K China Private Equity 24B Fund Not for Retail Investors
KASIKORN ASSET MANAGEMENT COMPANY LIMITED · Alternative Assets · settlement T+5
↳ Invests in กองทุน Schroders Capital Private Equity China VI S.C.S. · ลักเซมเบิร์ก
✨Invests primarily in the Schroders Capital Private Equity China VI S.C.S. fund, focusing on high-growth companies in China through venture and growth capital.
กองทุนมีนโยบายที่จะนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศ โดยจะเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน Schroders Capital Private Equity China VI S.C.S. (กองทุนหลัก) ซึ่งมีนโยบายเน้นลงทุนในบริษัทที่มีศักยภาพในการเติบโตสูงในประเทศจีน โดยจะลงทุนส่วนใหญ่ในบริษัทที่เพิ่งเริ่มก่อตั้งกิจการ (Venture Capital) และบริษัทที่อยู่ในช่วงเติบโตและต้องการเงินทุนเพื่อขยายกิจการ (Growth Capital) ผ่านการซื้อขายในตลาดรอง (Secondary market) หรือการร่วมลงทุน (co-investments) กองทุนหลักจัดตั้งขึ้นภายใต้กฎหมายของประเทศลักเซมเบิร์ก (Luxembourg) มีลักษณะเป็น Alternative Investment Fund (AIF) และอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของ Schroders Capital Private Equity China Management S.à r.l. ในฐานะ General Partner ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนในกองทุนหลักในฐานะ Limited Partner โดยไม่มีการกำหนดขั้นต่ำของจำนวนเงินที่ผู้ลงทุนตกลงจะจ่ายให้กับกองทุนหลัก (Commitment) และมีระยะเวลาที่ต้องลงทุนประมาณ 8 ปี 3 เดือน กองทุนจะลงทุนในกองทุนหลักเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) โดยกองทุนหลักอาจลงทุนได้หลายสกุลเงิน เช่น สกุลเงินหยวน (RMB) สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) สกุลยูโร (EUR) เป็นต้น ทั้งนี้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงสกุลเงินที่ลงทุนในภายหลัง โดยถือว่าได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ซึ่งบริษัทจัดการจะคำนึงถึงประโยชน์ของกองทุนเป็นสำคัญ โดยบริษัทจัดการจะประกาศให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ ส่วนที่เหลือ กองทุนอาจลงทุนในตราสารทุน ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตราสารหนี้ เงินฝาก หน่วย CIS หน่วย property หน่วย infra สัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) ตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) รวมทั้งหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นใดทั้งในและต่างประเทศ ตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.กำหนด สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่กองทุนจะเข้าเป็นคู่สัญญา จะมีสินทรัพย์อ้างอิงอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ได้แก่ ทรัพย์สินที่กองทุนสามารถลงทุนได้ อัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยนเงิน เครดิต ทองคำ น้ำมันดิบ หากราคาสินทรัพย์อ้างอิงมีความผันผวนมากหรือทิศทางการลงทุนไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ หรือคู่สัญญาที่ทำธุรกรรมไม่สามารถชำระภาระผูกพันได้ตามกำหนดเวลา อาจทำให้กองทุนขาดทุนจากการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหรือตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝงได้ ทั้งนี้ บริษัทจัดการอาจพิจารณาปรับเปลี่ยนการลงทุนหรือการเข้าทำธุรกรรมให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการจะวิเคราะห์และติดตามปัจจัยที่มีผลกระทบต่อราคาสินทรัพย์อ้างอิง รวมถึงพิจารณาความน่าเชื่อถือของคู่สัญญาก่อนทำธุรกรรมและติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยกองทุนจะเน้นทำธุรกรรมกับคู่สัญญาที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน กองทุนอาจลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non – Investment Grade) และหรือตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) และหลักทรัพย์ที่มิได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) ได้ กองทุนและกองทุนหลักอาจมีการลงทุนหรือการทำธุรกรรมดังต่อไปนี้ โดยมีฐานะการลงทุนสูงสุด (Maximum Limit) ในการลงทุนหรือการทำธุรกรรมดังกล่าว ดังนี้ 1. กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) และตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝงเฉพาะส่วนที่มีลักษณะเป็นสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยมีสัดส่วนการลงทุนไม่เกินร้อยละ 150 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน กองทุนหลักอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อลดความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนเท่านั้น 2. กองทุนอาจกู้ยืมเงินและทำธุรกรรมขายโดยมีสัญญาซื้อคืนเพื่อการลงทุนได้ไม่เกินร้อยละ 50 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน กองทุนหลักอาจกู้ยืมเงินเพื่อการลงทุนได้ไม่เกินร้อยละ 10 ของ Commitment ทั้งหมด และจะไม่ทำธุรกรรมขายโดยมีสัญญาซื้อคืนเพื่อการลงทุน 3. กองทุนจะลงทุนในหน่วย Private Equity โดยมีสัดส่วนการลงทุนไม่เกินร้อยละ 150 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน กองทุนหลักอาจมีสัดส่วนการลงทุนในหน่วย Private Equity ได้ไม่เกินร้อยละ 120 ของ Commitment ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม กองทุนและกองทุนหลักจะไม่ทำธุรกรรมการขายหลักทรัพย์ที่ต้องยืมมาเพื่อการส่งมอบ (Short Sale) นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่นซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของบริษัทจัดการเดียวกันได้ไม่เกินร้อยละ 100 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และกองทุนรวมอื่นนั้นมีการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมใดๆ ที่บริษัทจัดการเดียวกันเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินการต่อไปได้อีกไม่เกิน 1 ทอด ทั้งนี้ กองทุนจะทยอยลงทุนในกองทุนหลักตามที่กองทุนหลักมีการเรียกระดมทุน (Capital Call) ตามระยะเวลาและจำนวนเงินที่กองทุนหลักกำหนด โดยกองทุนหลักมีระยะเวลาเข้าลงทุน (Investment Period) ภายใน 3 ปี นับจากวันที่กองทุนหลักมีการตกลงเพื่อการลงทุนครั้งแรก (Initial Transaction Date) ทั้งนี้ ในระหว่างรอการเรียกระดมทุน (Capital Call) จากกองทุนหลัก กองทุนจะนำเงินไปลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินสภาพคล่องตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน เพื่อให้สอดคล้องกับกำหนดการเรียกระดมทุน (Capital Call) จากกองทุนหลัก อย่างไรก็ตาม การที่กองทุนมีการทยอยลงทุนในกองทุนหลัก อาจทำให้มีบางช่วงเวลาที่อัตราส่วนการลงทุนในกองทุนหลักไม่เป็นไปตามอัตราส่วนการลงทุนที่กำหนดสำหรับกองทุนรวมฟีดเดอร์ได้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตเป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds) หรือเป็นกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในสินทรัพย์ประเภท Private Equity ได้ หรือสามารถกลับมาเป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund) โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (risk profile) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตลาดและเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน โดยบริษัทจัดการจะประกาศให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงประเภทกองทุนดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ ลักษณะสำคัญของกองทุน Schroders Capital Private Equity China VI S.C.S. (กองทุนหลัก) : ชื่อกองทุนหลัก Schroders Capital Private Equity China VI S.C.S. วันจัดตั้งกองทุนหลัก 22 มีนาคม 2566 วันปิดรับนักลงทุนรอบแรก (Initial Closing Date) 6 ธันวาคม 2566 วันที่กองทุนหลักมีการตกลงเพื่อการลงทุนครั้งแรก (Initial Transaction Date) 6 มีนาคม 2567 สกุลเงิน ดอลลาร์สหรัฐ (USD) อายุกองทุน ประมาณ 7 ปี ภายหลังจากวันปิดรับนักลงทุนรอบแรก (Initial Closing Date) โดย General Partner อาจใช้ดุลยพินิจในการขยายอายุของกองทุนหลักได้อีก 2 ครั้ง ครั้งละ 1 ปี General Partner Schroders Capital Private Equity China Management S.à r.l. ซึ่งมีหน้าที่ในการบริหารจัดการและดำเนินการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกองทุนหลัก และเป็นผู้แต่งตั้ง Portfolio Manager ของกองทุนหลัก รวมทั้งควบคุมและติดตามการทำงานด้านการจัดการลงทุนของ Portfolio Manager Portfolio Manager Schroders Capital Management (Switzerland) AG ซึ่งแต่งตั้งโดย General Partner เพื่อทำหน้าที่บริหารจัดการการลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ๆ และจัดการความเสี่ยงของกองทุนหลัก Founder Partner Schroders Capital Private Equity China Partners VI L.P. ซึ่งจะลงทุนในกองทุนหลักไม่น้อยกว่าร้อยละ 1 ของ Commitment ทั้งหมด Limited Partner ผู้ลงทุนในกองทุนหลัก ได้แก่ Founder Partner กองทุนเปิดเค ไชน่า ไพรเวทอิควิตี้ 24B ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย (กองทุน) และผู้ลงทุนรายอื่น Administrator Ocorian Services (Luxembourg) S.à r.l. ผู้สอบบัญชี Ernst & Young SA การเสนอขายหน่วยลงทุน กองทุนหลักอาจเปิดรับนักลงทุนเพิ่มเติมได้ภายใน 12 เดือนนับจากวันปิดรับนักลงทุนรอบแรก (Initial Closing Date) การรับซื้อคืนหน่วยลงทุน กองทุนหลักไม่เปิดให้ขายคืนตามดุลยพินิจ แต่จะมีการจัดสรรผลตอบแทน (Distribution) ระหว่างอายุกองทุน และจะคืนเงินคงเหลือทั้งหมดในงวดสุดท้ายเมื่อเลิกกองทุน การจัดสรรผลตอบแทน (Distribution) กองทุนหลักมีการจัดสรรผลตอบแทน โดยขั้นตอนการจัดสรรผลตอบแทนเป็นไปตามหัวข้อ การชำระคืนเงินต้นและจัดสรรผลตอบแทนของกองทุน Schroders Capital Private Equity China VI S.C.S. (กองทุนหลัก) ระยะเวลาเข้าลงทุน (Investment Period) กองทุนหลักมีระยะเวลาเข้าลงทุน (Investment Period) ภายใน 3 ปี นับจากวันที่กองทุนหลักมีการตกลงเพื่อการลงทุนครั้งแรก (Initial Transaction Date) ทั้งนี้ กองทุนหลักสามารถลงทุนได้เฉพาะในช่วงระยะเวลาเข้าลงทุนเท่านั้น ยกเว้น (1) การลงทุนที่อยู่ระหว่างดำเนินการและไม่เสร็จสิ้นภายในระยะเวลาเข้าลงทุน ซึ่งการลงทุนดังกล่าวอาจเสร็จสิ้นหลังจากสิ้นสุดระยะเวลาเข้าลงทุน และ (2) การลงทุนที่สืบเนื่องจากทรัพย์สินเดิม (Follow-on Investments) และการปรับโครงสร้างการลงทุน ซึ่งอาจกระทำเมื่อใดก็ได้ภายในอายุของกองทุนหลัก ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย - ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจาก Limited Partner ที่เข้าลงทุนภายหลังจากการเรียกระดมทุนครั้งแรก : Limited Partner ที่เข้าลงทุนภายหลังจากการเรียกระดมทุนครั้งแรก จะต้องชำระเงินส่วนเพิ่ม (Additional Amount) ให้กับ Limited Partner รายเดิม เป็นจำนวนเงินดังนี้ จำนวนเงินที่ Limited Partner รายใหม่ต้องจ่ายเพื่อทำให้สัดส่วนเงินที่ถูกเรียกระดมทุน (Capital Call) ของแต่ละ Limited Partner เท่ากัน คูณด้วย [อัตราดอกเบี้ยอ้างอิง (Reference Rate) ในวันที่ Limited Partner รายใหม่เข้าลงทุน + ร้อยละ 4 ต่อปี] คูณด้วย จำนวนวันตั้งแต่วันที่มีการเรียกระดมทุนครั้งแรกถึงวันที่ Limited Partner รายใหม่เข้าลงทุน หารด้วย 365 วัน โดยจำนวนเงินที่ปรับให้สัดส่วนการลงทุนของทุก Limited Partner เท่ากัน จะคำนวณโดย General Partner และ Reference Rate จะเป็นอัตราที่สูงกว่าระหว่าง (1) อัตราดอกเบี้ยการกู้ยืมเงินระยะข้ามคืน (Secured Overnight Financing Rate: SOFR) เฉลี่ยรายวันสำหรับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ที่กำหนดโดยธนาคารกลางแห่งรัฐนิวยอร์ก ถ้าหากอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวยุติการเผยแพร่ ให้ใช้อัตราดอกเบี้ยเงินฝากเทียบเท่าที่สอดคล้องกับอัตราดอกเบี้ยดังกล่าว หรือในกรณีที่ไม่มีอัตราดอกเบี้ยอื่นใดทดแทน ให้ใช้อัตราดอกเบี้ยที่ General Partner เป็นผู้กำหนด กับ (2) อัตราร้อยละ 0 - ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) : (1) ในช่วงตั้งแต่วันที่กองทุนหลักมีการตกลงเพื่อการลงทุนครั้งแรก (Initial Transaction Date) จนถึงวันสุดท้ายของเดือนธันวาคมของปีที่ระยะเวลาเข้าลงทุนสิ้นสุดลง จะคิดในอัตราร้อยละ 0.75 ต่อปีของ Commitment ในกองทุนหลัก (2) หลังจากช่วงระยะเวลาตามข้อ (1) จะคิดในอัตราดังต่อไปนี้ แล้วแต่อัตราใดจะสูงกว่า (2.1) ร้อยละ 0.75 ต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลักที่เป็นส่วนของกองทุน (2.2) ร้อยละ 0.30 ต่อปีของ Commitment ในกองทุนหลัก - ค่าธรรมเนียมในบริการดำเนินงานกองทุนหลัก (Fund Administration Service Fee) : ร้อยละ 0.10 ต่อปีของ Commitment ในกองทุนหลัก - ค่าใช้จ่ายในการจัดตั้งกองทุนและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของกองทุนหลัก (Organizational Expenses) : เรียกเก็บตามจริง รายงานมูลค่าทรัพย์สิน (Valuation Report) กองทุนหลักจะจัดทำ Valuation Report ทุกสิ้นปี และส่งให้ Limited Partner ภายใน 180 วันนับจากวันสิ้นปี ทั้งนี้ กองทุนหลักจะมีการจัดทำ Unaudited Valuation Report ทุกสิ้นไตรมาสและส่งให้ Limited Partner เมื่อจัดทำแล้วเสร็จโดยไม่ชักช้า วัตถุประสงค์การลงทุนและนโยบายการลงทุน กองทุนหลักมีวัตถุประสงค์สร้างผลตอบแทนจากการลงทุนเพื่อเพิ่มมูลค่าเงินทุนในระยะยาว โดยมีนโยบายเน้นลงทุนในบริษัทที่มีศักยภาพในการเติบโตสูงในประเทศจีน โดยจะลงทุนส่วนใหญ่ในบริษัทที่เพิ่งเริ่มก่อตั้งกิจการ (Venture Capital) และบริษัทที่อยู่ในช่วงเติบโตและต้องการเงินทุนเพื่อขยายกิจการ (Growth Capital) ผ่านการซื้อขายในตลาดรอง (Secondary market) หรือการร่วมลงทุน (Co-investments) ทั้งนี้ กองทุนหลักจะมุ่งเน้นลงทุนในอุตสาหกรรมที่ได้รับประโยชน์จากการเติบโตของการบริโภค เช่น อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการอุปโภคและบริโภค (consumer) การบริการทางธุรกิจ (business services) เทคโนโลยี (technology) และสุขภาพ (healthcare) เป็นต้น อย่างไรก็ตาม กองทุนหลักอาจมีการลงทุนในกลุ่มธุรกิจและกลยุทธ์อื่นใดได้และลงทุนนอกประเทศจีนได้ไม่เกินร้อยละ 20 ของ Commitment ทั้งหมด ทั้งนี้ ในกรณีที่เป็นการลงทุนในสกุลเงินหยวน (RMB) กองทุนหลักจะลงทุนผ่านนิติบุคคลเฉพาะกิจที่จัดตั้งโดย General Partner (QFLP SPV) ซึ่งอยู่ภายใต้โครงการลงทุน Qualified Foreign Limited Partner (QFLP) กองทุนหลักอาจลงทุนเป็นการชั่วคราวในเงินฝากธนาคารหรือตราสารตลาดเงินที่มีอันดับความน่าเชื่อถือระยะสั้นอยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ โดยไม่ต่ำกว่าอันดับ A1 หรือ P1 ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ฟรังก์สวิส ปอนด์สเตอร์ลิง ยูโร หรือสกุลเงินอื่น ๆ ทั้งนี้ ในช่วงระยะเวลาเข้าลงทุน (Investment Period) กองทุนหลักอาจมีไว้ซึ่งเงินฝากธนาคารได้ถึงร้อยละ 100 ของเงินลงทุนทั้งหมดของกองทุนหลัก สำหรับการลงทุนในตลาดรอง (Secondary market) หรือการร่วมลงทุน (Co-investments) กองทุนหลักจะลงทุนในแต่ละสินทรัพย์ (Single Investment) ได้ไม่เกินร้อยละ 30 ของ Commitment ทั้งหมด กองทุนหลักอาจกู้ยืมเงินเพื่อการลงทุน โดยจะมีระยะเวลาไม่เกิน 12 เดือนและกองทุนหลักอาจมีการนำทรัพย์สินไปค้ำประกันการก่อภาระผูกพันของกองทุนหลักได้ ทั้งนี้ เงินกู้ยืมของกองทุนหลักจะไม่เกินกว่าร้อยละ 10 ของ Commitment ทั้งหมดในกองทุนหลัก นอกจากนี้ กองทุนหลักอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อลดความเสี่ยง (Hedging) ได้ตามความเหมาะสม การชำระคืนเงินต้นและจัดสรรผลตอบแทนของกองทุน Schroders Capital Private Equity China VI S.C.S. (กองทุนหลัก) หลังจากชำระค่าใช้จ่ายและหนี้สินของกองทุนหลักแล้ว (ไม่รวมถึงค่าธรรมเนียมการจัดการให้ General Partner) จำนวนเงินที่สามารถจัดสรรได้จะถูกจัดสรรตามสัดส่วน โดยมีลำดับการจัดสรรดังต่อไปนี้ (1) จัดสรรให้แก่ General Partner เพื่อชำระค่าธรรมเนียมการจัดการกองทุนหลัก (Management Fee) (2) เมื่อจัดสรรตามข้อ (1) แล้ว จะจัดสรรให้แก่ Limited Partner ซึ่งในที่นี้หมายรวมถึงกองทุน K-CHAPE24B-UI และ Founder Partner ในฐานะผู้ลงทุนในกองทุนหลัก จนกว่าแต่ละ Limited Partner จะได้รับเงินเป็นจำนวนเท่ากับจำนวนเงินลงทุนที่ได้ลงทุนไป บวกด้วยผลตอบแทน (Preferred Return) โดยคำนวณจากอัตราร้อยละ 8 ของ Commitment ที่ยังไม่มีการจ่ายกลับคืน (Outstanding Commitments) (3) เมื่อจัดสรรตามข้อ (2) แล้ว หากยังมีผลตอบแทนส่วนเกิน จะจัดสรรให้แก่ Founder Partner จนกว่า Founder Partner จะได้รับเงินเป็นจำนวนเท่ากับร้อยละ 12.5 ของผลรวมของผลตอบแทน (Preferred Return) ที่จัดสรรให้กับ Limited Partner ตามข้อ (2) กับจำนวนเงินที่จัดสรรให้กับ Founder Partner ตามข้อ (3) นี้ (4) เมื่อจัดสรรตามข้อ (3) แล้ว หากยังมีผลตอบแทนส่วนเกิน จะจัดสรรให้แก่ Limited Partner ในอัตราร้อยละ 87.5 และให้กับ Founder Partner ในอัตราร้อยละ 12.5 ของผลตอบแทนส่วนเกินดังกล่าว ตัวอย่างขั้นตอนการชำระคืนเงินต้นและจัดสรรผลตอบแทนของกองทุนหลัก ตัวเลขและข้อมูลดังต่อไปนี้ เป็นเพียงตัวอย่างการคำนวณเพื่อประกอบการอธิบายการจัดสรรผลตอบแทนและการชำระเงินคืน ดังนั้น จึงมิได้เป็นการรับประกันว่าตัวเลขในตารางเป็นผลการดำเนินงานที่กองทุนหลักสามารถทำได้และไม่ใช่ผลตอบแทนที่ผู้ลงทุนได้รับจริง วันที่ งวดที่คืนเงิน กระแสเงินสด* (ล้านบาท) กระแส เงินสด สะสม* (ล้านบาท) ผลตอบแทน (Preferred return 8%) ผลตอบแทนสะสม (Cumulative preferred return) (ล้านบาท) กระแสเงินสดของ Partner แต่ละราย หมายเหตุ กองทุน K-CHAPE24B-UI Limited Partner (LP) รายอื่น Founder Partner 30/9/67 -100 -100 -60.00 -39.00 -1.00 สัดส่วนเงินลงทุนในกองทุนหลัก: กองทุน K-CHAPE24B-UI 60%, LP อื่น 39% และ Founder Partner 1% 30/9/68 1 4 -96 8.00 8.00 2.40 1.56 0.04 กองทุน K-CHAPE24B-UI, LP อื่น และ Founder Partner ได้รับเงินต้นคืน ตามสัดส่วนเงินที่ลงทุน 31/3/69 2 5 -91 3.84 11.84 3.00 1.95 0.05 กองทุน K-CHAPE24B-UI, LP อื่น และ Founder Partner ได้รับเงินต้นคืน ตามสัดส่วนเงินที่ลงทุน 30/9/69 3 6 -85 3.64 15.48 3.60 2.34 0.06 กองทุน K-CHAPE24B-UI, LP อื่น และ Founder Partner ได้รับเงินต้นคืน ตามสัดส่วนเงินที่ลงทุน 31/3/70 4 13 -72 3.40 18.88 7.80 5.07 0.13 กองทุน K-CHAPE24B-UI, LP อื่น และ Founder Partner ได้รับเงินต้นคืน ตามสัดส่วนเงินที่ลงทุน 30/9/70 5 18 -54 2.88 21.76 10.80 7.02 0.18 กองทุน K-CHAPE24B-UI, LP อื่น และ Founder Partner ได้รับเงินต้นคืน ตามสัดส่วนเงินที่ลงทุน 31/3/71 6 20 -34 2.16 23.92 12.00 7.80 0.20 กองทุน K-CHAPE24B-UI, LP อื่น และ Founder Partner ได้รับเงินต้นคืน ตามสัดส่วนเงินที่ลงทุน 30/9/71 7 22 -12 1.36 25.28 13.20 8.58 0.22 กองทุน K-CHAPE24B-UI, LP อื่น และ Founder Partner ได้รับเงินต้นคืน ตามสัดส่วนเงินที่ลงทุน 31/3/72 8 12 0 0.48 25.76 7.20 4.68 0.12 กองทุน K-CHAPE24B-UI, LP อื่น และ Founder Partner ได้รับเงินต้นคืนครบตามจำนวนที่ลงทุน 30/9/72 9 35 35 - - 18.37 11.95 4.68 จำนวนเงิน 35 ล้านบาทที่ได้รับในงวดนี้ จะจัดสรรตามลำดับดังต่อไปนี้: 1. จัดสรรผลตอบแทน (Preferred return) ให้กองทุน K-CHAPE24B-UI, LP อื่น และ Founder Partner ตามสัดส่วนเงินที่ลงทุน ซึ่งผลตอบแทนสะสม (Cumulative preferred return) ทั้งหมดที่กองทุนหลักต้องจ่ายเท่ากับ 25.76 ล้านบาท โดยจะแบ่งให้ 1.1. กองทุน K-CHAPE24B-UI จำนวน 15.45 ล้านบาท (25.76 * 60%) 1.2. LP อื่น จำนวน 10.05 ล้านบาท (25.76 * 39%) 1.3. Founder Partner จำนวน 0.26 ล้านบาท (25.76 * 1%) คงเหลือเงิน 35 - 25.76 = 9.24 ล้านบาท 2. จัดสรรให้ Founder partner จนกว่าจะได้เงินเป็นจำนวนเท่ากับ 12.50% ซึ่งคำนวณโดยการเทียบผลตอบแทน (Preferred return) ในข้อ (1) จำนวน 25.76 ล้านบาท เป็น 87.50% ดังนั้น อีก 12.50% ที่จะต้องจ่ายให้ Founder Partner คิดเป็นเงิน 3.68 ล้านบาท คงเหลือเงิน 9.24 - 3.68 = 5.56 ล้านบาท 3. จัดสรรเงินที่เหลือ 5.56 ล้านบาทให้กองทุน K-CHAPE24B-UI, LP อื่น และ Founder Partner โดยจะแบ่งเป็น 3.1. ส่วน 87.50% จะแบ่งให้กองทุน K-CHAPE24B-UI, LP อื่น และ Founder Partner ตามสัดส่วนเงินที่ลงทุน โดยจะแบ่งให้ 3.1.1. กองทุน K-CHAPE24B-UI จำนวน 2.92 ล้านบาท (5.56 * 87.50% * 60%) 3.1.2. LP อื่น จำนวน 1.90 ล้านบาท (5.56 * 87.50% * 39%) 3.1.3. Founder Partner จำนวน 0.05 ล้านบาท (5.56 * 87.50% * 1%) 3.2. ส่วน 12.50% จะแบ่งให้ Founder Partner จำนวน 0.69 ล้านบาท (5.56 * 12.5%) สรุปเงินที่ได้คืนงวดที่ 9 แบ่งเป็น - กองทุน K-CHAPE24B-UI ได้รับเงิน 15.45 + 2.92 = 18.37 ล้านบาท - LP อื่น ได้รับเงิน 10.05 + 1.90 = 11.95 ล้านบาท - Founder partner ได้รับเงิน 0.26 + 3.68 + 0.05 + 0.69 = 4.68 ล้านบาท 31/3/73 10 20 55 - - 10.50 6.83 2.67 จัดสรรเงิน 20 ล้านบาทให้กองทุน K-CHAPE24B-UI, LP อื่น และ Founder Partner โดยจะแบ่งเป็น 1. ส่วน 87.50% จะแบ่งให้กองทุน K-CHAPE24B-UI, LP อื่น และ Founder Partner ตามสัดส่วนเงินที่ลงทุน โดยจะแบ่งให้ 1.1. กองทุน K-CHAPE24B-UI จำนวน 10.50 ล้านบาท (20 * 87.50% * 60%) 1.2. LP อื่น จำนวน 6.83 ล้านบาท (20 * 87.50% * 39%) 1.3. Founder Partner จำนวน 0.17 ล้านบาท (20 * 87.50% * 1%) 2. ส่วน 12.50% จะแบ่งให้ Founder Partner จำนวน 2.50 ล้านบาท (20 * 12.5%) สรุปเงินที่ได้คืนงวดที่ 10 แบ่งเป็น - กองทุน K-CHAPE24B-UI ได้รับเงิน 10.50 ล้านบาท - LP อื่น ได้รับเงิน 6.83 ล้านบาท - Founder partner ได้รับเงิน 0.17 + 2.50 = 2.67 ล้านบาท 30/9/73 11 8 63 - - 4.20 2.73 1.07 จัดสรรเงิน 8 ล้านบาทให้กองทุน K-CHAPE24B-UI, LP อื่น และ Founder Partner โดยจะแบ่งเป็น 1. ส่วน 87.50% จะแบ่งให้กองทุน K-CHAPE24B-UI, LP อื่น และ Founder Partner ตามสัดส่วนเงินที่ลงทุน โดยจะแบ่งให้ 1.1. กองทุน K-CHAPE24B-UI จำนวน 4.20 ล้านบาท (8 * 87.50% * 60%) 1.2. LP อื่น จำนวน 2.73 ล้านบาท (8 * 87.50% * 39%) 1.3. Founder Partner จำนวน 0.07 ล้านบาท (8 * 87.50% * 1%) 2. ส่วน 12.50% จะแบ่งให้ Founder Partner จำนวน 1.00 ล้านบาท (8 * 12.5%) สรุปเงินที่ได้คืนงวดที่ 11 แบ่งเป็น - กองทุน K-CHAPE24B-UI ได้รับเงิน 4.20 ล้านบาท - LP อื่น ได้รับเงิน 2.73 ล้านบาท - Founder partner ได้รับเงิน 0.07 + 1.00 = 1.07 ล้านบาท รวม 33.07 21.51 8.42 สรุปเงินที่ได้คืนตั้งแต่งวดที่ 1-11 - กองทุน K-CHAPE24B-UI ได้รับเงินทั้งสิน 93.07 ล้านบาท (เงินลงทุน 60 ล้านบาท และผลตอบแทน 33.07 ล้านบาท) - LP อื่น ได้รับเงินทั้งสิน 60.51 ล้านบาท (เงินลงทุน 39 ล้านบาท และผลตอบแทน 21.51 ล้านบาท) - Founder partner ได้รับเงินทั้งสิ้น 9.42 ล้านบาท (เงินลงทุน 1 ล้านบาท และผลตอบแทน 8.42 ล้านบาท) * กระแสเงินที่กองทุนหลักจัดสรรเป็นยอดสุทธิหลังหักค่าธรรมเนียมการจัดการกองทุนหลัก การสรุปสาระสำคัญในส่วนของกองทุน Schroders Capital Private Equity China VI S.C.S. (กองทุนหลัก) ได้ถูกคัดเลือกมาเฉพาะส่วนที่สำคัญและจัดแปลมาจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ ดังนั้น ในกรณีที่มีความแตกต่างหรือไม่สอดคล้องกับต้นฉบับภาษาอังกฤษให้ถือตามต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นเกณฑ์ ทั้งนี้ หากกองทุนหลักมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลข้างต้นใด ๆ ซึ่งบริษัทจัดการเห็นว่าไม่มีนัยสำคัญ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงข้อมูลดังกล่าวเพื่อให้สอดคล้องกับกองทุนหลัก
Investment policy as filed with SEC Thailand.
actual = what the AMC currently charges · max = prospectus ceiling (no actual reported). Annual fees aren’t additive with one-time fees.