TISCO Thai Well-being Equity RMF
TISCO ASSET MANAGEMENT COMPANY LIMITED · Equity · settlement T+3
✨Invests primarily in equity securities of companies listed on the Stock Exchange of Thailand, focusing on those in the SET Well-Being Index.
1. นโยบายการลงทุน 1.1. วัตถุประสงค์การลงทุนที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน กองทุนจะลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารทุนของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ/หรือตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอ ไอ และ/หรือตลาดรองอื่นๆ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (“บริษัทจดทะเบียนฯ”) ที่เป็นองค์ประกอบของดัชนี SET Well-Being (SETWB) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิกองทุน ซึ่งสัดส่วนการลงทุนในหุ้นแต่ละบริษัทจะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ตามสภาวะการลงทุนหรือคาดการณ์สภาวะการลงทุนในแต่ละขณะ ทั้งนี้ หลักทรัพย์ที่กองทุนลงทุนจะผ่านกระบวนการวิเคราะห์การลงทุนแบบ ESG Integration ที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ 1.2. เป้าหมายที่กองทุนต้องการบรรลุ กองทุนจะเน้นลงทุนในบริษัทจดทะเบียนฯ ที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี SET Well-Being (SETWB) ซึ่งดัชนีดังกล่าวเป็นดัชนีที่สะท้อนการเคลื่อนไหวของกลุ่มหลักทรัพย์ 30 หลักทรัพย์ใน 7 หมวดธุรกิจที่ประเทศไทยมีศักยภาพในการแข่งขันและเป็นธุรกิจที่ผู้ลงทุนต่างชาติให้ความสนใจ เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้กับผู้ถือหน่วยลงทุน รวมทั้งเป็นแรงขับเคลื่อนให้มีกิจการที่มุ่งเน้นการดำเนินงานที่คำนึงถึงปัจจัยด้าน ESG มากขึ้น ส่งผลให้เกิดระบบนิเวศที่ยั่งยืนต่อระบบเศรษฐกิจไทย และเป็นกลไกหนึ่งที่ช่วยสนับสนุนบริษัทจดทะเบียนฯ และประเทศไทย บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ 1.3. กรอบการลงทุน (Investment Universe) (1) กองทุนจะเน้นลงทุนในหลักทรัพย์ที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี SET Well-Being (SETWB) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิกองทุน (2) ทั้งนี้ ภายใต้กรอบการลงทุนตาม (1) ทีมผู้จัดการกองทุนจะทำการวิเคราะห์หลักทรัพย์เพื่อการลงทุน โดยหลักทรัพย์ที่กองทุนจะลงทุนต้องมีคุณลักษณะ ดังต่อไปนี้ • เป็นบริษัทจดทะเบียนฯ ที่มีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ หรือปรับปรุงกระบวนการผลิต ตลอดจนห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับตัวเชิงโครงสร้างเพื่อสอดรับกับแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน และ/หรือ • เป็นบริษัทจดทะเบียนฯ ที่มีการเตรียมตัวและตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงจากนโยบายภาครัฐหรือกฏระเบียบต่างๆ ในอนาคต (3) นอกจากการวิเคราะห์หลักทรัพย์ตาม (2) แล้ว ในขณะเดียวกัน ทีมผู้จัดการกองทุนจะพิจารณา “สาระสำคัญ” หรือปัจจัยที่มีผลกระทบต่อมูลค่าของหลักทรัพย์ที่กองทุนลงทุนในระยะยาว (Financial Materiality) ซึ่งอย่างน้อยจะรวมถึงความเสี่ยงจากการเปลี่ยนผ่าน (Transition Risks) ความเสี่ยงปลายแถว (Tail Risks) และความเสี่ยงต่อระบบการเงินโดยรวม (Financial-system Risks) ทั้งนี้ ทีมผู้จัดการกองทุนอาจพิจารณาลงทุนในหลักทรัพย์ที่มิได้เป็นองค์ประกอบของดัชนี SET Well-Being (SETWB) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกินกว่า 20% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิกองทุน โดยหลักทรัพย์ดังกล่าวจะต้องมีคุณสมบัติที่สอดคล้องกับแนวทางการวิเคราะห์หลักทรัพย์ในด้าน ESG ตาม (2) และ (3) ข้างต้น และนอกเหนือจากนโยบายการลงทุนภายในที่กำหนดในการคัดกรองหลักทรัพย์แล้ว ทีมผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาผลการประเมินของผู้ประเมินภายนอก และจะพิจารณารายชื่อบริษัทจดทะเบียนฯ จากฐานข้อมูล ESG ของผู้ประเมินดังต่อไปนี้ ร่วมด้วย • Dow Jones Sustainability Index • ESG-100 ที่จัดทำโดยสถาบันไทยพัฒน์ • Thailand Sustainability Investment (THSI) ที่จัดทำโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย • บริษัทจดทะเบียนฯ ที่มี Corporate Governance Rating ตั้งแต่ 3 ดาวขึ้นไป ที่จัดทำโดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) • บริษัทจดทะเบียนฯ ที่มีสถานะการรับรองการเป็นสมาชิกโครงการแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต (Collective Action Coalition Against Corruption หรือ CAC) • กลุ่มหลักทรัพย์ที่สามารถลงทุนได้สำหรับกองทุนรวมธรรมาภิบาลไทย ที่จัดทำโดยสมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) 2. กลยุทธ์การลงทุน กองทุนจะใช้กลยุทธ์การลงทุนแบบ Screening, ESG Integration และ Thematic ซึ่งมีรายละเอียดของแต่ละกลยุทธ์ ดังนี้ • Screening Exclusionary Screening โดยการคัดกรองบริษัทจดทะเบียนฯ ที่ไม่ผ่านเกณฑ์พิจารณาในเรื่องสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ออกไป เช่น บริษัทจดทะเบียนฯ ที่ไม่มีการบริหารจัดการด้านกำจัดของเสียหรือมลภาวะที่มีประสิทธิภาพ มาตรฐานแรงงานที่ไม่ผ่านเกณฑ์ หรือบริษัทจดทะเบียนฯ ที่มีธรรมาภิบาลบกพร่อง ซึ่งครอบคลุมถึงจรรยาบรรณในการทำธุรกิจหรือการกระทำความผิดของผู้บริหาร ยกตัวอย่างเช่น การพิจารณาที่จะไม่ลงทุนในบริษัทจดทะเบียนฯ ที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบ หรืออาวุธสงคราม เป็นต้น • ESG Integration ESG Integration โดยการคำนึงถึงปัจจัยด้าน ESG ในทุกมิติของการวิเคราะห์บริษัทจดทะเบียนฯ ที่กองทุนจะลงทุน กล่าวคือ ความเสี่ยงด้าน ESG มีผลต่อการดำเนินธุรกิจทุกๆ ด้านของบริษัทจดทะเบียนฯ โดยหากดูจากตัวเลขผลการดำเนินงานของแต่ละบริษัทจดทะเบียนฯ จะมีความเสี่ยงหรือความผันผวนที่ไม่เท่ากัน ซึ่งจะสะท้อนออกมาในรูปของการประเมินมูลค่าของแต่ละบริษัทจดทะเบียนฯ ที่ไม่เท่ากัน • Thematic Thematic Investment โดยการเลือกที่จะลงทุนในกลุ่มบริษัทจดทะเบียนฯ ที่ให้ความสำคัญต่อปัจจัยด้าน ESG ด้านใดหน้าหนึ่งเป็นการเฉพาะ (Theme) เช่น • ด้านพลังงานทดแทน - บริษัทจดทะเบียนฯ ที่กองทุนลงทุนจะต้องดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม • ด้านระบบสาธารณูปโภค - บริษัทจดทะเบียนฯ ที่กองทุนลงทุนจะต้องดำเนินธุรกิจเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชน อาทิ โรงพยาบาลหรือบริษัทผู้ผลิตยา หรือเพื่อสุขภาพและสวัสดิการด้านการเจ็บป่วย • ด้านสังคม - บริษัทจดทะเบียนฯ ที่กองทุนลงทุนจะต้องดำเนินธุรกิจที่ช่วยสร้างรายได้ให้กับชุมชน เช่น จากการใช้วัตถุดิบจากท้องถิ่นนั้นๆ ในการผลิตสินค้าหรือการให้บริการ เป็นต้น 2.1. หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกหลักทรัพย์ กองทุนจะลงทุนในหลักทรัพย์ซึ่งเป็นส่วนประกอบของดัชนี SET Well-Being (SETWB) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิกองทุน ซึ่งกลุ่มหลักทรัพย์ดังกล่าวจะมีการทบทวนอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง 2.2. กระบวนการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์ ผู้จัดการกองทุนมีแนวทางการบริหารกองทุนภายใต้แนวคิด “Universal Investor” ด้วยความเชื่อที่ว่าภาพรวมของระบบเศรษฐกิจที่ดี ย่อมนำไปสู่มูลค่าของหลักทรัพย์ที่สูงขึ้นในอนาคตภายใต้พอร์ตการลงทุนที่มีการกระจายความเสี่ยงที่เหมาะสม และไม่เพียงแต่มุ่งเน้นการคำนึงถึงเพียงกำไรรายบริษัทหรือรายอุตสาหกรรม แต่ให้ความสำคัญต่อการลงทุนที่สร้างผลตอบแทนและส่งผลกระทบเชิงบวกต่อโลกและสังคมควบคู่กันไปกับการดำเนินธุรกิจด้วย นอกจากนี้ หากเป็นการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง (Structural Change) ที่เกี่ยวข้องกับ Megatrends ผลตอบแทนของการลงทุนมักจะมากกว่าค่าเฉลี่ยของการลงทุนโดยทั่วไป ซึ่งอัตราเร่งในการเปลี่ยนแปลง (The Speed of Disruption) เป็นตัวแปรหลักของการดำเนินธุรกิจและผลกำไรของบริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมดังกล่าวนี้ ขั้นตอนที่ 1: ระบุปัจจัยที่มีผลต่อธุรกิจ (Identify Material Issues) สอดคล้องกับแนวคิดการลงทุนแบบ Universal Investor ผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาถึงปัจจัยที่มีนัยยะในระบบเศรษฐกิจในช่วง 5 ปีข้างหน้า ที่เป็นปัจจัยสนับสนุนความเป็นอยู่ที่ดีของคนไทยว่ามีปัจจัยใดบ้าง และกองทุนต้องการจะบรรลุเป้าหมาย SDGs ใด โดยจะจัดลำดับความสำคัญสะท้อนออกมาในรูปแบบของ Materiality Matrix ขั้นตอนที่ 2: คัดกรองหลักทรัพย์เพื่อการลงทุน (Stock Screening) จากนั้นผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาคัดกรองบริษัทจดทะเบียนฯ ที่มีการดำเนินธุรกิจที่สอดคล้องและสนับสนุนให้เกิดผลกระทบเชิงบวกต่อปัจจัยที่มีนัยยะเหล่านั้น หลังจากได้กลุ่มการลงทุนดังกล่าวแล้ว ผู้จัดการกองทุนจึงเข้าสู่กระบวนการวิเคราะห์หลักทรัพย์แบบ ESG Integration ในลำดับถัดไป การวิเคราะห์หลักทรัพย์แบบ ESG Integration หมายรวมถึงการนำข้อมูลทั้งเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณด้าน ESG มาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Analysis) เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ปรับลดด้วยค่าความเสี่ยง (Risk-adjusted Return) เหนือกว่าเกณฑ์มาตรฐานในระยะยาว ลดความเสี่ยงด้าน ESG จากเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด และแสวงหาโอกาสการลงทุนจากการดำเนินธุรกิจที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมที่สอดคล้องกับข้อใดข้อหนึ่งในเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ โดยผู้จัดการกองทุนมีการกำหนดกรอบการวิเคราะห์ในแต่ละมิติไว้ดังต่อไปนี้ 2.2.1. สิ่งแวดล้อม (Environmental) : ประเด็นหรือปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพ และ/หรือองค์ประกอบในระบบธรรมชาติ (Natural Systems) ซึ่งได้แก่ 1) การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) - ในเชิงของการวิเคราะห์ด้านความเสี่ยง สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังต่อไปนี้ Source: United Nations Global Compact, KPMG International • ความเสี่ยงเชิงกายภาพ (Physical Risk) - ความเสี่ยงที่เกิดจากเหตุการณ์การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศอย่างมีนัยยะทั้งแบบฉับพลันหรือแบบต่อเนื่อง เช่น ภาวะแห้งแล้ง น้ำท่วม พายุ แผ่นดินไหว เป็นต้น • ความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนผ่าน (Transition Risk) – ความเสี่ยงที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง และ/หรือ เชิงนโยบายด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทจดทะเบียนฯ ในอนาคต ผู้จัดการกองทุนพิจารณาและสนับสนุนให้บริษัทจดทะเบียนฯ จัดให้มีกลยุทธ์ดังต่อไปนี้ ด้วยการสื่อสารผ่านการมีส่วนร่วมกับบริษัทจดทะเบียนฯ (Corporate Engagement) เพื่อลดความเสี่ยงดังกล่าว • Climate Change Mitigation - มาตรการหรือนโยบายในการชะลอหรือลดการปล่อยก๊าซ เรือนกระจก ซึ่งเป็นที่มาของภาวะโลกร้อน เช่น O การจัดหาแหล่งพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (ลม พลังงานแสงอาทิตย์ เชื้อเพลิงชีวภาพ และอื่นๆ) O อาคารสำนักงานหรือโรงงาน ที่ออกแบบให้มีการใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด O ระบบสาธารณูปโภค ยานพาหนะ ที่ลดการพึ่งพาการใช้พลังงานแบบดั้งเดิมที่อาจไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม • Climate Change Adaptation and Resilience - การปรับตัวของบริษัทจดทะเบียนฯ ให้มีความยืดหยุ่นต่อความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงด้านความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจ (Business Continuity Risks) 2) ทรัพยากรธรรมชาติ (Natural Resources) - การนำทรัพยากรธรรมชาติ เช่น น้ำ ระบบนิเวศบนบกและในน้ำ ความหลากหลายทางชีวภาพ และที่ดิน มาเป็นส่วนหนึ่งของต้นทุนในการดำเนินธุรกิจ และจัดให้มีการบริหารทรัพยากรดังกล่าวอย่างยั่งยืน 3) มลภาวะ (Pollutions) - การบริหารจัดการเกี่ยวกับสารปนเปื้อน (ทางน้ำ อากาศ หรือสู่แหล่งธรรมชาติอื่นๆ) ที่มาจากกระบวนการผลิตสินค้าหรือบริการ เพื่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด 4) การบริหารจัดการสิ่งปฏิกูลและแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Waste Management and Circular Economy) - ส่งเสริมให้บริษัทจดทะเบียนฯ มีแผนธุรกิจที่ให้ความสำคัญต่อการบริหารจัดการ สิ่งปฏิกูลอย่างมีประสิทธิภาพควบคู่ไปกับการใช้ทรัพยากรต่างๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งเป็นแนวทางหลักในการชะลอปริมาณขยะที่เกิดขึ้นจากการใช้แล้ว ผู้จัดการกองทุนจะวิเคราะห์ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมภายใต้หลัก “ความยั่งยืนของห่วงโซ่อุปทาน” (Supply Chain Sustainability) ซึ่งเป็นการบริหารจัดการผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อมและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ อันเป็นผลมาจากการผลิตสินค้าหรือให้บริการ ระดับบริษัท (Company Level): การประเมินปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมจะช่วยให้ผู้จัดการกองทุนมีความเข้าใจต่อผลกระทบที่มีต่อความผันผวนของผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนฯ และนำไปสู่การประเมินมูลค่าบริษัทที่แม่นยำมากกว่าการวิเคราะห์โดยใช้ปัจจัยพื้นฐานเพียงอย่างเดียว ระดับอุตสาหกรรม (Industry Level): การประเมินความเสี่ยงและโอกาสด้านสิ่งแวดล้อมในระดับอุตสาหกรรม ตั้งอยู่บนสมมติฐานที่ว่าปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมมีผลกระทบต่อแต่ละอุตสาหกรรมในระดับที่ไม่เท่ากัน ซึ่งเป็นเหตุให้ผู้จัดการกองทุนให้น้ำหนักของปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมแต่ละปัจจัยแตกต่างกันระหว่างกลุ่มอุตสาหกรรม ระดับประเทศ (Country Level): ผู้จัดการกองทุนมีการคำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงด้านกฎหมาย และ/หรือนโยบายระดับประเทศด้านสิ่งแวดล้อมในอนาคต ซึ่งจะมีผลกระทบต่อแนวทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทจดทะเบียนฯ นอกจากนี้ บริษัทจดทะเบียนฯ หลายแห่งมีการประกอบธุรกิจในต่างประเทศ ซึ่งการปลี่ยนแปลงด้านกฎหมาย และ/หรือนโยบายระดับประเทศด้านสิ่งแวดล้อมอาจมีผลต่อการประเมินมูลค่าบริษัทเช่นกัน 2.2.2. สังคม (Social) : ประเด็นหรือปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับสิทธิ ความเป็นอยู่ที่ดี และ/หรือผลประโยชน์ของบุคคล ทั้งในองค์กรและชุมชนใดๆ ซึ่งได้แก่ 1) การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (Human Capital Development) - ผู้จัดการกองทุนจะพิจารณากลยุทธ์ขององค์กรในการพัฒนาความรู้ และทักษะของพนักงานในองค์กรให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมที่บริษัทจดทะเบียนฯ นั้นประกอบธุรกิจอยู่ ซึ่งส่งผลให้บุคลากรมีระดับผลผลิต (Productivity level) ที่ดีขึ้น 2) สุขภาพและความปลอดภัย (Health and Safety) - แนวทางของบริษัทจดทะเบียนฯ ต่อสวัสดิภาพของพนักงานด้านชีวอนามัยและความปลอดภัยต่อเหตุร้ายแรง อุบัติเหตุจากการทำงาน ซึ่งครอบคลุมถึงการกำหนดสวัสดิการการรักษาพยาบาลของพนักงานและครอบครัว การจัดสถานที่ทำงานให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัย และเตรียมพร้อมหากมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น 3) สิทธิมนุษยชน (Human Rights) - สิทธิขั้นพื้นฐานในฐานะมนุษย์คนหนึ่งที่พึงมี ได้แก่ • สิทธิในการมีชีวิตและเสรีภาพ • เสรีภาพจากการถูกบังคับให้เป็นทาสและการทรมาน • เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการแสดงออก • สิทธิในการทำงานและการศึกษา 4) สิทธิแรงงาน (Labor Rights) - สิทธิขั้นพื้นฐานในฐานะพนักงานคนหนึ่งที่พึงมี ได้แก่ • เสรีภาพในการสมาคมและการคุ้มครองสิทธิในการรวมตัว • สิทธิในการรวมตัวและการร่วมเจรจาต่อรอง • แรงงานบังคับและการเลิกจ้างแรงงานบังคับ • ค่าตอบแทนขั้นต่ำ • แรงงานเด็ก • การกำหนดค่าตอบแทนด้วยความเท่าเทียมและสมเหตุสมผล • การเลือกปฏิบัติ (Discrimination) 5) แนวทางการบริหารจัดการผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder Engagement) - ความพร้อมของบริษัทจดทะเบียนฯ ในการสื่อสารและบริหารจัดการผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างมีประสิทธิภาพ 6) ความรับผิดชอบต่อสินค้าหรือบริการ (Product Liability) - ความรับผิดชอบของบริษัทจดทะเบียนฯ ต่อสินค้าหรือบริการ สามารถจำแนกได้ดังต่อไปนี้ • กรณีสินค้าหรือบริการ มีข้อบกพร่อง • กระบวนการผลิตเป็นเหตุให้สินค้าไม่สมบูรณ์หรือมีความบกพร่อง • บริษัทจดทะเบียนฯ มีความบกพร่องในการเตือนหรือให้คำแนะนำในการใช้สินค้าหรือรับบริการ ผู้จัดการกองทุนคาดหวังให้บริษัทจดทะเบียนฯ มีแนวทางในการจัดการด้านความรับผิดชอบต่อสินค้าหรือบริการอย่างชัดเจน เพื่อหลีกเลี่ยงหรือลดความเสี่ยงจากการถูกฟ้องร้อง ซึ่งนำมาซึ่งค่าใช้จ่ายส่วนเพิ่ม รวมไปถึงการตั้งสำรองกรณีหากพบว่าบริษัทจดทะเบียนฯ มีความผิดจริง นอกจากนี้ การถูกฟ้องร้องหรือกรณีพิพาทดังกล่าวยังเป็นเหตุให้บริษัทจดทะเบียนฯ มีผลกระทบเชิงลบต่อภาพลักษณ์หรือการสูญเสียมูลค่าของแบรนด์ เป็นต้น ผู้จัดการกองทุนคาดหวังให้บริษัทจดทะเบียนฯ มีแนวทางในการบริหารจัดการปัจจัยด้านสังคม แบบ Best-in-Class กล่าวคือ การผลักดัน การแข่งขันกันระหว่างบริษัทฯ ในอุตสาหกรรม เพื่อจัดการปัจจัยต่างๆ ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ระดับบริษัท (Company Level): ปัจจัยด้านสังคมจะมีผลกระทบต่อบริษัทจดทะเบียนฯ ใดๆ มากขึ้นหรือน้อยลงขึ้นอยู่กับคุณลักษณะ ขนบธรรมเนียม ค่านิยมของประเทศหรือชุมชนที่บริษัทจดทะเบียนฯ นั้นดำเนินกิจการอยู่ ซึ่งผู้จัดการกองทุนมีหน้าที่ต้องวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยง โอกาสในแต่ละประเทศหรือชุมชน ที่บริษัทจดทะเบียนฯ ไปประกอบธุรกิจ ระดับอุตสาหกรรม (Industry Level): เช่นเดียวกับที่กล่าวมา จากความแตกต่างด้านขนบธรรมเนียม ค่านิยม ในแต่ละประเทศ ผู้จัดการกองทุนควรจัดลำดับความสำคัญตามความมีนัยยะ (Materiality) ก่อนหลัง เพื่อประเมินความเสี่ยง โอกาส ที่มาจากปัจจัยด้านสังคม ระดับประเทศ (Country Level): ผู้จัดการกองทุนมีการคำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงด้านกฎหมาย และ/หรือนโยบายระดับประเทศด้านสังคมในอนาคต ซึ่งจะมีผลกระทบต่อแนวทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทจดทะเบียนฯ นอกจากนี้ บริษัทจดทะเบียนฯ หลายแห่ง มีการประกอบธุรกิจในต่างประเทศ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว มีผลต่อการประเมินมูลค่าบริษัทเช่นกัน 2.2.3. ธรรมาภิบาล (Governance) : ประเด็นหรือปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจที่โปร่งใส จริยธรรมทางธุรกิจ และ/หรือประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างผู้บริหารและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย บริษัทจดทะเบียนฯ ควรจัดให้มีโครงสร้างและกระบวนการของความสัมพันธ์ระหว่างคณะกรรมการฝ่ายจัดการ และผู้ถือหุ้น เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขัน นำไปสู่ความเจริญเติบโตและเพิ่มมูลค่าให้กับผู้ถือหุ้นในระยะยาว โดยคำนึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ 1) สิทธิของผู้ถือหุ้น (Shareholder Rights) - แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ • สิทธิก่อนตัดสินใจลงทุน หมายถึง สิทธิในการรับข้อมูลข่าวสาร เพื่อจะวิเคราะห์และตัดสินใจว่าจะลงทุนในหุ้นของบริษัทหรือไม่ รวมถึงขั้นตอนและวิธีการจองซื้อหุ้นจากหนังสือชี้ชวนหรือไฟลิ่ง (Filing) และแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1) • สิทธิเมื่อเป็นผู้ถือหุ้น ประกอบด้วยสิทธิขั้นพื้นฐานที่ผู้ถือหุ้นจะมีสิทธิได้รับเงินปันผล ได้รับข้อมูลข่าวสารของกิจการอย่างต่อเนื่อง ได้เข้าร่วมประชุมและออกเสียงลงคะแนน ได้รับสิทธิในการจองซื้อหุ้นออกใหม่ และสิทธิในการบริหารบริษัท อาทิ เข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น เสนอเพิ่มวาระการประชุม เพิกถอนมติที่ประชุม ติดตามและตรวจสอบการทำงานของกรรมการ • สิทธิในการร้องเรียนและฟ้องร้อง ผู้ถือหุ้นมีสิทธิในการฟ้องเรียกค่าเสียหายและผลประโยชน์คืนให้กับบริษัท หากกรรมการหรือผู้บริหารของบริษัททำหน้าที่ไม่เหมาะสม เช่น ขาดความระมัดระวัง หรือไม่ซื่อสัตย์สุจริตจนส่งผลให้บริษัทได้รับความเสียหาย หากพบเบาะแสการกระทำผิดหรือปัญหาอื่นใดเกี่ยวกับการลงทุนธุรกิจหลักทรัพย์ หรือธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ติดต่อศูนย์รับเรื่องร้องเรียน 2) การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน - ผู้ถือหุ้นทุกราย ทั้งผู้ถือหุ้นที่เป็นผู้บริหารและผู้ถือหุ้นที่ไม่เป็นผู้บริหาร รวมทั้งผู้ถือหุ้นต่างชาติ ควรได้รับการปฏิบัติเท่าเทียมและเป็นธรรม ผู้ถือหุ้นส่วนน้อยที่ถูกละเมิดสิทธิควรมีโอกาสได้รับการชดเชย 3) บทบาทของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย – ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียควรได้รับการดูแลจากบริษัทตามสิทธิที่มีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง คณะกรรมการควรพิจารณาให้มีกระบวนการส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือระหว่างบริษัทกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการสร้างความมั่งคั่ง ความมั่นคงทางการเงิน และความยั่งยืนของกิจการ 4) การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส – คณะกรรมการควรดูแลให้บริษัทเปิดเผยข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับบริษัท ทั้งข้อมูลทางการเงินและข้อมูลที่มิใช่ข้อมูลทางการเงิน อย่างถูกต้อง ครบถ้วน ทันเวลา โปร่งใส ผ่านช่องทางที่เข้าถึงข้อมูลได้ง่าย มีความเท่าเทียมกัน และน่าเชื่อถือ 5) ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ – คณะกรรมการมีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแลกิจการเพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัท จึงมีความรับผิดชอบต่อผลการปฏิบัติหน้าที่ต่อผู้ถือหุ้นและเป็นอิสระจากฝ่ายจัดการ โดยคณะกรรมการควรมีภาวะผู้นำ วิสัยทัศน์ มีความเป็นอิสระในการตัดสินใจ มีระบบแบ่งแยกบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบระหว่างคณะกรรมการและฝ่ายจัดการที่ชัดเจน ตลอดจนดูแลให้บริษัทมีระบบงานที่ให้ความเชื่อมั่นได้ว่ากิจกรรมต่างๆ ของบริษัทได้ดำเนินไปในลักษณะที่ถูกต้องตามกฎหมายและมีจริยธรรม เพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัทและผู้ถือหุ้นโดยรวม ผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาปัจจัยด้านธรรมาภิบาลแบบ “Threshold Assessment” กล่าวคือเป็นการพิจารณาเกณฑ์ขั้นต่ำที่บริษัทจดทะเบียนฯ ควรมีในหัวข้อที่กล่าวมาด้านธรรมาภิบาล และผู้จัดการกองทุนจะใช้คุณภาพการบริหารจัดการด้านธรรมาภิบาลเป็นส่วนหนึ่งในการกำหนดมูลค่าของบริษัทจดทะเบียนฯ ในช่วงเวลาใดๆ 2.3. การอ้างอิงดัชนีชี้วัดที่เกี่ยวกับความยั่งยืน (Investment Benchmark) ตัวชี้วัดของกองทุนนี้ ได้แก่ ดัชนีผลตอบแทนรวม SET Well-Being (SETWB TRI) ในสัดส่วน 100% ซึ่งดัชนีดังกล่าวเป็นดัชนีที่สะท้อนการเคลื่อนไหวของกลุ่มหลักทรัพย์ 30 หลักทรัพย์ใน 7 หมวดธุรกิจที่ประเทศไทยมีศักยภาพในการแข่งขันและเป็นธุรกิจ ที่ผู้ลงทุนต่างชาติให้ความสนใจ ซึ่งการเติบโตของธุรกิจเหล่านี้ มีผลต่อการขยายตัวของ GDP และนำมาสู่การสร้างรายได้แก่คนในประเทศ รวมถึงช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่คนไทย โดยมีแนวทางการคัดเลือกหุ้นเพื่อเป็นองค์ประกอบของดัชนี ดังนี้ • เป็นหลักทรัพย์ใน 7 หมวดธุรกิจ ซึ่งประกอบด้วย หมวดธุรกิจการเกษตร (Agribusiness) หมวดธุรกิจพาณิชย์ (Commerce) หมวดธุรกิจแฟชั่น (Fashion) หมวดธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม (Food and Beverage) หมวดธุรกิจการแพทย์ (Health Care Service) หมวดธุรกิจการท่องเที่ยวและสันทนาการ (Tourism & Leisure) และหมวดธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ (Transportation & Logistics) • มีกำไรอย่างน้อย 2 จาก 3 ปีล่าสุด เมื่อพิจารณาจากงบการเงินรวม • มีสัดส่วนผู้ถือหลักทรัพย์รายย่อย (Free-float) ไม่น้อยกว่า 20% ของทุนชำระแล้ว • จำนวนหุ้นซื้อขายไม่น้อยกว่า 0.5% ของจำนวนหุ้นจดทะเบียนของบริษัท เป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 9 ใน 12 เดือน • มูลค่าตามราคาตลาดสูงสุด 30 อันดับแรก ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถศึกษาวิธีการจัดทำดัชนี (Index Methodologies) ได้ที่ https://www.set.or.th/th/market/index/setwb/profile แหล่งข้อมูล: www.set.or.th ดัชนีผลตอบแทนรวม SET Well-Being (SETWB TRI) ไม่ได้ถูกจัดเป็นดัชนีชี้วัดเกี่ยวกับความยั่งยืน (SRI Benchmark) อย่างไรก็ตาม กองทุนเลือกใช้ดัชนีดังกล่าวเป็นดัชนีชี้วัด เนื่องจากดัชนีผลตอบแทนรวม SET Well-Being (SETWB TRI) มีความสอดคล้องกับนโยบายการลงทุนของกองทุนที่จะลงทุนในตราสารทุนของบริษัทจดทะเบียนฯ ที่เป็นองค์ประกอบของดัชนี SET Well-Being (SETWB) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิกองทุน นอกจากนี้ ดัชนีดังกล่าวประกอบด้วยหมวดธุรกิจที่นำมาสู่การสร้างรายได้แก่คนในประเทศ และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่คนไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ และสามารถสะท้อนการลงทุนอย่างยั่งยืนได้ 2.4. ข้อจำกัดด้านการลงทุน (Investment Restrictions) ผู้จัดการกองทุนจะไม่ลงทุนในหลักทรัพย์ที่อยู่นอกกลุ่มหลักทรัพย์ที่สามารถลงทุนได้ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนแบบ ESG หรือ ESG Universe นอกจากนี้ ผู้จัดการกองทุนจะไม่ลงทุนหรือนำหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ* ดังต่อไปนี้เข้าไปอยู่ในกลุ่มหลักทรัพย์ที่สามารถลงทุนได้ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนแบบ ESG หรือ ESG Universe • แอลกอฮอล์ เครื่องดื่มมึนเมา • ยาสูบ • อาวุธสงคราม • สื่อลามก • การพนัน *โดยเกณฑ์การชี้วัดการเข้าข่ายการธุรกิจดังกล่าว จะใช้เกณฑ์สัดส่วนรายได้ที่มากกว่า 15% 3. ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนของกองทุนรวมเพื่อความยั่งยืน ในบางขณะ บริษัทจดทะเบียนฯ อาจได้รับผลกระทบจากประเด็น หรือเหตุการณ์ด้าน ESG ที่เกิดขึ้น ทั้งในเชิงของความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจของบริษัท ผลกำไรของบริษัท หรือการตอบสนองของราคาหุ้นที่มีความผันผวนมากขึ้น แนวทางการบริหารความเสี่ยง รายละเอียดตามที่ระบุไว้ในข้อ 4 4. แนวทางการดำเนินการ และมาตรการควบคุมผลกระทบในกรณีการลงทุนไม่เป็นตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืนที่ได้กำหนดไว้ สอดคล้องกับนโยบายธรรมาภิบาลการลงทุน (Investment Governance Policy: I Code) ที่กำหนดให้บริษัทจัดการมีการติดตามบริษัทจดทะเบียนฯ ที่ลงทุนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะหากเกิดประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการที่ดี ด้วยเหตุนี้ในบางขณะบริษัทจดทะเบียนฯ ที่อยู่ภายใต้ Investment Universe อาจถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มเฝ้าระวัง (ESG Watch List) ด้วยเหตุการณ์ดังต่อไปนี้ • ผู้จัดการกองทุน และ/หรือ คณะกรรมการด้านความเสี่ยงการลงทุนประเมินว่าบริษัทนั้นๆ มีความเสี่ยงด้าน ESG จากเหตุการณ์ใดๆ ที่เกิดขึ้น • CG Scoring ที่จัดทำโดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ถูกปรับลดต่ำกว่า 3 ดาว ผู้จัดการกองทุนจะต้องทำการตรวจสอบและวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงเหล่านั้น ผ่านการเข้าพบกรรมการและผู้บริหาร (Company Visit and Analyst Meeting) การประชุมทางโทรศัพท์หรือสื่ออิเล็คทรอนิคส์อื่นๆ (Conference Call) โดยไม่ชักช้า และหลังจากที่รวบรวมข้อมูลทั้งหมดแล้ว ผู้จัดการกองทุนจะต้องจัดทำบทสรุปแนวทางการลงทุนเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการด้านความเสี่ยงการลงทุน แนวทางที่กำหนดไว้อาจอยู่ในรูปแบบของ 1. ยังคงให้หลักทรัพย์ดังกล่าวอยู่ใน Investment Universe ต่อไป หรือ 2. ลดสัดส่วนการลงทุน หรือ 3. นำหลักทรัพย์นั้นออกจาก Investment Universe กรณีที่หลักทรัพย์ที่อยู่ใน ESG Watch List และคณะกรรมการด้านความเสี่ยงการลงทุนอนุมัติให้หลักทรัพย์ดังกล่าวสามารถลงทุนได้ต่อ ผู้จัดการกองทุนในฐานะ Risk Owners จะต้องใช้ความระมัดระวังในการลงทุนและติดตามพัฒนาการด้าน ESG อย่างใกล้ชิด หากหลักทรัพย์ที่อยู่ใน ESG Watch List มีพัฒนาการที่ดีด้าน ESG หรือ เหตุการณ์หรือปัจจัยความเสี่ยงด้าน ESG ได้รับการแก้ไขแล้ว ผู้จัดการกองทุนจะต้องจัดทำบทสรุปเพื่อเสนอปลดหลักทรัพย์ดังกล่าวออกจาก ESG Watch List ต่อคณะกรรมการด้านความเสี่ยงการลงทุน 5. แนวทางการใช้สิทธิออกเสียง บริษัทจัดการให้ความสำคัญต่อการมีส่วนร่วมในบริษัทจดทะเบียนฯ ที่ลงทุน (Engagement) โดยมีความเชื่อที่ว่าบริษัทที่มีการบริหารจัดการที่ดี มีความโปร่งใส และใส่ใจผู้ลงทุน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย จะช่วยส่งเสริมให้บริษัทมีการเติบโตที่ยั่งยืนในระยะยาว ทีมจัดการลงทุนมองกระบวนการ Engagement เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการลงทุนหลัก โดยในบริบทของปัจจัยด้าน ESG บริษัทจัดการมุ่งหวังให้บริษัทจดทะเบียนฯ ได้มีการนำหลัก ESG เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจ และสามารถจับต้องได้ผ่านการเชื่อมโยงไปสู่เป้าหมายการพัฒนาอย่างยืนในหัวข้อต่างๆ บริษัทจัดการมีการกำหนดแนวทางการใช้สิทธิออกเสียงอย่างชัดเจนในแต่ละหัวข้อดังต่อไปนี้ 1. งบการเงินและรายงานที่เกี่ยวข้องกับงบการเงิน 2. การแต่งตั้งผู้สอบบัญชี 3. การจ่ายเงินปันผล 4. การกำหนดค่าตอบแทนพนักงานและกรรมการ 5. ประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมต่างๆ 6. การปรับเปลี่ยนโครงสร้างเงินทุน 7. การแก้ไขวัตถุประสงค์การดำเนินธุรกิจ การแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิ 8. การควบรวมกิจการ การขายสินทรัพย์ และรายการพิเศษอื่นๆ 9. รายการที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านความขัดแย้งทางผลประโยชน์ 10. ธรรมาภิบาลและคณะกรรมการบริษัทฯ การกำหนดรายละเอียดการใช้สิทธิออกเสียงในหัวข้อดังกล่าวนอกจากจะครอบคลุมปัจจัยด้านธรรมาภิบาลแล้ว ปัจจุบันยังยกระดับไปสู่การพิจารณาออกเสียงให้มีความเข้มข้นในด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมมากขึ้น เช่น การลงมติอนุมัติหรือไม่อนุมัติในโครงการลงทุนในอนาคตที่มีผลกระทบอย่างมีนัยยะต่อสิ่งแวดล้อม สิทธิมนุษยชน การเมือง หรือการบริหารจัดการต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่มีนัยยะต่อบริษัท เป็นต้น เงื่อนไขในการลงทุนเพิ่มเติม ในกรณีที่มีหุ้นที่กองทุนลงทุน ขอเพิกถอนบริษัทหรือถูกเพิกถอนจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนก่อนวันปรับเปลี่ยนรายชื่อหลักทรัพย์ หรือเกิดเหตุการณ์ที่บริษัทจัดการไม่สามารถลงทุนในหลักทรัพย์ดังกล่าวได้อีกต่อไป เช่น ในกรณีที่หลักทรัพย์นั้นถูกขึ้นเครื่องหมายจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เป็นต้น บริษัทจัดการจะยังคงมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินดังกล่าวต่อไปได้ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการจะพิจารณาลงทุนในหุ้นของบริษัทที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี SET Well-being (SETWB) อื่น แทนหลักทรัพย์ที่เพิกถอนหรือถูกเพิกถอนจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนหรือหลักทรัพย์ที่ไม่สามารถลงทุนได้ดังกล่าว ภายใน 30 วันนับแต่วันที่หลักทรัพย์นั้นเพิกถอนหรือถูกเพิกถอนจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนหรือหลักทรัพย์นั้นไม่สามารถลงทุนได้ กองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ ในสัดส่วนไม่เกิน 100% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยการลงทุนในหน่วยลงทุนดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนของกองทุน ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด ทั้งนี้ กองทุนปลายทางจะไม่สามารถลงทุนย้อนกลับในกองทุนต้นทาง (Circle Investment) และกองทุนปลายทางจะไม่สามารถลงทุนต่อในกองทุนอื่นภายใต้บริษัทจัดการเดียวกันอีก (Cascade Investment) สำหรับส่วนที่เหลือกองทุนอาจลงทุนในตราสารทุน ตราสารหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน เงินฝาก กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน และ/หรือตราสารทางการเงินอื่นๆ ตลอดจนหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือคณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนดหรือให้ความเห็นชอบให้กองทุนลงทุนได้ กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) โดยพิจารณาจากสภาวะตลาดในขณะนั้น กฎข้อบังคับ และปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ทิศทางราคาหลักทรัพย์ อัตราดอกเบี้ย และสภาวะอัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงค่าใช้จ่ายในการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป็นต้น นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนในตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) หรืออาจเข้าทำธุรกรรมประเภทการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) หรือธุรกรรมประเภทการให้ยืมหลักทรัพย์ (Securities Lending) ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือคณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด กองทุนจะไม่ลงทุนในตราสารที่มีอันดับความน่าเชื่อถือที่ตัวตราสารหรือที่ผู้ออกตราสารต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-Investment Grade) และตราสารที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ตัวตราสารและที่ผู้ออกตราสาร (Unrated) อย่างไรก็ตาม กองทุนอาจลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารที่มีอันดับความน่าเชื่อถือที่ตัวตราสารหรือที่ผู้ออกตราสารต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-Investment Grade) เฉพาะกรณีที่ตราสารนั้นได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ตัวตราสารหรือที่ผู้ออกตราสารในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) ขณะที่กองทุนลงทุนเท่านั้น รวมทั้งกองทุนจะไม่ลงทุนในตราสารทุนของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) เว้นแต่เป็นหุ้นที่อยู่ในระหว่างการเสนอขายตราสารต่อประชาชนเป็นการทั่วไปในครั้งแรก (IPO) เพื่อการจดทะเบียนซื้อขายและ/หรือมีการลงทุนในตราสารทุนของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เฉพาะกรณีที่ตราสารทุนนั้นเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ขณะที่กองทุนลงทุนเท่านั้น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนในอนาคตเป็น Fund of Funds หรือ Feeder Fund โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (Risk Profile) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัทจัดการโดยขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตลาด ข้อจำกัดหรือเงื่อนไขในการลงทุน และต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งผู้ถือหน่วยลงทุนล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงการลงทุนดังกล่าว โดยการลงประกาศบนเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ
Investment policy as filed with SEC Thailand.
actual = what the AMC currently charges · max = prospectus ceiling (no actual reported). Annual fees aren’t additive with one-time fees.