BCAP NEXT GEN Digital Lifestyle Fund
BANGKOK CAPITAL ASSET MANAGEMENT COMPANY LIMITED · Equity
✨Invests primarily in foreign equity funds focused on companies benefiting from emerging digital technologies, including cybersecurity, digital commerce, and smart city innovations.
กองทุนมีนโยบายการลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมตราสารทุนต่างประเทศ โดยกองทุนปลายทางมีการกระจายการลงทุนในหลักทรัพย์หรือตราสารของบริษัทที่ได้ประโยชน์จากการประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีดิจิทัลรูปแบบใหม่ที่จะตอบสนองแนวโน้มพฤติกรรมการใช้ชีวิตแห่งอนาคต เช่น Cyber Security, Digital Commerce, Financial Technology, Digital Education, Digital Entertainment & Leisure, Remote Workplace, Smart City and Future Mobility เป็นต้น กองทุนจะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมตราสารทุนต่างประเทศข้างต้น ตั้งแต่ 2 กองทุนขึ้นไป เพื่อให้มี net exposure โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยมีสัดส่วนการลงทุนในแต่ละกองทุนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีกองทุนละไม่เกินร้อยละ 79 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ซึ่งสัดส่วนการลงทุนในหน่วยลงทุนของแต่ละกองทุนจะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน โดยสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสภาวะการลงทุนหรือการคาดการณ์สภาวะการลงทุนในแต่ละขณะ ทั้งนี้ กองทุนจะนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน สำหรับเงินลงทุนส่วนที่เหลือ อาจพิจารณาลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างซึ่งไม่ขัดต่อกฎหมาย หรือที่สำนักงาน ก.ล.ต. ให้ความเห็นชอบให้ลงทุนได้ กองทุนมีเป้าหมายในการลงทุนเพื่อให้ผลประกอบการสูงกว่าดัชนีชี้วัด (Active Management) โดยมีกระบวนการคัดเลือกหลักทรัพย์ โดยพิจารณาจาก 2 ปัจจัย ดังนี้ 1. การวิเคราะห์แบบ Top Down Theme Allocation: เพื่อจัดสรรน้ำหนักการลงทุนในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรม/ธีมการลงทุน ที่มีแนวโน้มการเติบโตได้ดีในระยะยาว โดยพิจารณาจากปัจจัยเศรษฐกิจมหาภาค เช่น แนวโน้มอัตราการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมที่ไปลงทุน นโยบายสนับสนุนของทางภาครัฐฯ นโยบายการเงิน การคลัง อัตราเงินเฟ้อ เป็นต้น 2. การวิเคราะห์แบบ Bottom Up Selection: ซึ่งให้ความสำคัญในการเลือกหลักทรัพย์หรือหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ เช่น หน่วย CIS และ/หรือหน่วยลงทุนของกองทุน อีทีเอฟ (ETF) ต่างประเทศที่ไปลงทุน โดยพิจารณาจากปัจจัยพื้นฐานรอบด้าน เช่น Index Methodology และ Investment Process ของหน่วยลงทุนที่ไปลงทุน, รูปแบบการดำเนินธุรกิจ (Business Model), ความสามารถในการทำกำไรและรายได้ (Profitability), ความสามารถในการแข่งขัน (Competitive Advantage), อัตราส่วนทางการเงิน รวมไปถึง Valuation ของกลุ่มบริษัทที่ไปลงทุน เป็นต้น อีกทั้งมีการวิเคราะห์ขนาดกองทุนและสภาพคล่องของกองทุนที่ไปลงทุนเพื่อลดความเสี่ยงด้านสภาพคล่องของหลักทรัพย์หรือหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศที่ไปลงทุน กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivative) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) โดยอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่มีสินทรัพย์อ้างอิง ได้แก่ ทรัพย์สินต่าง ๆ ที่กองทุนสามารถลงทุนได้ อัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยน เครดิต สินค้าโภคภัณฑ์ ดัชนีกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ ดัชนีเงินเฟ้อ ดัชนีอ้างอิงอื่น ๆ ตามดุลยพินิจของบลจ. และอาจป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging) ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนในตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) หลักทรัพย์ที่ไม่มีการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) ตราสารที่มีอันดับความน่าเชื่อถือที่ตัวตราสารหรือที่ผู้ออกตราสารต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-Investment Grade) และ/หรือตราสารที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ตัวตราสารและที่ผู้ออกตราสาร (Unrated Securities) บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะนำเงินลงทุนบางส่วนหรือทั้งหมดมาลงทุนในประเทศไทย ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของกองทุนโดยรวม เช่น ในกรณีที่มีความผิดปกติของตลาด หรือในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงของภาวะตลาดหรือการคาดการณ์ภาวะตลาดทำให้การลงทุนในต่างประเทศขาดความเหมาะสมในทางปฏิบัติ หรือกรณีอื่นใดที่เกิดจากสาเหตุที่ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น การเปลี่ยนแปลงของกฎหมาย หรือประกาศที่เกี่ยวข้อง หรือเกิดภาวะสงคราม เป็นต้น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนเป็นกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรง หรือ กองทุน รวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund) หรือสามารถกลับมาเป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนดหรือให้ความเห็นชอบให้กองทุนลงทุนได้ ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนจะไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (Risk Profile) เพิ่มขึ้น รวมทั้งประเภทและลักษณะพิเศษที่เปลี่ยนแปลงนั้นจะเป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน โดยขึ้นกับสถานการณ์ตลาด ณ ขณะนั้น และต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งผู้ถือหน่วยลงทุนล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน ผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการที่ www.bcap.co.th และ/หรือช่องทางอื่นตามความเหมาะสม ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงการลงทุนดังกล่าว ทั้งนี้ อัตราส่วนการลงทุนที่กำหนดจะกระทำภายใต้สภาวการณ์ที่ปกติ ซึ่งอาจมีบางขณะที่ไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามสัดส่วนการลงทุนที่กำหนดไว้อันเนื่องมาจากการเกิดสภาวการณ์ที่ไม่ปกติหรือมีความจำเป็น เช่น มีการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจหรือการเมืองอย่างมีนัยสำคัญ เป็นต้น โดยบริษัทจัดการจะรายงานการไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามสัดส่วนการลงทุนที่กำหนดไว้ในโครงการตามประกาศแก่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวมเรื่องการจัดประเภทของกองทุนจะไม่นำมาบังคับใช้ในช่วงระหว่างรอการลงทุน ซึ่งมีระยะเวลาประมาณ 30 วันนับตั้งแต่วันจดทะเบียนกองทรัพย์สินเป็นกองทุนรวม รวมถึงช่วงเวลาก่อนเลิกกองทุน ซึ่งมีระยะเวลา 30 วันก่อนการเลิกกองทุนรวม และรวมถึงช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุน เนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ซึ่งต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ ทั้งนี้ โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ
Investment policy as filed with SEC Thailand.
actual = what the AMC currently charges · max = prospectus ceiling (no actual reported). Annual fees aren’t additive with one-time fees.