Krungsri 70/30 Thailand ESG Extra Fund
KRUNGSRI ASSET MANAGEMENT COMPANY LIMITED · Mixed / Balanced · settlement T+3
✨Invests primarily in Thai government and corporate securities, focusing on environmentally sustainable and well-governed companies, with at least 80% net exposure.
1. กองทุนมีนโยบายลงทุนในทรัพย์สินอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างที่ออกโดยผู้ออกที่เป็นภาครัฐไทยหรือกิจการที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ดังนี้ และมี net exposure ในทรัพย์สินที่ลงทุนดังกล่าวโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน 1.1 หุ้นที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ/หรือ ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ที่มีลักษณะดังนี้ โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 65 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน 1.1.1 หุ้นที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ/หรือตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ที่ได้รับการคัดเลือกจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่ามีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance: ESG) และ/หรือ 1.1.2 หุ้นที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ/หรือตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ที่มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แผนการจัดการ และการตั้งเป้าหมายเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย รวมทั้งจัดให้มีการทวนสอบการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์โดยผู้ทวนสอบที่สำนักงาน ก.ล.ต. ยอมรับ และ/หรือ 1.1.3 หุ้นที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ/หรือตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ที่มีลักษณะดังนี้ (1) เป็นหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีธรรมาภิบาล (Governance) โดยได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียน (Corporate Governance Report of Thai Listed Companies: CGR) จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย ตั้งแต่ 90 คะแนนขึ้นไป หรือเทียบเท่า (2) มีการเปิดเผยเป้าหมายและแผนในเรื่องดังนี้ และรายงานความคืบหน้าการปฏิบัติตามเป้าหมายหรือแผน ผ่านช่องทางของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งจัดไว้สำหรับการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวโดยเฉพาะ (2.1) การมีเป้าหมายและแผนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มมูลค่า ของกิจการ (corporate value up plan) (2.2) การมีเป้าหมายและแผนการยกระดับการดำเนินงานในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ดังนี้ โดยต้องตั้งเป้าหมายเพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามแผนการยกระดับดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปีนับแต่วันที่เปิดเผยเป้าหมายและแผนการยกระดับ (2.2.1) แผนดำเนินการที่ชัดเจนเพื่อเข้ารับการประเมินจาก ผู้ประเมินผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนตามมาตรฐานสากลตามประกาศการลงทุนของสำนักงาน ก.ล.ต. (2.2.2) เป้าหมายและแผนดำเนินการเพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยตาม 1.1.2 (3) มีการเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารกับผู้ลงทุน ตามที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำหนด อย่างไรก็ตาม กองทุนจะมีการลงทุนในทรัพย์สินอื่นใดนอกจากทรัพย์สินตามข้อ 1.1 ข้างต้น ในลักษณะที่ไม่ทำให้กองทุนมี net exposure ในหุ้นหรือตราสารทุน โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีเกินกว่าร้อยละ 70 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน 1.2 ตราสารอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่าง ดังนี้ 1.2.1 ตราสารเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) ตราสารเพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) หรือตราสารส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability - linked bond) ที่ออกตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยการขออนุญาตและการอนุญาตให้เสนอขายตราสารหนี้ที่ออกใหม่ต่อประชาชนเป็นการทั่วไป ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยการขออนุญาตและการอนุญาตให้เสนอขายตราสารหนี้ที่ออกใหม่ต่อบุคคลในวงจำกัด และการเสนอขายหุ้นกู้แปลงสภาพต่อบุคคลที่มีลักษณะเฉพาะ หรือประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยข้อกำหนดที่เกี่ยวกับการออกและเสนอขายศุกูก และการเปิดเผยข้อมูล แล้วแต่กรณี ซึ่งมีการเปิดเผยข้อมูลในแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายตราสารหรือเอกสารที่นำเสนอต่อผู้ลงทุนในการเสนอขายตราสารดังกล่าวในเรื่องดังนี้ (1) กรณีเป็นตราสารเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือตราสารเพื่อความยั่งยืน ต้องมีการเปิดเผยวัตถุประสงค์การใช้เงินที่ได้จากการระดมทุน (use of proceeds) ว่าเป็นไปเพื่อโครงการที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือเพื่อโครงการที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนของประเทศไทย แล้วแต่กรณี (2) กรณีเป็นตราสารส่งเสริมความยั่งยืนต้องมีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการกำหนดตัวชี้วัดและเป้าหมายด้านความยั่งยืนเพื่อส่งเสริมความยั่งยืนของผู้ออกตราสารดังกล่าวในประเทศไทย 1.2.2 พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ย หรือหุ้นกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ยแต่ไม่รวมถึงหุ้นกู้แปลงสภาพ ซึ่งเป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) พันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) หรือ พันธบัตรหรือหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability - linked bond) 1.3 อาจพิจารณาลงทุนในโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (investment token) ที่ออกตามพระราชกำหนดว่าด้วยการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งมีลักษณะเป็นโทเคนดิจิทัลสำหรับโครงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green-project token) และ/หรือ โทเคนดิจิทัลสำหรับโครงการที่เกี่ยวข้องด้านความยั่งยืน (sustainability-project token) และ/หรือ โทเคนดิจิทัลเพื่อส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability-linked token) ซึ่งมีการเปิดเผยข้อมูลในแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายโทเคนดิจิทัลตามที่สำนักงาน ก.ล.ต.กำหนด ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะระบุลักษณะและรายละเอียดของโทเคนดิจิทัลกลุ่มความยั่งยืนที่จะลงทุนให้เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนและประกาศสำนักงาน ก.ล.ต. ต่อไป 2. ส่วนที่เหลืออาจพิจารณาลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ในตราสารทุน ตราสารหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตราสารทางการเงิน เงินฝากและ/หรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก ศุกูก ใบสำคัญแสดงสิทธิ์อนุพันธ์ ตราสาร Basel III ทองคำ น้ำมันดิบ สินค้าโภคภัณฑ์ หน่วย private equity หน่วยลงทุนของกองทุน เช่น หน่วย CIS หน่วยลงทุนของกองทุนอสังหาริมทรัพย์ / REITs หน่วยลงทุนของกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน (Infra) หรือกองทุนรวมอีทีเอฟ (ETF) เป็นต้น รวมถึงหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามที่สำนักงาน ก.ล.ต. ประกาศกำหนดให้ลงทุนได้ และกองทุนอาจทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ (Securities Lending) หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด 3. กองทุนอาจจะลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non – investment grade) หรือตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) โดยมีสัดส่วนการลงทุนในตราสารดังกล่าวรวมกันไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และอาจลงทุนในตราสารทุนของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ (Unlisted securities) โดยมีสัดส่วนการลงทุนไม่เกินร้อยละ 15 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนในตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured note) โดยให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของสำนักงาน ก.ล.ต. 4. กองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่นซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ (กองทุนปลายทาง) ในสัดส่วนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยการลงทุนในหน่วยลงทุนดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนของกองทุนซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข ที่สำนักงาน ก.ล.ต. กำหนด หรือกฎหมายอื่นใดที่เกี่ยวข้อง หรือประกาศอื่นใดที่เกี่ยวข้องและ/หรือที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมในอนาคต ทั้งนี้ กองทุนปลายทางสามารถลงทุนต่อในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่นที่อยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการต่อไปได้อีกไม่เกิน 1 ทอด และไม่อนุญาตให้กองทุนปลายทางและกองทุนรวมอื่น ลงทุนย้อนกลับในกองทุนต้นทาง (circle investment) ได้ 5. ในกรณีที่กองทุนมีการลงทุนในต่างประเทศ กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเงิน (Fx hedging) หรือไม่ก็ได้ โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน (Dynamic hedging) ซึ่งจะพิจารณาจากสภาวการณ์ของตลาดและปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น ทิศทางของอัตราแลกเปลี่ยน หรือค่าใช้จ่าย เป็นต้นตามความเหมาะสมในแต่ละขณะ นอกจากนี้ กองทุนอาจเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (efficient portfolio management) ซึ่งรวมถึงการป้องกันความเสี่ยง (Hedging) จากการลงทุน โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัทจัดการ ได้แก่ การทำสัญญาสวอปและ/หรือสัญญาฟอร์เวิร์ดที่อ้างอิงกับอัตราดอกเบี้ย / อัตราแลกเปลี่ยน / credit เช่น credit rating หรือ credit event และ/หรือทรัพย์สินที่กองทุนสามารถลงทุนได้ ซึ่งพิจารณาจากสภาวะการณ์ของตลาด กฎระเบียบ หรือข้อบังคับ และปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น แนวโน้มและทิศทางราคาของหลักทรัพย์ที่ลงทุน การคาดการณ์เหตุการณ์ที่อาจจะส่งผลกระทบเชิงลบอย่างมีนัยสำคัญของกองทุน และค่าใช้จ่ายในการเข้าทำธุรกรรมสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป็นต้น ทั้งนี้ หากสินทรัพย์อ้างอิงมีความผันผวน หรือทิศทางการลงทุนไม่เป็นไปตามคาด หรือคู่สัญญาที่ทำธุรกรรมไม่สามารถชำระภาระผูกพันได้ตามกำหนดเวลา อาจทำให้กองทุนไม่ได้รับผลตอบแทนตามที่คาดหวัง หรือขาดทุนจากการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าได้ อย่างไรก็ตามบริษัทจัดการจะพิจารณาปรับเปลี่ยนการลงทุนหรือการเข้าทำธุรกรรมให้เหมาะสมกับสถานการณ์ มีการวิเคราะห์และติดตามปัจจัยที่มีผลกระทบต่อราคาสินทรัพย์อ้างอิง รวมถึงพิจารณาความน่าเชื่อถือของคู่สัญญาก่อนทำธุรกรรม โดยจะเน้นทำธุรกรรมกับคู่สัญญาที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ 6. ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วย ทั้งนี้โดยจะคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ (1) ช่วงระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม (2) ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนเลิกกองทุนรวม (3) ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืน หรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือเพื่อรอการลงทุนทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ วัตถุประสงค์การลงทุนที่เกี่ยวกับความยั่งยืน : กองทุนมีวัตถุประสงค์ที่จะส่งเสริมการลงทุนเพื่อความยั่งยืนของประเทศไทย โดยจะลงทุนในหุ้นของบริษัทที่ได้รับการคัดเลือกจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่ามีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance: ESG) และ/หรือหุ้นของบริษัทที่ตั้งเป้าหมายในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย และ/หรือหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีธรรมาภิบาล (Governance) ที่มีลักษณะตาม “รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายการลงทุนและลักษณะพิเศษ” ข้อ 1.1.3 นอกจากนี้ กองทุนจะลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรหรือหุ้นกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ย และ/หรือตราสารหนี้อื่นๆ ที่เป็นตราสารเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) ตราสารเพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) ตราสารส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability – linked bond) รวมถึงลงทุนในโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (investment token) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุน คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการก.ล.ต. ประกาศกำหนด กรอบการลงทุน (Investment Universe) : กองทุนจะลงทุนในหุ้นของบริษัทที่ได้รับการคัดเลือกจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่ามีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance: ESG) และ/หรือหุ้นของบริษัทที่ตั้งเป้าหมายในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย และ/หรือหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีธรรมาภิบาล (Governance) ที่มีลักษณะตาม “รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายการลงทุนและลักษณะพิเศษ” ข้อ 1.1.3 โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 65 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน อย่างไรก็ตาม กองทุนอาจมีการลงทุนในทรัพย์สินอื่นใดนอกจากหุ้นหรือตราสารทุนที่ระบุไว้ใน “รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายการลงทุนและลักษณะพิเศษ” ตามข้อ 1.1 ในลักษณะที่ไม่ทำให้กองทุนมี net exposure ในหุ้นหรือตราสารทุน โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีเกินกว่าร้อยละ 70 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน นอกจากนี้ กองทุนจะลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรหรือหุ้นกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ย และ/หรือตราสารหนี้อื่นๆ ที่เป็นตราสารเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) ตราสารเพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) ตราสารส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability - linked bond) รวมถึงลงทุนในโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (investment token) โดยกองทุนจะลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่ออกโดยผู้ออกที่เป็นภาครัฐไทยหรือกิจการที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่มีคุณสมบัติด้านความยั่งยืน โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน สำหรับการลงทุนส่วนที่เหลือ ทีมผู้จัดการกองทุนอาจพิจารณาลงทุนในหลักทรัพย์ที่นอกเหนือจากที่ระบุไว้ตามข้างต้นได้ โดยหลักทรัพย์ดังกล่าวจะต้องมีคุณสมบัติที่สอดคล้องกับแนวทางการวิเคราะห์หลักทรัพย์ในด้าน ESG ภายในบริษัทจัดการเอง ที่กำหนดแนวทางในการวิเคราะห์ และคัดเลือกหลักทรัพย์ โดยมีรายละเอียดในหัวข้อถัดไป กลยุทธ์การลงทุน : Negative Screening สำหรับการลงทุนในตราสารทุน บริษัทจัดการทำการคัดกรองหุ้นของบริษัทที่ไม่ผ่านเกณฑ์พิจารณาในเรื่องสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ออกไปจากรายชื่อหลักทรัพย์ที่จะลงทุนได้ (investment universe) โดยขึ้นอยู่กับว่าในช่วงเวลานั้น ๆ บริษัทจัดการให้น้ำหนักในด้านใด เช่น หากเป็นช่วงเวลาที่บริษัทจัดการให้ความสำคัญกับธรรมาภิบาลก็จะไม่นำหุ้นของบริษัทที่มีธรรมาภิบาลบกพร่องมาอยู่ในรายชื่อหลักทรัพย์ที่ลงทุนได้ เป็นต้น Positive Screening สำหรับการลงทุนในตราสารหนี้ บริษัทจัดการจะคำนึงถึงปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environment, Social, and Governance: ESG) ประกอบกับการประเมินความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ออกตราสาร ESG Integration บริษัทจัดการนำข้อมูลทั้งด้านการเงิน และด้านความยั่งยืนมาใช้วิเคราะห์หุ้นอย่างเป็นระบบ โดยคำนึงถึงปัจจัยด้าน ESG ในทุกมิติของการวิเคราะห์หลักทรัพย์ที่กองทุนจะลงทุน Thematic บริษัทจัดการอาจเลือกลงทุนในหุ้นที่ดำเนินการสอดคล้องกับแบบแผนความยั่งยืนตามนโยบายกองทุน โดย ณ ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง อาจมีการลงทุนกระจุกตัวในอุตสาหกรรมใดอุตสากรรมหนึ่งได้ กองทุนอาจใช้กลยุทธ์ทั้งสามกลยุทธ์ หรือเลือกใช้กลยุทธ์ใดกลยุทธ์หนึ่งได้ โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัทจัดการตามสภาวการณ์ในแต่ละขณะ หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกหลักทรัพย์ สำหรับการลงทุนในตราสารทุน บริษัทจัดการมีหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกหลักทรัพย์สำหรับการลงทุนตามกระบวนการลงทุนภายใน ซึ่งครอบคลุมถึงปัจจัยต่างๆ ทั้งด้านเชิงคุณภาพ และ เชิงปริมาณ โดยพิจารณาถึงการวิเคราะห์ด้านภาวะเศรษฐกิจ ภาวะอุตสาหกรรม และ ปัจจัยพื้นฐานของบริษัทที่ลงทุน เช่นความสามารถในการดำเนินธุรกิจ ผลการดำเนินงาน กระแสเงินสด อัตราการทำกำไร สถานะทางการเงิน การประเมินมูลค่าหุ้น และแนวโน้มผลการดำเนินงาน เป็นต้น นอกจากนี้การคัดเลือกหลักทรัพย์สำหรับการลงทุนยังได้นำหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกหลักทรัพย์ด้าน ESG ซึ่งคำนึงถึงปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) สังคม (Social) และ การกำกับดูแลกิจการที่ดี (Governance) เข้ามาพิจารณาผสมผสานกับการวิเคราะห์ด้านปัจจัยพื้นฐานทางธุรกิจด้วย โดยหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกหลักทรัพย์ด้าน ESG มีดังต่อไปนี้ 1. หลักทรัพย์ที่ได้รับการคัดเลือกว่ามีความโดดเด่นด้านความยั่งยืนจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ 2. หุ้นของบริษัทที่มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แผนการจัดการ และการตั้งเป้าหมายเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย รวมทั้งจัดให้มีการทวนสอบการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์โดยผู้ทวนสอบที่สำนักงาน ก.ล.ต. ยอมรับ หรือ 3. หุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีธรรมาภิบาล (Governance) ที่มีลักษณะตาม “รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายการลงทุนและลักษณะพิเศษ” ข้อ 1.1.3 หรือ 4. หลักทรัพย์ที่ผ่านกระบวนการวิเคราะห์หลักทรัพย์ที่คำนึงถึงปัจจัยด้านความยั่งยืนด้วยวิธี และกระบวนการภายในของบริษัทจัดการเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจในการลงทุน สำหรับการลงทุนในตราสารหนี้ กองทุนจะลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ย หรือหุ้นกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ยแต่ไม่รวมถึงหุ้นกู้แปลงสภาพ หรือลงทุนในตราสารภาครัฐอื่นใด ซึ่งเป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) พันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) หรือพันธบัตรหรือหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability –linked bond) กระบวนการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์ที่เกี่ยวเนื่องกับ ESG สำหรับการลงทุนในตราสารทุน กลยุทธ์ในการบริหารกองทุนด้านตราสารทุนที่บริษัทจัดการเน้นเสมอมา คือการเน้นเลือกลงทุนเป็นรายหลักทรัพย์ (Stock Selection) ซึ่งผู้จัดการกองทุนจะใช้เวลาส่วนใหญ่ในการเยี่ยมชม และพบปะผู้บริหารของบริษัทจดทะเบียนที่จะลงทุนอย่างสม่ำเสมอในลักษณะ One-on-One Meeting โดยไม่มีนักวิเคราะห์หรือเจ้าหน้าที่การตลาดจากบริษัทหลักทรัพย์อยู่ด้วย ทั้งนี้ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลที่นำมาใช้ทำการวิเคราะห์ประกอบการตัดสินใจลงทุน เป็นข้อมูลที่ถูกต้องจากผู้ประกอบการโดยตรง การวิเคราะห์หลักทรัพย์ประกอบด้วยการวิเคราะห์เชิงคุณภาพ (อุตสาหกรรม ผู้บริหาร การดำเนินงาน ESG เป็นต้น) การวิเคราะห์เชิงปริมาณ (ฐานะการเงิน ความสามารถในการทำกำไรอย่างยั่งยืน เป็นต้น) และการประเมินมูลค่าหุ้น (ประมาณการผลประกอบการ 3 ปี DCF/เปรียบเทียบกับคู่แข่ง เป็นต้น) โดยบริษัทจัดการให้ความสำคัญในการนำปัจจัยเรื่อง ESG มาเป็นส่วนหนึ่งในการวิเคราะห์ และทำ Negative Screening คัดกรองหลักทรัพย์ของบริษัทที่ไม่ผ่านเกณฑ์พิจารณาด้าน ESG ออกไปจากรายชื่อหลักทรัพย์ที่จะลงทุนได้ (Investment Universe) และมีการติดตามประเด็นด้าน ESG ของบริษัทที่อยู่ในรายชื่อหลักทรัพย์ที่ลงทุนได้ตลอดเวลา เพื่อให้มั่นใจได้ว่ารายชื่อหลักทรัพย์ที่ลงทุนได้ของบริษัทจะประกอบด้วยบริษัทที่มีความโดดเด่นด้านความยั่งยืน และมีความเป็นปัจจุบันตลอดเวลาทั้งก่อน และหลังลงทุน ซึ่งบริษัทจัดการจะให้ความสำคัญกับ ESG ในทุกด้าน อาจเน้นด้านใดด้านหนึ่งได้ขึ้นอยู่กับสภาวการณ์ในขณะนั้น ๆ เช่น กรณีที่ตลาดให้ความสำคัญในเรื่องการกำกับดูแลกิจการหรือการเป็นบรรษัทภิบาลที่ดี (Governance) บริษัทจัดการก็จะให้ความสำคัญในด้าน Governance มากกว่าด้านอื่น โดยที่มาของข้อมูลที่ใช้ประกอบการประเมินความยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียนต่างๆได้แก่ 1. ข้อมูลที่ได้จากการเข้าเยี่ยมชม และพบปะผู้บริหารของบริษัท (Company Visit) 2. ข้อมูลอื่นๆ ที่เปิดเผยต่อสาธารณะ อาทิเช่น 56-1 One Report เป็นต้น 3. ข้อมูลที่ได้รับจากการส่งแบบสอบถามด้าน ESG (ESG Questionnaires) ซึ่งบริษัทจัดการได้ส่งไปยังทุกบริษัทภายใต้ Universe การลงทุน เป็นรายปี ก่อนการลงทุน หลังการลงทุน ศึกษาประเด็นด้าน ESG ของบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ก่อนการเข้าเยี่ยมชมพบปะผู้บริหารของบริษัท (company visit) โดยใช้แหล่งข้อมูลต่างๆ เช่น รายงานประจำปี คะแนน IOD ข้อมูลกรรมการ เป็นต้น ติดตามประเด็นด้าน ESG ของบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ที่กองทุนลงทุนอย่างสม่ำเสมอ นำประเด็นด้าน ESG และข้อมูลวิเคราะห์บริษัทที่ได้จากการเข้าเยี่ยมชมพบปะผู้บริหาร อาทิเช่น ความสามารถในการดำเนินธุรกิจ ผลการดำเนินงาน กระแสเงินสด อัตราการทำกำไร การประเมินมูลค่าหุ้นและแนวโน้มผลการดำเนินงาน เป็นต้น นำเสนอต่อคณะกรรมการด้านการลงทุน (Investment Committee : IC) นำข้อมูลของหลักทรัพย์ ESG ที่อยู่ในกรอบการลงทุนตามที่ระบุไว้ในนโยบายการลงทุน ที่ได้จากการทำ ESG Due Diligence Questionnaire มาร่วมพิจารณาการให้คะแนน ESG เพื่อให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลด้าน ESG ของบริษัทที่ลงทุนอยู่เป็นปัจจุบันเสมอ สำหรับการลงทุนในตราสารหนี้ บริษัทจัดการจะมีกระบวนการในการวิเคราะห์ตราสาร โดยใช้ข้อมูลจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือต่างๆ เพื่อคัดเลือกตราสารที่จะลงทุนให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์การลงทุนของกองทุน ซึ่งอาจครอบคลุมถึงฐานะทางการเงิน ความสามารถในการชำระหนี้ ความเสี่ยงด้านความยั่งยืน หรือผลการดำเนินงานของผู้ออกตราสาร เป็นต้น การอ้างอิงดัชนีชี้วัดที่สอดคล้องกับความยั่งยืน ดัชนีชี้วัด (Benchmark) ของกองทุน ประกอบไปด้วย 1. ดัชนีผลตอบแทนรวมตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET TRI) สัดส่วนร้อยละ 70 2. ผลตอบแทนรวมสุทธิของดัชนีพันธบัตรรัฐบาล ESG ของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย สัดส่วนร้อยละ 15 3. ผลตอบแทนรวมสุทธิของดัชนีพันธบัตรรัฐบาลอายุไม่เกิน 1 ปีของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย สัดส่วนร้อยละ 15 กองทุนใช้ดัชนี SET TRI เนื่องจากดัชนี SET TRI เป็นดัชนีที่สะท้อนความเคลื่อนไหวของราคาหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยทั้งหมด ซึ่งรวมถึงหลักทรัพย์ของบริษัทที่มีการดําเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยคํานึงถึงปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (Environment, Social and Governance หรือ ESG) และมีการบริหารจัดการเพื่อสร้างความยั่งยืนให้แก่องค์กร อีกทั้ง กองทุนใช้ผลตอบแทนรวมสุทธิของดัชนีพันธบัตรรัฐบาล ESG ของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย เนื่องจากเป็นดัชนีที่รวมตราสารหนี้ ESG ที่ออกโดยภาครัฐที่ขึ้นทะเบียนกับ ThaiBMA โดยเป็นไปตามกรอบนโยบายการลงทุนในตราสารเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือความยั่งยืน และใช้ผลตอบแทนรวมสุทธิของดัชนีพันธบัตรรัฐบาลอายุไม่เกิน 1 ปีของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย ซึ่งเป็นดัชนีที่รวมตราสารหนี้ภาครัฐระยะสั้นที่ขึ้นทะเบียนกับ ThaiBMA โดยกองทุนอาจลงทุนในตราสารหนี้ดังกล่าวที่นอกเหนือจากตราสารเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือความยั่งยืน ผู้ลงทุนสามารถศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับดัชนีผลตอบแทนรวมตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET TRI) ได้ที่ https://www.set.or.th/th/market/index/set/overview ผู้ลงทุนสามารถศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับดัชนีพันธบัตรรัฐบาล ESG ของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย ได้ที่ http://www.thaibma.or.th/pdf/Article/esgBondIndex.pdf ทั้งนี้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงดัชนีชี้วัดได้ ภายใต้หลักเกณฑ์ เงื่อนไขและข้อกำหนดของสมาคมบริษัทจัดการลงทุนและ/หรือประกาศ ข้อกำหนดของสำนักงาน ก.ล.ต. รวมถึงหน่วยงานอื่นใดที่เกี่ยวข้อง โดยบริษัทจัดการจะเปิดเผยข้อมูลให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ และหากในอนาคตตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มีการจัดทำดัชนี TRI ที่นำสัดส่วนผู้ถือหลักทรัพย์รายย่อยของแต่ละหลักทรัพย์ (free float) มาถ่วงน้ำหนักในการคำนวณดัชนี (ดัชนี free float TRI) บริษัทจัดการจะใช้ดัชนี free float TRI นั้น เป็นดัชนีชี้วัดแทนเพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด ข้อจำกัดด้านการลงทุน (ถ้ามี) เนื่องจากกองทุนมีกรอบการลงทุนในตราสารทุน หรือหุ้นของบริษัทที่ได้รับการคัดเลือกว่ามีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environmental Social and Governance: ESG) และ/หรือหุ้นของบริษัทที่ตั้งเป้าหมายในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย และ/หรือหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีธรรมาภิบาล (Governance) ที่มีลักษณะตาม “รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายการลงทุนและลักษณะพิเศษ” ข้อ 1.1.3 และ/หรือ ตราสารหนี้ที่เน้นกลุ่มความยั่งยืน ESG Bond (Green Bond, Sustainability Bond และ Sustainability-Linked bond) รวมถึง โทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (investment token) จึงทำให้กองทุนไม่สามารถลงทุนในหุ้นของบริษัทอื่นที่มีปัจจัยพื้นฐานดี แต่ไม่เข้าเกณฑ์ หรือตราสารหนี้ของผู้ออกที่มีคุณสมบัติไม่เข้าหลักเกณฑ์ดังกล่าวได้ ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนของกองทุนรวมเพื่อความยั่งยืน : - กองทุนมีความเสี่ยงจากการลงทุนแบบกระจุกตัวในหุ้นที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน และยังอาจมีความเสี่ยงจากการไม่สามารถซื้อหรือขายหุ้นบางตัวได้ในราคาหรือช่วงเวลาที่เหมาะสมด้วยเงื่อนไขของหุ้นด้านความยั่งยืนที่กองทุนไปลงทุนกำหนดไว้ - ความเสี่ยงจากการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ย หรือหุ้นกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ยแต่ไม่รวมถึงหุ้นกู้แปลงสภาพ หรือลงทุนในตราสารภาครัฐอื่นใด ซึ่งเป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) พันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) หรือพันธบัตรหรือหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability – linked bond) ทำให้กองทุนเสียโอกาสในการลงทุนในตราสารหนี้ทั่วไปที่อาจให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า - ความเสี่ยงจากการพึ่งพาข้อมูลด้าน ESG จากแหล่งข้อมูลภายนอก เพื่อใช้ในการวิเคราะห์และคัดเลือกตราสารอาจมีข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์หรือไม่ถูกต้อง ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมจากแหล่งข้อมูลต่างๆ เพื่อให้ข้อมูลที่นำมาใช้ในการวิเคราะห์มีความถูกต้องมากขึ้น - ความเสี่ยงจากการลงทุนในตราสารที่อาจไม่เป็นไปตามกรอบการลงทุนด้านความยั่งยืนที่กองทุนกำหนด เช่น การลงทุนในตราสารที่ผู้ออกตราสารไม่มีอำนาจควบคุม หรือกรณีคู่ค้าของผู้ออกตราสาร (ผู้ขายสินค้า ผู้รับจ้าง และหรือผู้ให้บริการ) อาจมีการปฏิบัติไม่เป็นไปตามกรอบการลงทุนด้านความยั่งยืนที่นอกเหนือไปจากการรับรู้ของบริษัทจัดการ - ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง อาจเกิดจากการที่กองทุนไม่สามารถซื้อหรือขายตราสารได้ในราคาหรือระยะเวลาที่เหมาะสม ด้วยเงื่อนไขด้านความยั่งยืนที่กองทุนกำหนด - ความเสี่ยงจากการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษี การที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากการลงทุนในกองทุนนี้ คือ ผู้ลงทุนจะต้องทำการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนจากกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ทุกกองทุนของทุกบริษัทจัดการ มายังกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ เพื่อใช้สิทธิวงเงินลดหย่อน 500,000 บาท (ปีที่ 1 ไม่เกิน 300,000 บาท ส่วนปีที่ 2-5 ไม่เกินปีละ 50,000 บาท) ในช่วงระยะเวลาที่กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ เปิดรับคำสั่งสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนจากกองทุนรวมหุ้นระยะยาวตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2568 เท่านั้น ดังนั้น จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนจะทำการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนจากกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) มาไม่ครบทุกกองทุนและทุกบริษัทจัดการ - การลงทุนในกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ ผู้ลงทุนต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในคู่มือการลงทุนเกี่ยวกับการลงทุนในกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ และซื้อหน่วยลงทุนภายในระยะเวลาการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่กรมสรรพากรและ/หรือหน่วยงานของทางการประกาศกำหนด จึงเป็นผู้มีสิทธิได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีโดยนำเงินค่าซื้อหน่วยลงทุนไปขอยกเว้นภาษีเงินได้ และผู้ลงทุนจะต้องคำนึงถึงเงื่อนไขสิทธิประโยชน์ทางภาษีตามเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด โดยหากผู้ลงทุน มีรายการขายคืนหน่วยลงทุนก่อนเงื่อนไขดังกล่าว จะต้องเสียสิทธิประโยชน์ทางด้านภาษีและจะต้องชำระคืนเงินภาษีที่ได้รับลดหย่อน เบี้ยปรับ และเงินเพิ่มให้แก่กรมสรรพากร แนวทางดำเนินการและมาตรการควบคุมผลกระทบในกรณีการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืนที่ได้กำหนดไว้ : บริษัทจัดการจะทำการประเมินและทบทวนกระบวนการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้การลงทุนของกองทุนเป็นไปตามวัตถุประสงค์และนโยบายการ ลงทุนของกองทุนที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน โดยในส่วนของการลงทุนในตราสารหนี้อาจดำเนินการดังนี้ - การมีส่วนร่วมกับผู้ออกตราสาร (Issuer Engagement): กองทุนอาจดำเนินการติดต่อสื่อสารกับผู้ออกตราสารเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำเนินโครงการ การบริหารจัดการเงินที่ได้จากการออกตราสาร และผลลัพธ์ที่สอดคล้องกับเป้าหมายด้านความยั่งยืนที่ระบุไว้ หากพบว่ามีความเสี่ยงที่วัตถุประสงค์การใช้เงินไม่สอดคล้องกับเป้าหมายที่กำหนด กองทุนอาจดำเนินการสอบถาม ติดตาม หรือแสดงความเห็นต่อผู้ออกตราสาร - การติดตามและประเมินผลการใช้เงิน (Monitoring and Reporting): กองทุนจะติดตามการรายงานการใช้เงินจากผู้ออกตราสารอย่างต่อเนื่อง และพิจารณาว่าการดำเนินโครงการมีความคืบหน้าและสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนหรือไม่ ทั้งนี้ กองทุนอาจให้ความสำคัญกับผู้ออกตราสารที่มีการเปิดเผยรายงานผลการใช้เงิน (Impact Report หรือ Allocation Report) ที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ - แนวปฏิบัติเมื่อมีความเสี่ยง (Contingency Approach): ในกรณีที่พบว่าผู้ออกตราสารมีการเบี่ยงเบนจากวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนที่กำหนด หรือมีการดำเนินโครงการที่ไม่สอดคล้องกับเป้าหมายของประเทศไทย กองทุนอาจพิจารณาแนวทางที่เหมาะสม เช่น การเข้าหารือเพิ่มเติม หรือการพิจารณาปรับลดสัดส่วนการลงทุนในผู้ออกตราสารดังกล่าวตามหลักเกณฑ์ของกองทุน ทั้งนี้ หากมีการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืนที่กำหนดไว้ บริษัทจัดการจะ จัดทำรายงานพร้อมทั้งเหตุผล เพื่อรายงานต่อสำนักงาน ก.ล.ต. และผู้ดูแลผลประโยชน์รวมทั้งดำเนินการแก้ไขสัดส่วนการลงทุนให้เป็นไปตามนโยบายที่ กำหนดไว้ และเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดต่อไป
Investment policy as filed with SEC Thailand.
actual = what the AMC currently charges · max = prospectus ceiling (no actual reported). Annual fees aren’t additive with one-time fees.