SCB Global Climate Change
SCB ASSET MANAGEMENT COMPANY LIMITED · Equity · settlement T+4
↳ Invests in Templeton Global Climate Change Fund · ลักเซมเบิร์ก
✨Invests primarily in shares of the Templeton Global Climate Change Fund, focusing on companies addressing climate change and promoting sustainable practices globally.
กองทุนมีนโยบายเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว (Feeder Fund) ได้แก่ Templeton Global Climate Change Fund (กองทุนหลัก) ชนิดหน่วยลงทุน (share class) I Accumulation สกุลเงินยูโร (EUR) ซึ่งเป็น Sub Fund ของกองทุน Franklin Templeton Investment Funds บริหารจัดการโดย Franklin Templeton International Services S.à r.l. และบริหารจัดการลงทุนโดย Franklin Templeton Investment Management Limited ทั้งนี้ กองทุนหลักมีคุณสมบัติเป็นไปตาม Société d'investissement à capital variable (SICAV) ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของ Undertaking for Collective Investment in Transferable Securities (UCITS) ภายใต้กฎหมายของประเทศลักเซมเบิร์ก กองทุนหลักมีวัตถุประสงค์การลงทุนเพื่อลดผลกระทบและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และในขณะเดียวกันก็มุ่งเพิ่มมูลค่าของเงินลงทุนในระยะปานกลางถึงระยะยาวผ่านการลงทุนในบริษัททั่วโลกที่มีการดำเนินธุรกิจที่มุ่งลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนหรือใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ กองทุนหลักมีวัตถุประสงค์การลงทุนอย่างยั่งยืนเป็นไปตาม Article 9 ภายใต้ EU Sustainable Finance Disclosure Regulation กองทุนมี net exposure ในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศดังกล่าวโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และมีการลงทุนที่ส่งผลให้มี net exposure ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ส่วนที่เหลือ บริษัทจัดการอาจลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารทุน ตราสารหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน และ/หรือเงินฝาก และ/หรือบัตรเงินฝากทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศ รวมถึงอาจมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์อื่นหรือทรัพย์สินอื่น และ/หรือหาดอกผลโดยวิธีการอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด หรือเห็นชอบให้กองทุนลงทุนได้ กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) ที่มี underlying เป็นหุ้น และ/หรืออัตราแลกเปลี่ยน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient portfolio management) และ/หรือการบริหารความเสี่ยง เพื่อให้สามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนได้เพิ่มขึ้น และ/หรือลดค่าใช้จ่ายของกองทุน รวมทั้งอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการลงทุน เช่น การทำสัญญาสวอปและ/หรือสัญญาฟอร์เวิร์ดที่อ้างอิงกับอัตราแลกเปลี่ยน ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนดหรือให้ความเห็นชอบ กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging) ตามความเหมาะสมสำหรับสภาวการณ์ในแต่ละขณะ ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน โดยผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาจากปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เช่น ปัจจัยทางเศรษฐกิจ การเงิน การคลัง เป็นต้น เพื่อคาดการณ์ทิศทางอัตราแลกเปลี่ยน การลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) อาจมีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงราคาของหลักทรัพย์อ้างอิงที่เคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้ามกับที่คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้ราคาของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสําคัญ และ/หรือกองทุนอาจมีความเสี่ยงจากการที่คู่สัญญาไม่สามารถปฏิบัติตามข้อตกลงที่ระบุไว้ในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เนื่องจากมีภาระความเสี่ยงจากการเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมาก จนไม่สามารถปฏิบัติตามภาระผูกพันที่ตกลงไว้ได้ อย่างไรก็ดี ในส่วนของแนวทางการบริหารเพื่อลดความเสี่ยงดังกล่าว บริษัทจัดการจะคาดการณ์และศึกษาวิเคราะห์ตัวแปรอ้างอิงของตราสารอย่างรอบคอบ รวมทั้งติดตามสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงที่อาจมีผลกระทบต่อราคา และปรับเปลี่ยนสถานการณ์ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าให้เหมาะสมกับสภาวะตลาดในขณะนั้น รวมถึงบริษัทจัดการจะพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้ากับคู่สัญญาที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในระดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) ทั้งนี้ การลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า บริษัทจัดการจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของกองทุนและผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) และตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือตํ่ากว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) ตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) ตราสารทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted) รวมถึงอาจทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด ทั้งนี้ ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วยก็ได้ โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ 1. 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียน 2. 30 วันก่อนครบอายุโครงการหรือก่อนเลิกกองทุนรวม 3. ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ กองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวม หรือกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (กอง1) หรือทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) หรือกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (infra) ซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการในสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยการลงทุนในหน่วยลงทุนดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนของกองทุนซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด ทั้งนี้ กองทุนปลายทางไม่สามารถลงทุนย้อนกลับในกองทุนต้นทาง (circle investment) และกองทุนปลายทางจะไม่ลงทุนต่อในกองทุนอื่นภายใต้บริษัทจัดการเดียวกัน (cascade investment) เกินกว่า 1 ทอด การใช้สิทธิออกเสียงกรณีกองทุนลงทุนในกองทุนรวมภายใต้การจัดการเดียวกัน : ห้ามมิให้กองทุนต้นทางลงมติให้กองทุนปลายทาง อนึ่ง หากในกรณีที่การลงทุนในกองทุนหลักนี้ไม่เหมาะสมอีกต่อไป โดยอาจสืบเนื่องจากการได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ต่าง ๆ หรือมีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขอื่นๆ ของกองทุนหลักนี้ เช่น การเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุน ลักษณะกองทุน อัตราค่าธรรมเนียม การลงทุนหรือมีไว้ซึ่งทรัพย์สินอื่นใดที่ขัดต่อหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด หรือผลตอบแทน/ผลการดำเนินงานของกองทุนต่างประเทศต่ำกว่าผลตอบแทน/ผลการดำเนินงานของกองทุนอื่น ๆ ที่มีนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกัน หรือติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน หรือขนาดของกองทุนต่างประเทศลดลง จนอาจมีผลกระทบต่อกองทุน หรือการลงทุนของกองทุนต่างประเทศไม่เป็นไปตามหนังสือชี้ชวนหรือโครงการ หรือเมื่อกองทุนต่างประเทศกระทำความผิดตามความเห็นของหน่วยงานที่กำกับดูแลกองทุนต่างประเทศ หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบหรือสิ่งอื่นใดที่ส่งผลต่อการดำเนินงานของกองทุนในฐานะผู้ลงทุน หรือการเปลี่ยนแปลงอื่นใดที่อาจส่งผลกระทบหรืออาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อกองทุน กล่าวคือ ในกรณีที่เกิดการเปลี่ยนแปลงซึ่งอาจมีผลต่อกองทุนหลัก และ/หรือบริษัทจัดการ หรือในกรณีที่มีกองทุนอื่นที่มีนโยบายใกล้เคียงกัน และบริษัทเห็นว่าการย้ายไปลงทุนในกองทุนดังกล่าวเป็นผลดีต่อผลการดำเนินงานโดยรวมของกองทุนหรือเอื้อประโยชน์ต่อการลงทุนในต่างประเทศของกองทุน และเป็นผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุน บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะพิจารณาเปลี่ยนแปลงกองทุนรวมต่างประเทศหรือกองทุนหลักเป็นกองทุนต่างประเทศอื่นได้ตามดุลยพินิจของบริษัทจัดการ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะไม่ขัดกับวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุนของกองทุน หรือขอสงวนสิทธิที่จะยกเลิกกองทุน ทั้งนี้ กรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงกองทุนหลักดังกล่าว หรือกรณีที่กองทุนหลักมีการเปลี่ยนชื่อ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนชื่อกองทุนเพื่อให้สอดคล้องกับกองทุนหลัก รวมถึงเปลี่ยนชื่อกองทุนเพื่อให้สอดรับกับสภาวะการตลาดที่เปลี่ยนแปลงในอนาคตซึ่งการเปลี่ยนแปลงชื่อกองทุนดังกล่าวยังคงสะท้อนนโยบายการลงทุนของกองทุนเช่นเดิม อีกทั้ง บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการพิจารณาเปลี่ยนแปลงชนิดของหน่วยลงทุน (class) รวมถึงเปลี่ยนแปลงสกุลเงินลงทุนเป็นสกุลเงินอื่นใดนอกเหนือจากสกุลเงินยูโร (EUR) หรือเปลี่ยนแปลงการซื้อขายในประเทศอื่นใดนอกเหนือจากประเทศลักเซมเบิร์ก ตามดุลยพินิจของบริษัทจัดการในภายหลังได้ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยแล้ว ซึ่งบริษัทจัดการจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะแจ้งการเปลี่ยนแปลงและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงหรือก่อนทำการลงทุนดังกล่าว กรณีการลงทุนของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์มีลักษณะครบถ้วนตาม 1 และ 2 ให้ บลจ. ดำเนินการตาม 3 1. ฐานะการลงทุนสุทธิของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ (1) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี < 80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ หรือ (2) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ≥ 80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์โดยกองทุนต่างประเทศไม่มีวัตถุประสงค์การลงทุนในทำนองเดียวกับกองทุนดัชนีหรือ ETF 2. NAV ของกองทุนปลายทาง มีการลดลงในลักษณะดังนี้ (1) NAV ณ วันใดวันหนึ่งลดลง > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง หรือ (2) ยอดรวมของ NAV ลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกันคิดเป็นจำนวน > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง 3. รายละเอียดการดำเนินการ การดำเนินการ ระยะเวลาดำเนินการ 1. แจ้งเหตุที่กองทุนปลายทางมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการของบริษัทจัดการให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และผู้ถือหน่วยลงทุนทราบ (แนวทางการดำเนินการดังกล่าวจะคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยโดยรวม) ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ 2. เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการตามข้อ 1. ต่อผู้ลงทุนทั่วไป (ดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวด้วย) พร้อมข้อ 1. 3. ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินการตามข้อ 1. ภายใน 60 วันนับแต่วันที่มี การเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ 4. รายงานผลการดำเนินการตามข้อ 3. ให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ทราบ ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการตามข้อ 3. แล้วเสร็จ ในการโอนย้ายหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนไปยังกองทุนต่างประเทศอื่นข้างต้น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการพิจารณาดำเนินการครั้งเดียวหรือหลายครั้งก็ได้ โดยการทยอยโอนย้ายเงินลงทุนอาจส่งผลให้ช่วงระยะเวลาดังกล่าว กองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศมากกว่า 1 กองทุน ตามที่ระบุไว้ในโครงการข้างต้น อย่างไรก็ตาม หากบริษัทจัดการไม่สามารถลงทุนในกองทุนอื่นใดที่มีนโยบายสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ บริษัทจัดการอาจพิจารณาดำเนินการขอมติผู้ถือหน่วยลงทุนเพื่อเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุน หรือดำเนินการยกเลิกโครงการจัดการกองทุนรวมได้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตเป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds) หรือกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในตราสาร และ/หรือหลักทรัพย์ต่างประเทศ หรือสามารถกลับมาเป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund) ได้ โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (risk profile) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตลาด โดยเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงประเภทกองทุนดังกล่าว โดยประกาศผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ และเว็บไซต์ของผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (ถ้ามี) ในกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ให้ความเห็นชอบหรือมีประกาศแก้ไขหรือเพิ่มเติมประเภทหรือลักษณะหรืออัตราส่วนการลงทุนของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะพิจารณาเปลี่ยนแปลงประเภทหรือลักษณะหรืออัตราส่วนการลงทุนให้เป็นไปตามประกาศฯ ฉบับใหม่ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว วัตถุประสงค์การลงทุนที่เกี่ยวกับความยั่งยืน กองทุนมีวัตถุประสงค์การลงทุนในการนำปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม หรือธรรมาภิบาล (ESG) เข้ามาในกระบวนการลงทุน ผ่านการคัดเลือกลงทุนในกองทุนหลักที่ให้ความสำคัญกับมิติด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (climate change) และมิติด้านสังคม เช่น เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน (sustainable cities and communities) เพื่อประกอบการคัดเลือกและพิจารณาลงทุนในหลักทรัพย์ เป้าหมายที่กองทุนรวมต้องการบรรลุ กองทุนตระหนักถึงบทบาทในฐานะนักลงทุนสถาบันในการสนับสนุนบริษัทที่คำนึงถึงปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม หรือธรรมาภิบาล (ESG) ในการดำเนินธุรกิจ ผ่านการคัดเลือกลงทุนในกองทุนหลัก โดยมีเป้าหมายในการผลักดันการพัฒนาด้านความยั่งยืน รวมถึงส่งเสริมการบรรลุเป้าหมายในการแก้ปัญหาด้านสภาพภูมิอากาศ (Climate Action) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ กรอบการลงทุน (Investment Universe) กองทุนจะเน้นลงทุนในกองทุนหลักที่มีนโยบายการลงทุนที่ผนวกหลักการลงทุนด้านสิ่งแวดล้อม สังคม หรือธรรมาภิบาล (ESG) โดยให้ความสำคัญกับมิติด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (climate change) และมิติด้านสังคม เช่น เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน (sustainable cities and communities) กลยุทธ์การลงทุน • Screening: กองทุนจะลงทุนในหลักทรัพย์ที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม หรือธรรมาภิบาล (ESG) • ESG Integration: กองทุนเน้นกลยุทธ์การลงทุนในกองทุนหลักที่มีกระบวนการปรับใช้ข้อมูลปัจจัยด้าน ESG เป็นส่วนหนึ่งในการจัดการลงทุน โดยมีการพิจารณาปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม หรือธรรมาภิบาลของบริษัทประกอบการลงทุน - หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกหลักทรัพย์ กองทุนหลักที่กองทุนลงทุนต้องมีวัตถุประสงค์การลงทุน และ/หรือนโยบายการลงทุน และ/หรือกลยุทธ์การลงทุน ที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุนที่มุ่งเน้นความยั่งยืนตามหลักสากลที่กองทุนกำหนด โดยผ่านกระบวนการคัดเลือกและตรวจสอบแนวทางการลงทุนด้วยวิธีการภายในของบริษัทจัดการกองทุนรวม - กระบวนการในการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์ บริษัทจัดการจะคัดเลือกกองทุนหลักที่มีวัตถุประสงค์การลงทุน และ/หรือนโยบายการลงทุน และ/หรือกลยุทธ์การลงทุน ที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุนที่มุ่งเน้นความยั่งยืนตามหลักสากลที่กองทุนกำหนด โดยศึกษาข้อมูลจากหนังสือชี้ชวนและเอกสารของกองทุนหลัก เพื่อรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เช่น สถานะของบริษัทจัดการกองทุนหลัก ทีมผู้จัดการกองทุนหลัก พอร์ตการลงทุน การปรับสัดส่วนการลงทุน ผลการดำเนินงาน และปัจจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงมีการเข้าร่วมประชุมกับบริษัทจัดการกองทุนหลัก และจัดทำ due diligence เพื่อนำมาใช้ในการวิเคราะห์และคัดเลือกกองทุนหลัก - การอ้างอิงดัชนีชี้วัดที่เกี่ยวกับความยั่งยืน กองทุนไม่มีดัชนีชี้วัดที่เกี่ยวกับความยั่งยืนที่สอดคล้องกับการลงทุนของกองทุน โดยเป็นไปตามกองทุนหลักที่มีการคัดเลือกหลักทรัพย์โดยคำนึงถึงปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม หรือธรรมาภิบาล แต่ไม่ได้กำหนดดัชนีอ้างอิงที่ใช้วัดความยั่งยืน บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงดัชนีชี้วัดในการเปรียบเทียบตามที่บริษัทจัดการเห็นควรและเหมาะสม ซึ่งอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนที่กำหนด โดยบริษัทจัดการจะเปิดเผยข้อมูลและแจ้งให้ผู้ลงทุนทราบในหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ และประกาศในเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ - ข้อจำกัดด้านการลงทุน เนื่องจากกองทุนจะเน้นลงทุนในกองทุนหลักที่มีนโยบายการลงทุนที่ผนวกหลักการลงทุนด้านสิ่งแวดล้อม สังคม หรือธรรมาภิบาล (ESG) โดยให้ความสำคัญกับมิติด้านสิ่งแวดล้อมและมิติด้านสังคม ทำให้กองทุนไม่สามารถลงทุนในกองทุนอื่นที่มีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนที่ดี แต่ไม่เข้าหลักเกณฑ์ตามกรอบการลงทุนที่กองทุนกำหนด ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องจากการลงทุนอย่างยั่งยืน กองทุนอาจมีความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของหลักทรัพย์ เนื่องจากกองทุนหลักมีข้อจำกัดด้านปัจจัย ESG ที่ใช้ประกอบการพิจารณา ทำให้กองทุนหลักไม่สามารถลงทุนในหลักทรัพย์บางตัวได้ แนวทางการดำเนินการ และมาตรการควบคุมผลกระทบในกรณีการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืน บริษัทจัดการมีการติดตามตรวจสอบกองทุนหลักเป็นประจำ โดยรวบรวมข้อมูลพอร์ตการลงทุน การปรับสัดส่วนการลงทุน ผลการดำเนินงาน และปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้องจากบริษัทจัดการกองทุนหลัก และแหล่งข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือ รวมถึงพิจารณาเกี่ยวกับสถานะของบริษัทจัดการกองทุนหลัก ทีมผู้จัดการกองทุนหลัก และมีการติดตามสถานการณ์โดยตรงกับทีมผู้บริหารจัดการกองทุนหลัก เพื่อให้มั่นใจได้ว่ากองทุนหลักมีการบริหารจัดการกองทุนอย่างเหมาะสม เป็นไปตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายของกองทุนหลัก ทั้งนี้ หากบริษัทจัดการพบว่าการลงทุนของกองทุนหลักไม่เป็นไปตามหนังสือชี้ชวนของกองทุนหลัก หรือกองทุนหลักมีการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์การลงทุน และ/หรือนโยบายการลงทุน และ/หรือกลยุทธ์การลงทุนที่ไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุนที่มุ่งเน้นความยั่งยืนตามหลักสากลที่กองทุนกำหนด บริษัทจัดการจะดำเนินการพิจารณาลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศอื่นที่มีนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกัน อย่างไรก็ตาม หากเกิดกรณีใด ๆ ที่ทำให้บริษัทจัดการไม่สามารถดำเนินการคัดเลือกกองทุนหลักใหม่แทนกองทุนหลักเดิมได้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะดำเนินการเลิกโครงการจัดการกองทุนรวม โดยต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวมเป็นสำคัญ อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการปรับปรุงแนวทางการดำเนินการ และมาตรการควบคุมผลกระทบ ในกรณีการลงทุนของ SRI Fund ไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืนที่ได้กำหนดไว้ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายการลงทุนด้วยความรับผิดชอบที่บริษัทจัดการกำหนด ข้อมูลทั่วไปของ Templeton Global Climate Change Fund (กองทุนหลัก) (แหล่งที่มาของข้อมูล : หนังสือชี้ชวนกองทุนหลัก ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2566) ลักษณะทั่วไปของกองทุน ชื่อกองทุนหลัก Templeton Global Climate Change Fund ชนิดหน่วยลงทุนที่ลงทุน I Accumulation (EUR) วัตถุประสงค์การลงทุน กองทุนหลักมีวัตถุประสงค์การลงทุนเพื่อลดผลกระทบและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และในขณะเดียวกันก็มุ่งเพิ่มมูลค่าของเงินลงทุนในระยะปานกลางถึงระยะยาว ทั้งนี้ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการลดโลกร้อนในระยะยาว กองทุนหลักมุ่งลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนผ่านการลงทุนในผู้ให้บริการหรือนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นหลัก รวมถึงลงทุนในบริษัทต่างๆ ที่มุ่งมั่นในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนตามแนวทางของตนเอง เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายการจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกไม่ให้เกิน 1.5 องศาเซลเซียสเมื่อเทียบกับระดับก่อนยุคอุตสาหกรรม (1.5-degree scenario) ตามข้อตกลง Paris Climate Agreement นโยบายการลงทุน กองทุนหลักจะลงทุนไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก ในตราสารทุนของบริษัททั่วโลกที่เป็นผู้ให้บริการหรือนำเสนอผลิตภัณฑ์ ในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน และ/หรือการปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือมีกระบวนการในการดำเนินธุรกิจที่ยืดหยุ่นพร้อมรับมือกับผลกระทบที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการลดลงของทรัพยากรในระยะยาว ซึ่งในมุมมองของผู้จัดการการลงทุน บริษัทดังกล่าวมีความพร้อมทางการเงินและความสามารถในการแข่งขันที่จะเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจที่มีคาร์บอนต่ำและมีทรัพยากรที่จำกัดมากขึ้น ทั้งนี้ ผู้จัดการการลงทุนจะใช้การวิเคราะห์เชิงลึกเพื่อคัดเลือกตราสารทุนที่มีราคาปัจจุบันต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง โดยพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ เช่น กำไรในระยะยาว และมูลค่าของสินทรัพย์ทางธุรกิจ กองทุนหลักใช้กลยุทธ์การลงทุนเชิงรุกผ่านการลงทุนในบริษัทในทุกภาคอุตสาหกรรมทั่วโลก ที่มีการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมใน 3 ลักษณะดังต่อไปนี้ - Solution Providers: บริษัทที่มีรายได้ส่วนใหญ่จากกิจกรรมที่มุ่งลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนหรือปรับปรุงให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะลงทุนไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก - Transitioning Companies: บริษัทที่พยายามเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกหรือปรับปรุงให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีรายได้มากกว่า 20% มาจากกิจกรรมดังกล่าว - Resilient Companies: บริษัทที่มีการลดปริมาณคาร์บอนและลดการใช้ทรัพยากรตามแนวทางของตนเอง กองทุนหลักมุ่งลงทุนในบริษัทที่มีการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยกองทุนหลักมีวัตถุประสงค์การลงทุนอย่างยั่งยืนเป็นไปตาม Article 9 ภายใต้ EU Sustainable Finance Disclosure Regulation ผ่านการใช้กลยุทธ์การลงทุน ESG integration approach ที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม และ/หรือสังคม รวมทั้งมีวัตถุประสงค์การลงทุนอย่างยั่งยืนที่ชัดเจน นอกจากนี้ กองทุนหลักอาจลงทุนในหลักทรัพย์ประเภทอื่น เช่น หุ้นบุริมสิทธิ หลักทรัพย์แปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญ และตราสารหนี้ โดยอาจจะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน เช่น หน่วยลงทุนของกองทุน UCITS กองทุน Exchange Traded Funds (ETF) รวมถึงกองทุนรวมอื่นๆ ได้ไม่เกินร้อยละ 10 ของทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก กองทุนหลักอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อวัตถุประสงค์ในการป้องกันความเสี่ยงและเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน ซึ่งอาจรวมถึงสัญญาสวอป สัญญาฟอร์เวิร์ดที่อ้างอิงสกุลเงิน สัญญาฟิวเจอร์ส (รวมถึงสัญญาฟิวเจอร์ส ที่อ้างอิงตราสารทุน ดัชนีตราสารทุน อัตราดอกเบี้ย และสกุลเงิน) สัญญาออปชั่นที่อ้างอิงตราสารทุนและดัชนีตราสารทุน ตราสารประเภท equity linked notes ตลอดจนสัญญาออปชั่น (ซึ่งรวมถึง covered calls และสัญญาวอร์แรนท์) หน่วยงานและประเทศที่กำกับดูแล Commission de Surveillance du Secteur Financier (CSSF) ประเทศลักเซมเบิร์ก วันจัดตั้งกองทุน 26 เมษายน 2534 อายุโครงการ ไม่กำหนด สกุลเงิน (Base Currency) สกุลเงินยูโร (EUR) นโยบายการจ่ายเงินปันผล ไม่จ่าย วันทำการซื้อขายหน่วยลงทุน ทุกวันทำการ ISIN LU0195953749 Bloomberg Ticker TEMGEIA LX ดัชนีชี้วัด/อ้างอิง ไม่มี เนื่องจากกองทุนหลักใช้กลยุทธ์การลงทุนเชิงรุกและไม่ได้อ้างอิงดัชนีชี้วัดใด อย่างไรก็ตาม Reference Index ที่กองทุนหลักใช้ในการเปรียบเทียบผลการดำเนินงาน ได้แก่ MSCI All Country World Index-NR และ MSCI ACWI Investable Market Index-NR Management Company Franklin Templeton International Services S.à r.l. Investment Manager Franklin Templeton Investment Management Limited เว็บไซต์ข้อมูลกองทุนหลัก https://www.franklintempletonme.com/our-funds/price-and-performance/products/1339/J/templeton-global-climate-change-fund/LU0195953749 ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ ของกองทุนหลัก Management Fee ร้อยละ 0.70 ต่อปี ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2566) Ongoing Costs - Management fees and other administrative or operating costs เรียกเก็บจริงในอัตราร้อยละ 0.85 - Transaction costs เรียกเก็บจริงในอัตราร้อยละ 0.04 (ข้อมูล ณ วันที่ 30 เมษายน 2567) วัตถุประสงค์การลงทุนที่เกี่ยวกับความยั่งยืนของกองทุนหลัก กองทุนหลักมีวัตถุประสงค์การลงทุนเพื่อลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (mitigation) และการปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว (adaptation) ตามข้อตกลง Paris Climate Agreement ผ่านการลงทุนในผู้ให้บริการที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นหลัก รวมถึงลงทุนในบริษัทต่าง ๆ ที่มีแผนลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนของตนเอง เพื่อเป็นไปตามเป้าหมายการจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกไม่ให้เกิน 1.5 องศาเซลเซียสเมื่อเทียบกับระดับก่อนยุคอุตสาหกรรม (1.5-degree scenario) เป้าหมายที่กองทุนหลักต้องการบรรลุ กองทุนหลักกำหนดเป้าหมายการลงทุนอย่างยั่งยืน ดังนี้ 1. ลงทุนไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของทรัพย์สินสุทธิใน Solution Providers (บริษัทที่มีรายได้ส่วนใหญ่จากกิจกรรมที่มุ่งลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนหรือปรับปรุงให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ) และ Transitioning Companies (บริษัทที่พยายามเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกหรือปรับปรุงให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ) และ 2. ผลกระทบด้านคาร์บอนของพอร์ตการลงทุนของกองทุนหลักต้องสอดคล้องตามข้อตกลง Paris Climate Agreement ซึ่งสามารถประเมินได้จาก - ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่สามารถหลีกเลี่ยงได้เพื่อแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งคือปริมาณก๊าซที่น่าจะถูกปล่อยออกมา หากไม่มีผลิตภัณฑ์หรือบริการที่มีประสิทธิภาพมากกว่า หรือพฤติกรรมของผู้บริโภคหรือตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป (เช่น การใช้รถไฟฟ้าแทนรถน้ำมัน เป็นต้น) - แนวโน้มความเข้มข้นของคาร์บอน (Carbon Intensity Trajectory) ที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งพิจารณาจากผลการดำเนินงานในอดีตและเป้าหมายการลดคาร์บอนในอนาคต กรอบการลงทุน (Investment Universe) ของกองทุนหลัก กองทุนหลักมีวัตถุประสงค์การลงทุนเพื่อลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (mitigation) และการปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว (adaptation) ผ่านการลงทุนในบริษัทที่ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน มีการปรับปรุงให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และรับมือกับผลกระทบที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อให้พอร์ตการลงทุนของกองทุนหลักสอดคล้องกับข้อตกลง Paris Climate Agreement โดยบริษัทที่อาจได้รับประโยชน์ทางด้านการเงินและด้านความสามารถในการแข่งขันจากการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจที่มีคาร์บอนต่ำ สามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ดังนี้ 1. Solution Providers: กองทุนหลักจะลงทุนไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลักในบริษัทที่มีรายได้มากกว่าร้อยละ 50 จากผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนทั้งทางตรงและทางอ้อม ปรับปรุงให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และรับมือกับผลกระทบที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งประกอบด้วยธุรกิจพลังงานหมุนเวียน (renewable energy) การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ (energy efficiency) การจัดการน้ำและของเสีย (water and waste management) การขนส่งที่ยั่งยืน (sustainable transportation) และป่าไม้และเกษตรกรรมที่ยั่งยืน (sustainable forestry and agriculture) 2. Transitioning Companies: กองทุนหลักจะลงทุนไม่เกินร้อยละ 50 ของทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลักในบริษัทที่มีรายได้มากกว่าร้อยละ 20 จากผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนทั้งทางตรงและทางอ้อม ปรับปรุงให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และรับมือกับผลกระทบที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และกำลังเปลี่ยนผ่านสู่การเป็น Solution Providers หรือสนับสนุน Solution Providers ผ่านผลิตภัณฑ์และบริการที่เกี่ยวข้อง โดยทีมด้านความยั่งยืน (Sustainability Team) จะทำการวิเคราะห์สภาพภูมิอากาศเพื่อประเมิน ดังนี้ • การจัดสรรรายได้ / ค่าใช้จ่ายในการลงทุนที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ด้านสภาพภูมิอากาศ • ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่สามารถหลีกเลี่ยงได้จากการดำเนินธุรกิจ • การมีส่วนร่วมในเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (UNSDG) • การสอดคล้องกับเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) • การบริหารความเสี่ยงและโอกาสด้านความยั่งยืน • ผลกระทบทางลบต่อปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมอื่น ๆ หลังจากนั้น ทีมผู้จัดการกองทุนจะคัดกรองบริษัทจากฐานข้อมูลเพื่อจัดทำกลุ่มรายชื่อบริษัท watchlist ที่มีสัดส่วนไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ในการแก้ไขปัญหาด้านสภาพภูมิอากาศ และทีมผู้จัดการกองทุนมีความสนใจภายหลังจากการวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโดยละเอียด นอกจากนี้ ทีมผู้จัดการกองทุนหลักจะพิจารณาลงทุนในบริษัทที่มีการจัดการผลกระทบต่อการพัฒนาสิ่งแวดล้อมและสังคมที่ดี โดยจะลงทุนในบริษัทที่ได้รับคะแนนในระดับ 3 หรือสูงกว่า จากการประเมินด้านสิ่งแวดล้อม และจะลงทุนในบริษัทที่ได้รับคะแนนระดับ 4 จากการประเมินด้านสังคมหรือการกำกับดูแลกิจการ กลยุทธ์การลงทุนของกองทุนหลัก • ESG Integration • Positive Screen • Negative Screen • Normative & Controversy Screening กองทุนหลักมีวัตถุประสงค์การลงทุนอย่างยั่งยืนเป็นไปตาม Article 9 ภายใต้ EU Sustainable Finance Disclosure Regulation ผ่านการใช้กลยุทธ์การลงทุน ESG Integration Approach โดยคำนึงถึงคุณลักษณะด้านสิ่งแวดล้อม และ/หรือสังคม และมีวัตถุประสงค์การลงทุนอย่างยั่งยืนที่ชัดเจนจากธีมการลงทุนที่เน้นการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (mitigation) และการปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว (adaptation) - หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกหลักทรัพย์ของกองทุนหลัก • Positive/Thematic Screening: กองทุนหลักจะคัดเลือกหลักทรัพย์โดยพิจารณาจากอัตราของรายได้และกำไรจากผู้ให้บริการและผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ผลกระทบสุทธิของบริษัทต่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการใช้ทรัพยากร และการบริหารเพื่อสร้างโอกาสจากการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจที่มีคาร์บอนต่ำ โดยจะลงทุนไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลักในบริษัทที่มีรายได้มากกว่าร้อยละ 50 จากผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนทั้งทางตรงและทางอ้อม ปรับปรุงให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และรับมือกับผลกระทบที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ส่วนที่เหลือจะลงทุนในบริษัทที่มีรายได้มากกว่าร้อยละ 20 และกำลังเปลี่ยนผ่านสู่การเป็น Solution Providers หรือสนับสนุน Solution Providers ผ่านผลิตภัณฑ์และบริการที่เกี่ยวข้อง โดยกิจกรรมที่แก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมจะประกอบด้วยธุรกิจในธีมการลงทุนดังนี้ - พลังงานหมุนเวียน (renewable energy): การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ ไฟฟ้าพลังงานน้ำ พลังงานความร้อนใต้พิภพ พลังงานชีวมวล กังหันลม และแผงโซลาร์เซลล์ - การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ (energy efficiency): ธีมการลงทุนที่ช่วยลดการใช้พลังงานในอาคาร โรงงาน โครงข่ายไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ช่วยประหยัดพลังงาน - การจัดการน้ำและของเสีย (water and waste management): บริษัทที่ให้บริการบำบัดน้ำและของเสีย การจัดการ โครงสร้างพื้นฐาน และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง - การขนส่งที่ยั่งยืน (sustainable transportation): ยานยนต์ไฟฟ้าและไฮบริด ระบบขนส่งมวลชนคาร์บอนต่ำ จักรยาน และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ อุปกรณ์การชาร์จ และโครงสร้างพื้นฐาน - ป่าไม้และเกษตรกรรมที่ยั่งยืน (sustainable forestry and agriculture): บริษัทต่าง ๆ ที่ให้บริการโซลูชั่นในการป้องกันแหล่งอาหารจากอุณหภูมิที่สูงขึ้นและการขาดแคลนน้ำ หรือป้องกันการเสื่อมโทรมของดิน และปกป้องแหล่งกักเก็บคาร์บอน • ESG Integration: ผู้จัดการกองทุนหลักพิจารณาว่า ปัจจัยด้าน ESG อาจมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อมูลค่าของบริษัทในปัจจุบันและอนาคต ดังนั้น การพิจารณาด้าน ESG จึงเป็นส่วนสำคัญของการวิเคราะห์การลงทุนพื้นฐานและกระบวนการตัดสินใจลงทุน โดยใช้หลักการด้านความยั่งยืนในการคัดเลือกหุ้นทั้งหมดเข้าพอร์ตของกองทุนหลัก (ยกเว้นตราสารอนุพันธ์ สินทรัพย์สภาพคล่อง เงินฝาก ตราสารตลาดเงิน และกองทุนรวมตลาดเงิน) เพื่อพิจารณาโปรไฟล์ของบริษัทจากข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ โดยพอร์ตการลงทุนของกองทุนหลักไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 จะครอบคลุมหลักการด้านความยั่งยืน ผู้จัดการกองทุนหลักจะประเมินบริษัทที่มีศักยภาพในการลงทุน และให้คะแนนการประเมินด้าน ESG ผ่านการพิจารณาทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ยกตัวอย่างเช่น - คุณลักษณะด้านสิ่งแวดล้อม (E) ได้แก่ การปล่อยก๊าซเรือนกระจก การใช้พลังงาน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ขยะ มลพิษ และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ - คุณลักษณะด้านสังคม (S) ได้แก่ ความหลากหลายทางเพศของคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชน มาตรฐานแรงงาน การมีส่วนร่วมของพนักงาน ความสัมพันธ์กับชุมชน การคุ้มครองข้อมูลและความเป็นส่วนตัว - คุณลักษณะด้านการกำกับดูแลกิจการ (G) ได้แก่ ความเป็นผู้นำของบริษัท สัดส่วนของกรรมการอิสระ ค่าตอบแทนผู้บริหาร การตรวจสอบที่เป็นอิสระ การควบคุมภายใน และสิทธิของผู้ถือหุ้น โดยคะแนนที่ผู้จัดการกองทุนหลักกำหนดในการประเมินผู้ออกหลักทรัพย์จะเป็นไปตามกระบวนการด้าน ESG ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทจัดการกองทุนหลัก ซึ่งมี 5 ระดับ คือ 1 (ยอดเยี่ยม) 2 (สูงกว่าค่าเฉลี่ย) 3 (เท่ากับค่าเฉลี่ย) 4 (ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย) และ 5 (ยอมรับไม่ได้) นอกจากนี้ ผู้จัดการกองทุนหลักยังมีการหารือกับบริษัทอย่างสม่ำเสมอ ติดตามประเด็น ESG ที่มีนัยสำคัญ รวมถึงมีการลงคะแนนเสียง ทั้งนี้ กองทุนหลักจะลงทุนในบริษัทที่ได้รับคะแนนการประเมินไม่เกินระดับ 3 และอาจลงทุนในบริษัทที่ได้รับคะแนนการประเมินที่ระดับ 4 ได้โดยมีเงื่อนไขว่าต้องมีส่วนร่วมในบริษัทนั้นเพื่อผลักดันให้เกิดการพัฒนาที่ดีขึ้น อนึ่ง บริษัทที่ได้รับคะแนนการประเมินด้านสิ่งแวดล้อมในระดับ 4 หรือ 5 หรือได้รับคะแนนการประเมินด้าน ESG โดยรวมในระดับ 5 หรือบริษัทที่ไม่ได้รับการประเมินคะแนนจะถูกคัดออกจากพอร์ตการลงทุน • Negative / Norm-based Screening: กองทุนหลักใช้ ESG exclusion โดยหลักทรัพย์ทั้งหมดในพอร์ตการลงทุน (ยกเว้นสินทรัพย์สภาพคล่องและตราสารอนุพันธ์ที่ใช้เพื่อการป้องกันความเสี่ยง) กองทุนหลักจะไม่ลงทุนในบริษัทที่ละเมิด (i) หลักการของ UN Global Compact principles (ii) แนวปฏิบัติของ UN Guiding Principles on Business and Human Rights (iii) แนวปฏิบัติของ OECD Guidelines for Multinational Enterprises และ (iv) อนุสัญญาของ ILO Conventions กองทุนหลักจะไม่ลงทุนในบริษัทที่มีการดำเนินกิจกรรมเกี่ยวข้องกับการผลิตเชื้อเพลิงฟอสซิล อาวุธสงครามและอาวุธทั่วไป ยาสูบหรือผลิตภัณฑ์ยาสูบ อาวุธปืน การผลิตไฟฟ้าจากถ่านหิน การผลิตไฟฟ้าจากน้ำมัน การผลิตไฟฟ้าจากนิวเคลียร์ แอลกอฮอล์ บริการน้ำมัน การกลั่นถ่านหินประเภทเชื้อเพลิงให้ความร้อน การกลั่นน้ำมันดิบ วิศวพันธุกรรมหรือปาล์มน้ำมัน การพนันหรือสื่อลามก นอกจากนี้ กองทุนหลักยังปฏิบัติตามข้อยกเว้นของเกณฑ์ EU Paris-aligned Benchmarks เพื่อให้เป็นไปตามแนวปฏิบัติของ ESMA’s Fund Naming Guidelines ซึ่งข้อยกเว้นที่กล่าวมายังไม่ครอบคลุมข้อยกเว้นทั้งหมดที่กองทุนหลักใช้ในการพิจารณา ทั้งนี้ ผู้จัดการกองทุนหลักจะคัดบริษัทที่มีคะแนนการประเมินสภาพภูมิอากาศต่ำที่สุดออกจากกรอบการลงทุนไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ตามกระบวนการที่เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทจัดการกองทุนหลัก - กระบวนการในการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์ของกองทุนหลัก ก่อนการลงทุนในหลักทรัพย์ ผู้จัดการกองทุนหลักจะตรวจสอบเพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทที่จะลงทุนมีคุณสมบัติเป็นไปตามเกณฑ์และสอดคล้องกับนโยบายการลงทุนของกองทุนหลัก โดยมีส่วนร่วมในวัตถุประสงค์การลงทุนอย่างยั่งยืน ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบทางลบอย่างมีนัยสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมหรือสังคม (Principal Adverse Impacts: PAIs) และบริษัทดังกล่าวไม่อยู่ในรายชื่อหลักทรัพย์ที่อยู่นอกกรอบการลงทุน (exclusion list) ปัจจัยที่ใช้ในการพิจารณาคัดเลือกหลักทรัพย์ประกอบด้วย การประเมินความมีส่วนร่วมของบริษัทในโซลูชั่นเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผลกระทบสุทธิของบริษัทต่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการใช้ทรัพยากร และการบริหารเพื่อสร้างโอกาสจากการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ โดยกองทุนหลักจะลงทุนไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก ในบริษัทที่มีรายได้มากกว่าร้อยละ 50 จากผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน และลงทุนไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก ในการลงทุนอย่างยั่งยืน ที่มีส่วนสนับสนุนวัตถุประสงค์ด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นการลงทุนที่สอดคล้องกับ EU Taxonomy ไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก นอกจากนี้ กองทุนหลักจะรักษาระดับ ESG rating เฉลี่ยถ่วงน้ำหนักให้สูงกว่า ESG rating เฉลี่ยของบริษัทภายใต้กรอบการลงทุน ซึ่งกำหนดเป็นดัชนี MSCI ACWI IMI โดยอ้างอิงจาก MSCI ESG Rating ผู้จัดการกองทุนหลักใช้กระบวนการที่เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทจัดการกองทุนหลักและการวิจัยเชิงคุณภาพเพื่อให้มั่นใจว่าพอร์ตการลงทุนของกองทุนหลักจะไม่ก่อให้เกิดผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อวัตถุประสงค์การลงทุนอย่างยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมหรือสังคม โดยจะประเมินและพยายามลดผลกระทบทางลบจากการตัดสินใจลงทุน เช่น ผลกระทบด้านลบต่อสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัยของพนักงาน การใช้แรงงาน หรือการติดสินบน เป็นต้น โดยกลยุทธ์ของบริษัทในการลดผลกระทบทางลบและเพิ่มผลกระทบทางบวกของกิจกรรมจะถูกนำมารวมในการประเมินและการจัดอันดับด้วย ESG ซึ่งมีผลต่อการตัดสินใจลงทุน ทั้งนี้ ผู้จัดการกองทุนหลักจะพยายามแก้ไขและลดผลกระทบดังกล่าว นอกจากนี้ ทุกบริษัทที่กองทุนหลักพิจารณาจะมีการใช้เกณฑ์เฉพาะในการประเมินผลกระทบด้านลบ (PAIs) ดังต่อไปนี้ • ความเข้มข้นของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก: บริษัทที่อยู่ในกลุ่ม bottom quintile เมื่อเทียบกับคู่แข่ง และมีระดับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงกว่าครึ่งหนึ่งของค่าเฉลี่ยดัชนี MSCI ACWI จะต้องตั้งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกหรือย้ายออกจากกลุ่ม bottom quintile ภายในระยะเวลา 3 ปี โดยหากบริษัทไม่มีการปรับปรุงภายหลังระยะเวลาดังกล่าว กองทุนหลักจะพิจารณาขายหุ้นออก นอกจากนี้ กองทุนหลักมีการลงทุนที่สอดคล้องกับเป้าหมายการปล่อยก๊าซสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ผ่านการมีส่วนร่วมกับบริษัทต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนการปรับโมเดลธุรกิจของบริษัทให้สอดคล้องกับเป้าหมายการปล่อยก๊าซสุทธิเป็นศูนย์ในระยะยาว กำหนดเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซ และเปิดเผยกลยุทธ์ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยผู้จัดการกองทุนหลักมีเป้าหมายการลงทุนที่สอดคล้องกับเป้าหมายการปล่อยก๊าซสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ร้อยละ 100 ภายในปี 2040 • ความหลากหลายทางเพศของคณะกรรมการ: บริษัทที่ไม่มีผู้หญิงดำรงตำแหน่งเป็นคณะกรรมการของบริษัทจะต้องได้รับการแก้ไขโดยเพิ่มสมาชิกคณะกรรมการหญิงภายในระยะเวลา 3 ปี โดยหากบริษัทไม่มีการปรับปรุงภายหลังระยะเวลาดังกล่าว กองทุนหลักจะพิจารณาขายหุ้นออก นอกจากนี้ กองทุนหลักยังมีการตั้งเป้าหมายให้ความหลากหลายทางเพศของคณะกรรมการของบริษัทสูงกว่าดัชนี MSCI All Country World และมีระดับมากกว่าร้อยละ 33 • การมีส่วนเกี่ยวข้องกับเชื้อเพลิงฟอสซิล: กองทุนหลักจะไม่ลงทุนในบริษัทที่มีการดำเนินธุรกิจเกี่ยวข้องกับเชื้อเพลิงฟอสซิล • การละเมิดหลักการ UNGC หรือแนวปฏิบัติของ OECD: กองทุนหลักจะไม่ลงทุนในบริษัทที่มีการละเมิดหลักการสากล • การมีส่วนเกี่ยวข้องกับอาวุธต้องห้าม: กองทุนหลักจะไม่ลงทุนในบริษัทที่มีการดำเนินธุรกิจเกี่ยวข้องกับลูกระเบิด กับระเบิด อาวุธชีวภาพ อาวุธเคมี และอาวุธนิวเคลียร์ นอกจากนี้ กองทุนหลักยังมีการประเมินบริษัทในด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี ซึ่งรวมถึงการตรวจสอบโครงสร้างและความเป็นอิสระของคณะกรรมการ นโยบายการจ่ายค่าตอบแทน มาตรฐานการบัญชี และสิทธิของผู้ถือหุ้น รวมถึงการพิจารณารายการต่าง ๆ เช่น การลาออกของพนักงาน การฝึกอบรม ความหลากหลาย ความแตกต่างของค่าจ้าง ข้อขัดแย้ง และประเด็นที่เกี่ยวข้องกับภาษี ภายหลังการลงทุนในหลักทรัพย์ จะมีการตรวจสอบและรายงานอย่างต่อเนื่อง โดยหากหลักทรัพย์ที่ลงทุนเข้าข่ายที่จัดอยู่นอกกรอบการลงทุน กองทุนหลักจะพิจารณาขายหลักทรัพย์ดังกล่าวออกโดยเร็วที่สุด - การอ้างอิงดัชนีชี้วัดที่เกี่ยวกับความยั่งยืนของกองทุนหลัก กองทุนหลักไม่มีดัชนีอ้างอิงที่ใช้วัดการลงทุนอย่างยั่งยืนเป็นการเฉพาะ - ข้อจำกัดด้านการลงทุนของกองทุนหลัก กองทุนหลักจะไม่ลงทุนในบริษัทที่ละเมิด (i) หลักการของ UN Global Compact principles (ii) แนวปฏิบัติของ UN Guiding Principles on Business and Human Rights (iii) แนวปฏิบัติของ OECD Guidelines for Multinational Enterprises และ (iv) อนุสัญญาของ ILO Conventions รวมทั้งจะไม่ลงทุนในบริษัทที่มีการดำเนินกิจกรรมเกี่ยวข้องกับการผลิตเชื้อเพลิงฟอสซิล อาวุธสงครามและอาวุธทั่วไป ยาสูบหรือผลิตภัณฑ์ยาสูบ อาวุธปืน การผลิตไฟฟ้าจากถ่านหิน การผลิตไฟฟ้าจากน้ำมัน การผลิตไฟฟ้าจากนิวเคลียร์ แอลกอฮอล์ บริการน้ำมัน การกลั่นถ่านหินประเภทเชื้อเพลิงให้ความร้อน การกลั่นน้ำมันดิบ วิศวพันธุกรรมหรือปาล์มน้ำมัน การพนันหรือสื่อลามก ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องจากการลงทุนอย่างยั่งยืนของกองทุนหลัก 1. ความเสี่ยงด้านความยั่งยืน (Sustainability risk) กองทุนหลักมีการลงทุนอย่างยั่งยืนซึ่งอาจมีความเสี่ยงที่ส่งผลต่อผลตอบแทนของกองทุนหลัก เนื่องจากกระบวนการลงทุนอย่างยั่งยืนอาจทำให้กองทุนหลักต้องพิจารณาคัดหลักทรัพย์ที่มีกำไรออกจากกรอบการลงทุน หรือต้องขายหลักทรัพย์ที่สร้างผลตอบแทนที่ดีอย่างต่อเนื่อง หากหลักทรัพย์ดังกล่าวไม่ผ่านเกณฑ์ด้านความยั่งยืน นอกจากนี้ การประเมินความเสี่ยงด้านความยั่งยืนมีความเป็นลักษณะเฉพาะ (subjective) ส่งผลให้การลงทุนของกองทุนหลักอาจไม่ตรงกับความเชื่อหรือมุมมองด้านการลงทุนอย่างยั่งยืนของนักลงทุนแต่ละราย 2. ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ ESG (ESG Regulatory risk) เนื่องจากกรอบการกำกับดูแลเกี่ยวกับการลงทุนอย่างยั่งยืนอยู่ในช่วงกำลังพัฒนาและมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง จึงอาจไม่มีหลักเกณฑ์หรือแนวทางที่ชัดเจนในด้านการลงทุนที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม หรือธรรมาภิบาล (ESG) และการลงทุนอย่างยั่งยืน ซึ่งส่งผลให้ผู้จัดการกองทุนหลักมีแนวทางด้าน ESG และการลงทุนอย่างยั่งยืนที่แตกต่างกันในกระบวนการลงทุนและการเปิดเผยข้อมูลในเอกสารการขาย ดังนั้น ผู้จัดการกองทุนหลักจึงอาจลงทุนในหลักทรัพย์ที่กองทุนอื่นไม่ลงทุน หรือเอกสารการขายอาจมีการเปิดเผยข้อมูลที่มีรายละเอียดมากหรือน้อยกว่ากองทุนอื่น ทำให้ยากต่อการเปรียบเทียบกับกองทุนที่มีวัตถุประสงค์การลงทุนใกล้เคียงกันแต่มีการคัดเลือกหลักทรัพย์ที่แตกต่างกัน 3. ความเสี่ยงด้านข้อจำกัดของข้อมูล (Limitations to data sources) กองทุนหลักอาจมีการลงทุนในหลักทรัพย์ที่สามารถลงทุนได้ แต่ผู้ออกหลักทรัพย์อาจเปิดเผยข้อมูลด้าน ESG ไม่ครบถ้วน ดังนั้น กองทุนหลักอาจใช้ข้อมูลทางเลือกอื่น การประมาณการ หรือการมีส่วนร่วมกับผู้ออกและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง (เช่น หน่วยงานกำกับดูแลในพื้นที่ หรือสมาคมอุตสาหกรรม) เพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติม รวมถึงอาจใช้การประเมินเชิงคุณภาพประกอบด้วย ทั้งนี้ เนื่องจากข้อจำกัดของข้อมูลที่ไม่พร้อมใช้งาน ไม่ครบถ้วน หรือไม่ถูกต้อง กองทุนจึงอาจดำเนินการประเมินโดยใช้แนวทางที่เหมาะสม พร้อมใช้ความพยายามอย่างสมเหตุสมผลตามดุลยพินิจในการระบุประเด็นที่อาจส่งผลกระทบต่อคุณลักษณะของกองทุนหลัก แนวทางการดำเนินการ และมาตรการควบคุมผลกระทบในกรณีการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืนของกองทุนหลัก - ช่วงก่อนเริ่มต้นลงทุน (Initial investment phase) ก่อนการลงทุนในหลักทรัพย์ ผู้จัดการกองทุนหลักจะวิเคราะห์บริษัทที่มีศักยภาพในการลงทุน เพื่อตรวจสอบว่าการลงทุนในบริษัทดังกล่าวตรงตามเกณฑ์การลงทุนของกองทุนหลัก และพอร์ตการลงทุนจะยังคงสอดคล้องกับนโยบายการลงทุน ซึ่งรวมถึงการประเมินว่าบริษัทดังกล่าวมีส่วนร่วมในวัตถุประสงค์การลงทุนอย่างยั่งยืน ไม่มีผลกระทบทางลบที่สำคัญ (PAIs) และมีการกำกับดูแลกิจการที่ดี เพื่อให้มั่นใจว่าการลงทุนอย่างยั่งยืนของกองทุนหลักจะไม่ก่อให้เกิดผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมหรือสังคม นอกจากนี้ ผู้จัดการกองทุนหลักจะตรวจสอบให้มั่นใจว่ากองทุนหลักไม่มีการลงทุนในหลักทรัพย์ที่อยู่นอกกรอบการลงทุน (exclusion list) - ช่วงถือครองหลักทรัพย์ (Holding period) ภายหลังการลงทุนในหลักทรัพย์ ผู้จัดการกองทุนหลักจะมีการตรวจสอบและรายงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าพอร์ตการลงทุนของกองทุนหลักเป็นไปตามนโยบายการลงทุนที่กำหนดไว้ รวมทั้งวิเคราะห์ผลกระทบทางลบที่อาจเกิดขึ้นจากการลงทุน โดยผู้จัดการกองทุนหลักมีหน้าที่รับผิดชอบในการตรวจสอบด้าน ESG ให้ถูกต้อง - ช่วงขายหลักทรัพย์ที่ลงทุน (Divestment) กองทุนหลักจะพิจารณาขายหลักทรัพย์ออกจากพอร์ตการลงทุนในกรณีที่บริษัทไม่มีการปรับปรุงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกหรือเพิ่มความหลากหลายทางเพศของคณะกรรมการบริษัทภายหลังระยะเวลา 3 ปี ตามมาตรการผลกระทบทางลบที่กำหนดไว้ โดยผู้จัดการกองทุนหลักจะขายหลักทรัพย์ดังกล่าวภายใน 3 เดือนหลังจากสิ้นสุดระยะเวลา 3 ปี นอกจากนี้ หากหลักทรัพย์ที่ลงทุนกลายเป็นหลักทรัพย์ที่อยู่นอกกรอบการลงทุน (exclusion list) ผู้จัดการกองทุนหลักจะขายหลักทรัพย์ดังกล่าวโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน ทั้งนี้ ในสภาวะตลาดปกติจะดำเนินการขายหลักทรัพย์ดังกล่าวภายใน 1 เดือน - กลไกการควบคุม (Control mechanisms) ผู้จัดการกองทุนมีหน้าที่รับผิดชอบในการดูแลและปรับปรุงการดำเนินการตามนโยบายด้าน ESG และรับผิดชอบตลอดกระบวนการลงทุน องค์ประกอบที่มีผลผูกพันการลงทุนที่คำนึงถึงคุณลักษณะด้าน ESG จะได้รับการตรวจสอบและติดตามอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Investment Compliance process ของบริษัทจัดการกองทุนหลัก การสรุปสาระสําคัญของกองทุนหลักได้ถูกคัดเลือกมาเฉพาะส่วนที่สําคัญและจัดแปลมาจากหนังสือชี้ชวนต้นฉบับของกองทุนหลัก ดังนั้น ในกรณีที่มีความแตกต่างหรือไม่สอดคล้องกับหนังสือชี้ชวนต้นฉบับให้ถือตามต้นฉบับเป็นเกณฑ์ ทั้งนี้ หากกองทุนหลักมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลข้างต้นใดๆ ซึ่งบริษัทจัดการเห็นว่าไม่มีนัยสําคัญ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงข้อมูลดังกล่าวเพื่อให้สอดคล้องกับกองทุนหลัก ซึ่งถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว โดยจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ
Investment policy as filed with SEC Thailand.
actual = what the AMC currently charges · max = prospectus ceiling (no actual reported). Annual fees aren’t additive with one-time fees.