ONE COMPLEX RETURN FUND NOT FOR RETAIL INVESTORS
ONE ASSET MANAGEMENT LIMITED · Mixed / Balanced
✨Invests primarily in investment-grade debt securities and deposits, with a small portion allocated to derivatives linked to specific indices.
กองทุนมีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ และ/หรือ เงินฝากทั้งในประเทศ และ/หรือ ต่างประเทศ เช่น ตั๋วแลกเงินธนาคารพาณิชย์ เงินฝากในธนาคารพาณิชย์ และตราสารหนี้ที่ออกโดยบริษัทเอกชนทั่วไป โดยกองทุนจะลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) รวมกันทั้งสิ้นประมาณร้อยละ 96.50 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เงินลงทุนในส่วนนี้หลังหักค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บจากกองทุนแล้ว เติบโตเป็นร้อยละ 100.50 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน เมื่อครบกำหนดอายุโครงการ ทั้งนี้ ในกรณีที่กองทุนได้รับดอกเบี้ยจากหลักทรัพย์ที่ลงทุนระหว่างอายุโครงการ บริษัทจัดการจะนำเงินดังกล่าวกลับไปลงทุน (Reinvestment) ในตราสารหนี้ภาครัฐ และ/หรือ เอกชน และ/หรือ เงินฝากทั้งในประเทศ และ/หรือ ต่างประเทศ เช่น พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย ตั๋วแลกเงินธนาคารพาณิชย์ เงินฝากในธนาคารพาณิชย์ และตราสารหนี้ที่ออกโดยบริษัทเอกชนทั่วไป โดยกองทุนจะลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด กองทุนจะแบ่งเงินลงทุนส่วนที่เหลือประมาณร้อยละ 3.50 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน เพื่อลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เช่น สัญญาคอลออปชั่น (Call Option) ที่ออก รับรอง รับอาวัล หรือค้ำประกันโดยธนาคารพาณิชย์ไทย หรือสถาบันการเงินไทย หรือธนาคารซึ่งเป็นสาขาของธนาคารต่างประเทศ หรือสถาบันการเงินต่างประเทศ ที่สัญญามีการจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงกับระดับของดัชนีอ้างอิง (Index level) คือ ดัชนี J.P. Morgan Mozaic XRP ตามเงื่อนไขการจ่ายผลตอบแทน เพื่อเปิดโอกาสให้กับกองทุนสามารถแสวงหาผลตอบแทนส่วนเพิ่มจากการปรับตัวขึ้นของดัชนี J.P. Morgan Mozaic XRP ทั้งนี้ Notional amount ของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่กองทุนลงทุนจะมีมูลค่าประมาณหรือเท่ากับมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (ณ วันจดทะเบียน) และจะอยู่ในรูปสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) หรืออาจอยู่ในรูปสกุลเงินต่างประเทศอื่น ๆ ในการทำสัญญาคอลออปชั่น (Call Option) ข้างต้น ผู้ออกสัญญาซื้อขายล่วงหน้าอาจไม่สามารถจ่ายผลตอบแทนเป็นสกุลเงินบาทให้แก่กองทุนได้ เนื่องจากติดเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย ดังนั้น เมื่อกองทุนได้รับผลตอบแทนเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ หรือสกุลเงินต่างประเทศอื่นใด กองทุนจะทำการแลกเปลี่ยนกับธนาคารพาณิชย์ไทยเพื่อแลกเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ หรือสกุลเงินต่างประเทศอื่นนั้นเป็นสกุลเงินบาทตามอัตราแลกเปลี่ยนในช่วงเวลานั้น ทั้งนี้ ผู้ลงทุนจึงมีความเสี่ยงที่เกิดจากคู่สัญญา (Counterparty risk) จากการทำสัญญาคอลออปชั่น (Call Option) และความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Foreign exchange rate risk) อนึ่ง บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ลงทุนจากสัญญาคอลออปชั่น (Call Option) เป็นสัญญาคอลวอร์แรนท์ (Call Warrant) ได้โดยจะอ้างอิงกับสินทรัพย์อ้างอิงเดิม กองทุนอาจลงทุนในตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) รวมทั้งกองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) และสำหรับการลงทุนในตราสารหนี้ และ/หรือ เงินฝากต่างประเทศ กองทุนจะป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging) ทั้งจำนวน ทั้งนี้ หากมีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์เกี่ยวกับการทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าดังกล่าว กองทุนอาจจะเข้าลงทุนในตราสารที่มีอายุยาวกว่าอายุโครงการ อย่างไรก็ดี กองทุนจะเข้าทำสัญญาขายตราสารดังกล่าวล่วงหน้าเพื่อให้อายุของสัญญาสอดคล้องกับอายุโครงการ กองทุนอาจเข้าทำธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (reverse repo) หรือ ธุรกรรมประเภทการให้ยืมหลักทรัพย์ (securities lending) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด อนึ่ง กองทุนจะไม่ลงทุนในตราสารทุนของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ (Unlisted Securities) รวมถึงตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าอันดับที่สามารถลงทุนได้ (non-investment grade) หรือที่ไม่มีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (unrated) เว้นแต่ในกรณีที่ตราสารนั้นได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Listed Securities) หรือได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment grade) แล้วแต่กรณี ในขณะที่กองทุนลงทุนเท่านั้น ในกรณีที่การลงทุนของกองทุนรวมไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน ให้บริษัทจัดการดำเนินการแก้ไขสัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวมให้เป็นไปตามนโยบายการลงทุนภายใน 90 วันนับแต่วันที่สัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวมไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุน เว้นแต่บริษัทจัดการจะได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนให้เปลี่ยนแปลงประเภทของกองทุนรวมภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ทั้งนี้ ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวมตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วยก็ได้ โดยคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ (ก) ช่วงระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม (ข) ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนเลิกกองทุนรวม (ค) ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกิน 10 วันทำการ สรุปรายละเอียดการลงทุนของกองทุน ส่วนที่ 1 เงินต้นและผลตอบแทน : กองทุนลงทุนในตราสารหนี้ และ/หรือ เงินฝากทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศ เช่น ตั๋วแลกเงินธนาคารพาณิชย์ เงินฝากในธนาคารพาณิชย์ และตราสารหนี้ที่ออกโดยบริษัทเอกชนทั่วไป โดยกองทุนจะลงทุนในตราสารหนี้ทีมีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) รวมกันทั้งสิ้นประมาณร้อยละ 96.50 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เงินลงทุนหลังหักค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บจากกองทุนแล้วเติบโตเป็นร้อยละ 100.50 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน เมื่อครบกำหนดอายุโครงการ กองทุนอาจลงทุนในตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) รวมทั้งกองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) และสำหรับการลงทุนในตราสารหนี้ และ/หรือ เงินฝากต่างประเทศ กองทุนจะป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging) ทั้งจำนวน ทั้งนี้ หากมีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์เกี่ยวกับการทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าดังกล่าว กองทุนอาจจะเข้าลงทุนในตราสารที่มีอายุยาวกว่าอายุโครงการ อย่างไรก็ดี กองทุนจะเข้าทำสัญญาขายตราสารดังกล่าวล่วงหน้าเพื่อให้อายุของสัญญาสอดคล้องกับอายุโครงการ เป็นต้น ส่วนที่ 2 ผลตอบแทนส่วนเพิ่ม : กองทุนจะแบ่งเงินลงทุนประมาณร้อยละ 3.50 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน เพื่อลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) ได้แก่ สัญญาคอลออปชั่น (Call Option) ที่สัญญามีการจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงกับระดับของดัชนีอ้างอิง(Index level) คือ ดัชนี J.P. Morgan Mozaic XRP ที่ออก รับรอง รับอาวัล หรือค้ำประกันโดยธนาคารพาณิชย์ไทย หรือสถาบันการเงินไทย หรือธนาคารซึ่งเป็นสาขาของธนาคารต่างประเทศ หรือสถาบันการเงินต่างประเทศ อนึ่ง บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ลงทุนจากสัญญาคอลออปชั่น (Call Option) เป็นสัญญาคอลวอร์แรนท์ (Call Warrant) ได้โดยจะอ้างอิงกับสินทรัพย์อ้างอิงเดิม ลักษณะที่สำคัญของสัญญาคอลออปชั่น (Call Option) ที่อ้างอิงกับระดับของดัชนี J.P. Morgan Mozaic XRP ลักษณะผลตอบแทนของ ตราสาร สัญญาคอลออปชั่น (Call Option) จะอ้างอิงกับระดับของดัชนี J.P. Morgan Mozaic XRP โดยจะพิจารณาระดับของดัชนีอ้างอิงนี้ภายในระยะเวลาประมาณ 30 วัน ก่อนวันสิ้นสุดโครงการ ผลขาดทุนสูงสุดจากการลงทุนในสัญญาคอลออปชั่น (Call Option) คือค่า premium ของสัญญา สกุลเงิน ดอลลาร์สหรัฐ (USD) อายุตราสาร ประมาณ 3 ปี 1 เดือน แต่ไม่น้อยกว่า 3 ปี และไม่เกิน 3 ปี 2 เดือน โดยนับจากวันจดทะเบียนกองทรัพย์สินเป็นกองทุนรวม การจ่ายผลตอบแทน (Payoff at expiry) 1.ผลตอบแทนจากการลงทุนในสัญญาคอลออปชั่น (Call Option) คือ ผลตอบแทนที่ปรับตัวสูงขึ้นตามระดับดัชนี J.P. Morgan Mozaic XRP โดยผลตอบแทนสัญญาคอลออปชั่น (Call Option) สามารถปรับตัวสูงขึ้นได้อย่างไม่จำกัดโดยไม่รวมผลของอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งจะพิจารณาจากระดับดัชนีอ้างอิง ณ วันพิจารณาสินทรัพย์อ้างอิงกับระดับดัชนีอ้างอิง ณ วันเข้าทำสัญญา และจะจ่ายให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนลงทุนหลังจากครบอายุโครงการ 2.หากภายในระยะเวลาประมาณ 30 วัน ก่อนวันสิ้นสุดโครงการ ระดับดัชนี J.P. Morgan Mozaic XRP ปรับตัวลดลง ผลขาดทุนในการลงทุนในสัญญาคอลออปชั่น (Call Option) จะจำกัดที่ค่า premium ของสัญญาคอลออปชั่น (Call Option) เหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อการลงทุน กองทุนสงวนสิทธิที่จะนำเงินส่วนที่ลงทุนในสัญญาคอลออปชั่น (Call Option) ไปลงทุนในทรัพย์สินอื่นตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน จนครบอายุกองทุน โดยคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน ซึ่งผลตอบแทนอาจเปลี่ยนแปลงจากที่กำหนดไว้ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งต่อดัชนี J.P. Morgan Mozaic XRP ต่อไปนี้ 1) มีการยกเลิกดัชนีอ้างอิง 2) ดัชนีอ้างอิงหยุดการคำนวณ หรือผู้ให้บริการดัชนีงดประกาศระดับของดัชนี 3) มีการเปลี่ยนแปลงวิธีการคำนวณดัชนี 4) มีการเปลี่ยนแปลงผู้ให้บริการดัชนี 5) มีการเปลี่ยนแปลงกฏหมายหรือข้อบังคับที่ส่งผลกระทบต่อดัชนีอ้างอิง 6) ผู้ออกสัญญาคอลออปชั่น (Call Option) ที่มีการจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงกับระดับของดัชนีอ้างอิง มีต้นทุนในการป้องกันความเสี่ยงเพิ่มขึ้น เช่น จากการเพิ่มขึ้นของอัตราการเสียภาษีอากร ค่าใช้จ่าย และค่าธรรมเนียมต่างๆ 7) มีเหตุการณ์ใดๆ ที่ทำให้ผู้ออกสัญญาคอลออปชั่นที่มีการจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงกับระดับของดัชนีอ้างอิงไม่สามารถป้องกันความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของราคาดัชนีอ้างอิงได้ โดยผู้ออกสัญญาคอลออปชั่น (Call Option) ได้ใช้ความพยายามอย่างถึงที่สุดในการแก้ไขปัญหาแล้ว แต่อย่างไรก็ตามผู้ออกสัญญาคอลออปชั่น (Call Option) ยังคงได้รับผลกระทบ ดังต่อไปนี้ 1.ไม่สามารถหา สร้าง สร้างใหม่ ทดแทน ถือครอง ยกเลิก หรือขายธุรกรรมหรือสินทรัพย์เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านราคาตามเงื่อนไขและข้อผูกพันที่เกี่ยวข้องกับสัญญาคอลออปชั่น (Call Option) นั้น หรือ 2. ไม่สามารถขายหรือไม่ได้รับชำระเงินคืนจากการขายธุรกรรมหรือสินทรัพย์ที่ลงทุน Participation rate (PR) 70% ทั้งนี้ อัตราส่วนร่วม(Participation Rate) อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ หากสภาวะตลาดมีการเปลี่ยนแปลง แต่อย่างไรก็ตาม อัตราส่วนร่วมจะไม่ต่ำกว่าอัตราส่วนร่วมที่กำหนดไว้ในโครงการ ผู้ออก ผู้รับรอง ผู้รับอาวัล หรือผู้ค่าประกัน ตราสาร ธนาคารพาณิชย์ไทย หรือสถาบันการเงินไทย หรือธนาคารซึ่งเป็นสาขาของธนาคารต่างประเทศ หรือสถาบันการเงินต่างประเทศ หมายเหตุ: บริษัทจัดการจะแจ้งประเภทของสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ผู้ออกสัญญาซื้อขายล่วงหน้า รวมถึงสกุลเงินที่กองทุนจะลงทุนและได้รับผลตอบแทน ให้ผู้ลงทุนทราบก่อนการเสนอขายครั้งแรก เงื่อนไขการจ่ายผลตอบแทนและการคำนวณของสัญญาคอลออปชั่น (Call Option) สูตรการคำนวณผลตอบแทนการจ่ายคืนเงินจากการลงทุน ณ วันครบอายุโครงการ (ก่อนหักค่าใช้จ่าย) = เงินต้น + ผลตอบแทนจากการลงทุนในตราสารหนี้ และ/หรือเงินฝาก + ผลตอบแทนจากการลงทุนในสัญญาคอลออปชั่น (Call Option) * *ผลตอบแทนจากการลงทุนในสัญญาคอลออปชั่น (Call Option) มาจากการลงทุนในสัญญาคอลออปชั่น (Call Option) คิดเป็นมูลค่าประมาณร้อยละ 3.50 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และจ่ายผลตอบแทนครั้งเดียวตอนสิ้นอายุโครงการ โดยผลตอบแทนจากการลงทุนจะอ้างอิงกับอัตราผลตอบแทนของระดับดัชนี J.P. Morgan Mozaic XRP โดยไม่รวมผลของอัตราแลกเปลี่ยน ผลตอบแทนจากการลงทุนในสัญญาคอลออปชั่น (Call Option) = มูลค่าตามขนาดของสัญญาคอลออปชั่น (Call Option) x PR x Max (0, Return J.P. Morgan Mozaic XRP Index) โดย (1) Return J.P. Morgan Mozaic XRP Index = (Index Final Level / Index Initial Level) -100% (2) PR = Participation Rate (3) Index Final Level คือ ระดับของดัชนี J.P. Morgan Mozaic XRP ณ วันพิจารณาสินทรัพย์อ้างอิงของสัญญาคอลออปชั่น (Call Option) โดยจะพิจารณาระดับของดัชนีอ้างอิงนี้ภายในระยะเวลาประมาณ 30 วัน ก่อนวันสิ้นสุดโครงการ ซึ่งบริษัทจัดการจะแจ้งกำหนดวันให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบเมื่อได้จดทะเบียนกองทรัพย์สินเป็นกองทุนรวมแล้ว (4) Index Initial Level คือ ระดับของดัชนี J.P. Morgan Mozaic XRP ณ วันเข้าทำสัญญาคอลออปชั่น (Call Option) ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ใดๆ เช่น การเกิดภาวะสงคราม การเกิดภัยธรรมชาติ และ/หรือ เหตุสุดวิสัยที่ไม่อาจควบคุมได้ ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อการคำนวณผลตอบแทนจากการลงทุนในสัญญาคอลออปชั่น (Call Option) การคำนวณผลตอบแทนดังกล่าวจะเป็นไปตามข้อตกลงที่ระบุไว้ในสัญญาคอลออปชั่น (Call Option) ที่กองทุนลงทุน ซึ่งบริษัทจัดการจะแจ้งเงื่อนไขดังกล่าวให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบภายใน 15 วันนับตั้งแต่วันที่เกิดเหตุการณ์นั้น ๆ ขึ้น ตัวอย่างแสดงการจ่ายคืนเงินจากการลงทุน ณ วันครบอายุโครงการ สมมติฐานการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ (USD) อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาท เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ณ วันเริ่มต้นสัญญา อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาท เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ณ วันพิจารณา สินทรัพย์อ้างอิง กรณีที่ค่าเงินบาทแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ 37.00 บาท ต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ 36.50 บาท ต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ กรณีที่ค่าเงินบาทอ่อนค่าเมื่อ เทียบกับดอลลาร์สหรัฐ 37.00 บาท ต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ 37.50 บาท ต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ โดยสมมติให้เงินลงทุนทั้งหมด 37,000,000 บาท สามารถแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ดังนี้ ส่วนที่1 : ประมาณ 35,705,000 บาท (ร้อยละ 96.50) ลงทุนในตราสารหนี้และ/หรือเงินฝากทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เงินลงทุนส่วนนี้หลังหักค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บจากกองทุนแล้ว เติบโตเป็น 37,185,000 บาท (ร้อยละ 100.50) ส่วนที่ 2 : ประมาณ 1,295,000 บาท (ร้อยละ 3.50) ลงทุนในสัญญาคอลออปชั่น (Call Option) ซึ่งมูลค่าตามขนาดของสัญญาคอลออปชั่น (Call Option) อยู่ที่ USD 1,000,000 (37,000,000 บาท) ประมาณการพอร์ตการลงทุนและสัดส่วนการลงทุนที่คาดว่าจะลงทุน *ตราสารที่กองทุนคาดว่าจะลงทุน อันดับความน่าเชื่อถือระยะยาวของผู้ออกตราสาร / ผู้ค้ำประกัน สัดส่วนการลงทุนโดยประมาณ ณ วันจดทะเบียน ผลตอบแทนโดยประมาณจากตราสารต่อปี (THB) ประมาณการการได้รับเงินต้น และ ผลตอบแทน ณ วันครบอายุโครงการ ส่วนที่ 1 พันธบัตรออมทรัพย์/พันธบัตรรัฐบาลไทย, ประเทศไทย BBB+/S&P 68.50% 1.55% 71.83% พันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น, ประเทศญี่ปุ่น A1/Moody's 28.00% 1.90% 29.67% หักค่าใช้จ่ายต่อ 3 ปี 1 เดือน(โดยประมาณ) -1.00% เงินต้น และ ผลตอบแทนโดยประมาณตามระยะเวลาการลงทุนประมาณ 3 ปี 1 เดือน (โดยประมาณ) 96.50% 100.50% ส่วนที่ 2 **สัญญาคอลออปชั่น (Call Option) ที่ออกโดย สถาบันการเงินที่มีอันดับความน่าเชื่อถือสูงกว่า BBB+ BBB+ Up 3.50% หมายเหตุ (1) ค่าใช้จ่ายของกองทุน (รวมค่าธรรมเนียมจัดการ) สามารถเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม โดยไม่เกินจากอัตราสูงสุดที่ระบุไว้ในข้อมูลโครงการ (2) กองทุนอาจไม่ได้รับเงินต้นและผลตอบแทนตามที่คาดหมายไว้ หากผู้ออกตราสารหรือธนาคารที่กองทุนลงทุนไม่สามารถชำระเงินต้นและดอกเบี้ยคืนได้ (3) อัตราผลตอบแทนอาจเปลี่ยนแปลงได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาวะตลาด ณ ขณะที่กองทุนลงทุนจริง ซึ่งอาจทำให้ผู้ถือหน่วยลงทุนไม่ได้รับผลตอบแทนตามอัตราที่ประมาณการไว้ *บริษัทจัดการจะใช้ดุลยพินิจในการเปลี่ยนแปลงทรัพย์สินที่ลงทุนหรือสัดส่วนการลงทุนได้ต่อเมื่อเป็นการดำเนินการภายใต้สถานการณ์ที่จำเป็นและสมควร เพื่อรักษาผลประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ โดยไม่ทำให้ความเสี่ยงของทรัพย์สินที่ลงทุนเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งบริษัทจัดการอาจพิจารณาลงทุนในตราสารหนี้อื่นแทน และ/หรือ เพิ่มเติมจากตราสารที่ระบุไว้ข้างต้น ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจทำให้ผู้ถือหน่วยลงทุนไม่ได้รับผลตอบแทนตามอัตราที่ประมาณการไว้ อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลง สัดส่วนการลงทุนของเงินลงทุนในส่วนที่ 1 จะส่งผลให้เงินลงทุนในส่วนที่ 2 เปลี่ยนแปลงไปด้วย ** สถาบันการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่แสดงข้างต้น เป็นเพียงหนึ่งในสถาบันการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่บริษัทจัดการจะใช้ประกอบการพิจารณาลงทุน สมมุติให้ วันที่จดทะเบียน : 20 ก.ย. 2565 และวันที่สิ้นสุดอายุโครงการ : 20 ต.ค. 2569 1. วันเข้าทำสัญญาคอลออปชั่น (Call Option) คือ 20 ก.ย. 2565 2. Initial Price ของ ดัชนี J.P. Morgan Mozaic XRP ณ วันเข้าทำสัญญาคอลออปชั่น (Call Option) คือ 100 3. อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันเข้าทำสัญญาคอลออปชั่น (Call Option) คือ 37.00 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ 4. วันพิจารณาสินทรัพย์อ้างอิง สัญญาคอลออปชั่น (Call Option) คือ วันที่ 12ต.ค. 2569 5. อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันพิจารณาสินทรัพย์อ้างอิง สัญญาคอลออปชั่น (Call Option) ในกรณีค่าเงินบาทแข็งค่า คือ 36.50 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ ในกรณีที่ค่าเงินบาทอ่อนค่า คือ 37.50 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ 6. กำหนดให้ Participation rate = 70% กรณี USD/THB ณ วันพิจารณาดัชนีอ้างอิง ระดับดัชนี J.P. Morgan Mozaic XRP ณ วันเริ่มต้นสัญญา (Index Initial Level) ระดับดัชนี J.P. Morgan Mozaic XRP ณ วันพิจารณาดัชนีอ้างอิง (Index Final Level) 1 เท่าไรก็ตาม 100 90 2 เท่าไรก็ตาม 100 100 3 36.50 (บาทแข็งค่า) 100 110 4 37.50 (บาทอ่อนค่า) 100 110 กรณีที่ 1 Index Final Level ของดัชนี J.P. Morgan Mozaic XRP ณ วันพิจารณาสินทรัพย์อ้างอิง น้อยกว่า Index Initial Level ณ วันเข้าทำสัญญาคอลออปชั่น (Call Option) ตัวอย่าง Index Final Level ของดัชนี J.P. Morgan Mozaic XRP ณ วันพิจารณาสินทรัพย์อ้างอิง สัญญาคอลออปชั่น (Call Option) คือ 90 ผลตอบแทนจากการลงทุนในสัญญาคอลออปชั่น (Call Option) = USD 1,000,000 x 70% x Max (0%, (90/100)-100%) = USD 0 หรือ เท่ากับ 0 บาท ตารางแสดงผลตอบแทนของเงินลงทุนเริ่มแรกจำนวน 37,000,000 บาท แบ่งออกได้ดังนี้ ประเภทหลักทรัพย์/ทรัพย์สิน สัดส่วนการลงทุน (ร้อยละ) เงินลงทุนเริ่มต้น (บาท) เงินที่ลงทุน+ผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับจากการลงทุน (บาท) ส่วนที่ 1 : ตราสารหนี้และ/หรือเงินฝากทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศ 96.50 35,705,000 37,185,000 ส่วนที่ 2 สัญญาคอล ออปชั่น (Call Option) 3.50 1,295,000 0 รวมเงินต้นและผลตอบแทนทั้งหมด ณ วันครบอายุโครงการ 37,185,000 การจ่ายเงินคืนเงินจากการลงทุน ณ วันครบอายุโครงการ (ก่อนหักค่าใช้จ่าย) = 37,185,000 บาท กรณีที่ 2 Index Final Level ของดัชนี J.P. Morgan Mozaic XRP ณ วันพิจารณาสินทรัพย์อ้างอิง เท่ากับ Index Initial Level ณ วันเข้าทำสัญญาคอลออปชั่น (Call Option) ตัวอย่าง Index Final Level ของดัชนี J.P. Morgan Mozaic XRP ณ วันพิจารณาสินทรัพย์อ้างอิง สัญญาคอลออปชั่น (Call Option) คือ 100 ผลตอบแทนจากการลงทุนในสัญญาคอลออปชั่น (Call Option) = USD 1,000,000 x 70% x Max (0%, (100/100)-100%) = USD 0 ตารางแสดงผลตอบแทนของเงินลงทุนเริ่มแรกจำนวน 37,000,000 บาท แบ่งออกได้ดังนี้ ประเภทหลักทรัพย์/ทรัพย์สิน สัดส่วนการลงทุน (ร้อยละ) เงินลงทุนเริ่มต้น (บาท) เงินที่ลงทุน+ผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับจากการลงทุน (บาท) ส่วนที่ 1 : ตราสารหนี้และ/หรือเงินฝากทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศ 96.50 35,705,000 37,185,000 ส่วนที่ 2 สัญญาคอล ออปชั่น (Call Option) 3.50 1,295,000 0 รวมเงินต้นและผลตอบแทนทั้งหมด ณ วันครบอายุโครงการ 37,185,000 การจ่ายเงินคืนเงินจากการลงทุน ณ วันครบอายุโครงการ (ก่อนหักค่าใช้จ่าย) = 37,185,000 บาท กรณีที่ 3 Index Final Level ของดัชนี J.P. Morgan Mozaic XRP ณ วันพิจารณาสินทรัพย์อ้างอิง สูงกว่า Index initial Level ณ วันเข้าทำสัญญาคอลออปชั่น (Call Option) และ เงินบาทแข็งค่า เทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ณ วันพิจารณาสินทรัพย์อ้างอิงสัญญาคอลออปชั่น (Call Option) ตัวอย่าง Index Final Level ของดัชนี J.P. Morgan Mozaic XRP ณ วันพิจารณาสินทรัพย์อ้างอิง สัญญาคอลออปชั่น (Call Option) คือ 110 และอัตราแลกเปลี่ยน คือ 36.50 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ = USD 1,000,000 x 70% x Max (0%, (110/100)-100%) = USD 70,000 หรือ เท่ากับ 2,555,000 บาท (70,000 x 36.50) ตารางแสดงผลตอบแทนของเงินลงทุนเริ่มแรกจำนวน 37,000,000 บาท แบ่งออกได้ดังนี้ ประเภทหลักทรัพย์/ทรัพย์สิน สัดส่วนการลงทุน (ร้อยละ) เงินลงทุนเริ่มต้น (บาท) เงินที่ลงทุน+ผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับจากการลงทุน (บาท) ส่วนที่ 1 : ตราสารหนี้และ/หรือเงินฝากทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศ 96.50 35,705,000 37,185,000 ส่วนที่ 2 สัญญาคอล ออปชั่น (Call Option) 3.50 1,295,000 2,555,000 รวมเงินต้นและผลตอบแทนทั้งหมด ณ วันครบอายุโครงการ 39,740,000 การจ่ายเงินคืนเงินจากการลงทุน ณ วันครบอายุโครงการ (ก่อนหักค่าใช้จ่าย) = 39,740,000 บาท กรณีที่ 4 Index Final Level ของดัชนี J.P. Morgan Mozaic XRP ณ วันพิจารณาสินทรัพย์อ้างอิง สูงกว่า Index initial Level ณ วันเข้าทำสัญญาคอลออปชั่น (Call Option) และ เงินบาทอ่อนค่า เทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ณ วันพิจารณาสินทรัพย์อ้างอิงสัญญาคอลออปชั่น (Call Option) ตัวอย่าง Index Final Level ของดัชนี J.P. Morgan Mozaic XRP ณ วันพิจารณาสินทรัพย์อ้างอิง สัญญาคอลออปชั่น (Call Option) คือ 110 และอัตราแลกเปลี่ยน คือ 37.50 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ = USD 1,000,000 x 70% x Max (0%, (110/100)-100%) = USD 70,000 หรือ เท่ากับ 2,625,000 บาท (70,000 x 37.50) ตารางแสดงผลตอบแทนของเงินลงทุนเริ่มแรกจำนวน 37,000,000 บาท แบ่งออกได้ดังนี้ ประเภทหลักทรัพย์/ทรัพย์สิน สัดส่วนการลงทุน (ร้อยละ) เงินลงทุนเริ่มต้น (บาท) เงินที่ลงทุน+ผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับจากการลงทุน (บาท) ส่วนที่ 1 : ตราสารหนี้และ/หรือเงินฝากทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศ 96.50 35,705,000 37,185,000 ส่วนที่ 2 สัญญาคอล ออปชั่น (Call Option) 3.50 1,295,000 2,625,000 รวมเงินต้นและผลตอบแทนทั้งหมด ณ วันครบอายุโครงการ 39,810,000 การจ่ายเงินคืนเงินจากการลงทุน ณ วันครบอายุโครงการ (ก่อนหักค่าใช้จ่าย) = 39,810,000 บาท สรุปผลตอบแทนจากการลงทุนในสัญญาคอลออปชั่น (Call Option) จากตัวอย่างทั้ง 4 กรณี* กรณีที่ สถานการณ์ค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐฯ Index Final Level ของ ดัชนี J.P. Morgan Mozaic XRP ณ วันพิจารณาสินทรัพย์อ้างอิง ส่วนที่1 : เงินลงทุนในตราสารหนี้ และ/หรือเงินฝากทั้งในประเทศและหรือต่างประเทศ +ผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับจากการลงทุน (บาท) ส่วนที่ 2 :ผลตอบแทนส่วนเพิ่มจากสัญญาคอล ออปชั่น (Call Option) (บาท) รวมเงินต้นและผลตอบแทนทั้งหมดที่คาดว่าจะได้รับ ณ วันครบอายุโครงการ (บาท) 1 - Index Final Level ต่ำกว่า Index Initial Level 37,185,000 0 37,185,000 2 - Index Final Level เท่ากับ Index Initial Level 37,185,000 0 37,185,000 3 เงินบาทแข็งค่า Index Final Level สูงกว่า Index Initial Level 37,185,000 2,555,000 มูลค่าตามขนาดของสัญญาคอลออปชั่น (Call Option) x PR x Max(0,[(Index Final Level/Index Initial Level) - 100%]) xอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันพิจารณาสินทรัพย์อ้างอิง 39,740,000 4 เงินบาทอ่อนค่า Index Final Level สูงกว่า Index Initial Level 37,185,000 2,625,000 มูลค่าตามขนาดของสัญญาคอลออปชั่น (Call Option) x PR x Max(0,[(Index Final Level/Index Initial Level) - 100%]) xอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันพิจารณาสินทรัพย์อ้างอิง 39,810,000 หมายเหตุ * ตัวเลขเงินต้นและผลตอบแทนเป็นเพียงตัวอย่างการคำนวณเพื่อประกอบการอธิบายเท่านั้น มิได้เป็นการรับประกันว่าผู้ลงทุนจะได้รับผลตอบแทนตามที่แสดงไว้ ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับดัชนี JPMorgan Mozaic XRP ที่สัญญาคอลออปชั่น (Call Option) ใช้อ้างอิง วันที่เริ่มใช้ดัชนี สิงหาคม 2564 Bloomberg Ticker JMAB392E Index สกุลเงิน USD ผู้จัดทำดัชนี JPMorgan ดัชนี JPMorgan Mozaic XRP ถูกออกแบบมาเพื่อกระจายการลงทุนใน 4 ดัชนี ซึ่งเป็นตัวแทนของหลักทรัพย์หลายประเภทที่มีความสัมพันธ์ (Correlation) ต่อกันในระดับต่ำในสัดส่วนที่เท่า ๆ กัน โดยมีเป้าหมายเพื่อลดความเสี่ยงในการลงทุนและช่วยสร้างผลตอบแทนที่สม่ำเสมอ ซึ่งประกอบไปด้วยดัชนีดังนี้ 1.ดัชนี Mozaic Jade ลักษณะดัชนี กระจายการลงทุนในสัญญา Futures หุ้น ตราสารหนี้ และสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลก กำหนดสัดส่วนจากการวิเคราะห์แนวโน้มและความผันผวน (Momentum and Volatility strategy) เพื่อหาสินทรัพย์ที่มีแนวโน้มชนะตลาด ทั้งนี้ ดัชนีสามารถลงทุนในสัญญา Futures ได้มากที่สุด 9 จาก 15 สัญญาโดยครอบคลุมสินทรัพย์ 3 ประเภทข้างต้น ใช้กลยุทธ์แบบ Rule-base strategy และ Risk-adjusted momentum strategy ในการช่วยปรับสัดส่วนการลงทุนในแต่ละช่วง วิธีการคัดเลือก คัดเลือกสัญญา Futures เริ่มจากการพิจารณาผลตอบแทนย้อนหลัง 3 6 9 และ 12 เดือนของสัญญาทั้งหมด และเลือกสัญญาที่มีผลตอบแทนดีที่สุด 9 อันดับแรก มาคำนวณหาน้ำหนักการลงทุนให้สอดคล้องกับความผันผวนของ Futures นั้นๆ และปรับสัดส่วนการลงทุนอีกครั้ง เพื่อควบคุมไม่ให้ความเสี่ยงของพอร์ตเกินกว่า 4.65% ทั้งนี้ จะมีการปรับสัดส่วนการลงทุนทุกสัปดาห์ สัปดาห์ละ 25% เมื่อมีสัญญาณแนวโน้มรอบใหม่ การกระจายน้ำหนักดัชนี น้ำหนักแต่ละสัญญา Futures คำนวณจากสัดส่วนความผันผวนเป้าหมาย (Target Volatility) กับความผันผวนของสัญญานั้นๆ หมายเหตุ : ดัชนี Mozaic Jade มีการกระจายการลงทุนในสัญญา Futures ตราสารทุน ตราสารหนี้ และสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลก เป็นส่วนประกอบของดัชนี โดยดัชนีมีการระบุสัดส่วน ดังนี้ 1. ตราสารหนี้สามารถลงทุนได้สูงสุดร้อยละ 100 2. ตราสารทุนต่อหลักทรัพย์ไม่เกินร้อยละ 7.5 3. สินค้าโภคภัณฑ์ต่อหลักทรัพย์ไม่เกินร้อยละ 7.5 การปรับสัดส่วนการลงทุน (Rebalance) ทุกสัปดาห์ เพื่อควบคุมความเสี่ยงของพอร์ตไม่ให้เกินกว่า 4.65% Maximum Index Leverage 200.00% ผู้จัดทำข้อมูลดัชนี J.P. Morgan Investable Indices เป็นสถาบันที่มีความน่าเชื่อถือและทำหน้าที่ได้อย่างอิสระจากบริษัทจัดการ Bloomberg ticker JMOZJADU 2. ดัชนี Helix 3 ลักษณะดัชนี ลงทุนใน Futures อัตราดอกเบี้ยตลาดเงินสหรัฐฯ และยุโรป รวม 8 สัญญา วิเคราะห์ผลตอบแทนรายวันใน Universe การลงทุนจากสัญญา Future ทั้ง 8 ตัว (Lookback 700 วัน สำหรับ Euribor และ 400 สำหรับ Eurodollar) โดยจะคำนวณสัดส่วนผลตอบแทนต่อความเสี่ยงเพื่อหาแนวโน้มการลงทุน (Momentum Signal) ของแต่ละสัญญา Future (EWMA return/EW volatility) ในการกำหนดกลยุทธ์ Long หรือ Short Futures ในแต่ละวัน ขณะเดียวกันจะควบคุมความผันผวนของดัชนีไม่ให้เกิน 4.65% การกระจายน้ำหนักดัชนี คำนวณน้ำหนักแต่ละสัญญาจาก ผลตอบแทนหารด้วยความเสี่ยง (Return/Volatility) เพื่อกำหนดสถานะ Long หรือ Short Futures การปรับสัดส่วนการลงทุน (Rebalance) ทุกวัน เพื่อควบคุมความเสี่ยงของพอร์ตไม่ให้เกินกว่า 4.65% Maximum Index Leverage 200.00% ผู้จัดทำข้อมูลดัชนี J.P. Morgan Investable Indices เป็นสถาบันที่มีความน่าเชื่อถือและทำหน้าที่ได้อย่างอิสระจากบริษัทจัดการ Bloomberg ticker JHLXH3US 3. ดัชนี G10 FX Value ลักษณะดัชนี ลงทุนใน Futures อัตราแลกเปลี่ยน เพื่อทำกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่มีมูลค่าไม่สอดคล้องกับพื้นฐานในค่าเงิน 10 สกุลหลัก ได้แก่ AUD, CAD, CHF, EUR, GBP, JPY, NOK, NZD, SEK และ USD เพื่อทำกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่มีมูลค่าไม่สอดคล้องกับพื้นฐาน โดยใช้ทฤษฎี Purchasing Power Parity (PPP)* ในการคำนวณหามูลค่าแท้จริงของค่าเงินสกุลต่างๆ ซึ่งประกาศโดยองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) และจะทำการ Long ค่าเงินคู่ที่มีมูลค่าต่ำกว่าที่เป็นจริง (Undervalued) และ Short ค่าเงินที่มีมูลค่าสูงกว่าที่เป็นจริง (Overvalued) โดยจะควบคุมความผันผวนของดัชนีไม่ให้เกิน 4.65% การกระจายน้ำหนักดัชนี คำนวณน้ำหนักการลงทุนโดยใช้ทฤษฎี Purchasing Power Parity (PPP) หรือ ทฤษฎีความเสมอภาคของอํานาจซื้อ ที่มองว่าสินค้าของแต่ละประเทศควรมีราคาเท่ากัน ถ้าเป็นสินค้าประเภทเดียวกัน เพื่อกำหนดสถานะ Long หรือ Short การปรับสัดส่วนการลงทุน (Rebalance) ทุกวัน เพื่อควบคุมความเสี่ยงของพอร์ตไม่ให้เกินกว่า 4.65% Maximum Index Leverage 200.00% ผู้จัดทำข้อมูลดัชนี J.P. Morgan Investable Indices เป็นสถาบันที่มีความน่าเชื่อถือและทำหน้าที่ได้อย่างอิสระจากบริษัทจัดการ Bloomberg ticker JPFCVA12 4. ดัชนี Commodity Carry ลักษณะดัชนี ลงทุนใน Futures สินค้าโภคภัณฑ์ ไม่รวมทองคำและเงิน ที่เป็นองค์ประกอบอยู่ในดัชนี Bloomberg Commodity Index (BCOM) โดยใช้กลยุทธ์ Commodity Carry ในการทำกำไรจากส่วนต่างสัญญาซื้อขายล่วงหน้าด้วยวิธี Short สัญญา Futures เดือนล่าสุด และ Long สัญญา Futures เดือนถัดไป โดยจะมีการปรับน้ำหนักการลงทุนในสัญญาสินค้าโภคภัณฑ์ต่าง ๆ ให้ตรงกับดัชนี BCOM เดือนละ 1 ครั้ง (ทุกวันทำการที่ 10 ของทุกเดือน)ขณะเดียวกันจะควบคุมความผันผวนของดัชนีไม่ให้เกิน 4.65% การปรับสัดส่วนการลงทุน (Rebalance) ทุกเดือน เพื่อควบคุมความเสี่ยงของพอร์ตไม่ให้เกินกว่า 4.65% Maximum Index Leverage 200.00% การกระจายน้ำหนักดัชนี ปรับน้ำหนักการลงทุนในสัญญาสินค้าโภคภัณฑ์ต่าง ๆ ให้ตรงกับดัชนี BCOM เดือนละ 1 ครั้ง (ทุกวันทำการที่ 10 ของทุกเดือน) ผู้จัดทำข้อมูลดัชนี J.P. Morgan Investable Indices เป็นสถาบันที่มีความน่าเชื่อถือและทำหน้าที่ได้อย่างอิสระจากบริษัทจัดการ ดัชนีกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ คำนวณจากราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Future Price) Bloomberg ticker JMAB106E
Investment policy as filed with SEC Thailand.
actual = what the AMC currently charges · max = prospectus ceiling (no actual reported). Annual fees aren’t additive with one-time fees.