SCB Asian Emerging Markets THB Hedged
SCB ASSET MANAGEMENT COMPANY LIMITED · Equity · settlement T+5
↳ Invests in BGF Asian Growth Leaders Fund · ลักเซมเบิร์ก
✨Invests primarily in shares of Asian companies, excluding Japan, through the BGF Asian Growth Leaders Fund, with a focus on growth-oriented sectors.
กองทุนเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ ได้แก่ “BGF Asian Growth Leaders Fund” ในหน่วยลงทุนชนิด (Class) “D2” สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) ซึ่งจดทะเบียนจัดตั้งขึ้นในประเทศลักเซมเบิร์ก อยู่ภายใต้ UCITS และบริหารงานโดย “BlackRock Global Funds” มีนโยบายลงทุนอย่างน้อยร้อยละ 70 ของสินทรัพย์รวมของกองทุนในหุ้นของบริษัทซึ่งตั้งอยู่ในทวีปเอเชียหรือดำเนินกิจกรรมหลักในทวีปเอเชีย ไม่รวมประเทศญี่ปุ่น โดยกองทุนมุ่งเน้นไปที่ภาคธุรกิจและบริษัทที่ผู้จัดการกองทุนเห็นว่ามีลักษณะการลงทุนที่เติบโต เช่น มีอัตราการเติบโตสูงกว่าค่าเฉลี่ยของรายได้หรือการขาย และมีผลตอบแทนของทุนอยู่ในระดับสูงหรือดีขึ้น เป็นต้น โดยกองทุนมี net exposure ในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศดังกล่าวโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และมีการลงทุนที่ส่งผลให้มี net exposure ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ในส่วนที่เหลือจากการลงทุนบริษัทจัดการอาจลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารแห่งทุน ตราสารแห่งหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน และ/หรือเงินฝาก และ/หรือบัตรเงินฝากทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศ รวมถึงอาจมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์อื่นหรือทรัพย์สินอื่น และ/หรือหาดอกผลโดยวิธีการอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด หรือเห็นชอบให้กองทุนลงทุนได้ กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient portfolio management) และ/หรือการบริหารความเสี่ยง เพื่อให้สามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนได้เพิ่มขึ้น และ/หรือลดค่าใช้จ่ายของกองทุน รวมทั้งอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการลงทุน เช่น การทำสัญญาสวอปและ/หรือสัญญาฟอร์เวิร์ดที่อ้างอิงกับอัตราแลกเปลี่ยน ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนดหรือให้ความเห็นชอบ กองทุนจะลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging) ซึ่งมีการกำหนดอัตราส่วนการป้องกันความเสี่ยงระหว่างร้อยละ 95 ถึงร้อยละ 105 ของมูลค่าความเสี่ยงที่มีอยู่ กองทุนอาจทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด นอกจากนี้ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ กองทุนอาจลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) และตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) รวมทั้งตราสารทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (unlisted) ทั้งนี้ กองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) ทั้งนี้ ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วยก็ได้ โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ 1. 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียน 2. 30 วันก่อนครบอายุโครงการหรือก่อนเลิกกองทุนรวม 3. ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ อนึ่ง หากในกรณีที่การลงทุนในกองทุนหลักนี้ไม่เหมาะสมอีกต่อไป โดยอาจสืบเนื่องจากการได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ต่าง ๆ หรือมีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขอื่นๆ ของกองทุนหลักนี้ เช่น การเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุน ลักษณะกองทุน อัตราค่าธรรมเนียม การลงทุนหรือมีไว้ซึ่งทรัพย์สินอื่นใดที่ขัดต่อหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด หรือผลตอบแทน/ผลการดำเนินงานของกองทุนต่างประเทศต่ำกว่าผลตอบแทน/ผลการดำเนินงานของกองทุนอื่น ๆ ที่มีนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกัน หรือติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน หรือขนาดของกองทุนต่างประเทศลดลง จนอาจมีผลกระทบต่อกองทุน หรือการลงทุนของกองทุนต่างประเทศไม่เป็นไปตามหนังสือชี้ชวนหรือโครงการ หรือเมื่อกองทุนต่างประเทศกระทำความผิดตามความเห็นของหน่วยงานที่กำกับดูแลกองทุนต่างประเทศ หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบหรือสิ่งอื่นใดที่ส่งผลต่อการดำเนินงานของกองทุนในฐานะผู้ลงทุน หรือการเปลี่ยนแปลงอื่นใดที่อาจส่งผลกระทบหรืออาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อกองทุน กล่าวคือ ในกรณีที่เกิดการเปลี่ยนแปลงซึ่งอาจมีผลต่อกองทุนหลัก (Master fund) และ/หรือบริษัทจัดการ หรือในกรณีที่มีกองทุนอื่นที่มีนโยบายใกล้เคียงกัน และบริษัทเห็นว่าการย้ายไปลงทุนในกองทุนดังกล่าวเป็นผลดีต่อผลการดำเนินงานโดยรวมของกองทุนหรือเอื้อประโยชน์ต่อการลงทุนในต่างประเทศของกองทุน และเป็นผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุน บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะพิจารณาเปลี่ยนแปลงกองทุนรวมต่างประเทศหรือกองทุนหลัก (Master Fund) เป็นกองทุนต่างประเทศอื่นได้ ตามดุลยพินิจของบริษัทจัดการ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะไม่ขัดกับวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุนของกองทุน หรือขอสงวนสิทธิที่จะยกเลิกกองทุน อีกทั้งบริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการพิจารณาเปลี่ยนแปลงชนิดของหน่วยลงทุน (class) รวมถึงเปลี่ยนแปลงสกุลเงินลงทุนเป็นสกุลเงินอื่นใดนอกเหนือจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ หรือเปลี่ยนแปลงการซื้อขายในประเทศอื่นใดนอกเหนือจากประเทศลักเซมเบิร์ก ตามดุลยพินิจของบริษัทจัดการในภายหลังได้ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยแล้ว ซึ่งบริษัทจัดการจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะแจ้งการเปลี่ยนแปลงและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงหรือก่อนทำการลงทุนดังกล่าว ในกรณีที่กองทุนมีการลงทุนในกองทุนปลายทางไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทางหากปรากฏว่ามูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทางที่กองทุนรวมไปลงทุนมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะใดลักษณะหนึ่งดังต่อไปนี้ บริษัทจัดการจะดำเนินการตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด โดยกองทุนปลายทางดังกล่าวเป็นกองทุนต่างประเทศที่ไม่มีวัตถุประสงค์การลงทุนในทำนองเดียวกับกองทุนรวมดัชนีหรือกองทุนรวมอีทีเอฟ (1) มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ วันใดวันหนึ่งลดลงเกินกว่าสองในสามของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก (2) ยอดรวมของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลักลดลงในช่วงระยะเวลาห้าวันทำการใดติดต่อกัน คิดเป็นจำนวนเกินกว่าสองในสามของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก ในกรณีที่กองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะดังกล่าวบริษัทจัดการจะดำเนินการดังต่อไปนี้ (1) แจ้งเหตุที่กองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการโดยคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม ให้สำนักงานและผู้ถือหน่วยลงทุนทราบภายในสามวันทำการนับแต่วันที่ปรากฏเหตุ (2) ดำเนินการตามแนวทางการดำเนินการตาม (1) ให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ปรากฏเหตุ (3) รายงานผลการดำเนินการให้สำนักงานทราบภายในสามวันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการแล้วเสร็จ (4) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการของกองทุนรวมตาม (1) ต่อผู้ที่สนใจจะลงทุนเพื่อให้ผู้ที่สนใจจะลงทุนรับรู้และเข้าใจเกี่ยวกับสถานะของกองทุนรวม ทั้งนี้ บริษัทจัดการกองทุนจะดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการดังกล่าวด้วย ระยะเวลาในการดำเนินการตามข้อ (2) บริษัทจัดการสามารถขอผ่อนผันต่อสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ในการโอนย้ายหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนไปยังกองทุนต่างประเทศอื่นข้างต้น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการพิจารณาดำเนินการครั้งเดียวหรือหลายครั้งก็ได้ โดยการทยอยโอนย้ายเงินลงทุนอาจส่งผลให้ช่วงระยะเวลาดังกล่าว กองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศมากกว่า 1 กองทุน ตามที่ระบุไว้ในโครงการข้างต้น อย่างไรก็ตามหากบริษัทจัดการไม่สามารถลงทุนในกองทุนอื่นใดที่มีนโยบายสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ บริษัทจัดการอาจพิจารณาดำเนินการขอมติผู้ถือหน่วยลงทุนเพื่อเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุน หรือดำเนินการยกเลิกโครงการจัดการกองทุนรวมได้ ข้อมูลทั่วไปของกองทุน BGF Asian Growth Leaders Fund (กองทุนหลัก) (แหล่งที่มาของข้อมูล : รายละเอียดของกองทุน BGF Asian Growth Leaders Fund ข้อมูล ณ เดือน มิถุนายน 2559) ลักษณะทั่วไปของกองทุน นโยบายการลงทุน มีนโยบายลงทุนอย่างน้อยร้อยละ 70 ของสินทรัพย์รวมของกองทุนในหุ้นของบริษัทซึ่งตั้งอยู่ในทวีปเอเชียหรือดำเนินกิจกรรมหลักในทวีปเอเชีย ไม่รวมประเทศญี่ปุ่น กองทุนมุ่งเน้นไปที่ภาคธุรกิจและบริษัทที่ผู้จัดการกองทุนเห็นว่ามีลักษณะการลงทุนที่เติบโต เช่น มีอัตราการเติบโตสูงกว่าค่าเฉลี่ยของรายได้หรือการขาย และมีผลตอบแทนของทุนอยู่ในระดับสูงหรือดีขึ้น เป็นต้น ประเทศที่จดทะเบียน วันจัดตั้งกองทุน ลักเซมเบิร์ก 31 ตุลาคม 2555 การเปิดให้ซื้อและขายคืนหน่วยลงทุน ทุกวันทำการซื้อขายหน่วยลงทุน Bloomberg BGAGLD2 ISIN LU0859042482 Index ticker MXASJ ดัชนีอ้างอิง (Index) MSCI All Country Asia ex Japan สกุลเงิน ดอลลาร์สหรัฐ (USD) ผู้จัดการกองทุน (Manager) BlackRock Global Funds เว็บไซต์ (website) www.blackrock.com ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ ของกองทุนหลัก* Max Initial Charge Management Fee 5.00% 0.75% ทั้งนี้ หากกองทุนหลักมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลข้างต้นใดๆ ซึ่งบริษัทจัดการเห็นว่าไม่มีนัยสำคัญ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงข้อมูลดังกล่าวเพื่อให้สอดคล้องกับกองทุนหลัก ซึ่งถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยแล้ว โดยจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบทางเว็บไซด์ของบริษัทจัดการ MSCI All Country Asia ex Japan Index เป็นดัชนีในกลุ่มของดัชนี MSCI Index ที่บริษัท Morgan Stanley Capital International (MSCI) จัดทำขึ้น เพื่อให้นักลงทุนต่างประเทศใช้เป็นบรรทัดฐานในการวัดผลตอบแทนของกองทุนต่าง ๆ ที่ประสงค์จะเข้าไปลงทุนในประเทศแถบภูมิภาคเอเชียยกเว้นประเทศญี่ปุ่น ความเสี่ยงของกองทุนหลัก บริษัททุนขนาดเล็ก (Smaller Capitalisation Companies) หลักทรัพย์ของบริษัทขนาดเล็กอาจอยู่ภายใต้ความเคลื่อนไหวของตลาดแบบกะทันหันหรือไม่แน่นอนมากกว่าบริษัทขนาดใหญ่ จำนวนบริษัทที่ตั้งขึ้นมากกว่าหรือค่าเฉลี่ยของตลาดทั่วไป บริษัทเหล่านี้อาจมีสายการผลิต ตลาด หรือแหล่งเงินทุน ที่จำกัด หรืออาจขึ้นอยู่กับกลุ่มผู้บริหารบางกลุ่ม การพัฒนาเต็มรูปแบบของบริษัทเหล่านี้ใช้ระยะเวลานาน นอกจากนี้ บริษัทขนาดเล็กหลายแห่งยังมีความถี่ในการซื้อขายหุ้นน้อยและมีปริมาณน้อย ตลอดจนอาจอยู่ภายใต้ความเคลื่อนไหวด้านราคาที่กะทันหันหรือไม่แน่นอนมากกว่าหุ้นของบริษัทขนาดใหญ่ อีกทั้งหลักทรัพย์ของบริษัทขนาดเล็กยังอาจอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดมากกว่าหลักทรัพย์ของบริษัทขนาดใหญ่ ปัจจัยเหล่านี้อาจส่งผลให้เกิดความผันผวนของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิของหน่วยลงทุนของกองทุนที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยได้ ความเสี่ยงด้านตราสารทุน (Equity Risks) มูลค่าของความผันผวนในตราสารทุนต่อวันและตราสารทุนซึ่งกองทุนลงทุน สามารถทำให้เกิดผลขาดทุนจำนวนมากได้ ราคาของตราสารทุนอาจได้รับผลกระทบมาจากหลายปัจจัยที่ระดับรายบริษัท ตลอดจนได้รับผลกระทบจากการพัฒนาทางเศรษฐกิจและการเมืองในวงกว้าง ซึ่งรวมไปถึงแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ย การรายงานรายได้ของบริษัท แนวโน้มประชากร และเหตุการณ์ภัยพิบัติต่างๆ ตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) ตลาดเกิดใหม่โดยทั่วไป ได้แก่ ประเทศที่มีการพัฒนาในระดับต่ำหรือน้อย ซึ่งแสดงให้เห็นว่า มีการพัฒนาทางเศรษฐกิจ และ/หรือ ตลาดทุนในระดับที่ต่ำ และมีความผันผวนของราคาหุ้นและค่าเงินในระดับสูงกว่า ท่ามกลางปัจจัยเหล่านั้น สิ่งที่แสดงถึงการพัฒนาทางเศรษฐกิจ และ/หรือ ตลาดทุนในระดับต่ำที่สุด อาจเรียกได้ว่าเป็น ตลาดชายขอบ (frontier markets) และ ความเสี่ยงที่ได้กล่าวถึงไว้ด้านล่างก็อาจเพิ่มมากขึ้นได้ รัฐบาลของตลาดเกิดขึ้นใหม่บางแห่งอาจมีอิทธิพลอย่างมากเหนือเศรษฐกิจภาคเอกชน และความไม่แน่นอนทางการเมืองและสังคมซึ่งมีอยู่ในประเทศกำลังพัฒนาหลายแห่งก็สำคัญอย่างยิ่ง ความเสี่ยงทั่วไปอีกประการหนึ่งของประเทศเหล่านี้ส่วนใหญ่ ก็คือ เศรษฐกิจแบบพึ่งพาการส่งออกเป็นหลักและขึ้นอยู่กับการค้าระหว่างประเทศ ระบบโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นภาระหนักและระบบการเงินที่ไม่เพียงพอยังแสดงถึง ความเสี่ยงในบางประเทศ เช่นเดียวกับปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ในสถานการณ์ทางสังคมและการเมืองที่เลวร้าย รัฐบาลได้เข้าไปมีส่วนร่วมในนโยบาย เวนคืน จัดเก็บภาษีอัตราสูงโดยมุ่งไปที่กลุ่มผู้มีรายได้สูง (Confiscatory Taxation) การครอบงำกิจการทำให้เป็นของรัฐ การเข้าแทรกแซงในตลาดหลักทรัพย์หรือธุรกรรมการค้า และการบังคับใช้ข้อจำกัดการลงทุนแก่คนต่างชาติและควบคุมอัตราแลกเปลี่ยน และสิ่งต่างๆเหล่านี้ก็สามารถที่จะเกิดขึ้นซ้ำอีกได้ในอนาคต นอกเหนือจากการหักภาษี ณ ที่จ่ายจากรายได้จากการลงทุนแล้ว ตลาดเกิดใหม่หลายแห่งอาจบังคับใช้การเรียกเก็บภาษีกำไรส่วนทุน (capital gains taxes) กับนักลงทุนต่างชาติได้ โดยทั่วไป แนวปฏิบัติในการรายงานทางบัญชี การสอบบัญชี และการเงิน ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันในตลาดเกิดใหม่อาจแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญจากแนวปฏิบัติที่ใช้กันอยู่ในตลาดที่พัฒนาแล้ว เมื่อเปรียบเทียบกับตลาดที่เติบโตเต็มที่ ตลาดเกิดใหม่หลายแห่งอาจมี กฎข้อบังคับ การบังคับใช้กฎข้อบังคับ และการควบคุมสอดส่องกิจกรรมการลงทุนในระดับต่ำ กิจกรรมต่างๆ เหล่านั้นอาจรวมไปถึง แนวปฏิบัติต่างๆ เช่น การซื้อขายข้อมูลสำคัญที่ไม่เปิดเผยต่อสาธารณะโดยนักลงทุนบางประเภท ตลาดหลักทรัพย์ของประเทศกำลังพัฒนามิได้มีขนาดใหญ่เท่ากับตลาดหลักทรัพย์ที่ได้ตั้งขึ้นมายาวนานกว่า และยังมีปริมาณการซื้อขายน้อยกว่าอย่างมาก ส่งผลให้เกิดการขาดสภาพคล่องและมีความผันผวนด้านราคาสูง นอกจากนี้ ยังอาจมีการกระจุกตัวสูงในมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (market capitalisation) และมีปริมาณการซื้อขายของผู้ออกหลักทรัพย์จำนวนน้อยราย ซึ่งแสดงถึงจำนวนที่จำกัดของกลุ่มอุตสาหกรรม ตลอดจนมีการกระจุกตัวสูงของนักลงทุนและตัวกลางทางการเงิน (financial intermediaries) ปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ อาจส่งผลในทางลบต่อจังหวะเวลาและราคาในการเข้าซื้อและจำหน่ายหลักทรัพย์ได้ แนวปฏิบัติซึ่งเกี่ยวกับการชำระราคาในธุรกรรมเกี่ยวกับหลักทรัพย์ในตลาดเกิดใหม่ มีความเสี่ยงสูงกว่าธุรกรรมในตลาดที่พัฒนาแล้ว เนื่องจากบริษัทต้องการที่จะใช้นายหน้าและคู่ค้าซึ่งมีทุนน้อย และการรับฝากทรัพย์สิน และ การจดทะเบียนสินทรัพย์ในบางประเทศอาจไม่น่าเชื่อถือ การชำระราคาล่าช้าอาจทำให้พลาดโอกาสในการลงทุนได้หากว่ากองทุนไม่สามารถที่จะเข้าซื้อหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ได้ ผู้รับฝากทรัพย์สินเป็นผู้รับผิดชอบในการคัดเลือกธนาคารตัวแทนที่เหมาะสมตลอดจนดูแลควบคุมธนาคารตัวแทนดังกล่าว ในตลาดที่เกี่ยวข้องทุกแห่ง ตามกฎหมายและกฎข้อบังคับแห่งลักเซมเบิร์ก ในตลาดเกิดใหม่บางแห่ง นายทะเบียนมิได้อยู่ภายใต้การควบคุมที่มีประสิทธิภาพของรัฐบาล ตลอดจน มิได้เป็นอิสระเสมอไปจากผู้ออกหลักทรัพย์ ดังนั้น นักลงทุนควรที่จะตระหนักว่า กองทุนมีความเสี่ยงที่จะเกิดผลขาดทุนจากปัญหาด้านการทะเบียนเหล่านี้ด้วย ข้อจำกัดในการลงทุนของคนต่างชาติ (Restrictions on Foreign investment) บางประเทศห้ามหรือบังคับใช้ข้อจำกัดที่มีสาระสำคัญในการลงทุนโดยสถาบันต่างชาติ อาทิเช่น กองทุน ตัวอย่างเช่น บางประเทศกำหนดให้ต้องได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลก่อนที่คนต่างชาติจะลงทุนได้ หรือจำกัดจำนวนในการลงทุนโดยคนต่างชาติสำหรับการลงทุนในบางบริษัท หรือจำกัดการลงทุนโดยคนต่างชาติสำหรับการลงทุนในบริษัททั่วไปให้ทำได้เฉพาะหลักทรัพย์บางประเภทซึ่งอาจมีเงื่อนไขที่เป็นคุณน้อยกว่าหลักทรัพย์ของบริษัทที่เสนอขายแก่ผู้ลงทุนในประเทศดังกล่าว นอกจากนี้ บางประเทศยังอาจจำกัดโอกาสของผู้ออกหลักทรัพย์หรือของอุตสาหกรรมที่เห็นว่ามีความสำคัญต่อผลประโยชน์ของประเทศ พฤติกรรมที่ซึ่งนักลงทุนต่างชาติอาจลงทุนในบริษัทในบางประเทศ ตลอดจนการจำกัดการลงทุนเช่นที่กล่าวมา อาจมีผลกระทบในทางลบต่อการดำเนินงานของกองทุน ตัวอย่างเช่น ในบางประเทศกองทุนอาจถูกร้องขอให้ลงทุนครั้งแรกโดยผ่านนายหน้าท้องถิ่นหรือองค์กรอื่นใด ก่อนจึงจะสามารถนำหุ้นที่ซื้อขายไปจดทะเบียนใหม่ในชื่อของกองทุนได้ การจดทะเบียนใหม่ ในบางกรณี อาจไม่สามารถที่จะเกิดขึ้นในเวลาที่เหมาะสมได้เนื่องมาจากความล่าช้า ซึ่งในระหว่างนั้น กองทุนอาจถูกตัดสิทธิบางประการในฐานะนักลงทุน ซึ่งรวมไปถึงสิทธิในการได้รับปันผลหรือสิทธิในการรับทราบการดำเนินงานของบริษัทบางอย่าง ยังอาจมีกรณีที่กองทุนมีคำสั่งซื้อขายแล้วแต่ภายหลังได้รับการแจ้ง ณ เวลาที่ขอจดทะเบียนใหม่ ว่าการจัดสรรอนุญาตที่ให้แก่นักลงทุนต่างชาติเต็มแล้วซึ่งทำให้กองทุนสูญเสียความสามารถที่จะลงทุนตามต้องการ ณ เวลาหนึ่งได้ ในบางประเทศอาจมีข้อจำกัดซึ่งมีสาระสำคัญ ในเรื่องเกี่ยวกับ ความสามารถของกองทุนในการนำเงิน รายได้จากการลงทุน ส่วนทุน หรือเงินที่ได้จากการขายหลักทรัพย์โดยนักลงทุนต่างชาติ ออกจากประเทศดังกล่าว กองทุนอาจได้รับผลในทางลบจากความล่าช้าหรือการปฏิเสธ การให้คำอนุญาตซึ่งต้องได้รับจากรัฐบาลในการส่งคืนเงินทุนกลับ ตลอดจนการบังคับใช้ข้อจำกัดในการลงทุนแก่กองทุน อย่างไรก็ดี มีบางประเทศที่อนุญาตให้มีการจัดตั้ง บริษัทที่มีการลงทุนแบบปิด (closed-end investment companies) เพื่อเอื้อแก่การลงทุน โดยคนต่างชาติในตลาดทุนของประเทศทางอ้อม โดยหุ้นของบริษัทที่มีการลงทุนแบบปิดบางแห่งอาจเข้าซื้อ ณ เวลาหนึ่ง ได้เฉพาะ ในราคาตลาดซึ่งแสดงส่วนเกินทุน (premiums) ในมูลค่าสินทรัพย์สุทธิของบริษัทเท่านั้น หากว่ากองทุนเข้าซื้อหุ้นของบริษัทที่มีการลงทุนแบบปิด ผู้ถือหน่วยก็จะต้องรับภาระทั้ง ค่าใช้จ่ายตามส่วนแบ่งในกองทุน (รวมค่าธรรมเนียมบริหารจัดการ) และ ค่าใช้จ่ายของบริษัทที่มีการลงทุนแบบปิดดังกล่าวโดยทางอ้อม ด้วย นอกจากนี้ บางประเทศ เช่น ประเทศอินเดีย และสาธารณะรัฐประชาชนจีน ยังบังคับใช้ข้อจำกัดด้านโควต้าในการถือครองกรรมสิทธิ์โดยคนต่างชาติสำหรับการลงทุนในประเทศบางอย่างด้วย การลงทุนเหล่านี้อาจเข้าซื้อ ณ เวลาหนึ่งได้เฉพาะที่ราคาตลาดซึ่งแสดงส่วนเกินทุนในมูลค่าสินทรัพย์สุทธิของบริษัท และส่วนเกินทุนดังกล่าวอาจต้องรับภาระโดยกองทุนที่เกี่ยวข้องในท้ายที่สุด อย่างไรก็ตาม กองทุนยังอาจจะจัดตั้งหน่วยการลงทุนของตนเองได้ ด้วยค่าใช้จ่ายของตนเอง ภายใต้กฎหมายของบางประเทศ กองทุนซึ่งลงทุนในธุรกิจเฉพาะ (Funds Investing in Specific Sectors) ในกรณีที่การลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมหนึ่ง หรือ ในจำนวนจำกัดของกลุ่มอุตสาหกรรม กองทุนอาจมีความผันผวนมากกว่ากองทุนที่มีการกระจายการลงทุนในหลายกลุ่มอุตสาหกรรม บริษัทต่างๆ ในกลุ่มอุตสาหกรรมเหล่านั้นอาจมี สายการผลิต ตลาด หรือแหล่งเงินทุน ที่จำกัด หรือ อาจขึ้นอยู่กับกลุ่มผู้บริหารบางกลุ่ม กองทุนดังกล่าวยังอาจอยู่ภายใต้การเปลี่ยนแปลงวงจรที่รวดเร็วจากกิจกรรมของนักลงทุน และ/หรือ อุปทานหรือุปสงค์ของผลิตภัณฑ์และบริการบางอย่าง เป็นผลให้ เกิดการชะลอตัวของตลาดหุ้นหรือเศรษฐกิจในกลุ่มอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะ ตลอดจน หลายกลุ่มอุตสาหกรรมอาจส่งผลกระทบอย่างมากต่อกองทุนซึ่งมีการลงทุนกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมหนึ่งหรือหลายกลุ่มอุตสาหกรรม มากกว่า การลงทุนในกองทุนที่มีการกระจายการลงทุน หลักทรัพย์ภาคอสังหาริมทรัพย์ อยู่ภายใต้ความเสี่ยงบางประการทำนองเดียวกับการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์โดยตรงในอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะ: การเปลี่ยนแปลงทางลบของสภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ การเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจทั่วไปและเศรษฐกิจท้องถิ่น การเสื่อมสภาพของทรัพย์สิน การเปลี่ยนแปลงในอสังหาริมทรัพย์คงค้าง อัตราว่าง การล้มละลายของผู้เช่า ต้นทุนและเงื่อนไขในการจัดหาสินเชื่อที่อยู่อาศัย ต้นทุนในการจัดการและการปรับปรุงอสังหาริมทรัพย์ และผลกระทบของกฎหมายที่กระทบต่ออสังหาริมทรัพย์ (ซึ่งรวมถึง กฎหมายสิ่งแวดล้อมและกฎหมายผังเมือง) อย่างไรก็ตาม การลงทุนในหลักทรัพย์ภาคอสังหาริมทรัพย์มิได้เทียบเท่ากับการลงทุนตรงในอสังหาริมทรัพย์ และผลการดำเนินงานของหลักทรัพย์ภาคอสังหาริมทรัพย์อาจขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงานทั่วไปของตลาดหุ้นมากกว่าผลการดำเนินงานทั่วไปของกลุ่มอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ จากที่ผ่านมาพบว่ามีการแปรผกผันในความสัมพันธ์ระหว่างอัตราดอกเบี้ยและมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ อัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นสามารถที่จะลดมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ซึ่งบริษัทอสังหาริมทรัพย์เข้าลงทุนและยังสามารถเพิ่มต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการกู้ยืมเงินได้อีกด้วย แต่ละเหตุการณ์ดังที่กล่าวมานี้ สามารถที่จะลดมูลค่าการลงทุนในบริษัทอสังหาริมทรัพย์ได้ หลักเกณฑ์ด้านภาษีอากรในปัจจุบันสำหรับองค์กรที่ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ มีความซับซ้อนที่เป็นไปได้และอาจเปลี่ยนแปลงในอนาคต กรณีดังกล่าวนี้อาจส่งผลทั้งในทางตรงหรือในทางอ้อมต่อผลตอบแทนของนักลงทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์และต่อการจัดเก็บภาษีที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าว หมายเหตุ: กรณีที่ข้อมูลความเสี่ยงของกองทุน BGF Asian Growth Leaders Fund มีความแตกต่างหรือไม่สอดคล้องกับกองทุนหลัก ให้ถือเอาข้อมูลต้นฉบับของกองทุนหลักเป็นหลัก ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลความเสี่ยงอย่างระมัดระวังก่อนตัดสินใจลงทุน
No NAV history available.
Investment policy as filed with SEC Thailand.
actual = what the AMC currently charges · max = prospectus ceiling (no actual reported). Annual fees aren’t additive with one-time fees.