Krungsri Global Smart Income Fund
KRUNGSRI ASSET MANAGEMENT COMPANY LIMITED · Fixed Income · settlement T+3
↳ Invests in PIMCO GIS Income Fund · ไอร์แลนด์
✨Invests primarily in units of the PIMCO GIS Income Fund, focusing on long-term returns through various global fixed-income securities.
1. กองทุนจะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศที่มีเป้าหมายให้ผลตอบแทนในการถือครองหน่วยลงทุนในระยะยาว โดยจะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ ชื่อ PIMCO GIS Income Fund (Class I-Acc) (“กองทุนหลัก”) ซึ่งบริหารจัดการโดยบริษัท PIMCO Funds: Global Investors Series plc และเป็นกองทุนรวมที่จัดตั้งตามระเบียบของ UCITS (Undertakings for Collective Investment in Transferable Securities) ภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้องของประเทศไอร์แลนด์ (Ireland) ซึ่งเป็นสมาชิกสามัญของ International Organizations of Securities Commission (IOSCO) โดยมิได้เป็นกองทุนรวมประเภทเฮ็ดจ์ฟันด์ (hedge fund) บริษัทจัดการจะทำการซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนหลักที่ประเทศฮ่องกงหรือประเทศสิงคโปร์อย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งโดยปกติจะซื้อขายหน่วยลงทุนที่ประเทศฮ่องกงเป็นหลัก แต่กรณีประเทศฮ่องกงหยุดทำการจึงไปซื้อขายหน่วยลงทุนที่ประเทศสิงคโปร์แทน และจะลงทุนในสกุลเงินเหรียญสหรัฐเป็นสกุลเงินหลัก ในขณะที่กองทุนหลักจะลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินในหลายสกุลเงิน เช่น เงินเหรียญสหรัฐ ดอลลาร์ออสเตรเลีย เปโซเม็กซิกัน เรอัลบราซิล หรือปอนด์อังกฤษ เป็นต้น ทั้งนี้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงการซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนหลักดังกล่าว เป็นประเทศอื่นใดนอกเหนือจากประเทศฮ่องกงหรือประเทศสิงคโปร์ ซึ่งได้แก่ ประเทศไอร์แลนด์ และ/หรือเปลี่ยนแปลงสกุลเงินหลักเป็นสิงคโปร์ดอลลาร์ หรือยูโร ในภายหลังก็ได้ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงสถานที่ (ประเทศ) ที่ทำการซื้อขายและ/หรือสกุลเงินที่ใช้ในการซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนหลัก ซึ่งบริษัทจัดการจะคำนึงถึงประโยชน์ของกองทุนเป็นสำคัญ บริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ลงทุนทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน โดยส่งจดหมายแจ้งผู้ถือหน่วยลงทุนทุกราย และประกาศไว้ที่สำนักงานของบริษัทจัดการและผู้สนับสนุน และ/หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้อง อนึ่ง กองทุนหลักข้างต้นมีการเสนอขายในหลายคลาส (classes) ซึ่งสามารถลงทุนได้ทั้งผู้ลงทุนทั่วไป และ/หรือผู้ลงทุนสถาบัน โดยแต่ละคลาสของหน่วยลงทุนอาจมีความแตกต่างกันในเรื่องของนโยบายการจัดสรรกำไร/ผลตอบแทน ค่าธรรมเนียม หรือคุณสมบัติของผู้ลงทุน เป็นต้น ซึ่งบริษัทจัดการจะพิจารณาเลือกลงทุนใน Class I-Acc อย่างไรก็ดี บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการพิจารณาเปลี่ยนแปลงประเภทของหน่วยลงทุนตามความเหมาะสมในภายหลังก็ได้ เพื่อประโยชน์ของกองทุน โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว (รายละเอียดของประเภทของ Share classes สามารถดูเพิ่มเติมได้จากหนังสือชี้ชวนของกองทุนหลักจากเว็บไซต์ของกองทุนหลัก) 2. กองทุนจะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน PIMCO GIS Income Fund เพียงกองทุนเดียว โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน หรือตามอัตราส่วนที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. จะประกาศกำหนด 3. ในภาวะปกติ กองทุนจะนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหรือตามอัตราส่วนที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. จะประกาศกำหนด 4. ในกรณีที่กองทุน PIMCO GIS Income Fund มีการลงทุนในตราสาร SIP เกินกว่าอัตราส่วนการลงทุนที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด บริษัทจัดการจะดำเนินการดังต่อไปนี้ (1) บริษัทจัดการจะปรับลดสัดส่วนการลงทุนในกองทุนหลักเพื่อให้อัตราส่วนการลงทุนในตราสาร SIP ดังกล่าว ไม่เกินกว่าหลักเกณฑ์การลงทุนที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด ภายใน 10 วันทำการนับแต่วันที่ทราบถึงเหตุการณ์ดังกล่าว ยกเว้นกรณีที่เกิดจากปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้หรือกรณีจำเป็นและสมควรที่ทำให้ไม่สามารถดำเนินการภายในระยะเวลาข้างต้น บริษัทจัดการจะดำเนินการให้เสร็จสิ้นโดยไม่ชักช้า (2) หากการดำเนินการปรับลดสัดส่วนการลงทุนในกองทุนหลักข้างต้น มีผลทำให้การลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งกองทุนหลักโดยเฉลี่ยในรอบระยะเวลาบัญชีน้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนเปิดกรุงศรีโกลบอลสมาร์ทอินคัม บริษัทจัดการจะดำเนินการพิจารณาคัดเลือกกองทุนต่างประเทศกองทุนใหม่แทนกองทุนเดิม โดยกองทุนต่างประเทศดังกล่าวจะต้องมีนโยบายการลงทุนที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ และ/หรือนโยบายการลงทุนของกองทุนเปิดกรุงศรีโกลบอลสมาร์ทอินคัม และมีคุณสมบัติตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะดำเนินการให้เสร็จสิ้นโดยไม่ชักช้า และจะแจ้งให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และผู้ถือหน่วยลงทุนทราบต่อไป (3) หากเกิดกรณีใด ๆ ที่ทำให้บริษัทจัดการไม่สามารถดำเนินการคัดเลือกกองทุนต่างประเทศกองทุนใหม่แทนกองทุนเดิมได้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะดำเนินการเลิกโครงการจัดการกองทุนรวม โดยจะดำเนินการจำหน่ายหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่เหลืออยู่ของกองทุน เพื่อคืนเงินตามจำนวนที่รวบรวมได้หลังหักค่าใช้จ่ายและสำรองค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องของกองทุน (ถ้ามี) ให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน ตามสัดส่วนจำนวนหน่วยลงทุนที่ถือครองต่อจำนวนหน่วยลงทุนที่จำหน่ายแล้วทั้งหมดของกองทุน 5. ในกรณีที่กองทุนหลักมีการลงทุนในทรัพย์สินประเภทอื่นที่ไม่ใช่ทรัพย์สินที่กองทุนไทยสามารถลงทุนได้ ได้แก่ Loan Participations และ/หรือ Loan Assignments และ/หรือ Credit Default Swaps (CDS) ในฐานะผู้ขายสัญญา (Protection seller) ในอัตราส่วนที่มากกว่าร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก บริษัทจัดการจะดำเนินการดังต่อไปนี้ (1) บริษัทจัดการจะดำเนินการพิจารณาคัดเลือกกองทุนต่างประเทศกองทุนใหม่แทนกองทุนเดิม โดยกองทุนต่างประเทศดังกล่าวจะต้องมีนโยบายการลงทุนที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ และ/หรือนโยบายการลงทุนของกองทุนเปิดกรุงศรีโกลบอลสมาร์ทอินคัม และมีคุณสมบัติตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะดำเนินการให้เสร็จสิ้นโดยไม่ชักช้า และจะแจ้งให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และผู้ถือหน่วยลงทุนทราบต่อไป (2) หากเกิดกรณีใด ๆ ที่ทำให้บริษัทจัดการไม่สามารถดำเนินการคัดเลือกกองทุนต่างประเทศกองทุนใหม่แทนกองทุนเดิมได้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะดำเนินการเลิกโครงการจัดการกองทุนรวม โดยจะดำเนินการจำหน่ายหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่เหลืออยู่ของกองทุน เพื่อคืนเงินตามจำนวนที่รวบรวมได้หลังหักค่าใช้จ่ายและสำรองค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องของกองทุน (ถ้ามี) ให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน ตามสัดส่วนจำนวนหน่วยลงทุนที่ถือครองต่อจำนวนหน่วยลงทุนที่จำหน่ายแล้วทั้งหมดของกองทุน 6. เงินลงทุนส่วนที่เหลือทั้งในประเทศและต่างประเทศ กองทุนจะลงทุนในตราสารหนี้และ/หรือเงินฝากธนาคาร และอาจจะลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non - investment grade) หรือตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated securities) โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ทั้งนี้ กองทุนจะไม่ลงทุนในตราสารทุนของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ (Unlisted securities) และตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured note) 7. กองทุนจะทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศอันอาจเกิดขึ้นทั้งหมด (Fully hedged) ซึ่งมีการกำหนดอัตราส่วนการป้องกันความเสี่ยงระหว่างร้อยละ 95 ถึงร้อยละ 105 ของมูลค่าความเสี่ยงที่มีอยู่ 8. กองทุนอาจจะเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (efficient portfolio management) ซึ่งรวมถึงการป้องกันความเสี่ยง (Hedging) จากการลงทุน โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัทจัดการ เช่น การทำสัญญาสวอปและ/หรือสัญญาฟอร์เวิร์ดที่อ้างอิงกับอัตราแลกเปลี่ยน/ด้านราคาตราสาร/อัตราดอกเบี้ย ซึ่งพิจารณาจากสภาวะการณ์ของตลาด กฎระเบียบ หรือข้อบังคับ และปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น แนวโน้มและทิศทางราคาของหลักทรัพย์ที่ลงทุน การออกสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงกับดัชนีอ้างอิง การคาดการณ์เหตุการณ์ที่อาจจะส่งผลกระทบเชิงลบอย่างมีนัยสำคัญของกองทุน และค่าใช้จ่ายในการเข้าทำธุรกรรมสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป็นต้น ทั้งนี้ กองทุนหลักจะลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันความเสี่ยงเท่านั้น 9. ในกรณีที่บริษัทจัดการเห็นว่า การลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศ และ/หรือการลงทุนในกองทุน PIMCO GIS Income Fund ไม่เหมาะสมอีกต่อไป เช่น มีการลงทุนไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์หลักของกองทุน หรือผลตอบแทนของกองทุนดังกล่าวไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ หรือไม่สามารถลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนดังกล่าวได้อีกต่อไป หรือกองทุนต่างประเทศดังกล่าวมีการกระทำผิดตามความเห็นของหน่วยงานกำกับดูแลของกองทุนต่างประเทศ และ/หรือเมื่อเกิดเหตุการณ์หรือคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบต่างๆ จนอาจส่งผลให้การลงทุนในกองทุนต่างประเทศเป็นภาระต่อผู้ลงทุนโดยเกินจำเป็น เป็นต้น และ/หรือในกรณีที่กองทุน PIMCO GIS Income Fund ได้เลิกโครงการในขณะที่บริษัทจัดการยังดำเนินการบริหารและจัดการลงทุนกองทุนเปิดกรุงศรีโกลบอลสมาร์ทอินคัม เมื่อปรากฏกรณีตามข้อ 9. ข้างต้นแล้วมีผลทำให้การลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งกองทุนหลักโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีต่ำกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนเปิดกรุงศรีโกลบอลสมาร์ทอินคัม บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะดำเนินการพิจารณาคัดเลือกกองทุนต่างประเทศกองทุนใหม่แทนกองทุนเดิม โดยกองทุนต่างประเทศดังกล่าวจะต้องมีนโยบายการลงทุนที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ และ/หรือนโยบายการลงทุนของกองทุนเปิดกรุงศรีโกลบอลสมาร์ทอินคัม และมีคุณสมบัติตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด โดยอาจเป็นกองทุนที่บริหารและจัดการลงทุนโดยบริษัท PIMCO Funds: Global Investors Series plc หรือไม่ก็ได้ และในการโอนย้ายกองทุนดังกล่าว บริษัทจัดการอาจพิจารณาดำเนินการในครั้งเดียว หรือทยอยโอนย้ายเงินทุน ซึ่งอาจส่งผลให้ในช่วงเวลาดังกล่าวกองทุนอาจมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนต่างประเทศมากกว่า 1 กองทุนก็ได้ หากเกิดกรณีใด ๆ ที่ทำให้บริษัทจัดการไม่สามารถดำเนินการคัดเลือกกองทุนต่างประเทศกองทุนใหม่แทนกองทุนเดิมได้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเลิกโครงการจัดการกองทุนรวมของกองทุนเปิดกรุงศรีโกลบอลสมาร์ทอินคัม โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว โดยจะดำเนินการจำหน่ายหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่เหลืออยู่ของกองทุน เพื่อคืนเงินตามจำนวนที่รวบรวมได้หลังหักค่าใช้จ่ายและสำรองค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องของกองทุน (ถ้ามี) ให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน ตามสัดส่วนจำนวนหน่วยลงทุนที่ถือครองต่อจำนวนหน่วยลงทุนที่จำหน่ายแล้วทั้งหมดของกองทุนทั้งนี้ หากมีการดำเนินการดังกล่าว บริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ลงทุนทราบโดยพลัน โดยส่งจดหมายแจ้งผู้ถือหน่วยลงทุนทุกราย และประกาศไว้ที่สำนักงานของบริษัทจัดการและผู้สนับสนุน และ/หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้อง 10. ในกรณีที่กองทุนมีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนหลัก) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีมากกว่าหรือเท่ากับร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยกองทุนหลักไม่มีวัตถุประสงค์การลงทุนในทำนองเดียวกับกองทุนดัชนีหรือ ETF และมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลักมีการลดลงในลักษณะดังนี้ (10.1) มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ วันใดวันหนึ่งลดลงมากกว่า 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก หรือ (10.2) ยอดรวมของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกัน คิดเป็นจำนวนมากกว่า 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก ทั้งนี้ ในกรณีที่กองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะดังกล่าว บริษัทจัดการจะดำเนินการดังต่อไปนี้ การดำเนินการ ระยะเวลาดำเนินการ (1) แจ้งเหตุที่กองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการของบริษัทจัดการให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และผู้ถือหน่วยลงทุน (แนวทางการดังกล่าวต้องคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม) ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนหลักที่ปรากฏเหตุ (2) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการตาม (1) ต่อผู้ลงทุนทั่วไป (ดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวด้วย) พร้อม (1) (3) ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินการตาม (1) ภายใน 60 วันนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนหลักที่ปรากฏเหตุ (4) รายงานผลการดำเนินการตาม (3) ให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ทราบ ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการตาม (3) แล้วเสร็จ 11. กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่น ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนดให้ลงทุนได้ 12. บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตให้เป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds) หรือกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในตราสาร และ/หรือหลักทรัพย์ต่างประเทศ หรือสามารถกลับมาเป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund) ได้ โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (risk spectrum) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตลาด โดยเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงประเภทกองทุนรวมดังกล่าว โดยประกาศผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ และเว็บไซต์ของผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (ถ้ามี) 13. ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วย ทั้งนี้ โดยจะคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ (13.1) ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนเลิกกองทุนรวม (13.2) ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืน หรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ สรุปข้อมูลสำคัญที่ผู้ลงทุนควรทราบเกี่ยวกับกองทุน PIMCO GIS Income Fund (กองทุนหลัก) : ชื่อกองทุน : PIMCO GIS Income Fund ซึ่งเป็นกองทุนรวมที่จดทะเบียนจัดตั้งภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้องของประเทศไอร์แลนด์ และเป็นสมาชิกสามัญของ International Organizations of Securities Commission (IOSCO) โดยมิได้เป็นกองทุนรวมประเภทเฮ็ดจ์ฟันด์ (hedge fund) ลักษณะเฉพาะของ Class I-Acc : (1) เป็น Class ที่ทำการซื้อขายหน่วยลงทุนในสกุลเงินเหรียญสหรัฐ (2) ขายให้กับผู้ลงทุนประเภทสถาบัน และไม่มีการจ่ายเงินปันผล วันที่จดทะเบียนกองทุน : 30 พฤศจิกายน 2555 วัตถุประสงค์ และนโยบายการลงทุน : กองทุนมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสร้างกระแสรายได้ในระดับสูงโดยการบริหารการลงทุนอย่างรอบคอบ และมีวัตถุประสงค์รองในการสร้างการเติบโตของเงินลงทุนในระยะยาว กองทุนมีหลักการสำคัญในการกระจายการลงทุนไปในตราสารหนี้ประเภทต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ทั่วโลก อย่างน้อย 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สิน ซึ่งอาจรวมถึง (1) ตราสารหนี้ภาคเอกชนทั้งที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) และอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Non-Investment Grade) ที่ออกโดยบริษัทเอกชนทั่วโลกทั้งที่อยู่ภายในกลุ่มประเทศยุโรป และนอกกลุ่มประเทศยุโรปซึ่งรวมถึงกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ (2) ตราสารหนี้ภาครัฐ ที่ออกโดยรัฐบาลของประเทศในกลุ่มประเทศยุโรป และประเทศนอกกลุ่มประเทศยุโรป รวมถึงองค์กรที่เกี่ยวข้องกับภาครัฐของประเทศเหล่านั้น (3) ตราสารที่เกี่ยวข้องกับสินเชื่อภาคอสังหาริมทรัพย์ (mortgage-related security) และ Asset-backed securities อื่นๆ และ (4) Foreign currency positions ซึ่งรวมถึงสกุลเงินของประเทศตลาดเกิดใหม่ ทั้งนี้ กองทุนสามารถลงทุนใน loan participations and loan assignments ได้ อย่างไรก็ตามการปรับสัดส่วนการลงทุนใน Sector ต่างๆ อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ทั้งนี้ในการลงทุนเหล่านี้สามารถทำได้ทั้งการลงทุนทางตรงในตราสาร และการลงทุนผ่านตราสารอนุพันธ์ กองทุนจะมี Portfolio Duration อยู่ระหว่าง 0 – 8 ปี ขึ้นอยู่กับการคาดการณ์ด้านอัตราดอกเบี้ยของผู้จัดการกองทุน กองทุนอาจลงทุนในตราสารที่ได้รับการจัดอับดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าอันดับที่สามารถลงทุนได้ (ต่ำกว่าอับดับความน่าเชื่อถือที่ Baa3 จากการจัดอับดับความน่าเชื่อถือของ Moody หรือเทียบเท่ากับการจัดอับดับความน่าเชื่อถือของ S&P or Fitch) ไม่เกิน 50% ของมูลค่าทรัพย์สิน (โดยไม่รวมถึงตราสารที่เกี่ยวข้องกับสินเชื่อภาคอสังหาริมทรัพย์(mortgage-related security) และ Asset-backed securities อื่นๆ) และสามารถลงทุนในตราสารหนี้ของกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ไม่เกิน 20% ของมูลค่าทรัพย์สิน กองทุนไม่สามารถลงทุนในตราสารที่สามารถแปลงสภาพเป็นตราสารทุนได้ (convertible securities) เกิน 25% ของมูลค่าทรัพย์สิน ไม่สามารถลงทุนในตราสารทุน (equity) เกิน 10% ของมูลค่าทรัพย์สิน ทั้งนี้ เมื่อรวมการลงทุนของตราสารที่สามารถเปลี่ยนเป็นตราสารทุน ตราสารทุน ใบรับรองเงินฝาก (certificates of deposit) และ bankers’ acceptances จะต้องมีสัดส่วนไม่เกิน 1 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สิน ทั้งนี้ กองทุนอาจลงทุนในตราสารที่ไม่มีสภาพคล่อง (ซึ่งหมายรวมถึงพันธบัตร และตราสารหนี้อื่นๆ ที่ถูกกล่าวถึงตามนโยบายการลงทุนนี้) ได้ไม่เกิน 10% ของมูลค่าทรัพย์สิน กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (derivatives) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (efficient portfolio management) ตัวชี้วัด (Benchmark): Bloomberg US Aggregate Total Return Value Unhedged USD อายุโครงการ : ไม่กำหนด บริษัทจัดการกองทุน : PIMCO Funds: Global Investors Series plc ผู้เก็บรักษาทรัพย์สินของกองทุน: Brown Brothers Harriman Trustee Services (Ireland) Limited เว็บไซต์ : สามารถดูข้อมูลหนังสือชี้ชวนฯ ของกองทุนหลัก และรายละเอียดอื่นเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์: http://www.pimco.com.sg/EN/Funds/Pages/Income-Fund.aspx?CUSIP=G7112M427 ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายของกองทุนหลัก PIMCO GIS Income Fund, Class I-Acc 1. ค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บจากผู้ซื้อหรือผู้ถือหน่วยลงทุน (ร้อยละของมูลค่าหน่วยลงทุน) (1) ค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน ไม่มี (2) ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน : ไม่มี 2. ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บจากกองทุนรวม (ร้อยละต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม) ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เรียกเก็บจากกองทุนรวม : 0.55* *กองทุนหลักอาจเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ ของกองทุนได้ ความเสี่ยงของกองทุนหลัก 1. ความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ย (Interest Rate Risk) การปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ย จะส่งผลให้มูลค่าของตราสารหนี้และตราสารอื่นๆ ที่กองทุนถืออยู่มีแนวโน้มลดลง หลักทรัพย์ที่มีระยะเวลาครบกำหนดที่ยาวกว่าจะอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยมากกว่าและมีความผันผวนมากกว่า การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยอาจเกิดขึ้นอย่างฉับพลันและไม่ได้คาดการณ์ไว้ กองทุนอาจสูญเสียเงินเนื่องจากการเคลื่อนไหวของอัตราดอกเบี้ย ทั้งนี้ กองทุนอาจไม่สามารถป้องกันความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยได้หรืออาจเลือกที่จะไม่ป้องกันความเสี่ยงเนื่องจากมีต้นทุนหรือเหตุผลอื่นๆ อีกทั้ง การป้องกันความเสี่ยงใดๆ อาจไม่ได้ผลตามที่คาดหวังไว้ หลักทรัพย์ที่อ้างอิงอัตราเงินเฟ้อ (Inflation-indexed securities) จะมีมูลค่าลดลงเมื่ออัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงเพิ่มขึ้น ในสภาวการณ์อัตราดอกเบี้ยบางกรณี เช่น เมื่ออัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงกำลังเพิ่มขึ้นเร็วกว่าอัตราดอกเบี้ยที่กำหนดไว้ หลักทรัพย์ที่อ้างอิงอัตราเงินเฟ้ออาจประสบกับการขาดทุนมากกว่าหลักทรัพย์ประเภทตราสารหนี้อื่นๆ ที่มีระยะเวลาครบกำหนดเท่าๆ กัน ในระหว่างที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำมากหรือติดลบ กองทุนอาจไม่สามารถรักษาผลตอบแทนให้เป็นบวกได้ อัตราดอกเบี้ยต่ำหรือติดลบอาจเพิ่มความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ย การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยอาจส่งผลกระทบที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ทำให้มีความผันผวนในตลาดเพิ่มขึ้น และผลการดำเนินงานของกองทุนอาจลดลงตราบเท่าที่กองทุนได้รับอัตราดอกเบี้ยในอัตราดังกล่าว 2. ความเสี่ยงด้านเครดิต (Credit Risk) กองทุนอาจสูญเสียเงินหากผู้ออกหลักทรัพย์หรือผู้ค้ำประกันตราสารหนี้ หรือคู่สัญญาในสัญญาอนุพันธ์ สัญญาซื้อคืน หรือเงินกู้ของพอร์ตหลักทรัพย์ ไม่สามารถชำระคืนเงินต้นและ/หรือดอกเบี้ยตามกำหนดเวลา หรือไม่ปฏิบัติตามสัญญา หลักทรัพย์ต่างๆ มีความเสี่ยงด้านเครดิตในระดับที่แตกต่างกัน ซึ่งมักจะสะท้อนให้เห็นในอันดับความน่าเชื่อถือของพันธบัตรรัฐบาลท้องถิ่น ความเสี่ยงจากการฟ้องร้องคดี กฎหมาย หรือเหตุการณ์ทางการเมือง ธุรกิจในพื้นที่หรือสภาพเศรษฐกิจ หรือการที่ผู้ออกหลักทรัพย์ล้มละลาย อาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อความสามารถของผู้ออกหลักทรัพย์ในการชำระคืนเงินต้นและ/หรือดอกเบี้ย 3. ความเสี่ยงจากตราสารที่ให้ผลตอบแทนสูง (High Yield Risk) กองทุนที่ลงทุนในหลักทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงซึ่งครอบคลุมหลักทรัพย์ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (below investment grade) และหลักทรัพย์ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (junk bonds) อาจมีความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ย ความเสี่ยงด้านเครดิต และความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง ที่สูงกว่ากองทุนที่ไม่ได้ลงทุนในหลักทรัพย์ดังกล่าว หลักทรัพย์เหล่านี้มีลักษณะของการเก็งกำไรเป็นหลักเพื่อรับผลตอบแทนที่มีความเสี่ยงต่อความสามารถของผู้ออกหลักทรัพย์ในการชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ยมากกว่า สภาพเศรษฐกิจตกต่ำหรือช่วงที่อัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น อาจส่งผลกระทบในทางลบต่อหลักทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงและลดความสามารถของกองทุนในการขายหลักทรัพย์ดังกล่าว หากผู้ออกหลักทรัพย์ผิดนัดชำระหนี้ในส่วนของอัตราดอกเบี้ยหรือเงินต้น กองทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมดได้ 4. ความเสี่ยงด้านตลาด (Market Risk) ราคาตลาดของหลักทรัพย์ที่ลงทุนอาจขึ้นหรือลง และในบางครั้งราคาอาจขึ้นหรือลงอย่างรวดเร็วหรือคาดการณ์ไม่ได้ หลักทรัพย์อาจมีมูลค่าลดลงเนื่องจากปัจจัยที่กระทบต่อตลาดหลักทรัพย์เป็นการทั่วไปหรือบางอุตสาหกรรมที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ มูลค่าหลักทรัพย์อาจลดลงเนื่องจากสภาพตลาดโดยทั่วไปซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องเฉพาะกับบริษัทใดบริษัทหนึ่ง เช่น สภาพเศรษฐกิจที่แท้จริงหรือสภาพเศรษฐกิจที่เลวร้าย การเปลี่ยนแปลงในภาพรวมทั่วไปของรายได้บริษัท การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยหรืออัตราแลกเปลี่ยน การเปลี่ยนแปลงในทางลบของเครดิตในตลาดหรือความเชื่อมั่นของนักลงทุน นอกจากนี้มูลค่าหลักทรัพย์อาจลดลงเนื่องจากปัจจัยที่กระทบต่ออุตสาหกรรมบางอย่าง เช่น การขาดแคลนแรงงาน หรือต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น และสภาพการแข่งกันภายในอุตสาหกรรม โดยทั่วไปตราสารทุนจะมีความผันผวนด้านราคามากกว่าตราสารหนี้ การถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถืออาจส่งผลกระทบในทางลบต่อหลักทรัพย์ต่างๆ ที่กองทุนถืออยู่ 5. ความเสี่ยงด้านผู้ออกหลักทรัพย์ (Issuer Risk) มูลค่าของหลักทรัพย์อาจลดลงซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับผู้ออกหลักทรัพย์ เช่น ผลการปฏิบัติงานด้านบริหารจัดการ การใช้ financial leverage และการลดลงของอุปสงค์สินค้าและบริการของผู้ออกหลักทรัพย์ เป็นต้น 6. ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง (Liquidity Risk) ความเสี่ยงด้านสภาพคล่องเกิดขึ้นเมื่อการลงทุนมีการซื้อหรือขายยาก การลงทุนของกองทุนในหลักทรัพย์ที่ไม่มีสภาพคล่องอาจลดผลตอบแทนของกองทุนเนื่องจากไม่สามารถขายหลักทรัพย์ในราคาหรือเวลาที่ได้เปรียบได้ กองทุนที่ใช้กลยุทธ์การลงทุนซึ่งรวมถึงการลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศ ตราสารอนุพันธ์ หรือหลักทรัพย์ที่มีความเสี่ยงด้านตลาด และ/หรือความเสี่ยงด้านเครดิตในระดับสูง มีแนวโน้มจะมีความเสี่ยงด้านสภาพคล่องมากที่สุด 7. ความเสี่ยงด้านอนุพันธ์ (Derivatives Risk) ตราสารอนุพันธ์เป็นสัญญาทางการเงินที่มูลค่าจะขึ้นอยู่กับหลักทรัพย์อ้างอิง อัตรา หรือดัชนีอ้างอิง ตราสารอนุพันธ์มักจะนำมาใช้เพื่อทดแทนการเข้าทำสถานะของหลักทรัพย์ที่อ้างอิง และ/หรือเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ที่ออกแบบมาเพื่อให้เข้าถึงผู้ออกหลักทรัพย์ ดัชนี อุตสาหกรรม สกุลเงิน และ/หรือภูมิภาคเชิงภูมิศาสตร์ และ/หรือเพื่อลดความเสี่ยง เช่น ความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ยหรืออัตราแลกเปลี่ยน เป็นต้น การใช้ตราสารอนุพันธ์ย่อมมีความเสี่ยง เช่น ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง ความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ย ความเสี่ยงด้านตลาด ความเสี่ยงด้านเครดิต และความเสี่ยงด้านการจัดการ รวมทั้งความเสี่ยงต่างๆ ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงในข้อกำหนดของมาร์จิน การกำหนดราคาผิดพลาดหรือประเมินมูลค่าไม่เหมาะสม และการเปลี่ยนแปลงมูลค่าของตราสารอนุพันธ์อาจไม่สัมพันธ์กับหลักทรัพย์อ้างอิง อัตรา หรือดัชนีอ้างอิง กองทุนอาจขาดทุนเกินกว่าเงินต้นที่ใช้ลงทุน ตราสารอนุพันธ์อาจเพิ่มความผันผวนของกองทุนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาพตลาดที่ไม่ปกติหรือเลวร้าย ไม่มีอะไรรับประกันได้ว่าการทำธุรกรรมอนุพันธ์จะเป็นประโยชน์หรือเป็นผลสำเร็จเสมอไป 8. ความเสี่ยงด้านตราสารทุน (Equity Risk) มูลค่าของตราสารทุนอาจลดลงเนื่องจากสภาพตลาดโดยทั่วไปซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องเฉพาะกับบริษัทใดบริษัทหนึ่ง เช่น สภาพเศรษฐกิจที่แท้จริงหรือสภาพเศรษฐกิจที่เลวร้าย การเปลี่ยนแปลงในภาพรวมรายได้บริษัท การเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยหรืออัตราแลกเปลี่ยน การเปลี่ยนแปลงในทางลบของเครดิตในตลาดหรือความเชื่อมั่นของนักลงทุน นอกจากนี้มูลค่าของหลักทรัพย์อาจลดลงเนื่องจากปัจจัยที่กระทบต่อบางอุตสาหกรรม เช่น การขาดแคลนแรงงาน หรือต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น และสภาพการแข่งกันภายในอุตสาหกรรม โดยทั่วไปตราสารทุนจะมีความผันผวนด้านราคามากกว่าตราสารหนี้ 9. ความเสี่ยงจากการลงทุนทั่วโลก (Global Investment Risk) การลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศบางแห่ง อาจประสบกับการเปลี่ยนแปลงของมูลค่าอย่างรวดเร็วและรุนแรงจากความไม่แน่นอนต่างๆ เช่น การพัฒนาทางการเมืองระหว่างประเทศ การเปลี่ยนแปลงนโยบายของรัฐบาล การเปลี่ยนแปลงด้านภาษีอากร การจำกัดการลงทุนของต่างชาติและการส่งเงินลงทุนกลับประเทศ ความผันผวนของสกุลเงินและการพัฒนาด้านกฎหมายและระเบียบต่างๆ ของประเทศที่กองทุนลงทุน ตลาดซื้อขายหลักทรัพย์ของประเทศที่มีขนาดเล็กและมีจำนวนบริษัทไม่มากจากอุตสาหกรรมเพียงไม่กี่กลุ่ม นอกจากนี้ผู้ออกหลักทรัพย์ในหลายประเทศมักจะไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลที่เข้มงวด อีกทั้งโครงสร้างทางกฎหมายและการบัญชี มาตรฐานการตรวจสอบและการรายงานอาจไม่ให้ความคุ้มครองนักลงทุนหรือให้ข้อมูลในระดับเดียวกันแก่นักลงทุน การโอนกิจการให้เป็นของชาติ การเวนคืน หรือการจัดเก็บภาษีจากผู้มีรายได้สูง การสกัดกั้นสกุลเงิน ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง หรือการพัฒนาทางการทูต อาจส่งผลกระทบในทางตรงกันข้ามต่อการลงทุน กองทุนอาจสูญเงินลงทุนทั้งหมดในประเทศนั้นๆ และสภาวการณ์เลวร้ายในบางภูมิภาคอาจส่งผลกระทบในทางลบต่อหลักทรัพย์ของประเทศอื่นๆ ได้ หมายเหตุ: (1) ข้อความในส่วนของกองทุน PIMCO GIS Income Fund ได้ถูกคัดเลือกมาเฉพาะส่วนที่สำคัญและจัดแปลมาจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ ดังนั้น ในกรณีที่มีความแตกต่างหรือไม่สอดคล้องกับต้นฉบับภาษาอังกฤษ ให้ถือตามต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นเกณฑ์ (2) ในกรณีที่กองทุนหลักมีการแก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการซึ่งบริษัทจัดการเห็นว่าไม่มีนัยสำคัญ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะแก้ไขเพิ่มเติมโครงการให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของกองทุนหลัก โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว • ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุนในประเทศ: ส่วนที่ 1 : ตราสาร TS (Transferable Securities) หมายความว่า ตราสารทางการเงินใด ๆ ที่มีคุณสมบัติและหลักเกณฑ์ในการลงทุนที่ครบถ้วนเป็นไปตามประกาศ ได้แก่ 1. ตราสารหนี้ในประเทศ 1.1 พันธบัตร 1.2 ตั๋วเงินคลัง 1.3 หุ้นกู้ (ไม่รวมหุ้นกู้แปลงสภาพ หุ้นกู้อนุพันธ์ และตราสาร Basel III) 1.4 ตั๋วแลกเงิน 1.5 ตั๋วสัญญาใช้เงิน 1.6 ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นกู้ 1.7 ใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่มี Underlying เป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้ 1.8 ตราสารหนี้อื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกับตราสารหนี้ตาม 1.1 – 1.7 ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดเพิ่มเติม 2. ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน (ไม่รวมตราสาร Basel III) 3. ตราสาร Basel III 4. ศุกูก ส่วนที่ 2 : ทรัพย์สินประเภทหน่วย CIS รวมถึงหน่วย CIS ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ส่วนที่ 3 : ทรัพย์สินประเภทเงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก ส่วนที่ 4 : ธุรกรรมประเภทการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (reverse repo) ส่วนที่ 5 : ธุรกรรมประเภทการให้ยืมหลักทรัพย์ (securities lending) ส่วนที่ 6 : ธุรกรรมประเภทสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (derivatives) ประเภทสินค้า ตัวแปร หรือหลักทรัพย์อ้างอิง (underlying) ของ derivatives ที่กองทุนจะเข้าเป็นคู่สัญญาได้ต้องมี underlying อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างดังนี้ (1) ทรัพย์สินที่กองทุนสามารถลงทุนได้ (2) อัตราดอกเบี้ย (3) อัตราแลกเปลี่ยนเงิน (4) เครดิต เช่น credit rating หรือ credit event เป็นต้น • ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุนในต่างประเทศ : ส่วนที่ 1 : ตราสาร TS (Transferable Securities) หมายความว่า ตราสารทางการเงินใด ๆ ที่มีคุณสมบัติและหลักเกณฑ์ในการลงทุนที่ครบถ้วนเป็นไปตามประกาศ ได้แก่ 1. ตราสารหนี้ต่างประเทศ 1.1 พันธบัตร 1.2 ตั๋วเงินคลัง 1.3 หุ้นกู้ (ไม่รวมหุ้นกู้แปลงสภาพ หุ้นกู้อนุพันธ์ และตราสาร Basel III) 1.4 ตั๋วแลกเงิน 1.5 ตั๋วสัญญาใช้เงิน 1.6 ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นกู้ 1.7 ใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่มี Underlying เป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้ 1.8 ตราสารหนี้อื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกับตราสารหนี้ตาม 1.1 - 1.7 ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดเพิ่มเติม 2. ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุนต่างประเทศ (ไม่รวมตราสาร Basel III) 3. ตราสาร Basel III ต่างประเทศ 4. ศุกูก ส่วนที่ 2 : ทรัพย์สินประเภทหน่วย CIS รวมถึงหน่วย CIS ที่จดทะเบียนในตลาดซื้อขายหลักทรัพย์ต่างประเทศที่เป็นสมาชิกของ WFE ส่วนที่ 3 : ทรัพย์สินประเภทเงินฝากต่างประเทศหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝากต่างประเทศ ส่วนที่ 4 : ธุรกรรมประเภทสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (derivatives) ในต่างประเทศ ประเภทสินค้า ตัวแปร หรือหลักทรัพย์อ้างอิง (underlying) ของ derivatives ที่กองทุนจะเข้าเป็นคู่สัญญาได้ต้องมี underlying อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างดังนี้ (1) ทรัพย์สินที่กองทุนสามารถลงทุนได้ (2) อัตราดอกเบี้ย (3) อัตราแลกเปลี่ยนเงิน (4) เครดิต เช่น credit rating หรือ credit event เป็นต้น
No NAV history available.
Investment policy as filed with SEC Thailand.
actual = what the AMC currently charges · max = prospectus ceiling (no actual reported). Annual fees aren’t additive with one-time fees.