abrdn All China Sustainable Equity Fund
ABERDEEN ASSET MANAGEMENT (THAILAND) LIMITED · Equity · settlement T+5
↳ Invests in abrdn SICAV I - All China Sustainable Equity Fund · ลักเซมเบิร์ก
✨Invests primarily in the abrdn SICAV I - All China Sustainable Equity Fund, focusing on long-term equity returns with at least 80% in foreign assets.
1. มีเป้าหมายให้ผลตอบแทนในการถือครองกองทุนในระยะยาว โดยเน้นการลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ (ลักเซมเบิร์ก) ชื่อ กองทุน abrdn SICAV I - All China Sustainable Equity Fund (กองทุนหลัก) ซึ่งเป็นกองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนทั่วไป (retail fund) เพียงกองทุนเดียวโดยมี net exposure เฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน หรือตามอัตราส่วนที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.จะประกาศกำหนด โดยลงทุนในรูปสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ หรือในสกุลเงินอื่นใดหากมีการเปลี่ยนแปลงโดยกองทุนหลักในอนาคต ซึ่งบริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบก่อนการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ในกรณีที่บริษัทจัดการทราบถึงการเปลี่ยนแปลงภายหลัง บริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยทราบโดยเร็ว ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนในต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยในส่วนที่เหลือบริษัทจัดการอาจพิจารณาลงทุนในหลักทรัพย์ ตราสารการเงินอื่นๆ หรือทรัพย์สินอื่น หรือหาดอกผลโดยวิธีการอื่น ตามที่กำหนดโดยประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ทั้งนี้ ตามความเหมาะสมภายใต้ตามความเห็นชอบของคณะกรรมการการลงทุนของบริษัทจัดการเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายการลงทุนและเหมาะสมกับสภาวะตลาดขณะนั้นๆ และให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหน่วยลงทุน เนื่องจากการลงทุนดังกล่าวอาจได้รับผลกระทบจากความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา บริษัทจัดการอาจพิจารณาถึงความจำเป็นในการจัดหาและ/หรือเลือกสรรวิธีการป้องกันความเสี่ยงอันเกิดจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราและ/หรือดอกเบี้ยให้เหมาะสมกับสภาวการณ์ในแต่ละขณะ โดยไม่เกินอัตราร้อยละ 105 ของมูลค่าความเสี่ยง กองทุนอาจจะลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) ที่มีตัวแปรอ้างอิงเป็นอัตราแลกเปลี่ยนเงิน เพื่อวัตถุประสงค์ในการลดความเสี่ยง (hedging) แต่กองทุนจะไม่ลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Notes) รวมถึงตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (non-investment grade) และตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Securities) 2. ในกรณีที่สถานการณ์การลงทุนในต่างประเทศไม่เหมาะสม เช่น ภาวะตลาดและเศรษฐกิจมีความผันผวน เกิดภัยพิบัติ หรือเหตุการณ์ไม่ปกติต่างๆ และ/หรือกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ และ/หรือวงเงินลงทุนในต่างประเทศเต็มเป็นการชั่วคราว กองทุนอาจไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามสัดส่วนการลงทุนในส่วนที่เกี่ยวกับการลงทุนในต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนได้ บริษัทจัดการจะรายงานการไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามสัดส่วนการลงทุนที่กำหนดไว้ในโครงการตามประกาศต่อสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ทั้งนี้ ในช่วงระหว่างรอการลงทุน ซึ่งมีระยะเวลาประมาณ 15 วัน นับตั้งแต่วันถัดจากวันจดทะเบียนกองทรัพย์สิน และ/หรือ ในช่วงเวลาที่ผู้ลงทุนทำการสั่งซื้อ หรือขายคืนหน่วยลงทุนเป็นจำนวนมาก จนทำให้กองทุนไม่สามารถนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศได้ทันที ซึ่งมีระยะเวลาไม่เกิน 5 วันทำการนับตั้งแต่วันถัดจากวันที่มีการสั่งซื้อหรือขายคืนหน่วยลงทุนในลักษณะดังกล่าว กองทุนอาจจำเป็นต้องสละการลงทุนในต่างประเทศได้เป็นการชั่วคราว จึงอาจไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามสัดส่วนการลงทุนที่กำหนดไว้ในโครงการข้างต้นได้ 3. ในกรณีที่มีการเลิกหรือควบรวมกองทุนหลักหรือกองทุนหลักมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ หรือในกรณีอื่นใดที่บริษัทจัดการเห็นว่าเป็นไปเพื่อการรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนบริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศอื่นใดที่มีนโยบายการลงทุนเหมือนหรือใกล้เคียงกันโดยถือว่าได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ทั้งนี้ บริษัทจัดการต้องมีหนังสือแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้า ไม่น้อยกว่า 30 วัน แต่ในกรณีที่จะเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุนที่มิใช่การลงทุนดังกล่าวข้างต้น บริษัทจัดการจะขอมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนก่อนทุกครั้ง 4. เนื่องจากในภาวะปกติเงินลงทุนของกองทุนส่วนใหญ่จะถูกนำไปลงทุนในกองทุนหลัก อย่างไรก็ดี บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะเลิกกองทุน หากเป็นกรณีที่ -ผู้จัดการกองทุนพิจารณาเห็นว่าสถานการณ์การลงทุนในต่างประเทศไม่เหมาะสม - กรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศ - กรณีที่ไม่สามารถสรรหา และ/หรือลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศใดๆที่มีนโยบายการลงทุนสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ และ/หรือนโยบายการลงทุนของโครงการ - กรณีที่กองทุนมีจำนวนเงินที่ได้จากการเสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรกไม่เพียงพอต่อการจัดตั้งกองทุน และ/หรือไม่เพียงพอต่อการส่งเงินไปลงทุนในต่างประเทศได้อย่างเหมาะสม - กรณีอื่นใดที่มีเหตุให้เชื่อได้ว่าเป็นไปเพื่อเป็นการรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนและ/หรือผู้ลงทุน 5. ในกรณีที่กองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะใดลักษณะหนึ่งดังต่อไปนี้ บริษัทจัดการจะดำเนินการตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด (1) มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ วันใดวันหนึ่งลดลงเกินกว่าสองในสามของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก (2) ยอดรวมของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลักลดลงในช่วงระยะเวลาห้าวันทำการใดติดต่อกัน คิดเป็นจำนวนเกินกว่าสองในสามของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก เงื่อนไข ในกรณีที่กองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะดังกล่าวบริษัทจัดการดำเนินการดังต่อไปนี้ (1) แจ้งเหตุที่กองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการโดยคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม ให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และผู้ถือหน่วยลงทุนทราบภายในสามวันทำการนับแต่วันที่ปรากฏเหตุ (2) ดำเนินการตามแนวทางการดำเนินการตาม (1) ให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ปรากฏเหตุ (3) รายงานผลการดำเนินการให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ทราบภายในสามวันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการแล้วเสร็จ (4) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการของกองทุนรวมตาม (1) ต่อผู้ที่สนใจจะลงทุนเพื่อให้ผู้ที่สนใจจะลงทุนรับรู้และเข้าใจเกี่ยวกับสถานะของกองทุนรวม ทั้งนี้ บริษัทจัดการกองทุนรวมจะดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการดังกล่าวด้วย ทั้งนี้ ระยะเวลาในการดำเนินการตามข้อ (2) บริษัทจัดการสามารถขอผ่อนผันต่อสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. 6. กองทุนจะลงทุนในทรัพย์สินที่กองทุนสามารถลงทุนได้ตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน แต่จะไม่ลงทุนในทรัพย์สินประเภท DW, ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน, ศุกูก, ตราสาร Basel III, หน่วย property, หน่วย infra และหน่วย private equity ทรัพย์สินที่กองทุนสามารถลงทุนได้ที่แตกต่างจากประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน มีดังนี้ ส่วนที่ 1 : ตราสาร TS (Transferable Securities) เฉพาะในส่วนดังต่อไปนี้เท่านั้น 1. ประเภทของตราสาร ได้แก่ 1.1 ตราสารทุน 1.1.1 หุ้น 1.1.2 ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น (share warrants) 1.1.3 ใบแสดงสิทธิในการซื้อหุ้นเพิ่มทุนที่โอนสิทธิได้ (Transferable Subscription Right หรือ TSR) 1.1.4 ใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่มีสินค้า ตัวแปร หรือหลักทรัพย์อ้างอิง (underlying) เป็นหุ้นหรือ share warrants 1.1.5 ตราสารทุนอื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกับตราสารทุนตาม 1.1.1 - 1.1.4 ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดเพิ่มเติม ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนเฉพาะตราสารทุนต่างประเทศเท่านั้น 1.2 ตราสารหนี้ 1.2.1 พันธบัตร 1.2.2 ตั๋วเงินคลัง 1.2.3 หุ้นกู้ (ไม่รวมหุ้นกู้แปลงสภาพ หุ้นกู้อนุพันธ์ และตราสาร Basel III) 1.2.4 ตั๋วแลกเงิน (Bill of Exchange หรือ B/E) 1.2.5 ตั๋วสัญญาใช้เงิน (Promissory Note หรือ P/N) 1.2.6 ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นกู้ 1.2.7 ใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่มี underlying เป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้ 1.2.8 ตราสารหนี้อื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกับตราสารหนี้ตาม 1.2.1 - 1.2.7 ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.กำหนดเพิ่มเติม ทั้งนี้ กองทุนลงทุนได้ทั้งตราสารหนี้ในประเทศและต่างประเทศได้ ส่วนที่ 6 : ธุรกรรมประเภท derivatives เฉพาะในส่วนดังต่อไปนี้ ประเภท underlying โดย derivatives ที่กองทุนจะเข้าเป็นคู่สัญญาได้ จะจำกัดเฉพาะ underlying ประเภทอัตราแลกเปลี่ยนเงินเท่านั้น ทั้งนี้ กองทุนทำธุรกรรมประเภท derivatives ได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศได้ 7. อัตราส่วนการลงทุนที่ไม่เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ได้แก่ ส่วนที่ 1 : อัตราส่วนการลงทุนที่คำนวณตามผู้ออกทรัพย์สินหรือคู่สัญญา (single entity limit) ประเภททรัพย์สิน อัตราส่วน (% ของ NAV) 1 หน่วย CIS ในประเทศ ไม่เกิน 10% ของแต่ละกองทุนรวม ส่วนที่ 3 : อัตราส่วนการลงทุนที่คำนวณตามประเภททรัพย์สิน (product limit) ประเภททรัพย์สิน อัตราส่วน (% ของ NAV) 1 หน่วย CIS ในประเทศ ทุกกองทุนรวมกันไม่เกิน 20% วัตถุประสงค์การลงทุนที่เกี่ยวกับความยั่งยืน : กองทุนมีวัตถุประสงค์การลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนรวมในระยะยาว ขณะเดียวกันมุ่งส่งเสริมให้มีการลงทุนอย่างยั่งยืน โดยการนําปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ (Environmental, Social and Governance: ESG) เข้ามาในกระบวนการลงทุน ผ่านการลงทุนในกองทุนหลัก เป้าหมายด้านความยั่งยืนที่ต้องการบรรลุของกองทุน : กองทุนมีเป้าหมายในการผลักดันและสนับสนุนการดำเนินธุรกิจของบริษัทให้มีการคำนึงถึงปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ (ESG) รวมถึงช่วยสนับสนุนให้บริษัทบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) ขององค์กรสหประชาชาติ ผ่านการลงทุนในกองทุนหลัก ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถศึกษาเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์กรสหประชาชาติเพิ่มเติมได้ที่ https://sdgs.un.org/goals หรือ THE 17 GOALS | Sustainable Development กรอบการลงทุน : กองทุนเน้นลงทุนในกองทุนหลักที่มีนโยบายการลงทุนในตราสารทุน และมีวัตถุประสงค์ และเป้าหมายในการลงทุน รวมถึงกลยุทธ์การลงทุนที่สอดคล้องกับกลยุทธ์แบบ ESG Integration และ/หรือกลยุทธ์การลงทุนแบบ Screening (Negative Screening และ/หรือ Norm-Based Screening) ของกองทุน กลยุทธ์การลงทุน : กองทุนใช้กลยุทธ์การลงทุนแบบ ESG Integration ซึ่งเป็นการนำข้อมูลทั้งด้านการเงินและด้านความยั่งยืนของบริษัทมาใช้วิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์ เพื่อสร้างผลตอบแทนในระยะยาว และ/หรือกลยุทธ์การลงทุนแบบ Negative Screening ซึ่งเป็นการหลีกเลี่ยงการลงทุนในธุรกิจที่มีปัจจัยลบด้าน ESG และ/หรือ Norm-Based Screening ซึ่งเป็นการคัดกรองหลักทรัพย์ที่จะเลือกลงทุนหรือไม่เลือกลงทุนตามหลักสากล (International Standard) มาเป็นเกณฑ์ในการคัดเลือกหลักทรัพย์ที่จะลงทุน • หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกหลักทรัพย์ : กองทุนหลักที่กองทุนเน้นลงทุนต้องเป็นกองทุนหลักที่มีนโยบายการลงทุน วัตถุประสงค์การลงทุน รวมถึงกลยุทธ์การลงทุนที่สอดคล้องกับกลยุทธ์การลงทุนแบบ ESG Integration และ/หรือกลยุทธ์การลงทุนแบบ Negative Screening และ/หรือ Norm-Based Screening ของกองทุน โดยกองทุนหลักดังกล่าวจะต้องผ่านกระบวนการคัดเลือกและตรวจสอบด้วยวิธีการภายในของบริษัทจัดการ • กระบวนการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์ : ขั้นต้นบริษัทจัดการจะคัดเลือกกองทุนหลักที่เป็นกองทุนรวมต่างประเทศ ซึ่งอยู่ภายใต้ข้อกำหนดของ SFDR หรือภายใต้หลักเกณฑ์การเปิดเผยข้อมูลการลงทุนด้านความยั่งยืนของกองทุนรวมอื่นใดที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสหภาพยุโรป (EU) และเป็นกองทุนหลักที่มีกลยุทธ์การลงทุนแบบ ESG Integration ที่นำปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ (ESG) ควบคู่กับปัจจัยพื้นฐานของบริษัท เข้ามาอยู่ในกระบวนการลงทุน และ/หรือกลยุทธ์การลงทุนแบบ Negative Screening ที่ไม่ลงทุนในบริษัทที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายในมุมของสิ่งแวดล้อมหรือสังคม เช่น ธุรกิจการผลิตอาวุธ (Weapons) ยาสูบ (Tobacco) การพนัน (Gambling) เป็นต้น (โดยบริษัทดังกล่าวมีส่วนแบ่งรายได้จากธุรกิจข้างต้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของรายได้ทั้งหมด หรือในสัดส่วนอื่นใดที่บริษัทจัดการเห็นว่ามีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับรายได้ทั้งหมด) และ/หรือกลยุทธ์การลงทุนแบบ Norm-Based Screening ที่มีการคัดเลือกและกำหนดขอบเขตของการลงทุนตามหลักสากล เช่น ตามหลักการของ UN Global Compact เป็นต้น การอ้างดัชนีชี้วัดที่สอดคล้องกับความยั่งยืน : ดัชนีชี้วัดของกองทุน คือ MSCI China All Shares Index (USD) ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดของกองทุนหลัก แม้ว่าดัชนีชี้วัดดังกล่าวจะไม่ได้สะท้อนถึงการลงทุนอย่างยั่งยืน แต่กองทุนหลักมีการนําปัจจัยด้าน ESG และมีการผสมผสานแนวทางการคัดเลือกหลักทรัพย์แบบ Negative Screening และ Norm-Based Screening เข้ามาใช้ในกระบวนการการลงทุน ผู้ลงทุนสามารถศึกษาหลักเกณฑ์การจัดทำ benchmark เพิ่มเติมได้จาก https://www.msci.com/ หมายเหตุ MSCI China All Shares Index เป็นดัชนีที่ประกอบด้วยหุ้นขนาดใหญ่และขนาดกลางของบริษัทจีน (สาธารณรัฐประชาชนจีน (China)) ซึ่งครอบคลุมหุ้น A‐share หุ้น B‐shares หุ้น H‐shares หุ้น Red‐chips หุ้น P‐chips และหุ้นจีนที่จดทะเบียนซื้อขายในต่างประเทศ (เช่น ADRs) ดัชนีดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายในการสะท้อนผลการดำเนินงานของหุ้นจีนประเภทต่าง ๆ ที่จดทะเบียนซื้อขายในฮ่องกง เซี่ยงไฮ้ เซินเจิ้น รวมถึงจดทะเบียนซื้อขายนอกสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยดัชนีดังกล่าวจัดทำขึ้นภายใต้แนวคิดของ MSCI China equity universe โดยนำหุ้น A-share มารวมด้วย ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถศึกษาวิธีการจัดทำดัชนี (Index Methodology) ได้ที่ https://www.msci.com/index-methodology หรือ Index methodology - MSCI อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงดัชนีชี้วัดตามกองทุนหลักหากกองทุนหลักมีการเปลี่ยนแปลงดัชนีชี้วัด และ/หรือกองทุนมีการเปลี่ยนแปลงกองทุนหลัก โดยบริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบ ข้อจำกัดด้านการลงทุน : เนื่องจากกองทุนเน้นลงทุนในกองทุนหลักที่มีนโยบายการลงทุน วัตถุประสงค์การลงทุน รวมถึงกลยุทธ์การลงทุน ที่สอดคล้องกับแนวทางการลงทุนอย่างยั่งยืนของกลุ่มอเบอร์ดีน (Sustainable Investment Approach) ทำให้ในชั้นนี้กองทุนไม่สามารถลงทุนในกองทุนหลักอื่นที่ไม่ได้บริหารจัดการโดยกลุ่มอเบอร์ดีนได้ อย่างไรก็ตาม ในอนาคต หากกลุ่มอเบอร์ดีนมีนโยบายเปิดให้มีการลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศที่บริหารจัดการโดยบริษัทจัดการอื่นได้ หรือหากบริษัทจัดการไม่ได้อยู่ในกลุ่มอเบอร์ดีนอีกต่อไป บริษัทจัดการอาจดำเนินการเปลี่ยนแปลงกองทุนหลักที่มีแนวทางการลงทุนที่สอดคล้องกับแนวทางการลงทุนอย่างยั่งยืนตามกรอบการลงทุนที่กองทุนกำหนดไว้ได้ ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนอย่างยั่งยืน : ความเสี่ยงจากการลงทุนแบบกระจุกตัวในหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน เนื่องด้วยข้อจำกัดด้านกรอบการลงทุนทำให้กองทุนไม่สามารถลงทุนในบางหลักทรัพย์ได้ แนวทางการดำเนินการและมาตรการควบคุมผลกระทบในกรณีการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืน : เพื่อให้แน่ใจว่าการลงทุนของกองทุนหลักยังคงเป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืนที่ได้กำหนดไว้ บริษัทจัดการมีการดำเนินการดังนี้ 1. กรณีกองทุนหลักเป็นกองทุนรวมต่างประเทศที่อยู่ภายใต้การจัดการของกลุ่มอเบอร์ดีน และบริษัทจัดการอยู่ในกลุ่มอเบอร์ดีน บริษัทจัดการจะติดตามการแก้ไขเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุน วัตถุประสงค์ และเป้าหมายการลงทุน รวมถึงกลยุทธ์การลงทุนด้านความยั่งยืนของกองทุนหลักโดยตรวจสอบจากหนังสือแจ้งผู้ถือหน่วยลงทุนที่ได้รับจากกองทุนหลัก รวมทั้งการปรับปรุงข้อมูลหนังสือชี้ชวนของกองทุนหลักตามรอบระยะเวลา ในชั้นของกองทุนหลัก ปัจจุบันกลุ่มอเบอร์ดีนได้จัดให้มีหน่วยงานเฉพาะที่มีหน้าที่ในการติดตามกรอบและข้อจำกัดการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ ESG/SFDR ของกองทุนหลัก โดยการกำหนดกรอบและข้อจำกัดการลงทุนดังกล่าวไว้ในระบบควบคุมการลงทุน ในกรณีที่กองทุนหลักมีการลงทุนที่ไม่เป็นไปกรอบการลงทุนและข้อจำกัดการลงทุนดังกล่าว หน่วยงานเฉพาะดังกล่าวจะจัดทำและจัดส่งรายงานให้ทีมผู้จัดการกองทุนของกองทุนหลักทราบเพื่อดำเนินการแก้ไขการลงทุนให้เป็นไปตามกรอบการลงทุนที่กำหนดไว้ พร้อมทั้งรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการดังกล่าว ทั้งนี้ ทีมผู้จัดการกองทุนของบริษัทจัดการสามารถเข้าถึงรายงานและความคืบหน้าในการดำเนินการดังกล่าวได้ 2. กรณีกองทุนหลักเป็นกองทุนรวมต่างประเทศที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การจัดการของกลุ่มอเบอร์ดีน หรือกรณีที่บริษัทจัดการไม่ได้อยู่ในกลุ่มอเบอร์ดีนอีกต่อไป บริษัทจัดการจะติดตามตรวจสอบกองทุนหลักเป็นประจำทุกปี ผ่านการประชุมออนไลน์หรือการพบปะกับทีมงานของกองทุนหลัก รวมถึงการรวบรวมข้อมูลจากแหล่งข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือ โดยจะพิจารณาเกี่ยวกับสถานะของบริษัท ทีมงานของผู้จัดการกองทุนหลัก พอร์ตการลงทุน การปรับสัดส่วนการลงทุน ผลการดำเนินงาน และปัจจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มั่นใจได้ว่ากองทุนหลักมีการบริหารจัดการกองทุนอย่างเหมาะสม เป็นไปตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายของกองทุนหลัก 3. ในกรณีที่บริษัทจัดการพบว่า กองทุนหลักมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุน วัตถุประสงค์ หรือเป้าหมายการลงทุน รวมถึงกลยุทธ์การลงทุนที่ไม่สอดคล้องกับที่กองทุนกำหนด บริษัทจัดการจะดำเนินการพิจารณาลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศอื่นใดที่มีนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกัน อย่างไรก็ตาม หากเกิดกรณีใด ๆ ที่ทำให้บริษัทจัดการไม่สามารถดำเนินการคัดเลือกกองทุนหลักใหม่แทนกองทุนหลักเดิมได้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะดำเนินการเลิกกองทุนรวม โดยต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวมเป็นสำคัญ จากนโยบายการลงทุนและกลยุทธ์การลงทุนข้างต้น บริษัทจัดการจึงพิจารณาลงทุนในกองทุน abrdn SICAV I - All China Sustainable Equity Fund - Class Z Acc USD (กองทุนหลัก) โดยมีลักษณะสำคัญ และรายละเอียดของการลงทุนที่เกี่ยวกับความยั่งยืนดังนี้ ลักษณะสำคัญที่ผู้ลงทุนควรทราบเกี่ยวกับกองทุนหลัก ชื่อ abrdn SICAV I - All China Sustainable Equity Fund มีดังนี้ ชื่อกองทุนรวมในต่างประเทศ abrdn SICAV I - All China Sustainable Equity Fund ชนิดหน่วยลงทุน Class Z Acc USD ซึ่งไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการจัดการจากกองทุน ประเภทกองทุน กองทุนเปิด ซึ่งเป็นกองทุนย่อยกองทุนหนึ่งของกองทุน abrdn SICAV I ซึ่งจัดตั้งขึ้นในรูปของบริษัท สกุลเงิน ดอลลาร์สหรัฐ (USD) วันที่จดทะเบียนจัดตั้ง 24 มีนาคม 2549 กองทุนนี้เดิมชื่อ อเบอร์ดีน โกลบอล – ไชน่า ออพพอร์ทูนิตี้ส์ ฟันด์ ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น Aberdeen Standard SICAV I - Chinese Equity Fund และ Aberdeen Standard SICAV I – All China Equity Fund ตามลำดับ กองทุนนี้เป็นกองทุนที่เกิดจากการควบรวมกันของกองทุน China Opportunities sub-fund ของ Aberdeen International Plc. ซึ่งเป็นกองทุนที่จัดตั้งตั้งแต่ 27 เมษายน 2535 และเนื่องจากกองทุนเดิมกับกองทุนใหม่มีนโยบายการลงทุนที่คล้ายคลึงกัน รวมทั้งบริหารจัดการโดยทีมผู้จัดการกองทุนเดียวกันภายใต้กระบวนการลงทุนเดียวกัน ดังนั้น ผลการดำเนินงานของ Aberdeen Standard SICAV I - All China Sustainable Equity Fund จึงสามารถพิจารณาย้อนหลังไปได้จนถึงวันจัดตั้งกองทุนเดิมคือ ตั้งแต่ 27 เมษายน 2535) ต่อมาเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2566 กองทุนนี้ได้ควบรวมกับกองทุน abrdn SICAV II – China Equities Fund และโดยผลจากการควบรวมกองทุนดังกล่าว ทำให้ กองทุน abrdn SICAV I - All China Sustainable Equity Fund เหลืออยู่เพียงกองทุนเดียว ประเทศที่จดทะเบียนจัดตั้ง ลักเซมเบิร์ก อายุโครงการ ไม่กำหนด บริษัทจัดการ (Management Company) abrdn Investments Luxembourg S.A. ผู้จัดการกองทุน (Investment Manager) abrdn Investments Limited, abrdn Hong Kong Limited ดัชนีชี้วัด (benchmark) MSCI China All Shares Index (USD) ผู้เก็บรักษาทรัพย์สิน และ ผู้ปฏิบัติงานด้านกองทุน (Depository and Administrator) Citibank Europe plc, Luxembourg Branch ผู้สอบบัญชีกองทุน KPMG Luxembourg, Société Coopérative ค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่าย ของกองทุนหลัก ค่าธรรมเนียมการจัดการกองทุน (Investment Management Fee): ร้อยละ 0.00 ค่าธรรมเนียมบริษัทจัดการ (Management Company Charge): สูงสุดไม่เกินร้อยละ 0.05 ต่อปี ของ NAV ค่าธรรมเนียมการปฏิบัติการทั่วไป (General Administration Charge): อัตราคงที่ สูงสุดไม่เกินร้อยละ 0.10 ต่อปี ของ NAV หน่วยงานทางการซึ่งเป็นผู้กำกับดูแล Commission de Surveillance du Secteur Financier (CSSF) วัตถุประสงค์การลงทุนของกองทุนหลัก : กองทุนหลักมีวัตถุประสงค์การลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนรวมในระยะยาว และส่งเสริมการลงทุนอย่างยั่งยืน โดยมีการนำเอาปัจจัยด้าน ESG เข้ามาพิจารณาใช้ในกระบวนการลงทุน นโยบายการลงทุนของกองทุนหลัก : กองทุนหลักมีนโยบายลงทุนอย่างน้อยร้อยละ 90 ของพอร์ตการลงทุนในตราสารทุนหรือหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับตราสารทุน (equities or equities related securities) ของบริษัทซึ่งจดทะเบียนซื้อขาย จัดตั้ง หรือประกอบกิจการในจีน (China) หรือบริษัทที่มีรายได้หรือกำไรในสัดส่วนที่มีนัยสำคัญจากการดำเนินงาน หรือมีสัดส่วนที่สำคัญของทรัพย์สินตั้งอยู่ในจีน นอกจากนี้ กองทุนหลักอาจลงทุนในหลักทรัพย์ประเภทตราสารแห่งทุนหรือตราสารที่เกี่ยวข้องกับตราสารแห่งทุน (equities or equities related securities) ในสาธารณรัฐประชาชนจีน (Mainland China (The People's Republic of China (ไม่รวม Hong Kong, Macau and Taiwan)) ได้ทั้งหมดของพอร์ตการลงทุน ผ่านทางโครงการ Stock Connect ของ Shanghai-Hong Kong และ Shenzhen-Hong Kong หรือผ่านทางช่องทางอื่นใดที่กองทุนสามารถเข้าถึงได้ ทั้งนี้ ยังคงอยู่ภายใต้โควตาการลงทุนของ QFI (30%) ทั้งนี้ การลงทุนของกองทุนหลักจะเป็นไปตามแนวทางการลงทุนใน All China อย่างยั่งยืนของอเบอร์ดีน (All China Sustainable Equity Investment Approach) วัตถุประสงค์การลงทุนที่เกี่ยวกับความยั่งยืนของกองทุนหลัก : กองทุนหลักอยู่ภายใต้ข้อกำหนดตาม Article 8 ของ SFDR ซึ่งเป็นเกณฑ์การเปิดเผยข้อมูลการลงทุนที่ยั่งยืนของกองทุนรวมที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ EU ซึ่งอาจกำหนดสัดส่วนการลงทุนขั้นต่ำตามแนวทางการลงทุนอย่างยั่งยืน (Sustainable Investments) ของ SDFR ได้ โดยกองทุนหลักส่งเสริมการลงทุนในผู้ออกตราสาร (issuers) ที่มีการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมหรือสังคม (E/S characteristics) อย่างน้อยร้อยละ 90 ของพอร์ตการลงทุน (โดยในส่วนดังกล่าว กองทุนหลักจะลงทุนอย่างน้อยร้อยละ 35 ในบริษัทที่เป็นไปตามแนวทาง Sustainable Investments ของ SFDR ผู้ลงทุนสามารถศึกษาแนวทาง Sustainable Investments ได้ภายใต้หัวข้อ ‘กรอบการลงทุนด้านความยั่งยืนของกองทุนหลัก’) แต่ไม่ได้กำหนดให้การลงทุนอย่างยั่งยืนเป็นวัตถุประสงค์การลงทุน (sustainable investment objective) ของกองทุนหลัก ตามข้อกำหนดของ Article 9 ของ SFDR เป้าหมายด้านความยั่งยืนที่ต้องการบรรลุของกองทุนหลัก : กองทุนหลักมีความมุ่งมั่นด้าน ESG 2 ประการ โดยมีการกำหนดเป้าหมายในเรื่องดังนี้ 1. กองทุนหลักมีเป้าหมายให้พอร์ตการลงทุนรวมของกองทุนหลักมี ESG Rating ซึ่งประเมินโดย MSCI ESG Rating (CCC-AAA) ในอันดับที่สูงกว่าหรือเทียบเท่ากับ ESG Rating ของ benchmark โดยพิจารณาจากค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของแต่ละบริษัทที่เป็นองค์ประกอบของ MSCI ESG Rating 2. กองทุนหลักมีเป้าหมายให้พอร์ตการลงทุนรวมกองทุนหลักจะต้องมีค่า Carbon Intensity ในระดับที่ต่ำกว่าค่า Cabon Intensity ของ benchmark อย่างน้อยร้อยละ 10 ซึ่งวัดโดยเครื่องมือคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint) ของอเบอร์ดีน (ใช้ข้อมูลจาก Trucost สำหรับการคำนวณ Carbon footprint Scope 1 และ Scope 2 emissions) เครื่องมือนี้ช่วยให้สามารถวิเคราะห์ Carbon Footprint ของบริษัท กลุ่มอุตสาหกรรม และพอร์ตการลงทุนโดยรวมของกองทุนหลัก หมายเหตุ การจัดอันดับกองทุนโดย MSCI ESG Fund Ratings มีเป้าหมายให้การเปิดเผยข้อมูลมีความชัดเจนมากขึ้นในระดับกองทุน (fund-level transparency) อันจะช่วยให้ผู้ลงทุนเข้าใจ ESG characteristics ของกองทุนได้ดีขึ้น และคัดกรองกองทุนตามหมวดหมู่ความเสี่ยงด้าน ESG ที่หลากหลาย การจัดอันดับกองทุนนี้แสดงผลในรูปแบบตัวอักษรโดยแบ่งออกเป็น 7 ระดับ ตั้งแต่ระดับ CCC จนถึง AAA โดย CCC จะเป็นระดับที่ต่ำที่สุด และ AAA จะเป็นระดับที่สูงสุด กองทุนที่ได้รับการจัดอันดับในระดับสูงจะมีการถือครองตราสารที่ผู้ออก (issuer) มีการจัดการกับความเสี่ยงด้าน ESG ที่สำคัญในระดับชั้นนำ กองทุนที่ได้รับ ESG Rating ในระดับ AAA หรือ AA จะได้รับการประเมินเป็น Leaders ในขณะที่กองทุนที่ได้รับ ESG Rating ในระดับ B หรือ CCC จะได้รับการประเมินเป็น Laggards ส่วนกองทุนที่ได้รับ ESG Rating ในระดับอื่น ๆ จะได้รับการประเมินเป็น Average ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ MSCI ESG Fund Ratings ได้ที่ https://www.msci.com/esg-and-climate-methodologies หรือ ESG Ratings Methodology - MSCI กรอบการลงทุนด้านความยั่งยืนของกองทุนหลัก : กองทุนหลักจะลงทุนในตราสารทุนหรือหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับตราสารทุน (equities or equities related securities) ของผู้ออกตราสาร (issuers) ที่มีการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมหรือสังคม (E/S characteristics) 1 ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 90 ของพอร์ตการลงทุน โดยในส่วนดังกล่าว กองทุนหลักจะลงทุนอย่างน้อยร้อยละ 50 ในบริษัทที่เป็นไปตามแนวทาง Sustainable Investments ของ SFDR 2 รายละเอียดเพิ่มเติม 1 กองทุนหลักจะพิจารณา E/S characteristics ของผู้ออกตราสาร (issuers) ดังนี้ • มีการหลีกเลี่ยงการก่อให้เกิดความเป็นอันตราย (harm) ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือสังคมอย่างรุนแรง ยาวนาน หรือไม่สามารถแก้ไขได้ และ • มีการจัดการกับผลกระทบด้านลบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมได้อย่างเหมาะสม และ • มีการสนับสนุนมาตรฐานการครองชีพที่เหมาะสมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 2 การพิจารณาลงทุนตามแนวทาง Sustainable Investments ของ SFDR ของกองทุนหลัก มีวัตถุประสงค์เพื่อเข้าไปมีส่วนช่วยในการแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมหรือสังคม การไม่สร้างผลกระทบในทางลบอย่างมีนัยสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมหรือสังคม รวมถึงการมีการกำกับดูแลที่ดีในด้านสิ่งแวดล้อมหรือสังคม โดยประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม กองทุนหลักได้นำเอาข้อพิจารณาตาม EU Taxonomy มาใช้ในการพิจารณา ซึ่งรวมถึง (1) การบรรเทาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate change mitigation) (2) การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate change adaption) (3) การใช้และปกป้องทรัพยากรน้ำและทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน (Sustainable use and protection of water and marine resources) (4) การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน (Transition to a circular economy) (5) การป้องกันและควบคุมมลพิษ (Pollution prevention and control) และ (6) การปกป้องและฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศ (Protection and restoration of biodiversity and ecosystems) นอกจากนี้ กองทุนหลักมีการนำเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน 17 ประการ (17 Sustainable Development Goals: SDGs) และเป้าหมายย่อย (sub-goals) มาใช้ประกอบเพิ่มเติมในการพิจารณาวัตถุประสงค์ทางด้านสังคมอีกด้วย อเบอร์ดีนได้พัฒนาแนวทางในการพิจารณาว่าบริษัทที่กองทุนหลักจะเข้าไปลงทุนตามแนวทาง Sustainable Investments ของ SFDR ต้องผ่านเกณฑ์การทดสอบ 3 ประการ ดังนี้ (1) ประโยชน์ทางเศรษฐกิจ (Economic Contribution) – การดำเนินธุรกิจของบริษัทที่กองทุนหลักจะเข้าไปลงทุนจะต้องมีกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ก่อให้เกิดผลในเชิงบวกต่อวัตถุประสงค์ด้านสิ่งแวดล้อมหรือสังคม (2) การไม่สร้างผลกระทบในทางลบอย่างมีนัยสำคัญ (No Significant Harm) – การลงทุนของกองทุนหลักจะต้องไม่สร้างผลกระทบในทางลบอย่างมีนัยสำคัญ (“Do No Significant Harm”/ “DNSH”) ต่อวัตถุประสงค์การลงทุนที่ยั่งยืนใด ๆ (3) การกำกับดูแลกิจการที่ดี (good governance) – บริษัทที่กองทุนหลักจะเข้าไปลงทุนจะต้องมีและปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี หากการลงทุนดังกล่าวผ่านเกณฑ์การทดสอบทั้ง 3 ข้อข้างต้น จึงจะถือว่าเป็นการลงทุนที่ยั่งยืน กลยุทธ์การลงทุนด้านความยั่งยืนของกองทุนหลัก : กองทุนหลักใช้กลยุทธ์การลงทุนด้านความยั่งยืนดังนี้ 1. Screening : 1.1 Negative Screening : กองทุนหลักมีกระบวนการคัดเลือกหลักทรัพย์ออก (Exclusion and Restrictions Criteria) โดยจะไม่ลงทุนในบริษัทที่ไม่สอดคล้องหรือปฏิบัติตามหลักสากลของ UN Global Compact ในข้อใดข้อหนึ่งหรือหลายข้อ บริษัทที่ถูกระบุไว้ใน Exclusion list ของ Norges Bank Investment Management (NBIM) บริษัทที่ประกอบธุรกิจที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายในมุมของสิ่งแวดล้อมหรือสังคม เช่น ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการผลิตอาวุธ (Weapons) ยาสูบ (Tobacco) การพนัน (Gambling) ถ่านหินชนิดเชื้อเพลิงให้ความร้อน (Thermal Coal) Unconventional Oil & Gas Extraction Conventional Oil & Gas โดยมีการพิจารณาส่วนแบ่งรายได้จากการประกอบธุรกิจดังกล่าว ธุรกิจ Electricity Generation and alignment with Transition Pathway ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับการผลิตกระแสไฟฟ้าโดยมีปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไม่เป็นไปตาม Paris Agreement 2 degrees scenario เป็นต้น 1.2 Normed-Based Screening : กองทุนหลักมีกระบวนการคัดเลือกหลักทรัพย์ของบริษัทที่มีการปฏิบัติเป็นไปตามมาตรฐานของ ESG ในระดับสากล โดยการลงทุนของกองทุนหลักจะต้องสอดคล้องกับ OECD Guidelines for Multinational Enterprises) และ UN Guiding Principles on Business and Human rights 2. ESG Integration : กองทุนหลักมีการผนวกปัจจัยด้าน ESG เข้ามาใช้ในกระบวนการวิเคราะห์และลงทุนของกองทุนหลัก • หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกหลักทรัพย์ : กองทุนหลักจะคัดเลือกหลักทรัพย์ที่มีคุณภาพ ผ่านกระบวนการวิเคราะห์แบบ bottom-up (การวิเคราะห์รายบริษัท)โดยพิจารณาถึงปัจจัยในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน และผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ (ESG) ของบริษัทที่กองทุนหลักจะเข้าไปลงทุน • กระบวนการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์ : กองทุนหลักมีการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์ 3 ขั้นตอนหลัก ดังนี้ 2.1 การจัดอันดับด้านคุณภาพในเรื่อง ESG (ESG Quality Rating) ผู้จัดการกองทุนจะใช้กรอบการวิเคราะห์ของกลุ่มอเบอร์ดีน (proprietary research framework) ในการค้นหาบริษัทซึ่งเชื่อว่าเป็นผู้นำ (sustainable leaders) หรือบริษัทซึ่งมีแนวโน้มที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำ (sustainable improvers) ในการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืน (บริษัทซึ่งเป็น sustainable leaders จะเป็นบริษัทชั้นนำด้าน ESG ซึ่งมีผลิตภัณฑ์หรือการให้บริการที่มีการจัดการกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม ในขณะที่บริษัทซึ่งเป็น sustainable improvers จะเป็นบริษัทที่มีการกำกับดูแล มีแนวทางการจัดการด้าน ESG รวมทั้งมีการเปิดเผยข้อมูลในระดับปานกลาง โดยบริษัทดังกล่าวยังมีศักยภาพที่จะก้าวขึ้นเป็น sustainable leaders ด้วย) ภายใต้กระบวนการลงทุนด้านตราสารทุนของอเบอร์ดีน ผู้จัดการกองทุนจะวิเคราะห์พื้นฐานของบริษัทในแต่ละประเภทธุรกิจเพื่อให้แน่ใจว่าบริษัทเหล่านั้นมีบริบทที่เหมาะสมที่จะเข้าไปลงทุน ซึ่งรวมถึงความต่อเนื่องคงทนของ business model ของบริษัท (durability) ความน่าสนใจของอุตสาหกรรมที่บริษัทประกอบธุรกิจอยู่ ความแข็งแกร่งทางการเงิน และความยั่งยืนของการได้เปรียบทางการแข่งขันของธุรกิจ นอกจากนี้ ยังมีการพิจารณาถึงคุณภาพของทีมผู้บริหารและวิเคราะห์ถึงโอกาสและด้าน ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ) ที่จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจ และประเมินว่าความเสี่ยงดังกล่าวนั้นได้รับการจัดการที่ดีเพียงใด โดยมีการกำหนดเกณฑ์ภายในของกลุ่มอเบอร์ดีนในการจัดอันดับด้านคุณภาพในเรื่องESG (อันดับ 1 หมายถึง บริษัทที่มีการจัดการในเรื่องของ ESG ในระดับยอดเยี่ยม และ อันดับ 5 หมายถึง บริษัทที่ยังไม่มีการจัดการในเรื่องของ ESG ที่เพียงพอ) เพื่ออธิบายคุณลักษณะด้านคุณภาพของแต่ละบริษัท ESG Quality Rating จึงเป็นข้อพิจารณาที่สำคัญในการประเมินว่าตราสารทุนที่กองทุนหลักจะเข้าไปลงทุนนั้นเข้าข่ายเป็น Sustainable leader หรือ Sustainable improver ซึ่งบริษัทที่กองทุนหลักจะเข้าไปลงทุนได้นั้น จะต้องได้รับการจัดอันดับด้านคุณภาพในเรื่อง ESG ตั้งแต่อันดับ 3 ขึ้นไป ผู้ลงทุนสามารถดูข้อมูลเกี่ยวกับองค์ประกอบหลัก (key components) รวมถึงตัวแปร (inputs) ของการจัดอันดับ ESG Quality Rating เพิ่มเติมได้จาก INVESTMENT APPROACH ของกองทุนหลักที่ https://www.abrdn.com/en-lu/investor/funds/view-all-funds หรือ abrdn SICAV I - All China Sustainable Equity Fund 2.2 การประเมินความยั่งยืนโดยรวม (Overall Sustainability Assessment: OSA) ของกลุ่มอเบอร์ดีน การประเมินความยั่งยืนโดยรวม (Overall Sustainability Assessment: OSA) ของกลุ่มอเบอร์ดีน ให้ภาพรวมเกี่ยวกับความยั่งยืนของบริษัทที่เข้าไปลงทุน โดยอิงจากการให้คะแนนด้านบรรษัทภิบาล การดำเนินงาน และผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการของบริษัทนั้น ๆ นอกจากนี้ ยังใช้กระบวนการลงทุนตราสารทุนของผู้จัดการกองทุนเพื่อช่วยให้ผู้จัดการกองทุนสามารถระบุผู้นำด้านความยั่งยืนและผู้ที่มีแนวโน้มพัฒนาได้ในเชิงคุณภาพ 2.3 นโยบายการมีส่วนร่วม (Engagement policies) (1) การใช้สิทธิความเป็นเจ้าของในเชิงรุก (Active Ownership) ในมุมมองของอเบอร์ดีน good governance และการดำเนินการเข้าไปมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่องของอเบอร์ดีน (stewardship programme) มีความสำคัญในการให้ความมั่นใจว่า บริษัทมีการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อลูกค้า ลูกจ้างหรือพนักงาน ผู้ถือหุ้น และสังคมในวงกว้าง นอกจากนี้ อเบอร์ดีนยังเชื่อว่า ตลาดหลักทรัพย์และบริษัทที่ได้มีการนำเอาแนวปฏิบัติ ในการกำกับดูแลกิจการและการบริหารจัดการความเสี่ยงที่ดี (best practices) ซึ่งรวมถึงการจัดการความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมมาใช้ บริษัทเหล่านั้นจะมีแนวโน้มที่จะมีผลการดำเนินงานที่ดีในระยะยาว และให้ผลตอบแทนการลงทุนที่ยั่งยืน ในฐานะผู้ถือหุ้นของบริษัท ผู้จัดการกองทุนและนักวิเคราะห์ของอเบอร์ดีนจะเข้าไปพบปะเป็นประจำกับกรรมการที่เป็นผู้บริหาร (management directors) และกรรมการที่ไม่ได้เป็นผู้บริหาร (non-executive directors) ของบริษัทที่กองทุนหลักมีการลงทุนไว้ ซึ่งทั้งหมดนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการลงทุนตามปกติของเบอร์ดีน ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้ถือหน่วยลงทุนได้รับประโยชน์จากความสำเร็จในระยะยาวของบริษัทที่กองทุนหลักมีการลงทุนไว้ (2) การออกเสียงลงคะแนนในฐานะผู้ถือหุ้น (Voting) ในการประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทที่กองทุนหลักมีการลงทุนไว้ การวิเคราะห์การออกเสียงลงคะแนน จะพิจารณาโดยทีมนักวิเคราะห์การลงทุนทั้งในระดับภูมิภาคและด้าน ESG โดยเฉพาะของอเบอร์ดีน โดยอเบอร์ดีนมีการใช้บริการงานวิจัยของผู้ให้บริการภายนอก (เช่น IVIS ISS)เพื่อสนับสนุนการวิเคราะห์ของตนเอง การตัดสินใจออกเสียงลงคะแนนของอเบอร์ดีนจะพิจารณาจากข้อมูลความรู้ความเข้าใจของอเบอร์ดีนเกี่ยวกับตัวบริษัท และข้อมูลเชิงลึกที่ได้รับจากการเข้าไปมีส่วนร่วมกับทีมผู้บริหารของบริษัทดังกล่าว การมีส่วนร่วมของผู้จัดการการลงทุนในการออกเสียงลงคะแนนผ่านทางการมอบหมายให้กรรมการอิสระ (proxy voting) ถือเป็นส่วนสำคัญประการหนึ่งของกระบวนการลงทุนของอเบอร์ดีน (3) การเข้าไปมีส่วนร่วมด้าน ESG (ESG Engagement) การเข้าไปมีส่วนร่วมด้าน ESG กับทีมผู้บริหารของบริษัทถือเป็นกุญแจและส่วนสำคัญของกระบวนการลงทุนด้านตราสารทุน รวมทั้งการดำเนินการอย่างต่อเนื่องของอเบอร์ดีน (stewardship programme) การเข้าไปมีส่วนร่วมดังกล่าวช่วยให้อเบอร์ดีนได้มีมุมมองแบบองค์รวมเกี่ยวกับตัวของบริษัทที่กองทุนหลักจะเข้าไปลงทุนมากขึ้น รวมถึงมุมมองเกี่ยวกับความเสี่ยงด้าน ESG ทั้งที่มีอยู่ในปัจจุบันและอนาคตที่บริษัทดังกล่าวจำเป็นต้องจัดการ อีกทั้งยังทำให้เห็นถึงโอกาสที่อาจได้รับประโยชน์จากการเข้าไปลงทุนในบริษัทดังกล่าว นอกจากนี้ การเข้าไปมีส่วนร่วมด้าน ESG ยังเปิดโอกาสให้ได้มีการหารือเกี่ยวกับประเด็นที่น่ากังวลในด้านต่าง ๆ และมีการแบ่งปันแนวปฏิบัติที่ดี (best practice) ซึ่งจะนำมาซึ่งการขับเคลื่อนให้มีการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกด้วย ผู้ลงทุนสามารถศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับนโยบายการมีส่วนร่วม (Engagement policies) ของกองทุนหลักเพิ่มเติมได้จากเอกสาร ‘Sustainability-related disclosures’ ของกองทุนหลัก ภายใต้หัวข้อ ‘Engagement policies’ ซึ่งสามารถดูได้ที่ https://www.abrdn.com/en-lu/investor/funds/view-all-funds หรือ abrdn SICAV I - All China Sustainable Equity Fund การอ้างดัชนีชี้วัดที่สอดคล้องกับความยั่งยืน : MSCI China All Shares Index (USD) เป็นดัชนีชี้วัด (benchmark) ที่กองทุนหลักเลือกใช้สำหรับการสร้างพอร์ตโฟลิโอ และเปรียบเทียบผลการดำเนินงานของกองทุนหลัก ซึ่งภายใต้ Article 8 ของ SFDR ไม่ได้กำหนดให้กองทุนหลักต้องกำหนด benchmark ที่สะท้อนถึงการลงทุนที่ยั่งยืน แม้ว่า benchmark ดังกล่าวจะไม่ได้สะท้อนถึงการลงทุนที่ยั่งยืน แต่กองทุนหลักก็มีการนําเอาปัจจัยด้าน ESG และมีการผสมผสานแนวทางการคัดเลือกหลักทรัพย์แบบ Negative Screening และ Norm-Based Screening เข้ามาใช้ในกระบวนการลงทุน ผู้ลงทุนสามารถศึกษาหลักเกณฑ์การจัดทำ benchmark เพิ่มเติมได้จาก https://www.msci.com/ หมายเหตุ MSCI China All Shares Index เป็นดัชนีที่ประกอบด้วยหุ้นขนาดใหญ่และขนาดกลางของบริษัทจีน (สาธารณรัฐประชาชนจีน (China)) ซึ่งครอบคลุมหุ้น A‐share หุ้น B‐shares หุ้น H‐shares หุ้น Red‐chips หุ้น P‐chips และหุ้นจีนที่จดทะเบียนซื้อขายในต่างประเทศ (เช่น ADRs) ดัชนีดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายในการสะท้อนผลการดำเนินงานของหุ้นจีนประเภทต่าง ๆ ที่จดทะเบียนซื้อขายในฮ่องกง เซี่ยงไฮ้ เซินเจิ้น รวมถึงจดทะเบียนซื้อขายนอกสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยดัชนีดังกล่าวจัดทำขึ้นภายใต้แนวคิดของ MSCI China equity universe โดยนำหุ้น A-share มารวมด้วย ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถศึกษาวิธีการจัดทำดัชนี (Index Methodology) ได้ที่ https://www.msci.com/index-methodology หรือ Index methodology - MSCI ข้อจำกัดด้านการลงทุนด้านความยั่งยืนของกองทุนหลัก : กองทุนหลักจะไม่ลงทุนในหลักทรัพย์ที่เป็นองค์ประกอบของ benchmark ของกองทุนหลักอย่างน้อยประมาณร้อยละ 20 โดยจะคัดออกด้วยการใช้เครื่องมือการให้คะแนน (scoring tools) ที่เป็นของกลุ่มอเบอร์ดีน และใช้เกณฑ์การคัดเลือกหลักทรัพย์ออก (negative) เพื่อไม่ลงทุนในบางรายอุตสาหกรรมและกิจกรรมทางธุรกิจที่ผู้ถือหน่วยลงทุนมีความกังวล (เช่น ธุรกิจที่ไม่สอดคล้องหรือปฏิบัติตามหลักสากลของ UN Global Compact ในข้อใดข้อหนึ่งหรือหลายข้อ บริษัทที่ถูกระบุไว้ใน Exclusion list ของ Norges Bank Investment Management (NBIM) บริษัทที่ประกอบธุรกิจที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายในมุมของสิ่งแวดล้อมหรือสังคม เช่น ธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับการผลิตอาวุธ (Weapons) ยาสูบ (Tobacco) การพนัน (Gambling) ถ่านหินชนิดเชื้อเพลิงให้ความร้อน (Thermal Coal) Unconventional Oil & Gas Extraction Conventional Oil & Gas โดยมีการพิจารณาส่วนแบ่งรายได้จากการประกอบธุรกิจดังกล่าว ธุรกิจ Electricity Generation and alignment with Transition Pathway ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับการผลิตกระแสไฟฟ้าโดยมีปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไม่เป็นไปตาม Paris Agreement 2 degrees scenario เป็นต้น) ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนอย่างยั่งยืนของกองทุนหลัก : 1. การนำเอาหลักเกณฑ์ในเรื่อง ESG และความยั่งยืน (Sustainability) มาใช้ในกระบวนการลงทุนอาจส่งผลให้มีการคัดเลือกหลักทรัพย์ที่กองทุนหลักจะเข้าไปลงทุนได้ออก (exclusion of securities) ซึ่งหลักทรัพย์ดังกล่าวอาจเป็นองค์ประกอบของ benchmark ของกองทุนหลัก หรืออยู่ใน investment universe ที่กองทุนหลักอาจลงทุนได้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบในเชิงบวกหรือเชิงลบต่อผลการดําเนินงานของกองทุนหลัก และอาจหมายความว่า ผลการดําเนินงานของกองทุนหลักอาจแตกต่างจากกองทุนอื่น ๆ ซึ่งมีการบริหารจัดการโดยเปรียบเทียบกับ benchmark เช่นเดียวกันกับกองทุนหลัก หรือแตกต่างจากกองทุนอื่นที่มี investment universe ใกล้เคียงกับกองทุนหลัก แต่กองทุนอื่นดังกล่าวไม่ได้นำเอาหลักเกณฑ์ในเรื่อง ESG และความยั่งยืนมาใช้ในกระบวนการลงทุน 2. การไม่มีคําจํากัดความเดียวกันหรือที่สอดคล้องกันของ ESG และ Sustainability อาจส่งผลให้ผู้จัดการกองทุนแต่ละรายมีแนวทางในการปรับใช้หลักเกณฑ์ในเรื่อง ESG และ Sustainability ในกระบวนการการลงทุนที่แตกต่างกันได้ ซึ่งจะส่งผลให้มีความยุ่งยากในการเปรียบเทียบกองทุนที่มีวัตถุประสงค์แบบเดียวกัน แต่มีการปรับใช้หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกหลักทรัพย์ที่แตกต่างกัน ดังนั้น จึงอาจทำให้กองทุนที่มีวัตถุประสงค์แบบเดียวกันกับกองทุนหลักมีผลการดำเนินงานที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญเกินกว่าความคาดหมายของผู้ลงทุนได้ นอกจากนี้ การไม่มีคําจํากัดความเดียวกันหรือที่สอดคล้องกัน ส่งผลให้ผู้จัดการกองทุนแต่ละรายต้องใช้ดุลพินิจของตนเอง ซึ่งอาจทำให้กองทุนหลักอาจมีการลงทุนในบริษัทที่กองทุนหรือผู้จัดการกองทุนอื่นอาจไม่พิจารณาลงทุนได้ ดังนั้น ผู้ลงทุนควรมีความเข้าใจที่ชัดเจนว่า การแปลความหมายของ ESG และ Sustainability นั้น มีความเป็นอัตวิสัย (subjective) ซึ่งหมายถึงกองทุนหลักอาจมีการลงทุนในบริษัทที่ไม่สอดคล้องกับมุมมองส่วนตัวของผู้ลงทุนได้ แนวทางการดำเนินการและมาตรการควบคุมผลกระทบในกรณีการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืนของกองทุนหลัก : ในกรณีที่กองทุนหลักมีการตรวจสอบและทบทวนการลงทุนแล้วพบว่า บริษัทที่กองทุนหลักมีการลงทุนไว้เข้าด้วยกรณีใดกรณีหนึ่งดังนี้ กองทุนหลักจะถอนการลงทุนหรือขายหลักทรัพย์โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ซึ่งโดยทั่วไปจะไม่เกิน 3 เดือน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับสภาวะของตลาด • บริษัทที่กองทุนหลักลงทุนมีการฝ่าผืนหรือมีลักษณะที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์การคัดเลือกแบบ negative based screen หรือ norms based screen • บริษัทที่กองทุนหลักลงทุนได้รับการจัดอันดับ ESG Quality Rating ในอันดับต่ำกว่า 3 นอกจากนี้ กองทุนหลักมีมาตรการในการควบคุมการลงทุนให้เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืน ดังนี้ First line ทีมผู้จัดการกองทุนมีความรับผิดชอบหลักในการบริหารจัดการกองทุนตามกลยุทธ์และกรอบการลงทุนที่กำหนดไว้ โดยได้รับการสนับสนุนจากคณะกรรมการกำกับดูแลด้านยั่งยืนของอเบอร์ดีน (sustainable investing governance committees) ในส่วนที่เกี่ยวกับการปฏิบัติให้เป็นไปตามกรอบการทำงาน ตลอดจนความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับข้อกำหนดและกฎเกณฑ์ของหน่วยงานกำกับดูแลในเรื่อง ESG และ Sustainability Second line ความเสี่ยงด้านการลงทุน (Investment Risk) ฝ่าย Investment Risk ของอเบอร์ดีนจะเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่วิเคราะห์ความเสี่ยงที่เกี่ยวกับ ESG รวมถึงน้ำหนักและผลกระทบที่มีผลต่อภาพรวมความเสี่ยงของกองทุนหลัก (Fund’s risk profile) หน่วยงานดังกล่าวจะจัดทำรายงานแสดงสถานะความเสี่ยงของกองทุน (RAG status) และการดำเนินการในการควบคุมและบรรเทาผลกระทบของความเสี่ยงในระดับปานกลางถึงสูงเพื่อรายงานให้กับคณะกรรมการบริษัท รวมถึงคณะทำงานที่เกี่ยวข้องในเรื่องดังกล่าวอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ ฝ่าย Investment Risk ยังมีหน้าที่ในการทบทวน Fund’s risk profile เป็นประจำทุกปีเพื่อพิจารณาถึงความมีประสิทธิภาพหรือความเหมาะสมของจำนวนหรือค่าของ limits ที่กำหนดในปัจจุบัน รวมทั้งแนวโน้มของค่าความเสี่ยงอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตด้วย การกำกับดูแลการดำเนินงาน (Compliance) หน่วยงาน Compliance ของอเบอร์ดีนจะทำหน้าที่ตรวจสอบหนังสือชี้ชวนและเอกสารทางกฎหมาย/กฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับกองทุนเพื่อให้แน่ใจว่าเอกสารดังกล่าวเป็นไปตามกฎมาย/กฎระเบียบที่เกี่ยวข้องนอกจากนี้ หน่วยงาน Compliance ยังตรวจสอบเอกสารทางการตลาดหรือเอกสารอื่นใดที่มีการจัดทำขึ้นโดยไม่ได้เฉพาะเจาะจง ทั้งนี้ เพื่อให้มั่นใจได้ว่า เอกสารทางการตลาดหรือข้อความอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับ ESG จะมีความชัดเจน เหมาะสม และไม่ทำให้ผู้ลงทุนเข้าใจผิด หน่วยงาน Compliance ประจำภูมิภาค EMEA (Europe, the Middle East and Africa) จะเป็นหน่วยงานหลักในการติดตามตรวจสอบ investment limits ที่เกี่ยวกับ ESG รวมทั้งการปฏิบัติตามข้อผูกพันต่าง ๆ ที่กองทุนหลักต้องกระทำซึ่งเกี่ยวข้องกับหลักเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม (ตามข้อกำหนด Article 8 ของ SFDR) หน่วยงาน Compliance จะจัดทำรายงานเกี่ยวกับข้อกำหนดใหม่ของกฎเกณฑ์และกฎระเบียบของทางการเกี่ยวกับ Sustainability เพื่อให้หน่วยงานที่อยู่ใน first line ทราบผ่านทางคณะทำงาน ESG Regulatory & Standards Taskforce ทั้งนี้ เพื่อให้หน่วยงานใน first line ได้รับทราบและพิจารณานำข้อกำหนดดังกล่าวเข้าเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการการลงทุน รวมทั้งดำเนินการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวในเอกสารที่เกี่ยวข้องได้อย่างเพียงพอและเหมาะสม นอกจากนี้ อเบอร์ดีนยังจัดให้มีหน่วยงาน Monitoring & Oversight team ซึ่งเป็นหน่วยงานเฉพาะในการจัดทำโปรแกรมการประเมินความเสี่ยง (risk-based programme) เพื่อให้ความมั่นใจกับฝ่ายจัดการของบริษัทจัดการเกี่ยวกับความมีประสิทธิภาพของระบบการควบคุมเพื่อให้แน่ใจว่ามีการปฏิบัติเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎเกณฑ์ของหน่วยงานกำกับดูแล ผลการประเมินจะถูกจัดทำเป็นรายงานให้กับคณะกรรมการของบริษัทที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งคณะผู้บริหารที่กำกับดูแลการดำเนินงานของบริษัท (governance forums) ซึ่งรวมถึง Risk and Capital Committee Group Audit Committee และ Executive Leadership Team Controls Third line หน่วยงาน Internal Audit ของอเบอร์ดีนจะดำเนินการตรวจสอบภายในในประเด็นการนำกฎระเบียบเกี่ยวกับ Sustainability ไปปฏิบัติ โดยถือเป็นส่วนหนึ่งของหัวข้อการตรวจสอบภายใน ผู้ลงทุนสามารถศึกษาข้อมูลและข้อจำกัดด้านความยั่งยืนของกองทุนหลักได้ที่ https://www.abrdn.com/en-lu/investor/funds/view-all-funds หรือ abrdn SICAV I - All China Sustainable Equity Fund บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลข้างต้นให้สอดคล้องกับข้อมูลของกองทุนหลักในกรณีที่กองทุนหลักมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลหรือหนังสือชี้ชวนโดยที่ไม่ถือว่าเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมโครงการ โดยบริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบโดยวิธีประกาศทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการและปิดประกาศไว้หน้าสำนักงานของบริษัทจัดการ
Investment policy as filed with SEC Thailand.
actual = what the AMC currently charges · max = prospectus ceiling (no actual reported). Annual fees aren’t additive with one-time fees.