SCB Thai Equity CG Fund
SCB ASSET MANAGEMENT COMPANY LIMITED · Equity · settlement T+2
✨Invests primarily in equities of companies listed on the Stock Exchange of Thailand, focusing on those with good corporate governance and anti-corruption practices.
กองทุนมีนโยบายการลงทุนในตราสารแห่งทุนของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และหรือตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ หรือตลาดรองอื่นๆของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยกองทุนจะเน้นลงทุนในบริษัทที่มีการกำกับดูแลกิจการที่ดี รวมถึงบริษัทที่รับการรับรองเป็นสมาชิกแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น (CAC) ซึ่งการพิจารณาการกำกับดูแลกิจการที่ดีอาจพิจารณาจากการจัดอันดับ CG Scoring ของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย หรือหน่วยงานอื่นใดที่เกี่ยวข้อง โดยเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ส่วนที่เหลืออาจลงทุนในตราสารแห่งทุนนอกเหนือจากที่กล่าวข้างต้น และ/หรือตราสารแห่งหนี้ และ/หรือตราสารทางการเงิน และ/หรือเงินฝาก ตลอดจนหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น เช่น กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ หน่วยทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน และ/หรือกองทุนอีทีเอฟ (ETF) เป็นต้น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนดหรือให้ความเห็นชอบ ทั้งนี้ กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient portfolio management) และ/หรือการบริหารความเสี่ยง ทั้งนี้ เพื่อให้สามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนได้เพิ่มขึ้น และ/หรือลดค่าใช้จ่ายของกองทุน เช่น ในบางขณะผู้จัดการกองทุนอาจปรับลดสัดส่วนการลงทุนในตราสาร/หลักทรัพย์ (Asset allocation) และเพิ่มการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงกับตัวแปรนั้น เพื่อเป็นการลดต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายในการลงทุนของกองทุน เป็นต้น อีกทั้งอาจลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนดหรือให้ความเห็นชอบ รวมถึงอาจทำธุรกรรมให้ยืมหลักทรัพย์หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) หรือธุรกรรมการขายโดยมีสัญญาซื้อคืน โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด หรือลงทุนในตราสารอื่นใดตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) และตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) และหลักทรัพย์ของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด ในการคำนวณอัตราส่วนการลงทุนตามนโยบายการลงทุนข้างต้น จะไม่นำมาบังคับใช้ในช่วงรอการลงทุน ซึ่งมีระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม ทั้งนี้ ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วยก็ได้ โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ 1. 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียน 2. 30 วันก่อนครบอายุโครงการหรือก่อนเลิกกองทุนรวม 3. ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ วัตถุประสงค์การลงทุนที่เกี่ยวกับความยั่งยืน กองทุนจะลงทุนในบริษัทที่มีการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Good Governance) เพื่อให้สอดคล้องกับการลงทุนแบบยั่งยืน (Sustainable Investment) เป้าหมายที่กองทุนรวมต้องการบรรลุ กองทุนตระหนักถึงบทบาทในฐานะนักลงทุนสถาบันในการสนับสนุนบริษัทที่คำนึงถึงปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม หรือธรรมาภิบาล (ESG) ในการดำเนินธุรกิจ โดยมีเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ และการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น (Anti-Corruption) ซึ่งเป็นหลักปฏิบัติที่ 10 ของ UN Global Compact และปฏิบัติตามหลักการ G20 / OECD Principles of Corporate Governance กรอบการลงทุน (Investment Universe) กองทุนจะเข้าลงทุนในบริษัทที่มีการกำกับดูแลกิจการที่ดี ซึ่งเป็นบริษัทที่ผ่านการคัดเลือกหลักทรัพย์จากคณะกรรมการกำหนดหลักทรัพย์และหลักเกณฑ์ในการลงทุนกองทุนรวมธรรมาภิบาลไทย โดยสมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) กลยุทธ์การลงทุน - ESG Integration: กองทุนเน้นกลยุทธ์การลงทุนที่นำปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) มาพิจารณาในกระบวนการตัดสินใจลงทุน (ESG Integration) ซึ่งผนวกกับการวิเคราะห์งบการเงินและแนวโน้มของธุรกิจที่มุ่งเน้นการวิเคราะห์โอกาสในการเติบโตของธุรกิจ ผลประกอบการ และมูลค่าที่เหมาะสม มาใช้ในวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์ เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ปรับความเสี่ยง (Risk-Adjusted Return) ให้เหนือกว่าเกณฑ์มาตรฐานในระยะยาว รวมทั้งสร้างผลกระทบเชิงบวกหรือลดผลกระทบเชิงลบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกหลักทรัพย์ กองทุนจะเน้นลงทุนในบริษัทที่มีการกำกับดูแลกิจการที่ดี ซึ่งเป็นบริษัทที่ผ่านการคัดเลือกหลักทรัพย์จากคณะกรรมการกำหนดหลักทรัพย์และหลักเกณฑ์ในการลงทุนกองทุนรวมธรรมาภิบาลไทย โดยสมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) กระบวนการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์ ผู้จัดการกองทุนมีมุมมองต่อปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ปัจจัย ESG) ว่ามีความสำคัญต่อการกำหนดทิศทางการลงทุน โดยเฉพาะในด้านความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อการลงทุน จึงประยุกต์ปัจจัย ESG เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการลงทุนควบคู่กับการวิเคราะห์งบการเงินและการประเมินมูลค่าตามปัจจัยพื้นฐานของหลักทรัพย์ที่ลงทุน โดยภาพรวมของการนำปัจจัย ESG มาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการลงทุนมีดังต่อไปนี้ (1) การกำหนดรายชื่อกลุ่มบริษัทที่ยกเว้นการลงทุน (Exclusion list) ผู้จัดการกองทุนใช้ปัจจัย ESG เป็นส่วนหนึ่งของการกำหนดคุณสมบัติขั้นต่ำของบริษัทที่สามารถลงทุนได้ (Investible universe) โดยกลุ่มหลักทรัพย์ภายใต้ Exclusion list คือ รายชื่อที่ไม่สามารถลงทุนได้ หรืออาจจำกัดการลงทุนเพิ่มเติม เนื่องจากบริษัทดังกล่าวมีกิจกรรมทางธุรกิจ (Business involvement) ที่ส่งผลเชิงลบอย่างมีนัยยะสำคัญต่อปัจจัย ESG (2) การปรับใช้ข้อมูลปัจจัย ESG เป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการลงทุน (ESG incorporation) เป็นรากฐานสำคัญที่ผนวกทั้งโอกาสและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับปัจจัย ESG เข้ากับการวิเคราะห์การลงทุนเชิงลึก เพื่อเสริมมุมมองด้านความยั่งยืนในกระบวนการลงทุน โดยมี การผนวกปัจจัย ESG ในการวิเคราะห์การลงทุน (ESG in research) เพื่อเสริมมิติการวิเคราะห์ด้านโอกาสและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับปัจจัย ESG ที่อาจส่งผลต่อภาพรวมผลการดำเนินงานและความเสี่ยงในระยะยาวของการลงทุน โดยประกอบด้วย (2.1) การกำหนดประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน (Materiality assessment) ที่อาจส่งผลต่อการลงทุนทั้งความสามารถในการดำเนินธุรกิจ ฐานะทางการเงินในระยะยาว รวมถึงผลกระทบที่มีนัยสำคัญ และการกำหนดน้ำหนักในการปรับใช้ปัจจัยด้านความยั่งยืน (ESG materiality weighting) โดยบริษัทจัดการให้ความสำคัญกับประเด็นเหล่านี้ โดยบริษัทจัดการขอสงวนสิทธิการปรับหัวข้อปัจจัยความยั้งยืน หากบริษัทเห็นว่ามีความเหมาะสมกับกองทุนมากกว่า (2.2) การจัดทำฐานข้อมูลปัจจัยด้านความยั่งยืน (ESG database) ซึ่งรวบรวมข้อมูลปัจจัย ESG จากหลายแหล่ง ทั้งข้อมูลปัจจัย ESG ที่เปิดเผยสู่สาธารณะ และฐานข้อมูลภายในบริษัทจัดการ โดยบริษัทจัดการให้ความสำคัญกับข้อมูล ESG ทั้งในรูปแบบของข้อมูลปัจจัยเชิงคุณภาพ ปริมาณ และข้อมูลประเด็นพิพาทด้านปัจจัย ESG ที่มีนัยยะสำคัญ (Material ESG controversies issues) (2.3) การปรับใช้ข้อมูล ESG ในประมาณการงบการเงินและการประเมินมูลค่า (Integration to financial and valuation) โดยเมื่อบริษัทที่ลงทุนมีประเด็นความเสี่ยงด้าน ESG ที่อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการ ฐานะทางการเงิน และ/หรือ การประเมินมูลค่าอย่างมีนัยยะสำคัญ บริษัทจัดการจะนำข้อมูลปัจจัย ESG มาปรับใช้ เพื่อสะท้อนมูลค่าหรือกำหนดกรอบการลงทุนที่เหมาะสมในระยะยาว ทั้งในรูปแบบของการปรับปรุงสมมุติฐานในประมาณการงบการเงิน และการประเมินมูลค่ากิจการตามความเหมาะสม (2.4) การจัดอันดับความยั่งยืน (SCBAM ESG score and rating) บริษัทจัดการมีการจัดอันดับความยั่งยืน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการวิเคราะห์ความยั่งยืน ซึ่งเป็นการประเมินทั้งโอกาสและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับปัจจัย ESG โดยจะคำนวณออกมาเป็น SCBAM ESG score โดยบริษัทจัดการอาจมีการส่งเสริมปัจจัย ESG ในฐานะนักลงทุนสถาบัน (ESG stewardship) และ/หรือ การปรับใช้ข้อมูล ESG ในประมาณการงบการเงินและการประเมินมูลค่า ตามความเหมาะสม (3) การส่งเสริมปัจจัย ESG ในฐานะนักลงทุนสถาบัน (ESG stewardship) บริษัทจัดการให้ความสำคัญกับบทบาทในฐานะผู้รักษาผลประโยชน์ (Fiduciary Duty) ในการมุ่งเป้าสนับสนุนให้บริษัทที่ลงทุนมีความตระหนักและลดความเสี่ยงด้าน ESG ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนอย่างยั่งยืนผ่านกิจกรรมต่างๆ ดังนี้ (3.1) การใช้สิทธิออกเสียงการประชุมผู้ถือหุ้นอย่างยั่งยืน (ESG voting) (3.2) การเข้าไปมีส่วนร่วมกับกิจการในประเด็นด้าน ESG (ESG engagement) (3.3) การยกระดับติดตามด้านปัจจัย ESG (ESG escalation) กรณีเมื่อบริษัทที่ลงทุนมีประเด็นความเสี่ยงด้าน ESG ที่อาจส่งผลกระทบที่มีนัยยะสำคัญ (Material ESG controversies issues) บริษัทจัดการมีมาตรการยกระดับติดตามโดยเป็นไปตาม SCBAM Sustainability Investment Guideline ที่บริษัทจัดการกำหนด ซึ่งจะคำนึงถึงการรักษาผลประโยชน์ของบริษัทจัดการในฐานะผู้ลงทุนเป็นสำคัญ (3.4) แนวร่วมและความร่วมมือด้านปัจจัย ESG (ESG collaboration) บริษัทจัดการมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาระบบนิเวศในการลงทุนอย่างยั่งยืน เพื่อเพิ่มโอกาสสำเร็จในการดำเนินการส่งเสริม ESG stewardship ทั้งนี้ บริษัทจัดการมีจุดยืนที่สำคัญในการแสดงความคิดเห็นหรือการเข้าร่วมดำเนินการ โดยจะคำนึงถึงการรักษาผลประโยชน์ของผู้ลงทุนในฐานะผู้รักษาผลประโยชน์ (Fiduciary Duty) ของทางบริษัทจัดการเป็นสำคัญ ควบคู่กับโอกาสในการส่งเสริมปัจจัยความยั่งยืน และ/หรือ ส่งเสริมการดำเนินธุรกิจที่เหมาะสมหรือสอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาลที่ดี สอดคล้องกับข้อกฎหมาย การอ้างอิงดัชนีชี้วัดที่เกี่ยวกับความยั่งยืน(investment benchmark) ดัชนีชี้วัดของกองทุน ได้แก่ ดัชนีผลตอบแทนรวมตลาดหลักทรัพย์ (SET TRI) ในสัดส่วน 100% เนื่องจากกองทุนได้เกิดจากการร่วมกันก่อตั้งกองทุนรวมธรรมาภิบาลไทย (THAI CG Funds) ของ 11 บลจ. ในประเทศไทย ซึ่งคณะกรรมการกำหนดหลักทรัพย์และหลักเกณฑ์การลงทุนของกองทุนรวมธรรมาภิบาลไทย (คณะกรรมการฯ) ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนจาก 11 บลจ. ที่ร่วมก่อตั้งกองทุนได้กำหนดให้ SET TRI เป็นดัชนีชี้วัดของกองทุน โดยผู้ถือหน่วยลงทุนสามารถศึกษาวิธีการจัดทำดัชนี (Index Methodology) ได้ที่ https://www.set.or.th/th/market/index/tri/profile อนึ่ง ในกรณีที่มีดัชนีชี้วัดอื่นใดที่สะท้อนการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนในอนาคตบริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงดัชนีชี้วัดในการเปรียบเทียบตามที่บริษัทจัดการเห็นควรและเหมาะสม เพื่อสะท้อนความเสี่ยงของกองทุน ซึ่งอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนที่มุ่งเน้นด้านสิ่งแวดล้อมหรือด้านความยั่งยืนที่กำหนด โดยบริษัทจัดการจะเปิดเผยข้อมูลและแจ้งให้ผู้ลงทุนทราบในหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ และประกาศในเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ ข้อจำกัดด้านการลงทุน (investment restrictions) กองทุนจะเน้นลงทุนในบริษัทที่มีการกำกับดูแลกิจการที่ดี ซึ่งเป็นบริษัทที่ผ่านการคัดเลือกหลักทรัพย์จากคณะกรรมการกำหนดหลักทรัพย์และหลักเกณฑ์ในการลงทุนกองทุนรวมธรรมาภิบาลไทย โดยสมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) ซึ่งอาจจะส่งผลทำให้กองทุนอาจไม่สามารถลงทุนในบริษัทอื่นได้ รวมถึงส่งผลให้เกิดค่าความคลาดเคลื่อนของดัชนีชี้วัด (Tracking Error) อย่างมีนัยสำคัญ ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนอย่างยั่งยืน ความเสี่ยงข้อมูล ESG ที่ไม่เพียงพอในการวิเคราะห์ เนื่องจากกลยุทธ์การลงทุนมีการปรับใช้ข้อมูลปัจจัย ESG เป็นส่วนหนึ่งในการวิเคราะห์การลงทุน (ESG Integration) จึงมีความจำเป็นต้องพึ่งพาการเปิดเผยข้อมูลด้านปัจจัย ESG จากบริษัทที่ลงทุน ทำให้อาจมีความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับปัจจัย ESG (ESG Data) ทั้งจากความพร้อมใช้งานของข้อมูล (Data Availability) คุณภาพของข้อมูล (ESG Data Quality) ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดความเข้าใจผิดในการวิเคราะห์คุณภาพของการพัฒนาด้านความยั่งยืน ความเสี่ยงการกระจุกตัวของหลักทรัพย์ (Concentration Risk) เนื่องจากข้อจำกัดด้านปัจจัย ESG และจำนวนหลักทรัพย์ที่สามารถลงทุนตามกรอบการลงทุนอาจมีค่อนข้างจำกัด ดังนั้น หากมีปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบต่อการลงทุนดังกล่าว จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับปัจจัย ESG (ESG Risk) ในบางครั้ง บริษัทที่กองทุนลงทุนอาจได้รับผลกระทบจากประเด็น หรือเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับปัจจัย ESG อย่างมีนัยสำคัญ อาจนำไปสู่การฟ้องร้อง คดีความ ค่าปรับ การเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภค และอื่นๆ ซึ่งทั้งหมดนี้อาจส่งผลกระทบต่อความต่อเนื่องของการดำเนินธุรกิจ และอาจส่งผลให้ผลกำไรของบริษัท หรือการตอบสนองของราคาหุ้นมีความผันผวนมากขึ้น ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการขาดสภาพคล่องของตราสาร (Liquidity Risk) เนื่องจากหลักทรัพย์หรือตราสารที่ลงทุนอาจมีปริมาณการซื้อขายที่จำกัด ซึ่งอาจทำให้กองทุนไม่สามารถซื้อขายหลักทรัพย์หรือตราสารที่ถือครองอยู่ในราคาที่เหมาะสมและภายในระยะเวลาอันสมควร ทั้งนี้ ผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาการลงทุนในตราสารที่มีคุณภาพและคำนึงถึงสภาพคล่องในการซื้อขายก่อนตัดสินใจลงทุน แนวทางการดำเนินการ และมาตรการควบคุมผลกระทบในกรณีการลงทุนของ SRI Fund ไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืนที่ได้กำหนดไว้ บริษัทจัดการจะให้ความสำคัญในการติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิดจากทุกแหล่ง โดยในกรณีที่บริษัทจัดการพบว่า บริษัทที่ลงทุนอาจมีความเสี่ยงในด้านของคุณภาพหรือความถูกต้องของข้อมูล ESG อย่างมีนัยสำคัญ หรือพบว่ามีประเด็น หรือเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับปัจจัย ESG อย่างมีนัยสำคัญนั้น ในขั้นแรกบริษัทจัดการจะนำรายชื่อบริษัทดังกล่าวไปบรรจุใน ESG Watchlist จากนั้นบริษัทจัดการอาจดำเนินการเข้าไปมีส่วนร่วมกับบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับปัจจัย ESG (ESG Engagement) ตามความเหมาะสม อาทิ การสอบถามข้อมูลด้านความยั่งยืนผ่านฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ หรือฝ่ายพัฒนาความยั่งยืน หรือเรียกร้องให้บริษัทที่ลงทุนมีการเปิดเผยข้อมูลด้านปัจจัย ESG เพิ่มเติม รวมถึงกองทุนจะทำการระงับการลงทุน ไม่ลงทุนเพิ่ม หรือขายหลักทรัพย์ออกไปในโอกาสที่เหมาะสม ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะทำการตรวจสอบ ประเมินปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ และปรับปรุงกลุ่มรายชื่อหลักทรัพย์ให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ โดยหากบริษัทจัดการประเมินว่าความเสี่ยงดังกล่าวมีการปรับปรุงไปในทางที่ดีขึ้น บริษัทจัดการอาจพิจารณาปรับรายชื่อหลักทรัพย์ดังกล่าวออกจากกลุ่ม ESG Watchlist ข้างต้น อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการปรับปรุงแนวทางการดำเนินการ และมาตรการควบคุมผลกระทบในกรณีการลงทุนของ SRI Fund ไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืนที่ได้กำหนดไว้ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายการลงทุนด้วยความรับผิดชอบที่บริษัทจัดการกำหนด
Investment policy as filed with SEC Thailand.
No NAV history available.
actual = what the AMC currently charges · max = prospectus ceiling (no actual reported). Annual fees aren’t additive with one-time fees.