Krungsri SET50 Thailand ESG Extra Fund
KRUNGSRI ASSET MANAGEMENT COMPANY LIMITED · Equity · settlement T+3
✨Invests primarily in stocks from the SET50 index, focusing on companies with strong ESG characteristics, maintaining at least 80% net exposure to these assets.
1. กองทุนมีนโยบายเน้นลงทุนในหุ้นที่เป็นส่วนประกอบของดัชนีผลตอบแทนรวม SET50 Free Float Adjusted Market Capitalization Weighted (SET50FF TRI) (ดัชนีอ้างอิง) ซึ่งเป็นหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่มีลักษณะตามข้อ 2 โดยกองทุนจะลงทุนเพื่อให้มี net exposure ในทรัพย์สินดังกล่าว โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยกองทุนจะใช้กลยุทธ์การบริหารกองทุนเชิงรับ (Passive Management Strategy) แบบ Full Replication 1 เพื่อให้กองทุนมีผลตอบแทนใกล้เคียงกับดัชนี SET50FF TRI อย่างไรก็ตาม หากการใช้กลยุทธ์การลงทุนแบบ Full Replication แล้วส่งผลให้กองทุนไม่สามารถดำรงสัดส่วนการลงทุนตามข้างต้นได้ กองทุนอาจเลือกใช้กลยุทธ์ Optimization 2 เพื่อให้ผลตอบแทนของกองทุนใกล้เคียงกับดัชนีอ้างอิงมากที่สุดภายใต้เงื่อนไขการลงทุนตามเกณฑ์กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ ทั้งนี้ กองทุนอาจไม่ลงทุนในหุ้นทุกตัวที่เป็นส่วนประกอบของดัชนีอ้างอิงดังกล่าวก็ได้ เช่น กรณีหุ้นนั้นไม่ได้รับการคัดเลือกว่ามีความโดดเด่นด้าน E หรือ ESG เป็นต้น กองทุนอาจเปลี่ยนแปลงดัชนีอ้างอิงในการสร้างผลตอบแทนให้ได้ใกล้เคียงกับดัชนีดังกล่าวได้ โดยดัชนีที่จะนำมาใช้แทน จะต้องเป็นดัชนีที่วัดผลตอบแทนของการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์โดยรวม ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้าโดยประกาศผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการหรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้อง 2. กองทุนอาจลงทุนในหุ้นที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ/หรือ ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ที่มีลักษณะดังนี้ 2.1 หุ้นที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ/หรือตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ที่ได้รับการคัดเลือกจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่ามีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance: ESG) และ/หรือ 2.2 หุ้นที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ/หรือตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ที่มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แผนการจัดการ และการตั้งเป้าหมายเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย รวมทั้งจัดให้มีการทวนสอบการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์โดยผู้ทวนสอบที่สำนักงาน ก.ล.ต. ยอมรับ และ/หรือ 2.3 หุ้นที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ/หรือตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ที่มีลักษณะดังนี้ (1) เป็นหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีธรรมาภิบาล (Governance) โดยได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียน (Corporate Governance Report of Thai Listed Companies: CGR) จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทยตั้งแต่ 90 คะแนนขึ้นไป หรือเทียบเท่า (2) มีการเปิดเผยเป้าหมายและแผนในเรื่องดังนี้ และรายงานความคืบหน้าการปฏิบัติตามเป้าหมายหรือแผน ผ่านช่องทางของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งจัดไว้สำหรับการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวโดยเฉพาะ (2.1) การมีเป้าหมายและแผนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มมูลค่าของกิจการ (corporate value up plan) (2.2) การมีเป้าหมายและแผนการยกระดับการดำเนินงานในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ดังนี้ โดยต้องตั้งเป้าหมายเพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามแผนการยกระดับดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปีนับแต่วันที่เปิดเผยเป้าหมายและแผนการยกระดับ (2.2.1) แผนดำเนินการที่ชัดเจนเพื่อเข้ารับการประเมินจากผู้ประเมินผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนตามมาตรฐานสากลตามประกาศการลงทุนของสำนักงาน ก.ล.ต. (2.2.2) เป้าหมายและแผนดำเนินการเพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยตามข้อ 2.2 (3) มีการเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารกับผู้ลงทุนตามที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำหนด 3. ส่วนที่เหลืออาจพิจารณาลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ในตราสารทุน ตราสารหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตราสารทางการเงิน เงินฝากและ/หรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก ศุกูก ใบสำคัญแสดงสิทธิ์อนุพันธ์ ตราสาร Basel III ทองคำ น้ำมันดิบ สินค้าโภคภัณฑ์ หน่วย private equity หน่วยลงทุนของกองทุน เช่น หน่วย CIS หน่วยลงทุนของกองทุนอสังหาริมทรัพย์ / REITs หน่วยลงทุนของกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน (Infra) หรือกองทุนรวมอีทีเอฟ (ETF) เป็นต้น รวมถึงอาจพิจารณาลงทุนในโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (investment token) ที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งมีลักษณะเป็นโทเคนดิจิทัลสำหรับโครงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green-project token) และ/หรือโทเคนดิจิทัลสำหรับโครงการที่เกี่ยวข้องด้านความยั่งยืน (sustainability-project token) และ/หรือโทเคนดิจิทัลเพื่อส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability-linked token) ซึ่งมีการเปิดเผยข้อมูลในแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายโทเคนดิจิทัลตามที่สำนักงาน ก.ล.ต.กำหนด ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะระบุลักษณะและรายละเอียดของโทเคนดิจิทัลกลุ่มความยั่งยืนที่จะลงทุนให้เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนและประกาศสำนักงาน ก.ล.ต. ต่อไป ตลอดจนอาจพิจารณาลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามที่สำนักงาน ก.ล.ต. ประกาศกำหนดให้ลงทุนได้ และกองทุนอาจทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ (Securities Lending) หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด 4. กองทุนอาจจะลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non – investment grade) หรือตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) โดยมีสัดส่วนการลงทุนในตราสารดังกล่าวรวมกันไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และอาจลงทุนในตราสารทุนของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ (Unlisted securities) โดยมีสัดส่วนการลงทุนไม่เกินร้อยละ 15 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนในตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured note) โดยให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของสำนักงาน ก.ล.ต. 5. กองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่นซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ (กองทุนปลายทาง) ในสัดส่วนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยการลงทุนในหน่วยลงทุนดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนของกองทุนซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข ที่สำนักงาน ก.ล.ต. กำหนด หรือกฎหมายอื่นใดที่เกี่ยวข้อง หรือประกาศอื่นใดที่เกี่ยวข้องและ/หรือที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมในอนาคต ทั้งนี้ กองทุนปลายทางสามารถลงทุนต่อในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่นที่อยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการต่อไปได้อีกไม่เกิน 1 ทอด และไม่อนุญาตให้กองทุนปลายทางและกองทุนรวมอื่น ลงทุนย้อนกลับในกองทุนต้นทาง (circle investment) ได้ 6. ในกรณีที่กองทุนมีการลงทุนในต่างประเทศ กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเงิน (Fx hedging) หรือไม่ก็ได้ โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน (Dynamic hedging) ซึ่งจะพิจารณาจากสภาวการณ์ของตลาดและปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น ทิศทางของอัตราแลกเปลี่ยน หรือค่าใช้จ่าย เป็นต้นตามความเหมาะสมในแต่ละขณะ นอกจากนี้ กองทุนอาจเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (efficient portfolio management) ซึ่งรวมถึงการป้องกันความเสี่ยง (Hedging) จากการลงทุน โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัทจัดการ ได้แก่ การทำสัญญาสวอปและ/หรือสัญญาฟอร์เวิร์ดที่อ้างอิงกับอัตราดอกเบี้ย / อัตราแลกเปลี่ยน / credit เช่น credit rating หรือ credit event และ/หรือทรัพย์สินที่กองทุนสามารถลงทุนได้ ซึ่งพิจารณาจากสภาวะการณ์ของตลาด กฎระเบียบ หรือข้อบังคับ และปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น แนวโน้มและทิศทางราคาของหลักทรัพย์ที่ลงทุน การคาดการณ์เหตุการณ์ที่อาจจะส่งผลกระทบเชิงลบอย่างมีนัยสำคัญของกองทุน และค่าใช้จ่ายในการเข้าทำธุรกรรมสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป็นต้น ทั้งนี้ หากสินทรัพย์อ้างอิงมีความผันผวน หรือทิศทางการลงทุนไม่เป็นไปตามคาด หรือคู่สัญญาที่ทำธุรกรรมไม่สามารถชำระภาระผูกพันได้ตามกำหนดเวลา อาจทำให้กองทุนไม่ได้รับผลตอบแทนตามที่คาดหวัง หรือขาดทุนจากการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าได้ อย่างไรก็ตามบริษัทจัดการจะพิจารณาปรับเปลี่ยนการลงทุนหรือการเข้าทำธุรกรรมให้เหมาะสมกับสถานการณ์ มีการวิเคราะห์และติดตามปัจจัยที่มีผลกระทบต่อราคาสินทรัพย์อ้างอิง รวมถึงพิจารณาความน่าเชื่อถือของคู่สัญญาก่อนทำธุรกรรม โดยจะเน้นทำธุรกรรมกับคู่สัญญาที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ 7. ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วย ทั้งนี้โดยจะคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ (1) ช่วงระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม (2) ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนเลิกกองทุนรวม (3) ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืน หรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือเพื่อรอการลงทุนทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ หมายเหตุ : Full Replication 1 หมายถึง การลงทุนในหลักทรัพย์ที่เป็นส่วนประกอบในดัชนีอ้างอิงในอัตราส่วนที่ใกล้เคียงกับดัชนีอ้างอิงดังกล่าว Optimization 2 หมายถึง การลงทุนในหลักทรัพย์ที่เป็นส่วนประกอบในดัชนีอ้างอิง หรือการลงทุนในหลักทรัพย์ไม่ครบตามจํานวนของหลักทรัพย์ที่เป็นส่วนประกอบของดัชนีอ้างอิง ในอัตราส่วนที่แตกต่างกับดัชนีอ้างอิงดังกล่าว ทั้งนี้ เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ใกล้เคียงกับดัชนีอ้างอิงดังกล่าว วัตถุประสงค์การลงทุนที่เกี่ยวกับความยั่งยืน : กองทุนมีวัตถุประสงค์ที่จะส่งเสริมการลงทุนเพื่อความยั่งยืนของประเทศไทย โดยจะเน้นลงทุนในหุ้นที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี SET50FF TRI ที่ได้รับการคัดเลือกจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่ามีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance: ESG) และ/หรือหุ้นของบริษัทที่ตั้งเป้าหมายในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย และ/หรือหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีธรรมาภิบาล (Governance) ที่มีลักษณะตาม “รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายการลงทุนและลักษณะพิเศษ” ข้อ 2.3 กรอบการลงทุน (Investment Universe) : กองทุนมีนโยบายเน้นลงทุนในหุ้นที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี SET50FF TRI ที่ได้รับการคัดเลือกจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่ามีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance: ESG) และ/หรือหุ้นของบริษัทที่ตั้งเป้าหมายในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย และ/หรือหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีธรรมาภิบาล (Governance) ที่มีลักษณะตาม “รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายการลงทุนและลักษณะพิเศษ” ข้อ 2.3 เป็นหลัก เพื่อสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนให้ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนี SET50FF TRI ตามกลยุทธ์การบริหารกองทุนเชิงรับ (Passive management strategy) โดยหลักทรัพย์ที่อยู่ในส่วนประกอบของดัชนี SET50FF TRI จะไม่จำกัดการลงทุนเฉพาะในหมวดอุตสาหกรรมใดหมวดอุตสาหกรรมหนึ่ง สำหรับการลงทุนส่วนที่เหลือ ทีมผู้จัดการกองทุนอาจพิจารณาลงทุนในหลักทรัพย์อื่นๆ ที่นอกเหนือจากที่ระบุไว้ตามข้างต้นได้ โดยหลักทรัพย์ดังกล่าวจะต้องมีคุณสมบัติที่สอดคล้องกับแนวทางการวิเคราะห์หลักทรัพย์ในด้าน ESG ภายในบริษัทจัดการเอง ที่กำหนดแนวทางในการวิเคราะห์ และคัดเลือกหลักทรัพย์ โดยมีรายละเอียดในหัวข้อถัดไป กลยุทธ์การลงทุน : Negative Screening สำหรับการลงทุนในตราสารทุน บริษัทจัดการทำการคัดกรองหุ้นที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี SET50FF TRI ที่ไม่ผ่านเกณฑ์พิจารณาในเรื่องสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ออกไปจากรายชื่อหลักทรัพย์ที่จะลงทุนได้ (investment universe) โดยขึ้นอยู่กับว่าในช่วงเวลานั้น ๆ บริษัทจัดการให้น้ำหนักในด้านใด เช่น หากเป็นช่วงเวลาที่บริษัทจัดการให้ความสำคัญกับธรรมาภิบาลก็จะไม่นำหุ้นของบริษัทที่มีธรรมาภิบาลบกพร่องมาอยู่ในรายชื่อหลักทรัพย์ที่ลงทุนได้ เป็นต้น ESG Integration บริษัทจัดการนำข้อมูลทั้งด้านการเงิน และด้านความยั่งยืนมาใช้วิเคราะห์หุ้นอย่างเป็นระบบ โดยคำนึงถึงปัจจัยด้าน ESG ในทุกมิติของการวิเคราะห์หลักทรัพย์ที่กองทุนจะลงทุน Thematic บริษัทจัดการอาจเลือกลงทุนในหุ้นที่ดำเนินการสอดคล้องกับแบบแผนความยั่งยืนตามนโยบายกองทุน โดย ณ ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง อาจมีการลงทุนกระจุกตัวในอุตสาหกรรมใดอุตสากรรมหนึ่งได้ กองทุนอาจใช้กลยุทธ์ทั้งสามกลยุทธ์ หรือเลือกใช้กลยุทธ์ใดกลยุทธ์หนึ่งได้ โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัทจัดการตามสภาวการณ์ในแต่ละขณะ หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกหลักทรัพย์ กองทุนมีนโยบายเน้นลงทุนในหุ้นที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี SET50FF TRI เพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับดัชนีดังกล่าว ซึ่งต้องเป็นหุ้นที่ได้รับการคัดเลือกจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่ามีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance: ESG) และ/หรือหุ้นของบริษัทที่ตั้งเป้าหมายในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย และ/หรือหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีธรรมาภิบาล (Governance) ที่มีลักษณะตาม “รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายการลงทุนและลักษณะพิเศษ” ข้อ 2.3 สำหรับการลงทุนในหุ้นอื่นๆ ที่ไม่ได้เป็นส่วนประกอบของดัชนี SET50FF TRI ตามข้างต้น บริษัทจัดการมีหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกตามกระบวนการลงทุนภายใน ซึ่งครอบคลุมถึงปัจจัยต่างๆ ทั้งด้านเชิงคุณภาพ และ เชิงปริมาณ โดยพิจารณาถึงการวิเคราะห์ด้านภาวะเศรษฐกิจ ภาวะอุตสาหกรรม และ ปัจจัยพื้นฐานของบริษัทที่ลงทุน เช่นความสามารถในการดำเนินธุรกิจ ผลการดำเนินงาน กระแสเงินสด อัตราการทำกำไร สถานะทางการเงิน การประเมินมูลค่าหุ้น และแนวโน้มผลการดำเนินงาน เป็นต้น โดยการคัดเลือกหลักทรัพย์สำหรับการลงทุนดังกล่าว ยังได้นำหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกหลักทรัพย์ด้าน ESG ซึ่งคำนึงถึงปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) สังคม (Social) และ การกำกับดูแลกิจการที่ดี (Governance) เข้ามาพิจารณาผสมผสานกับการวิเคราะห์ด้านปัจจัยพื้นฐานทางธุรกิจด้วย โดยหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกหลักทรัพย์ด้าน ESG มีดังต่อไปนี้ 1. หลักทรัพย์ที่ได้รับการคัดเลือกว่ามีความโดดเด่นด้านความยั่งยืนจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ 2. หุ้นของบริษัทที่มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แผนการจัดการ และการตั้งเป้าหมายเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย รวมทั้งจัดให้มีการทวนสอบการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์โดยผู้ทวนสอบที่สำนักงาน ก.ล.ต. ยอมรับ หรือ 3. หุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีธรรมาภิบาล (Governance) ที่มีลักษณะตาม “รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายการลงทุนและลักษณะพิเศษ” ข้อ 2.3 หรือ 4. หลักทรัพย์ที่ผ่านกระบวนการวิเคราะห์หลักทรัพย์ที่คำนึงถึงปัจจัยด้านความยั่งยืนด้วยวิธี และกระบวนการภายในของบริษัทจัดการเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจในการลงทุน กระบวนการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์ที่เกี่ยวเนื่องกับ ESG กลยุทธ์ในการบริหารกองทุนด้านตราสารทุนที่บริษัทจัดการเน้นเสมอมา คือการเน้นเลือกลงทุนเป็นรายหลักทรัพย์ (Stock Selection) ซึ่งผู้จัดการกองทุนจะใช้เวลาส่วนใหญ่ในการเยี่ยมชม และพบปะผู้บริหารของบริษัทจดทะเบียนที่จะลงทุนอย่างสม่ำเสมอในลักษณะ One-on-One Meeting โดยไม่มีนักวิเคราะห์หรือเจ้าหน้าที่การตลาดจากบริษัทหลักทรัพย์อยู่ด้วย ทั้งนี้ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลที่นำมาใช้ทำการวิเคราะห์ประกอบการตัดสินใจลงทุน เป็นข้อมูลที่ถูกต้องจากผู้ประกอบการโดยตรง การวิเคราะห์หลักทรัพย์ประกอบด้วยการวิเคราะห์เชิงคุณภาพ (อุตสาหกรรม ผู้บริหาร การดำเนินงาน ESG เป็นต้น) การวิเคราะห์เชิงปริมาณ (ฐานะการเงิน ความสามารถในการทำกำไรอย่างยั่งยืน เป็นต้น) และการประเมินมูลค่าหุ้น (ประมาณการผลประกอบการ 3 ปี DCF/เปรียบเทียบกับคู่แข่ง เป็นต้น) โดยบริษัทจัดการให้ความสำคัญในการนำปัจจัยเรื่อง ESG มาเป็นส่วนหนึ่งในการวิเคราะห์ และทำ Negative Screening คัดกรองหลักทรัพย์ของบริษัทที่ไม่ผ่านเกณฑ์พิจารณาด้าน ESG ออกไปจากรายชื่อหลักทรัพย์ที่จะลงทุนได้ (Investment Universe) และมีการติดตามประเด็นด้าน ESG ของบริษัทที่อยู่ในรายชื่อหลักทรัพย์ที่ลงทุนได้ตลอดเวลา เพื่อให้มั่นใจได้ว่ารายชื่อหลักทรัพย์ที่ลงทุนได้ของบริษัทจะประกอบด้วยบริษัทที่มีความโดดเด่นด้านความยั่งยืน และมีความเป็นปัจจุบันตลอดเวลาทั้งก่อน และหลังลงทุน ซึ่งบริษัทจัดการจะให้ความสำคัญกับ ESG ในทุกด้าน อาจเน้นด้านใดด้านหนึ่งได้ขึ้นอยู่กับสภาวการณ์ในขณะนั้น ๆ เช่น กรณีที่ตลาดให้ความสำคัญในเรื่องการกำกับดูแลกิจการหรือการเป็นบรรษัทภิบาลที่ดี (Governance) บริษัทจัดการก็จะให้ความสำคัญในด้าน Governance มากกว่าด้านอื่น โดยที่มาของข้อมูลที่ใช้ประกอบการประเมินความยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียนต่างๆได้แก่ 1. ข้อมูลที่ได้จากการเข้าเยี่ยมชม และพบปะผู้บริหารของบริษัท (Company Visit) 2. ข้อมูลอื่นๆ ที่เปิดเผยต่อสาธารณะ อาทิเช่น 56-1 One Report เป็นต้น 3. ข้อมูลที่ได้รับจากการส่งแบบสอบถามด้าน ESG (ESG Questionnaires) ซึ่งบริษัทจัดการได้ส่งไปยังทุกบริษัทภายใต้ Universe การลงทุน เป็นรายปี ก่อนการลงทุน หลังการลงทุน ศึกษาประเด็นด้าน ESG ของบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ก่อนการเข้าเยี่ยมชมพบปะผู้บริหารของบริษัท (company visit) โดยใช้แหล่งข้อมูลต่างๆ เช่น รายงานประจำปี คะแนน IOD ข้อมูลกรรมการ เป็นต้น ติดตามประเด็นด้าน ESG ของบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ที่กองทุนลงทุนอย่างสม่ำเสมอ นำประเด็นด้าน ESG และข้อมูลวิเคราะห์บริษัทที่ได้จากการเข้าเยี่ยมชมพบปะผู้บริหาร อาทิเช่น ความสามารถในการดำเนินธุรกิจ ผลการดำเนินงาน กระแสเงินสด อัตราการทำกำไร การประเมินมูลค่าหุ้นและแนวโน้มผลการดำเนินงาน เป็นต้น นำเสนอต่อคณะกรรมการด้านการลงทุน (Investment Committee : IC) นำข้อมูลของหลักทรัพย์ ESG ที่อยู่ในกรอบการลงทุนตามที่ระบุไว้ในนโยบายการลงทุน ที่ได้จากการทำ ESG Due Diligence Questionnaire มาร่วมพิจารณาการให้คะแนน ESG เพื่อให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลด้าน ESG ของบริษัทที่ลงทุนอยู่เป็นปัจจุบันเสมอ การอ้างอิงดัชนีชี้วัดที่สอดคล้องกับความยั่งยืน ดัชนีชี้วัด (Benchmark) ของกองทุน คือ ดัชนีผลตอบแทนรวม SET50 Free Float Adjusted Market Capitalization Weighted (SET50FF TRI) สัดส่วนร้อยละ 100 กองทุนใช้ดัชนี SET50FF TRI เนื่องจากดัชนี SET50FF TRI ประกอบด้วยหลักทรัพย์ขนาดใหญ่ที่มีสภาพคล่องสูง และส่วนใหญ่เป็นหลักทรัพย์ของบริษัทที่มีการดําเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ที่ผ่านการคัดเลือกทั้งด้านมูลค่าการซื้อขาย และปริมาณหุ้นซื้อขายที่มีขนาดใหญ่ 50 อันดับแรก คำนวณโดยถ่วงน้ำหนักมูลค่าตามราคาตลาดที่ปรับด้วยสัดส่วนผู้ถือหลักทรัพย์รายย่อย (Free Float Adjusted Market Capitalization Weight) และมีการปรับรายการหลักทรัพย์ในดัชนีจะดำเนินการทุก 6 เดือน คือในเดือนมิถุนายน และธันวาคมของทุกปี ผู้ลงทุนสามารถศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับดัชนี SET50FF TRI ได้ที่ https://www.set.or.th/th/market/index/set50ff/overview ทั้งนี้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงดัชนีชี้วัดได้ ภายใต้หลักเกณฑ์ เงื่อนไขและข้อกำหนดของสมาคมบริษัทจัดการลงทุนและ/หรือประกาศ ข้อกำหนดของสำนักงาน ก.ล.ต. รวมถึงหน่วยงานอื่นใดที่เกี่ยวข้อง โดยบริษัทจัดการจะเปิดเผยข้อมูลให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ ข้อจำกัดด้านการลงทุน (ถ้ามี) เนื่องจากกองทุนมีกรอบการลงทุนในหุ้นที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี SET50FF TRI ที่ได้รับการคัดเลือกว่ามีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) และ/หรือด้านความยั่งยืน (Environmental Social and Governance: ESG) และ/หรือหุ้นของบริษัทที่ตั้งเป้าหมายในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย และ/หรือหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีธรรมาภิบาล (Governance) ที่มีลักษณะตาม “รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายการลงทุนและลักษณะพิเศษ” ข้อ 2.3 เพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับดัชนีดังกล่าว จึงอาจทำให้กองทุนไม่สามารถลงทุนในหุ้นของบริษัทอื่นที่มีปัจจัยพื้นฐานดี หรือมีศักยภาพในการทำกำไรที่ดี แต่ไม่เข้าเกณฑ์ดังกล่าวได้ ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนของกองทุนรวมเพื่อความยั่งยืน : - ความเสี่ยงจากการที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยไม่จัดทำหรือเปิดเผยข้อมูลดัชนี SET50FF TRI อีกต่อไป - กองทุนมีความเสี่ยงจากการลงทุนแบบกระจุกตัวในหุ้นที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน และยังอาจมีความเสี่ยงจากการไม่สามารถซื้อหรือขายหุ้นบางตัวได้ในราคาหรือช่วงเวลาที่เหมาะสมด้วยเงื่อนไขของหุ้นด้านความยั่งยืนที่กองทุนไปลงทุนกำหนดไว้ - ความเสี่ยงจากการพึ่งพาข้อมูลด้าน ESG จากแหล่งข้อมูลภายนอก เพื่อใช้ในการวิเคราะห์และคัดเลือกตราสารอาจมีข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์หรือไม่ถูกต้อง ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมจากแหล่งข้อมูลต่างๆ เพื่อให้ข้อมูลที่นำมาใช้ในการวิเคราะห์มีความถูกต้องมากขึ้น - ความเสี่ยงจากการลงทุนในตราสารที่อาจไม่เป็นไปตามกรอบการลงทุนด้านความยั่งยืนที่กองทุนกำหนด เช่น การลงทุนในตราสารที่ผู้ออกตราสารไม่มีอำนาจควบคุม หรือกรณีคู่ค้าของผู้ออกตราสาร (ผู้ขายสินค้า ผู้รับจ้าง และหรือผู้ให้บริการ) อาจมีการปฏิบัติไม่เป็นไปตามกรอบการลงทุนด้านความยั่งยืนที่นอกเหนือไปจากการรับรู้ของบริษัทจัดการ - ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง อาจเกิดจากการที่กองทุนไม่สามารถซื้อหรือขายตราสารได้ในราคาหรือระยะเวลาที่เหมาะสม ด้วยเงื่อนไขด้านความยั่งยืนที่กองทุนกำหนด - ความเสี่ยงจากการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษี การที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากการลงทุนในกองทุนนี้ คือ ผู้ลงทุนจะต้องทำการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนจากกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ทุกกองทุนของทุกบริษัทจัดการ มายังกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ เพื่อใช้สิทธิวงเงินลดหย่อน 500,000 บาท (ปีที่ 1 ไม่เกิน 300,000 บาท ส่วนปีที่ 2-5 ไม่เกินปีละ 50,000 บาท) ในช่วงระยะเวลาที่กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ เปิดรับคำสั่งสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนจากกองทุนรวมหุ้นระยะยาวตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2568 เท่านั้น ดังนั้น จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนจะทำการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนจากกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) มาไม่ครบทุกกองทุนและทุกบริษัทจัดการ - การลงทุนในกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ ผู้ลงทุนต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในคู่มือการลงทุนเกี่ยวกับการลงทุนในกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ และซื้อหน่วยลงทุนภายในระยะเวลาการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่กรมสรรพากรและ/หรือหน่วยงานของทางการประกาศกำหนด จึงเป็นผู้มีสิทธิได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีโดยนำเงินค่าซื้อหน่วยลงทุนไปขอยกเว้นภาษีเงินได้ และผู้ลงทุนจะต้องคำนึงถึงเงื่อนไขสิทธิประโยชน์ทางภาษีตามเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด โดยหากผู้ลงทุนมีรายการขายคืนหน่วยลงทุนก่อนเงื่อนไขดังกล่าว จะต้องเสียสิทธิประโยชน์ทางด้านภาษีและจะต้องชำระคืนเงินภาษีที่ได้รับลดหย่อน เบี้ยปรับ และเงินเพิ่มให้แก่กรมสรรพากร แนวทางดำเนินการและมาตรการควบคุมผลกระทบในกรณีการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืนที่ได้กำหนดไว้ : บริษัทจัดการจะทำการประเมินและทบทวนกระบวนการลงทุนอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้การลงทุนของกองทุนเป็นไปตามวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุนของกองทุนที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน ทั้งนี้ หากมีการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืนที่กำหนดไว้ บริษัทจัดการจะจัดทำรายงานพร้อมทั้งเหตุผลเพื่อรายงานต่อสำนักงาน ก.ล.ต. และผู้ดูแลผลประโยชน์รวมทั้งดำเนินการแก้ไขสัดส่วนการลงทุนให้เป็นไปตามนโยบายที่กำหนดไว้และเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดต่อไป
Investment policy as filed with SEC Thailand.
actual = what the AMC currently charges · max = prospectus ceiling (no actual reported). Annual fees aren’t additive with one-time fees.