TISCO Equity 70 Thailand ESG Extra Fund
TISCO ASSET MANAGEMENT COMPANY LIMITED · Mixed / Balanced · settlement T+3
✨Invests primarily in Thai stocks with strong environmental, social, and governance (ESG) practices, maintaining at least 80% net exposure to these assets.
1. นโยบายการลงทุน 1.1. วัตถุประสงค์การลงทุนที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน กองทุนมีนโยบายกระจายการลงทุนในทรัพย์สินที่ออกโดยผู้ออกซึ่งเป็นภาครัฐไทยหรือกิจการที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ดังต่อไปนี้ โดยมีฐานะการลงทุนสุทธิ (Net Exposure) ในทรัพย์สินที่ลงทุนดังกล่าว โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิกองทุน 1. หุ้นที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และ/หรือตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ (mai) ที่มีลักษณะดังนี้ (1) หุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่ได้รับการคัดเลือกจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่ามีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (Environment: E) หรือด้านความยั่งยืน ได้แก่ สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG) และ/หรือ (2) หุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แผนการจัดการ และการตั้งเป้าหมายเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย รวมทั้งจัดให้มีการทวนสอบการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์โดยผู้ทวนสอบที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ยอมรับ และ/หรือ (3) หุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีธรรมาภิบาล (Governance) ที่มีลักษณะดังนี้ (3.1) เป็นหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีธรรมาภิบาล (Governance) โดยได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียน (Corporate Governance Report of Thai Listed Companies: CGR) จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย ตั้งแต่ 90 คะแนนขึ้นไป หรือเทียบเท่า (3.2) มีการเปิดเผยเป้าหมายและแผนในเรื่องดังนี้ และรายงานความคืบหน้าการปฏิบัติตามเป้าหมายหรือแผนผ่านช่องทางของ SET ซึ่งจัดไว้สำหรับการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวโดยเฉพาะ (3.2.1) การมีเป้าหมายและแผนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มมูลค่าของกิจการ (Corporate Value Up Plan) (3.2.2) การมีเป้าหมายและแผนการยกระดับการดำเนินงานในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ดังนี้ โดยต้องตั้งเป้าหมาย เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามแผนการยกระดับดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปีนับแต่วันที่เปิดเผยเป้าหมายและแผนการยกระดับ (3.2.2.1) แผนดำเนินการที่ชัดเจนเพื่อเข้ารับการประเมินจากผู้ประเมินผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนตามมาตรฐานสากลตามที่ประกาศการลงทุนของกองทุนกำหนด (3.2.2.2) เป้าหมายและแผนดำเนินการเพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยตามข้อ (2) (3.3) มีการเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารกับผู้ลงทุน ตามที่ SET กำหนด 2. ลงทุนในตราสารอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่าง ดังนี้ (1) ตราสารเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond) ตราสารเพื่อความยั่งยืน (Sustainability Bond) หรือตราสารส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability - linked Bond) ที่ออกตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยการขออนุญาตและการอนุญาตให้เสนอขายตราสารหนี้ที่ออกใหม่ต่อประชาชนเป็นการทั่วไป ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยการขออนุญาตและการอนุญาตให้เสนอขายตราสารหนี้ที่ออกใหม่ต่อบุคคลในวงจำกัด และการเสนอขายหุ้นกู้แปลงสภาพต่อบุคคลที่มีลักษณะเฉพาะ หรือประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยข้อกำหนดที่เกี่ยวกับการออกและเสนอขายศุกูก และการเปิดเผยข้อมูล แล้วแต่กรณี ซึ่งมีการเปิดเผยข้อมูลในแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายตราสารหรือเอกสารที่นำเสนอต่อผู้ลงทุนในการเสนอขายตราสารดังกล่าวในเรื่องดังนี้ (1.1) กรณีเป็นตราสารเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือตราสารเพื่อความยั่งยืน ต้องมีการเปิดเผยวัตถุประสงค์การใช้เงินที่ได้จากการระดมทุน (Use of Proceeds) ว่าเป็นไปเพื่อโครงการที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือเพื่อโครงการที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนของประเทศไทย แล้วแต่กรณี (1.2) กรณีเป็นตราสารส่งเสริมความยั่งยืนต้องมีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการกำหนดตัวชี้วัดและเป้าหมายด้านความยั่งยืนเพื่อส่งเสริมความยั่งยืนของผู้ออกตราสารดังกล่าวในประเทศไทย (2) พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ย หรือหุ้นกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ยแต่ไม่รวมถึงหุ้นกู้แปลงสภาพ ซึ่งเป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond) พันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน (Sustainability Bond) หรือพันธบัตรหรือหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability - linked Bond) ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนในหุ้นที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และ/หรือตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ (mai) ตามข้อ 1. โดยมีฐานะการลงทุนสุทธิ (Net Exposure) เฉลี่ยในรอบปีบัญชี ซึ่งไม่น้อยกว่า 65% และไม่เกิน 70% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิกองทุน เงื่อนไขในการลงทุนเพิ่มเติม ในกรณีที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมีการประกาศเปลี่ยนแปลงรายชื่อบริษัทจดทะเบียนฯ ที่มีความโดดเด่นด้านความยั่งยืน ซึ่งอาจส่งผลทำให้บริษัทจดทะเบียนฯ ที่กองทุนลงทุนอยู่ไม่ได้มีรายชื่ออยู่ในการประกาศของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแล้ว บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะถือหุ้นของบริษัทจดทะเบียนฯ ดังกล่าวต่อไป หากบริษัทจัดการพิจารณาแล้วเห็นว่าจะเป็นประโยชน์ต่อกองทุนและผู้ถือหน่วยลงทุน ทั้งนี้ หุ้นดังกล่าวจะไม่ถูกนับรวมอยู่ในหุ้นที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และ/หรือตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ (mai) ตามข้อ 1. สำหรับส่วนที่เหลือกองทุนอาจลงทุนในตราสารทุน ตราสารหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน เงินฝาก กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน และ/หรือตราสารทางการเงินอื่นๆ ตลอดจนหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือคณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนดหรือให้ความเห็นชอบให้กองทุนลงทุนได้ กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดความเสี่ยง (Hedging) และ/หรือเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) ซึ่งมีหลักทรัพย์อ้างอิงเป็นทรัพย์สินที่กองทุนลงทุนได้ ดัชนี SET50 หรือดัชนีอื่นใดที่มีลักษณะเดียวกัน อัตราดอกเบี้ย และเครดิต (Credit Rating หรือ Credit Event) จึงอาจมีความเสี่ยงจากการที่คู่สัญญาในการทําธุรกรรมไม่สามารถปฏิบัติตามภาระผูกพัน เมื่อครบระยะเวลาที่ได้ตกลงกันไว้ ซึ่งบริษัทจัดการจะพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้ากับธนาคารพาณิชย์และ/หรือ สถาบันการเงินที่มีอันดับความน่าเชื่อถือไม่ต่ำกว่าอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) และบริษัทจัดการจะติดตามและวิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อความเสี่ยงที่คู่สัญญาจะไม่สามารถปฏิบัติตามภาระผูกพันได้อย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ กองทุนอาจมีความเสี่ยงจากการที่ราคาสินทรัพย์อ้างอิงในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้ามกับที่คาดการณ์ไว้ โดยอาจเกิดจากสภาวะตลาด รวมถึงปัจจัยทางเศรษฐกิจต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง หากคาดการณ์ผิดอาจทำให้ผู้ถือหน่วยลงทุนได้รับผลตอบแทนน้อยลงหรือเสียโอกาสในการได้รับผลตอบแทนที่ดีขึ้น ซึ่งบริษัทจัดการจะติดตามเหตุการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า รวมถึงอาจพิจารณาปรับเปลี่ยนแผนการลงทุนให้เหมาะสมกับสภาวการณ์ในแต่ละขณะ ในกรณีที่ผู้จัดทำดัชนีอ้างอิงของสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) ได้แก่ ดัชนี SET50 หรือดัชนีอื่นใดที่มีลักษณะเดียวกัน มีการเปลี่ยนแปลงวิธีการคำนวณดัชนีอ้างอิง เพื่อให้สะท้อนถึงความสามารถในการเข้าลงทุนในหลักทรัพย์ที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีอ้างอิงหรือสะท้อนสภาวะตลาดในปัจจุบัน หรือมีการยกเลิกการคำนวณดัชนีอ้างอิง อันเนื่องมาจากผู้จัดทำดัชนีอ้างอิงพิจารณาเห็นว่า หลักการหรือวิธีการที่ใช้ในการคำนวณดัชนีอ้างอิงไม่เหมาะสมอีกต่อไป บริษัทจัดการจะดำเนินการเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์การลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) โดยอาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) ที่มีหลักทรัพย์อ้างอิงเป็นหลักทรัพย์อื่นที่สอดคล้องกับพอร์ตการลงทุนของกองทุน ซึ่งอยู่ภายใต้กรอบการลงทุนที่กำหนดไว้ข้างต้น หรือไม่มีการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) อีกต่อไป กองทุนจะไม่ลงทุนในตราสารที่มีอันดับความน่าเชื่อถือที่ตัวตราสารหรือที่ผู้ออกตราสารต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-Investment Grade) ตราสารที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ตัวตราสารและที่ผู้ออกตราสาร (Unrated) และตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) ทั้งนี้ กองทุนอาจลงทุนในตราสารที่มีอันดับความน่าเชื่อถือที่ตัวตราสารหรือที่ผู้ออกตราสารต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-Investment Grade) เฉพาะกรณีที่ตราสารนั้นได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ตัวตราสารหรือที่ผู้ออกตราสารในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) ขณะที่กองทุนลงทุนเท่านั้น รวมทั้งกองทุนจะไม่ลงทุนในตราสารทุนของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) เว้นแต่เป็นหุ้นที่อยู่ในระหว่างการเสนอขายตราสารต่อประชาชนเป็นการทั่วไปในครั้งแรก (IPO) เพื่อการจดทะเบียนซื้อขาย และ/หรือมีการลงทุนในตราสารทุนของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เฉพาะกรณีที่ตราสารทุนนั้นเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ขณะที่กองทุนลงทุนเท่านั้น ทั้งนี้ ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการจะไม่นับช่วงระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม และ/หรือช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนเลิกกองทุนรวม และ/หรือช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืน หรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ซึ่งต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ รวมด้วยก็ได้ ทั้งนี้ โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ 1.2. เป้าหมายที่กองทุนต้องการบรรลุ กองทุนจะเน้นลงทุนในบริษัทจดทะเบียนฯ ที่มีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environment, Social and Governance: ESG) และ/หรือหุ้นที่มีการเปิดเผยข้อมูล แผนการจัดการ และการตั้งเป้าหมายเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และ/หรือหุ้นที่มีธรรมาภิบาล และ/หรือตราสารหนี้ภาครัฐ และ/หรือตราสารหนี้ภาคเอกชนที่มีวัตถุประสงค์การใช้เงินที่ได้จากการระดมทุน (Use of Proceeds) ในโครงการที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือเพื่อโครงการที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนของประเทศไทยหรือเพื่อส่งเสริมความยั่งยืนของผู้ออกในประเทศไทย เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้กับผู้ถือหน่วยลงทุน รวมทั้งเป็นแรงขับเคลื่อนให้มีกิจการหรือโครงการที่มุ่งเน้นการดำเนินงานที่คำนึงถึงปัจจัยด้าน ESG มากขึ้น ส่งผลให้เกิดระบบนิเวศที่ยั่งยืนต่อระบบเศรษฐกิจไทย และเป็นกลไกหนึ่งที่ช่วยสนับสนุนบริษัทจดทะเบียนฯ และประเทศไทย บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ ทั้งนี้ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://sdgs.un.org/goals 1.3. กรอบการลงทุน (Investment Universe) ในส่วนของหลักทรัพย์หรือตราสารเพื่อความยั่งยืน กองทุนจะกระจายการลงทุนในทรัพย์สินดังต่อไปนี้ (1) หุ้นของบริษัทจดทะเบียนใน SET และ/หรือ mai ดังนี้ 1) หุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีความโดดเด่นในการบริหารจัดการด้าน E หรือ ESG และ/หรือ 2) หุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แผนการจัดการ และการตั้งเป้าหมายเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย รวมทั้งจัดให้มีการทวนสอบการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์โดยผู้ทวนสอบที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ยอมรับ และ/หรือ 3) หุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีธรรมาภิบาล (Governance) ที่มีลักษณะตามหัวข้อ “วัตถุประสงค์การลงทุนที่เกี่ยวกับความยั่งยืน” 1. (3) (2) ตราสารเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond) ตราสารเพื่อความยั่งยืน (Sustainability Bond) หรือตราสารส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability - linked Bond) ที่ผู้ออกตราสารมีวัตถุประสงค์การใช้เงินที่ได้จากการระดมทุน (Use of Proceeds) ในโครงการที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือเพื่อโครงการที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนของประเทศไทยหรือเพื่อส่งเสริมความยั่งยืนของผู้ออกตราสารในประเทศไทย ทั้งนี้ ตราสารดังกล่าวจะต้องได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ตัวตราสารหรือที่ผู้ออกตราสารในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) (3) พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ย หรือหุ้นกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ยแต่ไม่รวมถึงหุ้นกู้แปลงสภาพ ซึ่งเป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond) พันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน (Sustainability Bond) หรือพันธบัตรหรือหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability - linked Bond) 2. กลยุทธ์การลงทุน ในส่วนของหลักทรัพย์หรือตราสารเพื่อความยั่งยืน ตราสารทุน 2.1. หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกหลักทรัพย์ กองทุนจะลงทุนในหลักทรัพย์ทั้งหมด (Investment Universe) ในกลุ่มหลักทรัพย์ที่สามารถลงทุนได้ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนแบบ ESG หรือ ESG Universe ซึ่งเป็นหลักทรัพย์ที่มีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม หรือด้านความยั่งยืน หรือหุ้นของบริษัทที่ต้องบรรลุเป้าหมายในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือหุ้นของบริษัทที่มีธรรมาภิบาล ตามกระบวนการวิเคราะห์การลงทุนแบบ ESG Integration ของบริษัทจัดการ ซึ่งกลุ่มหลักทรัพย์ดังกล่าวจะมีการทบทวนอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง 2.2. กระบวนการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์ กองทุนจะใช้กระบวนการคัดเลือกแบบคัดกรองเชิงบวก (Positive Screening) โดยการคัดเลือกบริษัทจดทะเบียนฯ ที่ได้รับการคัดเลือกจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่ามีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (Environment: E) หรือด้านความยั่งยืน ได้แก่ สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG) หรือหุ้นของบริษัทที่ต้องบรรลุเป้าหมายในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือหุ้นของบริษัทที่มีธรรมาภิบาล และจะใช้การวิเคราะห์การลงทุนแบบ ESG Integration ซึ่งเป็นกระบวนการวิเคราะห์ภายในของบริษัทจัดการในการวิเคราะห์ ESG ของแต่ละบริษัทเพิ่มเติม ผู้จัดการกองทุนมีแนวทางการบริหารพอร์ตการลงทุนภายใต้แนวคิด “Universal Investor” ด้วยความเชื่อที่ว่าภาพรวมของระบบเศรษฐกิจที่ดี ย่อมนำไปสู่มูลค่าอนาคตที่สูงขึ้นของพอร์ตการลงทุนที่มีการกระจายความเสี่ยงที่เหมาะสม และไม่เพียงแต่มุ่งเน้นเพียงกำไรรายบริษัทหรือรายอุตสาหกรรม แต่ยังให้ความสำคัญต่อการลงทุนที่สร้างผลตอบแทนและส่งผลกระทบเชิงบวกต่อโลกและสังคมควบคู่กันไปกับการดำเนินธุรกิจ กลยุทธ์การวิเคราะห์หลักทรัพย์แบบ ESG Integration หมายรวมถึงการนำข้อมูลทั้งเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณด้าน ESG มาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Analysis) เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ปรับลดด้วยค่าความเสี่ยง (Risk-adjusted Return) ที่ดีในระยะยาว ลดความเสี่ยงด้าน ESG จากเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด และแสวงหาโอกาสการลงทุนจากการดำเนินธุรกิจที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมที่สอดคล้องกับข้อใดข้อหนึ่งในเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ โดยผู้จัดการกองทุนมีการกำหนดกรอบการวิเคราะห์ในแต่ละมิติไว้ดังต่อไปนี้ 2.2.1. สิ่งแวดล้อม (Environmental) : ประเด็นหรือปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพ และ/หรือองค์ประกอบในระบบธรรมชาติ (Natural Systems) ซึ่งได้แก่ 1) การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) – ในเชิงของการวิเคราะห์ด้านความเสี่ยง ซึ่งจะนำมาใช้เป็นปัจจัยในการพิจารณาคัดเลือกบริษัทจดทะเบียนฯ สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังต่อไปนี้ Source: United Nations Global Compact, KPMG International • ความเสี่ยงเชิงกายภาพ (Physical Risk) - ความเสี่ยงที่เกิดจากเหตุการณ์การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศอย่างมีนัยยะทั้งแบบฉับพลันหรือแบบต่อเนื่อง เช่น ภาวะแห้งแล้ง น้ำท่วม พายุ แผ่นดินไหว เป็นต้น • ความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนผ่าน (Transition Risk) - ความเสี่ยงที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง และ/หรือเชิงนโยบายด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทจดทะเบียนฯ ในอนาคต ผู้จัดการกองทุนพิจารณาและสนับสนุนให้บริษัทจดทะเบียนฯ จัดให้มีกลยุทธ์ดังต่อไปนี้ ด้วยการสื่อสารผ่านการมีส่วนร่วมกับบริษัทจดทะเบียนฯ (Corporate Engagement) เพื่อลดความเสี่ยงดังกล่าว • Climate Change Mitigation - มาตรการหรือนโยบายในการชะลอหรือลดการปล่อยก๊าซ เรือนกระจก ซึ่งเป็นที่มาของภาวะโลกร้อน เช่น O การจัดหาแหล่งพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (ลม พลังงานแสงอาทิตย์ เชื้อเพลิงชีวภาพ และอื่นๆ) O อาคารสำนักงานหรือโรงงาน ที่ออกแบบให้มีการใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด O ระบบสาธารณูปโภค ยานพาหนะ ที่ลดการพึ่งพาการใช้พลังงานแบบดั้งเดิมที่อาจไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม • Climate Change Adaptation and Resilience - การปรับตัวของบริษัทจดทะเบียนฯ ให้มีความยืดหยุ่นต่อความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงด้านความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจ (Business Continuity Risks) 2) ทรัพยากรธรรมชาติ (Natural Resources) - การนำทรัพยากรธรรมชาติ เช่น น้ำ ระบบนิเวศบนบกและในน้ำ ความหลากหลายทางชีวภาพ และที่ดิน มาเป็นส่วนหนึ่งของต้นทุนในการดำเนินธุรกิจ และจัดให้มีการบริหารทรัพยากรดังกล่าวอย่างยั่งยืน 3) มลภาวะ (Pollutions) - การบริหารจัดการเกี่ยวกับสารปนเปื้อน (ทางน้ำ อากาศ หรือสู่แหล่งธรรมชาติอื่นๆ) ที่มาจากกระบวนการผลิตสินค้าหรือบริการ เพื่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด 4) การบริหารจัดการสิ่งปฏิกูลและแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Waste Management and Circular Economy) - ส่งเสริมให้บริษัทจดทะเบียนฯ มีแผนธุรกิจที่ให้ความสำคัญต่อการบริหารจัดการสิ่งปฏิกูลอย่างมีประสิทธิภาพควบคู่ไปกับการใช้ทรัพยากรต่างๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งเป็นแนวทางหลักในการชะลอปริมาณขยะที่เกิดขึ้นจากการใช้แล้ว ผู้จัดการกองทุนจะวิเคราะห์ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมภายใต้หลัก “ความยั่งยืนของห่วงโซ่อุปทาน” (Supply Chain Sustainability) ซึ่งเป็นการบริหารจัดการผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อมและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ อันเป็นผลมาจากการผลิตสินค้าหรือให้บริการ ระดับบริษัท (Company Level): การประเมินปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมจะช่วยให้ผู้จัดการกองทุนมีความเข้าใจต่อผลกระทบที่มีต่อความผันผวนของผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนฯ และนำไปสู่การประเมินมูลค่าบริษัทที่แม่นยำมากกว่าการวิเคราะห์โดยใช้ปัจจัยพื้นฐานเพียงอย่างเดียว ระดับอุตสาหกรรม (Industry Level): การประเมินความเสี่ยงและโอกาสด้านสิ่งแวดล้อมในระดับอุตสาหกรรม ตั้งอยู่บนสมมติฐานที่ว่าปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม มีผลกระทบต่อแต่ละอุตสาหกรรมในระดับที่ไม่เท่ากัน ซึ่งเป็นเหตุให้ผู้จัดการกองทุนให้น้ำหนักของปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมแต่ละปัจจัยแตกต่างกันระหว่างกลุ่มอุตสาหกรรม ระดับประเทศ (Country Level): ผู้จัดการกองทุนมีการคำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงด้านกฎหมาย และ/หรือนโยบายระดับประเทศด้านสิ่งแวดล้อมในอนาคต ซึ่งจะมีผลกระทบต่อแนวทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทจดทะเบียนฯ นอกจากนี้ บริษัทจดทะเบียนฯ หลายแห่งมีการประกอบธุรกิจในต่างประเทศ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงด้านกฎหมาย และ/หรือนโยบายระดับประเทศด้านสิ่งแวดล้อมอาจมีผลต่อการประเมินมูลค่าบริษัทเช่นกัน 2.2.2. สังคม (Social) : ประเด็นหรือปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับสิทธิ ความเป็นอยู่ที่ดี และ/หรือผลประโยชน์ของบุคคล ทั้งในองค์กรและชุมชนใดๆ ซึ่งได้แก่ 1) การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (Human Capital Development) – ผู้จัดการกองทุนจะพิจารณากลยุทธ์ขององค์กรในการพัฒนาความรู้ และทักษะของพนักงานในองค์กรให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมที่บริษัทจดทะเบียนฯ นั้นประกอบธุรกิจอยู่ ซึ่งส่งผลให้บุคลากรมีระดับผลผลิต (Productivity level) ที่ดีขึ้น 2) สุขภาพและความปลอดภัย (Health and Safety) - แนวทางของบริษัทจดทะเบียนฯ ต่อสวัสดิภาพของพนักงานด้านชีวอนามัยและความปลอดภัยต่อเหตุร้ายแรง อุบัติเหตุจากการทำงาน ซึ่งครอบคลุมถึงการกำหนดสวัสดิการการรักษาพยาบาลของพนักงานและครอบครัว การจัดสถานที่ทำงานให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัย และเตรียมพร้อมหากมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น 3) สิทธิมนุษยชน (Human Rights) - สิทธิขั้นพื้นฐานในฐานะมนุษย์คนหนึ่งที่พึงมี ได้แก่ • สิทธิในการมีชีวิตและเสรีภาพ • เสรีภาพจากการถูกบังคับให้เป็นทาสและการทรมาน • เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการแสดงออก • สิทธิในการทำงานและการศึกษา 4) สิทธิแรงงาน (Labor Rights) - สิทธิขั้นพื้นฐานในฐานะพนักงานคนหนึ่งที่พึงมี ได้แก่ • เสรีภาพในการสมาคมและการคุ้มครองสิทธิในการรวมตัว • สิทธิในการรวมตัวและการร่วมเจรจาต่อรอง • แรงงานบังคับและการเลิกจ้างแรงงานบังคับ • ค่าตอบแทนขั้นต่ำ • แรงงานเด็ก • การกำหนดค่าตอบแทนด้วยความเท่าเทียมและสมเหตุสมผล • การเลือกปฏิบัติ (Discrimination) 5) แนวทางการบริหารจัดการผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder Engagement) - ความพร้อมของบริษัทจดทะเบียนฯ ในการสื่อสารและบริหารจัดการผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างมีประสิทธิภาพ 6) ความรับผิดชอบต่อสินค้าหรือบริการ (Product Liability) - ความรับผิดชอบของบริษัทจดทะเบียนฯ ต่อสินค้าหรือบริการ สามารถจำแนกได้ดังต่อไปนี้ • กรณีสินค้าหรือบริการ มีข้อบกพร่อง • กระบวนการผลิตเป็นเหตุให้สินค้าไม่สมบูรณ์หรือมีความบกพร่อง • บริษัทจดทะเบียนฯ มีความบกพร่องในการเตือนหรือให้คำแนะนำในการใช้สินค้าหรือรับบริการ ผู้จัดการกองทุนคาดหวังให้บริษัทจดทะเบียนฯ มีแนวทางในการจัดการด้านความรับผิดชอบต่อสินค้าหรือบริการอย่างชัดเจน เพื่อหลีกเลี่ยงหรือลดความเสี่ยงจากการถูกฟ้องร้อง ซึ่งนำมาซึ่งค่าใช้จ่ายส่วนเพิ่ม รวมไปถึงการตั้งสำรองกรณีหากพบว่าบริษัทจดทะเบียนฯ มีความผิดจริง นอกจากนี้ การถูกฟ้องร้องหรือกรณีพิพาทดังกล่าวยังเป็นเหตุให้บริษัทจดทะเบียนฯ มีผลกระทบเชิงลบต่อภาพลักษณ์หรือการสูญเสียมูลค่าของแบรนด์ เป็นต้น ผู้จัดการกองทุนคาดหวังให้บริษัทจดทะเบียนฯ มีแนวทางในการบริหารจัดการปัจจัยด้านสังคม แบบ Best-in-Class กล่าวคือ การผลักดัน การแข่งขันกันระหว่างบริษัทฯ ในอุตสาหกรรม เพื่อจัดการปัจจัยต่างๆ ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ระดับบริษัท (Company Level): ปัจจัยด้านสังคมจะมีผลกระทบต่อบริษัทจดทะเบียนฯ ใดๆ มากขึ้นหรือน้อยลงขึ้นอยู่กับคุณลักษณะ ขนบธรรมเนียม ค่านิยมของประเทศหรือชุมชนที่บริษัทจดทะเบียนฯ นั้นดำเนินกิจการอยู่ ซึ่งผู้จัดการกองทุนมีหน้าที่ต้องวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยง โอกาสในแต่ละประเทศหรือชุมชน ที่บริษัทจดทะเบียนฯ ไปประกอบธุรกิจ ระดับอุตสาหกรรม (Industry Level): เช่นเดียวกับที่กล่าวมา จากความแตกต่างด้านขนบธรรมเนียม ค่านิยม ในแต่ละประเทศ ผู้จัดการกองทุนควรจัดลำดับความสำคัญตามความมีนัยยะ (Materiality) ก่อนหลัง เพื่อประเมินความเสี่ยง โอกาส ที่มาจากปัจจัยด้านสังคม ระดับประเทศ (Country Level): ผู้จัดการกองทุนมีการคำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงด้านกฎหมาย และ/หรือนโยบายระดับประเทศด้านสังคมในอนาคต ซึ่งจะมีผลกระทบต่อแนวทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทจดทะเบียนฯ นอกจากนี้ บริษัทจดทะเบียนฯ หลายแห่ง มีการประกอบธุรกิจในต่างประเทศ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว มีผลต่อการประเมินมูลค่าบริษัทเช่นกัน 2.2.3. ธรรมาภิบาล (Governance) : ประเด็นหรือปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจที่โปร่งใส จริยธรรมทางธุรกิจ และ/หรือประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างผู้บริหารและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย บริษัทจดทะเบียนฯ ควรจัดให้มีโครงสร้างและกระบวนการของความสัมพันธ์ระหว่างคณะกรรมการฝ่ายจัดการ และผู้ถือหุ้น เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขัน นำไปสู่ความเจริญเติบโตและเพิ่มมูลค่าให้กับผู้ถือหุ้นในระยะยาว โดยคำนึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ 1) สิทธิของผู้ถือหุ้น (Shareholder Rights) - แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ • สิทธิก่อนตัดสินใจลงทุน หมายถึง สิทธิในการรับข้อมูลข่าวสาร เพื่อจะวิเคราะห์และตัดสินใจว่าจะลงทุนในหุ้นของบริษัทหรือไม่ รวมถึงขั้นตอนและวิธีการจองซื้อหุ้นจากหนังสือชี้ชวนหรือไฟลิ่ง (Filing) และแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1) • สิทธิเมื่อเป็นผู้ถือหุ้น ประกอบด้วยสิทธิขั้นพื้นฐานที่ผู้ถือหุ้นจะมีสิทธิได้รับเงินปันผล ได้รับข้อมูลข่าวสารของกิจการอย่างต่อเนื่อง ได้เข้าร่วมประชุมและออกเสียงลงคะแนน ได้รับสิทธิในการจองซื้อหุ้นออกใหม่ และสิทธิในการบริหารบริษัท อาทิ เข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น เสนอเพิ่มวาระการประชุม เพิกถอนมติที่ประชุม ติดตามและตรวจสอบการทำงานของกรรมการ • สิทธิในการร้องเรียนและฟ้องร้อง ผู้ถือหุ้นมีสิทธิในการฟ้องเรียกค่าเสียหายและผลประโยชน์คืนให้กับบริษัท หากกรรมการหรือผู้บริหารของบริษัททำหน้าที่ไม่เหมาะสม เช่น ขาดความระมัดระวัง หรือไม่ซื่อสัตย์สุจริตจนส่งผลให้บริษัทได้รับความเสียหาย หากพบเบาะแสการกระทำผิดหรือปัญหาอื่นใดเกี่ยวกับการลงทุนธุรกิจหลักทรัพย์ หรือธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ติดต่อศูนย์รับเรื่องร้องเรียน 2) การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน - ผู้ถือหุ้นทุกราย ทั้งผู้ถือหุ้นที่เป็นผู้บริหารและผู้ถือหุ้นที่ไม่เป็นผู้บริหาร รวมทั้งผู้ถือหุ้นต่างชาติ ควรได้รับการปฏิบัติเท่าเทียมและเป็นธรรม ผู้ถือหุ้นส่วนน้อยที่ถูกละเมิดสิทธิควรมีโอกาสได้รับการชดเชย 3) บทบาทของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย – ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียควรได้รับการดูแลจากบริษัทตามสิทธิที่มี ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง คณะกรรมการควรพิจารณาให้มีกระบวนการส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือระหว่างบริษัทกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการสร้างความมั่งคั่ง ความมั่นคงทางการเงิน และความยั่งยืนของกิจการ 4) การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส – คณะกรรมการควรดูแลให้บริษัทเปิดเผยข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับบริษัท ทั้งข้อมูลทางการเงินและข้อมูลที่มิใช่ข้อมูลทางการเงิน อย่างถูกต้อง ครบถ้วน ทันเวลา โปร่งใส ผ่านช่องทางที่เข้าถึงข้อมูลได้ง่าย มีความเท่าเทียมกัน และน่าเชื่อถือ 5) ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ – คณะกรรมการมีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแลกิจการเพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัท จึงมีความรับผิดชอบต่อผลการปฏิบัติหน้าที่ต่อผู้ถือหุ้นและเป็นอิสระจากฝ่ายจัดการ โดยคณะกรรมการควรมีภาวะผู้นำวิสัยทัศน์ มีความเป็นอิสระในการตัดสินใจ มีระบบแบ่งแยกบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบระหว่างคณะกรรมการและฝ่ายจัดการที่ชัดเจน ตลอดจนดูแลให้บริษัทมีระบบงานที่ให้ความเชื่อมั่นได้ว่ากิจกรรมต่างๆ ของบริษัทได้ดำเนินไปในลักษณะที่ถูกต้องตามกฎหมายและมีจริยธรรม เพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัทและผู้ถือหุ้นโดยรวม ผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาปัจจัยด้านธรรมาภิบาลแบบ “Threshold Assessment” กล่าวคือเป็นการพิจารณาเกณฑ์ด้านธรรมาภิบาลขั้นต่ำที่บริษัทจดทะเบียนฯ ควรมีในหัวข้อที่กล่าวมา และผู้จัดการกองทุนจะใช้คุณภาพการบริหารจัดการด้านธรรมาภิบาลเป็นส่วนหนึ่งในการประเมินมูลค่าของบริษัทจดทะเบียนฯ ในช่วงเวลาใดๆ ตราสารหนี้ กองทุนจะใช้กลยุทธ์การลงทุนแบบการคัดกรองเชิงบวก (Positive Screening) โดยคำนึงถึงปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance: ESG) ประกอบกับการประเมินด้านปริมาณและด้านคุณภาพของผู้ออกหลักทรัพย์ 2.3. หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกหลักทรัพย์ 2.3.1. ตราสารเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond) ตราสารเพื่อความยั่งยืน (Sustainability Bond) หรือตราสารส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability - linked Bond) จะต้องผ่านหลักเกณฑ์การคัดเลือกหลักทรัพย์ของบริษัทจัดการ เช่น ต้องมีการเปิดเผยวัตถุประสงค์การใช้เงินที่ได้จากการระดมทุน (Use of Proceeds) ว่าเป็นไปเพื่อโครงการที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือเพื่อโครงการที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนของประเทศไทย หรือต้องมีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการกำหนดตัวชี้วัดและเป้าหมายด้านความยั่งยืนเพื่อส่งเสริมความยั่งยืนของผู้ออกตราสารดังกล่าวในประเทศไทย เป็นต้น นอกจากนี้ ในกรณีที่เป็นตราสารหนี้ภาคเอกชน ตราสารดังกล่าวจะต้องได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ตัวตราสารหรือที่ผู้ออกตราสารในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) 2.3.2. พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ย หรือหุ้นกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ยแต่ไม่รวมถึงหุ้นกู้แปลงสภาพ ซึ่งเป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond) พันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน (Sustainability Bond) หรือพันธบัตรหรือหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability - linked Bond) จะต้องผ่านหลักเกณฑ์การคัดเลือกตราสารของบริษัทจัดการ เช่น มีการเปิดเผยวัตถุประสงค์ของการใช้เงินเพื่อโครงการที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือเพื่อโครงการที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนของประเทศไทย เป็นต้น 2.4. กระบวนการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์ บริษัทจัดการมีกระบวนการในการวิเคราะห์ตราสาร โดยใช้ข้อมูลจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือต่างๆ เช่น สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) และบทวิเคราะห์ของบุคคลที่สาม เพื่อคัดเลือกตราสารที่จะลงทุนให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์การลงทุนของกองทุน ซึ่งครอบคลุมเรื่องกลยุทธ์ แผนการดำเนินงาน ฐานะทางการเงิน ความสามารถในการชำระหนี้ ความเสี่ยงด้านความยั่งยืน และผลกระทบต่อกำไรหรือผลการดำเนินงานของผู้ออกตราสาร เป็นต้น นอกจากนี้ บริษัทจัดการจะวิเคราะห์โครงการที่จะนำเงินลงทุนไปใช้ เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นโครงการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมหรือเพื่อความยั่งยืน รวมทั้งเกิดประโยชน์ต่อประเทศไทยอย่างแท้จริง 2.5. การอ้างอิงดัชนีชี้วัดที่เกี่ยวกับความยั่งยืน (Investment Benchmark) 1. ดัชนีผลตอบแทนรวม SETESG (SETESG TRI) สัดส่วน 70% 2. ผลตอบแทนรวมสุทธิของดัชนีพันธบัตรรัฐบาล ESG ของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย สัดส่วน 10% 3. ผลตอบแทนรวมสุทธิของดัชนีพันธบัตรรัฐบาล Mark-to-Market ที่มีอายุคงเหลือตั้งแต่ 1 ถึง 3 ปี ของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย สัดส่วน 10% 4. ผลตอบแทนรวมสุทธิของดัชนีพันธบัตรรัฐบาล Mark-to-Market ที่มีอายุไม่เกิน 1 ปี ของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย สัดส่วน 10% โดยบริษัทจัดการเลือกดัชนีดังกล่าวเป็นดัชนีชี้วัด เนื่องจาก 1) ดัชนีผลตอบแทนรวม SETESG (SETESG TRI) เป็นดัชนีที่สะท้อนการเคลื่อนไหวราคาของกลุ่มหลักทรัพย์ของบริษัทที่มีการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ซึ่งมีขนาดและสภาพคล่องผ่านตามเกณฑ์ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำหนด โดยดัชนี SETESG มีแนวทางการคัดเลือกหุ้นเพื่อเป็นองค์ประกอบของดัชนี ดังนี้ (1) เป็นบริษัทที่อยู่ในผลประเมินหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ที่ประกาศล่าสุด ก่อนรอบการทบทวนรายชื่อหลักทรัพย์ในดัชนี (2) เป็นหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) ไม่น้อยกว่า 5,000 ล้านบาท และผ่านสภาพคล่องที่กำหนด (3) ไม่รวมหลักทรัพย์ที่ถูกขึ้นเครื่องหมาย SP 2) ดัชนีพันธบัตรรัฐบาล ESG ของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย ซึ่งสะท้อนถึงราคาของตราสารหนี้ ESG ที่ออกโดยรัฐบาลเป็นองค์ประกอบ ดังนั้น จึงเป็นดัชนีที่เหมาะสมภายใต้กรอบการลงทุน สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และเป้าหมายด้านความยั่งยืนของกองทุน นอกจากนี้ กองทุนใช้ดัชนีพันธบัตรรัฐบาล Mark-to-Market ที่มีอายุคงเหลือตั้งแต่ 1 ถึง 3 ปี และดัชนีพันธบัตรรัฐบาล Mark-to-Market ที่มีอายุไม่เกิน 1 ปี ของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย เป็นดัชนีชี้วัด เพื่อสะท้อนการลงทุนในตราสารหนี้อื่นที่นอกเหนือจากตราสารเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือความยั่งยืน โดยดัชนีดังกล่าวเป็นดัชนีที่สะท้อนการเคลื่อนไหวของพันธบัตรรัฐบาลทั้งในด้านราคาและผลตอบแทนที่รวมดอกเบี้ยจ่ายเข้ามาด้วย ทั้งนี้ มูลค่าของพันธบัตรรัฐบาลแต่ละรุ่นจะคำนวณมาจากราคาตลาดหรือราคามูลค่ายุติธรรม ณ สิ้นวัน (End-of-Day Mark-To-Market) ซึ่งสามารถสะท้อนราคาตลาดได้ดียิ่งขึ้น ช่วยให้การเปรียบเทียบผลการดำเนินงานของกองทุนมีความสอดคล้องและเหมาะสมมากยิ่งขึ้น ผู้ลงทุนสามารถศึกษาวิธีการจัดทำดัชนีผลตอบแทนรวม SETESG (SETESG TRI) ได้ที่ https://www.set.or.th/th/market/index/setesg/profile ผู้ลงทุนสามารถศึกษาวิธีการจัดทำดัชนีตราสารหนี้ ESG และดัชนีพันธบัตรรัฐบาล Mark-to-Market ได้ที่ https://www.thaibma.or.th/pdf/Article/esgBondIndex.pdf https://www.thaibma.or.th/EN/Market/Index/ESGIndex.aspx https://www.thaibma.or.th/EN/Investors/Individual/Blog/2018/GBIndex_10042018.aspx# บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงดัชนีชี้วัดตามที่บริษัทจัดการเห็นสมควรและเป็นไปเพื่อประโยชน์ของกองทุนหรือผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม ซึ่งจะต้องอยู่ภายใต้กรอบการลงทุนที่กำหนด โดยบริษัทจัดการจะเปิดเผยข้อมูลและแจ้งให้ผู้ลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างชัดเจนถึงวันที่มีการเปลี่ยนแปลงดัชนีชี้วัด คำอธิบายเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงดัชนีชี้วัด และเหตุผลในการเปลี่ยนแปลงดัชนีชี้วัดดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ ภายในเวลาที่ผู้ลงทุนสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลในการตัดสินใจลงทุนได้ นอกจากนี้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงตัวชี้วัดของกองทุนตามข้างต้น ที่จัดทำโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมีการจัดทำดัชนีผลตอบแทนรวม (TRI) ที่นำสัดส่วนผู้ถือหลักทรัพย์รายย่อยของแต่ละหลักทรัพย์ (Free Float) มาถ่วงน้ำหนักในการคำนวณดัชนี (ดัชนี Free Float TRI) เพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด 2.6. ข้อจำกัดด้านการลงทุน (Investment Restrictions) ผู้จัดการกองทุนจะไม่ลงทุนในหลักทรัพย์หรือตราสารที่อยู่นอกกลุ่มหลักทรัพย์หรือตราสารที่สามารถลงทุนได้ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนแบบ ESG หรือ ESG Universe นอกจากนี้ ผู้จัดการกองทุนจะไม่ลงทุนหรือนำหลักทรัพย์หรือตราสารที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ* ดังต่อไปนี้เข้าไปอยู่ในกลุ่มหลักทรัพย์หรือตราสารที่สามารถลงทุนได้ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนแบบ ESG หรือ ESG Universe • แอลกอฮอล์ เครื่องดื่มมึนเมา • ยาสูบ • อาวุธสงคราม • สื่อลามก • การพนัน *โดยเกณฑ์การชี้วัดการเข้าข่ายการทำธุรกิจดังกล่าว จะใช้เกณฑ์สัดส่วนรายได้ที่มาจากการทำธุรกิจดังกล่าวที่มากกว่า 15% ของรายได้รวมของบริษัทนั้น 3. ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนของกองทุนรวมเพื่อความยั่งยืน 3.1 ความเสี่ยงจากการลงทุนกระจุกตัวในหลักทรัพย์ ESG ในบางครั้ง บริษัทจดทะเบียนฯ หรือตราสารที่กองทุนลงทุน อาจได้รับผลกระทบจากประเด็น หรือเหตุการณ์ด้าน ESG ที่เกิดขึ้น ทั้งในเชิงของความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจของบริษัท ผลกำไรของบริษัท หรือการตอบสนองของราคาหุ้นหรือตราสารที่มีความผันผวนมากขึ้น แนวทางการบริหารความเสี่ยง : รายละเอียดตามที่ระบุไว้ในข้อ 4 3.2 ความเสี่ยงจากการลงทุนในตราสารเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond) ตราสารเพื่อความยั่งยืน (Sustainability Bond) หรือตราสารส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability - linked Bond) ทำให้กองทุนอาจสูญเสียโอกาสในการลงทุนในตราสารหนี้ทั่วไปที่อาจสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนที่ดีกว่า แนวทางการบริหารความเสี่ยง : บริษัทจัดการจะคัดเลือกลงทุนในตราสารที่สามารถสร้างโอกาสในการสร้างผลตอบแทนให้กับผู้ลงทุน ภายใต้กระบวนการวิเคราะห์ของบริษัทจัดการและภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนที่กำหนด 3.3 ความเสี่ยงจากการพึ่งพาข้อมูลด้าน ESG จากแหล่งข้อมูลภายนอก เพื่อใช้ในการวิเคราะห์และคัดเลือกตราสารอาจมีข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์หรือไม่ถูกต้อง แนวทางการบริหารความเสี่ยง : บริษัทจัดการจะมีการทบทวนสอบทานข้อมูลจากแหล่งข้อมูลต่างๆ เพื่อให้ข้อมูลที่นำมาใช้ในการวิเคราะห์มีความถูกต้องมากที่สุด 3.4 ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง ในกรณีที่บริษัทจดทะเบียนฯ หรือตราสารที่กองทุนลงทุนเกิดปัญหาทางด้าน ESG และส่งผลกระทบต่อบริษัทจดทะเบียนฯ หรือตราสารนั้นอย่างรุนแรง หากผู้ลงทุนเกิดความไม่มั่นใจและขายหลักทรัพย์ดังกล่าวพร้อมกันเป็นจำนวนมาก อาจส่งผลทำให้กองทุนไม่สามารถจำหน่ายหลักทรัพย์หรือตราสารที่ลงทุนได้ในราคาที่เหมาะสมหรือภายในระยะเวลาที่ต้องการ แนวทางการบริหารความเสี่ยง : บริษัทจัดการจะพิจารณาลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีคุณภาพและคำนึงถึงสภาพคล่องในการซื้อขายก่อนตัดสินใจลงทุน นอกจากนี้ บริษัทจัดการจะติดตามและวิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อบริษัทจดทะเบียนฯ หรือตราสารที่กองทุนลงทุนอย่างสม่ำเสมอ และในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อกองทุน บริษัทจัดการจะดำเนินการเพื่อลดผลกระทบของกองทุนภายใต้เงื่อนไขการลงทุนที่สามารถดำเนินการได้ 4. แนวทางการดำเนินการ และมาตรการควบคุมผลกระทบในกรณีการลงทุนไม่เป็นตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืนที่ได้กำหนดไว้ ตราสารทุน สอดคล้องกับนโยบายธรรมาภิบาลการลงทุน (Investment Governance Policy: I Code) ที่กำหนดให้บริษัทจัดการมีการติดตามบริษัทจดทะเบียนฯ ที่ลงทุนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะหากเกิดประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการที่ดี หรือในกรณีที่ผู้จัดการกองทุน และ/หรือคณะกรรมการด้านความเสี่ยงการลงทุนประเมินว่าบริษัทนั้นๆ มีความเสี่ยงด้าน ESG จากเหตุการณ์ใดๆ ที่เกิดขึ้น บริษัทจดทะเบียนฯ ดังกล่าวอาจถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มเฝ้าระวัง (ESG Watch List) ผู้จัดการกองทุนจะต้องทำการตรวจสอบและวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงเหล่านั้น ผ่านการเข้าพบกรรมการและผู้บริหาร (Company Visit and Analyst Meeting) การประชุมทางโทรศัพท์หรือสื่ออิเล็คทรอนิคส์อื่นๆ (Conference Call) โดยไม่ชักช้า และหลังจากที่รวบรวมข้อมูลทั้งหมดแล้ว ผู้จัดการกองทุนจะต้องจัดทำบทสรุปแนวทางการลงทุน เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการด้านความเสี่ยงการลงทุน แนวทางที่กำหนดไว้อาจอยู่ในรูปแบบของ 1. ยังคงให้หลักทรัพย์ดังกล่าวอยู่ใน Investment Universe ต่อไป หรือ 2. ลดสัดส่วนการลงทุน หรือ 3. นำหลักทรัพย์นั้นออกจาก Investment Universe กรณีที่หลักทรัพย์ที่อยู่ใน ESG Watch List และคณะกรรมการด้านความเสี่ยงการลงทุนอนุมัติให้หลักทรัพย์ดังกล่าวสามารถลงทุนได้ต่อ ผู้จัดการกองทุนในฐานะ Risk Owners จะต้องใช้ความระมัดระวังในการลงทุนและติดตามพัฒนาการด้าน ESG อย่างใกล้ชิด หากหลักทรัพย์ที่อยู่ใน ESG Watch List มีพัฒนาการที่ดีด้าน ESG หรือ เหตุการณ์หรือปัจจัยความเสี่ยงด้าน ESG ได้รับการแก้ไขแล้ว ผู้จัดการกองทุนจะต้องจัดทำบทสรุปเพื่อเสนอปลดหลักทรัพย์ดังกล่าวออกจาก ESG Watch List ต่อคณะกรรมการด้านความเสี่ยงการลงทุน ตราสารหนี้ การมีส่วนร่วมกับผู้ออกตราสาร (Issuer Engagement): กองทุนอาจดำเนินการติดต่อสื่อสารกับผู้ออกตราสารเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำเนินโครงการ การบริหารจัดการเงินที่ได้จากการออกตราสาร และผลลัพธ์ที่สอดคล้องกับเป้าหมายด้านความยั่งยืนที่ระบุไว้ หากพบว่ามีความเสี่ยงที่วัตถุประสงค์การใช้เงินไม่สอดคล้องกับเป้าหมายที่กำหนด กองทุนอาจดำเนินการสอบถาม ติดตาม หรือแสดงความเห็นต่อผู้ออกตราสาร การติดตามและประเมินผลการใช้เงิน (Monitoring and Reporting): กองทุนจะติดตามการรายงานการใช้เงินจากผู้ออกตราสารอย่างต่อเนื่อง และพิจารณาว่าการดำเนินโครงการมีความคืบหน้าและสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนหรือไม่ ทั้งนี้ กองทุนอาจให้ความสำคัญกับผู้ออกตราสารที่มีการเปิดเผยรายงานผลการใช้เงิน (Impact Report หรือ Allocation Report) ที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ แนวปฏิบัติเมื่อมีความเสี่ยง (Contingency Approach): ในกรณีที่พบว่าผู้ออกตราสารมีการเบี่ยงเบนจากวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนที่กำหนด หรือมีการดำเนินโครงการที่ไม่สอดคล้องกับเป้าหมายของประเทศไทย กองทุนอาจพิจารณาแนวทางที่เหมาะสม เช่น การเข้าหารือเพิ่มเติม หรือการพิจารณาปรับลดสัดส่วนการลงทุนในผู้ออกตราสารดังกล่าวตามหลักเกณฑ์ของกองทุน ในกรณีที่มีการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืนที่กำหนดไว้ บริษัทจัดการจะจัดทำรายงานพร้อมทั้งเหตุผลที่ทำให้มีการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุน เพื่อรายงานต่อสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และผู้ดูแลผลประโยชน์ รวมทั้งดำเนินการแก้ไขสัดส่วนการลงทุนให้เป็นไปตามนโยบายที่กำหนดไว้ ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดต่อไป
Investment policy as filed with SEC Thailand.
actual = what the AMC currently charges · max = prospectus ceiling (no actual reported). Annual fees aren’t additive with one-time fees.