยงต่ำสุด ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการก่อน ทั้งนี้ หากไม่มีกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ /หน่วยลงทุนชนิดไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการข้างต้น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการใช้ดุลยพินิจในการโอนย้ายกองทุนไปยังกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ /หน่วยลงทุนชนิดไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการอื่น โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะดำเนินการโอนย้ายกองทุนโดยเป็นไปตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในหัวข้อ “การดำเนินการของบริษัทจัดการ เมื่อเลิกกองทุนรวม” (ส่วนข้อผูกพัน) วัตถุประสงค์การลงทุนที่เกี่ยวกับความยั่งยืน กองทุนจะลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินดังต่อไปนี้ โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน 1. หุ้นที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และ/หรือตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) โดยจะเน้นลงทุนใน : 1.1 หุ้นของบริษัทที่มีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance: ESG) ซึ่งผ่านการวิเคราะห์การลงทุนโดยวิธี Positive Screening ที่ผ่านการคัดเลือกและได้รับการประกาศผลประเมินหุ้นยั่งยืน จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และใช้การวิเคราะห์ภายในของบริษัทจัดการในการวิเคราะห์ ESG Integration เพิ่มเติมอีกชั้นหนึ่ง เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยเชิงคุณภาพทั้งในแง่ของความยั่งยืน ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม และ/หรือ 1.2 หุ้นที่มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แผนการจัดการ และการตั้งเป้าหมายเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย รวมทั้งจัดให้มีการทวนสอบการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์โดยผู้ทวนสอบที่สำนักงานยอมรับ และ/หรือ 1.3 หุ้นที่มีลักษณะดังนี้ 1.3.1 เป็นหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีธรรมาภิบาล (Governance) โดยได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียน (Corporate Governance Report of Thai Listed Companies: CGR) จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย ตั้งแต่ 90 คะแนนขึ้นไป หรือเทียบเท่า 1.3.2 มีการเปิดเผยเป้าหมายและแผนในเรื่องดังนี้ และรายงานความคืบหน้า การปฏิบัติตามเป้าหมายหรือแผน ผ่านช่องทางของ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ซึ่งจัดไว้สำหรับการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวโดยเฉพาะ ทั้งนี้ สำนักงานอาจประกาศกำหนดรายละเอียดเพิ่มเติมของข้อมูลในแต่ละหัวข้อด้วยก็ได้ 1.3.2.1 การมีเป้าหมายและแผนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มมูลค่าของกิจการ (corporate value up plan) 1.3.2.2 การมีเป้าหมายและแผนการยกระดับการดำเนินงานในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ดังนี้ โดยต้องตั้งเป้าหมายเพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามแผนการยกระดับดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปีนับแต่วันที่เปิดเผยเป้าหมายและแผนการยกระดับ (1) แผนดำเนินการที่ชัดเจนเพื่อเข้ารับการประเมินจาก ผู้ประเมินผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนตามมาตรฐานสากลตามประกาศการลงทุนของสำนักงาน ก.ล.ต. (2) เป้าหมายและแผนดำเนินการเพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศตามประกาศการลงทุนของสำนักงาน ก.ล.ต. 1.3.3 มีการเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารกับผู้ลงทุน ตามที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) กำหนด และรวมถึงลงทุนใน 2. ตราสารอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่าง ดังนี้ 2.1 พันธบัตรรัฐบาล หรือ 2.2 พันธบัตรที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ย หรือ 2.3 หุ้นกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ยแต่ไม่รวมถึงหุ้นกู้แปลงสภาพ หรือ 2.4 ตราสารหนี้อื่นๆ โดยทั้ง 4 ประเภท ต้องเป็นพันธบัตร/หุ้นกู้/ตราสารเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green Bond) หรือพันธบัตร/หุ้นกู้/ตราสารเพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) หรือพันธบัตร/หุ้นกู้/ตราสารเพื่อส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability-linked bond) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุน คณะกรรมการก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการก.ล.ต. ประกาศกำหนด เป้าหมายที่กองทุนรวมต้องการบรรลุ (ถ้ามี) กองทุนมุ่งเน้นลงทุนในบริษัทที่มีการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance: ESG) โดดเด่น เพื่อสร้างผลตอบแทนอย่างยั่งยืนให้กับผู้ลงทุน และเป็นแรงสนับสนุนให้มีกิจกรรมที่มุ่งเน้นการดำเนินงานที่คำนึงถึงปัจจัยด้าน ESG ให้มากขึ้น ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน และยังเป็นอีกกลไกหนึ่งที่ช่วยสนับสนุนบริษัทจดทะเบียนฯ และประเทศไทยให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ขององค์กรสหประชาชาติ รวมถึงช่วยสนับสนุนบริษัทจดทะเบียนที่มีการบริหารจัดการและดำเนินงานด้าน ESG ที่ดี และยังเป็นการส่งเสริมให้บริษัทอื่นๆ ให้ความสำคัญด้าน ESG มากยิ่งขึ้นหรือพัฒนาปรับปรุงองค์กรทางด้าน ESG เพื่อให้ได้รับ ESG Ratings ที่ดีขึ้น กรอบการลงทุน (Investment Universe) กองทุนจะลงทุนในบริษัทจดทะเบียนฯ ที่ได้รับการประกาศผลประเมินหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่มีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance: ESG) โดยจะพิจารณาผนวกปัจจัยด้าน ESG ในกระบวนการตัดสินใจลงทุน (ESG Integration) และ/หรือหุ้นของบริษัทจดทะเบียนฯ ที่มีการดำเนินงานเกี่ยวกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และ/หรือหุ้นของบริษัทจดทะเบียนฯ ที่มีธรรมาภิบาล (Governance) ที่มีลักษณะตามหัวข้อ “วัตถุประสงค์การลงทุนที่เกี่ยวกับความยั่งยืน”ข้อ 1.3 และลงทุนใน (1) พันธบัตรรัฐบาล หรือ (2) พันธบัตรที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ย หรือ (3) หุ้นกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ยแต่ไม่รวมถึงหุ้นกู้แปลงสภาพ หรือ (4) ตราสารหนี้อื่นๆ โดยทั้ง 4 ประเภท ต้องเป็นพันธบัตร/หุ้นกู้/ตราสารที่ผู้ออกตราสารต้องการระดมทุนเพื่อนำเงินไปลงทุนหรือชำระคืนหนี้สินเดิม (Re-financing) ในโครงการที่เกี่ยวข้องกับการ อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green Bond) หรือเพื่อโครงการที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนของประเทศไทย (sustainability bond) หรือโครงการเพื่อส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability-linked bond) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุน คณะกรรมการ ก.ล.ต หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต ประกาศกำหนด และมีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือผู้ออกตราสารอยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน กลยุทธ์การลงทุน กองทุนเน้นกลยุทธ์การลงทุนในบริษัทที่มีการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance: ESG) โดดเด่น โดยมีการใช้กลยุทธ์การลงทุนด้าน ESG 2 แบบ ได้แก่ Positive Screening และ ESG Integration โดยมีรายละเอียดของแต่ละกลยุทธ์ ดังนี้ 1. Positive Screening : กองทุนจะมีการคัดเลือกบริษัทที่มีการจัดอันดับ ESG Ratings ของตลาดหลักทรัพย์ ที่มีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance: ESG) 2. ESG Integration : มีการวิเคราะห์ภายในของบริษัทจัดการในการวิเคราะห์ ESG ของแต่ละบริษัทเพิ่มเติมอีกชั้นหนึ่ง เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยเชิงคุณภาพทั้งในแง่ของความยั่งยืน ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม หรือการดำเนินการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งในแต่ละบริษัทหรืออุตสาหกรรมจะมีน้ำหนักการประเมินความเสี่ยงที่ไม่เท่ากัน โดยมีการใช้ข้อมูลจากหลายแหล่ง เช่น งบการเงิน แบบ 56-1 One Report หรือบทวิเคราะห์จากบุคคลที่สาม เป็นต้น ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะใช้กลยุทธ์การลงทุนด้าน ESG ทั้ง 2 ข้อ พร้อมกันตลอดเวลา กล่าวคือ บริษัทจัดการจะลงทุนในบริษัทที่ได้รับการจัดการจัดอันดับ ESG Ratings และต้องผ่านเกณฑ์การวิเคราะห์ด้าน ESG ของบริษัทจัดการด้วย และในส่วนตราสารหนี้ กองทุนจะเน้นลงทุนในพันธบัตร/หุ้นกู้/ตราสารเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green Bond) หรือพันธบัตร/หุ้นกู้/ตราสารเพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) หรือพันธบัตร/หุ้นกู้/ตราสารเพื่อส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability-linked bond) ที่ได้รับการจัดอันดับเครดิตผู้ออก (Issuer) หรือตราสาร (Issue) ในระดับ Investment Grade ขึ้นไปเท่านั้นและผู้ออกต้องผ่านเกณฑ์การพิจารณาคุณภาพเครดิตของบริษัทจัดการ (FI Universe) โดยสัดส่วนการลงทุนเป็นไปตามที่บริษัทจัดการกำหนด • หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกหลักทรัพย์ o ตราสารทุน กองทุนจะคัดเลือกบริษัทที่มีการจัดอันดับ ESG Ratings ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่มีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance: ESG) โดยจะมีการทบทวนหลักทรัพย์ดังกล่าวเมื่อ Ratings มีการเปลี่ยนแปลง และมีการวิเคราะห์ปัจจัยเชิงคุณภาพทั้งในแง่ของความยั่งยืน ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม และในแง่การเงินเพิ่มเติม ด้วยการวิเคราะห์ภายในของบริษัทจัดการ และพิจารณาถึงการดำเนินการในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมถึงหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีธรรมาภิบาล (Governance) ที่มีลักษณะตามหัวข้อ “วัตถุประสงค์การลงทุนที่เกี่ยวกับความยั่งยืน” ข้อ 1.3 o ตราสารหนี้ คัดเลือกหลักทรัพย์ที่เป็น พันธบัตร/หุ้นกู้/ตราสารเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green Bond) หรือพันธบัตร/หุ้นกู้/ตราสารเพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) หรือพันธบัตร/หุ้นกู้/ตราสารเพื่อส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability-linked bond) ที่มีการเปิดเผยวัตถุประสงค์การใช้เงิน (Use of Proceeds) ว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์ด้าน ESG โดยมีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือผู้ออกตราสารอยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) และผู้ออกตราสาร (Issuer) ต้องผ่านเกณฑ์การพิจารณาคุณภาพเครดิตของบริษัทจัดการ (FI Universe) • กระบวนการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์ กองทุนเน้นลงทุนในบริษัทที่มีการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance: ESG) โดดเด่น โดยจะต้องผ่านการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์ตามขั้นตอน ดังนี้ 1. Positive Screening : กองทุนจะมีการคัดเลือกบริษัทที่มีการจัดอันดับ ESG Ratings ของตลาดหลักทรัพย์ ที่มีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance: ESG) 2. ESG Integration : มีการวิเคราะห์ภายในของบริษัทจัดการในการวิเคราะห์ ESG ของแต่ละบริษัทเพิ่มเติมอีกชั้นหนึ่ง เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยเชิงคุณภาพทั้งในแง่ของความยั่งยืน ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม ซึ่งในแต่ละบริษัทหรืออุตสาหกรรมจะมีน้ำหนักการประเมินความเสี่ยงที่ไม่เท่ากัน โดยมีการใช้ข้อมูลจากหลายแหล่ง เช่น งบการเงิน แบบ 56-1 One Report การประชุมกับผู้บริหารบริษัท หรือบทวิเคราะห์จากบุคคลที่สาม เป็นต้น เพื่อคัดเลือกหลักทรัพย์เข้ามาเป็นหลักทรัพย์ที่ลงทุนได้ (Investment Universe) เพื่อสนับสนุนการลงทุนอย่างยั่งยืน และช่วยลดความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนและผลกระทบเชิงลบจากประเด็นด้าน ESG ซึ่งกระบวนการวิเคราะห์ ESG Integration จะมีรายละเอียดขั้นตอนดังนี้ 1. เริ่มจากการวิเคราะห์ด้านสิ่งแวดล้อมโดยจะมีการประเมินความเสี่ยงของบริษัทจดทะเบียนต่างๆ ในเรื่องการป้องกันมลพิษ เช่นทางอากาศและน้ำ การใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน หรือหมุนเวียน การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ และการดำเนินการในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 2. ต่อมาจะมีการวิเคราะห์ความรับผิดชอบต่อสังคมในเรื่องของความรับผิดชอบต่อลูกค้า ผู้บริโภค ผู้มีส่วนได้เสีย และความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์หรือบริการ การปฏิบัติต่อพนักงานและลูกจ้างอย่างเป็นธรรม การต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชั่น 3. ส่วนสุดท้ายคือการวิเคราะห์ด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยจะเป็นการพิจารณาโครงสร้างของคณะกรรมการ ขนาดองค์ประกอบ สัดส่วนของกรรมการอิสระ โครงสร้างของคณะกรรมการตรวจสอบ นโยบายและโครงสร้างค่าตอบแทนกรรมการ และผู้บริหาร รวมทั้งจริยธรรมและจรรยาบรรณของกรรมการและผู้บริหาร และลักษณะอื่นๆ ตามหัวข้อ “วัตถุประสงค์การลงทุนที่เกี่ยวกับความยั่งยืน” ข้อ 1.3 ซึ่งรวมแล้วเป็นการนำเอาปัจจัยด้าน ESG เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการจัดการลงทุน (ESG Integration) โดยจะมีการกำหนดความสำคัญให้แตกต่างกันตามแต่ละอุตสาหกรรม โดยการวิเคราะห์จะมีแหล่งที่มาจากรายงานประจำปีของบริษัท งบการเงิน แบบ 56-1 One Report การประชุมกับผู้บริหารบริษัท หรือบทวิเคราะห์จากบุคคลที่สาม เพื่อให้ได้ข้อมูลครบถ้วนในการตัดสินใจ ซึ่งการที่หลักทรัพย์ใดจะสามารถเข้ามาเป็นหลักทรัพย์ที่ลงทุนได้ของบริษัทจัดการ บริษัทดังกล่าวจะต้องผ่านเกณฑ์พิจารณาด้านปัจจัยพื้นฐาน และบรรษัทภิบาล ควบคู่กันทั้งสองปัจจัย ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนในบริษัทที่ผ่านการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์ทั้ง 2 ข้อ กล่าวคือ บริษัทจัดการจะลงทุนในบริษัทที่ได้รับการจัดการจัดอันดับ ESG Ratings และต้องผ่านเกณฑ์การวิเคราะห์ด้าน ESG ของบริษัทจัดการด้วย • การอ้างอิงดัชนีชี้วัดที่เกี่ยวกับความยั่งยืน (investment benchmark) ดัชนีผลตอบแทนรวม SET ESG Index (SETESG TRI) สัดส่วน 70.00% ซึ่งเป็นดัชนีที่มีองค์ประกอบของบริษัทที่มีผลการประเมิน SET ESG Ratings ปีล่าสุดซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และเป็นหลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ไม่น้อยกว่า 6 เดือน และมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดไม่น้อยกว่า 5,000 ล้านบาท และมีสัดส่วนผู้ถือหลักทรัพย์รายย่อย (Free-Float) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ของทุนจดทะเบียนชำระแล้ว และมีจำนวนหุ้นซื้อขายไม่น้อยกว่าร้อยละ 0.5 ของจำนวนหุ้นจดทะเบียนของบริษัท เป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 9 ใน 12 เดือน โดยผู้ลงทุนสามารถศึกษาวิธีการจัดทำ ESG Ratings ได้จาก https://setsustainability.com/ESG-ratings และดัชนี ThaiBMA Government Bond ESG Index Net Total Return สัดส่วน 30% เนื่องจากเป็นดัชนีที่รวมตราสารหนี้ภาครัฐ ESG ที่ขึ้นทะเบียนกับ ThaiBMA ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะเปลี่ยนแปลง Benchmark ของกองทุนตามข้างต้น ที่จัดทำโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมีการจัดทำดัชนี TRI ที่นำสัดส่วนผู้ถือหลักทรัพย์รายย่อยของแต่ละหลักทรัพย์ (free float) มาถ่วงน้ำหนักในการคำนวณดัชนี (ดัชนี free float TRI) เพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด • ข้อจำกัดด้านการลงทุน (investment restrictions) ตราสารทุน กรอบการลงทุนในตราสารทุนจะลงทุนในบริษัทที่มีการกำกับดูแลกิจการที่ดี ซึ่งได้รับการจัดอันดับความยั่งยืน SET ESG Ratings ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่มีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environmental Social and Governance: ESG) ทำให้กองทุนอาจไม่สามารถลงทุนในบริษัทอื่นที่มีปัจจัยพื้นฐานดีมีการเติบโต แต่ไม่เข้าเกณฑ์ตามกรอบการลงทุน ตราสารหนี้ กรอบการลงทุนในตราสารหนี้จะเน้นลงทุนตราสารหนี้กลุ่มความยั่งยืน ESG Bond (Green Bond, Sustainability Bond และ Sustainability-Linked bond) ที่ได้รับการจัดอันดับเครดิตผู้ออก (Issuer) หรือตราสาร (Issue) ในระดับ Investment Grade ขึ้นไป จึงอาจทำให้กองทุนไม่สามารถลงทุนในตราสารหนี้ของผู้ออกรายเดียวกันแต่ตราสารไม่ได้เข้าหลักเกณฑ์ฯ ดังกล่าว ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องจากการลงทุนอย่างยั่งยืน • บริษัทที่กองทุนเข้าลงทุนอาจได้รับผลกระทบเชิงลบจากความผิดพลาดในการควบคุมการดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับกิจการที่ดี ทั้งในแง่ของความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจ ผลกำไร หรือความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อบริษัท ซึ่งอาจส่งผลให้บริษัทดังกล่าวถูกปรับลดหรือยกเลิก ESG Ratings • กองทุนใช้แหล่งข้อมูลการวิเคราะห์คะแนน ESG Scoring จากบุคคลภายนอก ซึ่งอาจไม่มีการปรับปรุงให้เป็นปัจจุบันได้ทันที เมื่อมีเหตุการณ์เกี่ยวกับ ESG มากระทบกับบริษัทใน Universe แต่อย่างไรก็ตามบริษัทจัดการได้มีแนวทางการดำเนินงานเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวไว้แล้วในหัวข้อถัดไป • ในกรณีของตราสารหนี้ไม่ผ่านเกณฑ์การตรวจสอบและไม่ได้รับการรับรองจากผู้ตรวจสอบภายนอก (External Reviewer) • กองทุนรวมอาจมีความเสี่ยงจากการลงทุนแบบกระจุกตัวในทรัพย์สินที่เกี่ยวกับความยั่งยืนและอาจมีความเสี่ยงด้านสภาพคล่องเนื่องจากการไม่สามารถซื้อขายหลักทรัพย์บางตัวได้ในราคาหรือช่วงเวลาที่เหมาะสม ด้วยเงื่อนไขด้านความยั่งยืนที่กองทุนกำหนด แนวทางการดำเนินการ และมาตรการควบคุมผลกระทบในกรณีการลงทุนของ SRI Fund ไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืนที่ได้กำหนดไว้ การมีส่วนร่วมกับผู้ออกตราสาร (Issuer Engagement) : บริษัทจัดการมีแนวทางการดำเนินการตามแนวปฏิบัติตามนโยบายธรรมาภิบาลการลงทุน (Investment Governance Code: I Code) ซึ่งกำหนดให้บริษัทจัดการมีการติดตามและตรวจสอบการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนที่อยู่ใน Universe อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ หากมีข่าวที่มีผลกระทบเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม และการกำกับกิจการที่ดี ผู้จัดการกองทุนจะติดต่อสอบถามไปยังบริษัทที่มีข่าวดังกล่าวเพื่อสอบถามสาเหตุและแนวทางแก้ไข รวมถึงสอบถามถึงประเด็นอื่นๆ หรืออาจแสดงความเห็นต่อผู้ออกตราสาร โดยจะมีการติดตามการแก้ไขผลกระทบดังกล่าวจนกว่าจะสามารถแก้ไขได้แล้วเสร็จ หรืออาจมีความร่วมมือกับผู้ลงทุนอื่นเพื่อยกระดับการติดตามให้ใกล้ชิดมากขึ้น และเร่งรัดการแก้ไขปัญหาให้เสร็จโดยเร็ว แนวปฏิบัติเมื่อมีความเสี่ยง (Contingency Approach) : ในกรณีที่พบว่าผู้ออกตราสารมีการเบี่ยงเบนจากวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนที่กำหนด โดยหากผู้จัดการกองทุนเห็นว่าบริษัทไม่สามารถหรือไม่มีความพยายามแก้ไขได้อย่างรวดเร็วเพียงพอ หรือความเสียหายที่เกิดขึ้นมีความเสี่ยงมากกว่าที่ยอมรับได้ กองทุนอาจพิจารณาแนวทางที่เหมาะสม เช่น การเข้าหารือเพิ่มเติม หรือการพิจารณาปรับลดสัดส่วนการลงทุนในผู้ออกตราสารดังกล่าวตามหลักเกณฑ์ของกองทุน โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของกองทุนเป็นสำคัญ
Investment policy as filed with SEC Thailand.
actual = what the AMC currently charges · max = prospectus ceiling (no actual reported). Annual fees aren’t additive with one-time fees.