Krungsri Private Credit Fund-Not for Retail Investors
KRUNGSRI ASSET MANAGEMENT COMPANY LIMITED · Other · settlement T+5
↳ Invests in BlackRock Private Credit Fund iCapital Offshore Access Fund, L.P. · หมู่เกาะเคย์แมน
✨Invests primarily in shares of the BlackRock Private Credit Fund, focusing on private credit opportunities and risk-adjusted returns.
1. กองทุนจะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ชื่อ BlackRock Private Credit Fund iCapital Offshore Access Fund, L.P. (Class I-Acc) (“กองทุนหลัก”) มีนโยบายนำทรัพย์สินทั้งหมดหรือส่วนใหญ่ไปลงทุนในกองทุน BlackRock Private Credit Fund (Institutional Shares) (“กองทุนอ้างอิง”) ทั้งนี้ กองทุนหลักดังกล่าวมี iCapital Advisors, LLC เป็นผู้จัดการการลงทุน และเป็นกองทุนรวมที่จัดตั้งขึ้นภายใต้พระราชบัญญัติกองทุนส่วนบุคคลของหมู่เกาะเคย์แมน ซึ่งเป็นสมาชิกสามัญของ International Organizations of Securities Commission (IOSCO) สำหรับกองทุนอ้างอิงมีสถานะเป็นกองทรัสต์ (Delaware Statutory Trust) อยู่ภายใต้กฎหมายของรัฐ Delaware ประเทศสหรัฐอเมริกา และได้รับการกำกับดูแลโดยมีลักษณะเป็น Business Development Company (“BDC”) ภายใต้กฎหมาย Investment Company Act of 1940 บริหารโดย BlackRock Capital Investment Advisors, LLC (Investment Advisor) และ BlackRock Advisors, LLC (Sub-Advisor) กองทุนอ้างอิงมีวัตถุประสงค์ในการลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนที่ปรับค่าด้วยความเสี่ยง (Risk-Adjusted Returns) ในระดับสูง โดยประมาณร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินกองทุน จะลงทุนโดยการปล่อยกู้นอกตลาด (Private Credit) ทั้งการปล่อยกู้โดยตรงให้กับผู้กู้ (Originated Loans) การปล่อยกู้ร่วมกับผู้ให้กู้รายอื่นตั้งแต่สองรายขึ้นไป (Syndicated Loans) รวมถึงลงทุนในเงินกู้ไม่ด้อยสิทธิทั้งที่มีหรือไม่มีหลักประกัน (Senior Secured or Unsecured Loans) เงินกู้ด้อยสิทธิ (Subordinated Loans) เงินกู้กึ่งทุน (Mezzanine Loans) หรือเงินกู้ในรูปแบบอื่นใดในบริษัทขนาดกลางในประเทศสหรัฐอเมริกา ที่มิได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โดยเน้นการปล่อยกู้แบบอัตราดอกเบี้ยลอยตัว เพื่อความยืดหยุ่นในแต่ละสภาวะตลาดและอาจลงทุนในตราสารทุนและหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับตราสารทุน ซึ่งรวมถึงหุ้นสามัญและหุ้นบุริมสิทธิ หลักทรัพย์ที่แปรสภาพเป็นหุ้นสามัญ และใบสำคัญแสดงสิทธิในการซื้อหุ้น กองทุนอ้างอิงอาจทำการกู้ยืมเงินเพื่อการลงทุน โดยมีเป้าหมายการทำธุรกรรม (Target Leverage) ประมาณร้อยละ 100-125 ของอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (debt-to-equity ratio) ทั้งนี้ ภายใต้กฎหมาย Investment Company Act of 1940 สามารถทำธุรกรรมดังกล่าวได้สูงสุดที่อัตราร้อยละ 200 ของหนี้สินต่อทุน นอกจากนี้ กองทุนอ้างอิงอาจลงทุนในหน่วย Private Equity ตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) รวมถึงการทำธุรกรรมการขายหลักทรัพย์ที่ต้องยืมมาเพื่อการส่งมอบ (Short Sale) และการทำธุรกรรมการขายโดยมีสัญญาซื้อคืน (Repo) บริษัทจัดการจะลงทุนในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) เป็นสกุลเงินหลัก และกองทุนหลักจะลงทุนในกองทุนอ้างอิงด้วยสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) ทั้งนี้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงสกุลเงินหลักเป็นสกุลเงินอื่นใดนอกเหนือจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) ในภายหลังก็ได้ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ซึ่งบริษัทจัดการจะคำนึงถึงประโยชน์ของกองทุนเป็นสำคัญ ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะแจ้งผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องให้ผู้ลงทุนทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน อนึ่ง กองทุนหลักข้างต้นมีการเสนอขายในหลาย Class โดยแต่ละ Class ของหน่วยลงทุนอาจมีความแตกต่างกันในเรื่องของนโยบายการจัดสรรกำไร/ผลตอบแทน ค่าธรรมเนียม หรือคุณสมบัติของผู้ลงทุน เป็นต้น ซึ่งบริษัทจัดการจะพิจารณาเลือกลงทุนใน Class I-Acc (เป็น Class ที่เสนอขายให้กับผู้ลงทุนที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านการเงิน เพื่อบริหารเงินลงทุนให้ตนเองหรือเพื่อลูกค้า) อย่างไรก็ดี บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการพิจารณาเปลี่ยนแปลงประเภทของหน่วยลงทุนตามความเหมาะสมในภายหลังก็ได้ ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ซึ่งบริษัทจัดการจะแจ้งผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการหรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องให้ผู้ลงทุนทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน (รายละเอียดของประเภทของ Share classes สามารถดูเพิ่มเติมได้จากหนังสือชี้ชวนของกองทุนหลักจากเว็บไซต์ของกองทุนหลัก) 2. ในช่วงระหว่างรอการนำเงินที่ได้รับจากการสั่งซื้อหน่วยลงทุนล่วงหน้าเพื่อไปลงทุนในกองทุนหลัก กองทุนจะลงทุนในตราสารที่มีความเสี่ยงต่ำและสภาพคล่องสูง เช่น ตราสารภาครัฐ และเงินฝากธนาคาร เป็นต้น 3. สำหรับเงินลงทุนส่วนที่เหลือ กองทุนอาจลงทุนในตราสารหนี้ ตราสารทุน ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตราสารทางการเงินอื่นๆ และ/หรือเงินฝากธนาคาร ที่เสนอขายทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศ และอาจลงทุนในตราสารทุนของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) และ/หรือตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured note) และ/หรือตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non - investment grade) และ/หรือตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด 4. กองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่นซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ (กองทุนปลายทาง) ในสัดส่วนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยการลงทุนในหน่วยลงทุนดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนของกองทุนซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข ที่สำนักงาน ก.ล.ต. กำหนด หรือกฎหมายอื่นใดที่เกี่ยวข้อง หรือประกาศอื่นใดที่เกี่ยวข้องและ/หรือที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมในอนาคต ทั้งนี้ กองทุนปลายทางสามารถลงทุนต่อในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่นที่อยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการต่อไปได้อีกไม่เกิน 1 ทอด และไม่อนุญาตให้กองทุนปลายทางและกองทุนรวมอื่น ลงทุนย้อนกลับในกองทุนต้นทาง (circle investment) ได้ 5. กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงิน (Fx hedging) หรือไม่ก็ได้ โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน (Dynamic hedging) ซึ่งจะพิจารณาจากสภาวการณ์ของตลาดและปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น ทิศทางของอัตราแลกเปลี่ยน หรือค่าใช้จ่าย เป็นต้น ตามความเหมาะสมในแต่ละขณะ นอกจากนี้ กองทุนอาจเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัทจัดการ เช่น การทำสัญญาสวอปและ/หรือสัญญาฟอร์เวิร์ดที่อ้างอิงกับอัตราแลกเปลี่ยน / อัตราดอกเบี้ย และ/หรือทรัพย์สินที่กองทุนไปลงทุน รวมถึงสินทรัพย์อ้างอิงอื่นๆ ตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนดให้ลงทุนได้ ซึ่งพิจารณาจากสภาวะการณ์ของตลาด กฎระเบียบ หรือข้อบังคับ และปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น แนวโน้มและทิศทางราคาของหลักทรัพย์ที่ลงทุน การคาดการณ์เหตุการณ์ที่อาจจะส่งผลกระทบเชิงลบอย่างมีนัยสำคัญของกองทุน และค่าใช้จ่ายในการเข้าทำธุรกรรมสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป็นต้น 6. กองทุนไทยอาจทำการขายหลักทรัพย์ที่ต้องยืมมาเพื่อการส่งมอบ (Short Sale) ไม่เกินร้อยละ 100 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ธุรกรรมการขายโดยมีสัญญาซื้อคืน (Repo) และการกู้ยืมเพื่อประโยชน์ในการจัดการลงทุนของกองทุนรวมไม่เกินร้อยละ 25 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สํานักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กําหนด ทั้งนี้ จะไม่ลงทุนในหน่วย Private Equity 7. กองทุนไทยมีประมาณการผลตอบแทนภายใต้สถานการณ์เชิงลบอย่างมากที่สุด (Worst Case Scenario) จากการที่กองทุนไทยและ/หรือกองทุนหลักลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน การขายหลักทรัพย์ที่ต้องยืมมาเพื่อการส่งมอบ (Short Sale) ธุรกรรมการขายโดยมีสัญญาซื้อคืน (Repurchase Agreement) และการทำธุรกรรมการกู้ยืมเพื่อประโยชน์ในการจัดการลงทุน ไม่เกินร้อยละ 100 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน 8. กองทุนไทยอาจพิจารณาลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่น ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.ประกาศกำหนดให้ลงทุนได้ 9. ในกรณีที่บริษัทจัดการเห็นว่าการลงทุนในกองทุน BlackRock Private Credit Fund iCapital Offshore Access Fund, L.P. (“กองทุนหลัก”) ไม่เหมาะสมอีกต่อไป เช่น มีการลงทุนไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์หลักของกองทุน หรือผลตอบแทนของกองทุนดังกล่าวไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ หรือไม่สามารถลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนดังกล่าวได้อีกต่อไป หรือกองทุนต่างประเทศดังกล่าวมีการกระทำผิดตามความเห็นของหน่วยงานกำกับดูแลของกองทุนต่างประเทศ และ/หรือเมื่อเกิดเหตุการณ์หรือคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบต่างๆ จนอาจส่งผลให้การลงทุนในกองทุนต่างประเทศเป็นภาระต่อผู้ลงทุนโดยเกินจำเป็น เป็นต้น และ/หรือในกรณีที่กองทุนหลักได้เลิกโครงการในขณะที่บริษัทจัดการยังดำเนินการบริหารและจัดการลงทุนกองทุนเปิดกรุงศรี Private Credit-ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย เมื่อปรากฏกรณีตามข้อ 8. ข้างต้น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะดำเนินการพิจารณาคัดเลือกกองทุนต่างประเทศกองทุนใหม่แทนกองทุนเดิม โดยกองทุนต่างประเทศดังกล่าวจะต้องมีนโยบายการลงทุนที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ และ/หรือนโยบายการลงทุนของกองทุนเปิดกรุงศรี Private Credit-ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย และมีคุณสมบัติตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด โดยอาจเป็นกองทุนที่บริหารและจัดการลงทุนโดย iCapital Advisors, LLC หรือไม่ก็ได้ และในการโอนย้ายกองทุนดังกล่าว บริษัทจัดการอาจพิจารณาดำเนินการในครั้งเดียวหรือทยอยโอนย้ายเงินทุน ซึ่งอาจส่งผลให้ในช่วงเวลาดังกล่าวกองทุนอาจมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนต่างประเทศมากกว่า 1 กองทุนก็ได้ หากเกิดกรณีใดๆ ที่ทำให้บริษัทจัดการไม่สามารถดำเนินการคัดเลือกกองทุนต่างประเทศกองทุนใหม่แทนกองทุนเดิมได้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเลิกโครงการจัดการกองทุนรวมของกองทุนเปิดกรุงศรี Private Credit-ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว โดยจะดำเนินการจำหน่ายหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่เหลืออยู่ของกองทุน เพื่อคืนเงินตามจำนวนที่รวบรวมได้หลังหักค่าใช้จ่ายและสำรองค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องของกองทุน (ถ้ามี) ให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน ตามสัดส่วนจำนวนหน่วยลงทุนที่ถือครองต่อจำนวนหน่วยลงทุนที่จำหน่ายแล้วทั้งหมดของกองทุน ทั้งนี้ หากมีการดำเนินการดังกล่าว บริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ลงทุนทุกรายทราบโดยพลัน และประกาศไว้ที่สำนักงานของบริษัทจัดการและผู้สนับสนุน และ/หรือเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ 10. ในกรณีที่กองทุนมีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนหลัก) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีมากกว่าหรือเท่ากับร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยกองทุนหลักไม่มีวัตถุประสงค์การลงทุนในทำนองเดียวกับกองทุนดัชนีหรือ ETF และมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลักมีการลดลงในลักษณะดังนี้ (10.1) มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ วันใดวันหนึ่งลดลงมากกว่า 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก หรือ (10.2) ยอดรวมของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกัน คิดเป็นจำนวนมากกว่า 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก ทั้งนี้ ในกรณีที่กองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะดังกล่าว บริษัทจัดการจะดำเนินการดังต่อไปนี้ การดำเนินการ ระยะเวลาดำเนินการ (1) แจ้งเหตุที่กองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการของบริษัทจัดการให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และผู้ถือหน่วยลงทุน (แนวทางการดังกล่าวต้องคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม) ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มีการเปิดเผย ข้อมูลของกองทุนหลักที่ปรากฏเหตุ (2) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการตาม (1) ต่อผู้ลงทุนทั่วไป (ดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวด้วย) พร้อม (1) (3) ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินการตาม (1) ภายใน 60 วันนับแต่วันที่มีการเปิดเผย ข้อมูลของกองทุนหลักที่ปรากฏเหตุ (4) รายงานผลการดำเนินการตาม (3) ให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ทราบ ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการตาม (3) แล้วเสร็จ 11. บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตให้เป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds) หรือกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในตราสาร และ/หรือหลักทรัพย์ต่างประเทศ หรือสามารถกลับมาเป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund) ได้ โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (risk profile) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตลาด โดยเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงประเภทกองทุนรวมดังกล่าว โดยประกาศผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ และเว็บไซต์ของผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (ถ้ามี) โครงสร้างการลงทุนของกองทุน สรุปข้อมูลสำคัญที่ผู้ลงทุนควรทราบเกี่ยวกับกองทุน BlackRock Private Credit Fund iCapital Offshore Access Fund, L.P., Class I-Acc (“กองทุนหลัก”): ชื่อกองทุน: BlackRock Private Credit Fund iCapital Offshore Access Fund, L.P. ลักษณะเฉพาะของ Class I-Acc (1) เสนอขายให้กับผู้ลงทุนที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านการเงิน เพื่อบริหารเงินลงทุนให้ตนเองหรือเพื่อลูกค้า (2) มีการนำเงินปันผลและ/หรือผลประโยชน์จัดสรร (Distribution) ที่ได้รับจากกองทุนอ้างอิงไปลงทุนต่อ (Reinvest) ประเภทของกองทุน: กองทุนจัดตั้งในลักษณะหุ้นส่วนการลงทุน (Partnership) จดทะเบียนและได้รับการควบคุมเป็นกองทุนส่วนบุคคลภายใต้พระราชบัญญัติกองทุนส่วนบุคคลของหมู่เกาะเคย์แมน (Cayman Islands) วันที่จัดตั้งกองทุน: 2 สิงหาคม 2565 วัตถุประสงค์ กลยุทธ์ และนโยบายการลงทุน: กองทุนมีนโยบายนำทรัพย์สินทั้งหมดหรือส่วนใหญ่ไปลงทุนในกองทุน BlackRock Private Credit Fund (Institutional Shares) (“กองทุนอ้างอิง”) และดำเนินการตามแผนการลงทุนผ่านกองทุนอ้างอิงกองทุนอ้างอิงมีวัตถุประสงค์ในการลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนที่ปรับค่าด้วยความเสี่ยง (Risk-Adjusted Returns) ในระดับสูง โดยเน้นการให้เงินกู้ และลงทุนในหลักทรัพย์ที่เป็นตราสารหนี้และตราสารทุนของบริษัทขนาดกลางในสหรัฐอเมริกา (สามารถดูรายละเอียด วัตถุประสงค์ กลยุทธ์ และนโยบายการลงทุนของกองทุนหลักเพิ่มเติมได้จากหนังสือชี้ชวนของกองทุน BlackRock Private Credit Fund iCapital Offshore Access Fund, L.P.) อายุโครงการ: ไม่กำหนด วันทำการขายและรับซื้อคืนหน่วยลงทุน: - วันทำการซื้อหน่วยลงทุน: ทุกวันทำการแรกของเดือน (ต้องส่งคำสั่งซื้อล่วงหน้า 12 วันทำการ) โดยจะใช้มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) ณ สิ้นวันทำการสุดท้ายของเดือนมาใช้ในการคำนวณ - วันทำการขายคืนหน่วยลงทุน: ทุกวันทำการสุดท้ายของแต่ละไตรมาส (ต้องส่งคำสั่งขายคืนล่วงหน้า 45 วันทำการ) โดยจะใช้มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) ณ สิ้นวันทำการสุดท้ายของไตรมาสนั้นมาใช้ในการคำนวณ - วันชำระเงินค่าขายคืนหน่วยลงทุน: โดยทั่วไป ประมาณ 30 วันหลังจากวันทำรายการขายคืน ข้อจำกัดการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน กองทุนหลักอาจไม่รับซื้อคืนหน่วยลงทุนในไตรมาสใดก็ตามที่กองทุนอ้างอิงมีทรัพย์สินสภาพคล่องรวมกับวงเงินกู้ยืมที่ยังไม่ถูกเรียกใช้ (available and undrawn leverage) ต่ำกว่าร้อยละ 25 ของทรัพย์สินสุทธิในไตรมาสก่อนหน้าของกองทุนอ้างอิง นอกจากนั้น ยังอาจมีการจำกัดการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนในแต่ละไตรมาสไม่เกินร้อยละ 5 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิหรือจำนวนหน่วยลงทุนคงเหลือในไตรมาสก่อนหน้า หรืออาจจำกัดการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนด้วยเหตุผลอื่นใดตามดุลพินิจของกองทุนหลัก ผู้จัดการการลงทุน (Investment Manager): iCapital Advisors, LLC ผู้รับฝากทรัพย์สิน (Custodian) Apex Group Ltd. ผู้สอบบัญชี (Auditor) Deloitte & Touche อื่นๆ: กองทุนหลักอาจมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการลงทุน ประเภทธุรกิจการลงทุน ภูมิภาคที่ลงทุน กลยุทธ์การลงทุนอื่นใดที่ไม่ได้อยู่มีอยู่ ณ วันที่ของหนังสือชี้ชวนฉบับนี้ รวมถึงวันทำการซื้อขายและข้อมูลอื่นใด โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนหลักและไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายของกองทุนหลัก BlackRock Private Credit Fund iCapital Offshore Access Fund, L.P., Class I-Acc *: 1. ค่าธรรมเนียมการบริหาร (Administrative Fee): ไม่เกิน 0.20% ต่อปี ของ NAV โดยจะจะคำนวณและเรียกเก็บเป็นรายเดือน 2. ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (Organizational expenses และ Partnership expenses) ตามที่จ่ายจริง *กองทุนหลักอาจเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ ของกองทุนได้ สรุปข้อมูลสำคัญที่ผู้ลงทุนควรทราบเกี่ยวกับกองทุน BlackRock Private Credit Fund, Institutional Shares (“กองทุนอ้างอิง”) ชื่อกองทุน: BlackRock Private Credit Fund ลักษณะเฉพาะของ Institutional Shares เป็นคลาสสำหรับผู้ลงทุนสถาบัน ประเภทของกองทุน: กองทุนอ้างอิงมีสถานะเป็นกองทรัสต์ (Delaware Statutory Trust) อยู่ภายใต้กฎหมายของรัฐ Delaware ประเทศสหรัฐอเมริกา และได้รับการกำกับดูแลโดยมีลักษณะเป็น Business Development Company (“BDC”) ภายใต้กฎหมาย Investment Company Act of 1940 (The 1940 Act) ข้อกำหนดการลงทุนของ BDC ต้องลงทุนอย่างน้อยร้อยละ 70 ของมูลค่าทรัพย์สินใน “สินทรัพย์ที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนด” (“Qualifying Assets”) ที่ระบุไว้ใน Section 55(a) ของ The 1940 Act ซึ่งโดยทั่วไปเป็นหลักทรัพย์ที่เสนอขายโดยเอกชนที่ออกโดยภาคเอกชนของสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ กองทุนอ้างอิงยังอาจลงทุนมากถึงร้อยละ 30 ของมูลค่าทรัพย์สินใน “สินทรัพย์ที่ไม่เข้าเงื่อนไข" (“Non-Qualifying Assets”) เช่น การลงทุนในบริษัทนอกประเทศสหรัฐอเมริกา วันที่จัดตั้งกองทุน: 23 ธันวาคม 2564 วัตถุประสงค์ กลยุทธ์ และนโยบายการลงทุน: กองทุนอ้างอิงมีวัตถุประสงค์ในการสร้างผลตอบแทนที่ปรับค่าด้วยความเสี่ยง (Risk-Adjusted Returns) ในระดับสูง โดยประมาณร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินกองทุน จะลงทุนโดยการปล่อยกู้นอกตลาด (Private Credit) ทั้งการปล่อยกู้โดยตรงให้กับผู้กู้ (Originated Loans) การปล่อยกู้ร่วมกับผู้ให้กู้รายอื่นตั้งแต่สองรายขึ้นไป (Syndicated Loans) รวมถึงลงทุนในเงินกู้ไม่ด้อยสิทธิทั้งที่มีหรือไม่มีหลักประกัน (Senior Secured or Unsecured Loans) เงินกู้ด้อยสิทธิ (Subordinated Loans) เงินกู้กึ่งทุน (Mezzanine Loans) หรือเงินกู้ในรูปแบบอื่นใดในบริษัทขนาดกลางในประเทศสหรัฐอเมริกา ที่มิได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยเน้นการปล่อยกู้แบบอัตราดอกเบี้ยลอยตัว เพื่อความยืดหยุ่นในแต่ละสภาวะตลาด และอาจลงทุนในตราสารทุนและหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับตราสารทุน ซึ่งรวมถึงหุ้นสามัญและหุ้นบุริมสิทธิ หลักทรัพย์ที่แปรสภาพเป็นหุ้นสามัญ และใบสำคัญแสดงสิทธิในการซื้อหุ้น แม้กองทุนอ้างอิงจะเน้นลงทุนในบริษัทขนาดกลาง แต่ก็อาจลงทุนในบริษัทที่มีขนาดเล็กหรือใหญ่กว่า หากโอกาสในการลงทุนเอื้ออำนวย โดยทั่วไป บริษัทขนาดกลางสำหรับกองทุนอ้างอิง คือบริษัทที่มีรายได้ก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ระหว่าง 10 - 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (USD) ต่อปี และ/หรือบริษัทที่มีรายได้ 50 - 2,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (USD) ต่อปี ณ เวลาที่กองทุนอ้างอิงเข้าลงทุน กองทุนอ้างอิงมีเป้าหมายการลงทุนในธุรกิจที่มีความแข็งแกร่งและต้องการเงินทุนเพื่อการขยายธุรกิจ การเข้าซื้อกิจการ การ Refinance ภาระหนี้ การเพิ่มทุน การให้สินเชื่อแก่ธุรกิจร่วมทุนในระยะของการขยายกิจการ และสนับสนุนการทำธุรกรรม Leverage Buyout (LBO) เป็นต้น โดยปกติกองทุนอ้างอิงจะลงทุนในบริษัทที่มีอัตราส่วนเงินกู้ต่อมูลค่าหลักประกัน (Loan-to-Value Ratio) ที่ร้อยละ 50 หรือต่ำกว่าเพื่อเป้าหมายในการรักษาเงินต้น โดยจะลงทุนในเงินกู้ที่มีอายุ 3-10 ปี และสัดส่วนการลงทุนต่อบริษัทจะอยู่ระหว่างร้อยละ 1-3 ของพอร์ตการลงทุน นอกจากนี้ ยังอาจลงทุนในเงินกู้ที่มีผู้ให้กู้ร่วม (Syndicated Loans) เพื่อวัตถุประสงค์ในการบริหารเงินสด แม้ว่ากองทุนอ้างอิงจะมีการลงทุนโดยส่วนใหญ่ในบริษัทสหรัฐอเมริกาที่อยู่นอกตลาดหลักทรัพย์ แต่ก็อาจลงทุนในบริษัทที่จดทะเบียนในยุโรปและประเทศอื่นนอกเหนือจากสหรัฐอเมริกาได้ กองทุนอ้างอิงอาจทำการกู้ยืมเงินเพื่อการลงทุน โดยมีเป้าหมายการทำธุรกรรม (Target Leverage) ประมาณร้อยละ 100-125 ของอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (debt-to-equity ratio) ทั้งนี้ ภายใต้กฎหมาย Investment Company Act of 1940 สามารถทำธุรกรรมดังกล่าวได้สูงสุดที่อัตราร้อยละ 200 ของหนี้สินต่อทุน (สามารถดูรายละเอียด วัตถุประสงค์ กลยุทธ์ และนโยบายการลงทุนของกองทุนอ้างอิงเพิ่มเติมได้จากหนังสือชี้ชวนของกองทุน BlackRock Private Credit Fund) อายุโครงการ: ไม่กำหนด วันทำการขายและรับซื้อคืนหน่วยลงทุน: - วันทำการซื้อหน่วยลงทุน: ทุกวันทำการแรกของเดือน (ต้องส่งคำสั่งซื้อล่วงหน้า 5 วันทำการ) โดยจะใช้มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) ณ สิ้นวันทำการสุดท้ายของเดือนมาใช้ในการคำนวณ - วันทำการขายคืนหน่วยลงทุน: ทุกวันทำการสุดท้ายของแต่ละไตรมาส โดยจะใช้มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) ณ สิ้นวันทำการสุดท้ายของไตรมาสนั้นมาใช้ในการคำนวณ ข้อจำกัดการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน กองทุนอ้างอิงอาจไม่รับซื้อคืนหน่วยลงทุนในไตรมาสใดก็ตามที่กองทุนอ้างอิงมีทรัพย์สินสภาพคล่องรวมกับวงเงินกู้ยืมที่ยังไม่ถูกเรียกใช้ (available and undrawn leverage) ต่ำกว่าร้อยละ 25 ของทรัพย์สินสุทธิในไตรมาสก่อนหน้าของกองทุนอ้างอิง นอกจากนั้น ยังอาจมีการจำกัดการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนในแต่ละไตรมาสไม่เกินร้อยละ 5 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิหรือจำนวนหน่วยลงทุนคงเหลือในไตรมาสก่อนหน้า หรืออาจจำกัดการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนด้วยเหตุผลอื่นใดตามดุลพินิจของกองทุนอ้างอิง ผู้บริหารจัดการกองทุน: BlackRock Capital Investment Advisors, LLC (Investment Advisor) และ BlackRock Advisors, LLC (Sub-Advisor) ผู้รับฝากทรัพย์สิน (Custodian) State Street Bank and Trust Company อื่นๆ: กองทุนอ้างอิงอาจมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการลงทุน ประเภทธุรกิจการลงทุน ภูมิภาคที่ลงทุน กลยุทธ์การลงทุนอื่นใดที่ไม่ได้อยู่มีอยู่ ณ วันที่ของหนังสือชี้ชวนฉบับนี้ รวมถึงวันทำการซื้อขายและข้อมูลอื่นใด โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนอ้างอิงและไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า เว็บไซต์: https://www.sec.gov/Archives/edgar/data/1902649/000114036122020115/ny20003827x2_n2a.htm ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายของกองทุนอ้างอิง BlackRock Private Credit Fund, Institutional Shares*: 1. ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee): ไม่เกิน 1.25% ต่อปี ของ NAV โดยจะจะคำนวณและเรียกเก็บเป็นรายเดือน 2. ค่าธรรมเนียมตามผลการดำเนินงาน (Incentive Fee): กองทุนอ้างอิงจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมตามผลการดำเนินงานก็ต่อเมื่อผลตอบแทนรวมต่อปีในช่วง 12 ไตรมาสย้อนหลังหักด้วยค่าธรรมเนียมตามผลการดำเนินงาน มากกว่าหรือเท่ากับอัตราผลตอบแทนขั้นต่ำ (Hurdle return rate) ที่ร้อยละ 5 เท่านั้น การคำนวณค่าธรรมเนียมตามผลการดำเนินงานนี้ แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนรายได้ (Income component) และกำไรจากส่วนต่างราคา (Capital Gains component) การคำนวณค่าธรรมเนียมตามผลการดำเนินงานจากส่วนรายได้ (Income component) กองทุนอ้างอิงจะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมตามผลการดำเนินงานจากส่วนรายได้ (Income component) หากผลตอบแทนรวมต่อปีในช่วง 12 ไตรมาสย้อนหลังต่ำกว่าหรือเท่ากับอัตราผลตอบแทนขั้นต่ำ (Hurdle return rate) ค่าธรรมเนียมตามผลการดำเนินงานจากส่วนรายได้ (Income component) คำนวณจากส่วนต่างระหว่าง 1) ผลตอบแทนรวมในช่วง 12 ไตรมาสย้อนหลังหลังหัก Incentive compensation และ 2) ผลลัพท์ของร้อยละ12.5 คูณกับรายได้จากการลงทุนสุทธิ (Net investment income) (หลังหักค่าใช้จ่ายกองทุน) ก่อนหักค่าธรรมเนียมตามผลการดำเนินงาน กรณีผลตอบแทนรวมในช่วง 12 ไตรมาสย้อนหลังหลังหัก Incentive compensation ตามข้อ 1) ต่ำกว่าอัตราผลตอบแทนขั้นต่ำ (Hurdle return rate) กองทุนอ้างอิงจะจ่ายค่าธรรมเนียมตามผลการดำเนินงานเพียงบางส่วน โดยจะจ่ายจากส่วนต่างระหว่างผลตอบแทนรวมในช่วง 12 ไตรมาสย้อนหลังหลังหัก Incentive compensation ตามข้อ 1) หักด้วยผลตอบแทนขั้นต่ำ (Hurdle return rate) ร้อยละ 5 การคำนวณค่าธรรมเนียมตามผลการดำเนินงานจากกำไรส่วนต่างราคา (Capital Gains component) ผลลัพท์ของร้อยละ 12.5 คูณกับกำไรจากส่วนต่างราคาที่รับรู้แล้ว (Realized capital gains) ในช่วง 12 ไตรมาสย้อนหลัง หลังหักค่าธรรมเนียมผลการดำเนินงานจากกำไรส่วนต่างราคาที่จ่ายไปแล้วใน 11 ไตรมาสก่อนหน้า ค่าธรรมเนียมตามผลการดำเนินงานนี้ จะจ่ายจากส่วนกำไรจากส่วนต่างราคา (Capital Gains component) ก่อนส่วนรายได้ (Income component) 3. ค่าใช้จ่ายอื่น ตามที่จ่ายจริง *กองทุนอ้างอิงอาจเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ ของกองทุนได้ หมายเหตุ : (1) ข้อความในส่วนของกองทุน BlackRock Private Credit Fund iCapital Offshore Access Fund, L.P. (กองทุนหลัก) และ BlackRock Private Credit Fund (กองทุนอ้างอิง) ได้ถูกคัดเลือกมาเฉพาะส่วนที่สำคัญและจัดแปลมาจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ ดังนั้น ในกรณีที่มีความแตกต่างหรือไม่สอดคล้องกับต้นฉบับภาษาอังกฤษ ให้ถือตามต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นเกณฑ์ (2) ในกรณีที่กองทุนหลักและกองทุนอ้างอิงมีการแก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการซึ่งบริษัทจัดการเห็นว่าไม่มีนัยสำคัญ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะแก้ไขเพิ่มเติมโครงการให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของกองทุนหลักและกองทุนอ้างอิง โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว (3) BlackRock Private Credit Fund iCapital Offshore Access Fund, L.P. (กองทุนหลัก) iCapital HF GP, LLC (หุ้นส่วนทั่วไป (General Partner) ของกองทุนหลัก) iCapital Advisors, LLC (ผู้จัดการกองทุนหลัก) เรียกรวมกันว่า "iCapital Parties" BlackRock Private Credit Fund (กองทุนอ้างอิง), BlackRock Capital Investment Advisors, LLC และ BlackRock Advisors, LLC เรียกรวมกันว่า "Underlying Fund Parties" หรือบริษัทในเครือที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่ผู้สนับสนุน ผู้จัดการ หรือตัวแทนของกองทุน KFPCD-UI ไม่มีหน้าที่รับผิดชอบต่อเนื้อหาในเอกสารกองทุน KFPCD-UI ไม่ว่าจะเป็นหนังสือชี้ชวนส่วนข้อมูลกองทุนรวม โครงการและข้อผูกพัน หนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ เอกสารประกอบการขาย และเอกสารอื่นใดของกองทุน KFPCD-UI ผู้ลงทุนในกองทุน KFPCD-UI ไม่ถือเป็นผู้ลงทุนในกองทุนหลักหรือกองทุนอ้างอิง จึงไม่มีสิทธิหรือภาระผูกพันโดยตรงในกองทุนหลักหรือกองทุนอ้างอิงหรือผู้ที่เกี่ยวข้อง
Investment policy as filed with SEC Thailand.
actual = what the AMC currently charges · max = prospectus ceiling (no actual reported). Annual fees aren’t additive with one-time fees.