MFC Emerging Market Fund
MFC ASSET MANAGEMENT PUBLIC COMPANY LIMITED · Equity · settlement T+5
↳ Invests in Baillie Gifford Worldwide Emerging Markets Leading Companies Fund · ไอร์แลนด์
✨Invests primarily in the Baillie Gifford Worldwide Emerging Markets Leading Companies Fund, with additional allocations to various domestic and international financial securities.
กองทุนมีนโยบายลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว (Feeder Fund) คือ Baillie Gifford Worldwide Emerging Markets Leading Companies Fund (กองทุนหลัก) ในชนิดหน่วยลงทุน (share class) “B” ในสกุลเงินเหรียญดอลลาร์สหรัฐ โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม ซึ่งกองทุนหลักจดทะเบียนจัดตั้งที่ประเทศไอร์แลนด์ ภายใต้การอนุมัติของธนาคารกลางแห่งไอร์แลนด์ (Central Bank of Ireland) และเป็นไปตามกฏเกณฑ์ของ UCITS บริหารจัดการโดย Baillie Gifford Investment Management (Europe) Limited สำหรับเงินส่วนที่เหลือ กองทุนอาจลงทุนในหลักทรัพย์ตราสารทางการเงินอื่นๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น ตราสารทุน ตราสารหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน เงินฝาก หรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก ตลอดจนหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด บริษัทจัดการจะส่งคำสั่งซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนหลักไปยังประเทศสิงคโปร์ ในรูปสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ โดยกองทุนหลักจะนำเงินดอลลาร์สหรัฐไปลงทุนในหลักทรัพย์ในรูปสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) อนึ่ง บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะพิจารณาเปลี่ยนแปลงการส่งคำสั่งซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนหลักในประเทศอื่นใดนอกเหนือจากประเทศสิงคโปร์ และ/หรือเปลี่ยนแปลงสกุลเงินที่กองทุนนำไปลงทุนได้ โดยบริษัทจัดการจะคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ และไม่ถือเป็นการดำเนินการที่ผิดไปจากรายละเอียดโครงการ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงชนิดของหน่วยลงทุน และ/หรือสกุลเงินลงทุนเป็นสกุลเงินอื่นใดในภายหลังได้โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว โดยบริษัทจัดการจะคำนึงถึงประโยชน์ของกองทุนเป็นสำคัญ ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้า โดยจะปิดประกาศ ณ ที่ทำการของบริษัทจัดการ และผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (ถ้ามี) และ/หรือประกาศทาง website ของบริษัทจัดการ กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี อีเมอร์จิ้ง มาร์เก็ตจะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนหลักโดยใช้เงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ และกองทุนเปิดเอ็มเอฟซี อีเมอร์จิ้ง มาร์เก็ตอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ตามความเหมาะสมและสภาวการณ์ในแต่ละขณะ โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจที่ผู้จัดการกองทุนเห็นเหมาะสม ดังนั้น กองทุนจึงยังมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ ซึ่งอาจทำให้ผู้ลงทุนได้รับผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ อีกทั้งการทำธุรกรรมป้องกันความเสี่ยงอาจมีต้นทุน ซึ่งทำให้ผลตอบแทนของกองทุนโดยรวมลดลงจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี อีเมอร์จิ้ง มาร์เก็ตอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient portfolio management) ได้ เช่น การทําสัญญาฟอร์เวิร์ด และ/หรือ สัญญาสวอป ที่อ้างอิงกับอัตราแลกเปลี่ยน / ราคาตราสาร / อัตราดอกเบี้ย หรือตามที่สํานักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกําหนด และอาจลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือผู้ออก (issue/issuer) ต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (non-investment grade) ตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (unrated securities) ตราสารทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (unlisted securities) และตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) รวมทั้งกองทุนอาจทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ (Securities lending) และ/หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) ได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด ในกรณีที่การลงทุนของกองทุนรวมไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน ให้บริษัทจัดการดำเนินการแก้ไขสัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวม ให้เป็นไปตามนโยบายการลงทุนภายใน 90 วันนับแต่วันที่สัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวมไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุน เว้นแต่บริษัทจัดการจะได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนให้เปลี่ยนแปลงประเภทของกองทุนรวมภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวมตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุนตามประกาศ บลจ. อาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วยก็ได้ ทั้งนี้ โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ 1. ช่วงระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม 2. ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนครบอายุโครงการหรือก่อนเลิกกองทุนรวม 3. ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการสิ้นสุดสมาชิกภาพ หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ ในกรณีที่บริษัทจัดการเห็นว่าการลงทุนในกองทุน Baillie Gifford Worldwide Emerging Markets Leading Companies Fund นั้นไม่เหมาะสมอีกต่อไป เช่น เมื่อผลตอบแทนของกองทุนต่างประเทศต่ำกว่าผลตอบแทนของกองทุนต่างประเทศอื่นๆ ที่มีนโยบายการบริหารจัดการใกล้เคียงกันติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน หรือต่ำกว่าผลตอบแทนของกองทุนต่างประเทศอื่นอย่างเห็นได้ชัด และ/หรือเมื่อพบว่าการบริหารจัดการของกองทุนต่างประเทศดังกล่าวไม่เป็นไปตามที่ระบุหรือสัญญาไว้กับผู้ลงทุน และ/หรือเมื่อกองทุนต่างประเทศดังกล่าวกระทำผิดร้ายแรงโดยหน่วยงานกำกับดูแลในประเทศนั้นๆ เป็นผู้ให้ความเห็น และ/หรือเมื่อเกิดเหตุการณ์หรือคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบต่างๆ จนอาจส่งผลให้การลงทุนในกองทุนต่างประเทศเป็นภาระต่อผู้ลงทุนโดยเกินจำเป็น เป็นต้น บริษัทจัดการสงวนสิทธิที่จะนำเงินลงทุนไปลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศอื่นที่มีนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกัน โดยกองทุนจะดำรงอัตราส่วนการลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว โดยเฉลี่ยในรอบบัญชีไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ทั้งนี้ ในการโอนย้ายหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนไปยังกองทุนอื่นข้างต้น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการพิจารณาดำเนินการครั้งเดียวหรือหลายครั้งก็ได้ โดยการทยอยโอนย้ายเงินลงทุน จึงอาจส่งผลให้ในช่วงระยะเวลาดังกล่าวกองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศมากกว่า 1 กองทุน ตามที่ระบุไว้ในโครงการข้างต้น ในกรณีที่กองทุนมีการลงทุนในกองทุนหลักไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก และในกรณีที่กองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะใดลักษณะหนึ่งดังต่อไปนี้ บริษัทจัดการจะดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่สานักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด (1) มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ วันใดวันหนึ่งลดลงเกินกว่า 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก (2) ยอดรวมของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลักลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกันคิดเป็นจำนวนเกินกว่า 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก ในกรณีที่กองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะดังกล่าวบริษัทจัดการจะดำเนินการดังต่อไปนี้ (1) แจ้งเหตุที่กองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการโดยคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม ให้สำนักงานและผู้ถือหน่วยลงทุนทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ปรากฏเหตุ (2) ดำเนินการตามแนวทางการดำเนินการตาม (1) ให้แล้วเสร็จภายใน 60 วันนับแต่วันที่ปรากฏเหตุ (3) รายงานผลการดำเนินการให้สำนักงานทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการแล้วเสร็จ (4) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการของกองทุนรวมตาม (1) ต่อผู้ที่สนใจจะลงทุนเพื่อให้ผู้ที่สนใจจะลงทุนรับรู้และเข้าใจเกี่ยวกับสถานะของกองทุนรวม ทั้งนี้ บริษัทจัดการกองทุนจะดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการดังกล่าวด้วย ทั้งนี้ ระยะเวลาในการดำเนินการตามข้อ (2) บริษัทจัดการสามารถขอผ่อนผันต่อสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตให้เป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds) หรือกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในตราสาร และ/หรือหลักทรัพย์ต่างประเทศ หรือสามารถกลับมาเป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund) ได้ โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (risk spectrum) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตลาด โดยเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงประเภทกองทุนรวมดังกล่าว โดยจะปิดประกาศ ณ ที่ทำการของบริษัทจัดการ และผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (ถ้ามี) และ/หรือประกาศทาง website ของบริษัทจัดการ เนื่องจากกองทุนหลักจัดตั้งเป็นกองทุนรวมตราสารทุน ซึ่งไม่ขัดกับระเบียบของ UCITS อย่างไรก็ดี โดยปกติตามเกณฑ์ไทยที่เกี่ยวข้อง กองทุนรวมตราสารทุนต้องมีการลงทุนในตราสารทุนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของ NAV แต่เนื่องจากกองทุนไทยมีลักษณะพิเศษเป็นกองทุน Feeder Fund ซึ่งเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว (กองทุนหลัก) ประกาศที่ ทน. 87/2558 ได้อนุญาตให้กองทุนไทยสามารถกำหนดประเภทกองทุนตามชื่อหรือนโยบายการลงทุนของกองทุนหลักได้ ซึ่งในกรณีนี้คือกองทุนรวมตราสารทุน โดยบริษัทจัดการได้เปิดเผยความแตกต่างระหว่างเกณฑ์การจัดประเภทกองทุนของต่างประเทศกับของไทยไว้ในหนังสือชี้ชวน ตามที่หนังสือเวียนที่ กลต.นจ.(ว) 3/2560 กำหนดแล้ว กองทุนหลักมีการจำกัดการไถ่ถอนหน่วยลงทุน กรณีที่ผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนหลักไถ่ถอนหน่วยลงทุนในวันทำการซื้อขายหน่วยลงทุนใดเกินกว่าร้อยละ 10 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ กองทุนหลักอาจเลื่อนการไถ่ถอนหน่วยลงทุนเป็นวันทำการซื้อขายหน่วยลงทุนถัดไป โดยจะพิจารณาเพื่อประโยชน์ที่ดีที่สุดกองทุนหลัก ซึ่งคำสั่งไถ่ถอนหน่วยลงทุนที่ถูกเลื่อนออกไปจะได้รับการจัดสรรก่อนคำสั่งไถ่ถอนหน่วยลงทุนที่เข้ามาใหม่หลักจากช่วงเวลานั้น ดังนั้น ผู้ถือหน่วยลงทุนอาจไม่ได้รับการจัดสรรหน่วยลงทุนและมูลค่าหน่วยลงทุนในวันที่ส่งคำสั่งขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนนั้น รวมทั้งอาจไม่ได้รับเงินค่าขายคืนภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ ข้อมูลสำคัญของกองทุน Baillie Gifford Worldwide Emerging Markets Leading Companies Fund ชื่อกองทุนรวมต่างประเทศ Baillie Gifford Worldwide Emerging Markets Leading Companies Fund Class B ลักษณะเฉพาะของClass B 1. เป็น Class ที่เสนอขายให้กับนักลงทุนสถาบัน 2. ซื้อขายหน่วยลงทุนในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ และไม่มีการจ่ายเงินปันผล ผู้จัดการการลงทุน Baillie Gifford Investment Management (Europe) Limited วัตถุประสงค์และนโยบาย การลงทุน กองทุนมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างผลตอบแทนรวมสูงสุดให้กับผู้ลงทุน โดยจะลงทุนส่วนใหญ่ในตราสารทุนของบริษัทที่มีรายได้หลัก หรือมีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศที่เป็นตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) ซึ่งไม่เฉพาะเจาะจงในประเทศใดประเทศหนึ่ง ตลาดใดตลาดหนึ่ง หรืออุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่ง ตราสารทุนที่กองทุนหลักจะลงทุนส่วนใหญ่ประกอบด้วย หุ้นสามัญ และตราสารทุนที่มีลักษณะเทียบเท่าหุ้นสามัญ เช่น หลักทรัพย์แปลงสภาพ (convertible securities), หุ้นบุริมสิทธิ (preferred securities), หุ้นบุริมสิทธิแปลงสภาพ (convertible preferred securities), และใบสำคัญแสดงสิทธิ ทั้งนี้ ตราสารทุนที่กองทุนหลักจะลงทุนจะไม่คัดเลือกเฉพาะเจาะจงจากอุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่ง หรือประเทศใดประเทศหนึ่ง และมีมูลค่าตามราคาตลาดมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในขณะที่ลงทุน นอกจากนี้ กองทุนหลักจะลงทุนในตราสารทุน 35-60 หลักทรัพย์ กลยุทธ์การลงทุนของกองทุนหลักจะลงทุนส่วนใหญ่ในตราสารทุนประเทศที่เป็นตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดซื้อขาย (Regulated market) ทั่วโลก เพื่อแสวงหาการเติบโตของเงินลงทุนในระยะยาว ซึ่งจะทำการคัดเลือกหุ้นด้วยวิธี bottom-up โดยทีมผู้จัดกองทุนร่วมกับทีมวิเคราะห์การลงทุนของ Baillie Gifford ทั้งนี้ ทีมผู้จัดการกองทุนมองว่าบริษัทชั้นนำจะมีขนาดที่มีนัยสำคัญ ดังนั้น จึงมีมูลค่าตามราคาตลาด (Market Capitalization) ขนาดกลางถึงใหญ่ กองทุนหลักอาจลงทุนในเงินฝาก และ/หรือตราสารเทียบเท่าเงินสด โดยตราสารเทียบเท่าเงินสด ได้แก่ ตราสารหนี้ภาคเอกชนระยะสั้น ตั๋วแลกเงินที่ธนาคารรองรับ (banker’s acceptances) บัตรเงินฝาก ตราสารภาครัฐบาล หรือหลักทรัพย์ที่ออกโดยองค์กรเหนือรัฐ (Supranational Organization) ที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment grade) และมีการจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ซื้อขาย (Regulated market) ทั้งนี้ โดยทั่วไปกองทุนหลักจะลงทุนในเงินฝาก และ/หรือตราสารเทียบเท่าเงินสดไม่เกินร้อยละ 10 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน กองทุนหลักจะไม่ลงทุนในหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ประเทศรัสเซีย เว้นแต่เป็นหลักทรัพย์ของผู้ออกประเทศรัสเซียที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดซื้อขาย (Regulated market) นอกประเทศรัสเซีย สำหรับการลงทุนในประเทศจีน กองทุนหลักอาจมีการลงทุนโดยตรงในหุ้นจีน A Shares ผ่าน Stock Connects หรือลงทุนทางอ้อมในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured notes), ตราสาร Participation notes, หุ้นกู้อนุพันธ์ (Equity-linked notes) หรือหน่วยลงทุนของกองทุนที่เน้นลงทุนส่วนใหญ่ในหุ้นจีน A Shares, สัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured notes), ตราสาร Participation notes, หุ้นกู้อนุพันธ์ (Equity-linked notes) และตราสารทางการเงินที่มีสินทรัพย์อ้างอิงประกอบด้วยหลักทรัพย์ที่ออกโดยบริษัทในตลาดซื้อขายประเทศจีน และ/หรืออ้างอิงผลการดำเนินงานของหลักทรัพย์ที่ออกโดยบริษัทในตลาดซื้อขายประเทศจีน ทั้งนี้ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด กองทุนหลักอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนอื่นที่มีวัตถุประสงค์และนโยบายสอดคล้องกับการลงทุนของกองทุนหลัก รวมถึงกองทุน ETF (exchange traded funds) ไม่เกินร้อยละ 10 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน กองทุนหลักอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อลดความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา และเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) Benchmark MSCI Emerging Markets Index วันที่จัดตั้งกองทุนหลัก 29 มีนาคม 2554 อายุกองทุน ไม่กำหนด ผู้รับฝากทรัพย์สิน Brown Brothers Harriman Trustee Services (Ireland) Limited Bloomberg Ticker BGWEBUA ID ISIN Code IE00BW0DJL69 วันทำการซื้อขาย ทุกวันทำการ แหล่งข้อมูล www.bailliegifford.com ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากกองทุนรวม (ร้อยละต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน) ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) 0.72% ค่าธรรมเนียมนายทะเบียน (Administrator Fee) ไม่เกิน 0.04% ค่าธรรมเนียมผู้ดูแลผลประโยชน์ (Depositary Fee) 0.015% ค่าใช้จ่ายการดำเนินการ (Ongoing charges) 0.82% ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากผู้ซื้อหรือผู้ถือหน่วยลงทุน (ร้อยละของมูลค่าหน่วยลงทุน) ค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน(Subscription Fee) ไม่มี ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน(Redemption Fee) ไม่มี ทั้งนี้ หากกองทุน Baillie Gifford Worldwide Emerging Markets Leading Companies Fund มีการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลข้างต้นใดๆ อย่างไม่มีนัยสำคัญ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงข้อมูลดังกล่าว เพื่อให้สอดคล้องกับกองทุนหลัก โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว และจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบโดยประกาศในเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ ความเสี่ยงของกองทุนหลัก 1. ความเสี่ยงด้านการลงทุน (Investment Risk) การเปลี่ยนแปลงของสภาวะตลาดจะทำให้มูลค่าการลงทุนและรายได้จากการลงทุนเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ ดังนั้น ผู้ลงทุนอาจไม่ได้รับเงินคืนเต็มจำนวน 2. ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Currency Risk) กองทุนหลักมีการลงทุนในสกุลเงินต่างประเทศ ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนจะทำให้มูลค่าของกองทุนและรายได้จากการลงทุนเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ และผู้ลงทุนอาจไม่ได้รับเงินคืนเต็มจำนวน 3. ความเสี่ยงด้านการรับฝากทรัพย์สิน (Custody Risk) การรับฝากทรัพย์สินอาจมีความเสี่ยงที่จะขาดทุนได้ในกรณีที่ผู้รับฝากทรัพย์สินล้มละลายหรือไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ 4. ความเสี่ยงจากการลงทุนในประเทศที่เป็นตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market Risk) กองทุนหลักมีการลงทุนในประเทศที่เป็นตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) ซึ่งอาจมีความเสี่ยงที่จะไม่สามารถทำธุรกรรมหรือเกิดความล่าช้าได้ มาตรฐานการบัญชีและการตรวจสอบบัญชีของบริษัทในตลาดเกิดใหม่ รวมถึงการกำกับดูแลสถาบันการเงินของทางการไม่ทัดเทียมกับประเทศพัฒนาแล้ว กฎหมายและกฎระเบียบที่เข้มงวดหรือมีข้อจำกัดสำหรับการลงทุน ดังนั้น อาจส่งผลกระทบในเชิงลบต่อเงินลงทุนได้ 5. ความเสี่ยงจากการลงทุนกระจุกตัว (Concentration Risk) กองทุนหลักมีการลงทุนกระจุกตัว ส่งผลให้ราคาหลักทรัพย์อาจมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในช่วงระยะเวลาสั้น 6. ความเสี่ยงที่เกี่ยวกับโรคติดเชื้อไวรัส (Infectious Viruses Risk) โรคติดเชื้อไวรัสอาจเป็นภัยคุกคามที่สำคัญต่อสุขภาพของมนุษย์ และอาจส่งผลให้เศรษฐกิจและตลาดทั่วโลกหยุดชะงัก ดังนั้น อาจส่งผลระทบต่อมูลค่าของกองทุนได้
Investment policy as filed with SEC Thailand.
actual = what the AMC currently charges · max = prospectus ceiling (no actual reported). Annual fees aren’t additive with one-time fees.