Krungsri Finnoventure PE Y2033 Fund-Not for Retail Investors
KRUNGSRI ASSET MANAGEMENT COMPANY LIMITED · Alternative Assets
✨Invests primarily in private equity, focusing on venture capital for startups in technology sectors such as fintech, e-commerce, and automotive, both domestically and internationally.
1. กองทุนมีนโยบายที่จะเน้นลงทุนในหน่วย private equity โดยไม่จำกัดอัตราส่วน สามารถมีสัดส่วนการลงทุนในหน่วย private equity สูงสุดร้อยละ 100 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ผ่านการลงทุนใน PE ทรัสต์ 2. PE ทรัสต์ ชื่อ ฟินโนเวนเจอร์ ไพรเวท อิควิตี้ ทรัสต์ I ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อระดมเงินลงทุนแบบจำกัดจำนวนผู้ลงทุนที่มีคุณสมบัติเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมลงทุนในลักษณะของ Venture Capital (VC) ในกิจการ Start-up ของบริษัทเอกชนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ทั้งในและต่างประเทศ และเป็นกิจการ Start-up ที่มีเทคโนโลยีที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของอุตสาหกรรมนั้นๆ ได้แก่ การเงิน (Financial tech) พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-Commerce) และ ยานยนต์ (Automotive) เป็นต้น 3. PE ทรัสต์ดังกล่าวจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุน พ.ศ. 2550 โดยมีบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) (“MFC”) เป็นทรัสตี ซึ่งมีหน้าที่ในการจัดการ PE ทรัสต์ และมีบริษัท กรุงศรี ฟินโนเวต จำกัด เป็นผู้จัดการทรัสต์ ซึ่งทำหน้าที่ในการจัดการลงทุน ทั้งนี้ บริษัท กรุงศรี ฟินโนเวต จำกัด เป็นบริษัทร่วมลงทุน (Corporate Venture Capital : CVC) จัดตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2560 อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย มีธนาคารกรุงศรีเป็นผู้ถือหุ้น 100% บริษัท กรุงศรี ฟินโนเวต จำกัด มีประสบการณ์การลงทุนมากกว่า 15 Start-up รวมเงินลงทุนมากกว่า 1,500 ล้านบาท และนับเป็นหนึ่งในสถาบันการเงินที่เป็นพันธมิตรร่วมงานกับ Start-up มากที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และยังเป็นที่ยอมรับจากหลากหลายสถาบันชั้นนำ 4. กองทุนมีประมาณการผลตอบแทนภายใต้สถานการณ์เชิงลบอย่างมากที่สุด (worst case scenario) จากการที่ PE ทรัสต์ มีการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน ไม่เกินร้อยละ 5 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน 5. PE ทรัสต์ มีกำหนดเงินเรียกลงทุนทั้งหมด (Total Committed Capital) ประมาณ 3,000 ล้านบาท ทั้งนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการทรัสต์ โดย PE ทรัสต์ มีอายุโครงการ 10 ปี และสามารถต่ออายุได้ 2 ครั้งๆ ละ 1 ปี หากยังมีทรัพย์สินใน PE ทรัสต์เหลืออยู่และผู้จัดการทรัสต์พิจารณาแล้วเห็นว่าการต่ออายุออกไปจะเป็นประโยชน์กับผู้ถือหน่วยลงทุนมากกว่า ทั้งนี้ อาจเลิกโครงการก่อน 12 ปีได้หากผู้จัดการทรัสต์ใช้ดุลยพินิจเลิก PE ทรัสต์ 6. กองทุนไม่กำหนด minimum committed capital โดยกองทุนจะทยอยลงทุนตามที่ PE ทรัสต์มีการเรียกระดมทุน (Capital call) ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 คราวๆ ละประมาณร้อยละ 50 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน หรือเป็นไปตามระยะเวลาหรือจำนวนที่ผู้จัดการ ทรัสต์กำหนด โดยในระหว่างรอเรียกระดมทุนนี้ กองทุนจะลงทุนในตราสารที่มีความเสี่ยงต่ำและสภาพคล่องสูง เช่น ตราสารภาครัฐ และเงินฝากธนาคาร เป็นต้น 7. กองทุนอาจลงทุนในตราสารทุน ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตราสารหนี้และ/หรือเงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก ตราสาร Basel III หน่วย CIS หน่วยลงทุนของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ หรือกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) และ/หรือกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศ 8. กองทุนอาจลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-Investment grade) ตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) หรือตราสารทุนของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) โดยไม่จำกัดอัตราส่วน 9. บริษัทจัดการอาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินหรือไม่ก็ได้ โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัทจัดการ ซึ่งจะพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราในสกุลเงินต่างประเทศที่อาจเกิดขึ้นได้จากการลงทุนในต่างประเทศตามความเหมาะสมและสภาวการณ์ในแต่ละขณะ อย่างไรก็ดี กรณีกองทุนมีสัดส่วนการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเกินมูลค่าความเสี่ยงที่มีอยู่ อาจเนื่องจากการไม่ได้รับทราบข้อมูลการลงทุนในทันที หรือสาเหตุอื่นใดที่อยู่นอกเหนือการควบคุม โดยมิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อหาผลตอบแทน บริษัทจัดการจะดำเนินการปรับลดสัดส่วนการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าโดยพลันนับแต่วันที่รับทราบข้อมูล เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน 10. กองทุนอาจลงทุนในตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Notes) 11. กองทุนจะไม่ทำธุรกรรมการขายหลักทรัพย์ที่ไม่มีอยู่ในครอบครอง (Short Sale) การขายโดยมีสัญญาซื้อคืน (Repurchase Agreement) และการกู้ยืม เว้นแต่การกู้ยืมและ repo เพื่อการบริหารสภาพคล่องของกองทุนรวมตามหลักเกณฑ์เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ประกาศกำหนดเท่านั้น 12. ส่วนที่เหลืออาจจะลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศ ตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนดให้ลงทุนได้ สรุปข้อมูลสำคัญที่ผู้ลงทุนควรทราบเกี่ยวกับ PE ทรัสต์: ฟินโนเวนเจอร์ ไพรเวท อิควิตี้ ทรัสต์ I ชื่อ PE ทรัสต์ ฟินโนเวนเจอร์ ไพรเวท อิควิตี้ ทรัสต์ I ประเภทของกองทรัสต์ กองทรัสต์เพื่อกิจการเงินร่วมลงทุน ( PE Trust) อายุ PE ทรัสต์ 10 ปี และต่ออายุได้อีก 2 ครั้งๆ ละ 1 ปี หากยังมีทรัพย์สินใน PE ทรัสต์เหลืออยู่และผู้จัดการทรัสต์พิจารณาแล้วเห็นว่าการต่ออายุออกไปจะเป็นประโยชน์กับผู้ถือหน่วยลงทุนมากกว่า ผู้จัดการทรัสต์ บริษัท กรุงศรี ฟินโนเวต จำกัด บริษัท กรุงศรี ฟินโนเวต จำกัด (“กรุงศรี ฟินโนเวต”) จัดตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2560 เป็นบริษัทร่วมลงทุน (Corporate Venture Capital : CVC) ในเครือกรุงศรี ซึ่งมีพันธกิจสําคัญในการสนับสนุนธุรกิจสตาร์ทอัพ (Start-up) ด้านฟินเทคและเทคโนโลยีที่เกียวข้องด้านการธนาคารทั้งในประเทศไทยและประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อเติบโตไปยังเป้าหมายที่วางไว้ ผ่านกิจกรรมหลัก ได้แก่ การลงทุนเพื่อสร้างธุรกิจสตาร์ทอัพใหม่ๆ และโครงการบ่มเพาะธุรกิจ Start-up ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ และการร่วมลงทุน โดยได้รับการสนับสนุนและความร่วมมือมือจากหน่วยงานต่างๆ ของกรุงศรี กรุงศรี ฟินโนเวต มีประสบการณ์การลงทุนมานานกว่า 4 ปี ในกว่า 15 กิจการ Start-up รวมเงินลงทุนมากกว่า 1,500 ล้านบาท และยังเป็นสถาบันการเงินที่เป็นพันธมิตรร่วมงานกับ Start-up จำนวนมากที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากกว่า 63 บริษัท กว่า 106 โครงการ และส่งเสริมการทำงานด้านนวัตกรรมของกรุงศรีและบริษัทในเครือมากกว่า 37 หน่วยธุรกิจ ประกอบกับความแข็งแกร่งของกรุงศรีและมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (MUFG) ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มสถาบันทางการเงินชั้นนำระดับโลก อีกทั้ง MUFG มีเครือข่ายที่แข็งแกร่งซึ่งสามารถสร้างความสำเร็จและการเติบโตที่เข้มแข็งให้กับกองทุน ทรัสตี บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) วัตถุประสงค์การลงทุน ทรัสต์จัดตั้งขึ้นเพื่อระดมเงินลงทุนแบบจำกัดจำนวนผู้ลงทุนที่มีคุณสมบัติเป็นไปตามเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมลงทุนในลักษณะของ Venture Capital (VC) ในกิจการ Start-up ของบริษัทเอกชนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ทั้งในและต่างประเทศ โดยเป็นกิจการ Start-up ที่มีเทคโนโลยีที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของอุตสาหกรรมนั้นๆ ได้แก่ การเงิน (Financial tech) พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-Commerce) และ ยานยนต์ (Automotive) เป็นต้น นโยบายการลงทุน 1. ลงทุนในตราสารทุน ตราสารที่เกี่ยวข้องกับตราสารทุน และเงินกู้แปลงสภาพ (Convertible Debt) 2. เน้นลงทุนใน 3 กลุ่มธุรกิจ ได้เเก่ เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการเงิน (Financial tech) พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-Commerce) และยานยนต์ (Automotive) ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ ประเทศไทย อินโดนีเซีย ฟิลลิปปินส์ สิงคโปร์ เวียดนาม 3. เงินลงทุนที่ได้รับชำระแล้วจากผู้ลงทุน (Capital Contribution) ซึ่งยังไม่ได้นำไปลงทุนในกิจการ Start-up อาจนำไปลงทุนชั่วคราว (Temporary Investments) ในสินทรัพย์สภาพคล่องระยะสั้น เพื่อรอการลงทุนในกิจการ Start-up และ/หรือเพื่อใช้ชำระค่าธรรมเนียมใดๆ หนี้สิ้น ค่าใช้จ่ายอื่นๆ หรืออาจนำไปจัดสรรคืนให้กับผู้ลงทุนหากเงินดังกล่าวไม่ได้ถูกนำไปใช้ลงทุน โดยให้เป็นไปตามดุลพินิจของผู้จัดการทรัสต์ ทั้งนี้ กองทรัสต์อาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) โดยมีอัตราส่วนการลงทุนสูงสุดไม่เกิน 5% ของ NAV และเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเงิน โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการทรัสต์ และไม่มีการกู้ยืม เว้นแต่การกู้ยืมเพื่อการบริหารสภาพคล่องของกองทรัสต์ ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ประกาศกำหนด 4. การลงทุนชั่วคราว (Temporary Investments) ข้างต้น ได้แก่ เงินลงทุนในสินทรัพย์ต่อไปนี้ (ก) เงินสดหรือรายการเทียบเท่าเงินสด (ข) หลักทรัพย์ในความต้องการของตลาดที่แสดงถึงความเป็นเจ้าหนี้โดยตรง (Marketable Direct Obligations) ซึ่งออกหรือค้ำประกันอย่างไม่มีเงื่อนไขโดยรัฐบาลของแต่ละประเทศ หรือออกโดยหน่วยงานของรัฐ ที่มีอายุไม่เกินหนึ่งปีนับจากวันที่ได้มาซึ่งหลักทรัพย์ดังกล่าว (ค) ตราสารในตลาดเงิน ตราสารพาณิชย์ หรือตราสารหนี้ระยะสั้นอื่น ๆ ซึ่ง ณ วันที่กองทรัสต์เข้าลงทุน มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับสูงสุดสองอันดับแรก จากการจัดอันดับโดย Standard & Poor's Ratings Services หรือ Moody's Investors Services, Inc. หรือผู้รับช่วงของสถาบันจัดอันดับดังกล่าว (หรือสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระหว่างประเทศอื่นใด) หรือหน่วยงานที่ได้รับใบอนุญาตให้ดำเนินธุรกิจเป็นสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือในประเทศที่มีการออกตราสารดังกล่าว (ง) บัญชีเงินฝากในธนาคารหรือสถาบันการเงินอื่น ๆ ที่มีภาระดอกเบี้ย (จ) กองทุนรวมตลาดเงิน และ (ฉ) บัตรเงินฝากที่มีอายุไม่เกินหนึ่งปีนับจากวันที่ได้มาซึ่งบัตรเงินฝากดังกล่าวซึ่งออกโดยธนาคารพาณิชย์ที่น่าเชื่อถือ 5. ผู้จัดการทรัสต์หรือบริษัทในเครืออาจมีการลงทุนในกิจการเป้าหมายอยู่ก่อนวันปิดรับการลงทุน (Warehoused Investments) ซึ่งการลงทุนนั้นอาจมีลักษณะที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และกลยุทธ์การลงทุนของ PE ทรัสต์ ผู้จัดการทรัสต์อาจโอนการลงทุนดังกล่าวนั้นมายัง PE ทรัสต์ภายหลังวันปิดรับการลงทุน (Closing) และถือว่า Warehoused Investments ที่โอนมานี้ถือเป็นเงินลงทุนที่ได้รับชำระแล้วในส่วนของผู้จัดการทรัสต์ มูลค่าของ Warehoused Investments ที่โอนมาจะเท่ากับราคายุติธรรมของ Warehoused Investment บวกด้วยยอดเงินส่วนเพิ่มที่กำหนดโดยผู้จัดการทรัสต์ ซึ่งรวมถึงค่าธรรมเนียม ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการเข้าซื้อ ถือครอง และการโอนส่วน Warehoused Investment นี้ตามมาตรฐานการปฏิบัติงานของอุตสาหกรรมที่มีอยู่ 6. PE ทรัสต์อาจมีการลงทุนในตราสารใดๆ อาทิ หุ้นกู้ หุ้นกู้แปลงสภาพ ที่ออกโดยกิจการเป้าหมายหรือบริษัทในเครือของกิจการเป้าหมายเป็นการชั่วคราวเพื่อจองหรือรอการเข้าลงทุน (Bridge Investment) ในกิจการเป้าหมาย หากการเข้าลงทุนชั่วคราวดังกล่าวไม่ได้รับการชำระคืนภายใน 12 เดือนนับแต่วันเข้าลงทุน จะถือว่า Bridge Investment นี้เป็นส่วนหนึ่งของพอร์ตการลงทุนของ PE ทรัสต์ 7. PE ทรัสต์อาจลงทุนในตราสาร/สินทรัพย์อื่นใด นอกเหนือจากที่ระบุไว้ ซึ่งรวมถึงตราสาร/สินทรัพย์ที่ไม่ได้อยู่มีอยู่ ณ วันที่ของหนังสือชี้ชวนฉบับนี้ แต่อยู่ภายใต้วัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุน การกู้ยืม PE ทรัสต์ ไม่มีการเพิ่มสถานะการลงทุนในสินทรัพย์ให้มีมูลค่าสูงกว่ามูลค่าทรัพย์สินสุทธิของ PE ทรัสต์ (Leverage) และ/หรือทำธุรกรรมการกู้ยืม ประเทศที่ลงทุน เน้นลงทุนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ ประเทศไทย อินโดนีเซีย ฟิลลิปปินส์ สิงคโปร์ เวียดนาม ทั้งนี้จะลงทุนในต่างประเทศสูงสุดไม่เกิน 79% ของ NAV รูปแบบ (ธีม) การลงทุน ● ลงทุนเชิงกลยุทธ์ (สัดส่วน 60%) ● ลงทุนเพื่อเน้นสร้างผลตอบแทน (สัดส่วน 20%) ● ลงทุนเพื่อเทคโนโลยีอนาคต (สัดส่วน 20%) ประเภทธุรกิจที่ลงทุน เน้นลงทุนใน 3 กลุ่มธุรกิจ ได้เเก่ 1. เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการเงิน (Financial tech) สัดส่วน 40% 2. พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-Commerce) สัดส่วน 30% 3. ยานยนต์ (Automotive) สัดส่วน 30% ระดับของ Start-up ที่ลงทุน Start-up ระดับ Series A* ขึ้นไป เพื่อนำไปใช้พัฒนาผลิตภัณฑ์ ขยายฐานลูกค้า สร้างฐานข้อมูล รวมถึงการปรับธุรกิจให้เข้ากับตลาดที่ใหญ่มากขึ้นกว่าเดิม *Start-up ระดับ Series A หมายถึง รอบการลงทุน A ซึ่งเป็นช่วงที่ธุรกิจของ Start-up เป็นที่รู้จักแล้ว จึงต้องการที่จะออกผลิตภัณฑ์หรือขยายฐานลูกค้าที่ใหญ่ขึ้น หรือจะขยายตัวไปสู่ตลาดใหม่ รวมถึงการปรับรูปแบบทางธุรกิจเพื่อให้เหมาะกับตลาดที่กว้างขึ้น ประมาณการณ์จำนวนกิจการเป้าหมาย 15-25 กิจการ คาดการณ์การจัดสรรเงินลงทุน เป็นการลงทุนครั้งแรกใน Start-up รายนั้นๆ ประมาณ 60-70% และเป็นการลงทุนสืบเนื่องจาก Start-up ที่อาจเคยลงทุนไปแล้ว ประมาณ 30-40% อื่นๆ PE ทรัสต์อาจมีการปรับเปลี่ยนประเทศ รูปแบบการลงทุน ประเภทธุรกิจการลงทุน ระดับของ Start-up ที่ลงทุน จำนวนกิจการเป้าหมาย การจัดสรรเงินลงทุน รวมถึงกลยุทธ์การลงทุนอื่นใดที่ไม่ได้อยู่มีอยู่ ณ วันที่ของหนังสือ ชี้ชวนฉบับนี้ โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการทรัสต์ การจัดสรรผลตอบแทนและการชำระคืนของ PE ทรัสต์ เงินลงทุนและผลตอบแทนที่ PE ทรัสต์ได้รับระหว่างไตรมาสใดๆ จะถูกจัดสรรภายใน 90 วันนับจากสิ้นไตรมาสนั้น (ตามปฏิทิน) ทั้งนี้ ผู้จัดการทรัสต์สามารถพิจารณาเลื่อนการจัดสรรผลตอบแทนในไตรมาสถัดไป ไม่ว่าจะบางส่วนหรือทั้งหมดของเงินคืนจากการลงทุนนี้ โดยการจ่ายเงินจะตกในไตรมาสถัดจากการพิจารณาจัดสรรเงินลงทุน ผู้จัดการทรัสต์จะเป็นผู้พิจารณาจัดสรรเงินผลตอบแทนที่ PE ทรัสต์ได้รับให้กับกองทุนตามสัดส่วน โดยเรียงลำดับ ดังนี้ 1. ชำระเงินคืนเงินลงทุนให้แก่กองทุนจนกว่าจำนวนเงินสะสม (Cumulative distributions) ที่กองทุนได้รับเท่ากับจำนวนเงินลงทุนทั้งหมดที่กองทุนได้ลงทุนใน PE ทรัสต์ (Capital commitment) 2. เมื่อชำระเงินคืนตามลำดับที่ 1 ครบแล้ว หากมีผลตอบแทนส่วนเกิน จะจัดสรรผลตอบแทนส่วนเกินดังกล่าวให้แก่กองทุนจนกว่าเงินสะสมที่กองทุนได้รับ (Cumulative distributions) เท่ากับผลตอบแทนคาดหวัง (Preferred return) ที่อัตราร้อยละ 8 ต่อปี 3. เมื่อจัดสรรครบตามลำดับที่ 2 แล้ว หากยังมีผลตอบแทนส่วนเกิน จะจัดสรรผลตอบแทนส่วนเกินให้แก่ผู้จัดการทรัสต์จนกว่าผู้จัดการทรัสต์จะได้รับส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุน (Carried interest) เท่ากับร้อยละ 20 ของผลรวมของจำนวนเงินที่จัดสรรให้แก่กองทุนตามลำดับที่ 2 กับจำนวนเงินที่จัดสรรให้กับกองทุนตามข้อ 3. นี้ 4. เมื่อจัดสรรครบตามลำดับที่ 3 แล้ว หากยังมีผลตอบแทนส่วนเกิน จะจัดสรรในส่วนที่เหลือในอัตราร้อยละ 20 ให้กับผู้จัดการทรัสต์ และในอัตราร้อยละ 80 ให้กับกองทุน จำนวนเงินที่ผู้จัดการทรัสต์ได้รับตามลำดับที่ 3 และ 4 จะเรียกรวมกันว่า ส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุน (Carried interest) ทั้งนี้ เมื่อ PE ทรัสต์สามารถจัดสรรเงินต้นคืนแก่ผู้ลงทุนจนครบ รวมถึงสามารถคืนผลตอบแทนให้แก่ผู้ลงทุนจนเกินกว่าร้อยละ 8 ตามที่กำหนดไว้แล้ว และมีส่วนแบ่งกำไรที่จ่ายให้แก่ผู้จัดการทรัสต์ (carried interest) แล้ว PE ทรัสต์จะไม่มีการเรียกคืน (clawback) ส่วนแบ่งกำไรที่ได้แบ่งให้กับผู้จัดการทรัสต์ดังกล่าว ถึงแม้ว่าในภายหลัง ผู้จัดการทรัสต์อาจถอนการลงทุนหรือจำหน่าย Start-up ที่เหลืออยู่ออกไปด้วยราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าต้นทุนที่ได้มาซึ่ง Start-up รายนั้น ๆ ก็ตาม ตัวอย่างขั้นตอนการจัดสรรผลตอบแทนและการชำระเงินคืนของ PE ทรัสต์ • กองทุน KFFVPE-UI ลงทุนใน PE ทรัสต์ เป็นจำนวนเงิน 100 ล้านบาท • PE ทรัสต์ทะยอยจ่ายคืนเงินต้นและผลตอบแทนตลอดอายุกองทุน เป็นจำนวนทั้งสิ้น 287.63 ล้านบาท วันที่ ครั้งที่ กระแส เงินสด (ล้านบาท) IRR ผู้ได้รับการจัดสรร หมายเหตุ กองทุน KFFVPE-UI (ล้านบาท) ผู้จัดการ ทรัสต์ (ล้านบาท) 30 พ.ย. 64 0 ( 100.00) เงินลงทุนใน Finnoventure Private Equity Trust I 1 ธ.ค. 68 1 20.00 -33.09% 20.00 - กองทุน KFFVPE-UI ได้รับคืนเงินต้น 10 มี.ค. 69 2 30.00 -15.32% 30.00 - กองทุน KFFVPE-UI ได้รับคืนเงินต้น 1 ก.ค. 70 3 40.00 -2.17% 40.00 - กองทุน KFFVPE-UI ได้รับคืนเงินต้น 20 ต.ค. 70 4 10.00 0.00% 10.00 - กองทุน KFFVPE-UI ได้รับคืนเงินต้น ครบ 100 ล้านบาท 12 เม.ย. 71 5 17.00 3.12% 17.00 - กองทุน KFFVPE-UI ได้รับการจัดสรรผลตอบแทนตามสัดส่วนที่ลงทุนจนกว่า IRR จะมากกว่าอัตราร้อยละ 8 จึงจะเริ่มแบ่งส่วนแบ่งกำไรให้ผู้จัดการ ทรัสต์ งวดนี้ IRR ยังไม่ถึงร้อยละ 8 กองทุน KFFVPE-UI จึงได้รับจัดสรรผลตอบแทนทั้งหมด 15 มิ.ย. 71 6 34.63 8.00% 34.63 - กองทุน KFFVPE-UI ได้รับการจัดสรรผลตอบแทนตามสัดส่วนที่ลงทุนจนกว่า IRR จะมากกว่าอัตราร้อยละ 8 จึงจะเริ่มแบ่งส่วนแบ่งกำไรให้ผู้จัดการ ทรัสต์ งวดนี้ IRR ยังไม่เกินร้อยละ 8 กองทุน KFFVPE-UI จึงได้รับจัดสรรผลตอบแทนทั้งหมด 5 ก.พ. 72 7 10.00 9.11% - 10.00 งวดนี้ IRR เกินร้อยละ 8 ผู้จัดการทรัสต์ จะได้รับส่วนแบ่งกำไรในอัตราร้อยละ 20% โดยเริ่ม Catch up ให้เท่ากับ 20% ของผลตอบแทนที่ได้จ่ายให้กับกองทุน KFFVPE-UI แล้วในงวดที่ 5 และ 6 งวดที่ 5 จำนวน 17 ล้านบาท บวกกับงวดที่ 6 จำนวน 34.63 ล้านบาท รวมทั้งสิ้น 51.63 ล้านบาท ซึ่งจ่ายให้แก่กองทุน KFFVPE-UI ไปแล้วทั้งหมด คิดเป็นส่วนแบ่งกำไรร้อยละ 80 ดังนั้นส่วนแบ่งกำไรอีกร้อยละ 20 สำหรับผู้จัดการทรัสต์จะเท่ากับ 12.91 ล้านบาท (20%/80% คูณกับ 51.63 ล้านบาท) ดังนั้น เงินจัดสรรผลตอบแทนในงวดนี้ จึงจ่ายให้แก่ผู้จัดการทรัสต์ทั้งหมด 10 ล้านบาท ซึ่งยังต่ำกว่ายอดที่ต้องจัดสรรส่วนแบ่งกำไรทั้งสิ้น 12.91 ล้านบาท 10 มี.ค. 72 8 50.00 13.61% - 2.91 ผู้จัดการทรัสต์ ได้รับจัดสรรส่วนแบ่งผลตอบแทนที่ยังขาดอยู่ 2.91 ล้านบาท 37.67 9.42 จากนั้น แบ่งส่วนแบ่งกำไรระหว่างกองทุน KFFVPE-UI และผู้จัดการทรัสต์ในอัตราส่วน 80:20 11 พ.ค. 72 9 35.00 16.05% 28.00 7.00 แบ่งส่วนแบ่งกำไรระหว่างกองทุน KFFVPE-UI และผู้จัดการทรัสต์ในอัตราส่วน 80:20 4 ส.ค. 72 10 40.00 18.35% 32.00 8.00 แบ่งส่วนแบ่งกำไรระหว่างกองทุน KFFVPE-UI และผู้จัดการทรัสต์ในอัตราส่วน 80:20 1 ต.ค. 72 11 1.00 18.40% 0.80 0.20 แบ่งส่วนแบ่งกำไรระหว่างกองทุน KFFVPE-UI และผู้จัดการทรัสต์ในอัตราส่วน 80:20 สรุปเงินที่ได้จัดสรรคืนตั้งแต่งวดที่ 1 ถึง 11 • กองทุน KFFVPE-UI ได้รับจัดสรรเงินคืนทั้งสิ้น 250.10 ล้านบาท โดยเป็นเงินต้น 100 ล้านบาท และส่วนแบ่งกำไร 150.10 ล้านบาท • ผู้จัดการทรัสต์ ได้ส่วนแบ่งกำไรทั้งสิ้น 37.53 ล้านบาท หมายเหตุ : • IRR (Internal rate of return) คือ อัตราผลตอบแทนที่คำนวณจากกระแสเงินสดที่จ่ายให้กับและได้รับจาก PE ทรัสต์ • ผลตอบแทนคาดหวัง (Preferred return หรือ Hurdle rate) อัตราร้อยละ 8 ต่อปี โดยคำนวณรายวันและทบต้นรายปี • เงินสำรองเพื่อกันไว้สำหรับการบริหารจัดการ PE ทรัสต์เพื่อวัตถุประสงค์ต่างๆ เช่น เพื่อการลงทุนเพิ่มเติม เพื่อชำระค่าใช้จ่ายหรือภาระผูกพันใดๆ หรืออาจใช้เพื่อวัตถุประสงค์โดยชอบอื่นใด รวมถึงเงินสำรองเพื่อกันไว้สำหรับค่าใช้จ่ายหรือภาระผูกพันอื่นในของกองทุน KFFVPE-UI อาจส่งผลต่อกระแสเงินสดที่ผู้ลงทุนจะทยอยได้รับระหว่างอายุกองทุน และทำให้ผู้ลงทุนได้รับผลตอบแทนต่ำกว่ากรณีไม่มีการตั้งสำรองไว้ • ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายที่เกิดกับ PE ทรัสต์ รวมถึงส่วนแบ่งกำไรให้กับผู้จัดการทรัสต์ และค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากกองทุน KFFVPE-UI ย่อมส่งผลต่อผลตอบแทนของกองทุนให้ลดลงได้ • PE ทรัสต์จะไม่มีการเรียกคืนเงินที่ได้จ่ายออกไปแล้วให้แก่กองทุนเพื่อนำไปลงทุนต่อหรือเพื่อวัตถุประสงค์อื่นใดโดยชอบ • ตัวเลขและข้อมูลนี้ เป็นเพียงตัวอย่างการคำนวณเพื่อประกอบการอธิบายการจัดสรรผลตอบแทนและการชำระเงินคืนเท่านั้น มิได้เป็นการรับประกันว่าเป็นผลการดำเนินงานที่ PE ทรัสต์จะสามารถทำได้ และไม่ใช่ผลตอบแทนที่ผู้ลงทุนจะได้รับจริง ผลกระทบทางลบที่มากที่สุดจากการลงทุน (Worst case scenario) กรณีกิจการที่ PE ทรัสต์ร่วมลงทุนไม่ประสบความสำเร็จ ขาดทุนหรือล้มละลาย ผู้จัดการทรัสต์ไม่สามารถจำหน่ายหรือถอนการลงทุนในหลักทรัพย์ทั้งหมดได้ในราคาที่ต้องการและในระยะเวลาที่ต้องการ ทำให้กองทุน KFFVPE-UI มีผลขาดทุนจนไม่สามารถคืนเงินลงทุนให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนได้ ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายของ PE ทรัสต์: ฟินโนเวนเจอร์ ไพรเวท อิควิตี้ ทรัสต์ I 1. ค่าธรรมเนียมการจัดการ (รวมค่าธรรมเนียมทรัสตี) ปีที่ 1-5 : 2.50% ต่อปี ของเงินเรียกลงทุนทั้งหมด (Total commitment) ปีที่ 6 เป็นต้นไป : 2% ต่อปี ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ โดยไม่รวมกำไรหรือขาดทุนที่ยังไม่รับรู้ในรอบปีบัญชีก่อนหน้า หรือ 20 ล้านบาท แล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า ค่าธรรมเนียมการจัดการ จะชำระให้แก่ผู้จัดการทรัสต์เป็นรายไตรมาสโดยเรียกเก็บล่วงหน้า 2. ส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุน (Carried Interest) เมื่อ PE ทรัสต์ได้รับผลตอบแทนที่คาดหวัง (Preferred return หรือ Hurdle rate) จากการลงทุนในกิจการ Start-up ตั้งแต่ 8% ขึ้นไป ผู้ จัดการทรัสต์จะได้รับส่วนแบ่งกำไรในอัตรา 20% ของกำไรส่วนเกินทุน 3. ค่าใช้จ่ายกองทรัสต์ ค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติงาน อาทิ การได้มา การถือครองหรือการขายหลักทรัพย์ ค่าธรรมเนียมทางกฎหมาย ค่าธรรมเนียมการตรวจสอบบัญชี หรือที่ปรึกษา หรือการประเมินมูลค่า ค่าใช้จ่ายในการชำระบัญชี ค่าธรรมเนียมที่จ่ายให้แก่หน่วยงานรัฐ ค่านายหน้า ค่าคอมมิชชั่นในการซื้อขายหลักทรัพย์ ค่าใช้จ่ายในการจัดประชุม เช่น จัดเตรียมเอกสาร สถานที่ วิทยากร ค่าใข้จ่ายในการจัดทำงบการเงิน รายงานทางภาษีหรือรายงานต่างๆ ค่าธรรมเนียมที่จ่ายแก่ธนาคารในการจ่าย รับ การโอนเงิน การแลกเปลี่ยนเงินสกุลต่างประเทศ ค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับการฟ้องร้อง ค่าประกันต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัสต์หรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงค่าธรรมเนียมอื่นใด และค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยค่าใช้จ่ายกองทรัสต์นี้ จะไม่เกิน 3 ล้านบาทต่อปี 4. ค่าธรรมเนียมองค์กร (Organizational Fee) ค่าธรรมเนียมองค์กร ได้แก่ ค่าใช้จ่ายในการจัดตั้ง การจดทะเบียน ค่าเดินทาง ค่าอาหารและที่พัก รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งทรัสต์ โดยจะไม่เกิน 5 ล้านบาท 5. ค่าใช้จ่ายในการเข้าลงทุน (Portfolio Investment Expenses) ค่าธรรมเนียม ค่าใช้จ่าย เพื่อใช้ในการสืบค้น ประเมิน สอบทาน การขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ค่าที่พัก ค่าอาหาร และค่าใช้จ่ายอื่นใดเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูล การเข้าลงทุน การบริหารจัดการ การถือครอง การควบคุม หรือการจำหน่าย ถอนการลงทุน โดยค่าใช้จ่ายนี้ จะไม่เกินร้อยละ 5 ต่อการเข้าหรือถอนการลงทุนในแต่ละครั้ง 6. ค่าธรรมเนียมทรัสตี (รวมค่าธรรมเนียมของผู้รับฝากทรัพย์สินและค่าธรรมเนียมนายทะเบียนของกองทรัสต์แล้ว แต่ยังไม่รวม ภาษีที่เกี่ยวข้อง และค่าใช้จ่ายอื่น เช่น ค่าเดินทาง ค่าที่พัก อื่นๆ เพื่อเยี่ยมชมกิจการร่วมลงทุน ค่าใช้จ่ายด้านกฏหมาย ซึ่งจะเรียกเก็บตามที่เกิดขึ้นจริง ค่าธรรมเนียมทรัสตี จะถูกเก็บรวมอยู่ในค่าธรรมเนียมการจัดการ ปีที่ 1-4 : 0.35% ต่อปี ของเงินลงทุนชำระแล้วของกองทรัสต์ (Total capital contributions) ปีที่ 5 : 0.30% ต่อปี ของเงินลงทุนชำระแล้วของกองทรัสต์ (Total capital contributions) ปีที่ 6-7 : 0.30% ต่อปี ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ โดยไม่รวมกำไรหรือขาดทุนที่ยังไม่รับรู้ในรอบปีบัญชีก่อนหน้า ปีที่ 8 เป็นต้นไป : 0.35% ต่อปี ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ โดยไม่รวมกำไรหรือขาดทุนที่ยังไม่รับรู้ในรอบปีบัญชีก่อนหน้า ค่าธรรมเนียมขั้นต่ำ 2 ล้านบาทต่อปี * PE ทรัสต์ อาจเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ ของทรัสต์ได้
Investment policy as filed with SEC Thailand.
actual = what the AMC currently charges · max = prospectus ceiling (no actual reported). Annual fees aren’t additive with one-time fees.