K Global Private Equity 19A Fund Not for Retail Investors
KASIKORN ASSET MANAGEMENT COMPANY LIMITED · Mixed / Balanced · settlement T+5
↳ Invests in LOIM PE K Investments · ลักเซมเบิร์ก
✨Invests in international private equity through LOIM PE K Investments, focusing on secondary market transactions and private companies, with a minimum commitment of $15 million.
กองทุนมีนโยบายที่จะลงทุนในหน่วย private equity ต่างประเทศ โดยไม่จำกัดอัตราส่วน ผ่านการลงทุนใน LOIM PE K Investments (กองทุนหลัก) ที่จัดตั้งขึ้นภายใต้กฎหมายของประเทศลักเซมเบิร์ก (Luxembourg) เป็น Reserved Alternative Investment Fund (RAIF) ในรูปแบบ Corporate Partnership Limited by Shares และอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของ Lombard Odier Funds (Europe) S.A. ซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดย Lombard Odier Investment Managers Private Equity ในฐานะหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner) ให้บริหารจัดการกองทุนหลักในฐานะผู้จัดการ (Manager) โดยมีมูลค่าขั้นต่ำในการลงทุน (minimum commitment) ไม่น้อยกว่า 15 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ และมีระยะเวลาที่ต้องลงทุนประมาณ 5 ปี และสามารถขยายเวลาได้อีก 2 ปี ทั้งนี้ กองทุนหลักจะลงทุนในกองทุน LOIM PE K Investments – KSF I (กองทุนย่อย KSF I) ที่มีนโยบายเน้นลงทุนใน Private Equity ที่ซื้อขายในตลาดรอง (Secondary Market) โดยอาจเป็นการลงทุนโดยตรงในบริษัทเอกชนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Private Companies) และ/หรือลงทุนผ่านนิติบุคคลเฉพาะกิจ (Special Purpose Vehicles) ที่จัดตั้งขึ้นโดยผู้จัดการกองทุนของ Private Equity Fund และ/หรือลงทุนใน Private Equity Fund (ซึ่งรวมเรียกว่า “กองทุนอ้างอิง” (Underlying Fund)) LOIM PE K Investments (กองทุนหลัก) แบ่งหุ้นเป็นสองประเภทดังนี้ (1) ผู้ถือหุ้นที่มีอำนาจบริหารจัดการ (Management Shares) มีสถานะเทียบเท่ากับหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดของห้างหุ้นส่วนจำกัด และโดยผลของกฎหมาย ต้องรับผิดร่วมกันและแทนกันในหนี้ใด ๆ ที่ไม่สามารถชำระได้จากสินทรัพย์ของ กองทุนหลัก ทั้งนี้ Lombard Odier Investment Managers Private Equity จะมีสถานะเป็นผู้ถือหุ้นที่มีอำนาจบริหารจัดการของกองทุนหลัก ต่อไปนี้จะเรียกว่า “หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด” (General Partner) จะเป็นผู้รับผิดชอบต่อการบริหารจัดการของกองทุนหลัก ซึ่งต้องกระทำการเพื่อประโยชน์สูงสุดของกองทุนหลัก (2) ผู้ถือหุ้นสามัญ (Ordinary Shares) มีความรับผิดจำกัดเพียงจำนวนเงินที่ลงทุนในกองทุนหลัก ต่อไปนี้จะเรียกว่า “ผู้ถือหุ้นจำกัดความรับผิด” (Limited Shareholder) โดยกองทุนจะมีสถานะเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นจำกัดความรับผิด (Limited Shareholder) ของกองทุนหลัก (หุ้นที่มีอำนาจบริหารจัดการและหุ้นสามัญต่อไปนี้จะเรียกรวมกันว่า “หุ้น”) กองทุนจะลงทุนโดยใช้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) เป็นสกุลเงินหลัก โดยกองทุนหลักอาจลงทุนได้หลากหลายสกุลเงิน เช่น สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ สกุลเงินยูโร เป็นต้น ทั้งนี้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงสกุลเงินในภายหลัง โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ซึ่งบริษัทจัดการจะคำนึงถึงประโยชน์ของกองทุนเป็นสำคัญ โดยบริษัทจัดการจะประกาศให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบถึงการเปลี่ยนแปลงล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน โดยจะติดประกาศที่สำนักงานของบริษัทจัดการและผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุนและที่เว็บไซต์ของบริษัทจัดการ ส่วนที่เหลือ กองทุนอาจลงทุนใน ตราสารทุน ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตราสารแห่งหนี้ และหรือเงินฝากในสถาบันการเงินทั้งในและต่างประเทศ ทั้งที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) และหรือต่ำกว่าอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Non-Investment Grade) และหรือที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) โดยไม่จำกัดอัตราส่วน รวมทั้งอาจลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดหรือเห็นชอบให้กองทุนลงทุนได้ ทั้งนี้ กองทุนอาจลงทุนในตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Notes หรือ SN) และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนให้สูงขึ้น หรือเพื่อลดค่าใช้จ่ายของกองทุน รวมถึงกองทุนจะลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน นอกจากนี้ กองทุนอาจกู้ยืมเงินหรือทำธุรกรรมขายโดยมีสัญญาซื้อคืนเพื่อการลงทุนได้ อย่างไรก็ตาม กองทุนจะไม่ทำธุรกรรมการขายหลักทรัพย์ที่ต้องยืมมาเพื่อการส่งมอบ (short sell) ในกรณีที่กองทุนเปิดเค โกลบอลไพรเวทอิควิตี้ 19A ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย มีการลงทุนในกองทุนหลักไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก และกองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะใดลักษณะหนึ่งดังต่อไปนี้ บริษัทจัดการจะดำเนินการตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด (1) มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ วันใดวันหนึ่งลดลงเกินกว่าสองในสามของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก (2) ยอดรวมของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลักลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกัน คิดเป็นจำนวนเกินกว่าสองในสามของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก กองทุนหลักดังกล่าวให้หมายถึงเฉพาะกองทุนหลักที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด เงื่อนไข ในกรณีที่กองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะดังกล่าวบริษัทจัดการดำเนินการดังต่อไปนี้ (1) แจ้งเหตุที่กองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการโดยคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม ให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และผู้ถือหน่วยลงทุนทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ปรากฏเหตุ (2) ดำเนินการตามแนวทางการดำเนินการตาม (1) ให้แล้วเสร็จภายใน 60 วันนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนหลักที่ปรากฏเหตุ (3) รายงานผลการดำเนินการให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการแล้วเสร็จ (4) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการของกองทุนรวมตาม (1) ต่อผู้ที่สนใจจะลงทุนเพื่อให้ผู้ที่สนใจจะลงทุนรับรู้และเข้าใจเกี่ยวกับสถานะของกองทุนรวม ทั้งนี้ บริษัทจัดการกองทุนรวมจะดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการดังกล่าวด้วย โดยระยะเวลาในการดำเนินการตามข้อ (2) บริษัทจัดการสามารถขอผ่อนผันต่อสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ให้ความเห็นชอบหรือมีประกาศแก้ไขหรือเพิ่มเติมประเภท ลักษณะ หลักเกณฑ์และเงื่อนไข หรืออัตราส่วนการลงทุนของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะพิจารณาเปลี่ยนแปลงประเภท ลักษณะ หลักเกณฑ์และเงื่อนไข หรืออัตราส่วนการลงทุนให้เป็นไปตามประกาศฯ ฉบับใหม่ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ลักษณะสำคัญของกองทุนย่อย LOIM PE K Investments – KSF I (กองทุนย่อย KSF I) : ชื่อกองทุนหลัก LOIM PE K Investments ชื่อกองทุนย่อย LOIM PE K Investments – KSF I Manager Lombard Odier Funds (Europe) S.A. Portfolio Manager Lombard Odier Asset Management (Switzerland) SA วัตถุประสงค์การลงทุนและนโยบายการลงทุน กองทุนย่อย KSF I มีวัตถุประสงค์สร้างผลตอบแทนในระยะยาว โดยเน้นลงทุนในหน่วย Private Equity ที่ซื้อขายในตลาดรอง (Secondary Market) โดยอาจเป็นการลงทุนโดยตรงในบริษัทเอกชนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Private Companies) และ/หรือลงทุนผ่านนิติบุคคลเฉพาะกิจ (Special Purpose Vehicles) และ/หรือลงทุนใน Private Equity Fund (ซึ่งรวมเรียกว่า “กองทุนอ้างอิง” (Underlying Fund)) โดยมีเป้าหมายการลงทุนในการลงทุนที่มีขนาดการลงทุน (Equity Tickets) ต่ำกว่า 50 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ (USD) ทั้งนี้ กองทุนย่อย KSF I อาจร่วมลงทุนในกิจการของบริษัทที่ต้องการระดมทุน โดยอาจเป็นการเข้าลงทุนในบริษัทที่กิจการมีความมั่นคง (Buyout) หรือลงทุนในบริษัทที่มีรายได้และเติบโตอย่างรวดเร็วซึ่งต้องการเงินทุนเพื่อขยายกิจการเพิ่มเติม (Growth Capital) หรือลงทุนในบริษัทที่เพิ่งเริ่มก่อตั้งกิจการ (Venture Capital) หรือลงทุนในบริษัทที่ไม่สามารถดำเนินกิจการให้เป็นไปตามแผนธุรกิจที่กำหนดไว้ และ/หรือบริษัทที่มักมีการปรับโครงสร้างกิจการหรือปรับปรุงแผนธุรกิจ (Special Situations) โดยการลงทุนเหล่านี้จะไม่ยึดติดกับกลุ่มอุตสาหกรรมและภาคธุรกิจ และไม่เกิน 1 ใน 3 ของ Capital Commitment กองทุนย่อย KSF I จะลงทุนส่วนใหญ่ในตลาดพัฒนาแล้ว และอาจมีการลงทุนบางส่วนในตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งการลงทุนในกองทุนอ้างอิง (Underlying Fund) อาจเป็นการลงทุนโดยตรงหรือลงทุนผ่านนิติบุคคลเฉพาะกิจ (Special Purpose Vehicles) ที่จัดตั้งขึ้นโดยผู้จัดการกองทุนของ Private Equity Fund ซึ่งผู้จัดการกองทุนเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะเป็นบุคคลซึ่งได้รับการคัดเลือกจากผู้จัดการพอร์ตการลงทุน (Portfolio Manager) และเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในการลงทุนนั้นๆ ทั้งนี้ กองทุนย่อย KSF I จะลงทุนในกองทุนอ้างอิง (Underlying Fund) แต่ละกองทุนอ้างอิงจะไม่เกินร้อยละ 30 ของ Capital Commitment กองทุนย่อย KSF I อาจนำเงินลงทุนที่ได้รับชำระแล้วจากผู้ลงทุน (Capital Contribution) ซึ่งยังไม่ได้นำไปลงทุนในกองทุนอ้างอิง (Underlying Fund) ไปลงทุนในสินทรัพย์สภาพคล่องระยะสั้น ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะเป็นการลงทุนแบบรายวันเพื่อรอการลงทุนในกองทุนอ้างอิง (Underlying Fund) และ/หรือเพื่อใช้ชำระเป็นค่าธรรมเนียมการจัดการ หนี้สินอื่นๆ ค่าธรรมเนียม และ/หรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ หรืออาจนำไปจัดสรรให้กับผู้ถือหุ้นจำกัดความรับผิด (Limited Shareholder) ก็ได้ ทั้งนี้ เป็นไปตามดุลยพินิจของหุ้นส่วนที่ไม่จำกัดความรับผิด (General Partner) ทั้งนี้ กองทุนย่อย KSF I จะมีระยะเวลาเข้าลงทุนในกองทุนอ้างอิง (Underlying Fund) ภายใน 18 เดือนนับจากวันที่เรียกเงินลงทุนจากผู้ลงทุน การเพิ่มสถานะการลงทุนในสินทรัพย์ให้มีมูลค่าสูงกว่ามูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน (Leverage) กองทุนย่อย KSF I อาจทำการ leverage และ/หรือทำธุรกรรมการกู้ยืม ในกรณีที่กองทุนอ้างอิง (Underlying Fund) มีการเรียกระดมทุนเป็นจำนวนเงินที่เกินกว่าจำนวนเงินลงทุนทั้งหมดที่กองทุนย่อย KSF I จะเรียกเก็บจากผู้ลงทุน (Over-Commitment) หรือเพื่อชำระเงินในกรณีที่ผู้ลงทุนของกองทุนผิดนัดชำระเงินลงทุนที่ตกลงกันไว้ โดยมีมูลค่าสูงสุดไม่เกิน 150% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนย่อย KSF I โดยอัตราส่วนดังกล่าวจะแบ่งเป็นมูลค่าทรัพย์สินของกองทุนที่ 100% และส่วนเกิน (leverage) จากการกู้ยืม (Borrowings) สูงสุดที่ 50% ภายใต้วิธีการคำนวณแบบ Commitment Method และ Gross Method ตามกฎหมายของสหภาพยุโรปเกี่ยวกับ Alternative Investment Fund Manager ลงวันที่ 12 กรกฎาคม 2556 ค่าธรรมเนียม ค่าธรรมเนียมของ LOIM PE K Investments ค่าธรรมเนียมองค์กร (Organisational Fee) : ไม่เกินร้อยละ 0.50 ของ Capital Commitment ของกองทุนย่อย KSF I ค่าธรรมเนียมของกองทุนย่อย KSF I - ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) : ในช่วงระยะเวลาการลงทุนจะคิดในอัตราร้อยละ 0.75 ต่อปีของ Capital Commitment ของกองทุนย่อย KSF I และหลังจากระยะเวลาการลงทุนจะคิดในอัตราร้อยละ 0.75 ต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนย่อย KSF I ทั้งนี้ จะต้องไม่ต่ำกว่าร้อยละ 0.30 ต่อปีของ Capital Commitment โดยจะชำระให้กับหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner) ปีละ 2 ครั้ง ในเดือนมิถุนายน และธันวาคม - ส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุน (Carried Interest) : เมื่อกองทุน K-GPE19A-UI ได้รับผลตอบแทนที่คาดหวัง (Hurdle Rate) จากการลงทุนในกองทุนย่อย KSF I ไม่น้อยกว่าร้อยละ 8 ต่อปี หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner) จะได้รับส่วนแบ่งกำไรในอัตราร้อยละ 12.50 ของกำไรส่วนเกินทุน - ค่าใช้จ่ายในการจัดตั้ง ( Set-up Expenses) : ไม่เกินร้อยละ 1.00 ของ Capital Commitment ของกองทุนย่อย KSF I เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในช่วงการจัดตั้งกองทุนย่อย KSF I - ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายอื่น เช่น ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ ค่าธรรมเนียมการฝากทรัพย์สิน ค่าธรรมเนียมการตรวจสอบบัญชี ค่าธรรมเนียมทางกฎหมาย ซึ่งอาจเกิดขึ้นระหว่างการดำเนินการของกองทุนย่อย KSF I : ตามค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง การจัดสรรผลตอบแทนและการชำระเงินคืนของกองทุนย่อย KSF I (Distribution and Repayment Policy) หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner) จะเป็นผู้พิจารณาจัดสรรเงินที่กองทุนย่อย KSF I ได้รับจากกองทุนอ้างอิง (Underlying Fund) ให้กับผู้ถือหุ้นจำกัดความรับผิด (Limited Shareholder) และหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner) ตามสัดส่วน โดยเรียงลำดับดังนี้ 1) ชำระเงินคืนให้กับผู้ถือหุ้นจำกัดความรับผิด (Limited Shareholder) จนกว่าจำนวนเงินสะสมที่ผู้ถือหุ้นจำกัดความรับผิดได้รับ (Cumulative Distributions) เท่ากับจำนวนเงินทั้งหมดที่ผู้ถือหุ้นจำกัดความรับผิด (Limited Shareholder) ลงทุนในกองทุนย่อย KSF I (Capital Commitment) 2) เมื่อชำระเงินคืนครบตามข้อ 1) แล้ว หากยังมีผลตอบแทนส่วนเกิน จะจัดสรรผลตอบแทนส่วนเกินดังกล่าวให้กับผู้ถือหุ้นจำกัดความรับผิด (Limited Shareholder) จนกว่าจำนวนเงินสะสมที่ผู้ถือหุ้นจำกัดความรับผิดได้รับ (Cumulative Distributions) เท่ากับผลตอบแทนจากการลงทุน ("Hurdle Rate") ที่ร้อยละ 8 ต่อปี โดยคำนวณจากกระแสเงินสดที่จ่ายให้กับและได้รับจากกองทุนย่อย KSF I ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 3) เมื่อจัดสรรเงินครบตามข้อ 2) แล้ว หากยังมีผลตอบแทนส่วนเกิน จะจัดสรรผลตอบแทนส่วนเกินดังกล่าวให้กับหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner) จนกว่าหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner) จะได้รับส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุน (Carried Interest) เท่ากับร้อยละ 12.5 ของผลรวมของจำนวนเงินที่จัดสรรให้กับผู้ถือหุ้นจำกัดความรับผิด (Limited Shareholder) ตามข้อ 2) กับจำนวนเงินที่จัดสรรให้กับหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner) ตามข้อนี้ 4) เมื่อจัดสรรเงินครบตามข้อ 3) แล้ว หากยังมีผลตอบแทนส่วนเกิน จะจัดสรรเงินส่วนที่เหลือในอัตราร้อยละ 12.5 ให้กับหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner) และในอัตราร้อยละ 87.5 ให้กับผู้ถือหุ้นจำกัดความรับผิด (Limited Shareholder) (จำนวนเงินที่หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner) ได้รับตามข้อ 3) และ 4) จะเรียกรวมกันว่า "ส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุน (Carried Interest)") ทั้งนี้ หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner) อาจไม่จัดสรรเงินได้ไปยังผู้ถือหุ้นจำกัดความรับผิด (Limited Shareholder) โดยทันทีและมีดุลยพินิจในการเลื่อนการจัดสรรเงินดังกล่าวตามความเหมาะสม ตัวอย่างขั้นตอนการจัดสรรผลตอบแทนและการชำระเงินคืนของกองทุนย่อย KSF I ตัวเลขและข้อมูลดังต่อไปนี้ เป็นเพียงตัวอย่างการคำนวณเพื่อประกอบการอธิบายการจัดสรรผลตอบแทนและการชำระเงินคืนกรณีที่กองทุนย่อย KSF I ไม่มีการตั้งเงินสำรองเพื่อการบริหารจัดการกองทุนย่อย KSF I ดังนั้นจึงมิได้เป็นการรับประกันว่า ตัวเลขในตารางเป็นผลการดำเนินงานที่กองทุนย่อย KSF I สามารถทำได้ และไม่ใช่ผลตอบแทนที่ผู้ลงทุนได้รับจริง - กองทุน K-GPE19A-UI ลงทุนในกองทุนย่อย KSF I เป็นจำนวนเงิน 100 ล้านบาท - กองทุนย่อย KSF I ทยอยจ่ายคืนเงินต้นและผลตอบแทนตลอดอายุกองทุน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 128 ล้านบาท โดยมีรายละเอียด ดังนี้ หมายเหตุ เงินสำรองเพื่อการบริหารจัดการกองทุนย่อย KSF I คือ เงินที่หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner) พิจารณากันไว้สำหรับใช้เพื่อวัตถุประสงค์ต่างๆ เช่น เพื่อการลงทุนเพิ่มเติม เพื่อชำระค่าใช้จ่ายหรือภาระผูกพันต่างๆ ของกองทุน KSF I หรืออาจใช้เพื่อวัตถุประสงค์โดยชอบอื่นใด ซึ่งการตั้งเงินสำรองดังกล่าวจะมีผลกระทบกับกระแสเงินสดที่ผู้ลงทุนจะทยอยได้รับระหว่างอายุกองทุนอาจทำให้ผู้ลงทุนได้รับผลตอบแทนต่ำกว่ากรณีที่ไม่มีการตั้งเงินสำรองได้ ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุนในประเทศ : บริษัทจัดการจะลงทุนหรือแสวงหาประโยชน์เฉพาะจากหลักทรัพย์ ทรัพย์สินอื่น หรือหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างตามที่ประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดดังต่อไปนี้ เว้นแต่ในกรณีที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ให้ความเห็นชอบหรือมีประกาศแก้ไขหรือเพิ่มเติมประเภทหรือลักษณะของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่น ส่วนที่ 1 : ประเภทและคุณสมบัติของตราสารทางการเงินทั่วไป 1. ประเภทของตราสาร ได้แก่ 1.1 ตราสารทุน 1.1.1 หุ้น 1.1.2 ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น (share warrants) 1.1.3 ใบแสดงสิทธิในการซื้อหุ้นเพิ่มทุนที่โอนสิทธิได้ (Transferable Subscription Right หรือ TSR) 1.1.4 ใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่มีสินค้า ตัวแปร หรือหลักทรัพย์อ้างอิง (underlying) เป็นหุ้นหรือ share warrants 1.1.5 ตราสารทุนอื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกับตราสารทุนตามข้อ 1.1.1 - 1.1.4 ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดเพิ่มเติม 1.2 ตราสารหนี้ 1.2.1 พันธบัตร 1.2.2 ตั๋วเงินคลัง 1.2.3 หุ้นกู้ (ไม่รวมหุ้นกู้แปลงสภาพ หุ้นกู้อนุพันธ์ และตราสาร Basel III) 1.2.4 ตั๋วแลกเงิน (Bill of Exchangeหรือ B/E) 1.2.5 ตั๋วสัญญาใช้เงิน (Promissory Noteหรือ P/N) 1.2.6 ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นกู้ 1.2.7 ใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่มี underlying เป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้ 1.2.8 ตราสารหนี้อื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกับตราสารหนี้ตามข้อ 1.2.1 - 1.2.7 ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดเพิ่มเติม 1.3 ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน (ไม่รวมตราสาร Basel III) 1.4 ตราสาร Basel III 1.5 ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (Derivative Warrants หรือ D/W) 1.6 SN (Structure Notes) ส่วนที่ 2 : ทรัพย์สินประเภทหน่วย CIS หน่วย infra และหน่วย property ส่วนที่ 3 : ทรัพย์สินประเภทเงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก ส่วนที่ 4 : ธุรกรรมประเภทการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (reverse repo) ส่วนที่ 5 : ธุรกรรมประเภทการให้ยืมหลักทรัพย์ (securities lending) ส่วนที่ 6 : ธุรกรรมประเภท derivatives ส่วนที่ 7 : ทรัพย์สินประเภทหน่วย private equity ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุนในต่างประเทศ : บริษัทจัดการจะลงทุนหรือแสวงหาประโยชน์เฉพาะจากหลักทรัพย์ ทรัพย์สินอื่น หรือหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างตามที่ประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดดังต่อไปนี้ เว้นแต่ในกรณีที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ให้ความเห็นชอบหรือมีประกาศแก้ไขหรือเพิ่มเติมประเภทหรือลักษณะของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่น ส่วนที่ 1 : ประเภทและคุณสมบัติของตราสารทางการเงินต่างประเทศทั่วไป 1. ประเภทของตราสาร ได้แก่ 1.1 ตราสารทุนต่างประเทศ 1.1.1 หุ้น 1.1.2 ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น (share warrants) 1.1.3 ใบแสดงสิทธิในการซื้อหุ้นเพิ่มทุนที่โอนสิทธิได้ (Transferable Subscription Right หรือ TSR) 1.1.4 ใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่มีสินค้า ตัวแปร หรือหลักทรัพย์อ้างอิง (underlying) เป็นหุ้นหรือ share warrants 1.1.5 ตราสารทุนอื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกับตราสารทุนตามข้อ 1.1.1 - 1.1.4 ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดเพิ่มเติม 1.2 ตราสารหนี้ต่างประเทศ 1.2.1 พันธบัตร 1.2.2 ตั๋วเงินคลัง 1.2.3 หุ้นกู้ (ไม่รวมหุ้นกู้แปลงสภาพ หุ้นกู้อนุพันธ์ และตราสาร Basel III) 1.2.4 ตั๋วแลกเงิน (Bill of Exchangeหรือ B/E) 1.2.5 ตั๋วสัญญาใช้เงิน (Promissory Noteหรือ P/N) 1.2.6 ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นกู้ 1.2.7 ใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่มี underlying เป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้ 1.2.8 ตราสารหนี้อื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกับตราสารหนี้ตามข้อ 1.2.1 - 1.2.7 ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดเพิ่มเติม 1.3 ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุนต่างประเทศ (ไม่รวมตราสาร Basel III) 1.4 ตราสาร Basel III 1.5 ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ต่างประเทศ (Derivative Warrants หรือ D/W) 1.6 SN (Structure Notes) ส่วนที่ 2 : ทรัพย์สินประเภทหน่วย CIS หน่วย infra และหน่วย property ส่วนที่ 3 : ทรัพย์สินประเภทเงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก ส่วนที่ 4 : ธุรกรรมประเภทการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (reverse repo) ส่วนที่ 5 : ธุรกรรมประเภทการให้ยืมหลักทรัพย์ (securities lending) ส่วนที่ 6 : ธุรกรรมประเภท derivatives ตามหลักเกณฑ์การลงทุนดังนี้ ส่วนที่ 7 : ทรัพย์สินประเภทหน่วย private equity อัตราส่วนการลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น เพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวมในประเทศและต่างประเทศ : บริษัทจัดการจะลงทุนหรือมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์ หรือทรัพย์สินอื่น หรือหาดอกผลโดยวิธีอื่นเพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวม ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนดดังต่อไปนี้ ในกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศแก้ไขเปลี่ยนแปลงอัตราส่วนการลงทุน บริษัทจัดการจะลงทุนให้เป็นไปตามประกาศที่แก้ไขด้วย ข้อ ประเภททรัพย์สิน อัตราส่วน (% ของ NAV) 1 หน่วย private equity ไม่จำกัดอัตราส่วน 2 ธุรกรรมดังนี้ 2.1 derivatives ดังนี้ 2.1.1 การเข้าทำธุรกรรม derivatives ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการลดความเสี่ยง (hedging) ไม่เกินมูลค่าความเสี่ยงที่มีอยู่ 2.1.2 การเข้าทำธุรกรรม derivatives ที่มิใช่เพื่อการลดความเสี่ยง (non-hedging) global exposure limit กรณีกองทุน ไม่มี การลงทุนแบบซับซ้อน จำกัด net exposure ที่เกิดจากการ ลงทุนใน derivatives โดยต้องไม่เกิน 100% ของ NAV 2.2 การกู้ยืมเงินหรือการทำ repo เพื่อประโยชน์ในการจัดการลงทุน ไม่เกิน 50%
Investment policy as filed with SEC Thailand.
actual = what the AMC currently charges · max = prospectus ceiling (no actual reported). Annual fees aren’t additive with one-time fees.