K Global Healthcare Equity RMF
KASIKORN ASSET MANAGEMENT COMPANY LIMITED · Equity · settlement T+4
↳ Invests in JPMorgan Funds – Global Healthcare Fund, Class A (acc) - USD · ลักเซมเบิร์ก
✨Invests primarily in the JPMorgan Funds – Global Healthcare Fund, focusing on global healthcare equity, with at least 80% of net assets allocated abroad.
กองทุนมีนโยบายที่จะนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศโดยเฉลี่ยรอบระยะเวลาบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยจะเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน JPMorgan Funds – Global Healthcare Fund, Class A (acc) - USD (กองทุนหลัก) ในอัตราส่วนโดยเฉลี่ยรอบระยะเวลาบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินของกองทุน กองทุนหลักมีนโยบายลงทุนในตราสารแห่งทุนของบริษัทที่ประกอบธุรกิจดูแลสุขภาพทั่วโลก โดยอยู่ภายใต้ JPMorgan Funds ที่จดทะเบียนในประเทศลักเซมเบอร์ก (Luxembourg) หนึ่งในสมาชิกสามัญของ International Organizations of Securities Commission (IOSCO) และจัดเป็น Société d’Investissement à Capital Variable หรือ SICAV ภายใต้กฎ Undertakings for Collective Investment in Transferable Securities (UCITS) กองทุนหลักมิได้เป็นกองทุนรวมประเภทเฮ็ดจ์ฟันด์ (hedge fund) บริษัทจัดการจะส่งคำสั่งซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนหลักไปที่ประเทศสิงคโปร์ โดยใช้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอเมริกา (USD) ซึ่งประเทศสิงคโปร์จะส่งคำสั่งซื้อขายหน่วยลงทุนดังกล่าวไปยังประเทศลักเซมเบิร์กต่อไป ทั้งนี้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะส่งคำสั่งซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุน JPMorgan Funds – Global Healthcare Fund ในประเทศอื่นๆ นอกเหนือจากประเทศสิงคโปร์ และ/หรือเปลี่ยนแปลงสกุลเงินในภายหลัง โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ซึ่งบริษัทจัดการจะคำนึงถึงประโยชน์ของกองทุนเป็นสำคัญ โดยบริษัทจัดการจะประกาศให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบถึงการเปลี่ยนแปลงล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วันโดยจะติดประกาศที่สำนักงานของบริษัทจัดการและผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุนและที่เว็บไซต์ของบริษัทจัดการ สำหรับการลงทุนส่วนที่เหลือในต่างประเทศ กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในหรือมีไว้ซึ่ง ตราสารแห่งหนี้หรือเงินฝาก หรือ หลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นในต่างประเทศที่ไม่ขัดต่อกฎหมาย ก.ล.ต. สำหรับการลงทุนในประเทศ กองทุนอาจลงทุนในหลักทรัพย์ที่เสนอขายในประเทศ ได้แก่ เงินฝาก ตราสารทางการเงิน และลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่ไม่ขัดต่อกฎหมาย ก.ล.ต โดยมีอายุของตราสาร หรือสัญญา หรือระยะเวลาการฝากเงินแล้วแต่กรณี ต่ำกว่า 1 ปี เพื่อการดำเนินการของกองทุน รอจังหวะการลงทุนในต่างประเทศ รักษาสภาพคล่องของกองทุน หรือสำหรับการอื่นใดอันมีลักษณะทำนองเดียวกันนี้ กองทุนหลักอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อลดความเสี่ยง (Hedging) หรือเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) ดังนั้น กองทุนหลักจึงมีความเสี่ยงมากกว่ากองทุนรวมอื่น โดยในสภาวการณ์ปกติ กองทุนจะลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ของมูลค่าเงินลงทุนในต่างประเทศ อย่างไรก็ดี ในกรณีที่สภาวการณ์ไม่ปกติ กองทุนอาจพิจารณาป้องกันความเสี่ยงตามดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน ยกตัวอย่างเช่น กรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงินซึ่งคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อค่าเงินในระยะยาว กองทุนอาจพิจารณาป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน เป็นต้น นอกจากนี้ สำหรับการลงทุนในต่างประเทศ กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนให้สูงขึ้น หรือเพื่อลดค่าใช้จ่ายของกองทุน ยกตัวอย่างเช่น กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงกับมูลค่าหน่วยลงทุนของกองทุนหลัก โดยดำรงฐานะซื้อ (Long position) และ/หรือฐานะขาย (Short position) เพื่อได้รับผลตอบแทนเพิ่มขึ้น เป็นต้น กองทุนจะไม่ลงทุนในตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Notes) รวมถึงหลักทรัพย์ที่ไม่มีการซื้อขายในตลาด (unlisted) ตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Securities) และตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (non – investment grade) ทั้งนี้ กองทุนอาจมีไว้ซึ่งตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ เฉพาะกรณีที่ตราสารหนี้นั้นได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้ (investment grade) ขณะที่กองทุนลงทุนเท่านั้น ในกรณีที่กองทุน JPMorgan Funds – Global Healthcare Fund มีการลงทุนในหลักทรัพย์ ตราสาร และ/หรือสัญญาของบริษัทที่มิได้จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted company) และ/หรือตราสารแห่งหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated securities) และ/หรือหลักทรัพย์ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non – investment grade) โดยมีอัตราส่วนการลงทุนรวมกันทั้งหมดมากกว่าร้อยละ 15 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก บริษัทจัดการจะดำเนินการดังต่อไปนี้ (1) บริษัทจัดการจะปรับลดสัดส่วนการลงทุนในกองทุนหลักเพื่อให้การลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินดังกล่าว มีอัตราส่วนการลงทุนรวมกันทั้งหมดไม่เกินร้อยละ 15 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนเปิดเค โกลบอล เฮลท์แคร์ หุ้นทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ ภายใน 10 วันทำการนับแต่วันที่ทราบถึงเหตุการณ์ดังกล่าว ยกเว้นกรณีที่เกิดจากปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้หรือกรณีจำเป็นและสมควรที่ทำให้ไม่สามารถดำเนินการภายในระยะเวลาข้างต้น บริษัทจัดการจะดำเนินการให้เสร็จสิ้นโดยไม่ชักช้า (2) หากการดำเนินการปรับลดสัดส่วนการลงทุนในกองทุนหลักข้างต้น มีผลทำให้การลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งกองทุนหลักโดยเฉลี่ยในรอบระยะเวลาบัญชีน้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนเปิดเค โกลบอล เฮลท์แคร์ หุ้นทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ บริษัทจัดการจะดำเนินการพิจารณาคัดเลือกกองทุนต่างประเทศกองทุนใหม่แทนกองทุนเดิม โดยกองทุนต่างประเทศดังกล่าวจะต้องมีนโยบายการลงทุนที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ และ/หรือนโยบายการลงทุนของกองทุนเปิดเค โกลบอล เฮลท์แคร์ หุ้นทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ และมีคุณสมบัติตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะดำเนินการให้เสร็จสิ้นโดยไม่ชักช้า และจะแจ้งให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และผู้ถือหน่วยลงทุนทราบต่อไป (3) หากเกิดกรณีใด ๆ ที่ทำให้บริษัทจัดการไม่สามารถดำเนินการคัดเลือกกองทุนต่างประเทศกองทุนใหม่แทนกองทุนเดิมได้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะดำเนินการเลิกโครงการจัดการกองทุนรวม โดยจะดำเนินการจำหน่ายหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่เหลืออยู่ของกองทุน เพื่อคืนเงินตามจำนวนที่รวบรวมได้หลังหักค่าใช้จ่ายและสำรองค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องของกองทุน (ถ้ามี) ให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน ตามสัดส่วนจำนวนหน่วยลงทุนที่ถือครองต่อจำนวนหน่วยลงทุนที่จำหน่ายแล้วทั้งหมดของกองทุน ในภาวะปกติ กองทุนจะนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศโดยเฉลี่ยรอบระยะเวลาบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน อย่างไรก็ดี ในช่วงเวลาระหว่างรอการลงทุน ซึ่งมีระยะเวลาประมาณ 15 วันทำการนับแต่วันถัดจากวันจดทะเบียนกองทรัพย์สิน และประมาณ 15 วันทำการก่อนเลิกโครงการ กองทุนอาจจำเป็นต้องชะลอการลงทุนในต่างประเทศและกองทุนหลักเป็นการชั่วคราว ดังนั้น อาจมีบางขณะที่กองทุนไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามอัตราส่วนการลงทุนที่กำหนดไว้ข้างต้นได้ กรณีที่บริษัทจัดการพิจารณาเห็นว่าการลงทุนในกองทุน JPMorgan Funds – Global Healthcare Fund ไม่เหมาะสมอีกต่อไป อาทิ กรณีที่ผลตอบแทนของกองทุนหลักต่ำกว่าผลตอบแทนของกองทุนอื่นๆ ที่มีนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกันอย่างมีนัยสำคัญหรือติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน หรือขนาดของกองทุนหลักลดต่ำลงมากอย่างมีนัยสำคัญ จนอาจมีผลกระทบต่อการลงทุนหรือต่อค่าใช้จ่าย หรือการลงทุนของกองทุนหลักไม่เป็นไปตามหนังสือชี้ชวนหรือโครงการ หรือเมื่อกองทุนหลักกระทำความผิดร้ายแรงตามความเห็นของหน่วยงานที่กำกับดูแลกองทุนหลัก หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบที่อาจส่งผลต่อการดำเนินของกองทุนในฐานะผู้ลงทุน หรือกองทุนหลักเลิกกองทุน หรือในกรณีที่บริษัทจัดการพิจารณาเห็นว่า การย้ายไปลงทุนในกองทุนอื่นที่มีนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกันและตอบสนองนโยบายการลงทุนของกองทุน และเป็นผลดีต่อผลการดำเนินงานโดยรวมของกองทุน รวมถึงเป็นผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุน บริษัทจัดการสงวนสิทธิที่จะพิจารณาลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศอื่นใดที่มีลักษณะหรือนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกันในอัตราส่วนเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน หรือหากเกิดกรณีใด ๆ ที่ทำให้บริษัทจัดการไม่สามารถดำเนินการคัดเลือกกองทุนหลักกองทุนใหม่แทนกองทุนเดิมได้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะดำเนินการเลิกโครงการจัดการกองทุนรวม โดยจะดำเนินการจำหน่ายหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่เหลืออยู่ของกองทุน เพื่อคืนเงินตามจำนวนที่รวบรวมได้หลัง หักค่าใช้จ่ายและสำรองค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องของกองทุน (ถ้ามี) ให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน ตามสัดส่วนจำนวนหน่วยลงทุนที่ถือครองต่อจำนวนหน่วยลงทุนที่จำหน่ายแล้วทั้งหมดของกองทุน โดยการเปลี่ยนกองทุนหลักหรือเลิกกองทุนดังกล่าวถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ในกรณีที่กองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะใดลักษณะหนึ่งดังต่อไปนี้ บริษัทจัดการจะดำเนินการตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ประกาศกำหนด (1) มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ วันใดวันหนึ่งลดลงเกินกว่าสองในสามของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก (2) ยอดรวมของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลักลดลงในช่วงระยะเวลาห้าวันทำการใดติดต่อกัน คิดเป็นจำนวนเกินกว่าสองในสามของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก กองทุนหลักดังกล่าว ให้หมายถึงเฉพาะกองทุนที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (1) เป็นกองทุนรวมตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 และให้หมายความรวมถึงกองทุนที่มีลักษณะเป็นการลงทุนร่วมกันของผู้ลงทุน ไม่ว่าจะจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือกฎหมายต่างประเทศและไม่ว่ากองทุนดังกล่าวจะจัดตั้งในรูปบริษัท ทรัสต์ หรือรูปแบบอื่นใด เช่น กองทุนอสังหาริมทรัพย์ต่างประเทศ (REIT) โครงการจัดการลงทุน (collective investment scheme) เป็นต้น (2) เป็นกองทุนที่กองทุนรวมหน่วยลงทุนมีการลงทุนในกองทุนตาม (1) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลักนั้น เงื่อนไข ในกรณีที่กองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะดังกล่าวบริษัทจัดการดำเนินการดังต่อไปนี้ (1) แจ้งเหตุที่กองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการโดยคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม ให้สำนักงานและผู้ถือหน่วยลงทุนทราบภายในสามวันทำการนับแต่วันที่ปรากฏเหตุ (2) ดำเนินการตามแนวทางการดำเนินการตาม (1) ให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ปรากฏเหตุ (3) รายงานผลการดำเนินการให้สำนักงานทราบภายในสามวันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการแล้วเสร็จ (4) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการของกองทุนรวมตาม (1) ต่อผู้ที่สนใจจะลงทุนเพื่อให้ผู้ที่สนใจจะลงทุนรับรู้และเข้าใจเกี่ยวกับสถานะของกองทุนรวม ทั้งนี้ บริษัทจัดการกองทุนรวมจะดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการดังกล่าวด้วย ทั้งนี้ ระยะเวลาในการดำเนินการตามข้อ (2) บริษัทจัดการสามารถขอผ่อนผันต่อสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. บริษัทจัดการสงวนสิทธิที่จะพิจารณาลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศอื่นใดที่มีนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกันหรือเลิกกองทุน ในกรณีที่บริษัทจัดการอยู่ระหว่างการดำเนินการเปลี่ยน/โอนย้าย/เลิกกองทุน ข้างต้น กองทุนจะยกเว้นโดยไม่นำเรื่องการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนต่างประเทศดังกล่าวเพียงกองทุนเดียว และการนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบระยะเวลาบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน มาบังคับใช้ในช่วงดำเนินการคัดเลือกและ/หรือเตรียมการลงทุนและ/หรือเลิกกองทุนดังกล่าวโดยถือว่าได้รับมติเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว และบริษัทจัดการจะประกาศให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบโดยประกาศทางเว็บไซต์และปิดประกาศไว้ที่สำนักงานของบริษัทจัดการ รวมถึงจะรายงานการไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามอัตราส่วนการลงทุนที่กำหนดไว้ตามข้างต้นให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. รับทราบโดยไม่ชักช้า ลักษณะสำคัญของกองทุน JPMorgan Funds – Global Healthcare Fund : ชื่อกองทุนหลัก JPMorgan Funds – Global Healthcare Fund, Class A (acc) - USD วันที่จดทะเบียน 2 ตุลาคม 2552 ประเภทกองทุน กองทุนตราสารแห่งทุน อายุโครงการ ไม่กำหนด สกุลเงิน สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอเมริกา (USD) นโยบายการจ่ายเงินปันผล มีนโยบายไม่จ่ายเงินปันผล บริษัทจัดการ (Management Company) JPMorgan Asset Management (Europe) S.à r.l. ผู้จัดการกองทุน (Investment Manager) JPMorgan Asset Management Limited ผู้เก็บรักษาทรัพย์สินของกองทุน J.P. Morgan Bank Luxembourg S.A. ผู้ตรวจสอบบัญชีกองทุน PricewaterhouseCoopers, Société Coopérative ที่ปรึกษากฎหมาย Elvinger, Hoss & Prussen Bloomberg Ticker JPHLUAA LX ตัวชี้วัด ดัชนี MSCI World Healthcare Index (Total Return Net) Website www.jpmorganassetmanagement.com วัตถุประสงค์การลงทุนของกองทุนหลัก กองทุนหลักมีวัตถุประสงค์ที่จะสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนในตราสารทุนของบริษัทเภสัชกรรม เทคโนโลยีชีวภาพ บริการด้านการดูแลสุขภาพ เทคโนโลยีทางการแพทย์ และชีววิทยาศาสตร์ (บริษัทที่ประกอบธุรกิจดูแลสุขภาพ) ทั่วโลก นโยบายการลงทุนของกองทุนหลัก • กองทุนหลักจะลงทุนในตราสารทุนของบริษัทที่ประกอบธุรกิจดูแลสุขภาพไม่น้อยกว่าร้อยละ 67 ของมูลค่าทรัพย์สินของกองทุน (ไม่รวมเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด) โดยผู้ออกหลักทรัพย์ดังกล่าวอาจตั้งอยู่ในประเทศใดก็ได้ รวมถึงตลาดเกิดใหม่ • กองทุนหลักอาจมีไว้ซึ่งตราสารหนี้ เงินสด และรายการเทียบเท่าเงินสด เสริมไว้ในกองทุนได้ • กองทุนหลักอาจลงทุนในหลักทรัพย์ที่อยู่ภายใต้กฎ Undertakings for Collective Investment in Transferable Securities: UCITS และ Undertaking for Collective Investment: UCIs อื่นๆ • กองทุนหลักอาจลงทุนในทรัพย์สินในสกุลเงินอื่นใดและอาจทำการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน หรืออาจจัดการการลงทุนให้มีฐานะการลงทุนในอัตราแลกเปลี่ยน (currency exposure) ใกล้เคียงกับดัชนีชี้วัดของกองทุน • กองทุนหลักอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยง (Hedging) หรือเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) ค่าธรรมเนียมของกองทุน JPMorgan Funds – Global Healthcare Fund, Class A (acc) - USD) • ค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน (Initial Charge): ไม่เกินร้อยละ 5.00 ของมูลค่าหน่วยลงทุน • ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (Redemption Charge): ไม่เกินร้อยละ 0.50 ของมูลค่าหน่วยลงทุน • ค่าธรรมเนียมการจัดการและที่ปรึกษาการลงทุน (Annual Management and Advisory Fee): ไม่เกินร้อยละ 1.50 ต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน • ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและการบริหารงาน (Operating and Administrative Expenses): ไม่เกินร้อยละ 0.40 ต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน • ประมาณการค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เรียกเก็บจากกองทุนในรอบระยะเวลาบัญชีที่ผ่านมา: ปัจจุบันอยู่ที่ร้อยละ 1.90 ต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน (ข้อมูล ณ เดือนเมษายน 2558) ในกรณีที่กองทุนต่างประเทศคืนเงินค่าธรรมเนียมการจัดการบางส่วนเพื่อเป็นค่าตอบแทนเนื่องจากการที่กองทุนนำเงินไปลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศ (loyalty fee หรือ rebate) บริษัทจัดการจะดำเนินการให้เงินจำนวนดังกล่าวตกเป็นทรัพย์สินของกองทุน ในปัจจุบันกองทุน JPMorgan Funds – Global Healthcare Fund(กองทุนหลัก) จะแบ่งหน่วยลงทุนที่เสนอขายออกเป็นคลาส (Class) ซึ่งจะแตกต่างกันที่รายละเอียดต่างๆ เช่น โครงสร้างอัตราค่าธรรมเนียม สกุลเงิน นโยบายการจัดสรรกำไรและผลตอบแทน คุณสมบัติของผู้ลงทุน หรือลักษณะอื่นๆ โดยกองทุนหลักมีทั้งหน่วยลงทุนที่เสนอขายแก่ผู้ลงทุนทั่วไปและผู้ลงทุนสถาบัน บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะพิจารณาเปลี่ยนแปลง Class ที่ลงทุน โดยคำนึงถึงและรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญและไม่ถือว่าเป็นการดำเนินงานที่ผิดไปจากรายละเอียดโครงการ โดยถือว่าได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ความเสี่ยงของกองทุนหลัก 1. ความเสี่ยงจากการทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Futures) และสัญญาออปชั่น (Options) ในบางสถานการณ์ กองทุนหลักอาจทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Futures) และสัญญาออปชั่น (Options) ในหลักทรัพย์ ดัชนี และอัตราดอกเบี้ย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน อีกทั้ง ในกรณีที่เหมาะสม กองทุนหลักอาจป้องกันความเสี่ยงด้านตลาด อัตราแลกเปลี่ยน และอัตราดอกเบี้ยโดยใช้สัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Futures) สัญญาออปชั่น (Options) หรือสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า (forward) ทั้งนี้ มิได้มีการรับประกันว่าการป้องกันความเสี่ยงดังกล่าวจะบรรลุผลตามที่ต้องการ กองทุนหลักอาจลงทุนในตราสารอนุพันธ์เพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากการป้องกันความเสี่ยง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน และเพื่อให้ผลการดำเนินงานใกล้เคียงกับดัชนีชี้วัด การทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าอาจมีความเสี่ยงสูง ซึ่งเงินหลักประกันขั้นต้นอาจมีมูลค่าน้อยเมื่อเทียบกับมูลค่าของสัญญาซื้อขายล่วงหน้า อีกทั้ง สัญญาซื้อขายล่วงหน้ายังมีอัตราทด (Leverage) ทำให้การเคลื่อนไหวของตลาดเพียงเล็กน้อยจะส่งผลกระทบต่อผู้ลงทุนทั้งทางลบและทางบวกในสัดส่วนที่มากกว่า ทั้งนี้ การทำสัญญาออปชั่นอาจมีความเสี่ยงสูงเช่นเดียวกัน การขายสัญญาออปชั่นมักมีความเสี่ยงสูงกว่าการซื้อสัญญาออปชั่น แม้ว่าราคาของสัญญาออปชั่นที่ผู้ขายได้รับจะถูกกำหนดไว้แล้ว ผู้ขายอาจขาดทุนเกินจำนวนดังกล่าวได้ เนื่องจากผู้ขายอาจมีความเสี่ยงจากการที่ผู้ซื้อใช้สิทธิในสัญญาออปชั่นและผู้ขายจะต้องชำระเงินตามที่ระบุไว้ในสัญญาออปชั่น หรือซื้อ หรือส่งมอบหลักทรัพย์อ้างอิง ความเสี่ยงอาจลดลงได้หากสัญญาออปชั่นได้รับความคุ้มครองโดยการที่ผู้ขายมีสถานะการลงทุนสอดคล้องกับหลักทรัพย์อ้างอิงหรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในสัญญาออปชั่นอื่น 2. ความเสี่ยงจากการลงทุนในตราสารอนุพันธ์ (Derivative Risks) 2.1 ความเสี่ยงจากการลงทุนในตราสารอนุพันธ์ที่มีอัตราทดสูง (Leverage Risk) เนื่องจากการซื้อขายตราสารอนุพันธ์กำหนดให้มีเงินหลักประกันขั้นต้นต่ำ จึงทำให้โดยปกติ Leverage จะมีระดับที่สูงมาก ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงของราคาในสัญญาอนุพันธ์เพียงเล็กน้อยอาจทำให้ผู้ลงทุนขาดทุนเป็นจำนวนมาก และอาจขาดทุนมากกว่าจำนวนเงินที่ลงทุนได้ 2.2 ความเสี่ยงจากการระงับการซื้อขายตราสารอนุพันธ์ ตลาดหลักทรัพย์หรือตลาดสินค้าโภคภัณฑ์มีสิทธิที่จะระงับหรือจำกัดการซื้อขายหลักทรัพย์หรือสินค้าโภคภัณฑ์ตามที่ระบุไว้ได้ การระงับการซื้อขายดังกล่าวอาจทำให้กองทุนหลักไม่สามารถชำระหนี้และมีความเสี่ยงที่จะขาดทุนและขายคืนหลักทรัพย์ได้ช้า 3. ความเสี่ยงจากการลงทุนในบริษัทขนาดเล็ก กองทุนที่ลงทุนในบริษัทขนาดเล็กอาจมีความผันผวนในมูลค่ามากกว่ากองทุนอื่นๆ เนื่องจากความผันผวนของราคาหุ้นของบริษัทขนาดเล็กมีมากกว่า 4. ความเสี่ยงจากการลงทุนในตลาดเกิดใหม่และประเทศด้อยพัฒนา ในตลาดเกิดใหม่และประเทศด้อยพัฒนาที่กองทุนหลักลงทุนนั้น กฎหมาย ศาล และกฎระเบียบต่างๆอยู่ในช่วงกำลังพัฒนา แต่มีความไม่แน่นอนทางด้านกฎหมายทั้งสำหรับผู้ลงทุนในประเทศและคู่สัญญาต่างประเทศ ในบางตลาดอาจมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ก่อนการตัดสินใจลงทุน ผู้ลงทุนควรมีความเข้าใจในความเสี่ยง และพอใจกับการลงทุนดังกล่าวซึ่งเหมาะสมที่จะเป็นส่วนหนึ่งของพอร์ตการลงทุน การลงทุนในตลาดเกิดใหม่และประเทศด้อยพัฒนาเหมาะสำหรับนักลงทุนที่มีความรู้ความเข้าใจในการลงทุนสูงหรือนักลงทุนมืออาชีพที่มีความรู้ในตลาดที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสามารถพิจารณาและประเมินความเสี่ยงต่างๆจากการลงทุนดังกล่าว และมีทรัพยากรทางการเงินเพื่อรับความเสี่ยงจากการขาดทุนจำนวนมากในการลงทุนดังกล่าวได้ ประเทศในตลาดเกิดใหม่และประเทศด้อยพัฒนานั้น รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงประเทศดังต่อไปนี้ 1) ประเทศที่มีตลาดหลักทรัพย์เกิดใหม่ในเศรษฐกิจที่กำลังพัฒนาตามที่บรรษัทการเงินระหว่างประเทศกำหนด 2) ประเทศที่มีเศรษฐกิจที่ประกอบไปด้วยผู้มีรายได้ต่ำถึงปานกลางตามที่ธนาคารโลกกำหนด 3) ประเทศที่ธนาคารโลกกำหนดให้เป็นประเทศที่กำลังพัฒนา ซึ่งรายชื่อประเทศในตลาดเกิดใหม่และประเทศด้อยพัฒนาเหล่านี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ 4.1 ความเสี่ยงด้านการเมืองและเศรษฐกิจ - ความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจและการเมืองอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของกฎหมาย การคลัง กฎระเบียบ และการปฏิรูปตลาด - ความเสี่ยงด้านการดำเนินงานอาจเป็นผลอันเนื่องมาจากข้อบังคับในการเคลื่อนย้ายเงินทุนอย่างเสรี - สถานะหนี้ภายนอกของประเทศอาจมีผลต่อการกำหนดภาษีและการควบคุมการแลกเปลี่ยนหลักทรัพย์ - อัตราดอกเบี้ยและอัตราเงินเฟ้อที่สูงอาจส่งผลทำให้ธุรกิจสามารถหาเงินทุนหมุนเวียนได้ยาก - ประเทศใดๆอาจพึ่งพาการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์และทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งทำให้มีความเสี่ยงหากราคาของสินค้าดังกล่าวในตลาดโลกอ่อนลง 4.2 ความเสี่ยงด้านกฎหมาย - การตีความและการบังคับใช้พระราชกฤษฎีกาและบทบัญญัติที่ออกโดยผ่านสภานิติบัญญัตินั้น อาจมีความขัดแย้งและความไม่แน่นอนในเรื่องที่เกี่ยวกับภาษี - การออกกฎหมายอาจมีผลบังคับใช้ย้อนหลัง หรือออกกฎหมายที่บังคับใช้เฉพาะภายในและไม่ได้ประกาศต่อสาธารณะ - มิได้มีการรับประกันความเป็นอิสระแห่งอำนาจตุลาการและความเป็นกลางทางการเมือง - หน่วยงานรัฐและผู้พิพากษาอาจไม่สามารถปฏิบัติตามข้อบังคับของกฎหมายและสัญญาที่เกี่ยวข้องได้ จึงไม่มีความแน่นอนว่าผู้ลงทุนจะได้รับค่าชดเชยเต็มจำนวนหรือไม่ได้รับค่าชดเชยเลยหากมีความเสียหายเกิดขึ้น - กระบวนการทางกฎหมายอาจใช้เวลานานและยืดเยื้อ 4.3 ความเสี่ยงด้านตลาดและการชำระราคา - ตลาดหลักทรัพย์ในบางประเทศอาจขาดสภาพคล่อง ประสิทธิภาพและกฎระเบียบ - การขาดสภาพคล่องอาจส่งผลกระทบในทางลบต่อการจำหน่ายสินทรัพย์ และการขาดข้อมูลราคาที่น่าเชื่อถือของหลักทรัพย์บางประเภทที่กองทุนหลักลงทุนอาจทำให้การประเมินมูลค่าตลาดที่น่าเชื่อถือของสินทรัพย์ทำได้ยาก - การจดทะเบียนผู้ถือหุ้นที่ไม่เหมาะสมทำให้กรรมสิทธิ์หรือผลประโยชน์อาจไม่ได้รับการคุ้มครองเต็มจำนวน - ข้อกำหนดสำหรับผู้ดูแลสินทรัพย์อาจมีการพัฒนาน้อยกว่าในตลาดที่พัฒนาแล้ว จึงทำให้กองทุนหลักมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 4.4 ความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงของราคาและผลการดำเนินงาน - ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อมูลค่าของหลักทรัพย์ในบางตลาดนั้นอาจไม่สามารถวิเคราะห์ได้โดยง่าย - การลงทุนในหลักทรัพย์ในบางตลาดมีความเสี่ยงสูงและมูลค่าของการลงทุนดังกล่าวอาจลดลงหรือลดลงจนเป็นศูนย์ 4.5 ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน - การแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศหรือการโอนรายได้จากการขายหลักทรัพย์ในบางตลาดอาจไม่ได้รับการรับประกันว่าจะได้รับในเวลาที่กำหนด - ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเมื่อลงทุนใน class ที่ไม่มีการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนของสกุลเงินที่ผู้ลงทุนอ้างอิง - อาจเกิดความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนในช่วงระหว่างวันที่ซื้อขายหลักทรัพย์และวันที่ชำระราคาด้วยสกุลเงินนั้น 4.6 ความเสี่ยงในการทำธุรกรรมและความเสี่ยงจากคู่สัญญา ในบางตลาดอาจมีการชำระราคาที่ไม่ปลอดภัย ในการส่งมอบหลักทรัพย์เมื่อได้รับชำระเงินจะช่วยลดความเสี่ยงจากคู่สัญญาได้ ทั้งนี้ หากกองทุนหลักมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลข้างต้นใด ๆ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงข้อมูลดังกล่าวเพื่อให้สอดคล้องกับกองทุนหลัก โดยไม่ถือเป็นการแก้ไขโครงการ ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุนในประเทศ บริษัทจัดการจะลงทุนหรือแสวงหาประโยชน์เฉพาะจากหลักทรัพย์ ทรัพย์สินอื่น หรือหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างตามที่ประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดดังต่อไปนี้ เว้นแต่ในกรณีที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ให้ความเห็นชอบหรือมีประกาศแก้ไขหรือเพิ่มเติมประเภทหรือลักษณะของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่น ส่วนที่ 1 : ประเภทและคุณสมบัติของตราสารทางการเงินทั่วไป 1. ประเภทของตราสาร ได้แก่ 1.1 ตราสารหนี้ 1.1.1 พันธบัตร 1.1.2 ตั๋วเงินคลัง 1.1.3 หุ้นกู้ (ไม่รวมหุ้นกู้แปลงสภาพ หุ้นกู้อนุพันธ์ และตราสาร Basel III) 1.1.4 ตั๋วแลกเงิน (Bill of Exchangeหรือ B/E) 1.1.5 ตั๋วสัญญาใช้เงิน (Promissory Noteหรือ P/N) 1.1.6 ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นกู้ 1.1.7 ใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่มี underlying เป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้ 1.1.8 ตราสารหนี้อื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกับตราสารหนี้ตามข้อ 1.2.1 - 1.2.7 ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดเพิ่มเติม 2. หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการลงทุน เป็นไปตามประกาศ ส่วนที่ 2 : ทรัพย์สินประเภทหน่วย CIS กรณีเป็นหน่วยที่การออกอยู่ภายใต้บังคับกฎหมายไทย ต้องมีคุณสมบัติและหลักเกณฑ์ในการลงทุนดังนี้ 1. มีคุณสมบัติและเป็นไปตามหลักเกณฑ์ในการลงทุนเช่นเดียวกับข้อกำหนดสำหรับตราสารทางการเงินทั่วไป 2. ในกรณีที่กองทุนไปลงทุนในหน่วย CIS ของกองทุนรวม กองทุนรวมดังกล่าวต้องมีนโยบายการลงทุนดังนี้ (ไม่ใช้กับการลงทุนในหน่วย CIS ของกองทุนรวมทองคำที่ลงทุนในทองคำแท่ง) 2.1 มีการลงทุนในทรัพย์สินซึ่งเป็นประเภทและชนิดเดียวกับที่กองทุนสามารถลงทุนได้ 2.2 มีการลงทุนในทรัพย์สินเมื่อใช้วิธีคำนวณตามสัดส่วน (pro rata) แล้วได้ผลเป็นไปตามหลักเกณฑ์ single entity limit ของกองทุนนั้น 2.3 มีการลงทุนในทรัพย์สินเมื่อใช้วิธีคำนวณตามสัดส่วน (pro rata) แล้วได้ผลเป็นไปตามหลักเกณฑ์ product limit สำหรับทรัพย์สินที่เป็น SIP ของกองทุนนั้น 2.4 มีการลงทุนใน derivatives ที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ global exposure limit ของกองทุนนั้น 3. ในกรณีที่กองทุนรวมฟีดเดอร์ไปลงทุนในหน่วย CIS ของกองทุนรวม กองทุนรวมดังกล่าวต้องไม่ใช่กองทุนรวมฟีดเดอร์ ส่วนที่ 3 : ทรัพย์สินประเภทเงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก เป็นไปตามประกาศ ส่วนที่ 4 : ธุรกรรมประเภทการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (reverse repo) เป็นไปตามประกาศ ส่วนที่ 5 : ธุรกรรมประเภทการให้ยืมหลักทรัพย์ (securities lending) เป็นไปตามประกาศ ส่วนที่ 6 : ธุรกรรมประเภท derivatives 1. ประเภท underlying derivatives ที่กองทุนจะเข้าเป็นคู่สัญญาได้ คือ อัตราแลกเปลี่ยนเงิน 2. หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการลงทุน เป็นไปตามประกาศ ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุนในต่างประเทศ บริษัทจัดการจะลงทุนหรือแสวงหาประโยชน์เฉพาะจากหลักทรัพย์ ทรัพย์สินอื่น หรือหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างตามที่ประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดดังต่อไปนี้ เว้นแต่ในกรณีที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ให้ความเห็นชอบหรือมีประกาศแก้ไขหรือเพิ่มเติมประเภทหรือลักษณะของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่น ทั้งนี้ ตราสารหรือสัญญาในต่างประเทศ ตราสารหรือสัญญาดังกล่าวต้องเสนอขายหรือเป็นการทำสัญญาในประเทศที่มีหน่วยงานกำกับดูแลด้านหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ที่เป็นสมาชิกสามัญของ IOSCO หรือที่มีการซื้อขายในตลาดซื้อขายหลักทรัพย์ต่างประเทศที่เป็นสมาชิกของ WFE หรือเป็นตราสารของบริษัทที่จัดตั้งและเสนอขายใน GMS ส่วนที่ 1 : ประเภทและคุณสมบัติของตราสารทางการเงินต่างประเทศทั่วไป 1. ประเภทของตราสาร ได้แก่ 1.1 ตราสารหนี้ต่างประเทศ 1.1.1 พันธบัตร 1.1.2 ตั๋วเงินคลัง 1.1.3 หุ้นกู้ (ไม่รวมหุ้นกู้แปลงสภาพ หุ้นกู้อนุพันธ์ และตราสาร Basel III) 1.1.4 ตั๋วแลกเงิน (Bill of Exchangeหรือ B/E) 1.1.5 ตั๋วสัญญาใช้เงิน (Promissory Noteหรือ P/N) 1.1.6 ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นกู้ 1.1.7 ใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่มี underlying เป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้ 1.1.8 ตราสารหนี้อื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกับตราสารหนี้ตามข้อ 1.1.1 - 1.1.7 ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดเพิ่มเติม 2. หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการลงทุน เป็นไปตามประกาศ ส่วนที่ 2 : ทรัพย์สินประเภทหน่วย CIS กรณีเป็นหน่วยที่การออกอยู่ภายใต้บังคับกฎหมายต่างประเทศ ต้องมีคุณสมบัติและหลักเกณฑ์ในการลงทุนดังนี้ 1. มีคุณสมบัติและเป็นไปตามหลักเกณฑ์ในการลงทุนเช่นเดียวกับข้อกำหนดสำหรับตราสารทางการเงินทั่วไป 2. เป็นหน่วยของกองทุน CIS ต่างประเทศที่มีลักษณะดังนี้ 2.1 การออกและการเสนอขายอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานต่างประเทศที่กำกับดูแลด้านหลักทรัพย์และตลาดซื้อขายหลักทรัพย์ซึ่งเป็นสมาชิกสามัญของ IOSCO หรือเป็นหน่วยของกองทุน CIS ต่างประเทศที่มีการซื้อขายในตลาดซื้อขายหลักทรัพย์ต่างประเทศที่เป็นสมาชิกของ WFE 2.2 CIS operator ของกองทุนดังกล่าวอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานกำกับดูแลที่เป็นสมาชิกสามัญของ IOSCO 2.3 ในกรณีที่กองทุนรวมไปลงทุนในหน่วยของกองทุน CIS ต่างประเทศ กองทุน CIS ต่างประเทศดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์การกำกับดูแล การออก การเสนอขาย และการจัดการสำหรับกองทุนเพื่อผู้ลงทุนรายย่อยของประเทศนั้น 3. ประเทศที่กำกับดูแลการเสนอขายหน่วยดังกล่าวมีมาตรการให้ความคุ้มครองผู้ลงทุนอย่างเพียงพอทั้งนี้ ตามรายชื่อประเทศที่สำนักงานคณะกรรมการก.ล.ต.กำหนด 4. ในกรณีเป็นการลงทุนของกองทุนรวมในหน่วยของกองทุน CIS ต่างประเทศ กองทุนดังกล่าวต้องมีการจำกัดการกู้ยืมไว้เฉพาะกรณีมีเหตุจำเป็นในการบริหารสภาพคล่องเป็นการชั่วคราวเท่านั้น และมีนโยบายการลงทุนดังนี้ (ไม่ใช้กับการลงทุนในหน่วยของกองทุน CIS ต่างประเทศซึ่งเป็นกองทุนรวมทองคำที่ลงทุนในทองคำแท่ง) 4.1 มีการลงทุนในทรัพย์สินซึ่งเป็นประเภทและชนิดเดียวกับที่กองทุนรวมสามารถลงทุนได้ในสัดส่วนมากกว่าหรือเท่ากับ 80% ของ NAV ของกองทุน CIS ต่างประเทศนั้น 4.2 มีการลงทุนในทรัพย์สินเมื่อใช้วิธีคำนวณตามสัดส่วน (pro rata) แล้วได้ผลเป็นไปตามหลักเกณฑ์ single entity limit ของกองทุนรวมนั้น ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ดังกล่าวไม่ใช้กับกรณีทรัพย์สินที่เป็น SIP 4.3 มีการลงทุนในทรัพย์สินเมื่อใช้วิธีคำนวณตามสัดส่วน (pro rata) แล้วได้ผลเป็นไปตามหลักเกณฑ์ product limit สำหรับทรัพย์สินที่เป็น SIP ของกองทุนรวมนั้น 4.4 มีการลงทุนใน derivatives ที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ global exposure limit กองทุนรวมนั้น 5. ในกรณีที่กองทุนรวมฟีดเดอร์ไปลงทุนในหน่วยของกองทุน CIS ต่างประเทศ กองทุน CISต่างประเทศดังกล่าวต้องไม่ใช่กองทุนที่มีลักษณะทำนองเดียวกับกองทุนรวมฟีดเดอร์ เว้นแต่เป็นกรณีที่มีความจำเป็นและเป็นประโยชน์ต่อผู้ถือหน่วยลงทุน ทั้งนี้ โดยได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการก.ล.ต. โดยก่อนการลงทุนบริษัทจัดการต้องจัดให้มีการเปิดเผยข้อมูล เหตุผลความจำเป็นและค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในลักษณะดังกล่าวไว้ในหนังสือชี้ชวนด้วย ส่วนที่ 3 : ทรัพย์สินประเภทเงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก เป็นไปตามประกาศ ส่วนที่ 4 : ธุรกรรมประเภท derivatives 1. ประเภท underlying derivatives ที่กองทุนจะเข้าเป็นคู่สัญญาได้ต้องมี underlying อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างดังนี้ 1.1 ทรัพย์สินที่กองทุนสามารถลงทุนได้ 1.2 อัตราแลกเปลี่ยนเงิน 1.3 ดัชนีกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ ดัชนีเงินเฟ้อ ดัชนีที่มีองค์ประกอบเป็นสินค้าหรือตัวแปรตาม 1.1 - 1.2 หรือ 1.5 1.4 ดัชนีที่มีองค์ประกอบเป็นดัชนีตาม 1.3 1.5 underlying อื่นตามที่สำนักงานกำหนดเพิ่มเติม 2. หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการลงทุน เป็นไปตามประกาศ อัตราส่วนการลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น เพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวม : เป็นไปตามประกาศ ยกเว้นหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินดังต่อไปนี้ ที่มีอัตราส่วนการลงทุนน้อยกว่าอัตราส่วนที่ประกาศการลงทุนกำหนด ส่วนที่ 1 : อัตราส่วนการลงทุนที่คำนวณตามผู้ออกทรัพย์สินหรือคู่สัญญา (single entity limit) ข้อ ประเภททรัพย์สิน อัตราส่วน (% ของ NAV) 1 หน่วย CIS ในประเทศ ไม่เกิน 10% ส่วนที่ 2 : อัตราส่วนการลงทุนที่คำนวณตามประเภททรัพย์สิน (product limit) ข้อ ประเภททรัพย์สิน อัตราส่วน (% ของ NAV) 1 1. ทรัพย์สินที่ประกาศการลงทุนกำหนด 2. total SIP ตามข้อ 4 ของส่วนนี้ แต่ไม่รวมถึงตราสารหนี้ที่มีลักษณะครบถ้วนตามที่ประกาศ การลงทุนกำหนดและมี credit rating อยู่ในระดับต่ำกว่า investment grade หรือไม่มี credit rating รวมกันไม่เกิน 25% 2 reverse repo ในประเทศ ไม่เกิน 20% 3 securities lending ในประเทศ ไม่เกิน 20% 4 total SIP ซึ่งได้แก่ 1. ทรัพย์สิน SIP ในส่วนที่ 1 : อัตราส่วนการลงทุนที่คำนวณตามผู้ออกทรัพย์สินหรือคู่สัญญา (single entity limit) ของประกาศการลงทุน 2. ตราสารหนี้ที่มี credit rating อยู่ในระดับต่ำกว่า investment grade หรือไม่มี credit rating รวมกันไม่เกิน 15% 5 หน่วย CIS ในประเทศ ไม่เกิน 20%
No NAV history available.
Investment policy as filed with SEC Thailand.
actual = what the AMC currently charges · max = prospectus ceiling (no actual reported). Annual fees aren’t additive with one-time fees.