K Global Equity Premium Income Fund
KASIKORN ASSET MANAGEMENT COMPANY LIMITED · Equity · settlement T+3
↳ Invests in กองทุน JPMorgan ETFs (Ireland) ICAV - Global Equity Premium Income Active UCITS ETF - USD (dist) · สหราชอาณาจักร
✨Invests primarily in units of the JPMorgan Global Equity Premium Income Active UCITS ETF, focusing on global equities and related options.
กองทุนมีนโยบายที่จะนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศ โดยจะเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน JPMorgan ETFs (Ireland) ICAV - Global Equity Premium Income Active UCITS ETF - USD (dist) (กองทุนหลัก) และมี net exposure ในกองทุนหลักดังกล่าวโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยกองทุนหลักมีนโยบายเน้นลงทุนในตราสารทุนทั่วโลก รวมถึงการขายสิทธิในการซื้อตราสารทุน (Equity Call Options) และสิทธิในการซื้อดัชนีที่อ้างอิงกับตราสารทุน (Equity Index Call Options) กองทุนหลักดังกล่าวเป็นกองทุนอีทีเอฟที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน (London Stock Exchange) ตลาดหลักทรัพย์สวิตเซอร์แลนด์ (Six Swiss Exchange) ตลาดหลักทรัพย์เยอรมัน (Deutsche Borse) และเป็นกองทุนในกลุ่ม JPMorgan ETFs (Ireland) ICAV ที่จดทะเบียนในประเทศไอร์แลนด์ และบริหารจัดการ โดย JPMorgan Asset Management (Europe) S.à r.l. ซึ่งกองทุนอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ธนาคารกลางแห่งไอร์แลนด์ (Central Bank of Ireland) ซึ่งเป็นสมาชิกสามัญของ International Organization of Securities Commissions (IOSCO) ในเบื้องต้นบริษัทจัดการจะส่งคำสั่งซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนหลักไปที่สหราชอาณาจักร ทั้งนี้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะส่งคำสั่งซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนหลักไปที่ประเทศอื่นได้ โดยถือว่าได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ซึ่งบริษัทจัดการจะคำนึงถึงประโยชน์ของกองทุนเป็นสำคัญ กองทุน JPMorgan ETFs (Ireland) ICAV - Global Equity Premium Income Active UCITS ETF (กองทุนหลัก) แบ่งหน่วยลงทุนที่เสนอขายออกเป็น Share Class ซึ่งจะแตกต่างกันที่รายละเอียดต่างๆ เช่น สกุลเงิน นโยบายการจัดสรรกำไรและผลตอบแทน หรือลักษณะอื่นๆ ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนใน Class USD (dist) ซึ่งเป็น Share Class ชนิดจ่ายเงินปันผล และซื้อขายเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) โดยบริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะพิจารณาเปลี่ยนแปลง Share Class รวมทั้งสกุลเงินที่ลงทุน โดยคำนึงถึงและรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญและไม่ถือว่าเป็นการดำเนินงานที่ผิดไปจากรายละเอียดโครงการ โดยถือว่าได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว และบริษัทจัดการจะประกาศให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ สำหรับการลงทุนส่วนที่เหลือ กองทุนอาจลงทุนในตราสารทุน ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตราสารหนี้ เงินฝาก หน่วย CIS หน่วย property หน่วย infra หน่วย private equity สัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) ตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) รวมทั้งหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นใดทั้งในและต่างประเทศ ตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่กองทุนจะเข้าเป็นคู่สัญญา จะมีสินทรัพย์อ้างอิงอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ได้แก่ ทรัพย์สินที่กองทุนสามารถลงทุนได้ อัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยนเงิน เครดิต ทองคำ น้ำมันดิบ หากราคาสินทรัพย์อ้างอิงมีความผันผวนมากหรือทิศทางการลงทุนไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ หรือคู่สัญญาที่ทำธุรกรรมไม่สามารถชำระภาระผูกพันได้ตามกำหนดเวลา อาจทำให้กองทุนขาดทุนจากการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหรือตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝงได้ ทั้งนี้ บริษัทจัดการอาจพิจารณาปรับเปลี่ยนการลงทุนหรือการเข้าทำธุรกรรมให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการจะวิเคราะห์และติดตามปัจจัยที่มีผลกระทบต่อราคาสินทรัพย์อ้างอิง รวมถึงพิจารณาความน่าเชื่อถือของคู่สัญญาก่อนทำธุรกรรมและติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยกองทุนจะเน้นทำธุรกรรมกับคู่สัญญาที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน กองทุนอาจลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non – Investment Grade) และหรือตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) รวมทั้งหลักทรัพย์ที่มิได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) ทั้งในและต่างประเทศได้ ในกรณีที่บริษัทจัดการพิจารณาเห็นว่าการลงทุนในกองทุน JPMorgan ETFs (Ireland) ICAV - Global Equity Premium Income Active UCITS ETF (กองทุนหลัก) ไม่เหมาะสมอีกต่อไป อาทิ 1) กรณีที่ผลตอบแทนของกองทุนหลักต่ำกว่าผลตอบแทนของกองทุนอื่นๆ ที่มีนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกันอย่างมีนัยสำคัญหรือติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน หรือ 2) ขนาดของกองทุนหลักลดต่ำลงมากอย่างมีนัยสำคัญ จนอาจมีผลกระทบต่อการลงทุนหรือต่อค่าใช้จ่าย หรือส่งผลให้กองทุนมีสัดส่วนการถือครองหน่วยลงทุนในกองทุนหลักเกินกว่าเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด หรือ 3) การลงทุนของกองทุนหลักไม่เป็นไปตามหนังสือชี้ชวนหรือโครงการ หรือ 4) กองทุนหลักมีการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์หรือนโยบายการลงทุนจนเป็นเหตุให้ไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์การลงทุนของกองทุน หรือ 5) กรณีที่เกิดเหตุการณ์ใดที่ส่งผลให้กองทุนหลักมีคุณสมบัติไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.กำหนด หรือ 6) เมื่อกองทุนหลักกระทำความผิดร้ายแรงตามความเห็นของหน่วยงานที่กำกับดูแลกองทุนหลัก หรือ 7) เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของกองทุนในฐานะผู้ลงทุน หรือ 8) กองทุนหลักเลิกกองทุน หรือ 9) กรณีที่บริษัทจัดการพิจารณาเห็นว่ากลยุทธ์หรือนโยบายการลงทุนของกองทุนหลักไม่เหมาะสมกับสภาวะตลาด หรือการย้ายไปลงทุนในกองทุนอื่นที่มีลักษณะหรือนโยบายการลงทุนสอดคล้องกับวัตถุประสงค์การลงทุนของกองทุน จะเป็นประโยชน์ต่อกองทุนและหรือผู้ถือหน่วยลงทุน เมื่อเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวข้างต้น บริษัทจัดการจะดำเนินการพิจารณาคัดเลือกและลงทุนในกองทุนหลักใหม่ที่มีลักษณะหรือนโยบายการลงทุนที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์การลงทุนของกองทุนและในการโอนย้ายกองทุนดังกล่าว บริษัทจัดการอาจดำเนินการในครั้งเดียวหรือทยอยโอนย้ายเงินลงทุน ซึ่งอาจส่งผลให้ช่วงเวลาดังกล่าว กองทุนอาจมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศมากกว่า 1 กองทุน อย่างไรก็ตาม หากเกิดกรณีใดๆ ที่ทำให้บริษัทจัดการไม่สามารถดำเนินการคัดเลือกกองทุนหลักใหม่แทนกองทุนหลักเดิมได้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะดำเนินการเลิกกองทุน โดยต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวมเป็นสำคัญ ซึ่งการเปลี่ยนกองทุนหลักหรือเลิกกองทุนดังกล่าวถือว่าได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตเป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds) หรือเป็นกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในตราสารทุนต่างประเทศได้ หรือสามารถกลับมาเป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund) โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (risk profile) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตลาด โดยเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน โดยบริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงประเภทกองทุนดังกล่าว โดยประกาศผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ ลักษณะสำคัญของกองทุน JPMorgan ETFs (Ireland) ICAV - Global Equity Premium Income Active UCITS ETF - USD (dist) : ชื่อกองทุนหลัก JPMorgan ETFs (Ireland) ICAV - Global Equity Premium Income Active UCITS ETF Share Class USD (dist) วันจัดตั้งกองทุนหลัก 30 พฤศจิกายน 2566 วันจัดตั้ง Share Class 30 พฤศจิกายน 2566 ประเภทกองทุน กองทุนอีทีเอฟ (Exchange Traded Fund) ตลาดหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนซื้อขาย ตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน Ticker JEPG สกุลเงิน ดอลลาร์สหรัฐ (USD) นโยบายการจ่ายเงินปันผล รายเดือน บริษัทจัดการ JPMorgan Asset Management (Europe) S.à r.l. ผู้เก็บรักษาทรัพย์สิน (Depositary) Brown Brothers Harriman Trustee Services (Ireland) Limited ผู้ปฏิบัติการงานกองทุนและนายทะเบียน (Administrator and Registrar) Brown Brothers Harriman Fund Administration Services (Ireland) Limited ผู้สอบบัญชี (Auditor) PricewaterhouseCoopers ISIN IE0003UVYC20 Bloomberg Ticker JEPG:LN ดัชนีชี้วัด ดัชนี MSCI World (Total Return Net) วันทำการซื้อขาย ทุกวันทำการซื้อขาย Website https://am.jpmorgan.com/gb/en/asset-management/adv/ วัตถุประสงค์และกลยุทธ์การลงทุนของกองทุนหลัก : กองทุนหลักมีวัตถุประสงค์ที่จะสร้างผลตอบแทนและเพิ่มมูลค่าเงินลงทุนในระยะยาวจากการลงทุนในตราสารทุนทั่วโลก รวมถึงการขายสิทธิในการซื้อตราสารทุน (Equity Call Options) และสิทธิในการซื้อดัชนีที่อ้างอิงกับตราสารทุน (Equity Index Call Options) โดยกองทุนหลักมีการบริหารการลงทุนเชิงรุก (active management) นโยบายการลงทุนของกองทุนหลัก : กองทุนหลักจะลงทุนอย่างน้อยร้อยละ 67 ของสินทรัพย์ (ไม่รวมสินทรัพย์เพื่อสภาพคล่อง) ในตราสารทุนของบริษัทต่างๆ ทั่วโลก ซึ่งรวมถึงประเทศในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) โดยกองทุนหลักอาจมีฐานะการลงทุนในประเทศกลุ่มตลาดเกิดใหม่ไม่เกินร้อยละ 10 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน กองทุนหลักไม่ได้มีเป้าหมายในการสร้างผลตอบแทนเพื่อให้สอดคล้องหรือเลียนแบบดัชนีชี้วัด โดยกองทุนหลักจะลงทุนในตราสารทุน (อาจรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงหลักทรัพย์ที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีชี้วัด) ซึ่งจะมีการคัดเลือกตราสารและบริหารการลงทุนเชิงรุกเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกองทุนหลักที่ต้องการสร้างผลตอบแทน ทั้งนี้ กองทุนหลักจะพยายามควบคุมให้ความผันผวนของกองทุนต่ำกว่าดัชนีชี้วัด กองทุนหลักใช้การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานในการพิจารณาว่าหลักทรัพย์ใดมีมูลค่าสูงและต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงและมีความเสี่ยงและผลตอบแทนที่น่าสนใจเพื่อสร้างพอร์ตการลงทุนที่มีความผันผวนต่ำและมีการกระจายการลงทุน โดยผู้จัดการลงทุนอาจจะพิจารณาลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง และอาจจะไม่ลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงกว่ามูลค่าที่แท้จริง กองทุนหลักอาจลงทุนในสินทรัพย์ที่เป็นสกุลเงินใดๆ และอาจมีการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนของสกุลเงินนั้นๆ ตามดุลยพินิจของผู้จัดการลงทุน ผู้จัดการลงทุนสร้างผลตอบแทนเพิ่มเติมผ่านการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Financial Derivative Instrument) โดยการขายสิทธิในการซื้อตราสารทุน (Equity Call Options) และสิทธิในการซื้อดัชนีที่อ้างอิงกับตราสารทุน (Equity Index Call Options) อย่างเป็นระบบ ซึ่งโดยทั่วไปจะต้องมีฐานะการลงทุนในดัชนีที่ประกอบไปด้วยหลักทรัพย์ของดัชนีชี้วัด โดยกองทุนจะได้รับค่าพรีเมียม (Premium) จากสัญญาออปชั่น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของผลตอบแทนที่กองทุนได้รับและอาจช่วยลดความผันผวนของกองทุนได้ ทั้งนี้ รายได้จากค่าพรีเมียมอาจช่วยชดเชยการขาดทุนจากการลงทุนในตราสารทุนด้วย อย่างไรก็ตาม ผลขาดทุนจากการขายสิทธิในการซื้อตราสารทุนและสิทธิในการซื้อดัชนีที่อ้างอิงกับตราสารทุน จะทำให้กำไรที่ได้รับจากการเพิ่มขึ้นของมูลค่าพอร์ตการลงทุนในตราสารทุนลดลง กองทุนหลักอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อการลงทุนและเพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) กองทุนหลักอาจถือครองสินทรัพย์สภาพคล่อง อาทิ เงินฝาก บัตรเงินฝาก ตราสารหนี้เอกชนระยะสั้น หุ้นกู้ที่ออกโดยรัฐบาลที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ และกองทุนรวมตลาดเงิน โดยในสภาวะปกติ กองทุนหลักจะถือครองสินทรัพย์ดังกล่าวไม่เกินร้อยละ 10 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน กองทุนหลักอาจลงทุนในหน่วยของกอง REITs ทั่วโลก ไม่เกินร้อยละ 10 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายของกองทุนหลัก : • ค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน (Entry Charge): ไม่มี • ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (Exit Charge): ไม่มี • ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee): สูงสุดไม่เกินร้อยละ 0.35 ต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยปัจจุบันเรียกเก็บร้อยละ 0.35 ต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน • ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เรียกเก็บจากกองทุน: ปัจจุบันเรียกเก็บร้อยละ 0.35 ต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน (ข้อมูลจาก Factsheet ของกองทุนหลัก ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2567) ในกรณีที่กองทุนหลักคืนเงินค่าธรรมเนียมการจัดการบางส่วนเพื่อเป็นค่าตอบแทนเนื่องจากการที่กองทุนนำเงินไปลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศ (loyalty fee หรือ rebate) บริษัทจัดการจะดำเนินการให้เงินจำนวนดังกล่าวตกเป็นทรัพย์สินของกองทุน การสรุปสาระสำคัญในส่วนของกองทุน JPMorgan ETFs (Ireland) ICAV - Global Equity Premium Income Active UCITS ETF (กองทุนหลัก) ได้ถูกคัดเลือกมาเฉพาะส่วนที่สำคัญและจัดแปลมาจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ ดังนั้น ในกรณีที่มีความแตกต่างหรือไม่สอดคล้องกับต้นฉบับภาษาอังกฤษให้ถือตามต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นเกณฑ์ ทั้งนี้ หากกองทุนหลักมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลข้างต้นใดๆ ซึ่งบริษัทจัดการเห็นว่าไม่มีนัยสำคัญ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงข้อมูลดังกล่าวเพื่อให้สอดคล้องกับกองทุนหลัก
Actual charged, per year
Investment policy as filed with SEC Thailand.
actual = what the AMC currently charges · max = prospectus ceiling (no actual reported). Annual fees aren’t additive with one-time fees.